Black Letter

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 16 ปรินทร x พิม

คำค้น : ทำนายทายทัก...ให้รักกับมาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.8k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2558 07:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
16 ปรินทร x พิม
แบบอักษร

  ในที่สุดรถผมก็มาถึงงานวันเกิดของมาเฟียอาวุโสแล้ว ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ มากกว่ากลัวซะอีก งานนี้ผู้อาวุโสออกประกาศว่าสามารถพาบอดี้การ์ดเข้ามาได้ไม่เกินสองคน เพราะว่าเป็นงานวันเกิด เลยไม่อยากให้มันดูวุ่นวายเกินความจำเป็นที่ต้องยกโขยงกันมา พี่ปรินทรเป็นคนบอก

  ขอแอบกระซิบนิดหนึ่งว่าวันนี้ผมใส่วิกผมสีทองด้วยแหละ ตอนนี้ผมดูเหมือนผู้หญิงมากกก แถมยังโดนช่างแต่งหน้ายัดทั้งนมปลอมทั้งกระดาษทิชชู่จนผมเริ่มมีหน้าอกขึ้นมาหน่อย เพิ่งผ่านการศัลยกรรมมาสดๆ ร้อนๆ

  พร้อมหรือยังพี่ปรินทรถามขึ้นเมื่อผมกำลังตื่นตาตื่นใจกับคฤหาสน์หลังใหญ่

  “พิมพร้อมตั้งนานแล้ว

  พี่กันต์ขับรถมาจอดที่หน้างานหรือก็คือประตูหน้าบ้านนั่นแหละ มองออกไปด้านนอกจะเห็นพรมแดงสีสดถูกปูลงมาจนเลยบันไดออกมาหน่อย นี่ถ้าเปิดประตูรถปุ๊บแล้วเดินลงไปนะ ผมต้องคิดว่าตัวเองมาเดินแบบแน่ๆ

  พี่ตุลย์เปิดประตูรถลงไปก่อนแล้วรีบเปิดประตูให้พวกเราลงจากรถ พี่ปรินทรก้าวลงไปคนแรก แค่นั้นก็ทำให้ผู้คนที่กำลังเดินเข้างานต้องหันมาสนใจ

  ลงมาสิ

  ฝ่ามือใหญ่ยื่นมาตรงหน้า ผมก้าวขาลงจากรถด้วยส้นสูงสีแดงสด ฝ่ามือเล็กๆ จับเข้าไปที่มือใหญ่แล้วเดินออกจากรถมายืนข้างเขา เพียงแค่นั้นทุกสายตาก็หันมามองที่ผม หึหึ มองกันเข้าไป จะได้ทรมานเล่นๆ ที่ไม่สามารถครอบครองร่างกายนี้ได้

  ท่อนแขนใหญ่คล้องเอวของผมให้ยืนแนบชิดจนได้กลิ่นหอมๆ จากตัวเขา แล้วออกเดินเข้างานไปพร้อมกัน

  เอาตรงๆ มันก็แค่การแสดงละครน่ะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ผมเดินบนส้นสูงไม่ค่อยถนัด ตอนใส่เดินครั้งแรกเกือบหน้าทิ่ม มันก็เลยต้องจบด้วยสภาพแบบนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน พวกมันจะได้พากันคลั่งตาย

  สวัสดีครับคุณฉัตร

  พี่ปรินทรเดินเข้าไปหาชายคนหนึ่งที่ยังดูแข็งแรงกำยำพร้อมกับทักทาย ชายคนนั้นหันมาหาแล้วยิ้มรับพี่ปรินทร ผมยอมรับเลยว่าเขาเป็นคนที่ดูดีมากๆ ดูน่าหลงใหลแบบผู้ใหญ่ๆ ข้างกายของเขามีใครคนหนึ่งยืนคล้องแขนอยู่ หน้าตาสะสวย ซอยผมสั้น ผิวดูเต่งตึงเป็นประกาย ใส่ชุดราตรีเกลียวคลื่นสีน้ำทะเล แต่สังหรณ์ของผมกลับบอกว่า เขาคนที่เกาะแขนอยู่นั้นไม่ใช่ผู้หญิงแน่นอน!

