พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปะทะ (80%)...เอาซี้!!!

ชื่อตอน : ปะทะ (80%)...เอาซี้!!!

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2562 19:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปะทะ (80%)...เอาซี้!!!
แบบอักษร


                            ประกาศด่วน!!!       

        E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^ 



ครั้นเดินมาถึงโต๊ะที่มารดาเจ้ากี้เจ้าการจองไว้ คิริมาก็ถึงกับชะงักกึก มองเจ้าของใบหน้าหล่อคมเข้ม นัยน์ตาเย็นชาติดจะร้ายๆ จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางเฉียบ แถมเหนือริมฝีปากที่เหมือนยิ้มหยันตลอดเวลานั้นยังประดับไปด้วยหนวดเคราดูดิบเถื่อนแต่เร้าใจ สมกับเป็นนายหัวแดนใต้ ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับเจ้าพ่อมาเฟียที่ผงาดขึ้นมาคุมพื้นที่น่านน้ำทะเลอันดามัน จนเป็นที่กล่าวขานตั้งแต่อายุยังน้อย         

“จอมพล…” เสียงหวานติดจะแผ่วเบาราวกระซิบพึมพำชื่อของอีกฝ่าย อย่างไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่มารดาสรรหามาให้ออกเดตด้วยครั้งนี้จะเป็นเขา   

“ใช่ครับ ผมจอมพล อาศิระ” เจ้าของร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างติดจะบึกบึนในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ง่ายๆ แต่หล่อบาดใจสาวๆ ผุดลุกขึ้นด้วยท่วงท่าทระนงองอาจ คลี่ยิ้มบางๆ แต่มีเสน่ห์มาให้ แล้วเคลื่อนกายมาเลื่อนเก้าอี้ให้ด้วยท่าทางสุภาพบุรุษจนผู้หญิงในร้านต่างอิจฉาตาร้อนผะผ่าว           

“เชิญนั่งครับคุณผู้หญิง”

คิริมาทำท่าเลิ่กลั่ก ก่อนจะทรุดกายลงนั่ง ท่าทางเงอะๆ งะๆ เหมือนทำตัวไม่ถูกของอีกฝ่ายทำให้เสือยิ้มยากแห่งน่านน้ำอันดามันถึงกับคลี่ยิ้มเล็กน้อย     

“ทำไมถึงเป็นเราได้ พี่ไม่คิดว่า…”

“พี่ไม่คิดว่าจะเป็นผม ส่วนผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ เพราะไม่ชอบการจับคู่ดูตัว แต่ที่มาวันนี้เพราะสนใจโครงการที่พี่จะเปิดบริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์”      

“แล้วทำไมไม่ติดต่อพี่โดยตรง ถึงไม่มีเบอร์พี่ก็ติดต่อผ่านเมศก็ได้นี่นา”

คิริมาสวนกลับทันควัน  เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนคุ้นเคย ระยะหลังๆ มานี้จอมพลสนิทสนมกับน้องชายเธอมากขึ้นเรื่อยๆ และลามมาถึงครอบครัวเธอ เพราะสองหนุ่มได้มีโอกาสเจอกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่ปรเมศลงไปตรวจงานที่ภูเก็ตจอมพลก็จะเปิดบ้านต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี      

“ไอ้หมอนั่นมันหวงพี่จะตาย ถ้าจะติดต่อพี่ผ่านมันผมคงต้องรอจนแก่หง่อมโน่นล่ะมั้ง”

เจ้าพ่อหนุ่มเอ่ยเหน็บน้องชายของอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ และวาจาเหน็บแนมปรเมศของคนหน้าตายก็ทำให้คิริมาหลุดหัวเราะออกมา      

“ระดับเราไม่ต้องมาร่วมโครงการกับพี่ก็ได้มั้ง พี่จะเริ่มไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กจนขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงพยาบาลในเครือ และโรงพยาบาลที่ไปสร้างพันธมิตรไว้” หลังจากขยับนั่งหน้าเชิดหลังตรงคิริมาก็ร่ายรายละเอียดออกมาให้อีกฝ่ายได้รับฟังอย่างฉะฉาน   

“ไอ้ตอนท้ายนั่นแหละคือสิ่งที่ผมสนใจ พี่ก็น่าจะรู้ว่าผมมันพวกมนุษยสัมพันธ์โคตรยอดแย่ และไม่พิสมัยการไปผูกมิตรกับใคร เพราะงั้นผมเลยต้องอาศัยพี่ไง” จอมพลเอ่ยบอกอย่างจริงจัง คุยกับคิริมาด้วยท่าทางเป็นกันเอง เพราะระยะหลังๆ มานี้ทุกครั้งที่ขึ้นมาทำธุระเรื่องงานที่เชียงใหม่เขาก็มักจะไปเป็นแขกของบ้านจิรกุลเป็นประจำ ยกเว้นครั้งนี้ที่เข้าพักโรงแรม เพราะถือโอกาสพาลูกชายมาเที่ยวด้วย                  

