พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ดูเเล (100%)...ห่วงเมีย >///<

ชื่อตอน : ดูเเล (100%)...ห่วงเมีย >///<

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2562 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดูเเล (100%)...ห่วงเมีย >///<
แบบอักษร


                           ประกาศด่วน!!!       

        E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^   


“แค่จูบก็อ่อนระทวยขนาดนั้น แน่ใจนะว่าจะเดินไหว ให้ไปส่งไหมครับเจ้านาย” คนที่ยอมปล่อยเธอลงจากรถยังไม่วายลดกระจกผิวปากหวือแซว คิริมาหยุดเดิน แล้วหันขวับไปตวาดเข้าให้         

“ไอ้คนกวนประสาท! ไอ้หมอโรคจิต!”  

แทนที่จะสะทกสะท้านเขากลับไหวไหล่เบาๆ ขณะลอยหน้าทำท่ายียวน แถมยังไม่วายตะโกนมาออกคำสั่งอย่างเผด็จการ  “อย่าไปดินเนอร์กับใครอีกล่ะ ไม่งั้นไอ้เวรพวกนั้นมันได้เจอดีแน่”   

คิริมาชูกำปั้นหราใส่ด้วยท่าทางเอาเรื่อง จากนั้นก็หมุนตัวก้าวฉับๆ จากไป แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีมอ’ไซค์คันหนึ่งวิ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็ว     

“ครีมระวัง!”

พงษ์สวัสดิ์ตะโกนเตือนสุดเสียง  ก่อนจะลนลานเปิดประตูรถลงมา ส่วนคิริมาก็ตั้งท่าจะสู้โดยใช้กระเป๋าเป็นอาวุธ อย่างน้อยก็คงเหวี่ยงไปโดนให้รถมันเสียหลักได้ เพราะแวบหนึ่งเธอมองไปเห็นมีดที่คนซ้อนเอาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มีดช้ากว่าปืน และเธอก็คิดว่าตัวเองรับมือไหว แค่เบี่ยงหลบแล้วหาทางทำให้รถของมันเสียหลัก จากนั้นจะเป็นทีของเธอบ้าง ซึ่งท่าทางไม่กริ่งเกรงนั้นก็ทำให้พงษ์สวัสดิ์ใจหายวาบ เขากลัวว่าเธอจะพลาดเหลือเกิน แล้วเขาก็วิ่งเข้าหาเธออย่างไม่คิดชีวิต และก่อนที่มอ’ไซค์คันดังกล่าวจะทะยานเข้าใส่คิริมาเขาก็กระโจนเข้าไปดึงตัวเธอหลบได้ทัน ในสภาพที่ทั้งคู่กลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ เดชะบุญที่เขาช่วยเธอไว้ได้ในชั่วเสี้ยวนาที                          

“ครีม…คุณเป็นไงบ้าง! เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงห้าวทุ้มติดจะสะท้านเอ่ยชิดขมับอิ่ม ก่อนจะจูบอย่างปลอบประโลม จากนั้นก็ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน  

“ฉันไม่เป็นไรหรอกคุณ แต่เสียดายที่พวกมันหนีไปได้” เธอตอบยังไม่ทันจะขาดคำบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ผู้เป็นพ่อให้คอยดูแลอยู่ห่างๆ ก็วิ่งมาหา   

“คุณหนูบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ” คนที่เพิ่งมาถึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะพวกเขามัวแต่ไปตรวจตราบริเวณรอบๆ ลานจอดรถด้านหลังจนคิริมาเกือบได้รับอันตราย     

“ฉันไม่เป็นไรหรอก พวกนายตามมันไป เอาตัวมันมาให้ได้”

คิริมาส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วออกคำสั่งด้วยท่าทางขึงขังในแบบที่พงษ์สวัสดิ์ไม่เคยเห็นมาก่อน บอดี้การ์ดทั้งสองค้อมหัวรับคำ แล้วรีบไปทำตามคำสั่งทันควัน     

“ฮึ่ย…ถ้ามีปืนนะแม่จะยิงให้กะโหลกพรุน” คิริมาทำท่าฮึดฮัด รู้สึกทั้งโมโหและเจ็บใจ โดยลืมไปว่าตัวเองยังถูกอีกคนโอบเอาไว้อยู่ ซึ่งท่าทางก๋ากั่นก็ทำให้เขาหัวเราะพรืดออกมา         

“กล้าเกินไปแล้วยัยตัวแสบ” 

