Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 51 The Penalty NC

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2563 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 51 The Penalty NC
แบบอักษร

 

Chapter 51 The Penalty 

ฝีเท้าอันหนักแน่นของชายหนุ่มนัยน์ตาสีทองก้าวลงจากรถยี่ห้อหรู เส้นผมของเขาถูกผูกมัดด้วยริบบิ้นสีฟ้าอันเก่าที่ตอนนี้กำลังปลิวไสวท่ามกลางความมืดในฤดูใบไม้ร่วง ตรงหน้าคือตึกอิฐสีเหลืองอ่อนที่ไร้ซึ่งแสงไฟลอดออกมา 

‘ไปแล้ว...หายไปอีกแล้ว...อีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้น’ 

นัยน์ตาคู่นั้นมองดูสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าอย่างไม่บ่งบอกอารมณ์ หากแต่นิ้วมือที่กำเข้าหากันแน่นกำลังสั่นระริก ยูริเอล หันหลังกลับเข้าไปในรถ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอดกลั้นที่คนฟังแทบจะเดาไม่ออกว่านั่นคือน้ำเสียงของคนที่กำลังเสียใจ กรุ่นโกรธหรือกำลังกล่าวโทษโชคชะตากันแน่ 

“ฉันต้องการรู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประเทศเล็กๆ นี่ ทุกอย่าง และที่สำคัญคนที่อยู่กับเขา คนๆ นั้นหายไปไหน ถ้าเป็นฉันต้องรู้ถ้าตายต้องเห็นศพ” 

“ครับท่าน แล้วทางฝั่งโรส” 

“จัดการตามแผนเดิม ฉันไม่ต้องการได้ยินชื่อองค์กรเส็งเคร็งนี่อีกต่อไป” ต่อให้การกระทำของเขาจะดูเหมือนเป็นการช่วยเหลือมิคาเอล ออสซินี่อีกแรงก็ช่าง ขอแค่คนๆนั้นไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงก็พอ 

นัยน์ตาคู่คมพลันเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง 

 

คฤหาสน์ตระกูลออสซินี่ 

อคิราห์รู้สึกว่าช่วงเวลาที่เขาจากที่แห่งนี้ไปจนเดินทางไปถึงซานมาริโนช่างเนิ่นนานอีกทั้งยากลำบากยิ่งนัก หากแต่เวลานี้ เขากลับใช้เวลากลับมายังคฤหาสน์หลังเก่านี่เพียงชั่วข้ามคืน 

กลางดึกคืนนั้น เด็กหนุ่มถูกลากดึงขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์หลังงามที่ไม่เหลือร่องรอยว่าเคยเกิดการต่อสู้อันหนักหน่วงมาก่อน ท่ามกลางสายตาของเหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ เขาเพียงแค่มองดูแผ่นหลังของใครอีกคนและมือคู่นั้นที่กำลังกำโซ่สีเงินดึงเขาขึ้นไปชั้นบน 

เด็กหนุ่มกวาดสายตามองดูห้องๆเดิม สถานที่สุดท้ายก่อนที่เขาจะหลบหนีออกไป ทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพเดิม หากแต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็มีแค่ประตูทางลับที่ไม่ลับอีกต่อไป ทันทีที่เข้ามาถึงที่นี่ มิคาเอลก็ปล่อยสายโซ่ในมือลงจนลากไปกับพื้น ชายหนุ่มถอดเสื้อโค้ทวางลงบนโซฟา เดินไปหยิบซิการ์มาตัด ก่อนที่จะจุดไฟไปพลางเดินออกไปนอกระเบียงทำราวกับไม่คิดสนใจคนที่ยังยืนอยู่เบื้องหลัง 

อคิราห์ยืนมองดูแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มือทั้งสองข้างของเขายังติดอยู่ในพันธนาการ มองเห็นควันสีขาวเทาที่ลอยขึ้นไปในอากาศก่อนที่จะจางหายไป การที่ต้องมองดูแผ่นหลังของใครอีกคนอยู่เฉยๆ แบบนี้ช่างให้ความรู้สึกที่ไม่ดีเอาเสียเลย เขาก้าวขาเดินไปหาคนที่ยังคงยืนอยู่นอกระเบียง ยกมือขึ้นดันกรอบประตูให้เปิดออก อีกฝ่ายชะงักเล็กน้อยแต่ก็ยังยืนสูบซิการ์ต่อไป ทั้งคู่ปล่อยให้เวลาผ่านไปพักใหญ่กว่าคนที่ยืนหันหลังอยู่จะเป็นฝ่ายเอ่ยออกมา “ฉันเอาแต่นั่งมองประตูบานนั้นเหมือนคนบ้าทุกวัน ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธออยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร” ชายหนุ่มพ้นควันสีขาวเทาออกจากปาก “แต่ทุกครั้งฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า วันหนึ่งฉันอาจจะมองเห็นเธอผลักประตูออกมาแล้วทำหน้าสงสัยว่าฉันนั่งอยู่ตรงนั้นทำไม” 