“ดูเราก็ไม่ได้ชอบธุรกิจทางหมอๆ แบบนี้สักเท่าไหร่นี่นา แถมยังเกลียดหมอด้วย แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงเกิดสนใจขึ้นมา หรือเบื่อทะเลแล้วนึกอยากขึ้นมาทำธุรกิจบนบก”      

คิริมาเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ขณะจ้องหน้าอีกฝ่าย อันที่จริงเธอก็ไม่ได้รู้รายละเอียดตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับการแอนตี้หมอของจอมพล แต่ยังคบกับน้องชายเธอเท่าไรนักหรอก บางทีผู้ชายดิบๆ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็เดาใจยาก แถมยังชอบทำตัวมีลับลมคมในที่ยากต่อการคาดเดา           

“ที่พี่พูดก็ถูก ตามที่รู้ๆ กันอยู่ว่าผมเกลียดหมอเข้าไส้ โดยเฉพาะหมอใจร้ายไร้จรรยาบรรณ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อลูกชายผมมันดันชอบพวกเครื่องมือแพทย์”               

“น้องกัปตันเพิ่งเจ็ดขวบเองนะ”

คิริมาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้ยินสิ่งที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าพ่อหนุ่ม เพราะไม่คิดว่าเด็กดื้อน่าหยิกแต่ขี้โรคอย่างลูกชายอีกฝ่ายจะสนใจอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งได้ยินจอมพลบ่นกับน้องชายเธอว่าน้องกัปตันขี้เบื่อ ได้ของเล่นมาก็เล่นแป๊บๆ แล้วโยนทิ้ง         

“เดี๋ยวเขาก็โตจนสามารถบริหารเองได้” ไหล่กว้างไหวเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มลงมองเมนูอาหาร จากนั้นก็เอ่ยสั่งเด็กในร้านที่กำลังถือกระดาษรอจด    

“จะปูทางให้ลูกว่างั้น”

คิริมาชี้เมนูข้าวผัดกุ้ง และต้มยำกุ้ง ให้เด็กในร้านได้จด แล้วเอ่ยอย่างยิ้มๆ สมแล้วที่จอมพลเป็นนักธุรกิจที่ทำเงินต่อปีได้เป็นกอบเป็นกำ ก็มองการณ์ไกลเสียขนาดนั้น    

“ก็ทำนองนั้น”

“งั้นช่วยบอกหน่อยได้ไหม ว่าทำไมเราถึงได้เกลียดหมอนัก” คราวนี้ความสงสัยที่ถูกเก็บมาหลายปีหลุดจากปากคิริมา ซึ่งนั่นก็ทำให้คนฟังถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะ      

“ผมเกลียดเฉพาะหมอบางคนเท่านั้น”  

หลังจากพ่นลมหายใจออกมา จอมพลก็เอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบอ่านอารมณ์ยาก ก่อนจะโบกมือให้ใครบางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้านอาหาร    

คิริมาเผลอหันขวับมองตาม แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาในร้านเป็นธารธารา ปิยฉัตร ตบท้ายด้วยพงษ์สวัสดิ์ที่ความหล่อออร่าพุ่งมาเกือบทิ่มตาสาวๆ ทั้งร้าน เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนส์สีเข้มมีรอยขาดตรงเข่าตามสมัยนิยม ผมสีเทาถูกเซตจัดทรงเสยขึ้นยุ่งๆ ส่งให้ภาพลักษณ์ดูเหมือนเพลย์บอยเถื่อน แถมยังเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งบุรุษเพศ และพอเขาเดินมาหยุดลงที่โต๊ะเท่านั้นแหละสาวๆ ที่แอบเหล่อยู่ก็พากันจ้องเธออย่างอิจฉาตาร้อน เพราะนั่งอยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อกระชากใจ ข้างหน้าหล่อแบบดิบเถื่อนเร้าอารมณ์ ส่วนข้างหลังนั้นหล่อแบบขาวใสออร่าติดจะร้ายๆ สไตล์โอปป้าเกาหลี ซึ่งความเย็นชานั้นสูสีแทบกินกันไม่ลง   

เห็นพงษ์สวัสดิ์แล้วคิริมาก็นึกอยากจะหายตัวได้ ช่วงนี้เธอพยายามหลบหน้าเขา เพราะลำบากใจและเกรงว่าอีกฝ่ายจะถามเรื่องแม่ของเขา อุตส่าห์หลบหน้าตั้งหลายวันแต่สุดท้ายก็มาเจอกันจนได้                 

“ไงวะ”            

เสียงห้าวทุ้มเอ่ยทักทายเจ้าพ่อมาเฟียแดนใต้ที่นั่งอยู่ในฝั่งตรงข้ามกับเธอ แต่คิริมากลับตัวเกร็งและเกือบลืมหายใจไปชั่วขณะ เพราะรู้สึกว่าแผ่นหลังของตนเกือบจะนาบกับหน้าท้องของคนที่จงใจมาหยุดยืนค้ำหัวอยู่ ไหนจะลมหายใจผ่าวระอุที่เป่าราดรดศีรษะของเธอนั่นอีกล่ะ   

