G.S.

หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะสนุกกับนิยายของไรท์นะค่ะ ถ้ามีข้อผิิดพลาดตรงไหนหรืออยากให้ไรท์เพิ่มเติมก็เม้นมาได้เลยนร้า... ไรท์จะพยายามปรับเปลี่ยนให้ ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่1 ไม่มีทาง

ชื่อตอน : บทที่1 ไม่มีทาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2562 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 ไม่มีทาง
แบบอักษร

มาถึงมหาลัยเช้าไปมั้ยเนี่ยฉัน เฮอออ -_- ไปหาที่นั่งรอริตาร์ดีกว่า กว่านังพญาจะมาฉันคงได้นอนพักต่ออีกหน่อย... เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับด้วย 

“มีน มีน มีนา มีนา แม่หญิงมีนา ตื่นได้แล้วเจ้าคะจะนอนไปถึงไหนเจ้าค่ะ” เสียงของริตาร์พูดอยู่ข้าง ๆ หูฉัน 

“มาแล้วหรอริตาร์” ฉันตอบด้วยเสียงที่งัวเงีย 

“ก็ใช่นะสิ ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนเนี่ยห๊ะ” ริตาร์ตอบประชดฉัน ถึงรู้ว่าประชดก็เหอะแต่ฉันก็ง่วงจนไม่อยากจะเถียงด้วย 

“ก็เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับอ่ะดิ มัวแต่คิดเรื่องสายรหัส” ฉันตอบริตาร์ทั้งที่ยังฟุบหน้านอนอยู่ 

“สายรหัสงั้นหรอ?? ไหนเล่ามาให้ฉันฟังหน่อยสิ” ริตาร์พูดกับมาด้วยความสงสัย ถ้าไม่อยากรู้อยากเห็นก็คงไม่ใช่เธอสินะริตาร์ (พูดง่าย ๆ ภาษาบ้าน ๆ ก็ชอบเผือกเรื่องชาวบ้านนั้นเองคะ ฮ่าๆๆๆๆ) 

“ใช่!! ก็เรื่องมันมีอยู่ว่า....” ฉันเริ่มเล่าเหตุการณ์ตอนรับน้องเมื่อวานให้ริตาร์ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากตอกกลับอิตานั้นจริง ๆ เลย 

“อ่อ... เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง” ริตาร์พูดขึ้นหลังฟังเรื่องทุกอย่างจบ 

“แล้วแกคิดว่าไงริตาร์” ฉันถามริตาร์พร้อมกับทำหน้าสิ้นหวัง ก็ตอนนี้ฉันมืดแปดล้านด้านแล้วนิทำไงได้ 

“ฉันว่านะ อิตาพี่เรนต์ต้องจงใจแกล้งแกแน่ ๆ เพราะฉะนั้นสายรหัสของแกต้องเป็นพี่เรนต์นี่แหละ” ริตาร์พูดด้วยสีหน้ามั่นใจ อย่าพูดแบบนั้นได้ม่ายยยย มันคือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดเลยนะ 

“ไม่!! ไม่มีทาง จะต้องไม่ใช่อิตาพี่เรนต์นั้นเด็ดขาด” ฉันพูดขึ้นมาทันที ก็ฉันไม่ชอบนิเรื่องอะไรฉันถึงต้องไปเป็นสายรหัสกับอิตานั้นด้วย 

“ไม่มีทางอะไรกันหรอ” อินทร์พูดขึ้นขณะที่กำลังเดินมาพร้อมกับของกินเต็มมือ ในที่สุดคุณพ่อบ้านประจำกลุ่มก็มาได้สักที ฉันหิวจะตายอยู่และเนี่ย 

“ก็เรื่องสายรหัสของยัยมีนนะสิ” ริตาร์ตอบแทนฉัน ดีมากค่ะเพื่อน เพราะถ้าให้ฉันต้องเล่าอีกรอบฉันคงต้องเป็นบ้าตายก่อนแน่ ๆ เลย 

“สายรหัสมีนทำไมหรอ???” อินทร์ถามแล้วทำหน้าสงสัย มาแนวเดียวกับยัยริตาร์เป๊ะ ก๊อปวางกันมาหรอค่ะเพื่อน 

“ก็ยัยมีนนะสิ... แล้วดันไปทำให้พวกพี่ ๆที่คณะไม่พอใจเข้าเลยต้องหาสายรหัสให้เจอภายในพรุ่งนี้” ยัยริตาร์สาธยายเรื่องราวแทนฉัน 

“อ่อ... เรื่องมันเป็นแบบนี้เองหรอ” อินทร์ตอบแล้วหันมามองฉัน เห็นมั้ยบอกแล้วว่าเหมือนกันเป๊ะ (-_- )( -_-) 

“ก็ใช่นะสิ ฉันจะทำไงดีอ่ะ” ฉันหันไปมองหน้าริตาร์กับอินทร์สลับกันไปมาอย่างอ้อนวอน 

“มันก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นพี่เรนต์สูงเหมือนกันนะ” อินทร์พูดขึ้น ก็บอกว่าอย่าพูดแบบนั้นไงฉันยิ่งกลัวว่ามันจะเป็นเรื่องจริงอยู่ 

