เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 15

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.2k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2562 15:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 15
แบบอักษร

15 




เช้า.. 



      แสงแดดอุ่นยามเช้าส่องโดนใบหน้าหล่อที่หลับสนิท ทำให้เพลิงย่นคิ้วเขยิบตัวหันหน้าฟุบไปอีกด้านก่อนจะนอนหลับตาพริ้มต่อ โดยไม่ได้รู้เลยว่าตนเองได้นอนเบียดตัวเข้าไปฟุบข้างไหล่ของใครไปบางคน พีคลืมตาตื่นขึ้นมานิดหน่อย เหลือบมองเพลิงที่นอนไม่รู้เรื่องอยู่ข้างๆ ก่อนขยับตัวตะแคงยกแขนวางบนตัวของเพลิง แล้วหลับตานอนต่อ  ส่วนเพลิง เมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสอุ่นๆ จึงเขยิบตัวไปฟุบเข้ากับอกแกร่งของพีคโดยไม่รู้ตัว



1 ชั่วโมงต่อมา.... 


“อืมม..” เพลิงครางเสียงงัวเงีย เริ่มรู้สึกถึงความคับแน่นของร่างกายราวกับถูกรัดจากภายนอก ก่อนจะขยับตัวออกให้หลุดจากอะไรสักอย่าง แต่ก็ถูกดันกลับเข้าที่เดิม ทำให้คนงัวเงียอยู่ถึงกับย่นคิ้วสงสัย  เพลิงหลับตาลองขยับตัวอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าใครบางคนจะยังไม่ยอมปล่อย แถมยังกระชับแน่นกว่าเดิม แล้วยิ่งลมหายใจอุ่นๆรดผ่านเส้นผม เพลิงยิ่งสงสัยคลายความง่วงมากกว่าเดิม  ก่อนที่จะลืมตาขึ้นช้าๆ มองว่าเกิดอะไรขึ้น  

“ไง ตื่นแล้วหรอ” เสียงทักเหนือศรีษะ ทำเอาเพลิงเบิกตากว้างทันที ยิ่งภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นร่างกายของใครบางคน  เพลิงรีบเขยิบถอยหนี แต่ก็ถูกพีคกอดแน่นไม่ยอมปล่อย 

“มึงทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย!” เพลิงโวยวายถาม ตกใจที่ตัวเองเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของพีค ทั้งที่ตลอดคืนที่ผ่านมา เขาไม่เคยนอนใกล้พีคขนาดนี้มาก่อน 

“นอนไง” พีคตอบเสียงเรียบขณะหลับตาอยู่ เพราะพีคเองก็พึ่งตื่นตอนเพลิงขยับรอบแรก 

“นอนพ่อมึงเอากูมากกแบบนี้หรอ ปล่อย กูจะลุก” เพลิงด่า พลางใช้มือดันอกแกร่งของพีคให้ออกจากตัว 

“มึงเป็นผู้หญิงหรือไงวะ ทำตัวดิ้นตอนรู้ว่าถูกผู้ชายกอดเนี่ย” พีคลืมตาเหลือบมองคนในอ้อมแขน เมื่อเห็นว่าเพลิงดิ้น 

“จะผู้ชายหรือผู้หญิงกูก็ไม่ชินเว้ย แล้วมึงลากกูมากอดตอนไหน ไม่สิ มึงกลับมาตอนไหนเนี่ย” เพลิงหยุดดิ้น แล้วเงยหน้ามุ้ยๆถาม เพราะเมื่อคืนเพลิงหลับไปก่อนที่พีคจะกลับ ทำให้ไม่รู้ว่าพีคกลับมาตอนไหน แล้วเหมือนเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ตื่นมาช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ 

“เป็นเมียกูหรือไง ถึงได้ถามเวลากลับกูน่ะ” พีคพูดพลางยกยิ้มจางๆที่มุมปาก พร้อมมองเพลิงด้วยสายตาเย้าแหย่ ทำเอาเพลิงนิ่งสะอึกก้มหน้ากลับทันที แถมยังอกซ้ายยังแอบสั่นไหวกับคำถามไร้สาระ  ใครจะไปคิดล่ะว่าพีคจะกล้าตบด้วยคำถามนี้ 

“กูแค่ถามเฉยๆมั้ยล่ะ ห่า..แล้วก็ปล่อยกูได้แล้ว อึดอึด” เพลิงบอกเสียงไม่ดังมาก พลางเม้มปากไม่ค่อยสบอารมณ์ เพราะรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ   

     พีคยอมคลายอ้อมแขนปล่อยให้เพลิงเป็นอิสระ ก่อนจะขยับตัวนอนหงาย แล้วเอาแขนก่ายหน้าผากหลับตานอน เพลิงลุกนั่งหันมองคนข้างๆ เห็นว่าพีคยังมีกะจิตกะใจหลับต่อ แถมเพลิงพึ่งจะมาสังเกตเห็นรอยช้ำบนหน้าของพีค เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าพีคไปทำอะไรมา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมาก ก่อนจะลุกจากเตียงเดินเข้าไปอาบน้ำ เพลิงใช้เวลาอาบน้ำไม่นานมาก ก่อนออกมาแต่งตัวด้านนอกและไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อวอร์มคอเต่ามาใส่คลุมเสื้อยืดอีกที เพราะรอยที่พีคทำยังไม่หาย และเตรียมตัวเดินออกไปข้างล่าง  

“ไอ้เพลิง” เสียงเรียกงัวเงียของพีคดังขึ้น เพลิงหยุดเดินแล้วหันไปมองคนนอนบนเตียง 

“อะไร” เพลิงถาม 

“ลงไปทำผัดกระเพราให้กูกินหน่อย” สิ่งที่พีคบอก ทำเอาเพลิงนิ่งไปสักพักนึง งงว่าพีคจะให้เขาทำไปทำไม ในเมื่อลงไปสองก็ทำกับข้าวรออยู่ข้างล่าง  

“แล้วทำไมกูต้องทำ ทำไมไม่ให้ไอ้สองทำให้” เพลิงถามอย่างสงสัย 

“กูอยากกินกระเพราฝีมือมึง จบมั้ย ..แล้วก็ไม่ต้องถามไรต่อ เพราะนี่คือคำสั่งจากกู” พีคบอกพลางเหลือบมองเพลิงนิ่งอยู่ที่เตียง เพลิงไม่ได้ตอบอะไรพีค ก่อนจะหันกลับออกจากห้องไปด้านล่าง ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน เพลิงแค่ทำผัดกระเพราลวกๆให้กินเฉยๆ แต่พีคกลับติดใจรสผัดกระเพราราดข้าวที่เพลิงทำให้ และเพราะเมื่อวานกินไม่หมดด้วยมั้ง พีคถึงได้ให้เพลิงทำผัดกระเพราให้กินอีกรอบ 

