จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เราต้องอยู่ร่วมกันตลอดกาล

ชื่อตอน : เราต้องอยู่ร่วมกันตลอดกาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ค. 2562 02:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เราต้องอยู่ร่วมกันตลอดกาล
แบบอักษร

image

ภาพนี้ของแพต ชยานิส..ให้ความรู้สึกของความเป็นริต้าในจินตนาการได้มากทีเดียวค่ะ

....................

ทั้งสามเจ้าหญิงลัดเลาะตามทางที่สัมผัสได้จากกระแสลม..

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจลึก ๆ ..นับตั้งแต่ได้สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุมา..ลมก็เหมือนกับเพื่อนสนิท..

ยิ่งกระทำกรรมฐานเรียนรู้วิธีการดึงกำลังธาตุลมมาใช้..จากคำแนะนำของนายแม่ตึกแดง..จนสามารถใช้วาโยธาตุได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสายรัดเอว..ลมก็ยิ่งกว่าเพื่อน..

มุกดาราลอบประหลาดใจท่าทีของจินดาพิสุทธิ์..อดถามไม่ได้..

“..ท่านพี่..ระหว่างนี้..ท่านดูเหมือนจะพยายามสูดลมหายใจมากขึ้น..ลึกขึ้น..ข้าประหลาดใจนัก..”

อจินไตยยิ้มพลางพูดขึ้นว่า..

“..ริต้าทำในสิ่งที่ปราชญ์ของแคว้นมิลินทระอาจจะตกตะลึง..นั่นคือนางใช้กำลังวาโยธาตุได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสายรัดเอว..เป็นเรื่องที่นอกเหนือจากความคาดหมายจริง ๆ ..ดังนั้น..หากจะว่าไป..เวลานี้เราเหมือนมีสายรัดเอวแห่งวาโยสองเส้น..คือนางเหมือนมีติดตัวตลอดไม่มีใครเอาไปได้..และอยู่ที่ข้าเส้นหนึ่ง..ซึ่งนางให้เพื่อข้าจะได้ป้องกันตัว..”

มุกดาราขมวดคิ้ว..

“..เรื่องนี้ข้าก็ประหลาดใจ..ท่านพี่ริต้าทำได้อย่างวิเศษ..”

“..นางเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธาตุลม..การสูดลมหายใจเพื่อสัมผัสกับธาตุที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน..จึงเหมือนเป็นความคุ้นชินใหม่ของนาง..”

จินดาพิสุทธิ์หันมายิ้มให้..สูดลมหายใจอีก..ก่อนจะหยุด..

“..อจินไตย..ท่านแม่เคยเล่าให้ฟังถึงกำลังแห่งแม่พระคงคา..และกำลังแห่งแม่พระธรณีที่กัสจังแฟนคิตตี้ได้ไป..ว่ามีคุณสมบัติเฉพาะอย่างไรบ้าง..อย่างกัสจัง..สามารถส่งกำลังผ่านพื้นดิน..ดึงกำลังมหาศาลแห่งธาตุดินมาใช้ได้..ส่วนท่านแม่ได้พลังแห่งกระแสน้ำที่รุนแรงและแปรเปลี่ยนไม่สิ้นสุด...ฉันแค่พยายามทำให้ตัวเองคุ้นชินและใช้งานธาตุลมได้ดีที่สุด..และเร็วที่สุด..ซึ่งธาตุลมมีอำนาจที่หลากหลายกว่าน้ำและดินจริง ๆ ..”

“..แล้วเธอหยุดทำไม..”อจินไตยถาม..คำพูดของทั้งสองเจ้าหญิงมักจะเป็นสำนวนที่มุกดาราไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่

จินดาพิสุทธิ์หน้าตาเปลี่ยนไป..ก่อนจะครางเฮ้อ..

อจินไตยถามอย่างสงสัย..

“..เธอเป็นอะไรไป..ริต้า..”

“..ฉันสามารถสัมผัสล่วงรู้สิ่งที่กระแสลมพัดพามาได้..”จินดาพิสุทธิ์มีสีหน้าประหลาด..

“.อารัมภบทอยู่ได้..”อจินไตยเริ่มรำคาญ..

“..ขอโทษ..คือ..”จินดาพิสุทธิ์กลั้นใจพูด.. “..สัมผัสของกระแสลมทำให้ฉันรู้ว่า..ข้างหน้า..มี..มี..”

“..มีอะไร..”

“..งู..”

อจินไตยตื่นตัวขึ้น..

“..งูพิษหรือ..”

“..เปล่า..คือ..”

