ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE ME 5: [คิริน ❤ ภัทธิรา] ว่าที่เจ้าสาว 100%

ชื่อตอน : HATE ME 5: [คิริน ❤ ภัทธิรา] ว่าที่เจ้าสาว 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2562 02:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE ME 5: [คิริน ❤ ภัทธิรา] ว่าที่เจ้าสาว 100%
แบบอักษร

 

 

HATE ME 5: ว่าที่เจ้าสาว

 

ร่างเพรียวบางของภัทธิราเดินออกมาจากห้องพักหลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ชุดเดรสยาวกระโปรงบานสีแดง ด้านบนเปิดไหล่เผยผิวขาวนวลชวนสะกดสายตาผู้ที่ได้พบเห็น ใบหน้านวลผ่องแต่งเติมสีสันโทนสีแดง ลิปสติกสีเข้มเล็กน้อยช่างเข้ากับชุดที่สวมอยู่ คิรินพอใจกับผลงานของสามสาวประเภทสองที่ทำได้ตรงตามเวลา เขาจ่ายค่าจ้างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พาภัทธิราเดินลงไปยังที่จอดรถทันที เวลานี้นอกจากปาลินกับรปภ.แล้วก็ไม่มีพนักงานคนไหนเหลืออยู่ เลขาสาวแม้จะรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะถามออกไปเพราะกลัวคิรินนั่นเอง

 

"เอ่อ ปาลินเตรียมเอกสารส่งเมลล์ให้เรียบร้อยแล้วนะคะ พรุ่งนี้คุณภัทรโหลดออกมาได้เลยค่ะ" เลขาสาวรายงานเจ้านาย

 

"ขอบใจจ้ะ ปาลินกลับบ้านเถอะไม่ต้องเป็นห่วงภัทรหรอก" ภัทธิรายิ้มบางๆ "ถ้าใครโทรไปถามก็บอกว่าภัทรออกไปซื้อของกับเพื่อนก็แล้วกัน"

 

ปี๊น ปี๊นนนนน....

 

คิรินที่นั่งรออยู่ในรถบีบแตรเชิงบอกให้เธอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังรออยู่ ภัทธิราถอนหายใจช้าๆ "ภัทรไปก่อนนะ"

 

"ดูแลตัวเองด้วยนะคะ"

 

เมื่อหญิงสาวขึ้นรถเรียบร้อยแล้วไม่นานนักรถหรูของคิรินก็แล่นออกไปจากพื้นที่ตรงนั้น สองหนุ่มสาวไม่ได้มีการสนทนาใดๆกันตลอดทาง แม้ว่าเขาพยายามจะพูดด้วยแต่เก็ไม่มีการตอบกลับจากเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว คนอารมณ์ร้อนอย่างคิรินพอได้เห็นแบบนี้ก็เริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมา ลองถ้าเป็นพวกที่เขาใช้เงินซื้อมาล่ะก็ตอนนี้คงคุยพล่ามไม่หยุด แต่กับเธอคนนี้ช่างหยิ่งกับเขาเสียจริงๆ

 

คงต้องสู้รบกันไปอีกนาน และเขาจะไม่ยอมแพ้เธออย่างแน่นอน

 

ณ. โรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ...

 

คิรินควงคู่ภัทธิราเดินเข้ามาในงานแต่งงานที่ตอนนี้มีทั้งสื่มวลชน และผู้คนมากมายที่เข้ามาร่วมงานนี้ ดูรวมๆแล้วก็เป็นพวกมีหน้ามีตาในสังคมทั้งนั้น ภัทธิรารู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อยและเธอเองถ้าไม่ใช่คนที่สนิทสนมกันก็จะไม่ไปงานที่ต้องพบเจอผู้คนมากมายแบบนี้เด็ดขาด

 

"ยิ้มหน่อยสิ! จะให้คนอื่นเขารับรู้หรือยังไงว่าโดนบังคับมา" คิรินกระซิบบอกเธอระหว่างเดินออกมาจากตัวลิฟต์