“เห็นมั้ยอินทร์ยังคิดเหมือนฉันเลย” ริตาร์พูดอย่างมีชัยว่าตัวเองเหนือกว่า 

“เห็นว่าเป็นเดือนมหาลัยด้วยนิ แต่ฉันว่าฉันหล่อกว่าตั้งเยอะ” อินทร์พูดแล้วทำท่าเก๊กหล่อ 

“อ่ะจร้า... พ่อคนหล่อ หล่อเหลือเกิ๊น” ริตาร์ตอบกลับด้วยเสียงที่ล้านห้า 

“พวกแกนี่ฉันจริงจังนะเนี่ย” ฉันทำหน้าจริงจังใส่ริตาร์และอินทร์ คนยิ่งเครียด ๆอยู่ 

“สรุปแกต้องลองเสี่ยงไปถามพี่เรนต์ เชื่อฉันกับอินทร์เถอะ” ริตาร์พูดพร้อมกับพยักหน้าเพื่อให้ฉันเชื่อในคำพูดของตัวเอง 

“คุยไรกันหรอ เกี่ยวกับพี่หรือป่าว” พี่เรนต์โผล่หน้ามาแล้วพูดขึ้น... พี่แกมาจากทางไหนเนี่ยอยู่ ๆก็โผล่หน้ามาร่วมคุยกับเค้าเฉย 

“ถามเลยดิแก ถามพี่เรนต์ไปเลย” ริตาร์สกิดกระซิบให้ฉันพูด 

“มีอะไรจะถามพี่งั้นหรอ” พี่เรนต์พูดแล้วมานั่งลงข้าง ๆฉัน 

“ป่าวค่ะพี่... ไม่มีอะไรค่ะ” ฉันหันไปตอบพี่เรนต์ ให้ฉันถามเนี่ยนะเสียลุคฉันพอดี ไม่มีทางเด็ดขาดฉันจะไม่ถามแน่นอน 

“ว่าแต่น้องชื่อไรกันบ้างหรอครับ” พี่เรนต์หันไปถามริตาร์กับอินทร์ อิตานี่ท่าจะบ้าไม่รู้จักกันแล้วมานั่งร่วมโต๊ะกับเค้าทำไมเนี่ย 

“อ่อ. ฉันชื่อริตาร์ค่ะ ปีหนึ่งคณะนิเทศฯ” ริตาร์ตอบ 

“ส่วนผมชื่ออินทร์ปีหนึ่งคณะบริหารครับ” อินทร์ตอบ 

“อ่อครับ ยินดีที่ได้รู้จัก. ส่วนน้องนี่ใช่น้องปีหนึ่งที่มารับน้องช้าเมื่อวานหรือป่าว” พี่เรนต์หันมาถามฉัน พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูหวานแต่ซ้อนพิษร้ายเอาไว้ (มโนเก่งจริง ๆนางเอกฉัน) 

“ใช่ค่ะ... ฉันชื่อมีนาค่ะ” แหมทำเป็นจำไม่ได้ เมื่อวานทำไรฉันไว้ลืมไปแล้วหรือไงห๊ะ!!! 

“อ่ะใช่จริง ๆด้วย งั้นเรารีบไปเข้าเรียนกันเถอะ เดี๋ยวจะเช็คชื่อไม่ทันเอา” พอพี่เรนต์พูดจบ อยู่ ๆก็จับมือแล้วลากฉันออกมาจากโต๊ะทันที 

“พี่เรนต์ปล่อยมือฉันนะ” ฉันพูดแล้วพยายามสะบัดมือให้หลุด 

“พี่ไม่ปล่อย” พี่เรนต์พูดแล้วกำมือฉันแน่นกว่าเดิม 

“โอ๊ย!! เจ็บ” มันเจ็บนะ นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงมาทำกับฉันแบบนี้ 

“เจ็บมากป่าว พี่ขอโทษ” พี่เรนต์รีบปล่อยมือทันทีแล้วมองที่มือฉัน 

“ฉันไม่เป็นไรค่ะแต่พี่เป็นไร ทำไมจู่ ๆลากฉันออกมา” ฉันถามแล้วมองหน้าพี่เรนต์ ฉันอยากรู้คำตอบว่าต้องการอะไรจากฉันถึงได้ทำแบบนี้ 

“ก็พี่ไม่ชอบนิ ที่.” พี่เรนต์พูดแต่จู่ ๆ ก็หยุดพูดไป ดูท่าทางจะหัวเสียน่าดู 

“ไม่ชอบ?? ไม่ชอบอะไรค่ะ” ฉันเลยถามต่อ ก็คนมันสงสัยนิ 

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ที่พี่บอกให้เราหาสายรหัสให้เจอภายในสองวันไปถึงไหนแล้ว” พี่เรนต์พูดเปลี่ยนเรื่อง พูดตัดบทไปเฉย ๆแล้วยังจะทำมาเปลี่ยนเรื่องอีก แถเก่งจริง ๆ 

“ยังหาไม่เจอค่ะ” ฉันตอบแบบผ่าน ๆ ถ้าถามตอนนี้ก็เสียฟอร์มหมดนะสิ 

“งั้นก็ขอให้หาเจอเร็ว ๆแล้วกันนะ” พี่เรนต์ยิ้มให้ฉันแล้วเดินไปหาเพื่อนแกที่อยู่ไม่ห่างจากเรามากนัก 

