บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 อาหารหมามื้อใหญ่

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 อาหารหมามื้อใหญ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2562 03:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 อาหารหมามื้อใหญ่
แบบอักษร

เสียงร้องคำรามบนท้องฟ้าเหนือปราสาทหลังงาม  ฟ้ามืดครึ้มเต็มไปด้วยเมฆดำทะมึนและไม่นานสายฝนห่าใหญ่ก็โปรยสาดลงมา

            ควีนนี่ที่ตอนนี้ครอบครองปราสาทหลังโตไว้แต่เพียงผู้เดียวเพราะทั้งพ่อแม่และพี่ๆ ไม่อยู่เดินไล่ปิดหน้าต่างที่ฝนสาดเข้ามาจนเฉอะแฉะตั้งแต่ชั้นสี่ลงมาชั้นหนึ่งอย่างใจเย็น  แสงไฟที่เปิดไว้บางดวงฉาบสีหน้าเย็นชาทว่างดงามของเธอให้ดูเย็นเหยียบเหมือนไร้ความรู้สึกยิ่งขึ้นไปอีก

            เมื่อปีศาจสาวเดินลงมาถึงชั้นแรกขาเรียวยาวอยู่ในชุดกระโปรงใส่สบายก็หยุดชะงักขณะที่เธอกำลังเข้าไปดูหน้าต่างในห้องครัว  เธอยืนอยู่กับที่ก้มหน้าใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งสลับกับมองไปนอกหน้าต่างที่สายฝนยังคงโปรยปราย  และสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจไปหยิบร่มแล้วเดินออกนอกบ้านไปแทน

            “นายว่าควีนจะออกมาไหมอ่ะ”  อลาสกันยืนเกาะรั้วใหญ่ตากฝนมองเข้าไปในปราสาทหลังงาม  ตอนนี้เขากับแฝดผู้พี่ตัวเปียกม่อล่อกม่อแลกเหมือนลูกหมามากกว่าครั้งไหนๆ

            “ไข่ฉันหดเหลือเท่าเม็ดกวยจี๊แล้ว  หนาวว่ะ”  โดเบอร์ยืนตัวสั่นกึกๆ ตาก็เหลือบมองท้องฟ้ามืดไร้ดาวเพราะตอนนี้มีแต่ห่าฝนโถมลงมาเหมือนฟ้ารั่ว

            “มันก็อันเท่านั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”  อลาสกันใช้น้ำเสียงล้อเลียน

            “เอาของนายมาให้ฉันดู  สาบานเลยว่าฉันจะบีบให้มันหดเหลือเท่าปุ่มคางคก”  โดเบอร์แยกเขี้ยวแต่ไม่ได้ลงมือจัดการแฝดผู้น้องเพราะเขาไม่อยากขยับตัวบนพื้นเฉอะแฉะแบบนี้

            “มาดิ”  อลาสกันส่ายบั้นเอวยั่วด้วยเพราะรู้นิสัยพี่ชายดีว่าโดเบอร์ไม่ชอบอะไรชื้นๆ แฉะๆ จำพวกโคลนบนพื้นหรือเสื้อที่ชุ่มน้ำ

            ควีนนี่ที่เดินกางร่มออกมาดูแขกไม่ได้รับเชิญภาพแรกที่เห็นสู่สายตาคือภาพอลาสกันกำลังส่ายก้นท้าสายฝนและฟ้าผ่าโดยมีโดเบอร์ยืนกอดอกนิ่งๆ  แม้จะเกินคาดไปบ้างแต่ทว่าสีหน้าปีศาจสาวก็ยังไม่เปลี่ยน

