Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่51 : สถานะที่เริ่มสั่นคลอน

ชื่อตอน : บทที่51 : สถานะที่เริ่มสั่นคลอน

คำค้น : รักโหดๆอยู่ในโหมดมุ้งมิ้ง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 969

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 16:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่51 : สถานะที่เริ่มสั่นคลอน
แบบอักษร


"จีจี้พูดถึงอะไร ไม่เข้าใจ"

"ฮึก! อย่าเข้ามาใกล้นะ!"

"ฟังพี่ก่อน"

"บอกว่าอย่าเข้ามา!"

ปึก!

หมอนใบใหญ่ที่อยู่ในอ้มกอดของเจแปนถูกคนตัวเล็กปาใส่จนต้องยกแขนขึ้นมาป้องกันเอาไว้ ตรีหน้าเสียทันทีก่อนที่จะพยายามเข้าไปใกล้คนตัวเล็กอีกครั้งแต่ก็ถูกทุบตีจนต้องผละถอยออกมา

จากความเงียบกลายมาเป็นเสียงสะอื้นจากเสียงสะอื้นกลายมาเป็นคำต่อว่าสารพัดต่างๆนาๆมากมายจากปากของคนตัวเล็กที่แปล่งออกมาทุกคำทุกประโยค

ตรีกลายเป็นคนหลอกลวงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...?

"จี้พี่ไม่เข้าใจ หยุดร้องก่อน"

"ฮึก! ออกไป อย่าเข้ามาใกล้..อะ..ไอ้คนโกหก"

แววตากลมโตที่ตรีเห็นตอนนี้เจือปนไปด้วยความเศร้าและเสียใจยามเมื่อได้สบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งที่สะท้อนออกมาจากดวงตาคู่นั้นของเจแปนตรีมันดูออกเสมอว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร และตอนนี้ตรีก็รู้สึกแต่เค้าไม่รู้สาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้น...?

2 ชั่วโมงก่อนกน้านี้

"เอาโทรศัพท์ไว้ไหนนะ?"

ดวงตากลมโตที่กวาดสายตาหาเจ้าโทรศัพท์เจ้ากรรมที่อยู่ๆก็หายไปหลังจากที่เค้าแกล้งงอนพี่ตรีและรรบเดินเข้าห้องนอนมาเพื่อจะเล่นโทรศัพท์รออีกคน แต่ทว่าตอนนี้ยังหาไม่เจอเลยแม้แต่เงา

ผ้าห่มผืนหนาถูกสะบัดออกพร้อมกับฝีเท้าที่เดินวนหารอบห้องแต่ก็ยังไม่พบจนกระทั่งได้ยินเสียงสายเรียกเข้าจากมือถือของตัวเองดังมาจากในห้องแต่งตัว เจแปนรีบสาวเท้าเข้าไปก็พบมือถือตัวเองเป็นเรียบร้อยก่อนจะรีบสไลด์หน้าจอรับโทรศัพท์ทันที

"นึกว่าหายซะอีก..."

"ครับแม่ เสร็จประชุมแล้วหรอครับ?"

(ใช่จ่ะ แม่ประชุมเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็กลับมาถึงบ้านแล้วล่ะลูก)

"พ่อเป็นยังไงบ้างครับแม่ ทำงานหนักมากมั้ยผมเป็นห่วงนะ"

(พ่อเค้าแข็งแรงจะตายเรื่องงานแม่ก็ห้ามๆพ่อบ้าง แม่ไม่ได้ปล่อยให้โหมทำหรอกลูก)

"งั้นหรอครับ"

กายบางค่อยๆเดินกลับมายังเตียงก่อนจะหย่อนกายนั่งลงพลางถามถึงสารทุกข์สุขของผู้เป็นบิดาและมารดาด้วยความห่วงใย เพราะท่านทั้งสองต่างมีหน้าที่ภาระเหมือนต้องทำอยู่ตลอดเวลาไม่รู้ว่าจะว่างได้คุยอีกเมื่อไหร่

เมื่อคุยกันตามประสาแม่ลูกเรื่องทั่วๆไปจนมาวกเข้าเรื่องของเค้าและตรีจนได้ เล่นบางคำถามของแม่เจแปนก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เอาเป็นว่ากว่าจะตอบได้ก็ม้วนตัวตอบกันเลยทีเดียว

(เจแปน พ่อมีเรื่องจะคุยกับลูกน่ะ เจอยากคุยเลยมั้ยหรืออยากจะคุยพรุ่งนี้ดี?)

