fictionlog_official

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 ผู้ต้องสงสัย

ชื่อตอน : บทที่ 10 ผู้ต้องสงสัย

คำค้น : การุณยฆาต Sammon

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2562 17:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 ผู้ต้องสงสัย
แบบอักษร

“วสันต์…แม่อาจจะอยู่ได้ไม่นาน”

ผู้กองวสันต์เงยหน้าขึ้นมองฟ้า มือที่ถือโทรศัพท์แนบหูชาไปหมด พยายามยับยั้งน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอจนสายตาพร่ามัว “อย่าพูดอย่างนั้นสิ แม่รอน้องกลับไปหาก่อน เดือนหน้าน้องก็จะได้ย้ายไปทำงานที่บ้านแล้วนะ”

“แม่บอกไม่ได้ว่าจะอยู่ถึงตอนนั้นมั้ย…” รวีวรรณพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ตอนนี้แม่ปวดเหลือเกิน ตาหนู”

“ยาแก้ปวดล่ะแม่?”

“มันเริ่มไม่ได้ผลแล้วล่ะ”

นายตำรวจหลับตา น้ำตาหนึ่งหยดไหลลงมาที่แก้ม “ให้พี่ทองบอกหมอปรับยาให้แม่หน่อยสิ”

“วสันต์…” เธอเว้นระยะไปครู่หนึ่ง “ถ้าแม่ไปก่อน น้องก็อย่าเป็นทุกข์ใจอะไรเลยนะ ถ้าแม่ไปแสดงว่ามันเป็นการตัดสินใจของแม่เอง ขอให้น้องยอมรับการตัดสินใจนี้ของแม่เถอะนะ”

สิ่งแรกที่กลับเข้ามาในประสาทสัมผัสของวสันต์คือเสียงปิ๊บที่ดังสม่ำเสมอจากอุปกรณ์เหนือศีรษะ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินผ่านไปมา แพขนตาของนายตำรวจเริ่มจากขยับเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า วสันต์รู้สึกหนักอึ้งไปทั้งร่าง สติที่เลือนรางเริ่มค่อยๆ กลับมาแจ่มชัด วสันต์ใช้เวลาไปนานหลายวินาทีเพื่อการพิจารณาว่าเขากำลังอยู่ที่ไหน และตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร คำตอบอาจจะยังไม่แจ่มชัดนัก แต่สิ่งที่เขารู้สึกได้ชัดเจนคือมืออุ่นของใครบางคนกำลังจับมือข้างขวาของเขาไว้แน่น นายตำรวจเลื่อนสายตาลงไปมองมือนั้น แล้วมองขึ้นมาพบกับใบหน้าของชายหนุ่มที่ยิ้มกว้างอย่างสุดแสนดีใจ

“วสันต์!” กันตภัทรกอบกุมมือวสันต์ด้วยมือทั้งสองข้างของเขา ยกขึ้นไปจูบหลังมือแล้วประคองขึ้นนาบบนใบหน้าราวประหนึ่งได้ของที่มีค่ากลับคืน “ตื่นสักที ผมเป็นห่วงคุณแทบตาย”

วสันต์หลับตาหนีแสงไฟบนเพดาน ประสาทสัมผัสของเขาเริ่มกลับมาทำงานอย่างเต็มที เขาเริ่มรับรู้ถึงบรรยากาศแห่งความวุ่นวายรอบข้าง เสียงล้อเตียงที่ถูกเข็นเข้าออกตลอดเวลา ข้อพับแขนซ้ายของวสันต์ถูกต่อเข้ากับสายน้ำเกลือ แค่นั้นไม่พอ เขายังรู้สึกว่ามีสายให้ออกซิเจนคาดที่จมูก ทำให้วสันต์เริ่มรู้สึกได้ว่ามีเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้นกับตน

“ผมอยู่ที่ไหน?” วสันต์หันไปถามคนข้างเตียง เขารู้ว่าคำถามนี้อาจจะดูตลก แต่ในฐานะคนที่เพิ่งฟื้น ความสับสนนั้นมีมากมายเกินกว่าที่เขาจะคิดคำตอบได้เอง

“โรงพยาบาลครับ ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน” กันต์เลื่อนมือมาลูบศีรษะนายตำรวจอย่างอ่อนโยน “ผมจะทิ้งคุณไปเรียกหมอเวรแป้บนึงนะ”

แม้จะยังคงสับสนไม่หาย แต่วสันต์ก็พยายามรวบรวมสติ คิดย้อนกลับไปถึงสาเหตุที่นำพาเขามาอยู่ในสถานการณ์นี้ บางทีคำถามที่น่าจะเหมาะสมกว่าการถามว่าเขาอยู่ที่ไหนคือมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ กันตภัทรเดินกลับเข้ามาพร้อมกับแพทย์หญิงคนหนึ่ง เธอดูสัญญาณชีพก่อนที่จะเดินมาที่ข้างเตียง “ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ?”