   เพลิงเข้ามาทำผัดกระเพราให้พีคกินอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ยอมทำให้ แม้เข้ามาตอนแรกสองจะไม่ให้แตะครัวเลย กลัวว่าเพลิงจะพูดสอนอะไรเขาอีก แต่ก็ต้องยอมให้เข้ามาเมื่อรู้ว่าพีคสั่งให้ทำบางอย่างให้กิน  เพลิงกับสองใช้เวลาทำครัวไม่นาน ก่อนจะเอากับข้าวมาวางที่โต๊ะ พอดีกับที่พีคลงมาข้างล่างพอดี  พีคมองกับข้าวบนโต๊ะ เลิกคิ้วนิดนึงที่เห็นว่ารอบนี้เพลิงแยกกระเพราออกจากข้าวให้ 

“เฮียมาพอดีเลย ไอ้โต้งให้มาถามว่าจะให้เอาเค้กไปที่ร้านเลยมั้ย เพราะเดี๋ยวมันจะไปข้างนอก” สองถามพีคที่ลงนั่งบนเก้าอี้โต๊ะอาหาร พร้อมยกจานข้าวมาวางไว้ให้  

“เอาไปเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องไปมาหลายเที่ยว แล้วเรื่องรถกูว่าไง ไอ้นายได้บอกมั้ยว่าได้วันไหน” พีคถามสองกลับ  

“น่าจะได้พรุ่งนี้แหละเฮีย เห็นเมื่อวานมันบอกร้านพึ่งได้คิวรถเฮีย” สองบอก  พีคพยักหน้าก่อนปัดมือไล่ให้สองไปทำอะไรของตัวเองต่อ ก่อนก้มกินข้าวตักผัดกระเพรากินก่อนเป็นอย่างแรก พีครู้สึกว่ารสชาติรอบนี้ต่างจากเมื่อวาน ค่อนข้างไปทางทีjดี จนคิดว่าครั้งนี้เพลิงคงตั้งใจทำให้ 

“ทำอร่อยกว่าเมื่อวานหนิ” พีคพูดบอก ทำให้เพลิงเงยหน้าสนใจคนตรงหน้า 

“ธรรมดา ฝีมือระดับกู” เพลิงพูดไหวไหล่ โชว์ความมั่นใจฝีมือของตัวเอง ทำเอาพีคยกยิ้มส่ายหน้าให้กับความยกยอตัวเองของเพลิง 

“เดี๋ยววันนี้มึงนั่งรถเมล์ต่อบีทีเอสไปทำงานพร้อมกูนะ” พีคบอก 

“อืม” เพลิงไม่เกี่ยงเรื่องเดินทาง เพราะก่อนได้รถเพลิงก็เดินทางแบบนี้เป็นประจำ อีกอย่าง เพลิงไม่จำเป็นต้องเถียงปฏิเสธให้เปลืองน้ำลาย ยังไงสุดท้ายพีคก็ต้องลากเขาไปด้วยให้ได้อยู่ดี  

“แล้วนี่มึงใส่เสื้อปิดคอทำไม ร้อนจะตาย” คำถามของพีค ทำเอาเพลิงชะงักกลับไปมองพีคอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่รู้ว่าถามจริงๆหรือแค่แกล้งเล่นกันแน่ ในเมื่อตนเองเป็นต้นเหตุของการที่เพลิงต้องมาใส่เสื้อคอเต่าทั้งที่อากาศร้อนจะตาย แต่ถ้าดูจากสายตาจริงๆ เพลิงเดาได้เลยว่าพีคกำลังแกล้งถามเขาอยู่ 

“ไอ้สัส” เพลิงเน้นเสียงด่าคนตรงหน้า ก่อนจะก้มกินข้าวอย่างไม่ใส่ใจ ส่วนพีคก็นั่งหัวเราะในลำคอเมื่อถูกเพลิงจับได้เรื่องที่เขาแหย่  

           ทั้งคู่ต่างคนต่างกินข้าวของใครของมัน มีบางครั้งที่พีคแกล้งแหย่เพลิงเหมือนเป็นเรื่องปกติ ก่อนที่จะแยกไปใช้ชีวิตของตัวเองในช่วงครึ่งแรกของวัน แล้วเจอกันอีกทีในช่วงก่อนออกจากบ้าน ซึ่งมีแค่เพลิงกับพีคเท่านั้นที่ไปพร้อมกัน ส่วนลูกน้องบางคนไปที่ร้านกันหมดแล้ว 


******************************************** 



สถานี BTS... 



      ยอมรับเลยว่าประเทศไทยไม่ว่าฤดูไหน พอเข้าช่วงบ่ายทีไร อากาศร้อนไม่ต่างจากหน้าร้อนเลยสักนิด ขนาดเข้าหน้าฝน ยังไม่เห็นทีท่าว่าฝนจะตกเลย มีแค่เมฆครึ้มผ่านมาแล้วก็ผ่านไป พีคมองคนที่ยืนรอรถไฟอยู่ข้างๆ กำลังพับแขนเสื้อชุดทำงานด้วยท่าทีหงุดหงิดกับอากาศที่ร้อน อาจเป็นเพราะใส่เสื้อทับมาสองตัวเลยร้อนง่ายกว่าคนอื่น ทำให้พีคอดพูดไม่ได้ เมื่อเห็นเสื้อคอเต่าที่อยู่ใต้ชุดทำงาน โชว์หราอยู่บริเวณคอ 

“เอาจริงมึงใส่แค่เสื้อทำงานมาก็ได้นะ จะดั้นด้นใส่ไอ้คอเต่ามาทำไม รู้ทั้งรู็ว่าอากาศมันร้อน” พีคพูด 

“แล้วควายตัวไหนมันทำให้กูต้องใส่อีกตัวมา” เพลิงหันควับ มองพีคอย่างหงุดหงิด แต่พีคกลับทำหน้าระรื่น ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวกับการเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพลิงต้องทนร้อนอยู่แบบนี้ 

“เอ.. ควายตัวไหนนะที่ทำให้น้องเพลิงต้องทนร้อนแบบนี้ แย่จังเลยเนอะ ดูสิ รอยเต็มคอเชียว” พีคพูด พลางทำหน้าทำตากวนโอ๊ย ก่อนจะยื่นมือดึงคอเสื้อเพลิงลงอย่างรวดเร็ว  

“เฮ้ย!” เพลิงสะดุ้งตกใจ เมื่อลูกพีคเล่นงานอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนรีบยกมือดึงคอเสื้อมาปิดคออย่างไว กลัวว่าคนรอบข้างจะเห็น พีคยืนขำ ดูสนุกกับการได้แกล้งเพลิง แต่เพลิงกลับมองพีคเคืองจนแทบจะกระโดดบีบคอ แต่รถไฟก็มาจอดเทียบก่อน ทำให้เพลิงต้องเดินตามพีคเข้าไปอย่างบึ้งๆ และด้วยความที่รถไฟคนเยอะตลอดป้าย เพลิงจึงไม่ได้เข้าไปยืนข้างใน แต่ยืนหลบอยู่มุมขอบประตู มีแค่พีคเท่านั้นที่ยืนอยู่ด้านใน  พีคมองเพลิงนิ่งเมื่อเห็นว่าเพลิงไม่ตามมายืนข้างๆ แถมยังเปิดเพลงใส่หูฟังหันหน้าหนีเขาอีก    