            “ทำไมมาตากฝนล่ะ”  เสียงหวานนิ่งเย็นเอ่ยถามขัดบรรยากาศกระชับสัมพันธ์แฝดหมา

            “ควีนนี่!!”  อลาสกันผวามาเกาะลูกกรงรั้วมองสาวสวยตาเยิ้ม  เขาไม่ได้เห็นหน้าเธอมากี่ปีแล้วนะ  นอกจากร้องเพลงสื่อความในใจไปยังชั้นสี่กับบทกวีฝากรักที่ติดไปกับอาหารเช้าทุกวันเขาก็ไม่เคยเห็นเธอเลยแม้แต่เส้นผม

            “ขอเราเข้าบ้านเถอะนะควีน”  โดเบอร์แทบจะคุกเข่าอ้อนวอน  ที่จริงปีศาจอย่างพวกเขาจะไม่ข้ามเขตแดนกันซึ่งมันเป็นมารยาทของปีศาจ  ดังนั้นเขาจึงต้องขออนุญาตเธอก่อนอย่างปีศาจผู้ดี

            “อืม...”  ควีนนี่พยักหน้าแล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้านโดยมีปีศาจหนุ่มทั้งสองหายวับแล้วมาโผล่ในรั้วพร้อมวิ่งตามเธอเหมือนลูกหมาเชื่องๆ

            ห้องนั่งเล่นเล็กคือสถานที่ที่หลบฝนของลูกหมาตาดำๆ พวกเขาได้ผ้าขนหนูคนละผืน  กางเกงขายาวสีเจ็บของฟอลคอนคนละตัว  และแน่นอนว่าความไร้ยางอายของแฝดหนุ่มมีมากกว่าที่คิด  พวกเขาถอดเสื้อผ้าแล้วเปลี่ยนมาใส่กางเกงของฟอลคอนกันตรงนั้นแบบไม่สนว่ามีหญิงสาวนั่งมองอยู่...มีของดีใครๆ ก็อยากโชว์ทั้งนั้นแหละ  

            “ทำไมถึงมาที่นี่มืดๆ ค่ำๆ ล่ะ  ฟอลคอนไม่อยู่”  ควีนนี่เปิดปากถามในที่สุด  เธอมองปีศาจหนุ่มทั้งสองที่นั่งตรงกันข้ามด้วยดวงตาเรียบเฉยแม้พวกเขาจะเปลือยท่อนบนอวดไหล่กว้างและหน้าท้องงดงามอยู่ก็เถอะ  ซึ่งการไม่ตื่นตาตื่นใจนี้จะโทษเธอไม่ได้เพราะในบ้านเธอมีพ่อที่ร้อนฉ่าร้อยองศาถึงสามคนและยังมีพี่ชายที่มักคุยข่มว่าตัวเองหุ่นดีและยังไม่รวมถึงน้องชายที่หน้าร้อนมักแก้ผ้าโทงๆ ไปหามุมอับชื้นนอนซุกหาความเย็นในปราสาท

            “เราตั้งใจมาหาควีนต่างหาก  มาอยู่เป็นเพื่อนไง”  อลาสกันยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันครบทุกซี่  “ฟ้าร้องฟ้าผ่าผู้หญิงชอบกลัวกันไม่ใช่เหรอ”

            “ฉันไม่กลัว”  ควีนนี่ส่ายหน้ายืนยัน

            “แต่ช่วงนี้สถานการณ์ปีศาจไม่ค่อยดีนะ  ให้เราอยู่คุ้มครองควีนจะดีกว่า”  โดเบอร์ที่สบายตัวขึ้นมากก็พูดด้วยเสียงที่ไม่สั่นอย่างในทีแรก

            “มีรัฐประหารปีศาจเหรอ”  ปีศาจสาวเล่นมุก

            “..........”  โดเบอร์และอลาสกันชะงักอึ้ง  พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะขำดีไหมหรือว่าเธอคิดแบบนั้นจริงๆ เพราะเดาสีหน้าเย็นชาเป็นน้ำแข็งนั่นไม่ออกเลย

