กระจ่างดาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

BABY WANG loading...100% Happy Ending

ชื่อตอน : BABY WANG loading...100% Happy Ending

คำค้น : กระจ่างดาว,JackJae,BNyoung,MarkBam,,FicGot7,18+,Mpreg

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2562 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BABY WANG loading...100% Happy Ending
แบบอักษร

- BABY WANG –

ภายในห้องพักคนไข้ที่ถูกทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสองคุณแม่ลูกอ่อนที่คลอดในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน ภายในห้องพักเลยเต็มไปด้วยสองคุณพ่อมือใหม่อย่างเจบีและมาร์คที่เดินไปเดินมาเพราะกำลังวุ่นวายกับการรับทารกตัวน้อยทั้งสองที่พยาบาลกำลังพากลับมาที่ห้องเนื่องจากคลอดก่อนกำหนดไม่มากจึงพักปรับอุณหภูมิอยู่ในตู้อบแค่เจ็ดวันก็สามารถออกมาอยู่ห้องปกติได้


“วันนี้ดิ้นเยอะจังครับ หิวอ๊ะเปล่าลูก”

“ดิ้นใหญ่เลยครับ”


ภาพที่ไม่ว่าหมอหรือพยาบาลที่เข้ามาตรวจร่างกายคุณแม่ลูกอ่อนที่มักจะเห็นเป็นประจำก็คงจะเป็นภาพของคุณพ่อแฝดกับคุณแม่แฝดที่นั่งนับจำนวนครั้งการดิ้นของสามแฝดตามที่เคยได้เรียนมา แรกๆแจ็คสันก็เหมือนจะยังงงๆแต่พอเริ่มนับเป็นก็แทบจะหยุดนับไม่ได้เลย ไหนจะเป็นเรื่องการดูทิศทางว่าศรีษะของเด็กจะอยู่ตรงไหน พอเริ่มที่จะพอเข้าใจก็ใกล้ได้เจอกับเจ้าสามแฝดเต็มที


“เจ็บไหมครับ อย่าดิ้นแรงมากสิครับลูกเห็นไหมว่าม๊าเขาเจ็บ”

“ลูกสาวของพี่ก็ดิ้นแรงแต่แค่คนเดียวไง นี่ตั้งสามคน...ทนหน่อยนะยองแจเดี๋ยวก็คลอดแล้วใช่ไหม”


คุณแม่แฝดพยักหน้ารับพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ถึงแม้ว่าจะรับรู้ได้ถึงการดิ้นของเด็กๆมาเป็นเดือนแล้วแต่ทุกครั้งที่เด็กๆดิ้นก็ยังคงเจ็บหน่วงๆที่ท้องอยู่ทุกครั้ง ยิ่งนับวันเด็กๆก็ยิ่งพากันดิ้นแรงยิ่งขึ้น


“เด็กๆมาแล้วครับ”


คุณแม่แฝดพูดขึ้นเมื่อประตูเปิดออกแล้วเห็นพยาบาลเข็นเตียงๆที่นอนอยู่ในเตียงสำหรับทารกเข้ามาสองคุณพ่อต่างกระดี๊กระด๊าเดินเข้าไปรับลูกชายลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนกันอย่างลืมมาด ทารกน้อยทั้งสองร่างกายอ้วนท้วมสมบูรณ์ เนื้อตัวอมชมพูเช่นเด็กแรกเกิดทั่วไปนอนหลับตาพริ้มอยู่ในห่อผ้าอ้อมสำหรับห่อเด็กทารกตัวน้อย ทั้งเจบีและมาร์คต่างเข็นทารกน้อยเข้าไปหาคนเป็นแม่ที่นอนพักฟื้นอยู่บนเตียงก่อนจะค่อยๆอุ้มทารกตัวน้อยขึ้นให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ได้อุ้มเป็นครั้งแรก