“เป็นไงบ้างแก” ริตาร์เดินเข้ามาถามหลังจากพี่เรนต์เดินออกไป 

“พี่เรนต์มันทำไรแกป่าวว่ะมีน” อินทร์ถามแล้วจับตัวฉันหมุนไปมา 

“แค่เจ็บมือนิดหน่อยอ่ะ ไม่เป็นไรมาก” ฉันตอบกลับ 

“งั้นก็แล้วไป” อินทร์ทำหน้าโล่งอก 

“แล้วแกได้ถามพี่เค้าป่ะเรื่องสายรหัสอ่ะ” ริตาร์ถามขึ้น ฉันไม่ถามและก็ไม่คิดจะถามด้วย 

“ไม่ได้ถามว่ะแก พี่เรนต์ทำตัวแปลกๆ” ฉันตอบริตาร์ วันนี้พี่แกแปลก ๆ ผีเข้าสิงมั้ง 

“นี่ใกล้เข้าเรียนช่วงเช้าของฉันแล้ว ฉันไปก่อนนะ” ฉันพูดแล้ววิ่งเข้าอาคารเรียน 

“วันนี้ยัยมีนจะไหวไหมเนี่ย” ริตาร์หันไปคุยกับอินทร์ 

“ก็นั้นนะสิ” อินทร์ตอบพร้อมทำน่าเหนื่อยใจ 

“งั้นพวกเราสองคนก็แยกย้ายกันไปเรียนดีกว่า บายแล้วเจอกัน” ริตาร์พูดกับอินทร์แล้วแยกย้ายกันไปเข้าห้องเรียน 

“เจอกันจนได้นะครับน้องมีนา” เสียงนี่มันพี่เรนต์นิ มาทำอะไรในวิชาของปีหนึ่งเนี่ย 

“ค่ะพี่เรนต์ พี่มาทำไรที่นี้คะเนี่ย” ฉันถามพี่เรนต์ต่อทันที ก็ไม่เห็นจะมีปีสองมาสักคนแล้วพี่แกมาทำไรตรงนี้อ่ะ ไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แค่สงสัยเฉย ๆ ( -_-’’) 

“เข้าห้องเรียนก็ต้องมาเรียนสิ ถามแปลก ๆนะเรา” พี่เรนต์ตอบพร้อมทำน่าตีมึน ที่มองอย่างไง ๆ ก็กวนบาทาฉันทุกที 

"คะงั้นก็อย่าเอาแต่นอนสิค่ะ" ฉันตอบกลับแบบผ่าน ๆ ถ้าขืนพูดต่อคงไม่วายกวนประสาทฉันอีกอยู่ดี 

“ครับน้องมีนา” พี่เรนต์พยักหน้าตอบฉัน 

“งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะนักศึกษา” ในที่สุดก็สอนเสร็จสักที ฉันหิวจะตายอยู่และเนี่ยเมื่อเช้าก็ไม่ได้กินอะไรเลยด้วย อาจารย์แกก็สอนอะไรไม่รู้ ไม่เห็นเข้าใจเลยสักอย่าง (เธอไม่สนใจที่อาจารย์สอนมากว่ามั้งมีน ทำมาเป็นบ่นว่าอาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง) 

“จบสักทีหิวข้าวจะตายอยู่และเนี่ย ริตาร์กับอินทร์จะเรียนเสร็จยังนะ” ฉันพึมพำกับตัวเอง 

“ถ้าหิวแล้วงั้นไปกินข้าวกับพี่มั้ย” พี่เรนต์โผล่หน้าเข้ามาใกล้ๆฉัน 

“ไม่เป็นไรค่ะ พอดีฉันนัดเพื่อนไว้แล้ว” ฉันตอบกับพี่เรนต์แบบไม่สนใจคำชวน ขอเถอะช่วยเอาหน้าหล่อๆ ของนายออกไปที คนอื่นเค้ามองกันหมดแล้วเนี่ย 

“งั้นพี่ขอไปกินด้วยคนได้มั้ยครับ” พี่เรนต์พูดแล้วทำน่าอ้อนๆ ขอเถอะแค่เอาหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ฉันก็โดนมองแรงมากพออยู่แล้ว นายยิ่งมาทำน่าอ้อนแบบนี้เหล่าแฟนคลับนายคงได้มากระทืบฉันตายพอดี 

“แล้วทำไมพี่ไม่ไปกินกับเพื่อนพี่อ่ะ” ฉันยังไม่อยากตายก่อนได้แต่งงานนะ ขอเถอะอย่ามายุ่งกับฉันเลยได้โปรดดดดดด 

“ก็พวกมันไปประชุมกิจกรรมรับน้องกันหมดเลยอ่ะดิ” พี่เรนต์ตอบพร้อมส่ายหน้าไปมา (-_- )( -_-)(-_- ) 

"แล้วทำไมพี่ไม่ไปประชุมกับเพื่อนพี่ละค่ะ" ก็นั้นนะสิทำไมพี่แกไม่ไปประชุมกับคนอื่นเค้า มานั่งหน้าหล่ออยู่แถวนี้ทำไมยะ! 