"พ่อมีเรื่องจะคุยหรอ ได้สิครับตอนนี้เลยก็ได้ครับแม่"

(อ่ะคุณลูกคุยได้ตอนนี้...ขอบคุณนะคุณ จีจี้นี่พ่อเองนะ)

"ครับพ่อ เป็นยังไงบ้างครับไม่ทำงานหนักเกินไปใช่มั้ยเนี้ย"

(พ่อแข็งแรงจะตายไม่ต้องห่วง ว่าแต่จีจี้ลูกพ่อเถอะเป็นยังไงบ้างล่ะอยู่กับพี่ตรี เราไม่ดื้อใช่มั้ย หืม?)

เจแปนอมยิ้มทันทีเนื้อตัวก็อยู่ไม่เป็นสุขพลางใช้มือขยําหมอนแก้เขินพร้อมกับบิดไปมาเมื่อพ่อของเค้าพูดถึงตรี ไม่รู้จะตอบอย่างไรเพราะตัวเค้าเองก็เก้ๆกังๆคิดคำตอบไม่ถูก

"กะ..ก็ไม่ดื้อหรอกน่าา! จี้ออกจะเป็นเด็กดีนะพ่อ"

(ให้จริงเถอะนะเราจะเชื่อได้จริงมั้ยล่ะนั่น)

"ฮะๆๆ จริงสิพ่อจี้โกหกที่ไหนเล่า"

ถึงจะไม่ค่อยเชื่อฟังนิดนึงก็เถอะนั่นก็ไม่นับละกัน....

"ว่าแต่แม่บอกว่าพ่อมีเรื่องจะคุยกับจี้ด้วยแหละ เรื่องอะไรหรอพ่อ?"

(จริงสิเกือบลืมเลย ปีนี้จี้ก็จะสิบเก้าแล้วนี่ใช่มั้ย คือสมัยพ่อเรียนโทที่เมืองนอกพ่อก็สัญญากับเพื่อนพ่อไว้ว่าจะจับลูกของเราทั้งคู่หมั้นหมายกันไว้)

"ฮะ!? พ่อ!...พ่อพูดอะไรออกมาเนี้ย! จี้ไม่ตลกเลยนะพ่อ!"

(พ่อก็ไม่ตลกนะจี้ ช่วงนั้นพ่อและเพื่อนลำบากมากพวกเราก็ช่วยกันจนเราเรียนจบจนพ่อประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเพื่อนพ่อด้วยนะ...)

"..."

(พ่อเลยสัญญาไว้แล้วว่าเราจะให้ลูกของพวกเราแต่งงานกัน)

"แล้วจี้ล่ะพ่อ ทะ..ทำไมไม่ถามจี้ก่อน จี้ไม่รู้จักเค้าเลยสักนิดเราทั้งคู่ไม่เคยเจอกันเลยนะพ่อ ตอนนี้จี้รู้จักก็มีแค่พี่ตรีพ่อของพี่เค้าก็เป็นเพื่อนของพ่อที่จี้รู้จักแค่นั้น"

ห้วงลึกของความรู้สึกมันจุกจนพูดไม่ออกเมื่อสิ่งที่พ่อพูดนั้นใช้นํ้าเสียงที่จริงจังและไม่มีทีท่าว่าจะโกหกหรือแกล้งเค้าเล่นอย่างแน่นอน รู้ตัวอีกทีเค้าน่าจะบอกแม่ให้เร็วกว่านี้ว่าตัวเค้าและตรีกำลังคบกับอยู่

สุดท้ายก็สายไปจนทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีจากพ่อ เพื่อนสมัยเรียนของพ่อที่สนิทที่สุดมีสามคนแต่ที่เจแปนรู้มาว่าอีกคนมีลูกสาวส่วนอีกสองคนมีลูกชายและพี่ตรีคือหนึ่งในนั้นด้วย น่าเศร้าที่ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวยต้องมาจบลงเพราะตัวเค้านั้นมีคู่หมั้นเสียแล้ว

(พ่อตกลงกันไปแล้วนะจี้ คนนี้พ่อมั่นใจว่าเค้าจะดูแลลูกเป็นอย่างดี พ่อไว้ใจเค้ามากพอนะจี้)

"ฮึก! ไม่เอา...จี้ไม่ยอมหรอกนะพ่อ จะให้ไปแต่งงานกับคนที่จี้ไม่เคยเจอหน้าเลยด้วยซํ้า ฮึก! ไม่เด็ดขาด...จี้จะอยู่กับพี่ตรี ฮึก!"

นํ้าสีใสที่ค่อยๆไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายมือเรียวนั้นก็ยกขึ้นพลางปาดออกอย่างลวกๆ เสียงถอนหายใจจากผู้เป็นพ่อดังลอดออกมาจากมือถือทันที 

(เห้อ...จี้อยู่กับตรีเค้าในสถานะแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ ตรีเค้ามีคู่หมั้นแล้วเหมือนกัน)

"ฮึก!!! พะ..พ่อว่ายังไงนะ ฮึก! พี่ตรีมะ..มีคู่หมั้นแล้วเหมือนกันหรอ?"

