อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

[ Episode 26 ] : คนคุก 100%

ชื่อตอน : [ Episode 26 ] : คนคุก 100%

คำค้น : the mission sniper 26

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 601

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2562 21:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 26 ] : คนคุก 100%
แบบอักษร

บทที่ 26

คนคุก

 

 

ภายในเดือนหน้าจะมีการย้ายตัวนักโทษชาย ไปอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักข่าวกรองกลาง มันอาจจะฟังดูเป็นข่าวร้ายหากแต่มองกลับกัน นี่แหละคือโอกาสหลบหนี คนหัวหมอแบบอีธานคงรอใช้จังหวะนี้ช่วยเหลือเขาอยู่เหมือนกัน แน่นอนว่าขั้นตอนการส่งตัวนักโทษการคุ้มกันต่างๆนานาจะหละหลวมกว่าเดิมหลายเท่า และถ้าเป็นการขนย้ายทางอากาศยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามันมีช่องโหว่มากขนาดไหน

ตอนนี้เรื่องที่เขาถูกคุมตัวคงจะแดงถึงหูอีธานเรียบร้อยแล้ว ร้อยทั้งร้อยอีกฝ่ายต้องหงุดหงิดเพราะเขาไม่ระวังตัวบวกกับออกไปข้างนอกแล้วไม่ปริปากบอกแน่ๆ

คิดแล้วก็นึกขำ....

คืนแรกในเรือนจำผ่านไปได้อย่างไม่ค่อยราบรื่นนัก ระหว่างที่ข่มตานอนก็จะมีเสียงนักโทษจากห้องขังฝั่งตรงข้ามบางห้องร้องโห่แซวให้มองมาที่ตนเพื่อเรียกร้องความสนใจบ้าง วางมาดทำตัวกร่างต้อนรับน้องใหม่บ้าง แต่ที่แย่ที่สุดคืออะไรรู้มั้ย? ในห้องขังดันมีส้วมขนาดย่อมอยู่และกลิ่นของมันก็แย่มาก!

โอ้ พระเจ้า! ให้ตายเถอะ!

พอถึงรุ่งสางจะมีเสียงเคาะกรงจากด้านนอกให้พวกนักโทษแหกขี้ตาตื่นขึ้นมายืนเรียงแถวหน้ากระดานกันหน้าห้องขัง จากนั้นผู้คุมก็ทำหน้าที่นับจำนวนเช็คยอดรายวัน ถ้ามีห้องไหนที่คนไม่ยอมออกมาหรือมัวแต่อุดอู้อยู่ข้างใน มันก็จะรุมกระทืบและส่งตัวไปโรงบาลใกล้ๆนี่

ระหว่างช่วงเช้าและพักกลางวัน นักโทษทั้งหมดถูกส่งตัวไปทำงานต่างๆนานา พวกที่ความประพฤติดีหน่อยจะได้ทำงานเบาๆไม่ต้องใช้แรงกายใช้แค่แรงใจ ส่วนเขากับเพื่อนร่วมชะตากรรมห้องเดียวกันคงหนีไม่พ้นการออกมาใช้แรงงานด้านนอก แสงแดดที่สาดส่องลงมาราวกับจงใจเป็นอุปสรรคในการทำงานอย่างไม่เกรงนั่นทำเอาเหงื่อไหลแตกพลั่ก มิหนำซ้ำยังมีพวกเจ้าถิ่นตามมารังควานหาเรื่องเขาอีก พวกนั้นเรียกตัวเองว่า

'DEAD'

แม็กบอกเขาว่าถ้ายังไม่อยากนอนหยอดข้าวต้มในโรงบาลต้องพยายามอยู่ให้ห่างจากคนกลุ่มนี้ไว้ ไม่ใช่แค่ขึ้นชื่อเรื่องการหาเรื่องเด็กใหม่ แต่ยังเป็นพวกชอบรุมข่มขืนคนในคุกมานักต่อนักแล้ว คิดแล้วก็เสียวสันหลังขึ้นมาแปลกๆ

"ถ้าแกโดนหมายหัว ตัวฉันเองก็ขอบายล่ะวะ ไม่อยากโดนลูกหลง" เพื่อนนักโทษส่ายหน้าแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่ารังเกียจพวกเดด แต่น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของมันนี่ทำเอาเขาหมั่นไส้ขึ้นมากลายๆ

