สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 379

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 21:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

รถยุโรปคันยาวจอดตรงทางเข้าอาคารผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ภูมิลงจากรถแล้วส่งมือให้แพรพลอยเกาะตามมาติด ๆ โดยมีพี่ชายซึ่งก้าวลงจากที่นั่งข้างคนขับไปยืนหน้าบูดรออยู่แล้ว

หลังจากนำกระเป๋าเดินทางไปฝากเจ้าหน้าที่ทัวร์เรียบร้อย ภูมิก็ถามพี่ชาย “ผมกับพลอยจะไปหาอะไรรองท้องกัน พี่วีร์ไปกับเราไหม”

“ไม่ละไม่หิว ตามสบายเถอะ” ชนวีร์โบกมือไล่ทั้งสองให้รีบไปพ้นหน้าไว ๆ นี่เพราะปลายทางเป็นประเทศจีนแท้ ๆ ทำให้ไม่ว่าจะโทร.ชวนคู่ควงคนไหน ก็ไม่มีใครยอมตกลงไปกับเขาสักคน !

ไอ้การไปเที่ยวโดยไม่มีสาว ๆ ข้างกายน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอก แต่ที่ต้องเห็นน้องชายน้องสะใภ้หวานใส่กันให้เห็นทั้งวันทั้งคืนเนี่ยสิ คิดแล้วเซ็งไม่หายจริง ๆ

ภูมิแตะเอวภรรยา ไม่วายบอกพี่ชายก่อนเดินจากไปว่า “ยังไงพี่วีร์ก็ต้องไปเมืองจีนอยู่แล้ว ถ้าไม่พยายามทำใจให้สนุก แปดวันจากนี้พี่จะเบื่อยิ่งกว่านี้อีกนะ”

ประโยคนั้นคงแทงใจคนฟังอย่างจัง เพราะชนวีร์ทำหน้าตาถมึงทึงมองตามน้องชายไปด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่รู้ดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นไม่ผิดจากความจริงเลยแม้แต่น้อย !

.


แม้ว่าณิชาจะอาการดีขึ้นและหมออนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว แต่รินรดาก็ทำใจตั้งแต่ตอนนั้นเช่นกันว่าเพื่อนคงไปเที่ยวไม่ไหวแน่ สีหน้าอิดโรยของคนเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัดทำให้เธอไม่กล้าเสี่ยง เกิดเพื่อนดันไปเจ็บแผล หรือเป็นอะไรขึ้นมาที่เมืองจีน เธอจะเอาปัญญาที่ไหนหาลูกสาวไปคืนให้แม่ณิชา

คงเป็นคราวเคราะห์ของเธอจริง ๆ ที่อะไรต่อมิอะไรประดังกันเข้ามาทำให้วุ่นวายใจพร้อมกันอย่างนี้ ทั้งปัญหาที่บ้าน แล้วก็เรื่องรกใจจากกานนอีก

หลังจากตรวจสอบความอดทนของตัวเองและพบว่ามันใกล้ถึงขีดสุดเต็มที หญิงสาวจึงตัดสินใจมาอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในคืนวันเดินทาง...คนเดียว !

รินรดาลากกระเป๋าเดินทางไปส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทบิวตี้ฟูล-ไชน่าทัวร์ที่เคานเตอร์เช็กอินเรียบร้อยแล้ว ก็มารอรับหนังสือเดินทางและเอกสารสำคัญที่ต้องใช้เป็นลำดับต่อไป หญิงสาวรอคิวอยู่พักใหญ่ เจ้าหน้าที่สาวร่างเล็กก็หันมาทางเธอ

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อสายพิณค่ะ ขอโทษนะคะที่ให้คอยนาน พอดีกรุ๊ปเราวันนี้เป็นไฟลท์เหมาลำก็เลยต้องใช้เวลาเช็กอินนานนิดหน่อย เราจะบินไปลงที่เซี่ยงไฮ้กันทั้งหมด แล้วอีกสองกรุ๊ปจะต่อเครื่องแยกไปเจ้อเจียงกับหูหนาน คนเยอะนิดนึง อาจบริการขาดตกบกพร่องไปบ้าง จ๋าขออภัยล่วงหน้านะคะ”

