จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนบงการที่น่ากลัว

ชื่อตอน : คนบงการที่น่ากลัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 50

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2562 19:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนบงการที่น่ากลัว
แบบอักษร

image

พอนึกภาพต้นแบบได้..ลักษณะการบรรยายถึงมุกดาราก็ง่ายขึ้นล่ะค่ะ

.......

การใช้พลังธาตุลมเพื่อให้ร่างลอยขึ้น...สามารถเป็นไปได้เมื่อเทียบกับธาตุอื่น ๆ ...

จินดาพิสุทธิ์เรียนรู้และประยุกต์ใช้วาโยธาตุหรือลมได้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว..

สามเจ้าหญิงลอยขึ้นเหนือหุบเหว..ค่อย ๆ ร่อนลงอย่างสวยงาม..

สิ่งที่น่าประหลาดใจ..คือเวลานี้..ขบวนของนายแม่แมวหลวงมาถึงแล้ว..

จินดาพิสุทธิ์ผละจากการกอดสองเจ้าหญิง..ในขณะที่เส้นทางเบื้องหน้า..ร่างของนายแม่มาถึงพอดี..

แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า..

“..พลังแห่งธาตุลมทำให้บินได้..คิดไว้ไม่ผิด..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้ม..

“..เคยดูเรื่องเอ็กซ์เมน..เหมือนสตรอมเลยค่ะนายแม่..”

มุกดาราได้ยินอะไรแปลก ๆ อีกแล้ว..

แต่นางก็เริ่มจะชินกับการใช้ภาษาแปลก ๆ ของจินดาพิสุทธิ์ขึ้นทุกวัน..

เพียงแต่รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองอยู่ก็เก้อเขินเล็กน้อย..และคนที่มองคืออจินไตย..

นายแม่แมวหลวงมองดูแต่ละคนที่แต่งตัวออกแนววาบหวิวเพราะเป็นชุดเล่นน้ำตก..ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..เดี๋ยวพวกเจ้าทั้งหมดไปผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและพักผ่อนเสีย..สำหรับเรื่องราวใต้หุบเหว...ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า..”

องค์หญิงมุกดาราอดถามไม่ได้..

“..นายแม่..ท่านจะทำอย่างไร..”

“..พวกมันอยู่ใต้หุบเหว..น่าจะมีทางขึ้นลงทางเดียวเท่านั้น..เราไม่คิดจะลงไป..แต่จะขังพวกมันไว้..”

พูดจบ..ร่างที่รวดเร็วสองร่างก็มาถึงพอดี..

นี่คือสองปีศาจแห่งอนันตกาล..ศศินาแพคเกจ..ซึ่งตามติดแม่ทัพแมวหลวงมาด้วย..เพราะจะว่าไป..ทั้งสองก็คือกำลังสำคัญของแคว้นจันทราเช่นกัน..

ทั้งสองตามแม่ทัพแมวหลวงมาด้วย..ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร..นอกจากพวกนางแล้ว..สองนางกำนัล..ปักษากับมีนา..และสององครักษ์ของจินดาพิสุทธิ์สินธุวาหุ..ก็ตามมาด้วย..เพียงแต่ยังไม่ปรากฏตัวในที่นี้..

การเคลื่อนไหวของสองปีศาจแห่งอนันตกาลรวดเร็ว..มักจะถูกส่งไปสืบเสาะและจัดการเรื่องทุกเรื่องล่วงหน้าก่อนเสมอ..ครั้งนี้ก็เช่นกัน..

แพคเกจพูดว่า..

“..ท่านเจ้าสำนัก..ถ้ำผลึกอนันตรังสีที่เชื่อมกับน้ำตกรุ้งสวรรค์..มีทางเข้าออกภายนอกสามทาง..หนึ่งในนั้นคือออกปากเหว..มีรอกและนั่งร้านเพื่อให้คนโดยสารไปยังก้นเหวได้..แพคจัดการทำลายรอกและนั่งร้านแล้ว..”

ศศินารายงานว่า..

“..อาแคท..นาจัดการคนที่เฝ้าในถ้ำด้วย..พวกมันโดนจัดการจนหมดสติและถูกจับกุมแล้ว..”

แพคเกจยังคุ้นชินกับการเรียกแม่ทัพแมวหลวงว่าท่านเจ้าสำนัก..ทั้งที่เคยเป็นลูกเขย..คือคบและแต่งงานกับคิตตี้ลูกสาวของแคทหรือแม่ทัพแมวหลวงมาก่อน..

ศศินาก็เช่นกัน..ตั้งแต่ไหนแต่ไรก็เรียกหาว่าอาแคทตลอด..ความเคยชินจึงทำให้พูดจาเช่นนั้น..

ทันทีที่ศศินาพูดจบ..สององครักษ์ของจินดาพิสุทธิ์..วาหุสินธุก็มาถึงรีบเข้ามารายงาน..

“..เรียนท่านแม่ทัพ..ข้าทั้งสองสืบเสาะไปรอบหุบเหว..ไม่พบทางออกทางอื่น..จริง ๆ แล้ว..หุบเหวนี้..มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ..นอกจากวิหคที่บินได้..ก็คงหาทางออกได้ยากเย็น..ควรจะมีทางน้ำตกเชื่อมไปสู่ถ้ำในหุบเหวสักแห่งที่พวกเราไม่ทราบก็ต้องค้นกันต่อ..แต่ก็สั่งทหารให้สืบเสาะและปิดทางเชื่อมต่อที่เราล่วงรู้ไว้ทุกทางแล้ว..ที่นี่จะเหมือนกรงขังชั้นดี..ทำให้พวกมันไม่อาจจะออกไปไหนได้..”เสียงสินธุที่ถนัดเจรจามากกว่า..ค่อย ๆ รายงานออกมา..

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..

