Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 42

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 42

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2562 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 42
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 42

PATRICK PART

          งานเลี้ยงครบรอบแก๊งซือหลิวผ่านพ้นไปภายในคืนเดียว เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างแก๊งมาเฟียที่เกิดขึ้นไม่มีสื่อไหนเผยแพร่ข่าวออกมาเลยสักนิด คงเป็นเพราะอำนาจของผู้ทรงอิทธิพลในกลุ่มมาเฟียที่ยัดเงินปิดข่าวกันนั่นแหละ

          “หน้าเครียดเกินไปหรือเปล่าครับผู้กอง” น้ำเสียงเป็นห่วงของยีนส์ดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นในช่วงเช้าที่ถูกวางไว้บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยกองหนังสือพิมพ์ของวัน

          “ขอบคุณ” ผมตอบกลับก่อนจะคว้าแก้วกาแฟขึ้นจิบแล้ววางลงที่เดิมพลางไล่สายตามองหาข่าวที่ควรจะปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์

          “ไม่มีข่าวลงหรอกครับผู้กอง เป็นเรื่องปกติที่แก๊งมาเฟียจะยัดเงินเพื่อปิดข่าวหน่ะ” ผู้หมวดที่ติดตามไปซัพพอร์ตผมเมื่อคืนเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเช็คภาพที่ได้จากงานเลี้ยงซือหลิว

          “แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีเบาะแสลงบ้างสิ” ผมตอบกลับใบหน้าเคร่งเครียด

          “ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ขนาดตำรวจอย่างเราบุกเข้าไปยังไม่ได้อะไรเลยไม่ใช่เหรอครับ” คำพูดของนายตำรวจหนุ่มคล้ายจี้จุดในใจขึ้นอย่างจัง ใช่สิ! ขนาดตัวเขาบุกเข้าไปถึงในงานยังไม่ได้อะไรกลับมา

          “แค่เมื่อคืนผู้กองรอดกลับมาได้ก็ดีแล้วนะครับ” ยีนส์พูดย้ำขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล เด็กหนุ่มถอดถอนหายใจออกมานิดหน่อยก่อนจะก้มลงจัดหนังสือพิมพ์บนโต๊ะที่กระจัดกระจายให้เข้าที่ดังเดิม

          “ขอโทษที ผมใจร้อนไปหน่อย” ผมบอกพลางยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง ถึงเมื่อคืนจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแต่อย่างน้อยผมก็ได้เจอเด็กในคดีแล้วคนหนึ่ง ยังไงก็ต้องรีบหาทางช่วยเด็กนั่นออกมา

          “พักผ่อนก่อนเถอะครับผู้กอง ส่วนเรื่องคดีผมจะติดต่อผู้กำกับปรึกษาปัญหาเรื่องนี้แล้วจะแจ้งให้ผู้กองทราบอีกที” ผู้หมวดพูดขึ้นเพื่อให้คลายความกังวล ก่อนที่เจ้าตัวจะยกแท็บเล็ตของตัวเองเดินเข้าไปในครัวเพื่อหาที่เงียบๆ ทำงาน

          “ฝากด้วยนะ” ผมยิ้มรับด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าก่อนจะยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแล้วกวาดสายตามองทั่วห้องพลางขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่น

          “หยวน หยางเกอไปไหน”

          “ออกไปซื้อของครับเดี๋ยวก็คงกลับมา”

          “แน่ใจนะ” คำถามย้ำของผมทำให้ยีนส์ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ ที่ผมรอดกลับมาได้โดยที่ไม่ถูกคนของแก๊งมาเฟียจับไปซะก่อนก็เพราะหมอนั่น ที่แปลกใจก็คือทำไมคนรู้จักของหยวน หยางเกอถึงบังเอิญเป็นพนักงานอยู่ในเครือโรงแรมของแก๊งมาเฟีย