ใครมันจะเอาลงวะถามจริงเถอะ ลีโอได้แต่คิดพร้อมมองดูใบหน้าโหดๆกับร่างกายกำยำบึกบึนของอีกฝ่ายไปพลาง

เสียงออดดังลั่นหมดเวลาการทำงานดังขึ้น เขาย้ายตัวเข้าไปในโรงอาหาร มือถือถาดเดินตามแม็กต้อยๆส่วนคนชื่อเปา...รายนั้นชอบมาๆหายๆ ทำตัวลับๆล่อๆดูน่าสงสัยจนเขาหายสงสัยแล้วล่ะ

มันเป็นเรื่องปกติที่นักโทษบางคนจะสติไม่สมประกอบ

"เด็กใหม่ว่ะเฮ้ยย!"

"ไงจ้ะ น้องหนู!!" พวกมันทำเสียงดังโห่แซวในขณะที่เขาหย่อนตัวลงนั่งตรงโต๊ะข้างแม็ก เจ้าของเรือนผมสีอ่อนตักมันบดเข้าปากอย่างไม่สนใจเสียงรอบข้าง คิดซะว่ามันเป็นเพียงเสียงนกเสียงกา ทนอยู่ที่นี่อีกแค่เดือนเดียวเดี๋ยวก็ได้ย้ายออกแล้ว

เขาพอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าใครที่หน้าพอใช้ได้หรือหน้าตาดีจะถูกเล็งให้เป็นเหยื่อระบายความใคร่

แต่เหยื่อที่ว่ามันต้องไม่มีวันเป็นเขา

"ไรวะ! หน้าตาดีแล้วหยิ่งฉิบหาย?!" นักโทษโต๊ะข้างๆลุกขึ้นตบโต๊ะดังปังจนลีโอต้องละออกจากอาหารด้านหน้า นัยน์ตาสีน้ำทะเลฉายแววรำคาญออกมาอย่างชัดเจน

จะว่าไป....ชักจะเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาแล้วสิ

"หึๆ ดุไม่ใช่เล่นนะน้องหนู" รอบนี้ไม่ว่าเปล่า ถึงขั้นถือดีเดินมายืนข้างโต๊ะ ใช้นิ้วเขี่ยปอยผมเขาอย่างหยอกล้อ ทว่าคนโดนแกล้งกลับไม่เล่นด้วย เขาปัดมือกร้านนั่นออกเตรียมจะลุกขึ้นประจันหน้ากับมัน แต่แม็กดันชิงลุกตัดหน้าก่อนและเอาแขนรั้งตัวเขาไว้

ลีโอเชียร์มวยคู่นี้ในใจ ซัดมันให้หมอบเลยแม็ก อย่าไปหย็อง!

คนหาเรื่องชะงักงันเล็กน้อยเมื่อเจอคู่ต่อสู้ตัวใหญ่กว่า เสียงกองเชียร์ดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆเริ่มมีนักโทษบางกลุ่มที่ตั้งโต๊ะพนันใครแพ้ใครชนะ

"ฉันลงบุหรี่หกตัว พี่เบิ้มชนะชัวร์ๆ"

"สิบตัว พี่เบิ้มอีกเสียง"

"เห้ยยย ไม่เอาน่า ฉันว่าไอ้เรดชนะ"

"สองตัว พี่เบิ้มว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ"

"ฉันว่าไม่ เด็กใหม่จะลงมวยแทน" ในขณะที่กำลังนั่งตักมันบดเข้าปากรอเชียร์มวยยกนี้ไปพลางก็ดันมีประโยคหนึ่งดันลอยมาเข้าหู ลีโอหันไปมองตามเสียงพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เรือนผมสีดำขลับดุจปีกกา โครงหน้าคลับคล้ายคลับคาเหมือนคนที่เขาคุ้นเคยดีจะต่างก็เพียงสีตาที่เป็นน้ำตาลเข้ม ดูจากพวกลูกน้องที่นั่งรายล้อมแล้ว อีกฝ่ายน่าจะเป็นหัวโจกและอยู่ในคุกนี้มานานพอสมควร

"เด็กใหม่เนี่ยนะอีวาน?!"

"หน้าแบบมันจะไปสู้อะไรได้"

"นั่นสิๆๆ" นักโทษที่รายล้อมอีวานพูดออกมาเป็นเสียงเดียว

ไอ้พวกเวรนี่.....