มุกดาราเดินแซงท่านพี่ริต้าของนางไป..

สักพักก็เดินถืองูเขียวตัวหนึ่งเข้ามา..

จินดาพิสุทธิ์เห็นงูก็กระโดดโหยง..หลบไปหลังอจินไตย..

เจ้าหญิงอจินไตยหัวเราะ..

“..ริต้า..นี่อะไร..เธอกลัวงู..”

“..อือ..สัตว์เลื้อยคลานน่าเกลียด ๆ ..แมลงสาบ..งู..ตะขาบ..แมงป่อง..ฉันไม่ชอบ..”จินดาพิสุทธิ์หน้าเหยเก..

อจินไตยหยิบงูมาจากมือมุกดารา..

“..แต่นี่มันงูไม่มีพิษนี่..ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว..”

พลางเอามายื่นให้ตรงหน้าจินดาพิสุทธิ์..

จินดาพิสุทธิ์ร้องกริ๊ดสาวแตกขึ้นมาทันที..เล่นเอาเมีย ๆ ทั้งสองต่างหัวเราะ..

แต่ก็นับว่า..อำนาจแห่งธาตุลมที่จินดาพิสุทธิ์ค้นพบ..ถือว่าเป็นความสามารถพิเศษชนิดหนึ่ง..สัมผัสกับสิ่งที่ลมพัดพาผ่านมาได้..

การสัมผัสถึงงูเขียวตัวเล็กแม้จะอยู่ห่าง..ก็ยังรู้สึกถึง..นี่ไม่ใช่ธรรมดาเลย..

เพียงแต่น่าขันไปบ้างที่จินดาพิสุทธิ์ที่เก่งกาจกลับกลัวงูถึงจะไม่มีพิษก็ตาม...

.......

กระแสลมนำความรู้สึกให้จินดาพิสุทธิ์พาภรรยาทั้งสองมาถึงปากถ้ำอีกถ้ำหนึ่ง..

แต่ภายในถ้ำดูจะไม่มืดมิด..เพราะมีแสงเรื่อจากภายในถ้ำ..

เสียงระเบิดดังขึ้น..ไม่ทราบสาเหตุ..

ทั้งสามเจ้าหญิงมองหน้ากัน..

“..ยังไม่มีคนมาทางนี้..เราสามารถแอบเข้าไปได้..”อจินไตยเลียนแบบสัมผัสจากธาตุลมเหมือนสามี..

มุกดาราดูงุนงง..

“..ว่าแต่..เสียงระเบิดมันคือสิ่งใดกัน..ทำไมถึงมาอยู่ในถ้ำนี้..”

จินดาพิสุทธิ์ส่ายหน้า..

“..ไม่มีลมพัดจากในถ้ำลึกขนาดนั้น..สัมผัสอะไรไม่ได้เลย..”

อจินไตยหัวเราะหึ ๆ ..

“..ลมจากในถ้ำ..เราสร้างขึ้นก็ได้นี่นะ..”

พลางโบกมือ..ใช้อำนาจแห่งสายรัดเอวแห่งวาโย..บังคับกระแสลมพัดเข้าไปภายใน..ไม่ช้า..ก็มีลมสะท้อนออกมา

จินดาพิสุทธิ์ไม่คิดมาก่อนว่าอจินไตยจะฉลาดปานนี้..อดชมเชยในใจไม่ได้....

แต่สิ่งที่นางสัมผัสได้..กลับทำให้อ้าปากค้าง..

“..ภายในถ้ำนี้..เชื่อมกับความร้อนใจกลางโลก..มีหินหลอมเหลวอยู่ด้านในด้วย..แต่ฉันเห็นใครบางคนใช้หินหลอมเหลวพวกนี้ให้เป็นประโยชน์..พวกเขาทำอะไรกันก็ไม่รู้..แต่นี่แหละมันทำให้เกิดระเบิดเป็นระยะ ๆ ..”

อจินไตยหลับตาสัมผัสธาตุลมเช่นกัน..

ก่อนจะอุทานเบา ๆ ..

“..คนพวกนั้น..ใช้ผลึกที่ได้จากถ้ำมาหลอมเหลวที่นี่..เพื่ออะไรสักอย่าง..”

มุกดาราอุทานเบา ๆ ..

“..หรือจะจัดสร้างธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถดึงธาตุพื้นฐานทั้งสี่ได้..นี่พวกมันทราบวิทยาการลับของแคว้นมิลินทระเราด้วยหรือ..”นางถึงกับหน้าซีด..

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..มุกดารา..หมายความว่าอย่างไร..”