          “โธ่เว้ย!” ผมสบถหงุดหงิดอย่างคนเคร่งเครียดจนนายตำรวจหนุ่มข้างกายเผลอสะดุ้งไปด้วย ผมเหลือบสายตามองอีกฝ่ายนิดหน่อยก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา

          “ภารกิจที่******0.1 เริ่มได้”

          ข้อความที่เป็นคำสั่งให้เริ่มต้นทำภารกิจกับสายลับที่ผมเป็นคนส่งให้ไปแฝงตัวเป็นทาสอยู่ในแก๊งมาเฟียปรากฎขึ้นบนหน้าจอ ข้อความนี้ถูกส่งไปตั้งแต่ก่อนงานเลี้ยงครบรอบแก๊งซือหลิว และผมคิดว่ามันก็นานพอที่คนของผมจะเริ่มต้นทำภารกิจคุ้มกันเด็กใรคดีของพ่อค้าทาสที่ถูกขายให้มาเฟีย

          ทั้งที่ผมอยากช่วยพาเด็กพวกนั่นหนีออกมาใจแทบขาด แต่สภาพของตำรวจในตอนนี้กับคดีที่ใหญ่แบบนี้แค่ต้องคอยคุ้มกันเงียบๆ ก็แทบจะตายกันแล้ว ผมคงได้แต่ภาวนาให้เด็กพวกนั้นอดทนรอจนถึงวันที่พวกผมพร้อมจะสู้กับแก๊งมาเฟียทั่วประเทศฮ่องกงเสียก่อน

          “ผู้กองครับ ผู้กอง!”

          “อ่า… ว่าไงยีนส์” ผมหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองก่อนจะตอบรับเสียงเรียกของอีกฝ่ายแสดงสีหน้าวิตกกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

          “ผู้กองดูเครียดเกินไปนะครับ ผมว่าคุณควรพัก…”

          “ผมยังพักไม่ได้ยีนส์ ตอนนี้ยังไม่ได้” ผมตอบก่อนจะก้มลงมองข้อความในโทรศัพท์แล้วจัดการลบมันทิ้ง พอดีกับประตูห้องที่ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับผู้ชายร่างสูงเจ้าของรอยยิ้มน่ารังเกียจกับข้าวของในมือที่เต็มไปด้วยอาหารมากมาย

          “ผมกลับมาแล้วผู้กอง” หยวน หยางเกอพูดขึ้นน้ำเสียงสดใส ใบหน้าประดับรอยยิ้มที่ผมมองทีไรก็อดหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้ทุกที ดูยังไงไอ้หมอนี่ก็ไม่เหมาะกับการเป็นตำรวจ

          “กลับมาแล้วเหรอครับ” ยีนส์เป็นคนพูดตอบรับเมื่อเห็นว่าผมนิ่งเงียบไปคล้ายไม่สบอารมณ์ เด็กหนุ่มเดินเข้าไปรับของจากอีกฝ่ายก่อนจะรีบก้าวเท้าหนีไปทางครัวราวกับรับรู้ได้ถึงบรรยากาศอึดอัดที่เกิดขึ้น

          “ผมมีต้องคุยกับคุณ” ผมพูดขึ้นเสียงเรียบจ้องมองอีกฝ่ายอย่างกดดัน

          “หื้ม! ผมว่างให้คุณเสมอผู้กอง” อีกฝ่ายตอบกลับก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาข้างกายผมแล้วโอบมือวางพาดที่พนักพิงจนดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังโอบไหล่ผมไปพลางๆ

          “เพื่อนของคุณที่เจอเมื่อคืน ทำไมถึงทำงานอยู่ในเครือของแก๊งมาเฟีย” ผมถามขึ้นอย่างรู้สึกสงสัย เป็นไปได้สูงว่าการคาดเดาของผมอาจจะถูกต้อง หยวน หยางเกอ ไม่ใช่คนธรรมดา