            “ล้อเล่นน่ะ”  รอยยิ้มอ่อนๆ ของควีนนี่ผุดขึ้นที่มุมปากเพราะชอบมุกตัวเองสุดๆ

            “แหะๆ...”  อลาสกันขำแห้งเอาใจเธออย่างเสียไม่ได้

          “ว่าแต่ทำไมช่วงนี้ปีศาจสถานการณ์ไม่สู้ดีล่ะ”  ควีนนี่กลับเข้าเรื่อง

            “มันมีลัทธิหนึ่งตามไล่ทำร้ายปีศาจเวอร์จิ้นน่ะสิ  ที่เซลีนหายไปเพราะเรื่องนี้เลยนะ”  โดเบอร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังโดยมีอลาสกันพยักหน้างึกๆ ยืนยันว่าเรื่องจริง

            “ปีศาจบริสุทธิ์เหรอ”  คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น

            “เฉพาะปีศาจสาวด้วย”  อลาสกันใช้น้ำเสียงหนักแน่นว่านี่คือเรื่องที่ต้องจริงจังและต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน

            “ตั้งป้อมดีไหม?  รอโจมตีถ้าพวกมันบุกมา  ป้อมเราใหญ่ไม่ต้องกลัวอะไร  ว่าแต่...พวกมันเป็นลัทธิเผด็จการหรือเปล่า”  ควีนนี่กระตือรือร้นขึ้นมาเล็กน้อย

            “สตอรี่คุ้นๆ แต่ว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ”  อลาสกันปากกระตุก...คิดไปได้แม่คุณเอ๊ย

            “ล้อเล่นน่ะ”  สาวน้ำแข็งสุดเย็นชาไหวไหล่พร้อมแสดงสีหน้าที่นานๆ ทีจะทำประมาณว่า...พวกนายนี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย

            แฝดหมามองหน้ากันพลางส่งสายตาสื่อความในที่รู้กันสองคน...

          ‘มึงว่าจริงๆ แล้วควีนตั้งใจกวนตีนเราเปล่าวะ  หน้าตายแบบนั้นกูมองไม่ออก  เล่นซะกูจะจังหวะขำให้ไม่ถูก’  อลาสกันหลิวตาล่อกแล่ก

‘ไม่เห็นต้องถามเลย  ไม่คิดว่าจะเล่นมุกได้หนาวเยือกไปถึงสันหลัง  กูนั่งเขี่ยไข่แมวเล่นยังขำกว่าเลย’  โดเบอร์ทำปากขมุบขมิบ           

“มันชื่อลัทธิอะไรเหรอ?”  ปีศาจสาวไม่สนใจสีหน้าประหลาดๆ ของพวกเขา  เธอถามเข้าเรื่องอีกครั้งแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“แอมบาร์วาราร่าอะไรสักอย่าง  ชื่อโบราณๆ มีแต่ผู้หญิงอยู่”  โดเบอร์ตอบอย่างไม่แน่ใจ

“แอมโมเนีย  แอมเวย์บาโดซิเนีย  แอมบาร์บีโธเฟ่น 3 ชื่อนี้แหละสักชื่อหนึ่ง  โดเบอร์มันคือพี่โง่ของฉันควีนอย่าไปฟังมันเลยนะ”  อลาสกันแก้และมันผิดทั้งหมด

“แอมบาวาร์เลีย?”  ควีนนี่พูดออกมาเบาๆ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“หึ...”  โดเบอร์ยิ้มแยกเขี้ยว  ไม่รู้ว่าตอนพ่อปั้นทำลูกลืมใส่สมองให้น้องชายแล้วยกให้เขาทั้งหมดหรือยังไงกัน...ไอ้น้องโง่  แค่แอมบาร์วาเลียก็ไม่รู้จัก 