 

"รับความจริงไม่ได้หรอคะ?" ภัทธิราตอบกลับเสียงเรียบ "ก็คุณบังคับฉันมาจริงๆ จะให้ฉันยิ้มมันจะดูเฟคไปนะคะ"

 

"หึ! อวดดีให้มันได้ตลอดเถอะ" เขาเอื้อมมือโอบเอวคอดเข้ามาแนบชิดกาย ไหนๆก็บังคับเธอมางานคู่กันแล้ว จะบังคับให้ทำโน่นทำนี่เพิ่มเติมเธอคงไม่คิดอะไรมากแล้วล่ะ เมื่อเดินมาถึงหน้างาน... ท่านรองผู้ว่าและครอบครัวต่างรีบพากันมาต้อนรับเขาด้วยความรวดเร็ว อิทธิพลของคิรินค่อนข้างกว้างขวางพอสมควร เหล่านักการเมืองหรือผู้แสวงอำนาจมักจะมาพึ่งพาเขาเพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น

 

ในส่วนนี้คิรินรู้ดี... และก็ไม่มีใครที่จะกล้ามีปัญหากับเขาเพราะอำนาจเงินของเขานี่ที่คอยหนุนให้คนพวกนี้มีตำแหน่งในสังคมได้

 

"ขอบคุณมากนะครับที่อุตส่าห์มา ผมคิดว่าคุณคีย์จะไม่ว่างเสียอีก" ท่านรพี...รองผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

คิรินยื่นซองการ์ดเชิญส่งให้ "งานของลูกชายท่านรองผู้ว่าฯ ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะครับ งานนี้คงจะได้เยอะพอสมควร...หลังจากนี้ลูกชายท่านคงจะตรงเวลากับผมสักทีนะ" คนฟังยิ้มแห้งๆ สายตาหันมองเจ้าบ่าวของงานอย่างคาดโทษเอาไว้ ก็เพราะเล่นไม่รู้จักพอเลยทำให้ทั้งบ้านต้องลำบากแบบนี้ "ผมก็ไม่ได้อยากจะใจดำหรอกนะครับ ผมรู้ว่าท่านเงินถึงและมากพอที่จะใช้แทนเขาได้ แต่ที่ผมไม่ได้ก็เพราะอยากให้ลูกชายของท่านได้รับบทเรียนของตัวเอง คงไม่ว่ากันนะครับ"

 

"อ่า ครับ ขอบคุณมากจริงๆ แล้วหนูคนนี้...หน้าคุ้นๆนะเหมือน เหมือน เอ่อ เป็นน้องสาวคุณภาคย์ใช่ไหม?" ท่านรพีถามภัทธิราด้วยความอยากรู้

 

หญิงสาวยกมือไหว้ด้วยความอ่อนหวาน "สวัสดีค่ะ ท่านเดาไม่ผิดหรอกค่ะ ภาคย์เป็นพี่ชายฝาแฝดของดิฉันเอง...."

 

คิรินกระชับร่างของเธอให้เข้ามาแนบิดกับเขายิ่งขึ้น "ผมขอแนะนำเลยนะครับ นี่ภัทร! ว่าที่เจ้าสาวของผม" เขาไม่เปิดช่องทางให้ภัทธิราได้พูดแก้ต่างให้ตัวเอง เธอได้แต่จ้องเขาเขม็งแล้วถอนหายใจด้วยความไม่พอใจ "ไม่เห็นต้องทำหน้าตกใจกันแบบนั้นเลยนะ ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก"

 

"อ่อ ครับ เชิญข้างในกันดีกว่านะ" ท่านรพีเชิญแขกคนสำคัญเข้าไปด้านในของงาน ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ช่วงพิธีการนั้นช่างอลังการเสียเหลือเกินและทั่วทั้งงานก็อบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งรัก

 

แต่สำหรับภัทธิราไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมแบบนั้นเลย...เธออึดอัดเสียจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ หญิงสาวนั่งมองอาหารตรงหน้าด้วยความลำบากใจ ไม่รู้จักใครเลยสักคนแล้วต้องมานั่งเป็นตุ๊กตาแบบนี้ทำตัวไม่ถูกจริงๆ

 

กึกๆ

 

จู่ๆ ก็มีจานผลไม้มาวางไว้ที่ตรงหน้า ภัทธิราหันไปทางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย "คุณชัช!!"