“..พวกท่านสั่งทหารควบคุมรอบ ๆ บริเวณไว้..ภูมิประเทศที่นี่แม้จะเป็นป่าเขา..แต่หากจะหาของรับประทานคงยากเย็น..จะอยู่จนตายก็ตามสะดวก..สามเจ้าหญิงออกมาจากรังของพวกมันได้แล้ว..ไม่มีข้อกริ่งเกรงอันใดอีกต่อไป..”

จินดาพิสุทธิ์อดพูดไม่ได้..

“..พวกมันทำการทดลองค้นคว้า..โดยใช้ผลึกในถ้ำรวมกับความร้อนจากลาวาที่ไหลในถ้ำใต้หุบเขา..พวกมันพยายามสร้างธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ปราชญ์ชาวมิลินทระคิดค้นวิธีไว้..เพื่อดึงอำนาจแห่งธาตุทั้งสี่มาใช้..”

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..

“..เรื่องนั้นข้าพอจะทราบ..”

จินดาพิสุทธิ์เล่าประสบการณ์ที่ได้ฟังจากนาคาเกล็ดทองออกมา..พร้อมทั้งพูดว่า..

“..นายแม่..พิรุณเลือด..ที่แท้ก็เป็นคนวางแผนการให้คนพวกนี้..”

“..เรื่องนี้..ข้าก็คาดการณ์ไว้เช่นกัน..”

อจินไตยพูดว่า..

“..ที่ข้าไม่เข้าใจ..คือ..มีชาวสนธยาปะปนอยู่กับกลุ่มคนข้างล่างด้วย..แต่นาคาเกล็ดทองที่ควบคุมอสรพิษได้..ก็เป็นชาวแคว้นธรรพ์ธารา..”

“..น่าจะมีใครที่รวบรวมคนเหล่านี้..ซึ่งมาจากหลายแคว้น..เพื่อกระทำงานบางอย่าง..”

“..พิรุณเลือดใช่หรือไม่..”

“..ในความเห็นของข้า..ควรจะมีใครที่เหนือล้ำกว่าพิรุณเลือดอยู่เบื้องหลัง..และคน ๆ นี้..สมควรที่จะสร้างกลุ่มคนกลุ่มนี้ขึ้นมา..โดยรวบรวมมือดีจากทุกแคว้น..”..

อจินไตยแค่นเสียง..

“..ข้าคิดว่าข้าทราบว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร..ควรจะเป็นเจ้าชายอนันตรัยแห่งตำหนักชิงพลบแคว้นสนธยาของข้านั่นเอง..เพราะเขาแค้นจินดาพิสุทธิ์..แค้นข้า..และ..”

พูดจบก็มองถึงความไม่สมเหตุสมผลบางอย่าง..

อจินไตยนึกถึงตรงนี้..ก็นิ่ง..

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ..

“..อจินไตย..เจ้าเคยเล่าเรื่องของเจ้าชายอนันตรัยให้ข้าฟัง..รวมถึงจินดาพิสุทธิ์ก็เคยเล่าให้ฟังด้วย..คนเช่นนี้..แม้จะมีพลังอากาศมนตราซึ่งน้อยคนจะฝึกฝนได้..แต่ไม่มีคุณสมบัติจะเป็นผู้นำกระทำการใด ๆ ได้แน่..แต่ก็ไม่อาจจะบอกกล่าวได้ว่า..เขาจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้..มองที่เจ้าพูด..เขาอาจจะเป็นแค่มือไม้ชั้นดีของศัตรูที่แท้จริงของเราเท่านั้น..”

แม่ทัพแมวหลวงหรี่ตา..แสดงถึงความคิด..และการคาดการณ์ที่ลึกซึ้ง..

“..คน ๆ นี้..เรายังไม่ทราบว่าเขาเป็นใคร..แต่หากสามารถบงการพิรุณเลือดได้..ก็ไม่ควรจะเป็นชนชั้นธรรมดา..และเขาควรจะต้องการกระทำการใหญ่.ยึดครองทุกแคว้น..รวมถึงแคว้นสนธยาด้วย..”

อจินไตยนิ่งคิด..

“..ยังมีคนคิดกระทำการใหญ่เช่นนี้ด้วยหรือ..”

“..แม้แต่พิรุณเลือดก็คิดกระทำการเช่นกัน..เพียงแต่..คนที่เหนือกว่านางคือใคร....และเราควรระวังการดำเนินแผนใด ๆ ที่อีกฝ่ายอาจจะฉกฉวยให้เป็นประโยชน์..”

แม่ทัพแมวหลวงพลันหลับตา..

“..พิรุณเลือดบาดเจ็บหลบหนี..ไม่อาจสมหวังในแผนที่วางไว้..แต่เรื่องนี้อาจจะอยู่ในการคาดคำนวณของศัตรูที่แท้จริงก็ได้..เราจะต้องพักแรมกันที่นี่สักหลายวัน..รอให้คนใต้เหวยอมแพ้..หากสามารถจับกุมหัวหน้าของที่นี่ได้..บางทีคนที่เราต้องการ..อาจจะต้องเผยตัวขึ้นมาในเร็ววันแล้ว..”

นางทำกริยาคล้ายจินดาพิสุทธิ์ที่ฟังเสียงของกระแสลม..เพียงแต่..สิ่งที่นางฟังไม่ใช่ลม..

ยังมีเสียงของน้ำตกและธารที่ไหลริน..

จินดาพิสุทธิ์อุทานเบา ๆ ..

“..ท่านแม่..”

“..เชื่อว่า..เจ้าก็คงทราบแล้วว่าสามารถฟังเสียงหรือรับรู้เรื่องราวจากธาตุทั้งสี่ที่ครอบครองไว้ได้..นายแม่มีพลังแห่งแม่พระคงคา..การฟังเสียงน้ำตก..ก็เพื่อจะให้กระแสน้ำบ่งบอกว่าเกิดอะไรขึ้น..ในเส้นทางที่พวกเขาไหลผ่าน..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..ท่านได้ความว่าอย่างไร..”