  สวัสดี เป็นยังไงบ้าง

  “สบายดีครับ พิม สวัสดีคุณฉัตรสิ เขาเป็นคนที่ฉันบอกก่อนหน้านี้ไง

  หา!!! นี่เหรอมาเฟียอาวุโส หน้าตายังดูดีอยู่เลยอ่ะ ถ้าขอลองนับรอยตีนกาผมว่าคงนับได้ไม่เกินสิบ แต่ก็ไม่น่าแปลกหรอก ขนาดพ่อผมยังไม่ค่อยมีเลย สมัยนี้ทั้งครีมทั้งยาทางการแพทย์มันเยอะ จากคนหน้าสี่สิบกว่าๆ ลดเหลือสามสิบยังได้เลย =_=

  “สวัสดีครับ

  “สวัสดีคุณฉัตรตอบรับผม

  “อ๊ะ คุณฉัตร เด็กคนนี้เป็นผู้ชายนี่ หน้าตาสวยยิ่งกว่าผู้หญิงอีก

  เสียงหวานๆ ที่เกาะแขนคุณฉัตรอยู่ร้องออกมาเมื่อเขาเห็นหน้าผม

  คะ...ครับ คุณเองก็เป็นผู้ชาย...

  “ใช่ ฉันเป็นผู้ชาย ชื่อกรีนเป็นภรรยาคุณฉัตรน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ สงสัยเราจะมีเรด้าเหมือนกันถึงดูกันออก

  ยินดีที่ได้รู้จักครับ

  ผมว่าแล้วไงว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย สังหรณ์ของผมมันไม่ผิดเลยจริงๆ แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับผมนะ

  จะว่าไปเธอคือคนที่ถูกพวกมาเฟียแก๊งอื่นๆ ตามล่าใช่มั้ย ฉันจำหน้าได้ แล้วไปไงมาไงถึงมาอยู่กับปรินทรได้ล่ะ

  “อะ...เอ่อ คือพี่ปรินทรช่วยผมเอาไว้น่ะครับ ตอนนี้ก็เลยได้พี่ปรินทรช่วยดูแลความปลอดภัยให้

  คุณกรีนนี่เป็นกันเองจริงๆ แฮะ เจอหน้ากันครั้งแรกก็คุยจ้อเลย แต่เขาดูเป็นคนดีจัง แถมยังสวยอีกด้วย

  “ไปคุยกับฉันก่อนแล้วกัน คงมีหลายๆ เรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังใช่มั้ย กรีน เธอช่วยพาพิมไปหาอะไรทานก่อนนะ เดี๋ยวพวกเราตามไป

  “ครับ

  ผมมองหน้าพี่ปรินทรซึ่งเขาก็พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ฝ่ามือใหญ่ลูบแก้มของผมอย่างแผ่วเบาซึ่งมันทำให้ผมผ่อนคลายทุกครั้ง

  คุณกรีน ผมฝากพิมด้วยนะครับ พิมยังเดินบนส้นสูงไม่ค่อยถนัด

  “ไม่เป็นไร มาเกาะแขนฉันเอาไว้สิ

  “ครับ

  ผมเอื้อมมือไปเกาะแขนคุณกรีนก็พบว่ามันนุ่มลื่นมาก ผิวดีอย่างที่คิด กลิ่นตัวก็ห้อมหอม หุ่นก็สวย แถมนิสัยยังดีอีก แบบนี้คุณฉัตรคงจะหวงมากแน่ๆ

  คุณกรีนพาผมเดินลึกเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนจะเห็นงานที่คล้ายปาร์ตี้ริมขอบสระขนาดใหญ่ ผู้คนต่างพากันเดินพลุกพล่าน ผมเดินเกาะแขนคุณกรีนมาเรื่อยจนถึงโซนอาหาร ตลอดที่เดินมาผมก็ลองเกาะลองปล่อยแขนคุณกรีนดูบ้างก็เริ่มที่จะชินมาบ้างแล้ว แต่ที่ต้องเกาะเอาไว้ก่อนเพราะในนี้มีแต่พวกมาเฟียน่ะสิ แถมยังจ้องมาที่ผมเหมือนไม่เชื่อสายตาว่าผมจะมาปรากฏอยู่ที่นี่

  ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ ถ้าเธออยู่กับฉันคนพวกนั้นก็ต้องมีเกรงใจบ้างแหละคุณกรีนพูดอย่างให้กำลังใจ

  ครับ ความจริงผมก็ไม่ค่อยกลัวหรอก แต่เหมือนผมกำลังตื่นเต้นน่ะครับ

  “เธอนี่เหมือนฉันเมื่อก่อนจริงๆ แต่ก็นะ เพราะอย่างนี้คุณฉัตรถึงได้ตกหลุมรักฉัน เชื่อมั้ยว่าเขาขอฉันแต่งงาน แถมยังบินไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ เมื่อห้าปีก่อนฉันก็รับเลี้ยงเด็กมาคนหนึ่ง ชื่อน้องพลู ตอนนี้ก็เท่ากับว่าฉันเป็นแม่ ส่วนคุณฉัตรก็เป็นพ่อ มันมีความสุขจริงๆ นะ

  คุณกรีนพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ จนผมยังอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ เขาคงจะรักคุณฉัตรมากจริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะทำงานอยู่ในวงการนี้แต่คุณกรีนก็ยังยืนยันที่จะยืนเคียงข้างเขาสินะ

  แล้วลูกของคุณอยู่ไหนล่ะครับ

  “วันนี้ฉันฝากแม่เลี้ยงน่ะ เพราะวันนี้มีงานวันเกิดคุณฉัตร ฉันไม่อยากให้เขาตกใจที่เห็นคนมากมาย เขาเพิ่งจะห้าขวบครึ่งเอง แต่หลังจากจบงานเราถึงจะไปรับน้องพิมแล้วมาฉลองกันสามคน

  “ถึงว่าล่ะครับ งานจัดตั้งแต่สี่โมงเย็นเชียว

  ดูเป็นครอบครัวอบอุ่นจัง

  เอาล่ะ อยากกินอะไรก็ตักเลยนะ ฉันขอไปตักสลัดก่อนแป๊บหนึ่ง

  “ครับ

  คุณกรีนเดินไปที่หัวโต๊ะไม่ไกลจากผมเท่าไหร่ ผมเลยหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้า แล้วหยิบขนมคัพเค้กสีชมพูขึ้นมาชิมเป็นอย่างแรก

  อร่อยจัง! แป้งขนมผสมช็อกโกแลตด้วย ของโปรดเลยนะเนี่ย >_<

  โอ๊ะ! อันนั้นก็น่ากิน อันนี้ก็น่าทาน มีแต่ของที่ชวนให้น้ำลายไหลทั้งนั้นเลย ไปตักสปาเก็ตตี้มากินดีกว่า  ชักจะหิวซะแล้วสิ คัพเค้กแค่นี้ไม่พอให้อิ่มหร้อกกกกกก~

  ผมพยายามเกร็งเท้าแล้วออกไปเดินไปทางอาหารที่หมายตาเอาไว้จนในที่สุดก็มาถึงถาดอาหารของมัน ไม่รอช้าผมก็รีบหยิบจานพลาสติกขึ้นมาแล้วใช้ที่คีบตักเส้นสปาเก็ตตี้ใส่จาน

  “ไม่คิดเลยว่าจะได้มาพบดอกไม้สวรรค์ที่นี่

  ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายผม ซึ่งผมก็รู้แล้วล่ะว่าคงไม่พ้นพวกที่มันไล่ล่าผมอยู่ แต่เพราะว่าตอนนี้ผมยืนอยู่ในบ้านของมาเฟียอาวุโส เลยไม่มีใครกล้าทำอะไรกระโตกกระตาก