“..แคว้นมิลินทระของข้า..มีวิทยาการและค้นคว้าเรื่องราวต่าง ๆ หลากหลาย..หนึ่งในนั้น..พวกปราชญ์ประจำแคว้น..บอกถึงธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจดึงพลังแห่งธาตุพื้นฐานทั้งสี่..เรื่องนี้โดยลึกซึ้งแล้ว..ข้าไม่ทราบอันใด..แต่สายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..ก็จัดสร้างมาจากธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ว่า..รวมทั้งสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุของท่านด้วย..”

อจินไตยได้ฟังก็ขบคิดอย่างรวดเร็ว..

“..แต่ดูท่าพวกมันยังกระทำอันใดไม่สำเร็จแน่..”

“..ท่านทราบได้อย่างไร..”

“..ถ้าสามารถสร้างธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้..ไหนเลยพวกมันจะอยู่เฉย..ป่านนี้..คงใช้ธาตุศักดิ์สิทธิ์เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว..เป็นต้นว่า..ใช้เป็นอาวุธสำคัญในการครองแผ่นดินแห่งห้าแคว้น..”

แล้วอจินไตยก็หัวเราะ..

“..แคว้นมิลินทระอาจจะจัดสร้างธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้จริง..แต่ก็ยังไม่มีผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์..ข้าพอจะเข้าใจแล้ว..ว่าไฉนแคว้นท่านจึงจัดการประลองชิงชัยสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..เพราะการจะนำเอาธาตุศักดิ์สิทธิ์มาใช้..ขึ้นกับบุคคลอย่างแท้จริง..และต้องเป็นบุคคลประมาณไหนจึงจะใช้อำนาจแห่งธาตุทั้งสี่ได้..นี่เหมือนกับการทดลองค้นคว้าของแคว้นท่านอย่างหนึ่ง..และเวลานี้..เหมือนจะครบถ้วนแล้ว..เพราะสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่มีผู้ครอบครองทั้งหมด..และริต้า..เธอก็คือคนสุดท้ายที่การทดลองค้นคว้าเสร็จสรรพตามที่ปราชญ์แห่งแคว้นต้องการ..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้ม..

“..ต่อให้ทดลองจนได้ผลสรุปทั้งหมดแล้วยังไงต่อ..คนอย่างฉัน..คนอย่างท่านแม่โสมมวดี..คนอย่างกัสจัง..ที่ได้อำนาจของธาตุไปคนละอย่าง..ทั้งแผ่นดินจะหาได้มากนักหรือไง..”

“..หากมีวิธีจะทำให้อำนาจแห่งธาตุศักดิ์สิทธิ์..ใช้ได้กับทุกคน..ลองคิดดูว่า..หากส่งมอบสิ่งเหล่านี้ให้กองทัพของแคว้นใดแคว้นหนึ่ง..มันก็เท่ากับมีอำนาจเหนือแผ่นดินแห่งทวีปนี้นั่นเอง..”

ขณะนั้น..อจินไตยชะงัก..เพราะสัมผัสของนาง..ที่เกิดจากการสัมผัสธาตุลม..พบความแปลกประหลาด..

จินดาพิสุทธิ์เห็นนางชะงัก..ก็ตั้งสติ..สัมผัสสัญญาณจากธาตุลมก่อนจะหวีดร้องออกมา..

มุกดาราเห็นสภาพสาวแตกของสามีก็รีบขวางหน้านางไว้..

“..เกิดอะไรขึ้นท่านพี่ทั้งสอง..”

“..ไม่มีอันใด..”อจินไตยดูเคร่งเครียด.. “..เราสัมผัสได้ว่า..มีงูจำนวนมาก..ออกมาจากภายในถ้ำ..”

จินดาพิสุทธิ์หน้าซีด..

“..ไม่..ไม่เอานะ..มุกดารา..อจินไตย..เรา..เราออกไปจากที่นี่..ด่วนนะ..ด่วนเลย..”

เสียงสวบสาบ..และเสียงเหมือนงูแลบลิ้น..ขู่คำรามแผ่แม่เบี้ย..

นั่นทำให้จินดาพิสุทธิ์ฉุดแขนของภรรยาทั้งสอง..วิ่งออกมาทันที..

วิ่งอย่างไม่คิดชีวิต..จนหอบหายใจ..มุกดารากลับรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง..

“..เหมือนมีเสียงอะไรคล้าย ๆ กับเสียงดนตรี..”

จินดาพิสุทธิ์ชะงัก..แทบจะเป็นลม..