“ก็มันน่าเบื่อนิ แล้วพี่ก็หิวข้าวด้วยไปกินข้าวกัน” พี่เรนต์พูดจบก็หยิบกระเป๋าฉันไปถือแล้วเดินนำหน้าออกจากห้อง แบบนี้ก็ได้หรอยะ โอ๊ยยยฉันอยากจะบ้าตาย 

“พี่เรนต์เอากระเป๋ามา ฉันถือเองได้” ฉันเดินตามแล้วเอากระเป๋ามาถือเอง แล้วเดินออกนำหน้ามา 

“อ่ะๆ งั้นไปหาไรกินกัน” พี่เรนต์เดินลากฉันไปที่ร้านอาหารใกล้มหาลัย 

“วันนี้พาสาวสวยที่ไหนมาที่ร้านเนี่ยซะ.” พี่เจ้าของร้านเดินเข้ามารับออเดอร์ที่โต๊ะ แต่ก็เหมือนจะพูดอะไรบ้างอย่างต่อแต่โดนพี่เรนต์ขัดก่อน 

“อย่าแซวสิครับพี่” พี่เรนต์หันไปมองหน้าพี่เจ้าของร้าน เหมือนฉันเป็นคนนอกเลยแหะ 

“มีนาอยากกินไรสั่งได้เลยนะ พี่เลี้ยงเอง” พี่เรนต์พูดพร้อมกับสั่งเมนูอาหารของตัวเอง 

“อะไรก็ได้ค่ะแล้วแต่พี่เลย” ฉันตอบแบบผ่านๆ เพราะดูจากเมนูแล้วไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรมากินดี 

“งั้นขอแบบนี้สองที่แล้วกันครับพี่ ขอบคุณครับ” พี่เรนต์สั่งอาหารเสร็จก็หันมาจ้องหน้าฉันตลอดจนพี่พนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ 

“อาหารมาเสิร์ฟแล้วครับ” พี่พนักงานเดินมาเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะ 

“ขอบคุณค่ะ ว้าวววอาหารน่ากินจัง” ฉันพูดหลังจากเห็นอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ พึ่งรู้นะเนี่ยว่ามีร้านอาหารที่น่ากินอยู่ใกล้มหาลัยแค่นี้เอง 

“อาหารน่ากินหรือว่าเราหิวกันแน่” พี่เรนต์เอามือเท้าคางที่โต๊ะแล้วยิ้มแบบมีเลศนัย ^-^ เห็นแล้วขนลุกอ่ะน่ากลัว 

“ก็เห็นอาหารน่ากินดีนิค่ะ ฉันก็แค่พูดตามที่เห็น อีกอย่างฉันไม่ได้เป็นคนเห็นแก่กินสักหน่อย” ฉันตอบแบบแก้เขิน ฉันนี่นะทำอะไรลงไปเนี่ยน่าขายหน้าชะมัดเลย 

“ถ้าน่ากินงั้นก็กินเยอะๆนะ” พี่เรนต์พูดแล้วยิ้มหวานให้ฉัน ขอเถอะหยุดยิ้มสักทีได้มั้ย ฉันก็ผู้หญิงนะหวั่นไหวเป็นเหมือนกัน... -_- 

กินอะไรไม่ลงเลยอ่ะ... ทำไมต้องมานั่งจ้องหน้าฉันด้วยเนี่ยไหนบอกหิวไง ชิ... เล่นจ้องกันแบบนี้ฉันก็อายเป็นนะ แล้วใครจะไปกินลงล่ะ 

“อิ่มแล้วหรอมีนา กินน้อยจังไหนบอกหิวไง หรือว่าอาหารไม่ถูกปากงั้นหรอ” พี่เรนต์ถามเมื่อเห็นฉันกินอาหารแค่นิดเดียว ก็แหงแหละเล่นจ้องแบบนี้ใครจะกินลง เสียดายจังอาหารอร่อยด้วยอ่ะ T๐T 

“ป่าวค่ะ... อาหารอร่อยดีค่ะฉันแค่ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” ฉันตอบตามมารยาท ฮือออ เสียดายอาหารจัง 

ก็เพราะใครกันที่ทำให้ฉันกินไม่ลงอ่ะห๊ะ!!! อาหารก็ออกจะอร่อยแท้ๆ แต่เพราะนายทำให้ฉันกินไม่ลง รู้สึกเสียดายจังขอโทษนร้าคุณอาหารที่กินได้แค่นิดเดียว ToT 

“แล้วพี่เรนต์ทำไมไม่กินอ่ะค่ะ ไหนบอกหิวไงแล้วทำไมไม่กินเลย” ฉันถามพี่เรนต์ที่เอาแต่มองหน้าฉันอย่างเดียว 

“พี่แค่เห็นมีนากินพี่ก็อิ่มแล้ว” พี่เรนต์ตอบด้วยสายตาที่หวานเยิ้ม ใช้คำพูดหยดสาวเก่งจริง ๆ ทำแบบนี้บ่อยสินะ 

“สงสัยพี่คงใช้มุขนี้หยอดสาวบ่อยสินะ!!” ฉันเผลอพูดออกไปแบบไม่คิดอีกแล้ว มันคงติดเป็นนิสัยแล้วมั้งเนี่ยฉัน 

“เมื่อกี้พูดถึงพี่หรอ??” พี่เรนต์ยืนหน้าเข้ามาใกล้ฉัน มันใกล้เกินไปแล้วยะ!! หน้าของเราห่างกันไม่ถึงนิ้วด้วยซ้ำ หน้าของฉันรู้สึกร้อนวูบขึ้นมา หน้าอย่าแดงนะเก็บอาการหน่อยสิเรา 