โอยยยย…ทำไมโลกมันต้องมากลมตอนนี้ด้วย

แถมสองคนนี้ยังรู้จักกันอีก

“เออ สบายดี แล้วมึงล่ะเป็นไงวะ แต่ดูท่าคงมีความสุขดีพิลึก เล่นควงทีสองคนแบบนี้”  

จอมพลเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขณะเอ่ยเป็นเชิงทักทายกลับด้วยท่าทีสบายๆ เพราะทั้งคู่เคยอยู่ชมรมบาสเกตบอล เล่นฟุตบอล และเล่นกีฬาทางน้ำด้วยกันในสมัยเรียนมหา’ลัย ก่อนที่จอมพลจะซิ่วไปเรียนที่อื่นตอนจะขึ้นปีสอง แต่ก็ยังพูดคุยกันผ่านทางเฟสอยู่ มีบ้างที่จะนัดเจอกันตามร้านเหล้าในยามที่จอมพลขึ้นมากรุงเทพ และเขาก็เพิ่งจะรู้ว่าพงษ์สวัสดิ์ย้ายมาทำงานที่เชียงใหม่เมื่อตอนคุยแชทกันในช่วงบ่ายนี่เอง                     

“แต่ที่รู้ๆ คือมึงปลื้มหมอน้ำอยู่นี่หว่า แล้วนั่นอะไรวะ ตัวแถมหรือไม้กันหมา” เสียงกระด้างที่ไม่มีแววหยอกเย้าเช่นในก่อนหน้าถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากที่เหมือนจะหยันๆ ตลอดเวลา ขณะพยักเพยิดไปทางคนที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆ ธารธารา ซึ่งขยับมายืนด้านหลังของพงษ์สวัสดิ์เพื่อไม่ให้เกะกะทางคนอื่น       

“มึงจะบ้าเหรอ นั่นไอ้ปี่เพื่อนสนิทน้ำเขาเว้ย”

“ไม่ต้องแนะนำ กูแค่ถาม ไม่ได้อยากรู้จัก” วาจาตอกใส่หน้าทำให้คนที่ถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบทสนทนาได้แต่เม้มปากระงับอารมณ์ แต่ยังไม่วายหัวตาร้อนผ่าว  

“เออ! ไอ้คนหยิ่ง! แล้วมึงล่ะมากับใคร” จอมวายร้ายแสร้งถามทั้งที่รู้ดีแก่ใจ และก็ทำให้คนที่ถูกดึงเข้าไปมีเอี่ยวในบทสนทนาของสองหนุ่มถึงกับอึดอัด ทำหน้าไม่ถูก       

“กูก็มากับพี่ครีม พี่สาวของไอ้เมศคู่กัดตลอดกาลของมึงไงวะ” คนที่รู้เพียงแค่ว่าปรเมศกับพงษ์สวัสดิ์เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบันเอ่ยอย่างยิ้มๆ ขณะผายมือไปยังคิริมาคล้ายจะแนะนำให้อีกฝ่ายได้รู้จักมากกว่านั้น หากว่าผู้ที่ยืนกอดอกค้ำหัวเธออยู่ไม่สวนขึ้นเสียก่อน                   

“ไม่ต้องแนะนำหรอก กูก็แค่ถามไปอย่างนั้น เพราะกูน่ะรู้จักเขาดี…ใช่ไหมครับ”

ท้ายประโยคเขาจงใจก้มลงมากระซิบข้างหูเธอ คิริมาทำตัวไม่ถูกเมื่อคำพูดของอีกฝ่ายส่อไปทางความหมายกินนัย ใบหน้านวลร้อนวาบด้วยความกระดากอาย เพราะถึงใครไม่รู้แต่เธอรู้ดีแก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ไม่รู้ว่าเสียงกระซิบยั่วเย้าหรือเพราะลมหายใจร้อนๆ กันแน่ที่ทำให้เหมือนมีไอร้อนแล่นวูบวาบพล่านไปทั้งสรรพางค์กาย แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคือหัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก พอเอียงหน้าหลบไปอีกทางเขาก็หัวเราะกลั้วลำคอหนาอย่างน่าหมั่นไส้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าตัวร้ายกำลังสำราญกับการทำให้เธอแทบจิตหลุด...


หุหุหุ งานนี้มาหลายคู่จ้า เพราะนอกจากอิป๋ากับหนูครีมแล้ว ยังมีอดีตเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออย่างจอมพลกับหมอปี่อีก แต่แหม…น่าหมั่นไส้อิป๋าเนอะ ทำเป็นมายืนข่มขวัญเมีย ทำให้เขาสติแตกไปอี๊ก อิอิ เอ้า…ใครรออยู่ ใครอยากอ่านตอนต่อไปแบบรัวๆ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า ตอนแรกว่าจะงดสักสองวัน แต่เห็นมีคนเม้นท์เยอะกำลังใจมาเพียบเลยมาอัพให้จ้า ปวดขากับปวดหลังมาเหมือนใครเอาค้อนมาทุบเลยจ้า อ่านนิยายแล้วเป็นยังไงเม้นท์มาบอกกันบ้างนะคะ ^^

       E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^  



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น