“ควีนรู้จักด้วยเหรอ”  อลาสกันไม่สะทกสะท้านที่ด่าพี่ชายไปสักนิด

“เคยอ่านเจอว่ามีลัทธิโบราณนี้อยู่  ที่สำคัญมีคำสอนหลักปฏิบัติบางส่วนถูกนำมาใช้ในศาสนานิกายหนึ่ง  มีอาน้องสาวฉันไปบวชที่นั่น”  ปีศาจสาวผุดลุกเตรียมไปโทรศัพท์หาน้องสาวแต่กลับถูกโดเบอร์ห้ามไว้ก่อน

“พี่ลีโอเขาไปพาออกมาแล้วล่ะ”

“ควีนคิดว่ามันเกี่ยวกันเหรอ  บางทีศาสนานิกายนี้อาจเห็นคำสอนดีๆ แล้วยึดถือมาปฏิบัติก็ได้”  โดเบอร์ถามต่อและยังได้โอกาสขยับมานั่งใกล้สาวที่หมายปอง

“ของแบบนี้ไม่ใช่แค่ศรัทธาก็ตั้งกันขึ้นมาได้หรอก  มันต้องมีทั้งการปลูกฝังมายาวนาน  ความเชื่อ  แรงใจประกอบหลายๆ อย่าง”  เธอค่อนข้างมั่นใจว่าลัทธิแอมบาร์วาเลียต้องเกี่ยวข้องกับสถานศาสนาที่มีอาศรัทธาอยู่  อาจจะมีผู้สืบทอดหรือมีใครบงการอะไรก็แล้วแต่  ทว่าเธอไม่ต้องการให้น้องสาวไปเสี่ยง  มีอามีความตั้งใจดีแต่ก็อ่อนประสบการณ์ไร้เดียงสาอีกด้วย  อารมณ์ประมาณว่าหากมีตาลุงหน้าด้านใจหมาสันดานสิงโตมาหลอกล่อมีอาก็จะหลงกลแบบไม่สงสัยเลย

 “แต่ว่านานแล้วนะที่มนุษย์ไม่มารุกรานปีศาจ  พวกนั้นรู้คำสาปด้วยเซลีนมีดาวแฉกๆ ที่หลัง”  อลาสกันพูดไปตัวก็กระโดดข้ามโต๊ะมานั่งแทรกระหว่างพี่ชายและหญิงสาวด้วยแรงริษยาล้วนๆ

“เซลีนหนีออกมาเหรอ”  ควีนนี่ขมวดคิ้วแสดงสีหน้าคิดหนักพาให้สองแฝดแปลกใจอยู่ไม่น้อย

“อืม...เซลีนบอกว่าพวกนั้นใช้เลือดเธอเพราะต้องการเป็นอมตะ”  พอได้นั่งใกล้สาวที่พึ่งใจอลาสกันก็เอาแขนพาดไปตามพนักพิงกึ่งโอบเธอกลายๆ ด้วยมาดแบดบอยที่คิดว่าตัวเองเท่สุดๆ

“ถ้าแบบนั้นพวกมันต้องมาอีกแน่...ในเร็วๆ นี้”  จบคำพูดของควีนนี่ท้องฟ้าก็ร้องคำรามก่อนจะผ่าจนแสงวาบเข้ามาในห้อง  จังหวะสยองขวัญแบบนี้ทำให้โดเบอร์และอลาสกันสะดุ้งโหย่ง  พวกเขาตกใจแต่ก็ต้องเกร็งตัวจนเส้นเลือดขึ้นเพราะต้องรักษามาดชายแกร่งต่อหน้าสาว

“คะ...ควีนรู้ได้ไง”  อลาสกันหางเสียงสั่นนิดๆ ใจยังเต้นตุบๆ ไม่เลิกเพราะตกใจแรงเกินไป...เขาน่ะเกือบกรี๊ดแล้วเชียว

“ที่ห้องพ่อวินเซนต์มีหนังสือโบราณเกี่ยวกับลัทธินี้อยู่  แต่ต้นฉบับมันไม่สมบูรณ์แถมยังเก่ามากแล้วด้วย”  เธออ่านมานานจนแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ  ถ้าจำไม่ผิดก็คงสัก 30 ปีก่อนที่เธอได้อ่านหนังสือเล่มนี้