“เหมือนยังกึ่งฝันกึ่งจริงยังไงชอบกลอยู่” วสันต์มองแพทย์หญิง “เกิดอะไรขึ้นกับผมครับ คุณหมอ?”

“พี่ชายคุณกลับบ้านมาเจอคุณนอนหมดสติบนพื้นกลางบ้าน” กันตภัทรตอบแทน “คุณอยู่ในสภาพสะลึมสะลือ ปลุกตื่นตอบสนอง แต่สักพักก็จะง่วงซึม พี่ชายคุณเลยเรียกรถพยาบาลแล้วพาคุณมาที่นี่ คุณพอจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น”

“ผม…” วสันต์หลับตาแน่น ยกมือขึ้นนวดหัวตาที่หนักอึ้ง “มีคนบุกเข้ามาในบ้านผม พยายามทำร้ายร่างกายผม ผมจำได้แค่นี้”

วสันต์ได้ยินกันตภัทรสบถ สีหน้าดูโกรธเคืองอย่างที่สุด แพทย์หญิงแสดงสีหน้าแปลกใจกับประวัติใหม่ที่วสันต์ให้ กิริยาของกันตภัทรในขณะนี้ทำให้วสันต์รู้สึกเบาใจอย่างน่าประหลาด เพราะนายตำรวจรู้สึกได้ว่ามีคนพร้อมที่จะเคียงข้างต่อสู้กับเรื่องนี้ไปพร้อมเขา

“อย่างที่พี่สงสัยไม่ผิดเลย แฟนพี่ต้องโดนยาสักตัวแน่ๆ” กันตภัทรหันมาหาวสันต์ “คนที่เข้ามาทำร้ายคุณได้บังคับให้คุณกินหรือฉีดยาอะไรให้คุณรึเปล่า?”

เดี๋ยว ใครเป็นแฟนคุณกัน วสันต์อยากเถียงใจจะขาดแต่เขาไม่มีแรงมากพอ แพทย์หญิงมองหน้ากันตภัทรเหมือนอึ้งไปซึ่งนายตำรวจไม่แปลกใจเลยที่เธอจะแสดงอาการแบบนั้น นายตำรวจพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจำได้ว่าพี่ทองคำกับพี่ไก่ออกไปซื้อของที่บิ๊กซี เขานั่งทำงานต่ออีกสักพักก็ลุกเดินเข้าไปในห้องครัว มีคนเดินเข้ามาทางข้างหลัง ล็อกคอเขาไว้ และเขาก็มีความรู้สึกเจ็บแปลบที่บั้นท้าย หลังจากนั้นความทรงจำของวสันต์ก็จมอยู่ในหมอกควัน สิ่งเดียวที่ทิ้งไว้คือความรู้สึกปวดหน่วงเหมือนถูกตีที่แก้มก้นข้างซ้าย

“ผมว่า ผมอาจจะโดนฉีดยาตรงก้น” คำตอบของวสันต์ทำให้แพทย์หนุ่มสาวเบิกตากว้างแล้วมองหน้ากัน

“โดนฉีดแบบ IM* แน่ๆ เลยพี่กันต์”

(Intramuscular injection(IM)* : การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ)

“พี่ก็ว่าอย่างงั้น” กันต์ชี้ไปทางเคาท์เตอร์พยาบาล “เราโทรแจ้งความกันดีกว่า บอกไปเลยว่าสารวัตรวสันต์ถูกทำร้ายร่างกายที่บ้าน ขณะนี้กำลังดูอาการที่ห้องฉุกเฉิน”

“เดี๋ยวหนูโทรให้ค่ะพี่กันต์” หญิงสาวเดินเร็วๆ ตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อใช้โทรศัพท์ กันตภัทรหันกลับมา คว้ามือวสันต์ไปกุมอย่างไม่อายสายตาอินทร์พรหมหน้าไหนทั้งนั้นอีกครั้ง

“พี่ชายผมอยู่ที่ไหน?”