หลังจากได้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาอคิราห์ก็ต้องรู้สึกอึดอัดในอก ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่อยากเห็นมิคาเอลที่เป็นแบบนี้เอาเสียเลย เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าเขาควรจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร แต่เวลานี้เขาแค่อยากให้มิคาเอลหัน กลับมาเผชิญหน้ากับเขาเท่านั้น 

มิคาเอลถือซิการ์ไว้ในมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างหนึ่งวางอยู่บนระเบียง จู่ๆก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงจากชายเสื้อทางด้านหลัง ในตอนนั้นเขาก็รู้สึกว่าเส้นความอดทนของตัวเองได้ขาดลงในทันใด ชายหนุ่มหันกลับไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ในเวลาเดียวกัน อคิราห์ก็ยกมือขึ้นสวมกอดลงบนลำคอของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นรับจูบเร่งร้อนรุนแรงบนริมฝีปากสีสดที่มีกลิ่นใบยาสูบเข้มข้น ซิการ์มวนใหญ่ที่พึ่งสูบไปได้ไม่นานถูกทิ้งลงบนพื้นหิน ลำแขนแกร่งโอบรัดร่างคนตรงหน้าแนบอกจนไร้ช่องว่าง 

อคิราห์ถูกฝังเข้าไปในอกของอีกฝ่ายทั้งร่างจนแทบหายใจไม่ออก เลือดสีแดงสดที่พึ่งแห้งไปไม่นานถูกกระตุ้นจนไหลออกมาอีกครั้ง รสจูบที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นคาวเลือดและความขมปร่าของซิการ์ช่างให้ความรู้สึกบ้างคลั่งและมึนเมาในเวลาเดียวกัน ร่างของเด็กหนุ่มถูกดันจนกระแทกกับประตูกระจก มิคาเอลผละริมฝีปากออกมาแต่ก็ยังกดย้ำๆอยู่อย่างนั้นอีกหลายครั้ง ชายหนุ่มกัดริมฝีปากบวมเจ่อของเด็กหนุ่มไปครั้งหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ห้ามหายไปจากสายตาฉันอีกเด็ดขาด” 

เด็กหนุ่มยืนหอบตัวโยนปล่อยให้อีกฝ่ายทำทุกอย่างกับร่างกายของตัวเองอย่างตามใจ “ครับ” 

“นี่ไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นคำสั่ง” 

อคิราห์รู้สึกอึดอัด เขาอยากจะโอบกอดอีกฝ่ายแต่เวลานี้กลับทำไม่ได้ “คุณจะถอดกุญแจมือนี่ออกได้รึยังครับ” 

เมื่อได้ยินคำขอของอีกฝ่าย คนที่ไร้รอยยิ้มบนใบหน้ามาเนิ่นนานก็เผยอยิ้มออกมาในที่สุด “ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” มิคาเอลก้มลงจูบบนริมฝีปากที่อ้าออกอีกครั้ง เด็กหนุ่มทำได้แค่เอียงใบหน้าให้สัมผัสกับริมฝีปากอีกฝ่ายให้มากขึ้น จู่ๆร่างของเขาก็ถูกอุ้มขึ้นจนตัวลอยจนต้องยกขาทั้งสองข้างขึ้นเกาะเกี่ยวกับสะโพกของอีกฝ่าย ริมฝีปากของคนทั้งคู่ยังเชื่อมติดกันในขณะที่ร่างของเด็กหนุ่มถูกวางลงบนเตียง มิคาเอลกระชากโซ่ที่พาดอยู่บนแผ่นหลังขึ้นเหนือศีรษะของคนตรงหน้าก่อนที่จะผละตัวออกมาพันมันเอาไว้กับช่องระหว่างลายแกะสลักบนหัวเตียง 

“มิคาเอล นี่คุณ...” 

เขามองดูใบหน้าสับสนของเด็กหนุ่มอย่างพึงพอใจก่อนที่จะก้มลงจูบริมฝีปากบวมช้ำตรงหน้าต่ออย่างหิวกระหายนิ้วมือเย็นเยียบสัมผัสลูบไล้ลงบนหน้าท้องเรียบตึงของคนที่ทอดร่างอยู่ข้างใต้ ทันทีที่สัมผัสผิวเรียบลื่น ร่างของเด็กหนุ่มก็เกร็งแน่น จนมองเห็นเส้นสายกล้ามเนื้อชัดเจน มิคาเอลรู้สึกพึงพอใจกับสัมผัสที่ได้รับเป็นอย่างมาก นิ้วมือพลันลูบจากหน้าท้องขึ้นมาเรื่อยๆจนเสื้อตัวหนาร่นขึ้นมาถึงลำคอ อคิราห์สะท้านเฮือกทันทีที่นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ลงบนสีข้างพลางสะกิดยอดอกของเขาราวกับไม่ตั้งใจ 