“..สิ่งทีข้าต้องการจะทราบ..คือทางน้ำที่เชื่อมต่อกับก้นหุบเหว..เพราะมันอาจจะเป็นทางเข้าออกที่สำคัญอีกทางหนึ่งซึ่งท่านสินธุวาหุอาจจะไม่ทราบ..”

สินธุวาหุสบตากัน..ก่อนที่วาหุจะพูดว่า..

“..ท่านแม่ทัพโปรดชี้แนะ..”

“..กระแสน้ำบอกว่า..มีทางเชื่อมต่อจริงดังที่คาดการณ์..แต่ข้าคงปล่อยให้พวกมันคิดว่า..เราไม่ทราบทางเชื่อมต่อนี้..”แม่ทัพแมวหลวงยิ้มอย่างมีเลศนัย.. “..การทำให้ศัตรูเข้าใจว่าเราไม่รู้อะไร..ก็คือกลยุทธหนึ่ง..แต่ก่อนอื่น..ต้องทำให้พวกมันเห็นว่า..อยู่ใต้เหวก็เท่ากับจนตรอกเสียก่อน..”

“..ท่านแม่ทัพโปรดสั่งการ..”สินธุรับบัญชาพร้อมอยู่แล้ว..

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะก่อนจะพูดกับบุตรี..

“..ริต้า..สิ่งที่นายแม่จะทำ..หากอยู่ในโลกของเราคงโดนด่าตายเลย..”

“..นายแม่คิดจะทำอะไร..”

“..โลกนี้ต่างจากโลกของเรา..ผืนป่ากว้างขวางกว่า..และไม่มีนักอนุรักษ์ธรรมชาติ..หรือพวกเอ็นจีโอสินะ..ใต้หุบเหวไม่มีบ้านเรือนผู้คน..และถูกจำกัดพื้นที่ด้วยวงล้อมของทิวเขา..ดังนั้น..หากจะเผาป่า..คงไม่เสียหายกระไรมาก..”

จินดาพิสุทธิ์อ้าปากค้าง..

นายแม่สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด..

“..สั่งทหารเผาป่าในหุบเหวบีบให้พวกมันยอมจำนน..”

.......

สามเจ้าหญิงมายังขบวนรถที่บรรทุกข้าวของจิปาถะซึ่งต้องตามขบวนมาอยู่แล้ว..

นางกำนัลประจำรถบรรทุกของบางคนเป็นนางกำนัลที่ตามสามเจ้าหญิงมาก่อนหน้า..รีบจัดแจงเครื่องแต่งกายของเจ้าหญิงทั้งสามเตรียมไว้..

ล้อมผ้าหนา..เป็นห้องผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้..

ทั้งสามอยู่ในห้องผลัดเปลี่ยนด้วยกัน..เนื่องจากเป็นสามีภรรยากันแล้ว..การผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าจึงไม่ต้องอับอายอันใดกันมากมาย..

มีแต่มุกดารายังคงเก้อเขินอยู่บ้าง..เพราะยังไม่เคยเปลือยกายร่วมเตียงหรือใกล้ชิดในลักษณะนี้..

นางหันหลังอย่างเอียงอายจะมากจะน้อย..ในชีวิตไม่เคยไร้อาภรณ์ใด ๆ ..ต่อหน้าผู้อื่นนับตั้งแต่รู้ความ..ถอดชุดว่ายน้ำน้อยชิ้นออกเงียบ ๆ ..และหน้าแดงเมื่อเปลื้องผ้าให้ตนเองเปลือยเปล่า..

ไม่กล้าจะมองท่านพี่ทั้งสอง..

ให้เห็นด้านหลังคงไม่น่าอายเท่าใดนัก..

“..มุกดารา..ท่านเอียงอายอันใด..เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว..”เสียงจินดาพิสุทธิ์พูดอย่างร่าเริง..

“..นั่นน่ะสิ..มุกดารา..ท่านไม่อยากจะมองข้าหรือไง..”เสียงอจินไตยเรียก..

เจ้าหญิงมุกดาราหายใจแรง..ใจเต้นรัวเร่าร้อน..

“..อจินไตย..เราช่วยมุกดาราแต่งตัวกันเถอะ..”

มุกดาราใจหาย..รีบหันมาโบกมือ..

“..ไม่นะท่านพี่..ข้า..”

แต่แล้วก็กลืนน้ำลาย..

เพราะร่างเปลือยสองร่างอยู่ตรงหน้า..

แถมตัวเองลืมตัวหันมาหาท่านพี่ทั้งสอง..ก็เท่ากับเปิดเผยร่างเปลือยของตนเองด้วย..

ทั้งอจินไตยและจินดาพิสุทธิ์ต่างก็หัวเราะ.แม้ตนเองจะเห็นร่างเปลือยของอีกฝ่าย..ก็ไม่ได้มีท่าทีอันใด..

แต่จินดาพิสุทธิ์ก็ชมเชยด้วยใจจริง..

“..ท่านงดงามมาก..มุกดารา..งดงามและบริสุทธิ์สดใส..”

มุกดาราผิวขาวนวลเนียน..ปราศจากไฝฝ้ามลทิน..แม้จะอยู่ในสภาพเปล่าเปลือย..แต่ก็ไร้จริตจะก้านมายา..เหมือนร่างกายของนางคือศิลปะที่สวยงามที่ไม่ทำให้เกิดความเร่าร้อนใด ๆ ..

ยิ่งมองยิ่งเพลิน..ยิ่งงดงาม..ยิ่งอยากทะนุถนอม..ไม่อยากทำร้ายอันใดเลยแม้แต่จะน้อยนิด..

“..ท่านพี่..”มุกดาราได้รับคำชมก็รู้สึกใจพองโต..

ในเวลานี้..เจ้าหญิงทั้งสามแม้จะเปล่าเปลือย..แต่กลับไม่ให้ความรู้สึกที่ต้องการความหยาบกระด้างรุนแรงแม้แต่น้อย..แม้แต่อจินไตยเอง..ซึ่งปรกติดูยั่วยวน..แต่เหมือนนางก็ทำไปเพื่อเจตนากลั่นแกล้งสามีมากกว่า..