"สองซอง ลงเด็กใหม่" หมอนั่นพูดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมวางซองบุหรี่สองซองไว้บนโต๊ะ ทำเอาคนอื่นหัวเราะชอบใจกันใหญ่ "อย่าหาว่าโกงแล้วกันนะ" ชายหนุ่มทำเพียงหัวเราะเสียงต่ำเท่านั้น

ลีโอลอบยิ้มมุมปาก

'ขอโทษนะ แต่มวยยกนี้ขอไม่ยุ่ง'

เขายันโต๊ะลุกขึ้นเตรียมเดินออกไปจากตรงนั้น แต่ดันมีคนของเดดมาดักหน้าไว้ "จะไปไหน? อยู่ดูมวยกับพวกเราก่อนสิ"

"ถ้าแม็กมันแพ้เมื่อไหร่แกไม่รอดแน่ไอ้หน้าอ่อน" พวกมันพูดพร้อมโชว์รอยยิ้มชวนน่าสะอิดสะเอียน

ลีโอทอดถอนใจ

เขาหันมองเพื่อนร่วมห้องอีกรอบ เอื้อมมือไปแตะไหล่อีกฝ่ายเบาๆ แม็กหันมา "ถอยไป มวยยกนี้ฉันลงเอง" มันพยักหน้าหงึกๆเป็นอันเข้าใจ แต่ใครจะหารู้ไม่ว่าพี่เบิ้มของเราเป็นพวกยักษ์ใหญ่แต่ใจปลาซิว ถ้าให้ขึ้นสังเวียนจริงๆล่ะก็ งานนี้มีหวังพี่แกช็อคตายตั้งแต่ยังไม่เริ่มต่อย

"น้องหนูคิดจะจัดพี่งั้นเหรอ อุวะฮ่าๆๆๆ! อั่กก?!!" หมัดแรกซัดเข้าไปที่คางของคู่ต่อสู้ มันหงายหน้าและเสียการทรงตัวชั่วขณะ เขาไม่รอช้าย่อตัวลงเตะตัดขาให้ล้มลงนอนก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นไปคร่อม

"กัดฟันแน่นๆซะนะไอ้เวร" หมัดที่ฮุคออกไปคราวนี้ตรงเข้าสู่ขมับเป็นจุดตายของร่างกายอย่างไม่ปราณี มันสลบเหมือดไม่มีโอกาสได้ตอบโต้

ลีโอหยัดกายลุกขึ้นไม่ทันไรก็มีแรงกระชากคอเสื้อจากด้านหลัง เขาโดนเหวี่ยงให้ล้มลง ในขณะที่เสียงเชียร์ของนักโทษยังดังขึ้นต่อเนื่อง คนกลุ่มเดดวิ่งเข้ามาหมายจะกระทืบให้แหลกคาเท้า มือปืนหนุ่มรุดตัวขึ้นรับฝ่าเท้าก่อนจะเหวี่ยงศอกเข้าที่หัวเข่าจนได้ยินเสียงข้อต่อหลุด

"อ๊ากกกกก เข่าฉัน!" มันล้มลงนอนดิ้นทุรนทุราย บริเวณหัวเข่าผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด

"ฉันต่อเอง" หนึ่งในกลุ่มเดดเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าทะมึน ตัวของมันจัดว่าใหญ่กว่าเขามากโขแต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาอะไร

ไม่ทันได้พูดพร่ำทำเพลงมันก็พุ่งเข้ามาปล่อยหมัดใส่ ลีโอเบี่ยงตัวหลบและฮุคหมัดสวนกลับแต่มันกลับรับหมัดเขาไว้ได้พร้อมออกแรงบิด ไวเท่าความคิดชายหนุ่มชักมือกลับพร้อมหมุนตัวประเคนศอกใส่คอหอยของอีกฝ่าย มันไอออกมาอย่างรุนแรง เรนเดลไม่ปล่อยให้โอกาสของตนหลุดมือรีบเตะอัดเข้าที่กลางกระหม่อมแต่กลับแรงไม่พอให้คู่ต่อสู้สลบ