 

"ครับ" เขาตอบกลับแล้วเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามของเธอ และก็ไม่ได้ใส่ใจว่าคิรินจะมองเขาด้วยสายตาแบบไหนก็ตาม "แปลกใจมากเลยนะที่เจอน้องภัทรที่นี่ รู้จักกับท่านรพีหรอครับ?"

 

"คือ..."

 

"ภัทรไม่รู้จักหรอก แต่ผมเป็นคนพามาให้รู้จักเอง" คิรินแทรกขึ้นมากลางปล้อง เขายกแขนโอบไหล่ภัทธิราเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ "มาในฐานะว่าที่เจ้าสาวของผม"

 

ชัชวีร์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา "หึ ว่าที่เจ้าสาวหรอ? จะว่าผู้หญิงจินตนาสูงอย่างเดียวคงไม่ได้แล้วล่ะมั้ง น้องภัทรทานผลไม้ก่อนนะครับ พี่เห็นว่าตั้งแต่มาทานแค่น้ำอย่างเดียวเลย เดี๋ยวจะหิวเอานะ"

 

ปึก !!

 

เพล้ง !!

 

คิรินปัดจานผลไม้ตกลงจากโต๊ะ และเขาก็จงใจที่จะทำแบบนี้ ไอ้คนนี้มันกล้าดียังไงถึงได้มายุ่งกับของส่วนตัวของเขา สายตาคมปลาบมองอย่างเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย "ว้า! เสียดายจริงๆ ตกแตกเสียแล้ว ไม่เป็นไรนะ...ถ้าภัทรหิวเดี๋ยวพี่จะไปเอามาให้ใหม่"

 

"เห้ย! หาเรื่องหรอวะ!!?" ชัชวีร์เองก็ไม่ยอมเช่นกัน เขายืดตัวกระชากคอเสื้อคิรินท่ามกลางสายตาของคนทั้งงานที่เริ่มจับจ้องมาที่พวกเขา

 

ภัทธิราลุกขึ้นแล้วหยิบกระเป๋าตัวเองเดินออกมาจากบริเวณนั้นในทันที พวกเขาเห็นเธอเป็นตัวตลกหรืออย่างไรถึงได้ทำอะไรไม่ไว้หน้ากันแบบนี้ ด้านคิรินกระชากมือของชัชวีร์ออกจากคอเสื้อของเขาและออกแรงบีบข้อมือจนชัชวีร์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

"จะเล่นกับกูมันยังเร็วไปร้อยปี และกูจะบอกอะไรเอาไว้อย่างนะ" น้ำเสียงเรียบเย็นกดต่ำจนฟังดูน่ากลัว "ภัทรเป็นของกู จำใส่หัวมึงเอาไว้ด้วย"

 

ผลั่ก !!

 

ตุบ !!

 

ร่างของชัชวีร์ล้มคว่ำลงไปนอนกับพื้น พอทรงตัวขึ้นมาได้ก็กวาดมองรอบด้วยอารมณ์หงุดหงิดและเสียหน้าเป็นที่สุด "มองห่าอะไรกันวะ!!?" ทุกคนต่างรีบแยกย้ายไปสนุกกับงานต่อ ในหัวเขาคิดเพียงอย่างเดียวก็คือจะต้องรู้ให้ได้ว่าคิรินเป็นใคร ทำไมถึงกล้าแสดงความเป็นเจ้าของภัทธิราได้แบบนั้น เพราะภัทธิราคือเป้าหมายที่เขาจะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด "คิดจะตัดหน้ากูหรอวะ?"

 

######

 

ด้านหน้าของโรงแรม....