 รถไฟฟ้าที่ขึ้นมาผ่านออกไปได้หลายสถานี และอีกแค่ป้ายเดียวก็ถึงป้ายลงร้านของพีค เพลิงยืนฟังเพลงเงียบๆอยู่คนเดียว โดยไม่ได้รู้เลยว่ามีเด็กนักเรียนวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งแอบยืนมองอยู่ แถมยังเริ่มเขยิบเข้ามาเรื่อยๆจนเกือบใกล้ อาจเป็นเพราะช่วงนี้เกาหลีฟรีเวอร์ เด็กสาววัยรุ่นส่วนใหญ่จึงค่อนข้างชอบผู้ชายหล่อ ขาว ใส ยิ่งบุคลิกนิ่งๆใส่ชุดเชฟของเพลิง ทำให้เด็กวัยรุ่นแอบกรี๊ดกันมากกว่าเดิม       

“ขอโทษนะครับสาวๆ ช่วยหลบทางหน่อยได้มั้ย พอดีพี่ลงป้ายหน้าน่ะ” เสียงทุ้มเข้มของใครบางคน ทำให้เด็กกลุ่มนั้นหันไปมอง ตอนแรกแอบไม่ชอบใจที่มีคนขัด แต่เมื่อเห็นหน้าพีค ทำเอาใจเต้นระรัว เพราะบุคลิกของพีคหล่อต่างจากเพลิงลิบลับ ค่อนข้างเท่ เร้าใจ ยิ่งกล้ามเนื้อพอดีๆใต้เสื้อยืด บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวเป็นคนรักสุขภาพขนาดไหน  

“แก หลบทางให้พี่เขาหน่อย” หนึ่งในนั่นพูดบอกเพื่อนให้ถอย แต่สายตายังไม่ละออกจากหน้าพีครวมถึงเพื่อนด้วย พีคเดินเขยิบเตรียมรอออก แต่ก็ไม่วายหันมายิ้มคุยกับสาวๆข้างๆ ที่ทำตัวไม่ถูกยามที่เขายิ้มให้ มีเพื่อนบางคนถึงกับหวีดเบาๆ 

“พี่เห็นพวกเรามองคนใส่ชุดเชฟอยู่ สนใจหรอ” คำถามปุปปัปไม่ทันตั้งตัว ทำเอาเด็กสาวอึ้ง หน้าขึ้นสีอายๆ ไม่คิดว่าพีคจะถาม 

“กะ..ก็สนใจนิดหน่อยค่ะ พี่เขาน่ารักดี” หนึ่งในนั้นพูดหันมายิ้มแห้งๆใส่ 

“งั้นหรอ” พีคพยักหน้ายิ้ม แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ แต่กลายเป็นเด็กกลุ่มนั้นซะเองที่ถามกลับ 

“แล้ว..พี่ล่ะคะ พี่ออกมาคนเดียวหรอ” หนึ่งในนั้นถามอย่างขวยเขิน 

“พี่มากันสองคนน่ะ” พีคยิ้มตอบ 

“มากับแฟนหรอคะ” อีกฝ่ายรีบถาม ทุกคนต่างลุ้นว่าพีคมีแฟนหรือยัง 

“เปล่า พี่ยังไม่มีแฟน” คำตอบของพีค ทำเอาเด็กสาวโล่งใจ แต่ก็สงสัยว่าพีคมากับใคร 

“แสดงว่าพี่มากับเพื่อนงั้นสิคะ” เด็กสาวถาม แต่ยังไม่ทันได้คำตอบจากพีค เสียงประกาศจากรถไฟ เตรียมจอดป้ายก็ดังขึ้น 



         / next station..... /  



      เสียงประกาศดังสิ้นสุด ก่อนที่จะถึงสถานีในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า  พีคเตรียมตัวลงป้าย แต่ก็ไม่ลืมหันมาตอบคำถามที่เงียบไปสักพักนึง เด็กกลุ่มนั้นมองอย่างรอลุ้น พีคหัวเราะในลำคอ ส่งยิ้มพิมพ์ใจก่อนพูดบอกอีกฝ่าย 

“พี่ไม่ได้มากับเพื่อน” พีคทิ้งช่วง 

“อ่าว แล้วพี่..”  

“พี่มากับเด็กพี่น่ะ คนที่น้องมองตอนแรกไง” พีคพูดจบ พอดีกับประตูรถไฟเปิด ก่อนเดินไปคว้ามือของเพลิงแล้วพาออกจากขบวนรถไฟทันที โดยไม่หันมาสนใจกลุ่มเด็กที่ยืนอึ้งตกใจค้างบนรถไฟ จนรถไฟขับออกสถานีไปแล้ว ส่วนคนที่โดนจับมือลากออกมาแบบงงๆ เดินตามพีคลงบันไดไปด้านล่าง ก่อนจะตั้งสติรีบสลัดมือออกเมื่อมาถึงชั้นล่าง  

“อะไรของมึงเนี่ย” เพลิงย่นคิ้วยืนถามพีคอย่างงงๆ  

“แล้วอะไรล่ะ” พีคถามกลับหน้าตาย ทำเอาเพลิงขมวดคิ้วงงกว่าเดิม แต่ยังไม่ทันได้ถามต่อ พีคก็เดินนำตอกบัตรออกจากสถานี เพลิงรีบเดินตอกบัตรตามหลัง มองคนข้างหน้าอย่างไม่เข้าใจ ตอนแรกเพลิงยืนฟังเพลงเตรียมออกอยู่ดีๆ พีคก็เดินคว้ามือดึงออกจากรถไฟไม่ทันได้ตั้งตัว แถมสัมผัสได้จากแรงบีบน้อยๆเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่างนิดหน่อย ถามไปเมื่อกี้ก็ตอบกวนตีนกลับจนงง  


// อะไรของมันวะ? // เพลิงบ่นในใจ 




ที่ร้าน.... 