เพราะเบื้องหน้า..งูเป็นจำนวนมาก..เลื้อยคุกคามเข้ามา..ทำให้นางต้องตาลีตาเหลือกล่าถอย..

แต่อจินไตยก็อุทานออกมาอีก..เพราะที่ปากถ้ำซึ่งเมื่อครู่เพิ่งออกมา..มีงูเป็นฝูงเลื้อยไหลเช่นกัน..

เสียงหนึ่งดังขึ้น..

“..ดูเหมือนพวกท่านจะรู้อันใดมากไปแล้ว...”

จากปากถ้ำ..ชายคนหนึ่งเดินแหวกฝูงงูออกมา..สวมชุดที่ประหลาดตา..

มุกดาราคำราม..

“..นี่เป็นวิชาบงการอสรพิษ..เท่าที่จำได้..นี่เป็นวิชาของแคว้นธรรพ์ธาราทางภาคตะวันตก..”

ชายชุดประหลาด..ดูมีสีเปล่งประกาย..แต่สีประกายของเขา..คือสีทอง..

“..ท่านคือนาคาเกล็ดทอง..แห่งแคว้นธรรพ์ธารา..”มุกดาราสรุปอย่างมั่นใจ..

จินดาพิสุทธิ์พยายามฝืนอย่างที่สุด..

สำหรับคนที่กลัวสัตว์เลื้อยคลานขึ้นสมอง..เรื่องเหล่านี้..ยอมรับแทบไม่ได้..

นางรู้สึกน้ำย่อยปั่นป่วน..จะขย้อนอาเจียนออกมา..ฝืนได้ถึงเวลานี้..ก็ถือว่าสุดยอดมาก ๆ แล้ว..

อจินไตยเห็นอาการสามีก็ลอบวิตก..

“.ริต้า..ไหวไหม.”

“..อจินไตย..ฉัน..อยาก..อะ..อ๊อค..”

มุกดารารีบลูบหลังเจ้าหญิงแห่งจันทรา..

นาคาเกล็ดทองหัวเราะ..

“..ดูท่า..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่มีชื่อเลื่องแผ่นดิน..จะแพ้ทางอสรพิษ..”

“..ไอ้บ้าเอ๊ย..”จินดาพิสุทธ์อุทานเป็นสำนวนบ้านเกิด.. “..ไม่ต้องพิษ..ก็ไม่ไหวแล้ว..”

สามสาวสามเจ้าหญิง..ต่างคนต่างใกล้ชิดกัน..รายล้อมไปด้วยงูใหญ่น้อยจำนวนมาก..

โดยมีชายชุดประหลาดสีทองยืนอยู่ท่ามกลางฝูงงูเหล่านี้..

......

อจินไตยนึกถึงวิธีแก้ไขสถานการณ์หลากหลายวิธี..

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเจรจาหยั่งเชิงเสียก่อน..

เวลานี้..จินดาพิสุทธิ์แทบหมดสภาพ..ทำอะไรไม่ได้..น้ำลายไม่ฟูมปากหมดสติเป็นลมได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว..

มุกดารา..นางอาจจะฉลาด..มีฝีมือ..แต่การจะรับมืออะไรแบบนี้..คงเกินความสามารถไปไม่น้อย..

อจินไตยตั้งสติ..ยิ้มพลางพูดว่า..

“..ไม่นึกว่าจะพบพานท่านนาคาเกล็ดทองในที่แห่งนี้..”

นาคาเกล็ดทองผิวปากเป็นเพลงเบา ๆ ..และการผิวปาก..ก็สามารถสั่งการอสรพิษได้..

ดวงตาที่มองราวกับตางูของอจินไตย..ดูราวกับนางเป็นนางงูยักษ์..

แปลกที่จินดาพิสุทธิ์ไม่เคยกลัวสายตาที่เหมือนงูของอจินไตย..แต่กลับกลัวงูจริง ๆ ..

นาคาเกล็ดทองหัวเราะเบา ๆ ..

“..พบพานพวกท่านตรงนี้..แปลว่า.คนในถ้ำด่านหน้า..คงถูกจัดการไปสิ้นแล้ว..”

พลางพูดขึ้นว่า..

“..หากจะว่าไปแล้ว..จะมาพบพานข้า ณ ที่นี้..ก็คงไม่แปลก..เพราะอสรพิษของแคว้นมิลินทระ..โดยเฉพาะในหุบเหวรุ้งสวรรค์..ล้วนแต่น่าเชยชม..ไม่ต่างจากบนภูเขาแห่งแคว้นธรรพ์ธาราของข้าแม้แต่น้อย..”

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..ท่านมาทำอันใดในหุบเหวแห่งนี้..”

