พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปะทะ (100%)...ไม่รู้จะสงสารใครดี

ชื่อตอน : ปะทะ (100%)...ไม่รู้จะสงสารใครดี

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 11:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปะทะ (100%)...ไม่รู้จะสงสารใครดี
แบบอักษร


                            ประกาศด่วน!!!       

        E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^ 



“เออ! ไอ้คนหยิ่ง! แล้วมึงล่ะมากับใคร” จอมวายร้ายแสร้งถามทั้งที่รู้ดีแก่ใจ และก็ทำให้คนที่ถูกดึงเข้าไปมีเอี่ยวในบทสนทนาของสองหนุ่มถึงกับอึดอัด ทำหน้าไม่ถูก        

“กูก็มากับพี่ครีม พี่สาวของไอ้เมศคู่กัดตลอดกาลของมึงไงวะ” คนที่รู้เพียงแค่ว่าปรเมศกับพงษ์สวัสดิ์เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบันเอ่ยอย่างยิ้มๆ ขณะผายมือไปยังคิริมาคล้ายจะแนะนำให้อีกฝ่ายได้รู้จักมากกว่านั้น หากว่าผู้ที่ยืนกอดอกค้ำหัวเธออยู่ไม่สวนขึ้นเสียก่อน                    

“ไม่ต้องแนะนำหรอก กูก็แค่ถามไปอย่างนั้น เพราะกูน่ะรู้จักเขาดี…ใช่ไหมครับ”

ท้ายประโยคเขาจงใจก้มลงมากระซิบข้างหูเธอ คิริมาทำตัวไม่ถูกเมื่อคำพูดของอีกฝ่ายส่อไปทางความหมายกินนัย ใบหน้านวลร้อนวาบด้วยความกระดากอาย เพราะถึงใครไม่รู้แต่เธอรู้ดีแก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ไม่รู้ว่าเสียงกระซิบยั่วเย้าหรือเพราะลมหายใจร้อนๆ กันแน่ที่ทำให้เหมือนมีไอร้อนแล่นวูบวาบพล่านไปทั้งสรรพางค์กาย แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคือหัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก พอเอียงหน้าหลบไปอีกทางเขาก็หัวเราะกลั้วลำคอหนาอย่างน่าหมั่นไส้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตัวร้ายกำลังสำราญกับการทำให้เธอแทบจิตหลุด         

“ใครบ้างวะจะไม่รู้จักแฟชั่นตกยุคของคณะแพทย์ศาสตร์” วาจาไม่ไว้หน้าของคนที่ยืดตัวขึ้นและยกหน้าห่างทำให้คิริมาบอกให้ตัวเองเชิดหน้าคอแข็ง และทำเป็นไม่สนใจ  

แล้วเธอก็แทบอยากจะบ้าตาย เมื่ออยู่ๆ พงษ์สวัสดิ์ก็ขอนั่งร่วมโต๊ะด้วยอย่างหน้าตาเฉย โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจอมพล ซึ่งความรู้สึกของคิริมาก็ไม่ต่างจากปิยฉัตรที่ถูกเพื่อนรักอย่างธารธาราดึงมาทานมื้อค่ำด้วย หรือเอาง่ายๆ ก็มาช่วยเป็นไม้กันหมาอย่างที่ใครบางคนค่อนขอดนั่นแหละ        

อึดใจต่อมาพงษ์สวัสดิ์ก็ทำท่าเหมือนจะเดินไปหาจอมพล แต่ก่อนจะไปตัวร้ายยังไม่วายเคลื่อนมือมาแตะแผ่นหลังบางทำเอาเธอเกือบหลุดสะดุ้ง จากนั้นก็ทำให้เธอตัวเกร็งและใจหายใจคว่ำด้วยการจงใจลากมือพาดผ่านแผ่นหลังบางในแนวนอนอย่างอ้อยอิ่ง แว่วเสียงหัวเราะน้อยๆ แล้วเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งลงข้างจอมพล         

ส่วนธารธาราก็เลือกที่จะนั่งลงข้างๆ คิริมา ถัดไปก็จะเป็นปิยฉัตร ซึ่งพงษ์สวัสดิ์บอกให้ไปนั่งหัวโต๊ะจะได้มองเห็นหน้าเวลาคุย แต่เธอกลับส่ายหัวท่าเดียว เพราะแค่ต้องมาเจออดีตคนเคยสนิทแค่นี้เธอก็แทบอยากจะแจ้นหนีแล้ว หากจะต้องไปนั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะเธอคงทำตัวไม่ถูก หรือไม่ก็อาจจะเผลอสติแตก ก็ดูสายตาของไอ้คนโอหังที่จ้องมองเธอตอนนี้สิ มันต่างจากอยากจะฉีกทึ้งเธอออกเป็นชิ้นๆ เสียที่ไหน              