เวลานี้..ราวกับเทพธิดาสามองค์ที่ไร้มลทินสดใสอยู่ร่วมกัน..งดงามแต่ไม่เร่าร้อน..

สิ่งเหล่านี้ทำให้มุกดารารู้สึกถึงความสุข..

เพียงแค่ช่วยกันแต่งกายให้แต่ละฝ่าย..ก็รู้สึกดีมาก ๆ แล้ว..ได้กอด..ได้หอม..ได้ใกล้ชิด..ก็มีความรู้สึกราวขึ้นสวรรค์ที่แท้.ซึ่งแตกต่างรสชาติของแรงปรารถนา..

มีความสุขกว่าการได้ขึ้นเตียงอย่างเร่าร้อนหื่นกระหายมากมายนัก...

.......

ไฟโหมลุกทั้งหุบเหว..ต่อให้ไม่อาจจะทำร้าย..ซึ่งจริง ๆ แม่ทัพแมวหลวงก็ทราบดีว่า..เพียงไฟไหม้..ทุกคนใต้หุบเหวยังสามารถหลบกระแสไฟป่าได้ถ้ำซึ่งพวกตนใช้เป็นที่อาศัยแต่แรก..

ทหารองครักษ์ที่แม่ทัพแมวหลวงคุมมา..ต่างยิงธนูที่หัวพันผ้าชุบน้ำมันและจุดไฟ..เข้าไปในหุบเหว..เผาทุกอย่าง..

ก่อนหน้านี้..แพคเกจทำลายนั่งร้านและรอก..ทำให้คนในหุบเขาออกมาไม่ได้..

พวกมันไม่มีทางเลือก..จำเป็นต้องใช้ไม้ตายสุดท้าย..ใช้ทางเชื่อมต่อออกธารน้ำเท่านั้น..

แต่พอลอยคอออกมา..ก็พบทหารองครักษ์แคว้นมิลินทระดักรออยู่..ไม่เพียงแต่ทหารองครักษ์..ยังมีแพคเกจศศินาสองปีศาจแห่งอนันตกาล..ยอดองครักษ์วาหุสินธุ..

ชายชราชุดเทาแค่นเสียง..เพิ่งฟื้นคืนสติจากควันสลบของตัวเอง..กลับเผชิญหน้ากับเหตุเปลี่ยนแปลงไม่คาดคิด..แต่ตนเองเป็นชาวสนธยามีพลังพิเศษ..สามารถล่วงรู้จิตใจของผู้อื่นได้..

แต่เขาก็เผชิญหน้ากับแพคเกจ..ปีศาจค้างคาวแห่งสองปีศาจอนันตกาล..

แพคเกจได้รับคำบอกเล่าจากจินดาพิสุทธิ์แล้ว..หาวิธีรับมือชายชราชุดเทาซึ่งเป็นชาวสนธยาเตรียมไว้..

และไม่มีอะไรดีไปกว่า..การต่อสู้ที่ตรงไปตรงมา..

จะรู้ล่วงหน้าว่าเราจะใช้กระบวนท่าอะไร..แต่ทั้งที่รู้..แต่แก้ไขไม่ได้..ก็ไม่มีประโยชน์..

หมัดของแพคเกจต่อยออกอย่างรวดเร็ว..

ชายชราชุดเทาทราบดีว่าเป้าหมายของหมัดนี้จะไปทางไหน..แต่เหมือนกับต่อให้รู้แล้วก็ไม่อาจแก้ไขอันใดได้..

ไม่ช้า..แพคเกจก็ต่อยร่างเขาล้มลง..แทบจะสิ้นสติ..

ศศินาจัดการกับเจ้าอสรพิษนาคาเกล็ดทอง..เขาต้องทิ้งงูเพื่อว่ายน้ำออกมากับคนอื่น ๆ ..พอเผชิญหน้ากับเจ้าหญิงหมาป่า..กลับกลายเป็นว่า..ไม่ทราบจะรับมืออย่างไร..ดังนั้นโดนสยบอย่างง่ายดาย..

ทหารองครักษ์จับกุมบริวารคนอื่น ๆ ได้..จับมัดคุมตัวอยู่..มีแต่สองคนที่ถูกพาไปคุกเข่าต่อหน้าแม่ทัพแมวหลวง..เพราะทั้งสองจะว่าไป..ก็น่าจะเป็นหัวหน้าควบคุมสถานที่แห่งนี้..นั่นคือ..ชายชราชุดเทาที่มาจากแคว้นสนธยา..และนาคาเกล็ดทอง..จากแคว้นธรรพ์ธารา..

แพคเกจศศินา..วาหุสินธุ..ต่างยืนด้านหลังแม่ทัพ..

แม่ทัพแมวหลวงยิ้มแย้มพลางพูดว่า..

“..พวกท่านเล่นน้ำอากาศเย็น ๆ เช่นนี้..คงต้องระวังเป็นหวัดไว้บ้าง..”

ชายชราชุดเทาแค่นเสียง..

“..ท่านจะทำอันใดกับเรา..ท่านแม่ทัพแมวหลวง..”

“..ขอเพียงบอกว่า..ใครบงการพวกท่าน..เรารับปากว่าจะไม่ฆ่าฟัน..และจะปล่อยตัวแต่โดยดี..”

“..เฮอะ..ทั้งหลายทั้งปวง..เป็นฝีมือของเราแต่เพียงผู้เดียว..ไหนเลยจะมีใครกล้าบงการ..”

“..ท่านเป็นนักโทษแห่งแคว้นสนธยา..มีความต้องการจะล่วงรู้วิชาการสร้างธาตุศักดิ์สิทธิ์ไปทำไม..”แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ.. “..เรื่องพวกนี้..เราพอจะคิดอ่านได้..”

ชายชราชุดเทาแค่นเสียง..

“.ทราบได้อย่างไรว่าเราเป็นนักโทษแห่งแคว้นสนธยา..”