 

คิรินวิ่งตามออกมาก็เห็นว่ายามกำลังโบกรถแท็กซี่ที่เขาเพิ่งโทรเรียกให้กับภัทธิรา จังหวะที่หญิงสาวกำลังจะเปิดประตูรถนั่นเอง "ปล่อย !!" คิรินคว้าข้อแขนเล็กเอาไว้ด้วยอาการหอบเล็กน้อย เขาดึงร่างของเธอออกมาแล้วจ่ายค่าเสียเวลาให้โชเฟอร์และยามคนละสองพันบาท "ทำบ้าอะไรของคุณ ฉันจะกลับบ้าน!"

 

"อยากกลับมากใช่ไหม? งั้นก็กลับด้วยกันตอนนี้เลยดีกว่า" เขาหันไปทางโชเฟอร์แท็กซี่และยามที่กำลังยืนสับสนอยู่ "กลับไปทำงานเถอะ ที่ให้นั่นค่าเสียเวลาที่อยู่เป็นเพื่อนเมียฉัน"

 

"ครับ ๆ"

 

บริษัท NIRICHA....

 

คิรินออกแรงบังคับเธอขึ้นรถมากับเขาได้สำเร็จ เมื่อได้โอกาสเหมาะที่อยู่กันตามลำพังแล้วคิรินก็ยิ่งกดดันเธอมากขึ้น "เสน่ห์แรงไม่เบานี่ สงสัยไอ้แมลงพวกนั้นมันคงจะยังไม่รู้ล่ะมั้งว่าดอกไม้ที่มันกำลังตอมอยู่ข้างในตอนนี้โดนใครเจาะไปแล้ว"

 

"ทุเรศ !! โอ๊ย!" คนเอาแต่ใจเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือของเธอ ภัทธิราเริ่มมีน้ำตาคลอเพราะตอนนี้เจ็บเหลือเกิน ร่างเล็กถูกฉุดกระชากลากถูขึ้นไปยังห้องพักของเธอโดยที่เขาคงจะไม่คิดเห็นใจเธอเลยสักนิด ประตูห้องถูกเปิดออกแล้วเขาก็เหวี่ยงร่างของเธอไปกระแทกกับขอบโต๊ะวางโทรทัศน์ เธอทรุดลงตัวงอด้วยอาการจุกเสียด "ฉันเจ็บ ฮึก"

 

"มันก็ยังไม่เท่าที่ยัยวีต้องเจ็บหรอก แค่นี้ยังน้อยไป"

 

"ฮึก คุณมันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกที่ข่มขืนน้องสาวของคุณหรอก เธอคงจะดีใจที่เห็นพี่ชายของตัวเองเอาพวกนั้นเป็นแบบอย่าง"

 

"ภัทธิรา เพียะ !!!" เสียงเข้มตวาดลั่นจนเธอสะดุ้งและเผลอตวัดมือฟาดเข้าที่แก้มเนียนจนภัทธิรารู้สึกชาไปทั้งใบหน้า คนตัวเล็กสั่นเทาเพราะความหวาดหวั่น สองมือของเขาเอื้อมมาจับไหล่ของเธอแล้วบีบเอาไว้จนขึ้นเส้นเลือด แม้จะรู้สึกตกใจกับการกระทำของตัวเองแต่ใบหน้าคมคายแสยะยิ้มแล้วจ้องมองเธอดวงตาไม่กระพริบ "หึ! ไม่เจอแค่อาทิตย์เดียวปากดีได้ขนาดนี้เลยหรอ เดี๋ยวจะทำให้รู้รสชาติของนรกว่ามันจะร้อนกว่าวันนั้นหรือเปล่า"

 

กรี๊ดดดดดด

 

แม้ค่ำคืนนี้จะผ่านพ้นไปแต่ว่าทุกอย่างมันก็กลายเป็นฝันร้ายของภัทธิรา สำหรับผู้หญิงก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปว่ากว่าถูกขืนใจทั้งๆที่ตนเองไม่ยินยอม สภาพห้องเละเทะเพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆเสียที่ไหน กว่าจะสยบเธอลงได้เล่นเอาคิรินเหนื่อยไปไม่น้อยเช่นกัน

 

พี่คีย์ ฮึก... เจ็บ ฮือๆ วีเจ็บ !!