ภาพที่จินยองและแบมแบมอุ้มเด็กทารกน้อยเอาไว้กับอกอุ่นพลอยทำให้คุณพ่อคุณแม่แฝดที่ได้เห็นภาพอดจะตื่นเต้นกับทั้งสองครอบครัวไม่ได้อีกไม่ถึงเดือนแล้วที่ทั้งสองคนจะได้เห็นหน้าสามแฝดสักทีหลังจากที่รอเวลามานานกว่าแปดเดือน


“ไปดูหน้าหลานกันดีกว่าครับ”


คุณแม่แฝดเอ่ยชวนก่อนจะวงแขนหนาจะประคองร่างอวบของคุณแม่แฝดไปยังเตียงของจินยองก่อนเป็นลำดับแรก ทารกน้อยที่ถูกห่ออยู่ในผ้าอ้อมเนื้อดีนอนหลับตาพริ้มอยู่ในวงแขนของผู้เป็นแม่ ใบหน้าหวานหยาดราวกับน้ำผึ้งเดือนห้าของเด็กน้อย ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวได้แม่มาเต็มๆ รอยยิ้มสวยระบายชัดบนใบหน้าของคนเป็นแม่ยามที่มองดูลูกน้อยของตัวเอง จากวันแรกที่รู้ว่าตัวเองมีก้อนเลือดอยู่ภายในตัวก็ไม่คิดว่าตัวเองจะประคับประคองก้อนเลือดนี้จนเติบโตมาเป็นเด็กทารกที่น่ารัก น่าทะนุถนอม เป็นแก้วตาดวงใจให้เขาได้อย่างทุกวันนี้ ก็คงต้องขอบคุณสามีของตัวเองในหลายๆเรื่อง ต้องขอบคุณที่ร่วมฝ่าฝันกันมาจนมีวันนี้ได้และก็คงจะขอบคุณที่ไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากกันเลยแม้แต่วินาทีเดียว


“ขอบคุณนะครับ”


คำขอบคุณสั้นๆที่ถูกส่งผ่านออกมาจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี จินยองพยักหน้าน้อยๆก่อนจะพูดคำเดียวกันออกมา คงมีแต่คำว่าขอบคุณเท่านั้นที่จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในจิตใจได้ แจ็คสันสะกิดแขนภรรยาตัวเองเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนน่าจะกำลังต้องการเวลาเป็นส่วนตัว


“แบมยังเจ็บอยู่ไหม”

“อืม แต่เห็นหน้าลูกก็หายเจ็บเลย”

“ดีใจด้วยนะครับคุณมาร์ค ยินดีด้วยนะแบม หลานน่าเกลียดน่าชังมากๆ”


มาร์คพยักหน้ารับก่อนจะหันไปสนใจทารกเพศชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่จะมีบ้างที่ตัวเล็กขยับนิดหน่อยแต่ก็หลับไปอีก หน้าของทารกเพศชายที่ถอดแบบแบมแบมออกมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยนจะมีก็แต่เค้าโครงหน้าและจมูกโด่งเป็นสันราวกับพิมพ์คนเป็นพ่อออกมาเท่านั้นที่ต่างไป แต่จะว่าโดยรวมแล้วทารกตัวน้อยก็คล้ายกับว่าจะโขกคนเป็นพ่อเป็นแม่ออกมาอย่างตั้งใจ คงจะเพราะว่าใบหน้าของมาร์คและแบมแบมที่ละม้ายคล้ายกันเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้วด้วย


“ขอบคุณที่อดทนคนที่เอาแต่ใจแบบผมนะครับพี่มาร์ค”


คำพูดของแม่ลูกอ่อนอย่างแบมแบมทำเอาคุณแม่แฝดถึงกับแทนมาร์คอย่างแรง ใครจะรู้ว่าเพลย์ตัวพ่ออย่างมาร์คจะทิ้งลายเสือตัวพ่อทิ้งมือที่เคยถือแก้วเหล้า แก้วเบียร์ มีจับผ้าอ้อมได้ ไม่นานทั้งแจ็คสันและยองแจก็ขอตัวกลับบ้านปล่อยให้ทั้งสองครอบครัวแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับเจ้าตัวน้อยกันไปเพราะใกล้เวลาอาหารเย็นและแจ็คสันก็ต้องการให้ยองแจพักผ่อนให้มากเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน


ห้องนอนของเจ้าสามแฝดสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ภายในห้องประกอบไปด้วยเครื่องตกแต่งสำหรับเด็กมากมาย ทั้งหมดล้วนเป็นคุณนายหวังเองที่เลือกนั่นช็อปนี่ใส่ในห้องของทารกตัวน้อยอย่างเมามันส์ อุปกรณ์สำหรับเด็กไม่ว่าจะเป็น เปลไกว เบาะรองคลาน เป้อุ้มเด็ก เครื่องนึ่งขวดนม ตู้แช่แข็งสำหรับเก็บน้ำนมหรือแม้กระทั่งคาร์ซิทก็ยังไม่เว้นและทุกอย่างล้วนมีอย่างละไม่ต่ำกว่าสามชิ้นทั้งนั้น จะเว้นก็แต่เครื่องนึ่งขวดนมที่คุณนายหวังบอกว่ามีแค่ชิ้นเดียวก็คงจะพอ


“หมวยเป็นอะไรครับเฮียเห็นคลำหน้าอกมาสักพักแล้วนะ”


แจ็คสันถามขึ้นก่อนที่ตัวเองจะเข้าไปอาบน้ำก็เห็นคุณแม่ตัวน้อยคลำบริเวณหน้าอกตัวเองอยู่พักใหญ่จนเขาออกจากห้องมาก็ยังไม่หยุด ร่างหนาเดินไปนั่งลงข้างๆคุณแม่แฝดที่นั่งอยู่ภายในที่นอนของคนท้องในท่าเอนหลังพิงหัวเตียง


“หมวยเจ็บหน้าอกอ่ะเฮีย”


คุณแม่แฝดถึงกับหน้างออาจจะเพราะใกล้คลอดน้ำนมก็คงเริ่มผลิตอาการปวดคัดที่บริเวณหน้าอกก็เริ่มมากขึ้นเป็นอย่างที่แม่สามีอย่างคุณนายหวังบอกเอาไว้ไม่มีผิดแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะปวดขนาดนี้ ยิ่งถ้าคลอดแล้วคงได้ปวดมากกว่านี้แน่ ถึงแม้แบมแบมกับจินยองจะแนะนำให้นวดกระตุ้นน้ำนมเพราะมันสบายแต่ยองแจก็เขินเกินกว่าที่จะไปให้คนอื่นนวดให้


“เฮียจะทำอะไรครับ”

“นั่งนิ่งๆเดี๋ยวเฮียนวดให้ รับรองคืนนี้หลับสบายแน่”


แจ็คสันไม่ได้ตอบเพียงแต่เดินกลับออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับกะละมังใบเล็กและผ้าผืนเล็กในมือ ผ้าขนหนูผืนเล็กถูกชุบลงกับน้ำในกะละมังและยองแจก็เพิ่งรู้ว่ามันเป็นน้ำอุ่นตอนนี้คนที่เป็นสามีขึ้นมานั่งซ้อนที่ด้านหลังของตนเองก่อนจะค่อยๆปลดกระดุมเสื้อนอนออกจนเผยให้เห็นหน้าอกของคุณแม่แฝดที่ตึงเต็มมือจนน่าขยำถ้าไม่ติดว่าอีกคนจะเจ็บและอาจเกิดการอักเสบได้และนั่นก็เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดของคุณแม่แฝดเช่นเดียวกันกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด เป็นต้น ผ้าขนหนูที่ถูกชุบด้วยน้ำอุ่นถูกมือหนาบรรจงเช็ดลงตรงช่วงหน้าอกของคุณแม่แฝดเบาๆทั้งสองข้าง ใบหูบางขึ้นสีแดงเป็นปื้นก่อนจะถูกริมฝีปากหนาของคุณพ่อแฝดงับเข้าไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว


“งื้อ~ อย่าแกล้งสิครับ”

“สบายไหม...”