“ป่าวค่ะ ฉันพูดกับตัวเอง” สงสัยว่านิสัยปากไว พูดไม่คิดของฉันคงแก้ไม่หายแล้วแหละ 

“งั้นรีบกลับมหาลัยกันเถอะ เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน” พี่เรนต์พูดแล้วเรียกพี่พนักงานมาเก็บเงิน 

อยู่ ๆเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ใครโทรมาเนี่ย อ้าวอินทร์โทรมานิ ลืมโทรไปบอกว่าออกมากินข้าวกับอิตาพี่เรนต์ 

“ฮัลโหลว่าไงอินทร์” ฉันพูดขึ้นหลังกดรับสาย 

[เธออยู่ไหนเนี่ย ฉันกับยัยริตาร์รอนานแล้วนะหิวข้าว/ฉันหิวข้าว] เสียงอินทร์พูดพร้อมกับเสียงตะโกนของริตาร์ที่กำลังโมโหหิว 

“ขอโทษนะอินทร์ ฉันลืมทักไปบอกพวกแกว่าไม่ต้องรอฉัน ฉันออกมากินข้าวข้างนอกกับเพื่อนในคณะ”ฉันตอบกลับเสียงเบาๆ เพราะไม่อยากให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ยิน 

[แล้วทำไมแกพึ่งมาบอกเอาตอนนี้ห๊ะยัยมีน] เสียงยัยริตาร์พูดดังออกมาจากโทรศัพท์ 

“ขอโทษๆ เดี๋ยวรอบหน้าฉันเลี้ยงแกเป็นการไถ่โทษแทนนะ” ฉันตอบกลับ 

[เคๆ งั้นพวกฉันสองคนไปกินข้าวก่อนแล้วกัน รอบหน้าแกต้องเป็นคนเลี้ยงฉันกับอินทร์นะตามนั้น] ริตาร์พูดทวนฉันเรื่องเลี้ยงข้าว แล้วตัดสายฉันทิ้งทันที 

“นี่เราเป็นเพื่อนกันหรอเนี่ย พี่พึ่งรู้” พี่เรนต์พูดแล้วทำหน้าตาทะเล้นใส่ฉัน กวนประสาทชะมัดเลย 

“บ้าหรอ. ถ้าบอกว่ามากับพี่ ยัยริตาร์คงถามฉันไม่เลิกแน่” ฉันก็ตอบไปตามความจริง 

“ถ้างั้นบอกไปเลยก็ได้นะว่ามากับพี่ เดี๋ยวพี่ตอบคำถามให้เอง” พี่เรนต์พูดทำน่าจริงจัง แหมพ่อคุณก็พูดง่ายนิ ถ้ามันจบง่ายแบบบนั้นฉันคงบอกไปแล้วแหละ 

“กลับกันเถอะค่ะ เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน” ฉันเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะรู้ว่าพี่แกทำจริงอย่างที่พูดแน่ 

“เปลี่ยนเรื่องเร็วจังนะเรา งั้นไปกลับกัน” พี่เรนต์พูดแล้วเดินจับมือฉันเดินกลับเข้ามหาลัย 

“พี่เรนต์เดินช้าๆหน่อยได้มั้ย ฉันเดินตามไม่ทันแล้ว” ฉันพูดกับพี่เรนต์ที่เดินนำหน้าฉันโดยไม่สนใจว่าฉันเดินตามพี่แกทันมั้ย 

“โทษทีพี่ลืมไปว่าเราขาสั้น 555” พี่เรนต์หันมาพูดกับฉันที่เดินตามไม่ทัน ขอโทษแล้วกันนะที่ฉันเกิดมาสั้นกว่าคนอื่นเค้า 

“พี่ว่าใครขาสั้น พี่ต่างหากที่เดินเร็วเกิน” ฉันพูดแล้วรีบเดินตามพี่เรนต์ให้ทัน 

“จร้า ๆ พี่แค่พูดเล่นเฉย ๆ” พี่เรนต์เอามือมาขยี้ผมฉันเบาๆ โอ๊ยยยย ผมฉันเสียทรงหมดแล้วเนี่ย 

“ทำไมคนอื่นถึงมองเราแปลกๆ อ่ะ” ฉันเริ่มหันมองสายตาคนรอบข้างที่เดินผ่านไปมา 

“ไม่มีไรหรอกอย่าคิดมาก” พี่เรนต์พูดจบก็ลากฉันไปเข้าห้องเรียน 

“งั้นพี่ไปก่อนนะ บาย” พี่เรนต์เดินออกจากห้องแล้วหันมาโบกมือให้ฉัน ยังๆ ยังไม่หยุดทำตัวให้เป็นจุดสนใจอีก สายตาอาฆาตของสาวๆ นี้อาจฆ่าฉันได้เลยนะ นายจงใจใช่มั้ยเนี่ย -_-* 

“งั้นเรามาเช็คชื่อกันก่อนนะนักศึกษา” ดีนะทีมาทันอาจารย์เข้าเช็คชื่อพอดี ฉันเดินไปนั่งข้างจูนที่ว่างอยู่พอดี 

ไม่ต้องสงสัยค่ะว่าจูนคือใคร จูนเป็นเพื่อนคณะเดียวกับฉันเอง หน้าตาน่ารักนิสัยก็ดี๊ดี เป็นเพื่อนที่ฉันสนิทที่สุดในคณะแล้ว 

“อ้าวเธอไปไหนมามีนา ฉันตามหาเธอตอนพักเที่ยงตั้งนาน” จูนทักขึ้นทันทีที่ฉันนั่งลงข้างๆ เธอ 