  ขอโทษทีนะ แต่ผมไม่รู้จักคุณ

  ผมวางจานสปาเก็ตตี้ลงแล้วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา หมดอารมณ์ที่จะเลือกทานอาหารใดๆ ไว้ค่อยมาเลือกกับพี่ปรินทรก็ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่อยากใช้อากาศหายใจร่วมกับชายคนนี้เอาซะเลย

  แต่ฉันรู้จักเธอนะ

  แหงล่ะ ไล่ตามเป็นฝูงซะขนาดนั้นนี่

  มีแค่นี้ที่จะพูดใช่มั้ย ถ้างั้นผมก็ขอตัว

  ผมหมุนตัวกลับจะเดินไปหาคุณกรีนที่ยืนอยู่ไม่ไกล ดูเหมือนว่าเขากำลังมีความสุขกับการกินจนลืมผมไปซะสนิทเลย

  แต่เพียงไม่กี่ก้าวเท้านั้นผมก็รู้สึกถึงแรงเหยียบที่ชายกระโปรงทำให้ร่างของผมแทบจะล้มลงไปกองกับพื้นแต่ก็ถูกมือของชายคนนั้นกอดเข้าที่ด้านหลัง

  อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกให้ได้รู้ไว้ ว่าพวกเราทุกคนที่ล่าตัวเธอรู้ดีว่าเธอยังไม่ได้เสียเวอร์จิ้นให้ไอ้ปรินทรมัน ฉันเดาถูกใช่มั้ย

  “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

  “แต่ตัวเธอนี่มันยั่วยวนดีจริงๆ

  ผมอยากจะบ้า มันกอดไม่พอยังถือโอกาสมาลูบต้นขาด้านในของผมอีก คุณกรีนที่เพิ่งหันมาเจอรีบทำท่าว่าจะเข้ามาช่วย แต่ก็ช้ากว่าคนๆ นั้นเพียงก้าวเดียว

  “ปล่อยคนของฉันมาซะ ก่อนที่ฉันจะไม่เอาแกไว้

  “พี่ปรินทร!”

  ปึ้ก!

  “โอ๊ย!”

  ส้นสูงที่แหลมปี๊ดของผมกระแทกเข้าที่เท้าของชายคนนั้นอย่างแรงจนมันร้องโอดโอยปล่อยผมทันที ผมรีบเดินเข้าไปเกาะเอวแกร่งที่กำลังมีสีหน้าเย็นชามองชายคนนั้นด้วยแววตาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่พอใจเอามากๆ

  ร้ายนักนะ!” ชายคนนั้นมองมาที่ผมด้วยความแค้น

  “ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่อยากจะทำให้งานเสีย รีบออกไปให้ไกลจากสายตาฉันซะ

  เสียงเย็นยะเยือกเปล่งออกมาทำให้ผมรู้สึกเลยว่าเขาไม่พอใจแบบสุดๆ

  คิดว่าฉันกลัวแกหรือไง

  “ท่าทางแกคงจะไม่รู้สินะว่าฉันเป็นใคร หึ ฉันจำได้แล้ว แกคือลูกชายของคนที่มันมาลอบกัดฉันนี่ นี่พ่อแกไม่ได้บอกเหรอว่าฉันเป็นคนที่ไปถล่มพ่อแกจนย่อยยับน่ะ แต่ก็ยังอุตส่าห์ฟื้นตัวมาได้อีกนะ

  “เป็นแกเองเหรอ!”

  “ไปซะ! อย่าให้ฉันพูดเป็นครั้งที่สอง

  “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ฉันต้องมาเอาคืนแน่ๆ!”

  ชายคนนั้นเดินออกไปอย่างหัวเสีย คุณกรีนที่ดูเหมือนจะแอบรู้สึกผิดเล็กๆ ยืนเกาะแขนคุณฉัตรด้วยสีหน้ากังวล ผมก็เลยพูดบอกเขาไร้เสียงโดยให้เขาอ่านปากผมว่า ไม่เป็นไรครับเพียงแค่นั้นคุณกรีนก็ยิ้มบางๆ ให้ผมเหมือนโล่งอก