คนฟังพยักหน้าเนือย ๆ ชินเสียแล้วกับการไปเที่ยวเป็นกรุ๊ปทัวร์อย่างนี้

เจ้าหน้าที่สาวส่งพาสปอร์ตที่เสียบเอกสารและตั๋วเครื่องบินให้เธอพร้อมกับอธิบาย “เซ็นชื่อให้ครบนะคะ มีทั้งหมดสี่ที่ จ๋าทำไฮไลต์ไว้ให้แล้ว” เธอชี้เอกสารแต่ละใบประกอบคำพูด “คุณรินรดาเซ็นเอกสารแล้ว ก็เข้าไปตรวจพาสปอร์ตได้เลยค่ะ ส่วนกระเป๋าเดี๋ยวจ๋าจัดการเช็กอินให้เอง”

หญิงสาวดูบัตรผ่านขึ้นเครื่องในมือ และเกิดคำถามใหม่แทน “ตกลงฉันได้ที่นั่งบิสสิเนสคลาสตามที่แจ้งไปด้วยหรือ ทำไมไม่เห็นบริษัททัวร์เรียกเก็บเงินเพิ่มเลยล่ะคะ”

“จ๋าเรียนให้คุณรินรดาทราบก่อนนะคะ ว่าบิสสิเนสคลาสของสายการบินจีนไม่หรูหราเหมือนที่อื่น เดี๋ยวขึ้นไปเห็นแล้วจะได้ไม่ตกใจ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการอัพเกรด ทางบริษัทฯ เห็นว่าตั๋วของคุณณิชาคืนเงินไม่ได้เพราะยกเลิกกระชั้นชิดมาก ๆ ก็เลยอัพเกรดที่นั่งให้คุณรินรดาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้แทนน่ะค่ะ” สายพิณรอจนหญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่มีคำถามเพิ่มเติมแล้ว จึงหันไปหาลูกทัวร์กลุ่มอื่นต่อไป

นักโฆษณาสาวเปิดหนังสือเดินทาง หยิบกระดาษแผ่นเล็กที่ต้องใช้สำหรับผ่านเข้า-ออกประเทศมาเตรียมลงชื่อ ทว่าเพียงจรดปากกาลงบนใบคำขอตรงหน้า กลับมีกระดาษสีขาวอีกแผ่นพร่างพรายขึ้นมาแทนที่ ข้อความบนกระดาษนั้นพร่าเลือน และมือของเธอที่จับปากกาจรดอยู่ก็สั่นสะท้าน

หญิงสาวหลับตาลงรวบรวมสติ แต่แล้วเธอกลับเห็นมือตัวเองตวัดเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย...

หญิงสาวลืมตาโพลง ขอบตาร้อนผ่าวราวน้ำตาจะไหล วูบหนึ่งเธอรู้สึกถึงอาการเจ็บแปลบร้าวรานตรงตำแหน่งของหัวใจ !

ดวงตาเรียวกะพริบถี่ เพ่งมองใบคำขอแผ่นเล็กในมือที่ยังไม่มีรอยหมึกแปดเปื้อนอีกครั้ง ลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้รู้ว่ากระดาษสีขาวที่เธอเพิ่งลงชื่อในภาพนิมิตเมื่อครู่คือ ‘ใบหย่า’ !