“พี่ชายกับพี่สะใภ้คุณนั่งรออยู่ด้านหน้าห้องฉุกเฉินครับ” กันต์ตอบ “โชคดีที่พวกเขากลับมาก่อนที่คนร้ายจะทำอะไรคุณไปมากกว่านี้ เสื้อผ้าของคุณก็ยังดูใส่เรียบร้อยดี ไม่มีร่องรอยบาดแผลอะไร”

“พูดถึงเสื้อผ้า เป็นห่วงว่าผมจะโดนข่มขืนรึไง”

“ต้องเป็นห่วงอยู่แล้ว คุณเป็นของผม ถ้าใครคนอื่นมาทำมิดีมิร้ายคุณ ผมเอาตายแน่”

“ผมไม่ได้เป็นของของใครทั้งนั้น”

กันตภัทรยิ้มบางๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง “คุณจำหน้าคนร้ายได้มั้ย?”

วสันต์พยายามเค้นความทรงจำเท่าที่มีในหัวออกมาจนหยดสุดท้าย “นอกจากที่ว่ามีคนเข้ามาล็อกคอผม แล้วน่าจะต่อสู้กัน ผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย”

นายแพทย์มีสีหน้าครุ่นคิด “น่าจะเป็นผลจากยาที่คนร้ายฉีดให้คุณ ไม่รู้ว่าหวังจะชิงทรัพย์หรือหวังจะฆ่าคุณ ถ้าเป็นอย่างหลัง คนร้ายอาจจะทำให้คุณสลบก่อน แล้วหาทางฆาตกรรมอำพรางในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ทำไม่สำเร็จเพราะพี่ชายคุณกลับมาถึงบ้านเสียก่อน”

วสันต์สังเกตเห็นอะไรบางอย่างในแววตากันตภัทร “เหมือนคุณรู้อะไรบางอย่างนะ”

นายแพทย์มองวสันต์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกอย่างเช่นทุกครั้ง “ผมรู้เท่าที่คุณรู้ครับ คุณพักผ่อนให้หายดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น ผมจะจัดการให้เรียบร้อยเอง”

แม้จะดีใจที่มีคนมุ่งมั่นทำอะไรเพื่อวสันต์ได้มากมายถึงเพียงนี้ แต่ความตะขิดตะขวงใจบางอย่างเกิดขึ้นมาทำให้เขาไม่สามารถดีใจได้อย่างที่สุด กันตภัทรเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความลับไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้วสันต์ยังมีความรู้สึกว่าเข้าถึงคนคนนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นเหตุผลที่นายตำรวจยังไม่เปิดใจหนึ่งร้อยเปอร์เซนต์ นั่นเป็นเพราะว่าเขากลัวว่าจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดระหว่างทั้งสอง กลัวว่าความลับที่กันตภัทรไม่ยอมเปิดเผยจะทำให้เขาเจ็บปวดอย่างที่สุดหรือไม่

เป็นเภสัชบอส ไม่ผิดแน่ ยาตัวที่กันตภัทรเห็นตอนที่บุกรุกเข้าไปสำรวจภายในบ้านพักของบอส กับยาที่ฉีดเข้าไปให้วสันต์คือตัวเดียวกันอย่างแน่นอน หลังจากที่ส่งวสันต์ขึ้นแอดมิดที่วอร์ดอายุรกรรมชายเพื่อนอนสังเกตอาการเสร็จแล้ว แพทย์หนุ่มเดินกลับมายังบ้านพักบุคลากรด้านหลังโรงพยาบาลอีกครั้ง ยืนมองบ้านพักของเภสัชบอสที่ยังคงมืดสนิท ถึงแม้ว่ากันต์อยากบอกกับตำรวจว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะเป็นเภสัชบอสมากแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสิ่งที่เขาพูดย่อมตามมาด้วยคำถามว่า กันตภัทรไปได้ข้อมูลมาอย่างไร คำตอบที่ว่าเขางัดแงะเข้าไปเจอหลักฐานในบ้านของเภสัชบอสโดยพละการนั้นอาจะไม่ใช่สิ่งที่สมควรจะตอบนักเมื่ออยู่หน้าตำรวจ