 

เฮือก !!!

 

"วี !! อะ อั่ก" คิรินสะดุ้งตื่นตามเสียงแว่วที่ได้ยิน ตอนนี้ด้านนอกกำลังเริ่มส่องแสงบอกว่าเป็นเช้าของวันใหม่แล้ว เขาจับไปที่ต้นแขนข้างขวาถึงได้รู้ว่าตัวเองมีแผลจากการถูกเศษแก้วบาดอยู่ เขาหันไปข้างๆก็เห็นร่างของภัทธิรากำลังหลับไม่ได้สติ ร่างกายเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาตีตราเธอเอาไว้ หน้าของมีรอยช้ำคงเป็นเพราะแรงกระแทกเมื่อคืนนี้...ส่วนใบหน้าของเธออาบด้วยคราบน้ำตาและช่วงแก้มซ้ายนั้นขึ้นสีแดงริ้วตามรอยมือ คิรินลูบไปที่แก้มเนียนช้าๆ "พี่รู้ว่าวีคงไม่ชอบที่พี่ทำแบบนี้ พี่ขอโทษ ความผิดของผู้หญิงคนนี้มีแค่อย่างเดียวคือเกิดเป็นพี่สาวของไอ้ภิชญ์! ทำไม..."

 

คิรินรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นแรงขึ้นทุกที รู้สึกเหมือนครั้งนั้นเมื่อหลายปีก่อน... เขาสลัดความคิดที่เข้ามาในหัวออกแล้วดึงผ้าห่มผืนใหญ่มาปิดทั้งตัวเขาและเธอเอาไว้ เครื่องปรับอากาศสร้างความเย็นให้อยู่ไม่น้อย...ภัทธิราขดกายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่เพื่อกอบโกยความอบอุ่น ทุกการเคลื่อนไหวของเธอสร้างความสนใจจากเขาได้มากเลยทีเดียว เสียงกรีดร้องของเธอเมื่อคืนนี้ทำให้เขานึกถึงวีณาตอนที่เห็นในคลิปอัปยศนั่น นี่เขากำลังจะกลายเป็นแบบพวกเลวทรามพวกนั้นจริงๆน่ะหรือ? คิรินพยายามทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้มากขึ้น

 

อยากจะแก้แค้นให้วีณา แต่กลับรู้สึกว่าไม่อยากให้ภัทธิรามองเขาเป็นแบบคนพวกนั้น...

 

อะ อื้อ...

 

ฟึบ !!

 

ภัทธิราเริ่มรู้สึกตัวก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น แต่เมื่อเห็นคิรินอยู่เบื้องหน้าก็พลิกตัวหันหลังให้เสียดื้อๆ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากพร้อมกอดรัดเอวบางเอาไว้แนบกาย "หันหน้าหนีสามีตัวเองแบบนี้ มันหมายความว่ายังไง?"

 

"...."

 

"หึ ถามไม่ตอบ ! ต้องให้ใช้กำลังหรืออย่างไร?"

 

เสียงถอนหายใจของเธอดังขึ้น "ถนัดอยู่แล้วไม่ใช่หรอ? อยากทำอะไรก็เชิญ"

 

คิรินเกยคางซบซอกคอกขาว เขากระซิบบอกเธอเบาๆ "ไม่คิดจะขอร้อง อ้อนวอน หรือร้องไห้บ้างเลยหรอ? ก็ดี...ตอนนี้หิวแล้ว ทำอะไรให้กินหน่อยสิ!"

 

"....."  ภัทธิรายังคงมีอาการเจ็บตรงบริเวณหน้าท้องที่ถูกกระแทก ที่สุดแล้วก็พยายามฝืนไม่ยอมแสดงอาการใดๆออกมา "ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทานหรอกค่ะ คุณกลับไปเถอะ"

 

ฟึ่บ !!