      เพลิงกับพีคใช้เวลาเดินมาร้านได้ไม่นาน พอดีกับช่วงเวลาที่ร้านเปิด ทั้งคู่เข้าร้านมาพร้อมกัน สำหรับเด็กเสิร์ฟถือเป็นเรื่องที่จะเห็นเพลิงกับพีคเข้าร้านมาพร้อมกัน เพราะอยู่หน้าร้านตลอด ต่างจากเด็กหลังร้านที่ไม่รู้อย่างแจ็คเป็นต้น ที่เดินออกมาเห็นพีคกับเพลิงเข้าร้านมาด้วยกัน  

“เฮ่ย ทำไมไอ้เพลิงเดินมากับเจ้าของร้านได้วะ “ แจ็คพูดอยู่คนเดียว ขณะกำลังถือผ้าไปให้บาร์เทรนเดอร์ 

 “อยากรู้ทำไมไม่ไปถามเจ้าตัวล่ะ” เสียงของณดลดังขึ้นข้างๆ เห็นว่าแจ็คดูสนใจทั้งคู่  แจ็คแอบสะดุ้งนิดหน่อย ตกใจที่ผู้จัดการร้านเดินมาโผล่ข้างๆ 

“แหม ผมก็ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นมั้ย แค่งงว่าทำไมไอ้เพลิงถึงมากับเฮียพีคได้เฉยๆ แล้วคุณรู้มั้ยว่าสองคนนั้นรู้จักกัน” แจ็คหันไปพูดกับณดล 

“รู้ แต่จะรู้จักสองคนนั้นในแบบไหน มันก็อีกเรื่อง” ณดลทิ้งท้ายให้แบบงงๆ แล้วเดินจากไป ปล่อยแจ็คยืนเลิกคิ้วทำหน้างงอยู่ใกล้เคาน์เตอร์บาร์ ไม่นานเพลิงจะเดินเข้ามาหา เมื่อเห็นว่าแจ็คยืนอยู่ใกล้เคาน์เตอร์ พลางหันไปทักทายรุ่นพี่ที่ประจำตำแหน่งบาร์ แล้วหันมาคุยกับแจ็คที่ทำหน้างงแปลกๆ 

“เฮ้ย ไอ้แจ็ค ยืนงงอะไรของมึงวะ” เพลิงถามเพื่อนกึ่งขำ เพราะเห็นว่าแจ็คทำหน้างงจนดูตลก แจ็ครีบปรับสีหน้าเมื่อเห็นว่าเพลิงเดินเข้ามาคุย 

“เปล่าๆ พอดีผู้จัดการพูดอะไรงงๆให้กูฟัง กูถึงได้ยืนงงอยู่แบบนี้ ว่าแต่มึงเถอะ เมื่อวันศุกร์ไปไหนมา หัวหน้าเชฟบ่นใหญ่เลย แถมยังด่าว่ามึงไม่มีความรับผิดชอบต่อเวลา หยุดบ่อยแบบนี้ไม่ดีนะเว้ย” แจ็คบอก จนเพลิงถึงกับยิ้มเจือน แอบรู้สึกผิดที่ไปบ้าจี้ดูหนังกับพีควันนั้น 

“แหะๆ วันนั้นติดซ้อมกีฬาที่มอทั้งวันน่ะ โทษทีว่ะ” เป็นการตอแหลล้วนๆ ที่มีความจริงผสมอยู่น้อยนิด แต่เพื่อเป็นการไม่ให้อีกคนสงสัยต่างหาก ถึงได้กล้าโกหกไปอย่างหน้าด้านๆ 

“กูว่ามึงไปบอกเชฟดีกว่า อาจจะโดนดุนิดนึง แต่ไม่ถึงกับช้ำใจตายหรอก” แจ็คพูดปลอบ แต่ไม่ได้ช่วยให้เพลิงรู้สึกดีขึ้นเลย เพราะคำว่าไม่ถึงกับช้ำใจตายของแจ็ค มันคือการด่าเจ็บๆสไตล์ผู้ใหญ่ที่เพลิงเคยโดนไปถึงกับเจ็บจนจุก  

“งั้นกูขอเวลาทำใจสักชั่วโมงนะ เผื่อว่าจิตใจกูจะแข็งแกร่งต่อกรกับเชฟได้” เพลิงยิ้มแห้งหันหลังกลับอย่างไว จนแจ็คต้องรีบห้ามเอาไว้ 

“เดี๋ยววว! เดี๋ยวเลยมึงไอ้...!”  เหมือนสะอึกกึ่งช็อค เพราะแจ็ครีบห้ามเพื่อนเร็วจัด ทำให้มือไปคว้าส่วนของคอเสื้อด้านในแทนที่จะเป็นด้านนอก เพลิงตกใจที่ยกมือปิดคออย่างรวดเร็ว พร้อมหันหน้ามองแจ็คที่ดูก็รู้แล้วว่าเห็นอะไรใต้ร่มผ้าของเพลิง 

“อะ..ไอ้เพลิง..ที่คอ..”  

“หุบปากเลยไอ้แจ็ค ห้ามพูดนะ!” เพลิงรีบพูดแทรก ห้ามแจ็คเสียงแข็ง จนแจ็คต้องรีบหุบปากมองเพื่อนอึ้ง คาดไม่ถึงว่าเพลิงจะมีรอยที่คอ บรรยากาศราบรื่นในตอนแรก เริ่มกระอักกระอวย ถ้าเป็นเพื่อนปกติแจ็คคงล้อไปแล้วว่าโดนสาวที่ไหนเล่นงานมา แต่กับเพลิงที่พึ่งรู้จักได้ไม่นาน แถมยังพูดห้ามเสียงแข็ง ทำให้แจ็คเริ่มไปต่อไม่ถูก ไม่อยากคิดในแง่มุมว่าเพลิงจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ ที่ไม่แน่ใจว่าหญิง...หรือชาย  ด้านเพลิงเองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หน้าเสียและอายอย่างเห็นได้ชัด ไปต่อไม่ถูกเช่นเดียวกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างเงียบไปสักพัก ก่อนแจ็คจะพูดทำลายบรรยากาศ 

“เอาเป็นว่ากูจะไม่ถามไอ้นั่นแล้วกันเนอะ ป่ะ เข้าครัวเหอะ ลูกค้าเข้าแล้ว” แจ็คพูดพลางเอามือจิ้มคอตัวเองเป็นเชิงบอก ก่อนลากเพลิงเข้าไปในครัว แอบกลัวว่าเพลิงตั้งใจจะหนีหน้าเชฟจริงๆ 

   และก็อย่างที่คาดไว้ พอเชฟเห็นหน้าเพลิงโผล่เข้าไปก็บ่นด่าเพลิงรัวๆ จนคนฟังถึงกับยิ้มแห้งหูชา ต้องรีบขอโทษขอโพยเชฟแทบจะทันที ก่อนที่จิตใจจะบอบช้ำอย่างหนักหน่วง 

     เพลิงเริ่มกลับเข้ามาทำงานปกติ ใช้ชีวิตเป็นเด็กฝึกงานเหมือนคนทั่วไป โดยไม่มีพีคค่อยกวนอย่างอาทิตย์แรก แต่อาจจะไม่เหมือนเดิมตรงที่หัวหน้าเชฟสั่งให้เลื่อนขั้นลงมาเป็นเด็กฝึกงานเหมือนเดิม ไม่มีการเป็นผู้ช่วยเชฟอย่างอาทิตย์ก่อน เพราะเพลิงหยุดบ่อยโดยไม่ลา ทำให้เชฟไม่พอใจ แต่เพลิงไม่โทษตัวเองหรอกนะ เหมือนจะสาปแช่งพีคมากกว่าที่ทำให้เขาต้องลดขั้นและถูกด่า ไหนว่าลาให้แล้วไง ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ นี่ถ้าถึงเวลาพักเมื่อไร เพลิงกะจะไปยืมเตาจากร้านหมูกะทะใกล้ๆ มาจุดไฟเผาพริกเผาเกลือพีคให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย  