“..นักโทษแห่งแคว้นสนธยาจะถูกจำกัดอำนาจในการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งอื่นในพริบตา..ยังคงเหลือเพียงการอ่านความคิดผู้อื่นเท่านั้น..เพราะหากนักโทษมีพลังอำนาจนี้..ถ้าหลุดจากที่คุมขังหนีจากแคว้นสนธยามายังดินแดนห้าแคว้น..ก็ตามจับคืนห้องขังของแคว้นสนธยาคงยากแล้ว..แต่ก็ต้องชมเชยท่านที่หนีรอดมาได้ตั้งนาน..”

แม่ทัพแมวหลวงกล่าวอย่างเฉื่อยชา...ฉลาดปราดเปรื่องกว่าผู้ใด..

ชายชราชุดเทาแค่นเสียง..

“..เราเฒ่าไร้การุณ..ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก..ไม่เคยพบเห็นคนที่มีสติปัญญาเยี่ยงท่านมาก่อน..แต่ข้าคงไม่บอกอันใดที่ท่านอยากทราบออกมา..ท่านคงไม่มีวิธีทำให้ข้าพูดหรอกนะ..”

แม่ทัพแมวหลวงได้แต่ยิ้ม..หันมาทางร่างในชุดสีทองซึ่งเวลานี้สะบักสะบอมเปียกปอนไปหมดอย่างนาคาเกล็ดทอง..ซึ่งมาจากแคว้นธรรพ์ธารา..

“..ท่านเล่า..มีอันใดจะบอกข้าหรือไม่..”

“..ท่านไม่ควรจะจับข้ามา..”นาคาเกล็ดทองแค่นหัวเราะ.. “..ประเมินข้าผิดไป..”

“..ผิด..ทำไมถึงประเมินผิด..”

“..สถานที่นี้แม้ไม่ใช่ก้นหุบเขา..แต่ก็มีภูมิประเทศเป็นป่าเขาลำน้ำตก..ยังมีสหายของข้าอยู่มากมายที่นี่..”

เสียงเหมือนงูเลื้อยและแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อ..

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ..

“..ท่านควบคุมงูได้..นี่เป็นความสามารถของท่านใช่หรือไม่..”

นาคาเกล็ดทองไม่ตอบคำ..

พลันด้านหลังของเขาก็มีฝูงงูปรากฏขึ้นมากมาย..ทหารองครักษ์ดูจะตกใจกลัว..ใจคอปั่นป่วน..

แม่ทัพแมวหลวงพลังสูดลมหายใจ..

“..ท่านใช้เสียงผิวปาก..และอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะอธิบายควบคุมอสรพิษทั้งหลายได้..แต่เพียงแค่นี้..จะมีประโยชน์อันใด..แม้แต่งูของท่านที่หุบเหว..ท่านยังต้องเสียไปเพราะไฟและน้ำ..”

“..ยังมีงูอีกเป็นจำนวนมากให้ข้าได้ใช้สอย..ท่านแม่ทัพ..”

แม่ทัพแมวหลวงพลันตวาดออกมา..

เพียงแค่ตวาดทีเดียว..ฝูงงูก็กระจัดกระจาย..หายไปในคราเดียว..

เจ้าสำนักสูญญตามีปราณสูญญตาที่ลึกล้ำแฝงในเสียงตวาด..เคยทำลายฝูงผึ้งพิษนับล้านตัวด้วยเสียงกู่ร้องเพียงครั้งเดียว..สำหรับฝูงงูที่นาคาเกล็ดทองบงการมา..ไหนเลยจะอยู่ในสายตา..

นาคาเกล็ดทองไม่คิดเลยว่า..ฝูงงูที่ระดมมา..จะถูกเสียงกู่ตวาดเพียงครั้งเดียว..ทำลายกระจัดกระจายหายไปสิ้น..อดอ้าปากค้างไม่ได้..

ตัวเองตั้งสติ..ส่งเสียงผิวปากที่เบาบางต่อการฟังของมนุษย์..แต่มีผลในการบงการอสรพิษ..

เขารู้ดีว่า..การจะควบคุมอสรพิษ..ต้องลอบควบคุมด้วยเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยินเท่านั้น..ถึงจะทำสำเร็จ..

แต่แม่ทัพแมวหลวงกลับแค่นหัวร่อ..

“..ท่านจะเล่นลูกไม้อันใดอีก..”

พลางตวาดด้วยเสียงดังสะท้านขวัญอีกครั้ง..ปรานสูญญตาที่ทรงพลัง..แฝงมากับคลื่นเสียง..

เสียงตวาดด้วยปราณสูญญตา..ทำให้กลบสัญญาณเสียงที่นาคาเกล็ดทองส่งไปเพื่อเรียกงูจนสิ้น..

แถมกระแสพลังคลื่นเสียง..กลับมุ่งตรงไปยังร่างของนาคาเกล็ดทองอีกด้วย..

ร่างของนาคาเกล็ดทองปลิวไปหลายตลบ..นี่ยังถือว่าโดนแบบเบามากแล้ว..

แพคเกจกับศศินาสบตากัน..ก่อนจะเดินตรงไป..กระชากร่างของนาคาเกล็ดทองซึ่งท้ายสุด..ถูกพลังเสียงที่แฝงปราณสูญญตา..กระแทกทำลายจนร่างกายยับเยิน..เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง..

“..ตบปากมันให้ฟันร่วง..”เสียงแม่ทัพแมวหลวงสั่ง..

แพคเกจพยักหน้า..ตบปากนาคาเกล็ดทองอย่างแรง..พลังของแพคเกจไม่ใช่ธรรมดา..ตบอยู่สองสามครั้ง.นาคาเกล็ดทองถึงกับบ้วนเลือดและฟันออกมาหลายซี่..

และถูกดึงกระชากมาคุกเข่าเคียงข้างชายชราชุดเทานามเฒ่าไร้การุณ..

แม่ทัพแมวหลวงพูดอย่างเฉื่อยชา..