พลางฉุกคิด..

“.นาคาเกล็ดทองแห่งแคว้นธรรพ์ธารา..ทั้งแผ่นดินล้วนทราบว่า..ชมชอบและชำนาญด้านอสรพิษเป็นชีวิตจิตใจ..หากสถานที่แห่งนี้ต้องการท่าน..ก็ควรจะเป็นความต้องการบางอย่างจากอสรพิษ..ซึ่งมีแต่ท่านที่สามารถบงการพวกมันได้...และอสรพิษมีอันใดที่มีค่ามากไปกว่าพิษอีกเล่า..”

นาคาเกล็ดทองหัวเราะอีก..

“..สติปัญญาขององค์หญิงอจินไตยลึกล้ำสมดังคำร่ำลือ..มิผิด..พวกมันเชิญข้ามาเพราะพิษของอสรพิษเหล่านี้นั่นแหละ..พวกมันจัดทำธาตุศักดิ์สิทธิ์..แต่ยังไม่ประสบผล..เพราะต้องใช้ผลึกอนันตรังสีเป็นธาตุฐานสำคัญ..รวมกับกรรมวิธีอื่นใดที่เรายังค้นคว้าไม่ได้..เพียงแต่..หนึ่งในหลายร้อยหลายพันวิธี..จำเป็นต้องใช้พิษงูเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่ง..ข้าจึงมีความสำคัญต่อที่นี่..และงูยังเป็นเหมือนทาสผู้สัตย์ซื่อ..ใช้งานได้หลากหลาย..ซึ่งเมื่อสักครู่..พวกมันตัวหนึ่งเลื้อยไปพบพานพวกท่าน.มันเป็นเหมือนงูเขียวไม่มีพิษภัย..แต่ใครจะทราบ..ว่าต่อให้เป็นงูเขียวอ่อนแอ..ก็ใช้การได้..มันคือยามเฝ้าระวังของข้า..”

มุกดารากับอจินไตยสบตากัน..ที่แท้งูเขียวที่จับได้ตัวนั้น..กลายเป็นงูบริวารของนาคาเกล็ดทอง..ซึ่งนี่เองที่ทำให้นาคาเกล็ดทองทราบว่า..พวกนางทั้งสามลอบเข้ามาในถ้ำ..

“..สิ่งที่พวกท่านต้องการ..คืออะไรกันแน่..”มุกดาราร้องถาม..

“..ถึงตอนนี้..หากเป็นเจ้าหญิงอจินไตยหรือจินดาพิสุทธิ์..ก็คงจะทราบแล้ว..”

อจินไตยครางอือม์..

“..มุกดารา..พวกมันต้องการเคล็ดลับจัดสร้างธาตุศักดิ์สิทธิ์จากแคว้นท่าน..”

มุกดารากลืนน้ำลาย..

“..ท่านลุงเจ้าแคว้นคงไม่อาจให้ของสำคัญนี้ได้..”

“..แต่หากใช้เจ้าหญิงทั้งสามเป็นข้อต่อรอง..สถานการณ์ย่อมเปลี่ยนไป..”

“..ท่านคิดหรือว่าจะทำอันใดกับพวกเราได้..”

“..ฮ่าฮ่าฮ่า..น่าหัวร่อนัก..ในเวลานี้..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ซึ่งอาจจะเป็นกำลังสำคัญของพวกท่าน..กลับมีจุดอ่อนที่นึกไม่ถึงคือนางกลัวงู..เจ้าหญิงอจินไตยจะทำอันใดได้..รวมทั้งเจ้าหญิงมุกดารา..ต่อให้เก่งกาจปานใด..คงไม่มีทางผ่านฝูงงูของข้าแน่..”

นาคาเกล็ดทองมองท้องฟ้า..พูดอีกว่า..

“..อีกไม่นาน..แม่ทัพแมวหลวงแห่งแคว้นจันทราจะมาถึง..แต่นางจะทำอันใดได้..แม้แต่จะลงมายังยากหากคนข้างล่างนี้ไม่ช่วยเหลือ..แต่นางจะทราบว่า..นางต้องทำอย่างไร..จึงจะได้พวกท่านทั้งสามกลับไปโดยสวัสดิภาพ..”

อจินไตยครางอือม์..

“...นายแม่จะต้องนำเอาข้อต่อรองของพวกท่านไปให้ท่านเจ้าแคว้นมิลินทระอุระ..แต่ความลับของวิทยาการสำคัญของแคว้น.ไหนเลยจะมอบให้แก่ผู้ใดได้..ท่านทราบว่านายแม่เราถือสาบุคคลสำคัญมากกว่าทุกสิ่ง..ชีวิตย่อมสำคัญกว่าข้าวของ..และนี่อาจจะเป็นเหตุให้กลายเป็นชนวนบาดหมางระหว่างสองแคว้นใช่หรือไม่..”