“ไอ้เพลิง  กูรู้ว่ามึงตั้งใจทำงานนี้นะ แต่มึงจะจริงจังจนสับหอมระเอียดแบบนี้ไม่ได้ เชฟเห็นเดี๋ยวก็เดินมาด่าอีกหรอก แล้วหน้าน่ะ กูเห็นบูดมาตั้งแต่เมื่อกี้ พึ่งนึกโกรธที่เชฟด่าหรือไง” แจ็คเดินสวนด้านหลังเพลิง หลังเอาหม้อแกงไปให้เชฟใหญ่ แต่เห็นว่าเพลิงยืนสับหัวหอมจนน่ากลัว เลยต้องรีบทัก ก่อนหอมที่เพลิงสับจะเละจริงๆ เพลิงเองก็หางตามองแจ็คหลังถูกแซวเรื่องหน้าบูด ก่อนจะยกยิ้มฝืดไปให้อย่างไม่จริงใจ แล้วปรับหน้านิ่งเหมือนเดิม 

“ไปทำงานของมึงไป วันนี้มีปาร์ตี้วันเกิด กูจะเครียดกับออเดอร์ก็ไม่แปลก” เพลิงพูดแก้ตัว แจ็คทำทีเป็นว่าเข้าใจที่เพลิงบอก เพราะวันนี้ครัวค่อนข้างวุ่นวายนิดนึง เนื่องจากมีพวกคนในแวดวงไฮโซมาจัดปาร์ตี้วันเกิดที่ร้าน แต่ในใจแจ็คก็ยังคิดว่าเพลิงคงโกรธหัวหน้าเชฟอยู่ดี  

“ขอโทษครับ  ผู้จัดการฝากมาบอกให้ชงกาแฟไปให้เฮียพีคหน่อย ทางด้านบาร์เทรนเดอร์ตอนนี้ไม่ว่าง เลยวานให้ในครัวทำให้หน่อย” จู่ๆพนักงานเสิร์ฟก็เดินเข้ามาบอก ทำให้คนในครัวหันมาสนใจ แล้วมองหน้ากันว่าใครจะทำ แต่เชฟใหญ่พูดขึ้นก่อน 

“เฮียเค้าเอากาแฟอะไร” กรถามอีกฝ่าย 

“เนสกาแฟพอครับ กินแก้ว่างเฉยๆ ยังไงถ้าเสร็จแล้วฝากเอาไปให้หน่อยนะครับ เดี๋ยวผมกลับไปทำงานต่อแล้ว” 

“ได้ๆ” กรบอก ก่อนพนักงานคนนั้นเดินกลับออกไป แล้วสั่งให้ลูกน้องที่ว่างอยู่ชงกาแฟให้  

“ไอ้เพลิง สับหัวหอมเสร็จไปชงกาแฟให้เฮียหน่อย คนอื่นเค้ายังทำงานกันอยู่” กรหันมาสั่งเพลิงที่พึ่งวางมีดลงบนเขียง เพลิงหันหน้ากระพริบตามองกรอย่างอึ้งๆ พลางคิดว่าตัวเองซวยแล้วที่สับหัวหอมเสร็จตอนที่อีกฝ่ายมาสั่งกาแฟ  

“เฮ้ออ ทำไมต้องผมด้วย” เพลิงบ่นงอแง หลังถูกเชฟใหญ่สั่ง 

“ก็แกว่าง อย่าบ่น ไปทำ” กรว่าเสียงดุ จนเพลิงยอมไปชงกาแฟให้อย่างจำใจ 

เพลิงใช้เวลาไม่นานในการชงกาแฟ แล้วถือกาแฟเดินออกไปด้านนอก วันนี้บรรยากาศร้านค่อนค้างคึกคัก เพราะมีคนมาจัดปาร์ตี้วันเกิดที่นี่ เพลิงมองดูอยู่หน่อยขณะเดินผ่าน ก่อนจะเลิกสนใจเดินเข้าไปด้านใน แล้วขึ้นบันไดไปยังห้องออฟฟิศด้านบน เมื่อมาถึง เพลิงยืนสูดหายใจเข้าออกลึกๆ กำลังทำใจในการเข้าห้องเชือดที่ไม่เคยมีประสบการณ์ที่ดีสำหรับเพลิงเลย ก่อนจะสูดหายใจปล่อยลมออกอีกครั้ง ปรับสีหน้านิ่ง แล้วเคาะประตูเปิดเข้าไปด้านใน 



ก๊อก ก๊อก 



“กูเอากาแฟมา.. อุุย เชี้ย!” เรียกได้ว่ากาแฟแทบหก  โชคดีที่เพลิงประคองไว้ได้ แต่สาเหตุที่เกือบทำให้กาแฟเกือบหก รวมถึงสายตาที่เบิกกว้างอย่างตกใจ คงเป็นการนั่งนัวเนียของคนหนุ่มสาวบนเก้าอี้ทำงานมากกว่า และดูเหมือนการอุทานของเพลิงจะทำให้พีคหยุดชะงักหันมามอง รวมถึงหญิงสาวที่ดูคุ้นหน้าอีกคน ผละจากพีคแล้วหันมามองเหมือนกัน โดยที่ตัวยังนั่งแช่อยู่บนตัก  

“เอ่อ.. กูว่ากูขอตัวดีกว่า” เพลิงรีบหันตัวกลับเตรียมออกทันที แต่พีคเรียกไว้ก่อน 

“ใครสั่งให้มึงไป มานี่ ส่วนเธอก็ลงไปได้แล้ว” พีคเรียกดักเพลิงไว้ ก่อนไล่ลีเดียให้ลงจากตัก จนเจ้าตัวย่นคิ้วชักสีหน้าไม่พอใจ 

“อะไรอ่ะพีค ตอนแรกไม่เห็นไล่เลย  พอหมอนี่มาทำไมต้องไล่” ลีเดียพูดเสียงงอนไม่พอใจ พีคเองก็ไม่ได้สนใจพอที่จะมาฟังอีกฝ่ายพูดบ่นเหมือนกัน สายตายังมองเพลิงนิ่ง สลับกับแก้วกาแฟที่ถือมา พีคพอเข้าใจแล้วว่าเพลิงเข้ามาหาทำไม 

“เอากาแฟมาให้ใช่มั้ย เอามาว่างบนนี้” พีคบอกเสียงเรียบ เพลิงเดินเอากาแฟมาวางไว้อย่างปกติ แต่ลึกๆกลับรู้สึกกระอักกระอวยแปลกๆ ใจสั่นแปล๊บขึ้นมานิดหน่อย แต่มันก็แค่รู้สึกแค่นั้น พีคมองคนหลบตาไปทางอื่นนิ่ง กำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะดันหญิงสาวที่อยู่บนตักให้ลุกจากตัว จนเจ้าตัวยืนเหว๋อ มองพีคอย่างไม่เข้าใจ  