          “เรื่องนั้นผมจะรู้ได้ยังไงครับผู้กอง ผมไม่เจอเขามาตั้งนานแล้วนะ” คำตอบไม่ทุกข์ร้อนของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ผมขมวดคิ้วมุ่นเข้าไปอีก ดวงตาคู่คมเหลือบมองคนข้างกายที่เอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ

          “ผมว่ามันคงบังเอิญเกินไปที่เพื่อนคุณจะเป็นพนักงานอยู่ในงานนั้น แถมยังปล่อยคุณออกมาง่ายๆ ทั้งที่รู้ว่าคุณเป็นตำรวจ”

          “อืม… มิตรภาพก็สำคัญเหมือนกันนะผู้กอง”

          “คิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดนั้นเหรอ” ผมกัดฟันพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

          “แต่คุณก็รอดมาได้เพราะผมไม่ใช่เหรอ”

          “…”

          “ไม่เอาน่าผู้กอง สงสัยพวกเดียวกันมันไม่ดีหรอกนะ” หยวน หยางเกอคลี่ยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดวางบนโต๊ะอย่างสบายอารมณ์

          “ถ้าไม่มีอะไรแล้วตอนนั้นแกจะทำลับๆ ล่อๆ ไม่ให้ฉันรับรู้ทำไม” ผมเค้นเสียงพูดขึ้นพลางปรายตาไปยังคนข้างกายที่ทำตัวไม่สมกับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          “ผมเคยพูดแล้วนี่ว่ากำลังคุยเรื่องใต้สะดืออยู่น่ะ โอ๊ะ! หรือว่าผู้กองสนใจเรื่องแบบนี้ เอาไว้วันหลังผมจะพาคุณไปที่ดีๆ จะได้ไม่มานั่งน้อยใจผมแบบนี้ดีไหมครับ” น้ำเสียงตื่นเต้นหยอกล้อที่ดังขึ้นทำให้ผมแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ต่อให้คาดคั้นยังไงไอ้หมอนี่ก็จงใจกวนประสาทเขาอยู่ดี คงไม่ได้เรื่องอะไร

          “อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าคิดว่าฉันจะเชื่อใจคนอย่างแก หยวน หยางเกอ”

          “พูดจาใจร้ายจังนะครับ”

          “คนอย่างแกมันไม่น่าไว้ใจ”

          “อ่า! แต่ผมกลับชอบนิสัยแบบนี้ของผู้กองนะ ไม่คิดจะชอบในตัวผมสักนิดเหรอ” คำพูดยียวนกวนประสาทกับใบหน้าเจ้าเล่ห์ที่แย้มยิ้มจนดูน่าหงุดหงิดนั่นทำให้ผมรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ขืนอยู่ต่ออีกสักพักผมคงคุมอารมณ์ไม่ให้ต่อยมันสักหมัดไม่ได้

          “แล้วฉันจะเปิดหน้ากากแกออกมาเองคอยดู” ผมทิ้งท้ายไว้ก่อนจะรีบก้าวขาเดินออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ โดยที่ไม่ได้สนใจใบหน้าคมหล่อที่กรีดยิ้มกลายคล้ายพึงพอใจกับน้ำเสียงพึมพำที่พูดออกมาแม้แต่น้อย ถ้าแค่เพียงผมหันกลับไปก็คงได้รู้ตัวจริงของมันแล้วแท้ๆ

          “ผมเป็นเสือนะผู้กอง เสือที่เนียนอยู่ในฝูงแกะน่ะ”

..

..