นาคาเกล็ดทองหัวเราะ..

“..สำหรับการปกครองแว่นแคว้นหนึ่ง..ย่อมต้องยึดถือส่วนรวมมากกว่าตัวบุคคล..แม้แต่บิดาเจ้าหญิงมุกดาราเอง..หากต้องเลือกระหว่างความมั่นคงของแคว้นกับชีวิตบุตรสาว..เขาก็ต้องยอมสละชีวิตเจ้าหญิงค่อนข้างแน่..สำหรับท่านแม่ทัพแมวหลวงอาจจะคิดอ่านแตกต่างจากคนอื่น..”

อจินไตยแค่นเสียง..ถามในสิ่งที่แทงเข้าหัวใจ..

“..รู้ได้อย่างไรว่านายแม่คิดอ่านแตกต่างจากคนอื่น..”

นาคาเกล็ดทองนิ่งครู่หนึ่ง..เหมือนรู้ตัวว่าเผลอหลุดออกไป..แต่ก็หลุดไปแล้ว..

อจินไตยเห็นท่าทางนาคาเกล็ดทองอึ้ง ๆ และดูลังเลก็หัวเราะ..

“..คนในแผ่นดินอาณาจักรเบญจะอังคะ..ไม่มีทางรู้จักนายแม่ดีไปกว่า..คนที่ต่อสู้กันอย่างยาวนานมาก่อน..นี่แปลว่า..พิรุณเลือด..เกี่ยวข้องกับพวกท่านจริง ๆ ..”

พิรุณเลือด..นัยหนึ่งคือเทวีแวมไพร์เรนี่..นางพ่ายแพ้ต่อแคทหรือเวลานี้..คือแม่ทัพแมวหลววแห่งแคว้นจันทรามาตลอด..นับตั้งแต่มิติดั้งเดิมที่นางมีอำนาจสูงสุด..ต่อสู้กันทุกครั้ง.ไม่ว่าจะพลังเหนือล้ำประการใด..แคทก็ยังเอาชนะจนได้..

มาจนต้องประมือในมิติแห่งเทพอสูรเบญจะอังคะ..กำลังนางอ่อนลงไปกว่าเดิมมากมายนัก..นางจึงกลัวแม่ทัพแมวหลวงคนนี้ที่สุด..

ยิ่งกลัวเกรงใครมากที่สุด..ก็ย่อมจะรู้จักบุคคลนั้นดีที่สุดด้วย..

อจินไตยสรุปได้อย่างมั่นใจเช่นนั้น..นาคาเกล็ดทองถึงกับหน้าเสีย..

การที่พิรุณเลือดชี้แนะแผนการ..ส่วนหนึ่ง..ก็กำชับทุกคนไม่ให้แพร่งพรายไป..ว่าคนที่ลอบเข้ามาศึกษาและหาหนทางสร้างธาตุศักดิ์สิทธิ์ในหุบเขารุ้งสวรรค์แห่งนี้..มีส่วนเกี่ยวข้องกับนาง..

พิรุณเลือดเป็นคนฉลาด..ย่อมรู้ดีว่า..การจะวางแผนการใหญ่อันใด..ต้องไม่ให้ศัตรูคิดอ่านคาดการณ์ถึงความเชื่อมโยงสำคัญของสองกรณีเด็ดขาด..

การที่ไม่ให้ปฏิบัติการณ์เชื่อมโยงกัน..ย่อมทำให้อีกฝ่ายจะทำอันใด..ก็ต้องพะวักพะวง..

แต่หากเชื่อมโยงได้..ก็จะหาหนทางแก้ปัญหารวบยอดได้เช่นกัน..

เรื่องเหล่านี้เป็นกลยุทธ..แต่นาคาเกล็ดทองกลับหลุดออกมาจนได้..

เขารู้สึกหงุดหงิด..พูดขึ้นว่า..

“..หากจะมองถึงตัวประกันเพื่อต่อรอง..ไม่จำเป็นต้องครบสามก็ได้..”

พูดจบก็ผิวปาก..

ฝูงงูทั้งสองด้าน..ขยับเคลื่อนไหวเข้าใกล้แล้ว..

การผิวปากต่อเนื่องคล้ายเสียงเพลง..และนี่คือเพลงที่สามารถบังคับงูได้..