หญิงสาวขมวดคิ้วไตร่ตรอง หลังจากวันที่มนลุมาดบุกไปบ้าน เธอฝันถึงผู้ชายคนนั้นและการหย่าซ้ำซากแทบทุกคืน กระทั่งเมื่อครู่นี้ขนาดหลับตาลงเพียงชั่วเวลาสั้น ๆ ก็ยังเห็นภาพตัวเอง หย่า ซ้ำรอยเดิมอีกหน

ทำไมเธอฝันถึงเรื่องหย่าบ่อยขนาดนี้ หรือมันจะเป็นลางบอกเหตุของเธอกับผู้ชายในความฝันคนนั้น

หญิงสาวสูดหายใจลึก นึกหงุดหงิดโชคชะตาที่ช่างหาเรื่องกลั่นแกล้งกันได้อย่างน่าประหลาด

ผู้ชายในฝันคนนั้นเธอก็ยังหาไม่เจอ แล้วยังจะมามีเรื่องหย่านี่อีก ไม่รู้อะไรกันนักหนา !

ดีละ*! ไหน ๆ ก็ต้องหย่าอยู่แล้ว งั้นก็ไม่ต้องแต่งมันเลยละกัน ดูสิว่าถ้าเธอไม่แต่งงานซะอย่าง ความฝันหน้าไหนจะมาบังคับให้เธอหย่าได้!*

​.


เมื่อสายพิณหันไปเห็นชนวีร์ก็จำเขาได้ทันที เพราะหัวหน้าให้เธอดูรูปลูกค้าในกลุ่มนี้ไว้แล้ว แถมยังกำชับนักหนาว่าต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ เนื่องจากทั้งสามคนเป็นลูกค้าระดับวีไอพีของบริษัทฯ ไกด์สาวหยิบเอกสารเข้าไปทำความเคารพชายหนุ่มด้วยทีท่านอบน้อม

“สวัสดีค่ะคุณชนวีร์ ดิฉันสายพิณ เป็นหัวหน้าทัวร์ของกรุ๊ปเซี่ยงไฮ้ค่ะ” เธอแนะนำตัว พร้อมกับส่งเอกสารให้ชายหนุ่ม และทำท่าจะร่ายยาว

ชนวีร์รีบยกมือปรามเพื่อช่วยประหยัดเวลาอธิบาย “ผมพอรู้ครับว่าต้องทำยังไงบ้าง เดี๋ยวถ้ามีปัญหาผมค่อยไปถามคุณอีกที หรือไม่ก็ถามคุณคนนี้ก็ได้” เขาชี้ไปที่ผู้หญิงร่างสูงเพรียวที่ยืนอยู่ไม่ไกล

สายพิณจึงพยักหน้ารับคำ แล้วหอบเอกสารแยกไปหาลูกทัวร์กลุ่มอื่นต่อไป

รินรดาตวัดสายตาไปทางเจ้าของเสียงที่พาดพิงถึงเธอ ทั้งที่ยังไม่หายหงุดหงิดรำคาญใจกับภาพนิมิตที่เห็นเมื่อครู่

ทว่าในวินาทีนั้นเอง ทุกสิ่งรอบตัวคล้ายหยุดนิ่งราวต้องมนต์สะกด ความเงียบเข้าครอบคลุมบริเวณนั้นชั่วขณะ หญิงสาวตกตะลึงตาค้าง หัวใจกระตุกแปลบเมื่อเห็นผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าชัด ๆ เพราะทั้งเค้าหน้า ดวงตา จมูกที่โด่งเป็นสัน และริมฝีปากของผู้ชายคนนี้สะดุดตาเธออย่างประหลาด

หญิงสาวพยายามค้นหาในความทรงจำ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นดวงหน้านี้ที่ไหนมาก่อน...