          “หาโอกาสออกมาเจอฉัน***… จะรอที่เดิม”***

          ข้อความในมือถือถูกส่งไปตั้งแต่ที่ผมก้าวออกมาจากห้องพัก ข้อมูลที่รวบรวมได้จากเมื่อคืนส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการแกะรอย และอีกส่วนหนึ่งที่เรียบร้อยแล้วถูกส่งให้ผมเพื่อเริ่มแผนขั้นต่อไป

          เด็กที่เป็นเหยื่อในคดีของพ่อค้าทาสมีจำนวนมาก ถูกขายออกให้แก๊งมาเฟียก็ไม่ใช่น้อยๆ ผมที่รับคดียากๆ มาแบบนี้ก็ควรจะรีบปิดคดีที่รับมาได้แล้ว อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของเด็กอีกหลายสิบคน แน่นอนว่ารวมถึงเด็กที่ผมส่งไปเป็นสปายสืบหาข้อมูลในครั้งนี้ด้วย

          กรุ๊ง! กริ๊ง!

          เสียงกระดิ่งของประตูร้านกาแฟที่ผมใช้เป็นสถานที่นัดผมกับสายสืบของตัวเองดังขึ้น เด็กหนุ่มในวัยสิบเก้ากวาดตามองทั่วร้านก่อนจะมาหยุดที่ผมแล้วก้าวเท้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ผมเลิกคิ้วจ้องมองคนตรงหน้านิดหน่อยก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างนึกเอ็นดูแล้วผายมือให้นั่งลงตรงหน้า

          “มาช้านะ” ผมพูดขึ้นก่อนจะวางแก้วกาแฟลงที่โต๊ะแล้วจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง เด็กสายสืบที่ผมนัดเจอคราวนี้เป็นเด็กที่ผมเก็บมาเลี้ยงเองกับมือ ถึงอายุผมกับอีกฝ่ายจะไม่ได้ห่างกันมากเท่าไรแต่อย่างน้อยคนตรงหน้าก็นับถือผมในฐานะผู้ปกครองและพี่ชายที่แสนดี

          “งานมันเสี่ยงผมก็ต้องระวังสิครับ… ผู้กองบอกผมเองนะว่าให้ระวังทุกฝีก้าว” ต้นน้ำพูดขึ้นแขวะผมนิดหน่อย เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มบริสุทธิ์ราวกับนึกยินดีที่ได้เจอผมขึ้นมา

          “ยอกย้อนแบบนี้เดี๋ยวก็ตีหรอก” ผมพูดทีเล่นทีจริง ถึงจะทำเป็นดุแต่ความจริงผมก็เป็นห่วงเด็กคนนี้อยู่ไม่น้อย ภารกิจที่ส่งให้อีกฝ่ายไปสืบค่อนข้างเสี่ยงอันตรายเลยทีเดียว แฝงตัวอยู่ในแก๊งมาเฟียแบบนั้นผมเองก็ต้องรีบจัดการปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวต้นน้ำเองด้วย

          “ผมอุตส่าห์แอบออกมา อย่าเพิ่งตีเลยนะกลัวเจ็บก้นอ่ะ” น้ำเสียงออดอ้อนกับนิสัยเด็กๆ ที่แสดงออกมาทำให้ผมหลุดยิ้มขึ้นนิดหน่อย อายุก็จะเข้ายี่สิบแล้วยังไม่รู้จักโตอีก

          “เด็กจริงๆ นะต้นน้ำ เอาล่ะเข้าเรื่องได้หรือยัง”

          “อ่า! พวกแก๊งหลินจางเพิ่งกลับมาจากฮ่องกง แล้วก็มีทาสจากไทยกลับมาด้วย”

          “อืม… ฉันก็เพิ่งกลับมาจากไทยเหมือนกัน ก็พอรู้เรื่องที่พ่อค้าทาสเพิ่งเปิดประมูลทาสไป” ผมพูดขึ้นเสียงเครียด น่าเสียดายที่คดีนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลหลายคนจนทำให้ฝ่ายตำรวจไม่กล้าลงมืออะไร คดีนี้เลยกลายเป็นคดีลับที่ยากพอสมควร