“..ทีนี้..ท่านคงไม่อาจส่งเสียงผิวปากควบคุมงูได้อีก..ได้แต่ตอบคำถามเรา..ว่านอกจากพิรุณเลือดแล้ว..คนที่บงการท่านเป็นใครกันแน่..”

นาคาเกล็ดทองไม่อาจจะเล่นลูกไม้ใดได้อีก..ได้แต่แค่นเสียงไม่ตอบคำ..

ใครจะคิด..วิชาควบคุมอสรพิษที่เป็นวิชาอันน่าภาคภูมิใจ..ถูกทำลายอย่างง่ายดาย..

ไม่มีฟันในปาก..จะควบคุมเสียงเหมือนเดิมคงไม่ได้แล้ว..

ในระหว่างที่ทุกอย่างมีแต่ความเงียบ..มีแต่เสียงของธรรมชาติ..ลมพัด..นกร้อง..และเสียงน้ำตก..เสียงธารน้ำไหล.

แม่ทัพแมวหลวงพลันขมวดคิ้ว..

เพราะเสียงจากธารน้ำไหลได้บอกอะไรบางอย่างแก่นาง..

“..หือ..เขามาแล้ว..”

แพคเกจอดถามไม่ได้..

“..ใคร..”

“..คนที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้..”

“..เขาเป็นใครอยู่ที่ไหน..อาแคท..”ศศินากระชับดาบโค้งจันทร์เสี้ยวร้อยโซ่..

แม่ทัพแมวหลวงถึงกับผุดลุกขึ้น..

“..บ้าชะมัด..ริต้า..”

“..ท่านเจ้าสำนัก..”แพคเกจอุทาน..

“..ริต้ากับเจ้าหญิงทั้งสองกำลังพักผ่อนไม่ทันระวังแน่นอน..”

แม่ทัพแมวหลวงเม้มปาก..

“..แพค..ศศินา..คุมสองคนนี้ไว้..คน ๆ นั้นจะใช้แผนคร่ากุมแลกตัวประกันแน่นอน..”

พูดจบร่างก็เหมือนหายวับ..

แต่จริง ๆ ..แม่ทัพแมวหลวงคนนี้..เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหลือประมาณต่างหาก..

.......

ในระหว่างนั้น..

สามเจ้าหญิงก็ผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเรียบร้อยแล้ว..

ที่แปลกออกไปคือสายรัดเอวแห่งวาโย..อยู่บนเอวของอจินไตยแทนที่จะเป็นของจินดาพิสุทธิ์..

ทั้งสามเหน็ดเหนื่อยกับการผจญภัยใต้หุบเหว..ดังนั้น..แม่ทัพแมวหลวงจึงให้พักผ่อน..ไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวใด ๆ อีก..

เวลานี้ผ่านมาเนิ่นนาน..ทั้งสามควรจะหิวได้..นางกำนัลจึงปูผ้า..ตั้งอาหาร..ให้เจ้าหญิงทั้งสามนั่งที่พื้น..เหมือนรับประทานแบบปิกนิกเหมือนกับโลกยุคปัจจุบัน..

อจินไตยป้อนอาหารให้มุกดาราอย่างเอาใจ..สิ่งที่มุกดาราคิดและทำในช่วงที่เผชิญหน้ากับฝูงอสรพิษและนาคาเกล็ดทอง..เป็นที่ประทับใจของทั้งอจินไตยและจินดาพิสุทธิ์ยิ่ง..

ดังนั้น..จิตใจที่เปิดรับเจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระอยู่แล้ว..ก็ยิ่งเหมือนกับเชื้อเชิญให้เป็นครอบครัวเดียวกันมากขึ้น..มุกดาราสวยใส..บริสุทธิ์..เข้มแข็ง..กล้าหาญ..ไหนเลยจะเป็นที่รังเกียจ..

“..มุกดารา..”จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ.. “..ข้าอดริษยาท่านไม่ได้..ที่อจินไตยเอาใจแต่ท่าน..”

มุกดาราตกใจ..

“..ท่านพี่..ข้า..ข้า..ไม่ได้ตั้งใจจะ..”

“..ล้อเล่นน่า..”จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ.. “..อจินไตย..อย่าทำให้ฉันหึงสิ..”

“..เธอจะหึงใครก็ได้นะ..แต่ห้ามหึงฉันกับมุกดาราเด็ดขาด..เพราะฉันกับมุกดาราเป็นภรรยาเธอ..”

“..ฉันว่า..มุกดาราจะเป็นสามีเธออีกคนไม่ว่า..”

พลางหยิบอาหารป้อนมุกดาราบ้าง..

เจ้าหญิงแห่งแคว้นมิลินทระหน้าแดง..

“..ท่านพี่ทั้งสอง..ถ้าจะเอ็นดูข้า..โปรดอย่างพูดอะไรเช่นนี้ให้ข้าไม่สบายใจเลย..สิ่งที่ข้ากริ่งเกรงที่สุดในเวลานี้..คือ.เกรงว่าพวกท่านคนหนึ่งคนใด..จะไม่พึงพอใจกันเพราะตัวข้า..”

นางดูไร้เดียงสา..แม้จะห้าวหาญ..แต่ในเรื่องความรัก..นางกลับยังไม่ทราบอันใดมากมาย..ทราบแต่ความรู้สึกของตัวเอง..และการทำตัวถูกต้องแบบทั่ว ๆ ไป..

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยสบตากัน..อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..มุกดารา..เราสองคนรักและทะนุถนอมท่าน..ไม่ต้องเป็นกังวลหรอก..เราสองเพียงแต่ชอบหยอกเย้ากันตามประสาคนที่ร่วมชีวิตเพื่อใม่ให้มีสิ่งใดชวนเบื่อหน่ายเท่านั้น..”

มุกดารายิ้มออกมาอย่างสบายใจ..

ต่างคนต่างผลัดกันป้อนอาหาร..มีความสุขแม้จะเพียงแค่นี้..

ความสุขสามารถหาได้จากทุกสิ่งรอบตัวที่เรียบง่าย..