พอมันเริ่มทรงตัวได้ก็หันไปยกเก้าอี้แถวนั้นเป็นอาวุธ มันฟาดฟันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ลีโอหลบทุกการเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว เขาใช้จังหวะที่มันทุ่มเก้าอี้ลงหยิบถาดอาหารบนโต๊ะเหวี่ยงใส่หน้ามันเพื่อตัดความสามารถในการมองเห็น จากนั้นก็พุ่งเข้าไปจับศีรษะคู่ต่อสู้ด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกระชากลงมารับหัวเข่าที่สวนขึ้นบดขยี้ใบหน้าทุกอณู

จุดตายที่สอง...เนซิออน รอยต่อระหว่างหน้าผากและจมูก หรือจุดที่เป็นศูนย์รวมของเส้นประสาท โดนเข้าไปจังๆขนาดนั้นไม่ตายก็...ตายอยู่ดี

พวกเดดมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่กล้าเสนอหน้าเข้ามาอีก เสียงกองเชียร์เงียบลงกะทันหันก่อนจะมีหนึ่งในนั้นตะโกนขึ้น "เด็กใหม่แม่งเจ๋งว่ะ!!" ทุกคนพร้อมใจกันเฮขึ้นอีกรอบ

"พวกแกพนันแพ้แล้ว หึ" อีวานพูดพร้อมโกยบุหรี่เข้าหาตัว เสียงหัวเราะครื้นเครงดังได้แค่ครู่เดียวก่อนจะมีคนโดนอัดเพิ่มโดยผู้คุมที่เดินเข้ามาด้านใน

"เสียงดังเอะอะอะไรกัน!!" นักโทษต่างคนต่างเงียบปากลงกะทันหัน เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ถือกระบองฝ่าฝูงชนเข้ามายังจุดตรงกลาง นัยน์ตาสีน้ำทะเลสบเข้ากับผู้คุมพอดี

อ่า.....ซวยอีกแล้วไง

"ลากไอ้พวกนี้ออกไป ส่วนแก...ลีโอ เรนเดล" ผู้คุมสั่งให้พวกนักโทษช่วยกันลากตัวเหยื่อทั้งสามที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางฝูงชนก่อนจะหันมาพูดชื่อเขา

"ขังเดี่ยวห้าวัน"

 

 

---- 50% ----

 

 

คำตัดสินของเจ้าพนักงานคือคำขาด ไอ้ครั้นได้ยินทีแรกก็ดีใจอยู่หรอกที่จะได้แยกมาอยู่คุกเดี่ยว แต่พอเห็นสภาพห้องแล้ว เขาก็แทบจะเข่าทรุดอยู่ตรงนั้น

นี่มันห้องขังหรือรูหนู?!

ห้องขังขนาดเล็กสำหรับนักโทษที่กระทำผิด ภายในไม่มีแม้แต่ที่นอน บนพื้นเป็นแค่ปูนแข็งๆติดกับส้วมข้างๆ กลิ่นไม่ได้แย่อย่างที่คิด แต่ติดตรงที่ว่า ห้องขังเดี่ยวคือห้องมืด นักโทษที่ถูกส่งตัวมาขังจะไม่สามารถเห็นเดือนเห็นตะวันจากภายนอกและจะได้เห็นแสงเป็นครั้งคราวก็ต่อเมื่อมีคนนำอาหารมาให้เท่านั้น

ห้องดำส่วนมากมีไว้สำหรับขังนักโทษเพื่อให้สำนึกความผิดกับสิ่งที่ตัวเองก่อ จนแล้วจนรอดชายหนุ่มเองก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนทำมันผิดตรงไหน กะอีแค่ชกต่อยเพื่อป้องกันตัวต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?

ร่างสูงค่อยๆพลิกตัวเปลี่ยนท่าเป็นนอนตะแคงแทน พื้นที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้ขยับตัวไปมาได้อย่างยากลำบาก เผลอๆตอนตกดึกถึงขั้นเป็นตะคริวก็มี เขาขอตั้งชื่อห้องขังนี้ว่า 'รูหนูแสนสุข' ละกัน เหอะๆ

ระยะเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องดำแค่ห้าวัน ทว่ามันกลับยาวนานเหมือนห้าปี ซึ่งแน่นอนว่าถ้าออกไปได้เมื่อไหร่ เขาจะไม่ขอมาเหยียบที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง

ลีโอใช้เล็บขูดกำแพงหินเล่นไปพลางเพื่อฆ่าเวลาก่อนถูกปล่อยตัว ทันทีที่เกิดเสียงก๊อกแก๊กดังขึ้นด้านนอกเขาก็หยุดการกระทำทุกสิ่งอย่าง พลันปรับท่านั่งให้ดูเรียบร้อยก่อนประตูจะถูกเปิดออกโดยผู้คุมคนเดิม "ครบห้าวันแล้ว แกออกมาได้" คนถูกสั่งลุกขึ้นและเดินตามเจ้าหน้าที่ต้อยๆ

"ไงพวก" แม็กเอ่ยทักทายในระหว่างที่ลีโอเดินกลับเข้ามาภายในห้องขัง สีหน้าเจ้าตัวดูดีใจขึ้นมานิดหน่อย ถ้าพูดได้ว่า 'ยินดีต้อนรับกลับบ้านอันแสนสุข' แล้วไม่กระดากปาก คนหน้าบากคงพูดออกมานานแล้ว "เปิดประสบการณ์ครั้งแรกในนั้นเป็นไงมั่ง" พอได้เปิดปากอีกฝ่ายก็พูดไม่หยุด แม็กถามเซ้าซี้เขาเรื่องห้องมืดจนลามไปถึงฝีมือการต่อสู้ที่ไม่เหมือนคนธรรมดา

"ก็แค่...ทำตามในยูทูป" นั่นคือคำตอบที่เขาเลือกจะให้แม็ก และสิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือเจ้าตัวดันเชื่อสนิทใจ

วันนี้เป็นระยะเวลาครบหนึ่งสัปดาห์แล้วสำหรับการอยู่ที่นี่ พวกเดดไม่กล้ามาตามตอแยเขาอีก ซึ่งนั่นถือว่าดี....ดีมากๆเลยล่ะ

ช่วงเวลาเดิมสถานที่เดิมก่อนพักกลางวันเป็นช่วงเดียวที่รู้สึกเหนื่อยแทบขาดใจ สีผิวของเขาดูคล้ำขึ้นเล็กน้อยหลังจากทำงานกลางแจ้งมาได้อาทิตย์นึง กลิ่นเหงื่อไคลของนักโทษพวกนั้น เขาเองก็เริ่มชินชากับมันแล้วล่ะ "เฮ้ๆ....ลีโอ" เพื่อนนักโทษตัวใหญ่สะกิดสีข้างให้หันมาสนใจ

"ว่า?"

"แกเห็นไอ้หน้าโหดที่เคยลงพนันแกไว้มั้ย"

ลีโอพยักหน้ารับ ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะชื่ออีวาน

"หมอนั่นเป็นมือหนึ่งเรื่องหาของ ขอแค่มีเงินจ่ายมันก็จะสรรหามาให้ทุกอย่างตามต้องการ" แล้วบอกเพื่อ? ใจจริงเขาอยากจะสวนกลับไปแบบนี้มาก แต่ด้วยการที่ต้องรักษามิตรภาพอันดีงามให้แน่นแฟ้นกอปรกับกลัวว่าจะไม่มีเพื่อนคุยแก้เหงา จึงจำเป็นต้องกล่าวขอบคุณแทน

"อืม ขอบใจมาก"

จะว่าไปแล้วในคุกนี้ก็มีข้อดีอยู่อย่างคือ สามารถพกเงินที่ญาติๆนำมาฝากเพื่อจับจ่ายใช้สอยกันในคุกได้ ไม่ว่าจะเป็นของที่ผู้คุมนำมาขายหรือข้าวกลางวันที่สามารถเลือกซื้อกินแทนอาหารฟรีพวกนั้น ขึ้นชื่อว่าของฟรีหน้าตาและรสชาติมันก็เป็นไปตามคุณภาพคำว่าฟรีจริงๆนั่นแหละ

หลังจากผ่านพ้นช่วงทานอาหารกลางวัน พวกผู้คุมจะปล่อยนักโทษให้ทำกิจกรรมกันตามประสาคนคุก ลีโอกวาดสายตามองนักโทษรอบๆที่นั่งจับเป็นกลุ่มกันประปรายก่อนจะบังเอิญสะดุดตาเข้ากับคนที่กำลังตามหาพอดี เขาเดินเข้าไปหาอีวานที่กำลังนั่งคุยโวกับเพื่อนนักโทษข้างๆก่อนจะพูดว่า "คนที่นี่ลือกันว่าแกเก่งเรื่องหาของ" อีวานผงะเล็กน้อยและหันมามองผู้มาเยือนตั้งแต่หัวจรดเท้า