หลังจากเด็กในร้านนำอาหารมาเสิร์ฟทุกคนก็เริ่มลงมือจัดการกับของกินตรงหน้า ดูเหมือนว่าคนที่เจริญอาหารจะมีเพียงธารธารา เพราะเธอไม่ได้เป็นประเด็นกับใคร แถมยังถูกพงษ์สวัสดิ์เอาอกเอาใจด้วยการตักอาหารใส่จานให้ไม่ขาด แต่ตาคมกลับเหลือบมองมาทางคิริมาเป็นระยะ จนเธอต้องหลุบตาลงต่ำ ขยับกายด้วยความอึดอัด อากาศเหมือนเบาบางลง ส่วนคนที่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินเช่นปิยฉัตรก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตากลืนข้าวลงคออย่างฝืนๆ        

“น้ำกินกุ้งไหม เดี๋ยวพงษ์แบ่งให้” คราวนี้คนที่หมั่นตักอาหารให้สาวเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศชวนอึดอัด ย้ายสายตาคมกริบมาที่เธอทั้งที่ถามธารธารา    

“ไม่เป็นไรหรอก พงษ์กินเถอะ น้ำไม่ค่อยชอบกุ้งน่ะ”

ธารธาราปฏิเสธพร้อมคลี่ยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่ม ตอนนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะกินอะไรทั้งนั้น เพราะข้อความที่ปรเมศเพิ่งส่งมาข่มขู่ว่าถ้าไม่กลับเดี๋ยวนี้เจอดีแน่   

“ไม่เหมือนคนนี้ คนนี้น่ะชอบกุ้งเป็นชีวิตจิตใจ”

เหมือนคิริมาจะได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนเกินคาด เธอเอาแต่ก้มหน้าจัดการกับอาหารในจานตัวเอง กว่าจะรู้ว่าคนที่เขาเอ่ยถึงคือเธอก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่ออยู่ๆ กุ้งตัวโตก็ลอยมาวางลงบนจานข้าวของเธอ การกระทำที่แสดงออกเหมือนสนิทสนมจนรู้ใจว่าชอบไม่ชอบอะไรทำให้คิริมาทำหน้าไม่ถูก ทว่าอีกสามคนที่เหลือต่างอมยิ้มไปตามๆ กัน เพราะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งโต๊ะเนี่ยคนที่พงษ์สวัสดิ์แคร์มากที่สุดคือใคร   

ในระหว่างรอของหวานและผลไม้เพื่อล้างปากเป็นการตบท้ายมื้อค่ำอันแสนกระอักกระอ่วนใจ พงษ์สวัสดิ์กับจอมพลก็ผูกขาดการสนทนาไปโดยปริยาย สองหนุ่มคุยกันเรื่องธุรกิจ จอมพลดึงคิริมาเข้าไปร่วมสนทนาบ้างในบางครั้ง ซึ่งเธอก็ไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากรับคำและพยักหน้าเล็กน้อย ส่วนพงษ์สวัสดิ์ก็ชวนธารธาราคุยไปด้วย ปากคุยกับธารธาราแต่ดวงตาสีเข้มของเขากลับย้ายมามองริมฝีปากของเธอ    

คิริมาขยับปากเล็กน้อยเพราะรู้สึกประหม่า เขาวนสายตาอยู่ที่ริมฝีปากของเธออึดใจใหญ่ เอ่ยตอบคำถามของจอมพล แล้วก็กลับมาจ้องปากเธออีกครา ก่อนจะตวัดลิ้นออกมาเลียมุมปากตัวเองเล็กน้อย แต่แค่นั้นก็ทำเอาคิริมานั่งตัวเกร็ง หายใจสะดุด จิกเล็บลงตรงหน้าขาของตัวเอง           

“เออ…กูได้ยินว่าลูกมึงไม่สบายอยู่บ่อยๆ แล้วเป็นไงบ้างวะ” ครั้นฉุกคิดขึ้นได้พงษ์สวัสดิ์ก็เอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน ขณะที่ตายังจ้องคิริมาไม่ลดละ พอเห็นเธอตั้งท่าจะยกมือเรียกให้เด็กในร้านเอาน้ำเปล่ามาเติมให้เขาก็จัดการโบกมือ แล้วเอ่ยเรียกให้อย่างเนียนๆ  

“ก็เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ทำไงได้วะ หมอเด็กเก่งๆ ที่เข้ากับลูกชายจอมเอาแต่ใจของกูได้มันหายากนี่หว่า ส่วนไอ้ที่เก่งแต่ไร้จรรยาบรรณกูก็ไม่กล้าให้เข้าใกล้ลูกกู เพราะกลัวลูกกูจะตายฟรีเหมือนเมียกู”

คราวนี้คนที่เหมือนตกเป็นส่วนเกินอย่างปิยฉัตรถึงกับตัวแข็งทื่อ นัยน์ตากระด้างเจือดุดันที่จ้องเขม็งมายังเธอทำให้คุณหมอสาวแทบหายใจไม่ออก บัดนี้เธอได้ประจักษ์แล้วว่าเขายังไม่ลืมเลือนเหตุการณ์อันเลวร้ายเมื่อครั้งในอดีต และจำเลยที่เขายัดเยียดข้อหาฆ่าคนตายให้อย่างเลือดเย็นก็คือเธอ          