ถ้าหากคนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานให้ตำรวจสาวจนเจอตัว กันตภัทรอาจจะต้องวางแผนอะไรบางอย่างเพื่อให้ตำรวจหันมาจับตามองเภสัชบอส แล้วคดีของวสันต์ก็จะได้คลี่คลาย รวมถึงคดีคนไข้ระยะสุดท้ายนั่นด้วย กันตภัทรไม่รู้ว่าการที่เภสัชกรหนุ่มมียากล่อมประสาทชนิดฉีดไว้ในครอบครองแบบนั้นจะเกี่ยวข้องกับการตายของคนไข้หรือไม่ แต่ถ้าตำรวจได้ชี้เป้ามาทางนี้แล้วอาจจะสืบจนได้คำตอบก็เป็นได้

เช้าวันต่อมากันตภัทรไปเยี่ยมวสันต์พร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงที่ดูใหญ่จนเกินหน้าเกินตา นายตำรวจมีสีหน้าตกใจไม่น้อยกับของเยี่ยมที่แย่งความสนใจจากสิ่งของทุกสิ่งทุกอย่างในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ช่อดอกไม้นั้นถูกนำไปวางบนโต๊ะหัวเตียงวสันต์ที่สวมชุดคนไข้สีเขียว คนไข้ชายเตียงข้างๆ ถึงกับหันมาจ้องมองเขม็ง

“เอาออกไป” วสันต์กระซิบด้วยน้ำเสียงข่มขู่ แต่นายแพทย์หาได้สนใจไม่ จับมือวสันต์ขึ้นมากุมหน้าตาเฉย นายตำรวจรีบดึงมือออก มองปฏิกริยาของเหล่าพยาบาลที่เริ่มหันหน้าไปซุบซิบกัน

“คุณเป็นยังไงแล้วบ้างครับ ยังง่วงซึมอยู่มั้ย ออกซิเจนก็ไม่ได้ใส่แล้วแสดงว่าโอเค”

วสันต์ถลึงตาใส่ ท่าทีเหมือนแมวลายเสือกำลังพองขนขู่ “มาทำไม! ผมจะเรียกพี่ชายเข้ามาไล่คุณ”

“ผมมาเยี่ยมแฟนผม แล้วอีกอย่างผมทำงานที่นี่ ไม่มีใครไล่ผมได้หรอกครับ” กันต์ตอบหน้าตาเฉย สารวัตรหนุ่มในคราบคนไข้ถอนหายใจยาวแล้วเบนสายตามองไปทางอื่นอย่างจนใจ ถ้าไม่มีไม้กั้นเตียง เขาคงกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งหนีไป นายแพทย์หัวเราะเบาๆ กับกิริยาของวสันต์ มันช่างน่ารักน่าเอ็นดูขัดกับรูปลักษณ์แข็งแกร่งของเขา “ที่ผมทำแบบนี้ไม่ใช่อะไร เพราะการที่บอกว่าผมเป็นแฟนคุณเป็นวิธีการเดียวที่คุณจะอธิบายได้ว่าทำไมมีเบอร์ผมโทรเข้ามาในขณะที่เกิดเหตุ คงมีไม่กี่เหตุผลที่ผมจะสามารถโทรหาตำรวจคนหนึ่งในยามวิกาลได้”

“บอกไปว่าเป็นเพื่อนสนิท”

“เพื่อนสนิทไม่ส่งรูปหัวใจให้กันเช้ากลางวันเย็นหรอกครับ”

“ก็มีแต่คุณที่ส่งอะไรแบบนั้นมา”

“ขนาดป่วยแล้วยังเถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ เลยคุณน่ะ” กันต์หันไปมองขวดน้ำเกลือ “พอจะมีความจำอะไรกลับคืนมาเพิ่มมั้ยครับ?”