แต่ความสุขมักจะมาอย่างรวดเร็ว..แต่ก็สามารถหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน..

จินดาพิสุทธิ์ยังคงเพลิดเพลิน..จนต้องขมวดคิ้ว..

กระแสลมทำให้นางรับรู้ถึงอะไรที่น่าวิตก..กำลังโลดแล่นมาทางนี้..

จินดาพิสุทธิ์หันมาหาอจินไตย..

“..อจินไตย..ระวัง..”

พลางโอบร่างมุกดาราไว้..

เจ้าหญิงอจินไตยขมวดคิ้วกับสิ่งที่สัมผัสได้จากกระแสลมเช่นกัน..

ตำแหน่งที่พวกนางทั้งสามนั่งบนผ้าปูและรับประทานอาหาร..เป็นใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น..

กระแสลมบอกอันตรายแล้ว..

มุกดาราเห็นท่าทีของท่านพี่ทั้งสองเปลี่ยนไป..ก็ตึงเครียด..

“..ท่านพี่..”

“.หนีก่อน..ศัตรูตึงมือ..”

จินดาพิสุทธิ์สรุปจากสิ่งที่สัมผัสได้..ก่อนจะฉุดมุกดารากับอจินไตยลุกขึ้น..

มุกดาราแม้จะประหลาดใจ..แต่ปฏิภาณยังคงว่องไว..นางกู่เสียงดังเป็นสัญญาณให้ทหารองครักษ์คอยปกป้อง..

เวลานี้..กำลังทหารต้องเป็นของแคว้นมิลินทระ..และหากเป็นเช่นนั้น..สัญญาณสั่งการก็ควรจะเป็นแบบที่ทหารแห่งแคว้นมิลินทระใช้..ซึ่งมุกดารารู้ดีที่สุด..

ไม่ช้า..ทหารองครักษ์ที่พักผ่อนตามสบาย..ก็เข้าแถวเข้าที่..รายล้อมสามเจ้าหญิงไว้..

พร้อมกับเสียงกระแสลมที่ใกล้เข้ามาจนทุกคนตื่นตัวขึ้น..

เสียงตวาด..อุทานและการต่อสู้ดังขึ้น..ทหารองครักษ์แห่งแคว้นมิลินทระล้มลงระเนระนาด..

เนื่องเพราะคน ๆ หนึ่งบุกฝ่าเข้ามา..

คน ๆ นี้ทะยานจากต้นไม้หนึ่งไปยังต้นไม้หนึ่ง..จนกระทั่งเหมือนทราบว่า..สามเจ้าหญิงออกจากร่มไม้ใหญ่ที่นั่งปิกนิกกันแล้ว..ก็ทะยานลงพื้นดิน..วิ่งตะบึงเข้ามา..ปะทะกับทหารองครักษ์ที่ปกป้องสามเจ้าหญิงเป็นชั้น ๆ ของการรักษาความปลอดภัย..

ไม่ว่าการรักษาความปลอดภัยจะแน่นหนาประการใด..แต่คน ๆ นั้นกลับเหมือนไม่เห็นอยู่ในสายตา..

จนในที่สุด..ก็เหมือนแหวกทางทหารองครักษ์..เผชิญหน้ากับสามเจ้าหญิงแล้ว..

ทหารองครักษ์ที่ขวาง..ล้วนแต่ล้มระเนระนาด..ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย..

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..ตั้งท่าหมัดสูญญตาด้วยท่าพร้อมต่อสู้..ท่าฉากสุดขอบฟ้า..แต่ไม่ทราบเป็นอะไร..มือทั้งสองถึงกับสั่นระริก..

คน ๆ นั้น..สวมชุดสีม่วง..หมวกปิดหน้ายากจะเห็นใบหน้าที่แท้จริง..

ทีแรกจินดาพิสุทธิ์คิดว่า..คน ๆ นี้ควรจะเป็นพิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์เรนี่..แต่พอเผชิญหน้าเข้าจริง ๆ กลับไม่ใช่..แต่ที่มือไม้สั่นระริก..คือนางประเมินออก..ว่าคน ๆ นี้..ร้ายกาจกว่าพิรุณเลือดมากมายนัก..

“..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ท่านคิดจะทำอันใดกับข้า..สู้กับข้าหรือ..”คน ๆ นั้นร้องถาม..

อจินไตยเองก็คะเนออกว่าอะไรเป็นอะไร..แต่ที่คะเนไม่ได้..ก็คือ..คน ๆ นี้คือใคร..

มุกดาราอดร้องไม่ได้..

“..ทหาร..ผนึกแถว..รับมือ..”

คนชุดม่วงหัวเราะ..ปราดเข้าประชิดตัวสามเจ้าหญิงก่อนทหารเสียอีก..

ความจริง..ต่อให้ทหารองครักษ์จะรวมตัวกัน..ก็ไม่ใช่คู่มือเขา..

ไม่มีใครเป็นคู่มือเขาได้..

จินดาพิสุทธิ์ต่อยหมัดสูญญตาออก..แต่พอประหมัดกระแทกแขน..ตัวเองก็สะท้านร่าง..แขนไม่ได้พันผ้าคาดเชือก..ตัวเองเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง..ความแข็งแรงและกระดูกกล้ามเนื้อของคนชุดม่วง..เหนือล้ำกว่ามากมายนัก..

อจินไตยเข้ามาช่วยรับมือ..ผลักสองมือ..ใช้อำนาจแห่งวาโยธาตุ..แต่คนชุดม่วงกลับไม่เกรงกลัว..กระแสลมรุนแรงเหมือนกับลมพัดเย็นสบายในฤดูร้อน..แต่ยังมุ่งต่อกระบวนท่ากับจินดาพิสุทธิ์..

มุกดาราตวาดเสียง..ตัวเองฝึกปรือทางการต่อสู้มามากกว่าทุกคน..แขนขามีความคงทนกว่า..ร่ายรำหมัดปัญญาบารมีของแคว้นมิลินทระเข้าต่อกร..