"อยากให้หาอะไรล่ะ" ชายหนุ่มพูดพร้อมเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นเท้าคางมองหน้าเขาแทน "โอ๊ะๆ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าถึงฉันจะเก่งเรื่องนี้แต่ถ้าของที่แกต้องการมันยากเกินความสามารถก็ขอบาย"

"วาสลีน คงไม่ยากเกินความสามารถแก"

อีวานเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย "วาสลีนหรอ? ฉันแนะนำเบบี้ออยล์มากกว่านะ" พอมองดูรอยยิ้มแปลกๆนั่นก็รู้ทันทีว่าหมอนี่มันคิดอะไร ลีโอพรูลมหายใจ....อยากคิดก็เชิญ

เมื่อเห็นว่าเจ้าของเรือนผมสีอ่อนไม่เล่นด้วยก็เปลี่ยนประเด็น "ฉันบวกเพิ่มร้อยละยี่สิบห้าจากราคาเดิม"

ลีโอยักไหล่น้อยๆ

"ไม่มีปัญหา"

"มีอีกเรื่องที่ต้องขอเตือนไว้ ถ้าเกิดวันตรวจห้องแกโดนผู้คุมจับได้ สิ่งที่แกต้องทำคือไม่เอ่ยชื่อฉัน จะโยนความผิดให้ใครมันก็เรื่องของแก แต่ถ้าแกเอ่ยชื่อฉันล่ะก็....เราจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก" ลีโอครางรับเสียงต่ำ พอได้มาเห็นอีวานใกล้ๆแบบนี้เขาก็อดคิดถึงเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันไม่ได้ สองคนนี้หน้าคล้ายกันชะมัด....

การมาอยู่ในคุกนี้มีสิ่งที่ต้องรับรู้ไว้อีกเรื่องนั่นคือ เขาต้องมีเพื่อน ต้องมีกลุ่มอยู่ ซึ่งพอไปลองถามแม็กว่าทำไมทีเจ้าตัวยังอยู่ตัวคนเดียวได้ แม็กทำเพียงส่ายหน้าอย่างเอือมระอา "ดูตัวฉันแล้วดูตัวแก ใครเหมาะจะโดนแกล้งมากกว่ากันล่ะ?" คำถามแทงใจดำทำเขาจุกจนพูดไม่ออก แต่มันก็จริงอย่างที่หมอนี่พูด

ถึงกลุ่มเดดจะไม่กล้ามายุ่งด้วยแล้วแต่มันก็ยังมีกลุ่มอื่นๆที่ยังไม่รู้พิษสงของเขา คนพวกนี้น่ารำคาญยิ่งกว่าแมลงวัน

ในช่วงพักกลางวันของวันที่สิบลีโอตัดสินใจยกถาดอาหารเข้ามานั่งแทรกกลางวงนักโทษที่มีอีวานอยู่เพื่อตัดปัญหาจากแมลงวันพวกนั้น นักโทษที่นั่งรอบอีวานหันมามองเขาเป็นตาเดียวก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ย'ทักทายอย่างเป็นมิตร'

​"เฮ้ย! ไอ้กร๊วก แกอยากมีเรื่องรึไงวะ" คนผมทองลุกขึ้นโวยวายทำตัวกร่างใส่เขา มันพูดจนน้ำลายกระเด็น ถึงกระนั้นก็ยังคงตักอาหารเข้าปากทำเป็นไม่สนใจต่อไป พอมันเริ่มโวยวายหนักเข้าเพื่อนในกลุ่มถึงได้จัดการฉุดให้มันนั่งลงที่เดิม "ใจเย็น นี่เด็กใหม่ที่ฉันเล่าให้แกฟังไงไอ้บิล" เจ้าของชื่อออกอาการอ้ำอึ้งเล็กน้อย ในที่สุดก็ยอมเงียบปาก

"ไงเด็กใหม่ เงินค่าของแกยังค้างฉันอยู่เลยนะ" อีวานเอ่ยทักทายด้วยการทวงเงินเป็นอย่างแรก มารยาทดีจริงๆ คนโดนทวงปั้นหน้านิ่ง วางช้อนลงก่อนจะหันมามองหน้าคนข้างกายอย่างจริงจัง

"นี่ ฉันถามแกหน่อย"

"หือ?"