“จริงหรอ ขอโทษนะพอดีออกไปข้างนอกมา ว่าแต่จูนมีอะไรหรอถึงตามหาฉันอ่ะ” ฉันพูดเบาๆ 

“พอดีว่ารุ่นพี่เค้าจะจัดกิจกรรมรับน้องที่ทะเลอาทิตย์หน้า เธอรู้เรื่องนี้หรือยัง” จูนบอกต่อด้วยท่าทีจริงจัง 

“ยังเลย พึ่งรู้นี่แหละ” แสดงว่าตอนทที่ฉันออกไปกินข้าวเนี่ยรุ่นพี่เค้าเรียกประชุมเรื่องนี้แน่เลย 

“พี่เค้าให้จับคู่กับเพื่อนอ่ะ เรามาคู่กันนะ” จูนพูดชวนให้ฉันจับคู่ด้วย 

“แน่นอนอยู่แล้ว” ฉันตอบพร้อมหันไปยิ้มให้กับจูน 

“ว่าแต่นี้เธอเจอสายรหัสเธอหรือยังอ่ะ” จูนถามเรื่องสายรหัสที่ฉันต้องหาให้เจอภายในพรุ่งนี้ ให้ตายเหอะฉันอุตส่าห์ลืมไปแล้วนะเนี่ย =_= =_= 

“ยังเลย” ฉันตอบสั้นๆเพราะกำลังจดเลคเชอร์อยู่ แค่เรียนฉันก็เหนื่อยมากพออยู่และ ยังต้องมาตามหาสายรหัสบอบ้าอะไรนี้อีก คนสวยไม่ปลื้มค่ะ (จร้า ๆ แม่คนสวย) 

“อ้าวแบบนี้จะทันหรอ พรุ่งนี้ก็วันที่สองแล้วนะ” จูนพูดแล้วทำหน้าเหมือนกำลังตกใจเหมือนว่าทำไมฉันดูไม่รีบร้อนในการตามหาสายรหัส 

“ฉันพอจะรู้แล้วว่าใครคือสายรหัสของฉัน” ถึงฉันจะไม่อยากให้มันใช่ก็เหอะ ยิ่งพูดถึงก็ยิ่งปวดหัว 

“แล้วใครกันหรอที่เป็นสายรหัสของเธออ่ะ” จูนถามพร้อมทำน่าจริงจังมากกว่าตอนเรียนอีก (ความอยากเผือกของนางขั้นสุดจริงๆ) 

“ไม่บอกจร้า” ฉันตอบแบบขำๆ ก็นะถ้าบอกไปว่าเป็นอิตาพี่เรนต์จูนคงถามฉันไม่หยุดแน่ นางยิ่งปลื้มๆ อยู่ 

“ใจร้ายจัง มาทำให้ฉันอยากแล้วจากไป” จูนตอบด้วยสีน่าผิดหวังแล้วก้มลงจดเลคเชอร์ต่อ 

“แล้วจูนอ่ะคิดว่าใครเป็นสายรหัสของเธอ” ฉันถามจูนกลับ 

“สายรหัสของฉันนะหรอ ก็พี่เรนต์นะสิถามได้” จูนตอบแบบเขินๆ พอได้ยินฉันสตันไป 3 วิ 

“จริงอ่ะจูน!! พี่เรนต์คือสายรหัสเธอหรอ” ฉันถามด้วยเสียงจริงจัง ถ้าใช่ก็ดีสิ แต่ถ้าใช่แล้วใครละที่เป็นสายรหัสฉันละ 

“จะบ้าหรอ ฉันแค่อยากได้พี่เค้ามาเป็นสายรหัสเลยมโนเอาเอง” จูนตอบด้วยสีน่าที่ดูเคลิ้มและเพ้อฝันกับคำพูดของตัวเอง 

“แล้วพวกเราใครกันนะ จะโชคดีที่ได้พี่เรนต์เป็นสายรหัส” จูนพูดแล้วหันหน้าไปมาเหมือนกำลังมองหาคนที่เป็นผู้โชคร้าย เห้ยไม่ใช่ผู้โชคดีของเธอ 

“โชคร้ายอ่ะสิไม่ว่า... ทำตัวอวดเก่ง เอาแต่ยืนเก๊กหล่ออยู่ได้ ใครได้ไปคงโชคร้ายสุดๆ” ฉันตอบด้วยเสียงประชด 

“ก็คงมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่คิดแบบนั้นอ่ะ” จูนตอบประชดกลับใส่ฉัน 

“นักศึกษาตรงนั้นนะ เงียบ ๆหน่อยอาจารย์สอนอยู่” อาจารย์หันมาดุฉันกับจูนที่คุยกันอยู่ 

“ค่ะอาจารย์” ฉันขานรับอาจารย์ 

หลังจากเรียนเสร็จฉันก็กลับบ้านทันทีเพราะวันนี้ไม่มีกิจกรรมรับน้อง พอถึงบ้านฉันก็เห็นมีรถแปลกๆที่ไม่คุ้นมาจอดตรงหน้าบ้าน ฉันเดินเข้าไปดูก็ไม่เห็นเจ้าของรถสงสัยแค่มาจอดเฉย ๆมั้ง ฉันเลยเดินไปเปิดประตูรั่วบ้าน พอก้าวเข้าไปก็เห็นพ่อมานั่งอยู่ตรงสวนหน้าบ้าน 