          “แล้วเรื่องเป้าหมายของพ่อค้าทาสล่ะครับ ไปเมืองไทยได้ข่าวอะไรบ้าง” คำถามของต้นน้ำทำให้ผมนิ่งไปสักพัก ตอนที่อยู่เมืองไทยผมพยายามหาเบาะแสของพวกพ่อค้าทาสให้ได้มากที่สุด แต่สุดท้ายก็รู้เพียงแค่เรื่องทั่วไปเท่านั้น

          “ก็แอบแฝงตัวไปอยู่หรอกนะ แต่รู้มาแค่ว่าพวกมันเปิดขายทาสให้พวกมาเฟียเพื่อยึดอำนาจของคนที่ซื้อทาสไป”

          “แต่ทาสที่ถูกขายไปทุกคนไม่ได้เต็มใจ เด็กพวกนั่นถูกบังคับนะครับ” ต้นน้ำแย้งขึ้นอย่างมีเหตุผล ผมพยักหน้ารับนิดหน่อยก่อนจะตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

          “ทำได้สิ! เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกจับตัวไปมักจะมีคนสำคัญที่ถูกจับไปด้วย แล้วจะเป็นยังไงถ้าพวกมันใช้วิธีนี้ข่มขู่ให้ทาสที่ถูกซื้อตัวคอยหาจังหวะติดต่อมันเพื่อยึดอำนาจมาเฟีย” ผมพูดเท่าที่รู้ ถึงเรื่องนี้จะยังไม่แน่ชัดแต่เมื่อรวมกับข้อมูลที่ผู้หมวดแกะมาก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะตดต่อกับเด็กที่ชื่อพระพายเพื่อถามเรื่องนี้เหมือนกัน

          “ฉันอยากให้จับตาดูเด็กที่ชื่อพระจันทร์” ผมพูดพลางวางรูปของเด็กในคดีลงที่โต๊ะ โชคดีที่ผู้หมวดแกะรอยในงานเลี้ยงจนได้รูปของเด็กคนนี้มา

          “เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้าจากบ้านสงเคราะห์ที่ถูกพ่อค้าทาสหลอกไปขาย”

          “นั่นไม่ใช่ประเด็น คุณพระจันทร์ดูไม่มีพิษภัย เขาไม่น่าจะเชื่อคำขู่ของพวกมันด้วยซ้ำ” น้ำเสียงจริงจังของต้นน้ำทำให้ผมขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ถ้าเด็กคนนี้ไม่ใช่เหยื่อที่พ่อค้าทาสข่มขู่ถ้างั้นก็เป็นอีกคน

          “นายคงยังไม่รู้สินะ… เด็กที่ชื่อพระจันทร์มีพี่ชายที่สนิทกันมาก ถึงจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่ก็รักกันเหมือนคนในครอบครัว ฉันพยายามสืบเรื่องพี่ชายของพระจันทร์อยู่ ตอนนี้รู้แค่ว่าถูกขายให้พวกมาเฟียไปแล้ว น่าเสียดายที่สืบไม่ได้ว่าถูกขายให้แก๊งไหน”

          ผมพูดขึ้นผ่านสีหน้าเป็นกังวล จากข้อมูลที่ได้มาจากผู้หมวดทำให้ผมรู้ว่าเด็กที่ชื่อพระจันทร์มีพี่ชายคนสนิท ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ก็คงตกเป็นเหยื่อไม่ต่างกับเด็กคนอื่นๆ เหมือนกัน แล้วเด็กที่ชื่อพระพายที่ผมเจอในงานเลี้ยงคืนนั้นจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเด็กที่ชื่อพระจันทร์คนนี้ด้วยหรือเปล่าผมเองก็ยังไม่รู้

          “แล้วจะให้ผมจับตาดูยังไง”