"แกมีพี่น้องหรือญาติปะวะ" คนถูกถามนิ่งไปสักพัก พอสมองประมวลผลคำถามเสร็จก็ระเบิดหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง

"โอ้ยยย ฮ่าๆๆๆๆ! ให้ตายเถอะเด็กใหม่ นายทำฉันขำแทบขี้เล็ด" อีวานขำพร้อมกับตบหลังเขาดังปักๆ

"อยากรู้ขนาดนั้นเลยเหรอ"

"อืม"

"ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ"

"อะไรล่ะ"

ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงที่ดูยังไงก็ทะลุร้อยแปดสิบเซนติเมตรแน่ๆ อีกฝ่ายกวาดจานอาหารบนโต๊ะออกไปให้พ้นทางก่อนจะฉุดตัวเขาขึ้นมาผลักให้นอนหงายราบกับโต๊ะ มือกร้านซุกซนบีบเค้นต้นขาด้านในของเขา ลีโอสะดุ้งเฮือกเพราะไม่ทันตั้งตัว เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่คราวนี้อีวานกลับกดทับน้ำหนักลงมาพร้อมจับหน้าให้มองมาที่ตนเป็นแกมบังคับ ริมฝีปากแห้งผากกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันแค่สองคน

"เย็นนี้หลังจากอาบน้ำเสร็จ มาหาฉันที่ห้องสองศูนย์เจ็ด โซนซี ชั้นสอง"

อีวานผละตัวออกท่ามกลางสายตามึนงงของกลุ่มนักโทษ เขาเด้งตัวลุกขึ้นยืนทำเหมือนเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งที่ใจจริงอยากจะมุดดินหนีแล้วก็ตาม

คนตัวสูงเดินออกไปพร้อมทิ้งท้ายไว้ "อย่าลืมนะ เรนเดล"

"บัดซบจริงๆ" เจ้าของชื่อสบถออกมาอย่างลืมตัว

ห้องสองศูนย์เจ็ด โซนซี ชั้นสอง....

ลีโอกวาดสายตามองหาห้องเลขดังกล่าวก่อนจะเจอเข้ากับอีวานที่เดินออกมาโบกมือรอเขาพอดี มันเอาแขนกอดคอเขาและพาเดินเข้ามาในห้อง

น่าแปลกที่ห้องของอีวานเป็นห้องเดี่ยว

ภายในมีโปสเตอร์รูปผู้หญิงนุ้งน้อยห่มน้อยอยู่สองสามแผ่น ส่วนกระดาษทิชชู่บนเตียงนั่นเขาก็พอจะเดาออกว่ามีไว้ใช้ทำอะไร

"เอาล่ะ....เข้าเรื่องของเรากันเถอะ" อีวานไม่พูดเปล่าแต่กลับถอดเสื้อออกหน้าตาเฉย มัดกล้ามเนื้อเรียงตัวอย่างสวยงามประจักษ์แก่สายตาคนมอง ลีโอลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ในจังหวะที่อีวานนอนหันหลังให้ เจ้าตัวตบข้างเตียงที่ยังว่างเรียกเขาให้มานั่ง "เร็วๆ อย่าช้า"

♜ THE MISSION SNIPER ♜

"อืมๆ ตรงนั้นแหละ โอ้ยๆๆๆ เบาหน่อย!"

"........"

"ซี๊ดดดดด แรงกว่านี้หน่อยสิ"

"..........."

"อ๊ะๆ! ตรงนั้นๆสุดยอด!"

ชายหนุ่มตวัดสายตามองที่นาฬิกาบนผนัง เมื่อเข็มยาวชี้เลขสิบสองก็ผละมือออกจากแผ่นหลังเปียกชื้นของคนด้านล่างทันที ทำเอาอีวานหันขวับมามองด้วยใบหน้าบูดบึ้งเหมือนเด็กโดนขัดใจ "เมื่อกี้กำลังดีเลย หยุดทำไม" มือปืนหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะชี้ไปที่นาฬิกา

อีวานร้องอ๋อยาวๆ "ครบชั่วโมงแล้วนี่เอง" ก่อนจะยันตัวขึ้นนั่งในท่าสบาย บิดขี้เกียจสะบัดความเมื้อยล้าอีกสองสามที

"ตาฉันแล้ว" อีกคนพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ถามได้

"ตกลงแกมีพี่น้องมั้ย?"