  เราไปนั่งโต๊ะกันก่อนดีกว่ากรีน

  “ครับ

  ทั้งสองคนเดินออกไปเหลือเพียงแค่ผมกับเขา แต่แล้วเขาก็พาผมออกเดินมาที่สวนแห่งหนึ่งซึ่งมันก็ไม่ไกลจากงานเลี้ยงเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีใครผ่านมาแถวนี้ เขาพาผมมาหยุดที่ใต้ไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ผมเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าที่ดูเหมือนว่าอารมณ์เขาจะยังไม่ดีเท่าที่ควร

  พี่ปรินทร

  ผมใช้สองมือประคองใบหน้าคมคายแล้วลูบเบาๆ เพื่อให้เขาผ่อนคลาย และก็ดูเหมือนว่าจะได้ผลนิดหน่อย เพราะเขายังตอบรับผมอยู่

  พิม

  “ครับ

  “มันได้ทำอะไรนอกจากกอดอีกหรือเปล่า

  สายตาที่ต้องการจะเอาคำตอบและดูจริงจังทำให้ผมไม่กล้าที่จะโกหกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่ามันทำอะไรเอาไว้

  มัน...ลูบต้นขาด้านในพิม อ๊ะ!”

  ร่างกายของผมถูกจับให้หันหลังแล้วถูกสวมกอดจากคนร่างแกร่งที่ยืนพิงต้นไม้ ลมหายใจร้อนๆ ลดรินอยู่ที่ตรงท้ายทอยทำให้ผมรู้สึกเสียวแปลกๆ เพราะผมปลอมที่ถูกแทรกมาไว้ข้างหน้าเลยทำให้ไม่มีอะไรปกปิดที่ท้ายทอย  ตรงนั้นเป็นจุดอ่อนของผมเลยนะ

  เวลามันกอดรู้สึกรังเกียจหรือเปล่า

  “ครับแน่นอนว่าผมขยะแขยงที่สุด

  แล้วฉันล่ะ ถูกฉันกอดรู้สึกรังเกียจบ้างมั้ย

  รังเกียจงั้นเหรอ คำๆ นั้นไม่ได้อยู่ในหัวสมองของผมเลยแม้แต่นาทีเดียว ผมชอบสัมผัสของเขาจะตาย เพราะว่ามันอบอุ่นแล้วก็อ่อนโยน ที่เขาทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเขาอยากลบสัมผัสนั้นออกไปจากผมให้หมด

  “ไม่ครับ พิมไม่ได้รังเกียจพี่ปรินทร

  แล้วที่มันจับต้นขาเธอล่ะ รู้สึกยังไงพิม

  “พิมขยะแขยง พิมอยากลบมันออก

  แค่นึกถึงสัมผัสนั้นผมก็แทบคลื่นไส้ ไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด

  “ถ้าฉันอยากจะเป็นคนลบมันออกเองเธอจะเกลียดฉันหรือเปล่าพิม

  “พะ...พี่ปรินทร

  หน้าผมแดงขึ้นมาถึงใบหู บวกกับลมหายใจร้อนๆ ที่รดต้นคอตลอดเวลาทำให้ผมแทบคุมสติไม่อยู่

  อื้อ!”

  ฝ่ามือร้อนๆ ลูบจากเอวผมลงไปก่อนจะหยุดอยู่ที่ต้นขาของผมที่มีกระโปรงด้านหน้าสั้นแค่คืบเพราะด้านหลังเป็นผ้าพลิ้วยาวลากพื้น

  พิม รังเกียจหรือเปล่า

  เสียงทุ้มๆ ที่ดังอยู่ข้างหูทำให้สติผมเตลิด ผมพยายามใช้ความรู้สึกของตัวเองเพื่อพิสูจน์ดู และผมก็ได้รู้ว่าผมไม่ได้รังเกียจสัมผัสของเขา

  มือเล็กๆ ของผมยกขึ้นไปจับบ่าแกร่งที่ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง ส่วนอีกข้างผมเอาไปแตะที่ต้นแขนของเขาไว้

  พิม...ไม่ได้รังเกียจพี่ปรินทร

  “งั้นฉันขอลบมันออกเดี๋ยวนี้ล่ะกัน

  “อ๊ะ!”