“พีค ทำไมจู่ๆทำแบบนี้อ่ะ” ลีเดียโวย 

“ชั้นจะกินกาแฟ เธอนั่งเกะกะชั้นอยู่” พีคว่า ทำให้ลีเดียย่นคิ้วทำเสียงฮึดฮัดในลำคอไม่พอใจ ถึงพีคจะร้าย แต่เวลาเข้าได้เข้าเข็มพีคไม่เคยไล่เธอแบบนี้มาก่อน ต่อให้จะมีลูกน้องบางคนเข้ามาขัดบ้างก็ตาม  แต่ที่เธอไม่เข้าใจ ทำไมเพลิงเข้ามาพีคถึงรีบไล่แล้วเลิกสนใจเธอทันที แล้วก็พึ่งมารู้ด้วยว่าเพลิงทำงานอยู่ที่นี่  ส่วนเพลิงยืนมองพีคกับลีเดียสลับกันไป เริ่มทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า ทั้งที่ก่อนหน้าที่เจอลีเดียเพลิงยังทำตัวปกติได้อยู่เลย 

“แล้วนี่นายจะยืนบื๊ออยู่ทำไม ลงไปทำงานได้แล้ว ..ทำอารมณ์เสียจริงๆ” ลีเดียบอกไล่อย่างหงุดหงิด เพลิงทำหน้างง แต่ก็ยอมหันกลับไปแบบงงๆ เหมือนกัน แต่ดูว่าพีคจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร 

“กูบอกให้ไปหรือไง ไอ้เพลิง” พีคกดเสียงต่ำ ทำเอาเพลิงเสียวสันหลัง หันกลับไปหาพีคอีกรอบ คราวนี้เป็นลีเดียมากกว่าที่งง 

“พีค วันนี้ชั้นอุตส่าเจียดเวลาจากงานวันเกิดเพื่อนขึ้นมานะ จะเรียกหมอนี่ไว้ทำไม เข้าใจหรือเปล่าว่าชั้นอยากอยู่กับพีคแค่สองคน ไม่ได้อยากให้คนอื่นมาสอด” ลีเดียหันไปบอกพีค และรอบนี้พีคหันมามองกลับ  

“แล้วชั้นขอให้เธอขึ้นมาหรือไง มาวันเกิดเพื่อนไม่ใช่หรอ ลงไปดิ ชั้นจะทำงานแล้ว” คำตอบไล่ทำให้หญิงสาวสะอึก มองพีคด้วยสายตาเศร้าปนไม่เข้าใจ เพลิงเองก็ไม่เข้าใจ ตกใจจนต้องรีบพูดขัดขึ้นมา จะเรียกว่าเข้าใจเลยก็ว่าได้ เพราะเพลิงเห็นว่าตอนแรกสองคนนี้กำลังทำอะไรกัน 

“เฮ้ยๆๆ มึงไปไล่เค้าแบบนี้ได้ไง เค้าอุตส่าขึ้นมาหานะเว้ย” เพลิงว่า 

“แต่กูไม่ได้อยากให้มาซะหน่อย มีแต่เจ้าตัวที่อยากขึ้นมาเองทั้งนั้น” พีคตอบเพลิงเสียงเรียบ แต่ดูเหมือนว่าจะไปพูดทิ่มแทงใจของคนข้างๆขึ้นมา 

“เฮ้ย แต่มึงไม่ควรไล่ป่ะวะ เค้าขึ้นมาถึงขั้นมึงกับเค้า... แล้วจู่ๆมึงก็ไล่แบบนี้ เค้าไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะเว้ย เค้าเป็นดารานะ”  

“ดาราแล้วไง กูกับยัยนั่นไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย ต่างฝ่ายต่างยอมทั้งคู่ เสร็จจบก็แยก แค่นี้ ..แล้วมึงจะทำตัวเป็นเดือดเป็นร้อนแทนทำไมวะ” เพลิงเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังโมโหขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งได้ยินสิ่งที่พีคพูด มันยิ่งทำให้เพลิงนึกถึงอะไรบางอย่างเข้า จนเริ่มขึ้นเสียงใส่ตอนคุยกับพีค 

“มึงยังจะกล้าถามอีกหรอ เพราะเค้าเป็นผู้หญิงไง มึงควรให้เกียรติเค้ามากกว่านี้  ที่เค้ายอม..เพราะเค้าชอบมึง เค้าไม่ได้ยอมมึง เพราะหวังแค่ one night stand มึงเข้าใจป่ะ” เพลิงว่าอย่างอารมณ์เสีย จนพีคเริ่มอารมณ์เสียตาม 

“ดูมึงจะเดือดร้อนแทนเหลือเกินนะ ทำไม คิดว่ากูทำกับยัยนั่นเหมือนที่กูทำกับมึง...” พีคกดเสียงเย็นอย่างมีโทสะ แต่ลีเดียที่ยืนเงียบมานานตะโกนพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่พีคจะพูดจบ 

“พอแล้ว! พอ! ชั้นไม่อยากฟังที่พวกนายพูดแล้ว อึ่ก..แล้วก็พีค  ชั้นรู้ตัวมาตลอดว่าพีคคิดยังไงกับชั้น แต่ชั้นไม่เคยโทษตัวเองหรอกนะที่ยอมทำอะไรโง่ๆลงไป หวัง..อึ่ก..หวังว่าสักวันพีคจะมองชั้นบ้าง หวังว่าพีคจะสนใจชั้นบ้างนอกจากเรื่องบนเตียง แต่พอมาวันนี้...ชั้นเข้าใจแล้วแหละ  ..ขอโทษที่รบกวน” ลีเดียพูดเสียงสั่นเครือเหมือนคนใกล้ร้องให้เต็มที ก่อนจะเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว เพลิงหันมองตามลีเดียไปอย่างห่วงๆ เตรียมที่จะเดินตามไป แต่พีคก็บอกห้ามเสียงแข็ง จนเพลิงต้องหางตามองอย่างขุ่นเคือง 

“กูยังคุยกับมึงไม่จบ” พีคบอก 

“แต่กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึง” เพลิงสวนกลับเสียงแข็ง 

“ไอ้เพลิง!” พีคลุกพรวดขึ้นเสียงทันที 

“แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่าทำไมกูถึงเดือดร้อนแทน ..เพราะมึงแม่งกำลังทำตัวไม่ต่างจากพ่อกูไงล่ะ!” พูดจบ เพลิงรีบหันหน้าหนีเดินกลับออกไปทันที พีคยืนมองประตูที่เพลิงปิดกระแทกออกไปนิ่ง ก่อนจะหลับตาข่มอารมณ์ถอนใหญ่แรง 


เพล้ง!! 



“แม่งโว้ยยย!!” 