          “แค่จับตาดูอย่าให้เด็กคนนี้เป็นอันตรายจากพวกพ่อค้าทาส ฉันรู้แค่ว่ามันเล็งเด็กนี่ไว้เป็นพิเศษ คงเพราะมาเฟียที่ซื้อตัวไปเป็นหลินจางนั่นแหละถึงได้ถูกเพ่งเล็ง” ผมตอบกลับก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบด้วยความเครียด ทั้งที่ปกติผมไม่สูบบุหรี่แท้ๆ หรือเป็นเพราะว่ายุ่งกับคดีตรงหน้ามากจนเกินไป

          “อ่อ! แล้วก็อีกเรื่องที่นายควรรู้ไว้”

          “…”

          “ทาสที่พวกมันขายให้มาเฟียไม่ได้มีแค่เด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงที่ถูกขายไปถ้าเกิดท้องมีลูกขึ้นมาพวกมันจะตามฆ่าทิ้งทั้งแม่ทั้งลูกเพื่อไม่ให้เด็กในท้องยึดอำนาจมาเฟียตัดหน้าพวกมัน… ก็นะ ยังไงพระจันทร์ก็คงไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง คอยจับตาดูแล้วปกป้องไว้ก็พอ”

          “ครับ”

          คำตอบรับจริงจังของต้นน้ำทำให้ผมเบาใจลงได้นิดหน่อย เด็กที่ชื่อพระจันทร์ก็มีคนที่เชื่อใจได้คอยปกป้องแล้ว ที่เหลือก็เด็กที่ชื่อพระพายที่เจอในงานเลี้ยงนั่น ถ้าไม่รีบช่วยออกมาดวงตาคู่สวยนั้นคงได้หมองลงกว่าเดิม

          อยากรู้จริงๆ ว่าใครคือเหยื่อที่พ่อค้าทาสใช้ข่มขู่นายกัน… พระพาย

          “งั้นผมกลับก่อนนะครับ ออกมานานเดี๋ยวจะโดนสงสัย” น้ำเสียงของต้นน้ำดังขึ้นเรียกสติผมกลับมา ผมจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างเป็นห่วงนิดหน่อยก่อนจะคลี่ยิ้มแล้วพยักหน้ารับกลับไป

          ไม่รู้ตัวเองใช้เวลานั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งนี้นานแค่ไหน รู้แค่ว่ารถคัมรี่สีดำที่จอดอยู่หน้าร้านไม่ขยับไปไหนเลยจนกระทั่งผมก้าวเท้าออกจากร้าน ถ้าเขาจำไม่ผิดรถคันนั้นเป็นของคนที่เขาชังขี้หน้ามากที่สุดในตอนนี้

          “เหอะ! คิดจะเล่นกับฉันสินะหยวน หยางเกอ”


……………………………………………………………………………….

โธ่ผู้กองงง อย่าไปกัดกับหยวน หยางเกอเขาเลยยย ไอ้หมอนี่มันร้ายยย 55555

ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไรมากนะคะ อยู่ในช่วงสืบหาเบาะแสพ่อค้าทาสเท่านั้นเอง

ถ้าใครเคยอ่าน Love Mafia จะคุ้นเคยกับฉากของต้นน้ำในตอนนี้ดี 

บอกไว้ก่อนว่าพระเอกของเรื่องก็ผู้กองเรานี่แหละคะ ความยุติธรรมต้องชนะจริงมั้ย ฮ่าๆๆๆ

สำหรับในตอนนี้ผู้กองแพทริคยังไม่รู้นะว่าพระพายมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระจันทร์ ผู้กองเรากำลังสืบอยู่ใจเย็นๆ นะ

แค่เอาตัวรอดจากหยวน หยางเกอที่ขวางทางผู้กองุกงานก็แย่แล้ววว

ตอนหน้าเจอกันค่ะ แล้วรอพบกับการทดลองสุดเลวร้ายของจีซัสด้วยนะ

#ปอลิง ไปต้มน้ำมาม่าเร็ว!!

..

..

TO BE CONTINUED

ความคิดเห็น