น้ำมันสกัดบริสุทธิ์ถูกเทลงใส่ในฝ่ามือหนา คุณพ่อแฝดถูฝ่ามือทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยน้ำมันเข้าด้วยกันก่อนที่จะค่อยๆทาบฝ่ามือลงบริเวณหน้าอกของคุณแม่แฝดที่เหมือนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งนิ่งๆให้คนเป็นสามีนวดให้


“นี่นะต้องนวดหมุนวนไปมาแบบนี้เบาๆ ก่อนนวดก็ต้องประคบด้วยน้ำอุ่นก่อนเพื่อทำความสะอาดแล้วก็เตรียมพร้อมสำหรับการกระตุ้นน้ำนม...”


ปากก็พูดมือก็วางทาบตรงบริเวณหน้าอกในท่าลักษณะแบมือหัวนิ้วโป้งแนบชิดติดกันนวดหมุนวนติดกันไปมาเบาๆเป็นการนวดจากด้านในออกไปด้านนอก


“เฮียนวดสบายจัง งื้อ~~~อย่าบีบสิเฮีย”

“เฮียขอโทษ มันอดไม่ได้จริงๆ เจ็บมากไหม”


คุณแม่แฝดได้แต่ส่ายหน้าไปมา มาบอกขอโทษแล้วบอกว่ามันอดไม่ได้กันโต้งๆแบบนี้ก็ต้องมีเขินอายกันบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งอยู่ในลักษณะที่แนบชิดกันขนาดนี้ก็ไม่วายให้คิดลึกมากขึ้นไปอีกแต่เพราะหากเกิดทำอะไรขึ้นมาตอนนี้มีหวังได้คลอดก่อนกำหนดแน่นอน ยิ่งเป็นท้องแฝดการคลอดก่อนกำหนดนั้นยิ่งมีเปอร์เซ็นสูงมากอยู่แล้ว


“เฮียไปเรียนมาตอนไหนครับเนี่ย ทำไมหมวยไม่เคยรู้เลยว่าเฮียนวดแบบนี้ได้ด้วย”


คุณแม่แฝดเอ่ยถามขณะที่คนเป็นสามีบอกว่าการนวดกระตุ้นน้ำนมก็มีอยู่ด้วยกันไม่กี่ท่าและก็บอกว่าตอนไหนควรนวด ตอนไหนไม่ควรนวด เช่นถ้าเต้านมมีอาการอักเสบ ปวดบวม ก็ไม่ควรนวดเพราะมันจะยิ่งทำให้ติดเชื้อและยิ่งทำให้อาการนั้นแย่ลงกว่าเดิมได้


“ก่อนหน้าที่เฮียไปนอนออฟฟิศหลายๆวันนั่นแหละ พวกเฮียบีกับมาร์คก็พากันแห่ไปเรียนที่นั่นเกือบทุกวัน”

“ถึงว่าพี่จินยองถึงได้บอกว่าให้นวดกระตุ้นน้ำนมเพราะว่ามันสบายนี่เอง”

“ชอบไหม เอาไว้ต่อไปนี้เฮียจะนวดให้ทุกคืนเลย”

“งื้อ~~~”


มือหนาเริ่มละจากหน้าอกเต่งไปหาหน้าท้องที่นูนใหญ่ขึ้นมาพลางลูบไปมาเบาๆ ริมฝีปากหนากดซับไหล่ลาดบางของคุณแม่แฝดพลางขบเนื้อบางอย่างหมั่นเขี้ยว กลิ่นหอมอ่อนๆของคุณแม่กับน้ำเสียงออดอ้อนยิ่งทำให้คุณพ่อแฝดอยู่ไม่สุขมือไม้ก็เริ่มสะเปะสะปะจนคุณแม่แฝดต้องร้องห้ามเสียงหลงก่อนที่อะไรจะเลยเถิด ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาแจ็คสันจะควบคุมตัวเองไม่ให้รังแกคุณแม่แฝดได้อย่างดีก็ตาม