“ทำไมจะไม่กล้า ก็มันมีแค่มีด” วาจาที่เธอเชิดหน้าเอ่ยออกมาอย่างฉะฉานไม่มีแววกริ่งเกรงผู้ร้ายทำให้พงษ์สวัสดิ์ถึงกับอึ้งหนัก ผู้หญิงเชยๆ ตรงหน้าเคยกลัวอะไรบ้างไหม    

“คุณยังมีมุมให้ผมทึ่งได้อีกไหมเนี่ย” เขาเอ่ยถามเสียงกลั้วหัวเราะ

“ฉันเป็นคนเก็บอารมณ์ค่อนข้างเก่ง แต่ถ้าโมโหสุดขีดก็จะห้าวเป้งสุดตรีน…น้องชายบอกงั้น” คิริมายักไหล่เบาๆ และท่าทางก๋ากั่นแบบไม่เกรงใจลุคคุณป้าก็ทำให้เขาอมยิ้มด้วยความเอ็นดู             

“เออ มันพูดถูก เมื่อกี้คุณใจเด็ดเป็นบ้า แต่คุณคงไม่รู้ว่าไอ้คนขับมันมีปืน” ท้ายประโยคทำเอาคิริมาอ้าปากค้าง เธอว่าตัวเองรอบคอบแล้ว แต่เขาละเอียดกว่าหลายเท่า และนี่ก็คงเป็นสาเหตุให้เขารีบกระโจนเข้าไปช่วยเธอแบบไม่คิดชีวิต เกือบแล้วไหมล่ะ เธอเกือบต่อว่าเขาว่ามาขัดจังหวะต่อสู้กับผู้ร้ายแล้วไหมล่ะ    

“นี่ปล่อยได้แล้ว  ฉันไม่เป็นไรแล้ว”

ครั้นรู้สึกว่าแขนเรียวถูกลูบเบาๆ คิริมาก็ตีมือของคนที่โอบเธออยู่ แล้วก็ต้องหน้าแดงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเผลอยืนให้เขากอดได้ตั้งนาน ก่อนจะลนลานขืนกายออกจากวงแขนแกร่ง        

“ขอบใจนะที่ช่วยฉันไว้”

“เปลี่ยนจากคำขอบใจเป็นอย่างอื่นได้ป่ะ”  

คนเจ้าเล่ห์ลดหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบเฉียดพวงแก้มสุกปลั่ง แล้วเอ่ยด้วยท่าทางเหมือนจะอ้อน ทำเอาเธอผงะ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้สึกปวดแปลบที่บริเวณข้อเท้าซ้าย   

“ได้ป่ะ” ตัวร้ายยังมีหน้ามารุกเร้าด้วยท่าทางกรุ้มกริ่ม     

“ไม่ได้!” คิริมาสวนกลับเสียงแข็งๆ แต่ยังไม่วายหน้าแดงใจสั่น ลอบผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อใบหน้าหล่อลากไส้เคลื่อนห่าง แต่แล้วก็ต้องตาโตตัวแข็งทื่อเมื่อเขาฉกปากมาจูบเร็วๆ แล้วผละห่าง จากนั้นก็ยักคิ้วทำหน้าตายจนเธออยากจะฟาดหนักๆ ด้วยความหมั่นไส้เหลือคณา      

“ให้ไปส่งข้างในไหม” พงษ์สวัสดิ์ไล้พวงแก้มนุ่มเบาๆ ขณะเอ่ยถามคนที่ทำตัวไม่ถูกเพราะเจอปล้นจูบ ดีหน่อยที่บริเวณนั้นไม่มีคนไม่งั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน    

“ไม่ต้องหรอก ฉันไปเองได้ อูยยยยยย…”

คิริมาปฏิเสธ แล้วตั้งท่าจะหมุนตัวเดินจากไป ทว่าพอก้าวเท้าลงน้ำหนักเท่านั้นแหละก็ต้องสูดปากครางพร้อมทำหน้าเหยเก เมื่อรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายขึ้นมา คาดว่าเธอคงล้มผิดท่าเป็นแน่      

“คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่า! เจ็บตรงไหนบอกผมสิ” หลังจากถลามาพยุงร่างบางไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น พงษ์สวัสดิ์ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน    

“ข้อเท้าซ้ายฉันน่าจะแพลง” เธอเอ่ยบอกเบาๆ เบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อขยับตัวแล้วรู้สึกปวด   

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”

“ไม่ได้นะ! เดี๋ยวคนอื่นเห็น!” ผู้ที่ไม่อยากตกเป็นที่ครหาเอ่ยห้ามปรามเสียงหลง ทำให้เขาเงยหน้ากลอกตาขึ้นฟ้า ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ   