“แต่จะมาคงไม่เป็นไรมั้ง  พวกมันต้องการปีศาจจิ้นนี่  เซลีนน่ะโดนฟอลคอนเชือดโหดไปแล้วนะ”  โดเบอร์ยักไหล่  ถึงเขาจะไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อนแต่ฟอลคอนอารมณ์ดีจนเหมือนคนบ้า  ขนาดเจอรังงูในสวนมันยังจับเจ้าตัวเลื่อยๆ มีเกล็ดนั่นมาจูบแล้วคุยอย่างกับเจอญาติที่ไม่เห็นกันมานาน...ไอ้งูพิษซาดิสต์หลบในนั่นมันยังไม่เผยเขี้ยว  เขาล่ะสงสารเซลีนล่วงหน้าจริงๆ  ต่างจากเขาลิบลับซาดิสต์ก็ยอมรับว่าซาดิสต์ไม่เคยปิดบังใครสักที

 “เซลีนหายไปนานเท่าไหร่  สัก 20 ปีได้ไหม  ถ้าคนพวกนั้นอาบเลือดเซลีนมา 20 ปี  อย่างน้อยๆ ก่อนจบพิธีพวกเขาจะควักหัวใจเธอมากินสดๆ เลาะกระดูกเอามาทำเป็นเครื่องรางบรวงสรวงให้แก่เทพเจ้าเพื่อประทานอายุขัย  ถึงตอนนั้นจะบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ก็ไม่เกี่ยวแล้ว  พวกเขาแค่ต้องทำให้ทุกอย่างครบตามหลักการแล้วค่อยหาปีศาจบริสุทธิ์คนใหม่มาสานต่อ”  ความรู้ใหม่จากควีนนี่ทำให้สองหมาแฝดตกตะลึง  พวกเขาไม่คิดว่ามนุษย์จะมีความกระหายยากโหดเหี้ยมไม่ต่างจากปีศาจเลย  ทว่าสิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่รู้คือเหล่าปีศาจก็เกิดจากกิเลสของมนุษย์ทั้งสิ้น

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นเล็ก  นอกจากเสียงสายฝนที่ยังโหมกระหน่ำก็มีเพียงเสียงฟ้าร้องคำรามดังเป็นพักๆ เท่านั้น  ทุกคนจมอยู่ในความคิดของตัวเองทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจคือพวกเขาคิดเรื่องเดียวกันนั่นคือ...เรื่องนี้ต้องบอกเซลีนให้ระวังตัว

“ควีน...”  อลาสกันเรียกหญิงสาวข้างตัวเบาๆ

“อืม”  ควีนนี่ส่งเสียงตอบรับ

“ฟอนคอลเคยบอกว่าควีนไม่ค่อยอิ่ม  หมายถึงแบบว่ากินข้าวก็ไม่อิ่มมาหลายสิบปี...”  เขาเข้าเรื่องสำคัญมุ่งไปยังจุดประสงค์ถึงเหตุผลที่มาในวันนี้  “ถ้าไม่อิ่มท้อง...ถ้าพวกลัทธินั่นมาจะมีแรงสู้เหรอ  แถม...แถมถ้าได้กิน...ยังได้กำไรสองต่อพวกมันเอาตัวควีนไปไม่ได้แน่ๆ”

“พวกเราหมายถึงกินหมาแทนข้าวก็ได้นะควีน  อิ่มท้องอิ่มกายแถมปลอดภัยจากมนุษย์ใจบาป”  โดเบอร์ตรงเผงยิ่งกว่า  “ฟาดเราสักคำเป็นยังไง...อร่อยนะ”

“มึงบอกให้คนสวยกินหมาได้ยังไง!”  อลาสกันแทบจะชกหน้าพี่ชาย  บรรยากาศกำลังดีๆ ทำเสียหมด