(ใช่แล้ว พ่ออยากให้จี้เปิดใจให้พ่อหน่อยนะเด็กดี พ่ออยากให้จี้มีความสุขเหมือนกันนะลูก คู่หมั้นลูกเป็นผู้ชายขอโทษนะจี้ที่พ่อต้องให้ลูกแต่งกับเค้า...)

"ฮึก!"

(พรุ่งนี้ลูกชายเพื่อนพ่ออีกคนจะไปอยู่กับลูกและตรีนะ เค้าชื่อแลนด์นอลพ่อฝากเค้าช่วยดูแลลูกด้วย)

แลนด์นอล...ผู้ชายคนนี้คือคู่หมั้นเค้าอย่างนั้นหรอ?

"ฮึก! พ่อไม่ถามตัวจี้เลย! ฮึก!...ไม่ถามความรู้สึกอะไรเลย ผู้ชายที่ชื่อแลนด์นอลจี้ก็ไม่อยากเจอ! จี้จะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น! ฮึก!"

(จี้พ่อบอกแล้วไงว่าลูกจะอยู่ในสถานะแบบนั้นกับตรีไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะยังไงก็ขอให้เข้าใจพ่อหน่อยนะจี้)

"ฮึก จี้ขะ..เข้าใจแล้ว"

.

.

.

ณ ปัจจุบัน

"พี่มีคู่หมั้นแล้วใช่มั้ย?

"..."

"ฮึก! ตอบสิว่าพี่มีแล้ว ฮืออ! ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก ตอบสิ"

"..."

"ตอบสิว่าใช่! พี่มีคู่มั้นอยู่แล้วใช่มั้ย! ฮืออ! ตอบมาสักที!!!"

"ใช่"

ใช่แล้ว

พี่ตรีมีคู่หมั้นอยู่แล้ว....

เจ็บซะจนอยากจะหนีออกไปให้ไกล...อยากจะไปให้พ้นๆตรงนี้เลยก็ดี

ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยนํ้าตาภายในห้องที่ได้ยินแต่เสียงสะอื้นรํ่าไห้ของอีกคน ตรีนั้นทำได้เพียงยืนมองอยู่ไม่ไกลนักภายในใจอยากจะเข้าไปโอบกอดและอธิบาย แต่ว่าคนอย่างเจแปนจะไม่มีทีท่าว่ายอมฟังเลยก็ว่าได้ในเมื่อนิสัยส่วนตัวก็หัวรั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ร่างสูงรู้จักเจแปนดีมามากพอเท่าที่ผ่านมาร่างบางถูกเรื่องกระทบจิตใจมามากพอจนตัวเค้าเกรงว่าถ้าพยายามจะอธิบายอีกคนก็จะยิ่งต่อต้านมากขึ้นเท่านั้น เผลอๆถ้าเจแปนยิ่งรั้นจะเอาแต่ร้องไห้ไม่ฟังกันก็พาลจะทำให้ตัวเค้าอารมณ์ร้อนขึ้นตามไปอีก

"ฮึก! หลอกกันทำไม...ฮืออ! หลอกให้รักรักทำไมบอกมาที ตัวเองมีคู่อยู่แล้วเหมือนกัน ฮึก! ทำไม!!!"

"ก็เพราะโดนจับคู่เหมือนกันไง..."

"ฮึก!"

"จี้เองก็มีคู่หมั้นเหมือนกัน"

"ใช่! แต่ทำไมพี่ไม่พูดละว่าเราจะเอายังไงกันต่อ! ฮืออ! พี่ไม่คิดแม้แต่จะบอกกันเลย"

"กำลังจะอธิบายแล้วเคยฟังมั้ย เอาแต่ร้องไห้แล้วจะคุยรู้เรื่องหรอ บอกแล้วไม่ใช่รึไงว่าไม่ชอบ"

"อึก!"