เวร! มีเมียเป็นเจ้านายทำไมมันยุ่งยากจังวะ  

“แล้วจะเอายังไง ผมไม่ยอมปล่อยคุณไว้ตรงนี้หรอกนะ” เขาเอ่ยอย่างฉุนๆ

“งั้นคุณช่วยพาฉันไปเข้าทางประตูหลังได้ไหม ประตูนั้นน่าจะไม่มีคนในเวลาดึกแบบนี้” หลังจากครุ่นคิดนิดหน่อยคิริมาก็เอ่ยขอร้อง นี่ไม่ใช่เวลามาหยิ่งให้ตัวเองตกเป็นเป้านิ่ง ถึงแม้เธอจะเชื่อว่าพวกมันจะไม่หวนกลับมาอีก หรือไม่ก็อาจจะถูกคนของพ่อจับตัวได้แล้ว แต่การเข้าไปอยู่ในเซฟโซนย่อมปลอดภัยกว่า      

พงษ์สวัสดิ์พยักหน้า จากนั้นก็ช้อนร่างอ้อนแอ้นไปขึ้นรถ พาขับรถมาจอดตรงลานจอดใกล้ๆ กับประตูหลัง แล้วอุ้มเธอจากลานจอดรถไปยังประตูทางเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคารของโรงพยาบาลจากทางด้านหลัง โดยที่คิริมาซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นเพราะกลัวว่าจะมีคนเห็น ก่อนที่เขาจะขึ้นลิฟต์มาส่งเธอถึงห้องทำงาน แล้วตรวจดูข้อเท้าของเธอ ครั้นแน่ใจว่ากระดูกไม่ได้แตกหักพงษ์สวัสดิ์ก็มีสีหน้าดีขึ้น แต่ยังไม่วางใจเสียทีเดียว             

หลังจากเขาผลุนผลันออกไปจากห้องทำงานของเธอ แล้วกลับมาพร้อมกับรถเข็น คิริมาก็ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยถามเมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะช้อนตัวเธอขึ้น        

“คุณจะพาฉันไปไหน”  

“ไปเอ็กซเรย์”

“ฉันแค่ข้อเท้าแพลง ไม่จำเป็นต้องเอ็กซเรย์หรอกมั้ง”

“แต่มันบวมนะคุณ” เขายังทำท่ากระวนกระวายจนปิดไม่มิด และท่าทางเป็นห่วงเป็นใยที่ปราศจากการเสแสร้งใดๆ จากที่สัมผัสได้ผ่านทางแววตาก็ทำให้คิริมาอดอุ่นใจไม่ได้      

บ้าน่า! เขาร้ายจะตาย ทำไมเธอต้องไปปลื้มกับการกระทำนั้นด้วย

เตือนตัวเองอย่างนั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับหวั่นไหวแปลกๆ

“ผมว่าไปเอ็กซเรย์ให้แน่ใจดีกว่านะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันแค่ข้อเท้าแพลง คุณก็ตรวจดูแล้วนี่  มันไม่เป็นอะไรมากหรอก ถ้าพรุ่งนี้มันปวดมากกว่าเดิมฉันสัญญาว่าจะไปเอ็กซเรย์ คุณไม่ต้องห่วงหรอก”         

คำพูดของเธอทำให้พงษ์สวัสดิ์ต้องละความพยายาม คิริมาพึมพำบอกให้เขากลับคอนโดไปนอน แล้วเธอก็ตั้งท่าจะล้มตัวลงนอนตรงโซฟา หากว่าอีกฝ่ายไม่อุ้มไปส่งที่ห้องนอนด้านในด้วยสภาพตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ก่อนที่เขาจะ...


อ๊ายยยยย วันนี้อิป๋ามาในโหมดละมุนน่ารักจ้า อิอิ แถมยังห่วงเมียมากมายก่ายกอง ช่วยเมียได้ทันท่วงที ไม่ทิ้งเมียไปไหนอีก บอกเลยว่าตอนหน้าอิป๋าจะละมุน อ่อนโยนชวนเขินกว่านี้อีกจ้า เอิ๊กๆๆๆ เอ้า…ใครรออยู่ ใครยังตามอ่านตลอดๆ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า ตอนแรกว่าจะงดเพราะขาบวมปวดกระดูกแต่เห็นมีคนเม้นท์เยอะในตอนที่แล้วเลยมาลงให้ อยากพักจ้าแต่ก็กลัวคนอ่านจะรอก็เลยมาจ้า ^^

###วันหยัดยาวอ่านกันไหมคะ หรือหยุดพักผ่อน เม้นท์มาบอกกันบ้างเด้อจ้า ^^

       E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^   



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น