“พ่อค่ะ” ฉันเรียกพ่อแล้วรีบเดินเข้าไปกอดพ่อทันที ไม่ได้เจอพ่อมาตั้งหลายเดือนคิดถึงที่สุดเลย ^_^ 

“เป็นไงบ้างเนี่ยลูกไม่ได้เจอกันนานเลย” พ่อลูบหัวฉันเบา ๆ อย่างอ่อ่นโยน 

“สบายดีค่ะพ่อแล้วพ่อเป็นไงบ้างค่ะ พ่อมาหาแม่หรอแม่ยังไม่กลับจากทำงานหรอกนะค่ะ” ฉันรีบตอบพ่อแล้วถามกลับทันที 

“พ่อสบายดี พ่อไม่ได้มาหาแม่หรอกมาหาลูกนั้นแหละ” พ่อพูดกลับด้วยเสียงที่อ่อนโยน 

“มาหาหนูมีไรหรือป่าวค่ะ” ฉันถามด้วยความสงสัย ถึงเสียงพ่อจะดูอ่อนโยนอย่างทุกทีแต่เหมือนพ่อจะมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจนะ 

“พ่อจะมาถามหนูว่าหนูพร้อมที่จะไปอยู่กับพ่อหรือยัง” พ่อถามด้วยสีน่าและน้ำเสียงที่จริงจัง 

“พ่อค่ะเราคุยกันแล้วไงค่ะ ว่าเราจะไม่พูดกันเรื่องนี้อีก” ฉันตอบพ่อด้วยเสียงอ่อน ๆ 

“งั้นถ้าลูกเปลี่ยนใจก็บอกพ่อได้ทุกเมื่อนะ” พ่อพูดด้วยสีน่าที่อ่อนโยนเหมือนเดิมอีกครั้ง 

“ค่ะพ่อ พ่อจะเข้าบ้านก่อนมั้ยค่ะเดี๋ยวหนูเอาน้ำมาให้กิน” ฉันชวนพ่อเข้ามานั่งในบ้าน เพราะยังไม่อยากให้พ่อกลับ 

“ไม่เป็นไรหรอกลูก เดี๋ยวพ่อต้องไปทำงานต่อแล้ว” พ่อพูดแล้วลุกขึ้นยืนทำท่าจะกลับ 

“ทำไมพ่อรีบกลับจังค่ะ” ฉันถามพ่อที่กำลังจะกลับ ถึงจะรู้ว่าพ่องานเยอะและยุ่งมากก้เถอะ แต่นาน ๆที พ่อจะมาหาฉันนะ อยากให้พ่ออยู่ต่ออีกหน่อยจัง 

“พ่อต้องไปคุยงานกับลูกค้าต่อนะลูก พ่อกลับก่อนนะ” พ่อเดินมาแล้วจุ๊บที่หน้าผากของฉันแล้วขับรถออกไป 

“หิวจังเมื่อตอนเที่ยงกินไม่อิ่มเลย หาไรกินดีกว่า” ฉันเดินไปเปิดประตูตู้เย็นเพื่อหาของกิน 

“มีสลัดผลไม้อยู่ด้วยแหะ” ฉันหยิบสลัดผลไม้ออกมานั่งกินที่หน้าทีวี 

เฮอออ~~ พรุ่งนี้ก็วันสุดท้ายแล้วฉันจะทำอย่างไงดี จะเข้าไปหาอิตาพี่เรนต์นั้นแล้วถามตรง ๆเลยดีมั้ย ว่าใช่สายรหัสฉันหรือป่าว แต่ถ้านายนั้นไม่ยอมรับขึ้นมาฉันว่าใช่หละ แล้วถ้าเกิดว่าไม่ใช่นายนั้นล่ะฉันจะทำอย่างไง ตายแน่ ๆเลยฉัน 

“อ้าวมีนทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังลูก” แม่ที่พึ่งกลับจากทำงานถามฉันที่กำลังนอนดูทีวีอยู่ 

“กลับมาแล้วหรอค่ะแม่ พอดีวันนี้ไม่มีรับน้องเลยกลับมาเร็วค่ะ” ฉันลุกขึ้นนั่งแล้วตอบแม่ 

“แล้วนี่หิวหรือยังลูก เดี๋ยวแม่รีบไปทำอะไรให้กินนะ” แม่พูดแล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้อง 

“แม่ค่ะวันนี้พ่อมาหาที่บ้านด้วย” ฉันพูดขึ้นทันทีที่แม่เดินออกมาจากห้อง 

“อ่อ... งั้นหรอแล้วเค้ามาทำอะไรล่ะ” แม่ตอบด้วยน้ำเสียงออกแนวประชดไม่พอใจ 

“พ่อก็มาหาแม่ไงค่ะ ^_^” ฉันพูดด้วยเสียงอ้อน ๆ แบบติดตลกกับแม่ 

“ลูกนี่นะ ชอบพูดแบบนี้ทุกที” แม่พูดแล้วยิ้มให้ฉัน แหม... แม่นะแม่ตอนแรกทำมาเป็นพูดประชด 