จินดาพิสุทธิ์พะอึดพะอม..แต่ก็พูดขึ้นว่า..

“..รู้แล้วว่าพวกมันต้องการอะไร..อจินไตยเราไปกันเถิด..”

นาคาเกล็ดทองขมวดคิ้ว..

“..ไปที่ไหน..ไปได้อย่างไร..พวกท่านต้องถูกงูของข้ากัด..”

“.ถ้าเราตายหมดจะเอาชีวิตใครไปต่อรองกับเจ้าแคว้นมิลินทระล่ะ..”จินดาพิสุทธิ์ฝืนพูด..

“..กัดได้..ก็รักษาได้..และพวกท่านควรจะมีคนหนึ่ง..ที่ต้องตายด้วยงูของข้า..”

“..ถ้าอย่างนั้น..จะอยู่ไปทำไมล่ะ..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง.. “..ใครจะไปอยู่ใกล้งูของแก..”

“..สายไปแล้ว..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

“..ไม่สายหรอก..”

นาคาเกล็ดทองไม่ต่อปากต่อคำอีก..ผิวปากเป็นเพลงให้ฝูงอสรพิษขยับเข้าหา..

อจินไตยเม้มปาก..ยังอ่านท่าทีของสามีไม่ออก..รู้แต่ว่า..สามีพอเห็นงู..ก็กลายสภาพจากสามีเป็นเด็กทารกไปในทันที..แต่ไม่รู้ว่าทำไม..นางถึงรู้สึกอุ่นใจกับสามีที่เจองูก็สาวแตกคนนี้..

งูแปรขบวน..และขยับแถวให้งูระดับงูเห่า..งูจงอาง..อยู่ด้านหน้า..

เสียงคล้ายจะอ้วกดังขึ้น..

จินดาพิสุทธิ์ขย้อนออกมา..

“..บ้าชะมัด..งูเห่า..งูจงอาง..ตัวน่าขยะแขยงน่ากลัวที่สุด..”

มุกดาราแม้จะไม่เห็นทางแก้ปัญหา..แต่เหมือนทั้งอจินไตยกับจินดาพิสุทธิ์ไม่เกรงอันใด..นางก็ไม่เกรง..

เพราะนางเชื่อมั่นในตัวคนที่นางคลั่งไคล้เป็นไอดอลทั้งสองคนนี้..

แต่พอได้ยินเสียงขย้อนอ้วกจากจินดาพิสุทธิ์..นางก็เริ่มจะเยือกเย็นไม่ออก..

แต่จะให้ฝ่าเข้าไปสู้กับงู..คงไม่เอา..ฝูงงูมีจำนวนมาก..ไม่มีทางรอดจากการโดนกัดจนตายแน่นอน..

นางขบคิด..ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด..

..ท่านพี่..มีทางเดียวที่จะจัดการเรื่องนี้ได้..คือ..จัดการนาคาเกล็ดทองคนนั้น..พวกมันบงการฝูงงู..หากฆ่ามันเสีย..พวกงูก็คงแยกย้ายหายไปเอง..

แต่การจัดการกับนาคาเกล็ดทองต้องฝ่าฝูงงูเข้าไปและโดนกัด..ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่รอด..

ท่านพี่ทั้งสอง..มีทางเดียว..คือข้าจะฝ่าเข้าไป..ยอมโดนงูกัด..แต่ต้องประชิดตัวนาคาเกล็ดทอง..และฆ่ามันเสีย..

นี่มีวิธีเดียวที่จะกระทำได้..

ข้าไม่กลัวงู..แม้จะต้องโดนกัด..ข้าก็ไม่กลัว..

ขออย่างเดียว..ตอนข้าล้มลงและเสียชีวิต..แม้ข้าจะตายเพราะงู..แต่ท่านพี่ริต้า..ขออย่าได้รังเกียจข้า..

ท่านเกลียดและกลัวงู..ข้าต้องตายเพราะงู..ท่านจะเกลียดข้าไหม..

ถ้าข้าได้มองหน้าท่านเวลาตาย..ข้าคงมีความสุข..

ท่านพี่อจินไตย..ข้าก็ต้องการให้ท่านมองข้าเวลาข้าตายด้วย..

ขอเพียงเท่านี้..พวกท่านคงไม่ยอมให้ข้าต้องตายไปอย่างเดียวดายแน่..

ตายเพื่อท่านพี่ทั้งสอง..ข้ามุกดารา..คงตายตาหลับ..

คิดดังนั้นแล้ว..มุกดาราก็รู้สึกสงบ..สีหน้ามั่นคงไม่หวาดหวั่นอันใดอีก..