      พีคสบทด่าพร้อมหยิบแจกันเล็กๆบนโต๊ะเขวี้ยงอัดกำแพงจนแตก เพื่อระบายอารมณ์ ก่อนทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้อย่างอารมณ์เสีย พร้อมเงยหน้าเอามือกุมหน้าไว้ พีคนั่งถอนหายใจอีกรอบ ปล่อยตัวทบทวนสิ่งที่เกิดกับตัวเองนิ่งๆ พลางพึ่มพำคุยกับตัวเองคนเดียว 

“กูทำบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย” 




“นายจะเดินตามชั้นลงมาทำไม อยู่กับพีคไปนู่น” ลีเดียหันมาว่าเพลิงที่เดินลงบันไดตามมาจากห้องของพีค 

“ผมป่าวตามคุณซะหน่อย ผมจะไปทำงาน” เพลิงบอกเสียงปกติ แม้ในใจยังเคืองพีคอยู่ก็ตาม ส่วนลีเดียหน้าเสีย รีบสะบัดบ๊อบใส่เพลิง แล้วรีบเร่งเดินลงบันไดไป แต่ดูเหมือนว่าจะรีบไปหน่อย ทำให้ส้นสูงไปเกี่ยวกับขอบบันได จนล้มหน้าขมำลงไปไปอย่างสวยงาม เพลิงยืนอึ้ง ตกใจนิดหน่อย แต่ก็กลายเป็นขำแทนมากกว่าที่เห็นคนทำเชิดใส่เสียหลักล้มลงไป 

“หึ..ฮาๆๆ ไงล่ะคุณ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ตกลงมาแค่สามขั้น” เพลิงพูดขำ ก่อนจะรีบเดินไปดู พลางยื่นมือไปช่วยจับ แต่ก็ถูกหญิงสาวปัดมือปฏิเสธ 

“ไม่ต้องเลย เพราะนายนั่นแหละ ชั้นถึงได้เป็นแบบนี้” ลีเดียบอกเสียงเคือง 

“ผมทำอะไร คุณเดินล้มเองนะ แล้วส้นสูงใครเค้าให้ใส่ลงบันไดเร็วกัน ตอนแฟนผมใส่วิ่งก็มาแบบคุณเนี่ยแหละ แต่โชคร้ายหน่อย ขาแพลง แต่ดีนะที่วันนั้นผมอยู่ด้วย เลยถูกจับให้ขี่หลังเกือบทั้งวัน” เพลิงยิ้มพูดอารมณ์ดียามนึกถึงช่วงปี 1 ที่แก้มหัดใส่รองเท้าส้นสูงใหม่ๆ ก่อนจะสะอึกเมื่อเผลอพูดถึงแก้มไปอย่างลืมตัว  

“อะไร เห็นชั้นอกหัก เลยคิดจะอวดแฟนกันหรือไง” ลีเดียอดแควะออกมาไม่ได้ รู้สึกหมั่นไส้ที่เพลิงอวดแฟน แต่ก็ต้องหยุดความรู้สึกนั้น เมื่อเพลิงส่ายหน้าส่งยิ้มอ่อนๆมาให้ 

“เปล่า ผมพึ่งเลิกกับแฟนได้ไม่กี่เดือนก่อน แค่เห็นคุณล้มแล้วนึกถึงเฉยๆ” เพลิงบอก แต่ลีเดียจับความรู้สึกหม่นๆของอีกฝ่ายได้เลยยอมลดน้ำเสียงลง เพราะรู้สึกเหมือนเจอคนสถานการณ์เดียวกัน 

“แล้วนี่คุณลุกไหวมั้ย ผมไม่เห็นคุณลุกสักที”เพลิงพูดขึ้นอีกรอบ ทำให้ลีเดียยอมขยับตัวลุกขึ้นมา แต่ดูท่าตอนนี้เธอจะไม่ต่างจากแฟนเก่าเพลิงซะแล้ว เพราะรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าตอนลุก เพลิงมองลีเดียที่กุมข้อเท้าไว้ เห็นสีหน้าที่เจ็บปวดอย่างชัดเจน เลยเข้าใจได้ว่าลีเดียกำลังเจ็บจนลุกไม่ขึ้น 

“ดูท่าชั้นจะเหมือนแฟนเก่านายซะแล้ว เซ็งเป็นบ้า” ลีเดียบ่นอย่างเซ็งๆ 

“งั้น..ผมขอโทษนะ คุณแค่ช่วยอยู่นิ่งๆก็พอ” ว่าจบ เพลิงรีบช้อนตัวของลีเดียขึ้น จนเจ้าตัวที่ถูกอุ้มเหว๋อหนัก มองเพลิงอึ้งผสมตกใจ ก่อนเพลิงจะพาเดินออกจากด้านใน แล้วพาตรงดิ่งไปนั่งโต๊ะที่ว่าง ห่างจากกลุ่มปาร์ตี้ที่ไกลจากโต๊ะที่ทั้งคู่อยู่ ลีเดียเงยหน้ามองเพลิงอย่างสงสัย แต่เพลิงกลับยิ้มตอบ 

“รอผมแปปนึงนะ เดี๋ยวผมไปขอยาจากคนในร้านมาให้” แล้วเพลิงก็เดินหายไปหลังร้าน ปล่อยลีเดียนั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะ พลางมองนู่นมองนี่อย่างไม่เข้าใจเท่าไร ทั้งที่ตอนแรกเธอออกจะเหวี่ยงกับเพลิงด้วยซ้ำ แต่ทำไมจู่ๆถึงได้มาทำดีด้วย  

     ลีเดียนั่งรอเพลิงได้ไม่นาน เพลิงก็กลับมาพร้อมยาคลายกล้ามเนื้อกับผ้ายืด ก่อนจะลากเก้าอี้ลงมานั่งตรงหน้า แล้วจับขาข้างที่เจ็บยกมาวางไว้บนตัก ทำเอาลีเดียเผลอกรี๊ดตกใจ 

“ว้าย! ทำอะไรของนายเนี่ย!” ลีเดียมองอย่างเอาเรื่อง 

“ก็ข้อเท้าแพลงถูกมั้ย ผมเลยจะนวดเท้าให้ไง เห็นแบบนี้ผมทำเก่งนะ เพราะกีฬาที่ผมเล่นข้อเท้าพลิกบ่อย” เพลิงบอก ก่อนถอดส้นสูงของลีเดียออก แล้วเปิดฝาเทครีมลงนวดข้อเท้าให้อีกฝ่ายอย่างชำนาญ ลีเดียสะดุ้งเล็กน้อยยามที่เพลิงกดนวดตามจุด แต่ก็เหลือบมองคนทำหน้าสบายๆจดจ่อกับข้อเท้าของเธอ พลางนึกสงสัยว่าเพลิงมาทำแบบนี้ให้ทำไม 

“นี่นายกำลังสมเพช สงสารชั้นอยู่ใช่มั้ย ถึงได้มาทำดีด้วยแบบนี้” คำพูดของลีเดียทำให้เพลิงเงยหน้าไปมอง 