“หรือจะให้กูพูดว่าอึ๊บกันสักทีดีไหมคนสวยล่ะ”  เขาไม่ได้หยาบคายขนาดนั้นสักหน่อย...โดเบอร์เถียง 

“ไอ้พี่โง่!!  กูน่าจะดึงขามึงไว้แล้วรีบออกจากท้องแม่คนแรก”  อลาสกันแยกเขี้ยวหากทำได้เขาคงกัดพี่ชายที่เกิดก่อนไม่กี่นาทีไปแล้ว

“ไอ้น้องโง่!!  โทษทีที่กูไวกว่าเรียกพี่ชายจ๋าสิจ๊ะ”  โดเบอร์ยิ้มเยาะส่วนควีนนี่ที่นั่งมองอยู่ผุดรอยยิ้มน้อยๆ เพราะบรรยากาศแบบนี้เธอคุ้นชินดี  มันคงเป็นการกระชับสัมพันธ์ของพี่น้องทุกบ้างปีศาจล่ะมั้ง

สุดท้ายก่อนที่สองพี่น้องจะถลาเข้าไปกัดกันควีนนี่ก็พูดขึ้นเบาๆ แต่ทว่าเหล่าหมาหูตั้งได้ยินแบบไม่ตกหล่นไปสักคำ

“จะลองกินดูก็ได้  แต่ไม่ผูกขาดนะ”

“อะไร!!  กะฟันแล้วทิ้งเหรอ...ใจร้ายสุดๆ ไปเลย  เทศบาลขังหมายังไม่ทิ้งแล้วทำไมคนสวยถึงใจดำ”  อลาสกันปากยื่นมือที่เตรียมถอดกางเกงตั้งแต่เธอพูดคำว่า ‘จะ’ ชะงัก

“ใครจะรับผิดชอบฉันตอนนี้ได้หะ!!”  โดเบอร์อาการหนักกว่าน้องชายไปไกลเพราะเพียงเธออ้าปากทำท่าจะพูดเขาก็ลุกแล้วถอดกางเกงพร้อมยืนโชว์ลำใหญ่ๆ แข็งโด่ผงกหัวงึกๆ แบบเตรียมกระโจนขึ้นเตียงเป็นอาหารให้เธอไปเรียบร้อยแล้ว  หากเธอไม่สนองเขาแข็งขนาดนี้จะให้ไปซอยยิกๆ กับรูกุญแจแทนหรือยังไงกัน

            ควีนนี่ที่ได้เห็นความเป็นชายอีกครั้งในรอบ 20 ปีเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่  ใช่ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงหื่นกามหรืออะไร  แต่ด้วยเธอนั้นเป็นปีศาจราคะเต็มตัวเธอก็ควรจะเสพเซ็กซ์และความเร่าร้อนเป็นอาหารทว่าจนใจที่พ่อๆ เธอหวงมากเกินไป  ดังนั้นตลอดหลายปีมานี้เธอไม่เคยอิ่มท้องเลยนอกจากกินอาหารทั่วไปเพื่อให้ไม่หิวแบบชั่วคราว  ซึ่งมันทำให้เธอโหยหาบางสิ่งบางอย่างเพิ่มขึ้นทุกวันและแน่นอนว่าความต้องการก็มากไปด้วย

            “เราควรจะเสิร์ฟอาหารบนเตียงและเตียงฉันก็ว่างพอดี”  ควีนนี่กระตุกยิ้มแล้วเธอก็หายวับขึ้นห้องไปรออาหารมื้อใหญ่ที่น่าจะทำให้เธอรู้จักการอิ่มจนพุงกางเป็นครั้งแรก

            “โอ้วเย้!!”  โดเบอร์และอลาสกันโห่ร้องพลางย่ำเท้าไปมาพร้อมกระโดดเหยงๆ ดีใจเป็นนักหนา...หมาจะมีเมียและเมียจะกินหมาแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}