“ผมจำได้เพิ่มว่าคนคนนั้นสวมชุดสีดำทั้งตัว สวมหมวกโม่ง ตัวสูงกว่าผม อาจจะมากกว่าคุณด้วยซ้ำ” วสันต์เหลือบมองดอกไม้หัวเตียง “คุณไปทำงานเถอะ เรื่องคนร้ายให้เพื่อนร่วมงานผมจัดการเอง วันนี้คนเกือบทั้งสภ.จะทะยอยมาเยี่ยมผมรวมถึงร้อยเวรที่ทำคดีนี้ด้วย”

“ครับ หวังว่าวันนี้คุณจะได้ออกจากโรงพยาบาล แล้วผมจะพาไปทานข้าวปลอบขวัญ” กันตภัทรยิ้มอย่างอ่อนโยน “อย่าลืมบอกตำรวจคนอื่นๆ ว่าผมเป็นแฟนของคุณนะครับ”

“ผมไม่ใช่แฟนคุณ จะไปไหนก็ไป” ถึงปากจะด่าและขับไสไล่ส่ง แต่ตาของวสันต์ยังมองไปที่ดอกไม้ไม่หยุด กันต์บีบต้นแขนนายตำรวจเบาๆ หนึ่งครั้งแล้วผละออกมาท่ามกลางสายตาของพยาบาลในวอร์ดที่จับจ้อง วันนี้เขาต้องไปออกตรวจที่รพสต. ถ้าไม่มีเคสเยี่ยมบ้านบ่าย เขาจะรีบเคลียร์คนไข้ แล้วกลับมาสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเภสัชบอสที่ห้องยา ถ้าโชคดีและวสันต์มือหนักพอ น่าจะพบร่องรอยการต่อสู้บนร่างกายของบอสบ้าง ซึ่งกันตภัทรมั่นใจว่าชายฉกรรจ์แข็งแรงระดับวสันต์น่าจะสร้างความบาดเจ็บให้คนอื่นได้มากโขอยู่

“เภสัชบอสยังไม่มาทำงานเลยค่ะ ติดต่อก็ไม่ได้ค่ะ สงสัยจะยังป่วยไม่หายดีน่ะค่ะ” เภสัชกรสาวพูดเมื่อกันต์มาถามหาเภสัชบอสเป็นวันที่สองติดกัน นายแพทย์เดินออกมาจากห้องยาด้วยความรู้สึกคาใจ หายตัวไปสองวันติดแบบนี้ให้ไม่สงสัยก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร กันตภัทรกำลังคิดวางแผนว่าเขาน่าจะงัดเข้าบ้านเภสัชบอสอีกสักครั้งเพื่อดูว่ามีหลักฐานอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หรืออาจจะมีอะไรที่บอกว่าขณะนี้เขาอยู่ที่ไหน

“ตำรวจมาเต็มไปหมดเลย” ผู้ช่วยเหลือคนไข้ชุดเหลืองสามคนจับกลุ่มคุยกันที่ทางเดินด้านหน้าแผนกจิตเวช

“แหงล่ะสิ ได้ข่าวว่าสารวัตรวสันต์แอดมิด”

เป็นคนดังในท้องที่สินะ วสันต์ กันตภัทรยิ้มน้อยๆ แล้วเดินผ่านไปไม่สนใจ

“เปล่า ไม่ได้มากันเยอะบนวอร์ดนะ ตำรวจอยู่หน้าบ้านพักด้านหลังเต็มไปหมดเลย”

ฝีเท้าของกันต์ชะงัก

“เหมือนกำลังจะเข้าค้นบ้าน”

“บ้านของใคร?”

“มีคนบอกว่าบ้านของเภสัชบอส”

กันตภัทรสูดหายใจเข้าลึกแล้วค่อยๆ ผ่อนออกมาช้าๆ รอยยิ้มที่ประดับใบหน้ากว้างขึ้น บางทีกันต์ก็ห่วงอะไรไม่เป็นเรื่องเกินไป วสันต์เป็นตำรวจสอบสวนที่เก่งกาจคนหนึ่ง ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมาถูกทาง เขาคงสงสัยเภสัชบอสไม่แพ้กับที่กันต์สงสัย แพทย์หนุ่มดีใจที่นายตำรวจสงสัยเภสัชบอสโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรมากนัก เพราะเมื่อพบหลักฐานแล้ว คดีที่จบจะไม่ได้มีเพียงคดีของวสันต์เท่านั้น อาจจะโยงกลับไปถึงเคสคนไข้ระยะสุดท้ายก็เป็นได้

หวังเพียงอย่างเดียวว่ากันต์จะไม่ได้ทิ้งหลักฐานการงัดบ้านเอาไว้ ซึ่งเขามั่นใจว่าไม่มีให้เห็นอย่างแน่นอน

“ยมทูตใส่เสื้อสีขาว ยมทูตใส่เสื้อสีขาว ในโฮงยานี้ มียมทูตใส่เสื้อสีขาว”