 

กายสาวถูกจับพลิกกลับมาทางเขา คิรินยังคงมีสีหน้านิ่งขรึมโดยที่เธอไม่สามารถเดาความคิดของเขาจากทางแววตาได้เลย นี่เขาจะเอาอะไรจากเธอกันแน่...

 

"จะกินที่นี่ ตอนนี้! ให้เวลายี่สิบนาที..."

 

"ไม่ทันค่ะ ขอสี่สิบนาที!"

 

"สิบนาที!! คงรู้นะว่าเวลาที่คนมันโมโหหิวจะเป็นยังไง มันจะหนักกว่าที่เจอเมื่อคืนนี้ประมาณหลายเท่าเลยล่ะ" น้ำเสียงยังคงเยือกเย็นกล่าวเชิงบังคับคนในอ้อมแขนของเขา ภัทธิราจนใจที่จะเอาชนะได้...สุดท้ายเธอเองนี่แหละที่ต้องยอมลุกขึ้นมาแต่งตัวแล้วพยุงร่างอันแสนบอบช้ำมายังโซนครัว

 

เวลาผ่านไปสิบนาที...

 

คิรินอาบน้ำเสร็จแล้วสวมเสื้อผ้าชุดเดิมเดินผ่านสิ่งของที่ตกกระจายเกลื่อนพื้นตามมา ที่โต๊ะอาหารมีจานหนึ่งใบพร้อมกับไข่ดาวหนึ่งฟองทอดสุกแล้ววางอยู่ เขามองมันสลับกับภัทธิราที่ยังคงเดินทำอาหารเช้าของตัวเอง ชายหนุ่มเอามือเท้าโต๊ะกลมนั้นแล้วย่นคิ้วจนจะชิดกันเสียให้ได้

 

"มีแค่นี้หรอ?" เขาถามเธอเสียงเรียบ

 

ภัทธิราพยักหน้าตอบในขณะที่เธอกำลังดูหม้อหุงข้าวที่เพิ่งจะเริ่มทำงาน "คุณให้เวลาฉันสิบนาที ทำให้ทันก็ได้แค่นี้แหละค่ะ รีบทานแล้วก็รีบกลับไปได้แล้วก่อนที่พี่ชายฉันจะมา"

 

ปึง !!

 

"หึ! ตอนก็ว่าจะกลับหลังจากกินอิ่ม แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว...พี่จะอยู่รอแนะนำตัวกับพี่ชายของภัทรเลยก็แล้วกัน"

 

"ฉันมีพี่ชายแค่คนเดียว ไม่อยากนับญาติกับใครเพิ่ม"

 

"ไม่ได้เป็นญาติ แต่เป็นผัว!! แค่สภาพห้องนี้ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรกับใครมาก" คิรินนั่งลงบนเก้าอี้แล้วดันจานไข่ดาวไปทางเธอ "ถ้ายังไม่อยากให้เปิดตัวเร็วก็อย่าดื้อให้มาก ก็น่าจะรู้นะว่าพี่เป็นคนที่ความอดทนไม่ค่อยสูงเท่าไหร่"

 

สิ่งที่ภัทธิราทำได้ตอนนี้ก็คงมีแค่ทำใจ รอไปประมาณสามสิบนาทีอาหารทุกอย่างก็พร้อมเต็มที่ ข้าวสวยร้อนๆสองจาน ต้มจืดและไข่เจียวที่มีมาเพิ่มได้จัดเสิร์ฟให้แก่แขกที่ไม่ค่อยอยากจะรับเชิญให้มาเสียเท่าไหร่ ภัทธิรารู้สึกไม่ค่อยอยากอาหารจึงได้คอยตักอาหารคำเล็กๆทีละคำ ผิดกับคนตรงหน้าเธอที่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้รู้สึกกับผลของการกระทำของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

 

จิตใจทำด้วยอะไรกัน...