จินดาพิสุทธิ์พอได้พักผ่อนบ้าง..แต่ก็ฉุกคิด..เร่งเร้าพลังธาตุลม..ให้กระแสลมไหลเวียนที่สองมือสองเท้า..คล้ายเป็นเกราะหรือเหมือนเป็นผ้าพันมือก่อนจะต่อยหมัดสูญญตาช่วยเหลือมุกดาราปะทะกับคนชุดม่วง..

เมื่อมีตัวช่วยดังนี้..จินดาพิสุทธิ์จึงสามารถต่อสู้ได้ดีกว่าเดิม..

คนชุดม่วงคลี่คลายกระบวนท่า..ก่อนจะผลักร่างจินดาพิสุทธิ์กระเด็นไป..และตะปบหมัด..รั้งร่างของมุกดาราพลิกกายนาง..มือหนึ่งจับแขนไพล่หลัง..อีกมือรัดต้นคอ..

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยถึงกับชะงัก..

คนชุดม่วงหัวเราะ..

“..พวกท่านสามเจ้าหญิงมีฝีมือร้ายกาจ..แต่ก็แค่นั้น..เพราะแม้แต่กำลังแห่งธาตุทั้งสี่..ก็คงไม่อาจจะทำร้ายอันใดข้าได้..แม้ในเชิงกระบวนท่า..ท่านก็ไม่อาจชนะ..”

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยดูจะร้อนรุ่ม..

“..ปล่อยมุกดารา..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง.. “..ถ้าจะจับตัวประกัน..จับข้าแทน..”

“..เจ้าหญิงมุกดาราแม้จะมีความชำนาญในการต่อสู้เหนือกว่าพวกท่าน..แต่ในเชิงกำลัง..นางกลับอ่อนด้อยที่สุด..หากจะมุ่งสยบ..เพื่อจะเป็นตัวประกัน..แค่สะกดไม่ให้นางใช้กระบวนท่าอันใดได้..ก็ไม่ยุ่งยากแล้ว..”

อจินไตยพยายามสงบใจ..ถามขึ้นว่า..

“..ท่านต้องการอันใด..”

“..อีกสักครู่..แม่ทัพแมวหลวงมาถึง..ก็จะทราบ..ขอเพียงปล่อยคนของข้าสองคน..แลกกับความปลอดภัยของเจ้าหญิงมุกดารา..เพียงเท่านี้..ก็น่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ข้าต้องการ..”

เจ้าหญิงมุกดาราอุทานออกมา..

“..ท่านพี่ทั้งสอง..ไม่ต้องห่วงข้า..อย่าให้ท่านแม่ทัพลำบากใจเพราะข้า..”

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..อจินไตยฉุดมือนางไว้..

“..ริต้า..ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร..แต่ที่ฉันทราบ.เมื่อสักครู่เขายังใช้ฝีมือได้ไม่เต็มที่..อำนาจพลังของเขา..เหนือกว่าพิรุณเลือดมากนัก..การฆ่ามุกดารา..ทำได้ไม่ยาก..เราไม่ควรจะใจร้อน..”

เสียงชายเสื้อปะทะลม..

และร่างของแม่ทัพแมวหลวงร่อนลงตรงหน้าคนชุดม่วงที่จับมุกดาราเป็นตัวประกัน..

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

“..นายแม่..”

แม่ทัพแมวหลวงจับจ้องไปที่คนชุดม่วง..

ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..ท่านคือคนบงการทุกเรื่อง..เพื่อครอบครองห้าแคว้น..และอาจจะรวมถึงแคว้นสนธยาด้วย..”

แม่ทัพตึกแดงแมวหลวงพูดขึ้นช้า ๆ ..

“..ท่านเป็นใครกัน..”

คนชุดม่วงหัวเราะ..

“..ท่านแม่ทัพ..ข้ายังไม่ควรจะประมือกับท่านในเวลานี้..เพียงแต่..เราควรจะเจรจาความกันก่อน..ข้าต้องการคนของข้าคืน..เฒ่าไร้การุณและนาคาเกล็ดทอง..สองชีวิตแลกกับเจ้าหญิงมุกดารา..คงพอจะคุ้มค่าอยู่นะ..ส่วนพวกบริวารคนอื่น..ท่านจะทำอะไรกับพวกมัน..ก็ตามใจท่าน..”

แม่ทัพแมวหลวงนิ่งคิด..ก่อนจะพูดว่า..

“..ท่านช่างรักบริวารยิ่งนัก..”

“..เฒ่าไร้การุณกับนาคาเกล็ดทอง..หากว่าไม่คิดจะแลก..ก็เพียงแค่ฆ่าพวกมันให้ข้า..นั่นก็เพียงพอแล้ว..”

คนชุดม่วงหัวเราะกังวาน..

“..ข้ายอมเสียเปรียบถึงขนาดนี้..มีที่ไหนอีก..”

มีคนหนึ่งที่รู้สึกขนลุก..คืออจินไตย..

เพราะนางไม่อยากเชื่อว่าศัตรูคนนี้..น่ากลัวระดับที่สุดในชีวิต..

นางยังคิดไม่ตกว่าคน ๆ นี้คือใคร..ฝีมือระดับสูงที่ไม่เกรงกลัวพลังแห่งธาตุทั้งสี่..และจิตใจที่เด็ดขาดโหดเหี้ยม..ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเป้าประสงค์..

เฒ่าไร้การุณกับนาคาเกล็ดทองอาจจะมีความลับอันใดบางอย่างที่ให้ผู้ใดล่วงรู้ไม่ได้..

ถ้าไม่ส่งคืน..ก็ฆ่าได้..เพราะคนตายไม่อาจจะเล่าเรื่องอันใดได้อีก..

เพียงแค่ปกป้องความลับสำคัญนี้..คน ๆ นี้..ถึงกับยอมทุกประการ..

คน ๆ นี้..น่ากลัวเกินไปแล้ว...

.......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น