รินรดาเชื่อมั่นว่าตัวเองไม่เคยลืมหน้าคนรู้จักอย่างแน่นอน แต่ทำไมผู้ชายคนนี้กลับเป็นข้อยกเว้น

ชนวีร์ก็อึ้งไปเช่นกัน ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมทั้งสีหน้า แววตา และท่วงทีของเธอถึงคุ้นตาเขานัก แต่ไม่ว่าจะพยายามเค้นสมองคิดอย่างไร เขากลับนึกไม่ออกว่ารู้จักเธอจากที่ไหนมาก่อน

ชายหนุ่มจึงตัดสินใจถาม “ขอโทษนะครับ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า”

รินรดามั่นใจ ถ้าเคยรู้จักกันมาก่อน เธอคงทำใจลืมคนที่ใช้มุกจีบผู้หญิงเฉิ่ม ๆ แบบนี้ไม่ลงแน่ หญิงสาวไล่สายตาเย็นชามองผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“เสียใจค่ะ ฉันไม่รู้จักคุณ” เธอรวบเอกสารในมือแล้วผละไป มือบอบบางที่กำหนังสือเดินทางเย็นเฉียบ เพิ่งนึกได้ว่าเธอยังไม่ได้เซ็นเอกสารเลยสักฉบับ เป็นเพราะภาพใบหย่าแผ่นนั้นแท้ ๆ !

ชนวีร์เกาหัวแล้วเดินตามหญิงสาวไปติด ๆ ด้วยความข้องใจ

“ผมว่าเราต้องเคยเจอกันมาแล้วแน่ ผมว่าผมคุ้นตาคุณมากเลย”

“ฉันขอยืนยันอีกครั้ง ว่าเราไม่เคยรู้จักกันแน่นอน ขอแนะนำด้วยว่าถ้ายังคิดอะไรที่เข้าท่ากว่านี้ไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งริจีบผู้หญิงเลย เดี๋ยวจะหมดความมั่นใจเปล่า ๆ ขอตัวก่อนนะคะ”

ชนวีร์ทิ้งสายตาตามหญิงสาวไป คำปรามาสของเธอมันแสบคันในหัวใจดีแท้ มีอย่างที่ไหนหาว่าคนอย่างเขาจีบผู้หญิงไม่เป็น

ความอยากเอาชนะแวบขึ้นมาทันที สบประมาทกันขนาดนี้ ไว้ถ้ามีโอกาสคงต้องแสดงฝีมือให้เห็นหน่อยละ !

​.


เมื่อเห็นชนวีร์ยืนฮัมเพลงอยู่ครึ้มอกครึ้มใจ ผิดจากตอนที่แยกกันไปเมื่อครู่ สองหนุ่มสาวที่ตามมาสมทบทีหลังจึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้

“ไปทำอะไรมาน่ะพี่วีร์ ท่าทางอารมณ์ดีผิดปกติ” ภูมิสงสัย

“ฉันดูอารมณ์ดีเหรอ เออ...ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย” เขาลูบหน้าตัวเอง “สงสัยฉันจะเป็นโรคจิตว่ะ พอเห็นนายสองคนมีความสุขอยู่ในโลกสีชมพูทั้งวี่วัน สมองเลยสั่งว่าต้องมีความสุขบ้าง”

“พี่วีร์ก็ชอบล้อผมกับพลอยจัง ถ้าพี่อยากอารมณ์ดีโลกเป็นสีชมพูทั้งวันโดยไม่ต้องเป็นโรคจิต ก็รีบมีความรักไว ๆ สิ แม่จะได้เลิกบ่นพี่ด้วยไง” ภูมิแนะ

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉันเลย นายกับยายพลอยนั่นแหละ รีบมีลูกเข้า แม่จะได้วุ่นเลี้ยงหลานจนไม่มีเวลามาจ้ำจี้จำไชฉัน”

“พี่วีร์จะยอมให้คุณภูมิมีลูกแซงหน้าจริงเหรอ มัวแต่หวงความโสดอย่างนี้ ระวังมีลูกไม่ทันใช้นะคะ” แพรพลอยแหย่พี่สามีบ้าง

ชนวีร์โดนเหน็บเข้าก็ทำตาโต ก่อนโวยวายตอบโต้อย่างไม่ยอมแพ้

ภูมิขันเมื่อเห็นพี่ชายกับภรรยาต่อปากต่อคำกัน เขาโอบแพรพลอยไว้หลวม ๆ ในอ้อมแขนพลางนึกถึงวันที่พาเธอไปให้มารดารู้จัก สีหน้าแววตาของแม่บอกให้รู้ว่าท่านมีความสุขอย่างแท้จริง และคงหมดห่วงกับตัวเขาแล้ว