เสียงพูดซ้ำไปซ้ำมาของคนไข้ในห้องบำบัดทำให้พยาบาลที่พาคนไข้มาเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น ถึงแม้จะรู้ว่านายสม คนไข้ที่ตำรวจส่งมาบำบัดรายนี้ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการจิตเภทจากสารเสพติดก็ตาม แต่เนื้อหาที่คนไข้คนนี้พร่ำเพ้อตลอดเวลามักเกี่ยวข้องกับความตาย ซึ่งทำให้คนได้ยินได้ฟังรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาได้

“สม นั่งนิ่งๆ เดี๋ยวจะตกเก้าอี้นะ” พยาบาลจิตเวชวัยกลางคนแตะหลังชายในชุดคนไข้ที่โยกตัวหน้าตลอดเวลาเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ เธอภาวนาขอให้หมอจิตเวชมาถึงในเร็วๆ นี้

“ในนี้ มียมทูต” นายสมหันมามองนางพยาบาล “เอาชีวิตคนป่วยไป”

พยาบาลยิ้มอย่างใจเย็น “ที่นี่ก็มีคนป่วยคนตายเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

“ผมเคยเห็นยมทูต” นายสมหยุดโยกตัว สายตาเหม่อมองไปไกล “ยมทูตชุดดำตอนกลางคืน แต่ชุดขาวตอนกลางวัน ผมเห็น ผมมาเห็นกับตา ชุดดำเข้าไปในบ้าน ดูดวิญญาณคนใกล้ตาย แล้วก็จากไป”

นางพยาบาลส่ายหัวน้อยๆ กับประโยคที่เหมือนจะไร้ที่มาที่ไปของนายสม เธอเจอการพูดในลักษณะไม่มีมูลความจริงมาเยอะแล้ว เพราะคนไข้ที่มีอาการทางจิตหลายคนเห็นภาพหลอน ถ้าแยกแยะไม่ออกเขาก็จะเชื่อสิ่งที่เขาเห็น “ชุดสีขาวที่สมเห็นมีแต่หมอกับพยาบาล ทุกคนอยู่ที่นี่เพื่อช่วยเหลือคนไข้ สมไม่ต้องตกใจกลัว”

“ยมทูตชุดขาว ยมทูตชุดขาว” สมกลับมาพูดซ้ำๆ อีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกันกับที่แพทย์หญิงกนกพรเปิดประตูเข้ามาในห้องบำบัดเดี่ยว

“ยังพูดถึงยมทูตอยู่เรื่อยๆ เลยเหรอคะ พี่ปลา”

“ใช่ค่ะอาจารย์” พยาบาลตอบ “พูดจนพี่เริ่มกลัวขึ้นมาหน่อยๆ “

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแป้งจะพยายามพูดคุยหาสาเหตุที่เห็นภาพหลอนเป็นยมทูตเพื่อให้การรักษาได้ผลมากขึ้น อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในอดีตของเขาด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณพี่ปลานะคะที่พาคนไข้มา”

ปลาพยักหน้าน้อยๆ “มีอะไรเรียกพี่ได้เลยนะคะ” แล้วเธอก็เดินออกจากห้องไปโดยที่เปิดแง้มประตูทิ้งไว้

“ไม่ใช่ภาพหลอน ยมทูตชุดขาว ผมเห็นท่านจริงๆ”

แพทย์หญิงยิ้มอย่างอ่อนโยน “หมอก็เชื่อค่ะว่าคุณสมเห็นจริงๆ เพราะคุณสมไม่สบาย สารเคมีในสมองทำงานไม่เหมือนคนปกติค่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องยมทูตดีมั้ยคะ?”

“กลอนประตูด้านหลังเหมือนจะเสีย หมวดบอล เราเข้าทางนี้ได้เลย” นายตำรวจจับลูกบิดประตูด้านหลังบ้านที่กดล็อกจากข้างในไม่ได้ จึงสามารถเปิดเข้าไปได้โดยง่าย