  ผมที่ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกฝ่ามือนั่นเลื่อนเข้ามาลูบที่ต้นขาด้านใน แต่ละปลายนิ้วที่สัมผัสทำให้หัวใจผมเต้นดังอยู่ข้างในอก รู้สึกเสียววูบๆ ในจุดที่เขาใช้มือวนไปมา มือทั้งสองข้างของเขาค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนขาผมสั่น ยิ่งเขาขึ้นสูงมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกเสียวจนบอกไม่ถูก

  “พี่ปรินทร พิม...อ๊ะ

  ผมสะดุ้งเมื่อฝ่ามือของเขาไปสัมผัสโดนตรงจุดๆ นั้น แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ร่างกายของผมสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยอมรับว่ามันรู้สึกดี แถมยังทำให้หัวสมองของผมขาวโพลนไปหมด

  อื้อ

  “พิม

  ริมฝีปากที่กระซิบอยู่ข้างๆ หู สัมผัสที่ลูบวนไปมาจนผมสยิวหายใจหอบเหนื่อย ทุกอย่างที่เขาทำกับผมมันเหมือนมีประกายไฟอะไรบางอย่าง ไม่นานนักเขาก็เลื่อนขึ้นมากอดผมเหมือนเดิมพร้อมกับจับผมให้หันไปสบตากับดวงตาคมกริบนั่น ใบหน้าของเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งริมฝีปากนั้นประกบเข้ากับริมฝีปากของผม ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพลงปากเหมือนกำลังชิมขนมหวาน ผมพยายามเกาะบ่าเพื่อประคองร่างกายตัวเอง เขากอดเอวผมแน่น จากจูบที่ละเอียดอย่างช้าๆ กลายเป็นจูบร้อนแรงตักตวงความหวานจนเกิดเสียง ยิ่งจูบกันนานเท่าไหร่ร่างกายของผมมันก็ร้อนมากขึ้นเท่านั้น ผมเริ่มประท้วงในลำคอเบาๆ เพราะเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ

  แฮ่กๆ

  เขาผละจูบออกไปให้ผมได้หายใจ นิ้วมือเกลี่ยไปตามไรผมที่ชุ่มด้วยเหงื่อ ริมฝีปากร้อนๆ ทาบทับมาบนดวงตาทั้งสองข้าง แล้วจรดลงตรงกลางหน้าผาก

  อย่าเกลียดฉันเลยนะ

  เสียงที่คุ้นเคยที่อยู่เหนือหัวของผมพูดขึ้น ผมซบหน้าลงกับอกแกร่งนั่นแล้วกอดเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะพูดตามความรู้สึกของผมในตอนนี้

  พิมไม่ได้เกลียดพี่ปรินทรเลย พิมไม่ได้เกลียดแม้แต่นิดเดียวจริงๆ ครับ

  “พิม

  ท่อนแขนแข็งแกร่งโอบกอดรอบเอวของผมแน่นขึ้น ผมใช้มือข้างหนึ่งลูบไปที่คางสากของเขา ก่อนที่จะเขย่งขึ้นไปจูบปลายคางนั่นเบาๆ แล้วกลับไปซุกหน้าที่แผงอกนั่นอีกครั้ง

 

 บางทีหลังจากนี้ผมควรที่จะต้องพิจารณาหัวใจตัวเองดูจริงๆ ซะแล้ว ว่าสำหรับคนๆ นี้ ผมรู้สึกยังไงกันแน่

 

 

 

*****************************************

เอาล่ะสิ! น้องพิมของเราเกิดสับสนกับตัวเองขึ้นมาแล้ว

อ๊ายยยยยยยย!!! >_< 

อกอีแม่จะแตก หลงคารมณ์ใครไม่หลง 

มาหลงคุณปรินทรของเหล่าแม่ยกซะนี่ แหม~ รีบคิดให้ได้ไวๆ นะจ๊ะ 

เหล่าแม่ยกเชียร์หนูอยู่ลูก T^T //

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}