นางพร้อมจะตายแล้ว..

แต่เหมือนจินดาพิสุทธิ์จะรู้ความคิดนาง..อาเจียนพลางพูดขึ้นว่า..

“..ไม่..มุกดารา..อย่าทำแบบนั้น..”

มุกดารายิ้ม..สบตาเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..

“..ท่านพี่..ข้าอยู่กับท่าน..ข้ามีความสุขมาก..ไม่นึกว่า..จะมีวาสนา..จะได้เป็นภรรยาท่านอีกคน..แต่ข้าไม่ได้อยากเป็นภรรยาเพื่อให้ท่านลำบากใจเลย..”

พลางหันมาทางอจินไตย..

“..ท่านพี่..ข้ายอมรับ..เดิมที..ข้าไม่ได้คิดอันใดกับท่านมากมาย..รู้ว่าท่านเป็นคนที่ท่านพี่ริต้ารักสุดหัวใจ..ข้าไม่เคยคิดจะแย่งความรักของท่านเลยแม้แต่น้อย..แต่เวลานี้..ข้าต้องบอกท่านว่า..ข้ารักท่าน..รักท่านมาก..รักอย่างไม่ทราบว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนั้น..ท่านกับท่านพี่ริต้าคือหัวใจของข้า..”

มุกดาราเห็นอจินไตยอ้าปากจะพูดอะไร..นางก็โบกมือ..

“..ฝากดูแลท่านพี่ริต้าด้วย..ท่านพี่อจินไตย..และท่านพี่ริต้า..ท่านต้องรักท่านพี่อจินไตยให้มาก..”

พูดจบก็ตัดสินใจเด็ดขาด..

ขณะจะวิ่งฝ่าออกไปจัดการกับนาคาเกล็ดทอง..ก็รู้สึกเหมือนมีลมหมุนวูบวาบเป็นวงกลมคล้ายลมงวงช้าง..

มุกดาราชะงัก..เสียงจินดาพิสุทธิ์พูดว่า..

“..การใช้วาโยธาตุยังมีที่ใช้อีกเรื่อง..นั่นคือ..ลมจะทำให้บินได้..”

บิน..มุกดาราตากระจ่าง..แม้แต่นาคาเกล็ดทองก็อ้าปากค้าง..

“..แค่บินหนี..ก็ไม่ต้องสนใจงูบ้าพวกนี้แล้ว..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

ลมพายุหมุนพัดรอบบริเวณ..และจำเพาะพัดพาร่างคนสามคน..

อจินไตยครั้นได้ยินเพียงคำชี้แนะ..นางก็ทราบแล้วว่าควรจะทำอย่างไร..

“..ริต้า..เธอ..เธอสุดยอดเลย..”

“..มานี่..มุกดารา..ขอกอดหน่อย..”เสียงจินดาพิสุทธิ์ร้องเรียก..

มุกดาราเซไปซบอกของริต้าของเธออย่างว่าง่าย..

อจินไตยก็กอดสองคนนั้นไว้..

เพื่อให้ลมพัดพาพวกนางทั้งสาม...

นาคาเกล็ดทองร้องลั่น..

“..งูของข้า..ฆ่าพวกมัน..”

ฝูงงูไม่กลัวกระแสลม..เพราะกระแสลมไม่ต้องการทำร้ายพวกมัน..

แต่เพียงแค่ยกตัวสามเจ้าหญิงที่กอดกันไว้ให้ลอยขึ้น..จนฝูงงูไม่อาจจะทำอันตรายได้..

ลอยขึ้นมาจากหุบเขา..

ระหว่างที่ลอยขึ้นไปบนปากเหว..จินดาพิสุทธิ์หอมมุกดารา..พลางพูดขึ้นว่า..

“..มุกดารา..ทำไมท่านถึงรักข้ากับอจินไตยปานนั้น..”

มุกดาราไม่ตอบคำ..นางกำลังเอียงอาย..

อจินไตยหอมแก้มของนางอีกข้าง..

“..มุกดารา..เราสามต้องอยู่ร่วมกันตลอดกาล..ข้ากับริต้าก็รักท่านนะ..”

มุกดาราหลับตาพริ้ม..

แม้ร่างจะล่องลอยด้วยอำนาจแห่งลม..

แต่ใครจะทราบ..ว่าจิตใจของมุกดารา..ก็ล่องลอยไปกับความสุขจนไม่อาจจะทราบว่า..ลอยไปไหน..

...........

หามุกดาราอยู่นาน ทั้งห้าว เด็ก น่ารัก ไปลงตัวที่น้องเหม่เหมนี่แหละค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น