“แล้วทำไมผมต้องสมเพชคุณด้วย” เพลิงตอบเสียงเรียบ ขณะมือกำลังกดนวดข้อเท้าให้ 

“ก็เพราะนายเห็นพีคเค้า..” ดูเหมือนลีเดียจะพูดไม่จบ ก่อนจะเสียงแผ่วจนเงียบ เพลิงยิ้มน้อยๆให้ 

“ยอมรับว่าตอนแรกผมไม่ชอบเรื่องกิริยามารยาทของคุณ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ผมเกลียดคุณซะหน่อย และผมก็ไม่ได้สมเพชคุณด้วย แต่คุณแค่เหมือนใครบางคน...ที่ผมอยากปกป้องน่ะ”  คำว่าปกป้องเรียบๆของเพลิง แอบแฝงความรู้สึกจริงใจอะไรบางอย่าง จากคนที่ไม่ชอบขี้หน้าตอนแรก ใจเริ่มกระตุกสั่นทันที พลางมองหน้าเพลิงด้วยท่าทีที่อ่อนลง..นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่เคยเจอใครพูดแบบนี้กับเธอเลย 

“ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมถึงเอาแต่วิ่งไล่ไอ้พีค รู้ทั้งรู้ว่ายังไงมันก็ไม่หันมาสนใจคุณ”  สิ่งที่เพลิงถาม ดูเหมือนจะดึงสติของลีเดีย จนต้องกลับเข้าโหมดหม่นหมองอีกครั้ง 

“นายรู็จักแก้ม..น้องสาวพีคมั้ย” จู่ๆลีเดียก็พูดชื่อแก้มขึ้นมา เพลิงหยุดชะงักไป ก่อนจะพยักหน้าทำตัวปกติ 

“อืม รู้สิ ทำไมหรอ”  

“พีคดูร้าย ไม่ค่อยสนใจใครในสายตาผู้หญิงคนอื่น แต่รู้มั้ยว่าตอนที่ชั้นเห็นพีคยิ้มให้น้องสาว พูดจาดีกับน้องสาว ชั้นรู้สึกยังไง ...ชั้นอยากเป็นแบบนั้นบ้าง อยากให้คนอย่างพีคมาแคร์ชั้นแบบนั้นบ้าง อยากให้พีคแสดงมุมอ่อนโยนกับชั้นบ้าง ถึงได้ยอมทำอะไรบ้าๆลดคุณค่าตัวเองลงไป  แต่ผลสรุป..” และลีเดียก็เงียบไป พลางทำหน้าเศร้าเหมือนคนจะร้องไห้ 

“งั้นคุณก็เลิกวิ่งซะสิ วิ่งอยู่ในทางตัน วิ่งให้ตายยังไงก็ไม่เจอทางออกหรอก ผมว่าคุณลองวิ่งย้อนกลับมาทางเดิมดู ไม่แน่..ถ้าวิ่งกลับไป คุณอาจจะเจอทางออกที่ดีกว่าก็ได้ ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอนหรอก คุณว่ามั้ย” รอยยิ้มภายใต้แสงไฟสลัวในร้าน กลับเหมือนแสงสว่างเปิดทางอะไรบางอย่างให้กับลีเดีย จากคนที่พยายามกลั้นน้ำตา ถึงกลับปล่อยหยดน้ำใสให้ไหลผ่านแก้มลงมา เพลิงยิ้มพลางเอื้อมมือไปบีบไหล่ปลอบอีกฝ่าย 

“นายอายุเท่าไรกันแน่เนี่ย ฮึ่ก  ปลอบคนเก่งเป็นบ้า” ลีเดียพูดบอกเสียงสะอื้น พยายามยิ้มกลับให้เพลิง แต่หน้าก็เหยเกจากการร้องไห้เกินไป 

“จำเค้ามาน่ะ ว่างๆคุณลองอ่านพวกหนังสือจิตวิทยาดูสิ ผมว่ามันสอนให้มองโลกในอีกด้านได้ดีเลยนะ”  

“อือ..อึ่ก ว่างๆชั้นจะซื้อมาอ่าน” ลีเดียเบ๊ะปากตอบ พยายามยิ้ม แต่กลายเป็นเพลิงยิ้มขำแทน เพราะจากหน้าสวยๆตอนนี้ร้องไห้จนลืมความสวยก่อนหน้านี้ไปเลย  

“แล้ว..แล้วพีคตอนอยู่กับนายเป็นไงบ้าง เค้าดูร้ายมั้ย หรือปฏิบัติกับนายแบบพวกลูกที่บ้าน แล้ว..” ลีเดียถามอีกครั้งพร้อมทิ้งช่วงไว้ กำลังคิดคำถามต่อ จนเพลิงนั่งนิ่งไป ขณะพันผ้ายืดที่ข้อเท้าให้ ก่อนจะพูดแทรกก่อนที่อีกฝ่ายจะถามต่อ 

“ผมไม่รู้หรอกนะ ว่าพีคปฏิบัติกับผมต่างจากคนอื่นมั้ย แต่ตั้งแต่ที่ผมได้รู้จักพีค ผมได้รู้บางอย่างอยู่สองข้อหลักๆเลยคือ ..สาระแนกับสาระเลว” เพลิงยิ้มว่า ชูสองนิ้วขึ้นและเน้นในประโยคสุดท้าย ทำเอาลีเดียนั่งอึ้ง คาดไม่ถึงว่าเพลิงจะกล้าพูด ก่อนจะหลุดขำขึ้นมาอย่างเห็นด้วย จนลืมการร้องไห้ก่อนหน้านี้ไปเลย  

“ฮ่าฮ่า ทำไมชั้นไม่เจอนายก่อนตั้งแต่แรกนะ นิสัยน่ารักออกขนาดนี้” ลีเดียพูดขำ 

“เจอตอนนั้นผมคงอายุแค่ 15 เองมั้ง เพราะผมคบกับแฟนตอนม.5 ก่อนจะเลิกกันไม่กี่เดือนก่อน “ เพลิงบอกก่อนพูดเสียงแผ่วตอนคำว่าเลิก  

“แล้วทำไมไม่วิ่งย้อนกลับออกไปบ้างล่ะ อาจจะเจอใครบางคนรออยู่ทางออกก็ได้นะ” คราวนี้ลีเดียใช้สิ่งที่เพลิงสอนตอนแรก กลับมาใช้กับเพลิงแทน เพลิงมองลีเดียนิ่งอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะหัวเราะยิ้มออกมา

“นั่นสินะ บางทีผมควรจะวิ่งย้อนกลับมาจริงๆนั่นแหละ” 


******************************************

ช่วงส่งไฟนอลแบบปั่นป่วนไปเลยจ้าาา หายไปเลยจ้าาา

นางเพลิงของชั้นเริ่มหวั่นละ แต่ว่าเอ็งจะหว่านเสน่ห์ไปทั่วไม่ได้เด้อออ

ส่วนพีค พี่จะแอบหึงยันเด็กนักเรียนเลยหรือ 

ฝากเป็นกำลังใจช่วงนรกของไรท์ด้วยนะคะ

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น