ดวงตากลมโตเงยสบกับอีกคนทันทีที่ดูเหมือนจะเริ่มมีนํ้าเสียงแข็งกระด้างไม่พอใจ ใบหน้าคมตอนนี้ที่เจแปนเห็นคือแววตาที่ดุดันพร้อมกับจ้องเค้าไม่วางตา

ความน้อยใจของเจแปนตอนนี้ยิ่งตอกยํ้ากับท่าทีของอีกคนที่หาว่าเค้าไม่เคยฟังกันเลยแม้แต่นิดแถมยังหาว่าเค้าเอาแต่ร้องไห้จนจะคุยกันไม่รู้เรื่อง มือเรียวปาดนํ้าตาออกเป็นครั้งสุดท้ายและจ้องอีกคนเขม็งด้วยความไม่พอใจเช่นกัน

"อย่าจ้องพี่แบบนี้นะจี้"

"พูดมาสิ อธิบายมาสิว่ามันคืออะไร ทั้งจี้และพี่ตอนนี้มีคู่หมั้นกันทั้งคู่ ตอบมาเลยว่าจะเอายังไงต่อ"

"ไม่รู้เหมือนกัน"

"ฮึก! ไงละ...คำว่าไม่รู้ของพี่มันคืออะไรวะ ฮึก! แล้วมันจะไปกันรอดมั้ยจี้ถามหน่อย ฮือ!"

"จี้เงียบแล้วฟัง"

ขายาวก้าวเข้าหาคนที่อยู่บนเตียงอย่างรวดเร็วมือหนาที่กำลังจะยื่นไปช่วยเช็ดนํ้าตาออกก็ถูกอีกคนปัดออกอย่างเยือกเย็น มิหนำซํ้ายังร้องไห้หนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

"ออกไป! ไอ้คนโกหก! ออกไปให้พ้น! ฮือออ!!!"

"หยุดร้องก่อนได้มั้ย"

"ฮึก! ทำไม! จะร้องไห้แล้วจะทำไมล่ะ! พี่โกหกจี้ยังได้เลยแล้วจี้ร้องไห้มันจะทำไม! ฮึก! อย่างน้อย...ก็ไม่ได้โกหก!!!"

"เจแปน!"

"เจ็บ! ฮึก! อย่ามาจับ! ปล่อย! ฮืออออ!"

มือหนาคว้าข้อมือบางไว้ทันทีที่จะพยายามทุบตีเข้า ตอนนี้ทุกอย่างดูวุ่นวายจนไม่สามารถคุยกันได้ อารมณ์ของคนทั้งคู่ต่างเริ่มปะทุและพูดจากระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรง เจแปนเองก็ผงะไปทันทีที่ตรีเรียกชื่อเค้าอย่างเสียงแข็งแถมยังบีบข้อมือเค้าแทบจะแหลกเหลวคามือ

"ปล่อย!!! ถ้าไม่จริงใจแต่แรกจะมาทำให้รักทำไม! ฮืออ! ทำไม!"

"เจแปนหยุดร้อง"

"ไม่หยุด! จะร้องไห้แบบนี้แหละ..ร้องให้มันตายไปเลย! ฮืออ! ปล่อยสักที!"

"จะไม่พูดดีๆด้วยแล้วนะถ้าไม่ฟังกัน"

"ฮึก! จะบังคับกันอีกแล้วล่ะสิ! เอาเลยสิ!...จะตะคอกใส่จี้หรอ เอาเลยสิ! ฮึก! จี้มันไม่เอาไหนอยู่แล้วไง!"

"อย่ามาประชดประชันแบบนี้"

"เออ! ก็กูมันเป็นแบบนี้แหละ! ฮืออออ!!!"

"อย่ามาขึ้นกูแถวนี้! และอย่ามาขึ้นเสียงใส่พี่นะจี้!"

ร่างสูงเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ก่อนที่เส้นบางๆของขีดจำกัดก็ขาดสะบั้นลงเช่นกัน แรงกระชากเจแปนเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่ออีกคนพยายามจะใส่ไฟให้ตรีเริ่มปะทุเดือดจนระเบิดออกมาตะคอกเจแปนในที่สุด ร่างบางเห็นดังนั้นยิ่งปล่อยโฮด้วยความน้อยใจและเจ็บไปทั่วข้อมือยันต้นแขนที่ถูกตรีกระชากอย่างไม่ใยดี

นํ้าสีใสเริ่มกระโหมไหลออกมาราวกับสายฝนที่ไม่มีทีท่าจะหยุดตก ตอนนี้ทั้งคู่เหมือนตกอยู่ในมรสุมพายุที่พัดกระพือโหมไปด้วยอารมณ์แห่งความโทสะครอบงำจิตใจทั้งคู่

"ฮึก! ปล่อย! ไม่เคยจะอธิบายไรเลยไงคนอย่างพี่! ฮืออ! มันน่าน้อยใจที่สุดเล้ย!!!"

"ก็บอกให้เงียบ!!!"

"ฮึก ทำไมต้องตะคอกด้วยเล่า! พูดดีๆไม่ได้รึไงฮะ!"

"ก็พูดดีแล้วฟังมั้ย! หยุดร้องสักที! ก็บอกว่า**ไม่ชอบนํ้าตา!**"

"เออ! ไม่ชอบก็เลิกกับกูไปเลยสิวะ!!!"







ติดตามตอนต่อไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}