“ก็ไอ้ปี่นี่ไงวะ นี่มือหนึ่งของรุ่นเลยนะโว้ย”

พงษ์สวัสดิ์ปรุงดราม่าได้แซ่บจนปิยฉัตรแทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด เธอกำลังทำท่าอ้าปากปฏิเสธ ทว่าเสียงกระด้างก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน   

“บางทีอะไรที่เราผลักไสออกไปจากตัวแล้ว เราก็ไม่ควรจะดึงกลับเข้ามาในชีวิตให้เป็นพิษเป็นภัยหรือเปล่าวะ” จอมพลเอนหลังกอดอก ขณะตายังจ้องปิยฉัตรอย่างชิงชัง    

สายตาที่เหมือนจะฟาดฟันให้เธอดับดิ้นอยู่ตรงนั้นทำให้ปิยฉัตรเม้มปาก หัวตาร้อนผ่าว และเกือบจะหลุดแสดงความอ่อนแอออกมาหากว่าคนที่นั่งข้างๆ อย่างธารธาราไม่บีบมือให้กำลังใจ

ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดมากไปกว่านั้นเด็กในร้านก็นำของหวานและผลไม้มาเสิร์ฟ ท่ามกลางการลอบผ่อนลมหายใจของสามสาว คิริมาโล่งอกเพราะพงษ์สวัสดิ์ถอนสายตาจากหน้าของเธอไปมองจอมพลและปิยฉัตรสลับกันไปมาด้วยความสงสัย ธารธารานั้นโล่งใจที่จอมพลไม่ต่อความยาวสาวความยืดจนเพื่อนของเธอสติแตกหลุดร้องไห้ออกมา ส่วนปิยฉัตรก็แทบจะยกมือไหว้ขอบคุณเด็กเสิร์ฟที่มาได้จังหวะพอดี


มื้อค่ำอันแสนอึดอัดจบลงและผ่านพ้นไปในที่สุด ซึ่งหลังจากนั้นพงษ์สวัสดิ์ก็อาสาไปส่งธารธารากับปิยฉัตร ส่วนคิริมาปฏิเสธที่จะให้จอมพลไปส่ง เพราะเธอกะจะเรียกคนขับรถให้มารับไปส่งที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารมากนัก เนื่องจากเห็นว่าโรงแรมที่พักของจอมพลอยู่คนละทางกับโรงพยาบาล ฉะนั้นเธอจึงไม่อยากรบกวนให้เสียเวลา ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายเอาลูกชายที่ป่วยออดๆ แอดๆ มาเที่ยวเชียงใหม่ด้วย                

ระหว่างรอคนขับรถคิริมาก็เหลือบไปเห็นม้านั่งเหล็กดัดอยู่ตรงด้านข้างของลานจอดรถซึ่งมีไฟส่องสว่างและไม่ได้น่ากลัวอะไร กำลังจะเดินไปนั่งเพราะชักจะปวดขา เนื่องจากมีราวน์วอร์ดตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทว่าเท้าทั้งสองข้างกลับชะงักเมื่อเห็นพงษ์สวัสดิ์กำลังยืนอยู่กับธารธารา เธอเมินหน้าหนีจากภาพตรงหน้า หัวตาร้อนผ่าวอย่างสุดกลั้น หันซ้ายหันขวาเหมือนเด็กหลงทาง ก่อนจะรีบเดินไปจากตรงนั้น                 

คล้อยหลังปิยฉัตรที่อยู่ๆ ก็บอกว่าติดธุระด่วน แล้วผลุนผลันจากไป ธารธาราก็ชวนพงษ์สวัสดิ์มาหาที่เงียบๆ คุยกันด้วยมีเรื่องคาใจที่อยากจะเคลียร์ให้หายอึดอัด   

“น้ำมีอะไรจะพูดกับพงษ์งั้นเหรอ”

เขาเอ่ยถาม ขณะตามองตามหลังคนที่ตั้งท่าจะมานั่งตรงม้านั่งซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เขากับธารธารายืนอยู่นิดหน่อย เดาว่าเธอคงเห็นทั้งคู่ถึงได้หมุนตัวเดินจากไป        

“เอ่อ…พงษ์จำที่พงษ์เอ่ยกับน้ำวันนั้นได้ไหม” 


อิอิ อิป๋าคนฟอร์มจัดสนใจแต่เมียเนอะ ตามองแต่เมียจ้า แถมยังสละกุ้งให้อีกพ่อคุณ และแล้วเราก็ได้รู้เนอะว่าหมอปี่กับจอมพลเขามีอดีตอะไรร่วมกัน แบบว่าคนที่เคยรักกลายเป็นคนเกลียดเข้าไส้มันก็จะฟาดฟันหน่อยๆ และน้ำตาคลอนิดๆ ว่าแต่!!! หนูน้ำมีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับอิป๋า ให้เดาและไปตามลุ้นๆ กันต่อจ้า รับรองว่าเข้มข้นสุดๆ อิอิ เอ้า…ใครรออยู่ ใครอยากให้ลงอีกในตอนเย็น เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ เด้อจ้า ^^

       E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^   



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น