“ทุกคน ทางนี้!” หมวดบอลร้องเรียกผู้ร่วมงานให้เดินอ้อมมาทางหลังบ้านพักข้าราชการของนายชาญชัย หรือเภสัชบอส เพื่อเข้าตรวจค้นตามหมายศาล เนื่องจากผู้เสียหายซึ่งก็คือสารวัตรวสันต์ระบุว่าเภสัชบอสคือผู้ต้องสงสัยทำร้ายร่างกาย ทางตำรวจไม่สามารถติดต่อเภสัชกรหนุ่มคนนี้ได้ และลางานไปติดต่อกันในช่วงเวลาเกิดเหตุพอดี จึงมีพฤติการณ์น่าสงสัย การตรวจค้นบ้านน่าจะได้หลักฐานเพิ่มเติมเช่นยาที่ใช้กระทำการอุกอาจนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ร้องขอคนสองคน ได้แก่ นายแพทย์สมศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและนางปราณี พยาบาลวิชาชีพ ได้มาเป็นพยานในการตรวจค้นครั้งนี้ด้วย

“ประตูหลังเสียงั้นเหรอ?” ผู้อำนวยการแสดงสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะรีบเดินตามตำรวจไป ตำรวจสองนายและพยานเดินอ้อมมายังประตูหลังบ้านที่เปิดออกได้อย่างง่ายดาย นายแพทย์สมศักดิ์ส่ายหัว มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนไม่เชื่อสายตา หันไปพูดกับพยาบาลปราณี “ตั้งแต่ผมอยู่ที่นี่มายี่สิบปี เพิ่งเคยมีเหตุการณ์ตำรวจค้นบ้านเจ้าหน้าที่แบบนี้เกิดขึ้น”

“เป็นเหตุจำเป็นน่ะค่ะ ผอ. ถ้าไม่เจออะไร เภสัชบอสอาจจะไม่ใช่คนร้ายก็ได้”

“แต่สารวัตรระบุชื่อเภสัชบอสชัดเจน แถมยังหายตัวไปติดต่อไม่ได้อีก ผมว่ามันก็ดูไม่ชอบมาพากลจริงๆ”

“ผอ.คะ ถ้าเป็นเภสัชบอสจริงๆ ไม่รู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไรนะคะ ทำร้ายร่างกายตำรวจแบบนั้น”

แพทย์วัยกลางคนถอนหายใจ “เราก็ไม่รู้จนกว่าจะได้ฟังจากปากเขาล่ะนะ”

ตำรวจสองนายเข้าประตูบ้านไปแล้ว สมศักดิ์กับปราณียืนลังเลกันอยู่สักครู่ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามเข้าไป เพียงแค่เท้าของสมศักดิ์สัมผัสพื้นภายในบ้านเพียงเสี้ยววินาที เขาก็ได้ยินเสียงตำรวจที่ล่วงหน้าเข้าไปก่อนสบถเสียงดังสั่น

“เชี่ย!!”

นายแพทย์เบิกตากว้างอย่างตื่นตกใจ ไม่แน่ใจว่าควรรีบเข้าไปดูหรือควรถอยออกไปก่อน ตำรวจอีกหนึ่งนายรีบวิ่งตัดหน้าเขาไปหาต้นเสียงที่ดังมาจากบริเวณห้องโถงกลางบ้านที่ถัดไปจากห้องครัว เกิดเสียงฮือฮาจากในห้องนั้น ตำรวจพูดรายงานสิ่งที่พบผ่านวิทยุสื่อสารในทันที สมศักดิ์ค่อยๆ เดินเข้าไปมองสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเขาก็ได้เห็นภาพที่ชวนให้เลือดจับตัวแข็งตรงหน้า ท่ามกลางบ้านที่ปิดประตูหน้าต่างสนิทจนมืดสลัว มีร่างร่างหนึ่งแขวนห้อยลงมาที่ด้านข้างของบันไดที่ตั้งอยู่ห้องโถงกลาง เท้าสองข้างของร่างนั้นลอยอยู่เหนือพื้น บนพื้นมีเก้าอี้พลาสติกล้มตะแคง สมศักดิ์พยายามรวบรวมความกล้าเงยขึ้นมองใบหน้าของร่างที่ห้อยต่องแต่งอยู่นั้น ใบหน้าของศพซีดขาว ปากสีเขียวคล้ำ ลิ้นจุกปาก แต่ยังพอมีเค้าโครงที่ทำให้บอกได้ว่าคนคนนี้คือใคร

“โอ้…โอ้…” นางพยาบาลที่เดินตามมามีท่าทีเหมือนอยากจะอาเจียนเมื่อเห็นภาพอันน่าสยดสยอง นายแพทย์สมศักดิ์รีบหันไปประคองเธอแล้วพาเดินออกไปจากสถานที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น