"อืม....ก็มีพี่นะ แต่มันไม่เคยเห็นฉันเป็นน้องว่ะ" อีวานยังคงท่าทางติดตลกไว้ทว่าลีโอกลับมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แววตาของอีกฝ่ายไม่ได้ตลกตามเลยสักนิด หากแต่กำลังเจ็บปวด

"ยังไง"

"มันเป็นคนส่งฉันเข้าคุก"

"Oh...."

"แกรู้มั้ยว่าฉันโดนข้อหาอะไร?" ลีโอส่ายหน้าแทนคำตอบ อีวานถอนหายใจ เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฉันโดนข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและมีสารเสพติดไว้ในครอบครอง.....โทษคือจำคุกตลอดชีวิต"

"ทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้เป็นคนทำ..."

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส อีวานโน้มหน้าลงซบไหล่ราวกับกำลังหาที่พึ่งพิง กายใหญ่สั่นระริก ริมฝีปากมีเสียงสะอื้นไห้เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ ลีโอเอื้อมมือลูบแผ่นหลังคนตรงหน้าหวังจะปลอบประโลม

พอเห็นอีวานในสภาพนี้แล้ว เขาไม่มีทางปฏิเสธได้เลยว่าอีกฝ่ายดูน่าสงสารแค่ไหน

ร่างสูงนั่งแช่ค้างอยู่ท่านั้น ไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน ในขณะนั้นเองลีโอก็ดันสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างเข้า กายที่สั่นเทิ้มอยู่เมื่อครู่มันเหมือนกับกำลังพยายามกลั้นขำสุดความสามารถยังไงยังงั้น แถมบนหัวไหล่ของเขาเองก็ไม่มีน้ำตาหยดลงสักแอะ

........

"อีวาน...."

"หะ หืม?" เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้น

ใบหน้าอีกฝ่ายแลดูบิดเบี้ยวเพราะกำลังกลั้นขำสุดฤทธิ์สุดเดช "ไอ้บ้านี่....." ทันทีที่โดนด่าอีวานก็หลุดขำพรืด หัวเราะจนตัวงอเป็นกุ้ง

"นี่แกเชื่อจริงๆงั้นเหรอ ฮะๆๆ" ลีโอไม่ตอบแต่กลับมองตาเขียวปั๊ด เขาขอถอนคำพูดก่อนหน้าที่ว่าหมอนี่น่าสงสาร!

"ถ้าคนอย่างฉันบริสุทธิ์ คนในนี้มันก็บริสุทธิ์กันทุกคนล่ะวะ"

ชายหนุ่มส่งเสียงเฮอะทำท่าจะเดินจากไป ทว่าอีวานกลับรั้งเขาไว้ด้วยประโยคถัดมา "แต่เรื่องพี่ฉันน่ะ....อันนี้พูดจริงนะ"

"ถ้าอยากรู้เพิ่มก็ต้องจ่ายเพิ่ม หรือจะให้ฉันช่วยแกใช้วาสลีนก็ได้นะ ฮะๆๆๆ"

"เท่าไหร่" เขาหันกลับมาถามโดยเมินประโยคลามกที่อีวานจงใจพูดกวนประสาท อีกฝ่ายทำท่าครุ่นคิดยกใหญ่

ลีลาชะมัดยาด!

"หนึ่งร้อยดอลลาร์สำหรับเรื่องพี่ชายฉัน ส่วนค่าวาสลีน....เอาเป็นว่าไม่คิดแล้วกัน" อีวานขยิบตามาให้หนึ่งทีก่อนลีโอจะเดินออกมาโดยไม่หันไปมองอีก

#talk

คนคุกยังไง๊ยังไงก็คือคนคุก ดิบๆเถื่อนๆ น้องถึงต้องปรับตัวตาม55555

เรื่องอีวานคงจะมีบางคนพอเดาออกแล้วแหละเนอะ ชื่อก็คล้าย หน้าก็คล้ายยย

*เนซิออน (Nasion) เป็นรอยต่อระหว่างกระดูกหน้าผากและกระดูกจมูก อีกทั้งยังเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาทและรอยต่อของกระโหลกศีรษะมนุษย์ด้วย ดังนั้นถ้าถูกโจมตีเข้าบริเวณนี้ อาจจะทำให้ถึงแก่ความตายได้ภายในชั่วเวลาไม่กี่วินาที

 

ความคิดเห็น