พาพราว

:)

ชื่อตอน : บทที่ 3 End Credit | 75%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 814

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2562 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 End Credit | 75%
แบบอักษร

‘อินยัวร์เฮด อินยัวร์เฮด ซอมบี ซอมบี ซอมบี อี อี~’

เสียงเพลงซอมบีของเดอะแครนเบอร์รีดังกระหึ่มหอประชุม กลุ่มเด็กนักเรียนนั่งพื้นฟังดนตรีกันเต็มบริเวณ ร้องตามกันได้เกือบทุกคนเพราะถือเป็นเพลงประจำชาติของการฟอร์มวงดนตรี มีคอนเสิร์ตเมื่อไหร่เป็นต้องได้ยินเพลงนี้ทุกที

“วงพี่กานต์จะขึ้นยัง” แพรพิชชาถามเสียงหอบ หลังจากพยายามแทรกตัวเข้ามาจนถึงกลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่หน้าเวที

ปกติแล้วเวลามีงานกิจกรรม ทางโรงเรียนจะไม่หยุดการเรียนการสอนตลอดทั้งวัน แต่จะผ่อนผันให้บ้างเป็นรายวิชา ขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์ผู้สอนในคาบนั้นๆ จะอนุญาตไหม 

เธอ...ในฐานะหัวหน้าห้องม. ๓/๓ จึงต้องวิ่งแจ้นไปขอคาบว่างจากอาจารย์สมพรที่สอนสังคม อ้อนวอนอยู่นานกว่าอาจารย์จะใจอ่อน (พร้อมสั่งการบ้านอีกชุดใหญ่)

“ต่อจากวงนี้แหละมั้ง” ศิรินที่นั่งกอดเข่าโยกหัวตามจังหวะเพลงหันมาตอบ

“ฮะ?” เธอไม่ได้ยิน

“ยังไม่เล่น!” ต้องใช้วิธีป้องปากตะโกนใส่หู

ส่วนพู่กันนั้นกรี๊ดกร๊าดอยู่หน้าเวทียิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำซะอีก ร่มรวิส่งดอกกุหลาบที่เพื่อนฝากไว้ให้เจ้าของ แพรพิชชามองกุหลาบดอกนั้นแล้วแก้มร้อนวูบวาบ เด็ดกลีบดอกช้ำๆ ออกอย่างทะนุถนอม 

กระทั่งถึงคิวแสดงของวง‘Gray Cloud’เสียงกรี๊ดต้อนรับดังลั่นไม่ต่างจากวงก่อนหน้า สายตาของแพรพิชชาถูกดึงดูดไว้ที่มือกีตาร์ของวง 

ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างพากันร้องตาม

เธอเพียงเงียบ มอง...และฟัง

หลังจบเพลงจังหวะมันๆ ของวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกชื่อดังของไทยไปหลายเพลงก็มาถึงเพลงฟังสบายที่ใครๆ ต่างก็ร้องตามได้ของวงร็อกวงหนึ่ง ซึ่งชื่อวงเป็นท่ามวยปล้ำที่หมายถึงการทุ่มสุดตัวอย่าง Bodyslam 

ชื่อเพลง ‘หวั่นไหว’  

แพรพิชชารู้สึกเหมือนเขาเรืองแสงได้อยู่ตรงนั้น

“พีช มานี่ๆ” พู่กันหันมากวักมือเรียกยิกๆ เมื่อรู้ว่าเป็นเพลงสุดท้าย

แพรพิชชาค่อยๆ เบียดแทรกเข้าไปจนถึงตัวเพื่อนที่อยู่ด้านหน้าเวที ซึ่งตรงนี้ไม่มีใครนั่งแล้ว ทุกคนพร้อมใจกันยืนและโยกหัวตาม

“...ขอบคุณวัยรุ่น” รุ่นพี่ที่เป็นนักร้องนำพูดทิ้งท้ายเมื่อจบการแสดง

เด็กนักเรียนหญิงต่างกรูกันเข้ามาหน้าเวทีเพื่อมอบดอกกุหลาบสีแดงให้รุ่นพี่ที่อยู่บนเวที เหมือนต่างคนต่างก็มีคนที่ตัวเองปลื้ม 

แพรพิชชาโดนดันจนห่างไปไกล เธอจึงใช้แรงที่มากพอดันกลับแบบไม่เกรงใจ พยายามยื่นดอกไม้ในมือให้เขาสุดเอื้อมแขน เม้มปากตอนที่มือคู่นั้นรวบก้านดอกรวมไปกับของคนอื่นๆ กลืนเป็นหนึ่งช่อใหญ่ในมือเขา

...

หลังลงจากเวที เอื้อกานต์ฝากกีตาร์และดอกไม้ไว้กับเพื่อน วิ่งตามหาใครบางคน จนกระทั่งเจอ...เธอ

เขาแอบเดินตามหลัง แตะไหล่ขวาแล้วหลบไปทางซ้าย แกล้งให้เธอหันไปหันมาอย่างน่ารัก 

“เมื่อกี้ได้ฟังเพลงสุดท้ายไหม”

“...ฟัง”  

“เล่นดีไหม”

“...” เลี่ยงตอบโดยการพยักหน้า สบตาเขาเสี้ยวหนึ่งแล้วหลบ กลบเกลื่อนอาการประหลาดด้วยการเดินเร็วๆ 

“ตอบสิ ดีไหม” เขารีบก้าวไปนำหน้าแล้วหันมารบเร้า เดินถอยหลังพลางจ้องหน้าเธอไปด้วย   

“...ก็ดี...ว้าย!” 

เพราะมัวแต่ขัดเขินทำให้เดินไม่ระวังจนสะดุดขอบปูนต่างระดับ เอื้อกานต์คว้าแขนไว้ได้ทัน แล้วประคองพาไปนั่งยังสแตนด์ริมสนามวอลเลย์บอล ทำท่าจะก้มลงไปดูเท้าเธอให้ คงเจ็บเพราะเห็นเดินกะเผลก

“กานต์...ไม่เป็นไร” เธอชักเท้ากลับ

“ไม่เป็นไร? ไม่เป็นไรตลอดเลย แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นอะไรบ้าง”

รักนรินทร์มองเข้าไปในดวงตาของเพื่อนชาย ค้นหาความหมาย รู้สึกเหมือนมีสายลมอันอ่อนหวานผ่านวูบเข้ามาในเวลานั้น 

________ t a l k ' s **________**   

T . T


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น