 

คิรินสังเกตสีหน้าของหญิงสาวแล้ววางช้อนส้อมเบาๆ มือใหญ่เอื้อมไปจับคางมนแล้วหันไปทางแก้มที่ขึ้นรอยมือของเขา "เจ็บมากไหม?"

 

"...." เธอถอนหายใจ "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเอารองพื้นปิดได้"

 

พอเห็นท่าทางอวดดีแบบนั้นก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เขาดึงมือตัวเองกลับมาแล้วยิ้มเย็นที่มุมปาก "แต่ก็คงไม่เท่ากับที่ยัยวีต้องเจอ ทีนี้ก็คงรู้แล้วสิ"

 

"ใช่ ฉันรู้ รู้ว่าคุณเป็นคนที่โง่ที่สุดที่ฉันเคยเจอ"

 

"ภัทร !!"

 

ภัทธิราสบสายตาสู้แม้ว่าตัวเองจะรู้สึกกลัวมากก็ตาม แต่อย่างน้อยๆก็หวังว่าคำพูดของเธอจะช่วยยืดเวลาให้น้อยชายของเธอได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองมากขึ้น "ยังไงฉันก็ยังเชื่อว่าภิชญ์ไม่ได้เลวถึงขนาดพาผู้หญิงไปให้ใครรุมโทรมได้หรอก แต่คนที่ใช้แต่อารมณ์แบบคุณคงเชื่อแต่สิ่งที่เห็นอย่างเดียว คิดหรือวิเคราะห์คงไม่เคยทำ"

 

"...."

 

"ถ้าทานอิ่มแล้วก็เชิญนะคะ ฉันไม่ได้ว่างมารองรับอารมณ์ของใคร"

 

ทุกคำพูดของเธอนั้นพยายามไล่เขาออกไปทุกทาง ผู้หญิงคนนี้เป็นความท้าทายที่ทำให้รู้สึกอยากจะเอาชนะ...คิรินเคยเจอคนที่อ่อนให้แก่เขาก็เพิ่งจะมีภัทธิรานี่แหละที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่เขาเลยสักครั้ง ชายหนุ่มเอนหลังไปแนบกับพนักเก้าอี้แล้วเสยผมของตัวเองขึ้น

 

"ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ทำ แต่มันก็ผิดที่เข้ามาหลอกหาผลประโยชน์กับยัยวี ตอนแรกก็คิดว่าจะฆ่ามันให้ตายตกตามกันไป...แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว" คิรินยืดตัวขึ้นแล้วเคลื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าของเธอ "ถ้าเราแต่งงานกันไอ้ภิชญ์คงทุรนทุรายอยู่ไม่น้อยเลยนะ ไหนจะไอ้ผู้กองนนท์คงลงแดงตายไปเลยล่ะ ไม่ต้องถามหรอกนะว่าทำไม...เพราะคนสวยเป็นเมียของพี่แล้วพี่จะไม่ยกให้ใครเด็ดขาด !!"

 

_________________________________________100%___________________________________

 

เอาแล้วๆ คุณคีย์ประกาศชัดแบบนี้น้องภัทรจะทำยังไงต่อนะ

พี่คีย์ช่วงนี้อาจจะทำให้หลายคนลำไยนิดนึงนะคะ แต่เดี๋ยวพี่เขาก็จะฉลาดอีกนิดละนะ... รอนิสสส

 

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์มากเลยนะคะ ไรท์ว่างแล้วก็รีบมาเลย...

ต้องบอกก่อนนะคะเพราะบางคนเขาสับสน เรื่องนี้จะเล่าย้อนไปช่วงก่อนหน้า

และเล่าเรื่องว่าพระนางของเราเจอกันได้ยังไง อะไรเป็นเหตุนะคะ แต่จะเล่าย้อน

อีกสามตอน และจะมีนุ้งชะเอมมมมกับขุ่นแม่นางมาโผล่นิดๆ...(อย่าเพิ่งเบื่อนะ คริๆ)

ติดตามไรท์กันด้วยน๊าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น