“มากินข้าวได้แล้วลูก” แม่เรียกฉันหลังจากที่แม่ยกอาหารมาไว้ที่โต๊ะเสร็จ 

“ค่ะแม่” ฉันขานรับแล้วรีบเดินไปช่วยแม่จัดโต๊ะ 

“หนูอิ่มแล้ว” ฉันพูดแล้วเอามือลูบท้องประกอบ รู้งี่จะรอแม่มาทำกับข้าวให้กินดีกว่าไม่หน้ารีบกินสลัดผลไม้ก่อนเลย 

“ทำไมวันนี้อิ่มเร็วจังลูก” แม่หันมาถามฉัน 

“หนูพึ่งกินสลัดผลไม้ไปอ่ะแม่ อิ่มแปล้เลย” ฉันตอบกับแม่ด้วยสีหน้าที่บงบอกถึงความอิ่มของฉัน 

“ว่าแล้วเชียว ทำไมอิ่มเร็วกินแบบนี้เดี๋ยวอ้วนขึ้นมาแม่ไม่รู้ด้วยนะ” แม่พูดพร้อมเอามือมาขยี้ผมฉันเบาๆ 

“ถึงหนูอ้วน หนูก็น่ารักนะแม่” ฉันพูดแล้วทำตาหวานใส่แม่ 

“จร้า... ถึงอ้วนลูกแม่ก็น่ารัก” แม่พูดประชดฉันหน่อยๆ 

“ล้างจานเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำเลยนะลูก” แม่พูดหลังฉันล้างจานเสร็จ 

“รับทราบค่ะ นายหญิง” ฉันตอบแม่ 

หลังจากอาบน้ำแล้วฉันมานั่งลงที่หน้าคอมเพื่อทำรายงานที่อาจารย์สั่ง แต่อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น 

“ใครนะโทรมาดึกขนาดนี้” ฉันเดินไปดูโทรศัพท์ว่าใครโทรมา ไม่ขึ้นชื่อเบอร์ก็ไม่คุ่นด้วยใครโทรมากันแน่ 

“สวัสดีค่ะ นี่ใครค่ะ” ฉันกดรับสายที่โทรเข้ามา 

[หวัดดีครับน้องมีนา จำพี่ไม่ได้หรอครับ] เสียงตอบกลับมาจากโทรศัพท์มันคุ้นๆนะ 

“ถ้าไม่บอกจะรู้ไหมค่ะว่าใคร” ฉันตอบด้วยเสียงกวนประสาท 

[กวนไม่เบานะเรา] คนในสายตอบกลับ แล้วใครให้มากวนประสาทฉันก่อนอ่ะ 

“แล้วสรุปใครค่ะที่โทรมา ถ้าบอกงั้นแค่นี้นะค่ะ” ฉันพูดและกำลังจะกดตัดสาย 

[เดี๋ยวๆ นี่พี่เรนต์เองอย่าพึ่งวางสายพี่นะ] พี่เรนต์ตอบ ฉันว่าแล้วเสียงกวนประสาทแบบนี้มีอยู่ไม่กี่คน 

“ค่ะ!! แล้วพี่เอาเบอร์ฉันมาจากไหนเนี่ย ฉันถามเพราะไม่รู้ว่าพี่แกได้เบอร์ฉันมาจากไหน 

[พี่ได้มาจากไหนไม่สำคัญหรอก แต่สำคัญที่ว่าคนรับสายจะทำตามคำพูดของตัวเองได้หรือป่าว] พี่เรนต์พูดแบบมีเลศนัยบางอย่าง 

“ทำตามคำพูดงั้นหรอค่ะ??? เรื่องไรค่ะ” ฉันตอบกลับแบบงงๆ อะไรใครต้องทำตามคำพูดของตัวเองฉันไม่เข้าใจ 

[ก็ที่มีนาจะต้องหาสายรหัสให้เจอภายในสองวันไงพรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วนะ] พี่เรนต์ตอบ 

“อ่อ... เรื่องนี้นี่เองนึกว่าเรื่องอะไร” ฉันก็นึกว่ามีอะไรที่แท้ก็เรื่องสายรหัส 

[รู้ยังว่าใครเป็นสายรหัสเราฮะ...] พี่เรนต์พูดเสียงกวนๆ 

“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ฉันว่านะพี่แกต้องรู้แน่ๆว่าใครคือสายรหัสของฉัน 

[มีใครที่คิดว่าใช่บ้างไหม] ยังจะมีน่ามาถามฉันอีกนะว่ามีใครที่คิดว่าใช่บ้างไหม -_- -_- 

“ก็มีอยู่ค่ะ” ก็นายไงจะมีใครอีกถามมาได้ 

[แล้วคิดว่าเป็นใครไหนบอกมาสิเผื่อพี่ช่วยได้] ทำมาเป็นพูดดีนะ คิดว่าฉันไม่ทันแผนของนายหรอ 

“ไม่บอกค่ะความลับ” ฉันตอบประชดใส่ 

[อ้าว... ไม่บอกพี่ซะงั้น ไม่บอกก็ไม่เป็นไรแต่พรุ่งนี้เราต้องมาหาพี่ ตอนเที่ยงที่หน้าร้านน.นม เข้าใจนะงั้นแค่นี้แหละ ฝันดีนะเด็กน้อย] พอพูดจบพี่เรนต์ก็ตัดสายฉันทันที 

อ้าว!!! นี่มันหมายความว่าไงเนี่ยแล้วฉันต้องไปตามที่พี่เรนต์บอกหรือป่าว??? เฮอออ(-_- )( -_-)(-_- ) 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}