มิคาเอลผละริมฝีปากออกมา เส้นสายสีเงินยวงยืดติดออกมาก่อนที่จะขาดออกจากกัน ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มถี่กระชั้น นัยน์ตาสีมรกตมองคนที่หอบหายใจอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาของสัตว์ป่ากำลังจ้องมองเหยื่อแสนรัก ฉับพลันทั้งกางเกงและชั้นในของเด็กหนุ่มก็ถูกกระชากดึงครูดไปกับผิวจนกลายเป็นสีแดง  

 

(อ่าน nc ได้ในเล่มค่ะ) 

 

 

เวลาเที่ยงของอีกวัน

ลุคเหลือบมองนาฬิการอบหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเดินขึ้นไปยังชั้นบน เพียงแค่เดินถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงที่ดังลอดออกมาจากด้านใน ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้าของตัวเอง หมุนตัวกลับลงไปชั้นล่างทันที

“อ้าว สองคนนั้นยังไม่ออกมาอีกเหรอ” คุณหมอหนุ่มในชุดคลุมและสลิปเปอร์เจ้าเก่าเดินทอดน่องจิบกาแฟเข้ามาหา

ลุคพยักหน้าให้ครั้งหนึ่งก่อนที่จะหันหลังกลับไปเช่นเคย แต่จู่ๆ ก็ต้องรู้สึกถึงความหนักบนหัวไหล่ เขาหันมองมืออีกฝ่ายที่วางอยู่บนบ่าทางด้านขวาพลางหันกลับไปมองใบหน้าที่เข้ามาชิดจากทางด้านซ้าย เสียงภายในห้องยังดังลอดออกมาเป็นระยะท่ามกลางความเงียบงัน

“ดูท่า คงไม่ออกกันมาอีกสักพัก เราไปกินมื้อเที่ยงกันก่อนเถอะ ไม่ต้องรอแล้ว”

“...”

 

ห้องนอนใหญ่ของเจ้าของคฤหาสน์ออสซินี่ สภาพห้องที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยเวลานี้เรียกได้ว่า ‘ยับเยิน’ ราวกับไม่มีส่วนไหนที่ไม่ถูกใช้งาน กลิ่นเฉพาะบางอย่างคละคลุ้งอยู่ในอากาศ บนโซฟาสีเบอร์กันดี ร่างของคนสองคนยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อน ในขณะที่หยาดเหงื่อไหลโซมกายจากการออกกำลังกายอย่างหนัก

“มิคาเอล ผม...ผม...ไม่ไหวแล้ว” ข้อมือทั้งสองข้างยังคงถูกรัดแน่น การถูกจำกัดการเคลื่อนไหวยิ่งทำให้อคิราห์รู้สึกทรมานยิ่งขึ้น ข้อมือทั้งสองข้างบวมแดงทั้งยังมีรอยถลอกจนเลือดซิบ เมื่อทุกอย่างจบลงเด็กหนุ่มก็สลบไปทันที

มิคาเอลทอดกายอยู่บนแผ่นหลังที่มีแต่ร่องรอยจ้ำแดงและรอยฟันอยู่ทั่ว เขายังคงไล่เลียพลางจุมพิตไปทั่ว เมื่อลมหายใจสงบลง ชายหนุ่มถอนตัวออก หยิบกุญแจในเสื้อโค้ทมาปลดพันธนาการให้อีกฝ่าย เขาอุ้มเด็กหนุ่มเข้าไปจัดการทุกอย่างในห้องน้ำอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพากลับมาถึงเตียง ดึงร่างที่อ่อนปวกเปียกเข้ามาแนบอก

ชายหนุ่มมองดูใบหน้าที่หลับใหลของคนตรงหน้าก่อนที่จะก้มลงจุมพิตบนเส้นผมสีดำอย่างอดใจไม่ไหว เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังออกมาอย่างแผ่วเบา

‘นี่คือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา และตอนนี้คนคนนั้นก็กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว’ 

ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างผ่อนคลายที่สุดในรอบหลายเดือน 

To be con 

_____________________________________ 

Talk 

เนื้อเรื่องแทบไม่ไปไหนเลย เอาเป็นว่าเซอร์วิสคนที่ต้องการเยียวยาหัวใจหลังจากที่ให้กินมาม่าไปหลายตอน 

และในส่วนของน้องยูรี่นั้น แต่งไปฉันก็สงสารแต่ทำไงได้อะคนเขามีคนผั....แค่กๆ ...คนรักไปแล้วตัดใจเสียเถิดหนูน้อยเอ๋ย 

#อาคิและลุงของเขา 

Crystal 

ความคิดเห็น