ยังเหลือก็แต่พี่ชายเพลย์บอยที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า และไม่ยอมลงหลักปักฐานกับใครสักที

ไม่ว่าคนภายนอกจะคิดว่าชนวีร์เจ้าชู้แค่ไหน แต่คนใกล้ชิดทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าชายหนุ่มไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นแน่นอน

ทว่ากลับไม่เคยมีใครเลยที่รู้เหตุผลแท้จริง ว่าทำไมพี่ชายเขาจึงเปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อย ๆ เช่นนี้

  .


หลังผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทาง แพรพลอยกับภูมิก็แยกไปชมข้าวของในร้านค้าปลอดภาษี ส่วนชนวีร์เห็นว่าใกล้ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว จึงเดินไปหาที่นั่งแถวประตูทางเข้าแทน ระหว่างกวาดตาหาที่ว่าง สายตาก็พลันเห็นร่างบางของใครคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ตามลำพัง ชายหนุ่มก้าวไปหาช้า ๆ

รินรดาละสายตาจากหนังสือขึ้นมาเหลียวดูรอบ ๆ เมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกมอง แล้วเธอก็เห็นผู้ชายคนที่เจอเมื่อครู่นี้ยืนอยู่ไม่ไกลจากที่นั่งของเธอนัก

สัญชาตญาณกรีดร้องระงมเตือนให้เธออยู่ห่างผู้ชายคนนี้เอาไว้ เพราะเขาอาจเป็นตัวอันตราย ก็ดูบุคลิกเขาสิ ใครจะเชื่อว่าผู้ชายที่ท่าทางกะล่อนแพรวพราวจะใช้คำถามจีบสาวที่จืดชืดเรียบสนิทขนาดนั้น

รินรดาตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับหนังสือ พยายามไม่สนใจแม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม และสายตาของเขาก็ยังคงจับจ้องมองมาตลอดเวลา

มองได้มองไป เธอไม่สนใจซะอย่าง

หญิงสาวท่องประโยคนั้นในใจ แม้จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนักก็ตาม สุดท้ายคนมั่นใจก็ทนไม่ได้ จึงเงยหน้าขึ้นถามเขาตรง ๆ

“คุณมองฉันอยู่อย่างนี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เวลาเราอยากมองของสวย ๆ งามๆ ต้องมีเหตุผลด้วยหรือครับ” คนพูดยิ้มหน้าเป็นประกอบ

หญิงสาวถลึงตาใส่ผู้ชายตรงหน้า เห็นไหม เมื่อกี้ยังเฉิ่มเชยเป็นคุณฉุยอยู่เลย แป๊บเดียวเองกลับเลื่อนขั้นกลายเป็นคนกะล่อนปากหวานไปซะละ*!*

เพราะคุ้นเคยกับการรับมือหนุ่ม ๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบเนือง ๆ รินรดาจึงนิ่งเงียบแทนการตอบโต้ เพื่อปิดโอกาสไม่ให้ชายคนนั้นหาเรื่องตอแยเธอได้อีก

ใจหนึ่งเธอคิดจะย้ายไปหาที่นั่งใหม่ แต่ก็นึกได้ว่าถ้าอีกฝ่ายหมายตามก่อกวน ต่อให้หนีไปนั่งสุดปลายสนามบิน เขาก็คงตามไปรบกวนอารมณ์เธออยู่ดี หญิงสาวพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจแทน ไม่สิ ! นับถึงร้อยเลยแหละ พอให้ใจสงบลงบ้าง แล้วจึงก้มลงตั้งใจอ่านหนังสือต่อ

รินรดาเชื่อว่าเธอไม่เคยเจอคนที่กวนประสาทมากเท่านี้มาก่อนในชีวิตแน่ เพราะไม่ว่าจะขยับกายหรือเงยหน้าขึ้นกี่ครั้ง แต่คนไม่มีมารยาทนั่นก็ยังคงมองเธออยู่ตลอด

โอ๊ย ! ไม่มีสมบัติผู้ดีหรือไง ถึงมานั่งจ้องหน้ากันอยู่ได้ เสียมารยาท!

เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นเป็นสัญญาณว่ามีสายเรียกเข้า หญิงสาวตวัดสายตาผ่านหน้าผู้ชายคนนั้นด้วยอาการฮึดฮัด ครั้นกดรับโทรศัพท์ น้ำเสียงเธอกลับรื่นเริงราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“เรียบร้อยหมดแล้วจ้า ตอนนี้ก็รอขึ้นเครื่องอยู่ สัญญาเลยว่าถ้าเจออะไรเด็ด ๆ เราจะซื้อมาฝาก ... บ้า ! ถ้าอยากได้ตี๋หล่อ ณิชาต้องไปหาเองย่ะ อันนั้นเราไม่รับฝาก” เธอหยอกล้อด้วยน้ำเสียงเริงรื่น

“ไม่ต้องมาเชียร์เลย เจ้าชายที่ไหนจะไปรอเราที่เมืองจีน” รินรดาเบ้ปาก ก่อนกรอกเสียงเบาลงในโทรศัพท์ “ยังไม่ต้องเดินทางเราก็รู้แล้วว่าณิหวังมากเกินไป เพราะแค่ตอนเช็กอินหลิวก็เจอคนกวนประสาทจนเกือบจะหักคอกินให้รู้แล้วรู้รอดไปละ เห็นไหมแค่เริ่มต้นก็เสียฤกษ์แล้ว”

รินรดาพูดพลางเหลือบไปมองชายหนุ่มตัวต้นเหตุ และก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเขาสะดุ้งโหยง สงสัยเธอคงพูดเสียงดังเกินไปแล้วแน่ ๆ

เมื่อกล้าทำแล้วก็ต้องกล้ารับ หญิงสาวเชิดหน้าใส่อีกฝ่าย จงใจแสดงให้รู้ว่าเธอไม่ยี่หระหรือเกรงใจความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อย  

สมน้ำหน้าใครใช้ให้มาแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์เล่า*!*

เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารดังมาจากลำโพงสนามบิน รินรดาจึงบอกปลายสายว่า “เขาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว หลิวปิดมือถือก่อนนะ เดี๋ยวกลับมาแล้วจะโทร.หาอีกที ณิดูแลตัวเองดี ๆ นะจ๊ะ” เธอวางสายแล้วเก็บของใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง

หญิงสาวปรายตามองผ่านผู้ชายคนเดิมอีกครั้งก่อนเดินจากไป ก็เห็นเขายังคงจับจ้องเธออยู่ไม่คลาดสายตา รินรดานึกฉงนในใจ มองอยู่ได้ สงสัยหมอนี่จะเป็นโรคจิต !

ไม่รู้เลยว่า ‘คนโรคจิต’ กำลังลอบยิ้มให้ตัวเองด้วยความพึงใจ

ชื่อหลิวงั้นเหรอ สมตัวจริง ๆ ผู้หญิงผอมสูงท่าทางแข็งกระด้างคล้ายต้นหลิวที่ยืนหยัดมั่นคงท้าทายแสงแดดสายลม ทว่าดวงหน้าจิ้มลิ้มกลับดูน่ารักซุกซนเหมือนกิ่งหลิวที่หยอกเย้าสายลมอย่างไรอย่างนั้น !

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

sds

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

สิริณจะลงให้อ่านจนจบ แล้วลบครึ่งเล่มนะคะ

.

ภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >> http://bit.ly/2U5XWXu

ookbee >> http://bit.ly/2YTz2Oh

Hytexts >> http://bit.ly/2I59t7z

.

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น