“สงสัยต้องรีบตักตวงไว้ก่อน ถ้าเจ้าแฝดคลอดป๊ามันต้องถูกปล่อยให้อดอยากแน่ๆ”

“งื้อ~~~”


ริมฝีปากหนาขโมยจูบริมฝีปากอวบอิ่มของคุณแม่แฝดไปหนึ่งทีก่อนจะไล่เลียกลีบปากหวานฉ่ำจนพอใจ มือหนาประคองใบหน้าหวานให้หันมารับจุมพิตหวานๆของตนพลางไล่เกลี่ยพวงแก้มกลมใสอย่างรักใคร่ มือเรียวยกขึ้นมาจับท่อนแขนของสามียึดเอาไว้พลางรับจูบแสนหวานอย่างเต็มใจ อาการหน่วงที่หน้าท้องคุณแม่แฝดเกิดขึ้นเบาๆจนมือบางอีกข้างต้องละลงไปลูบหน้าท้องของตนเองเพื่อเป็นการปลอบขวัญเด็กน้อย


...ขอเวลาให้ป๊าบ้างเดี๋ยวป๊างอแง...


“ตาแจ็ค นั่นจะแต่งตัวไปไหนล่ะน่ะ”

“ผมต้องเข้าไปประชุมสำนักงานใหญ่ครับม๊า คราวนี้ไม่ไปไม่ได้ด้วยครับ…”


คุณพ่อแฝดหันไปพูดกับคนเป็นแม่หลังจากที่เห็นแจ็คสันแต่งตัวใส่สูทเต็มยศเดินหอบกระเป๋าเอกสารเดินลงบันไดมาโดยที่ไม่เห็นลูกสะใภ้ของตัวเองเดินลงมาด้วยทั้งที่ปกติทุกเช้าจะต้องเห็นลูกชายของตัวเองเดินประคองร่างอวบอ้วนของคุณแม่เดินลงมาด้วย แต่เพราะวันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้นของทางฝั่งผู้ถือหุ้นทางยุโรป ที่จริงจะเรียกว่าเป็นการประชุมก็ออกจะดูเป็นทางการไปสักหน่อยเรียกว่าไปแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการบริหารก็อาจจะเหมาะมากกว่า


“แต่วันนี้ลูกจะกลับมาพาอาหมวยของม๊าไปโรงพยาบาลใช่ไหม”

“แน่นอนครับ ม๊าครับ…ผมฝากเมียผมด้วยนะครับแล้วผมจะรีบกลับมา ผมรักม๊านะครับ”


ฝ่ามือเรียวบางลูบใบหน้าหล่อเหลาของคนที่เป็นลูกชายหลังจากจมูกโด่งเป็นสันฝังกดลงบนแก้มของคนเป็นแม่หนักๆทั้งสองข้างก่อนจะเดินออกจากบ้านไป ถึงแม้ว่ากำหนดคลอดจะเกือบสี่อาทิตย์แต่เพราะว่าคนรอบข้างของแจ็คสันอย่างเช่น จินยองและแบมแบมมีประสบการณ์คลอดก่อน กำหนดจึงทำให้แจ็คสันเกิดความกังวลและทำการจองห้องพิเศษไว้กับทางโรงพยาบาลทันที เพราะตอนนี้เจ้าสามแฝดก็มีอายุได้สามสิบเอ็ดสัปดาห์แล้วย่งด้วยเป็นท้องแฝดแจ็คสันจึงไม่ไว้ใจให้ยองแจอยู่ที่บ้านต่อไปอีก แต่จนแล้วจนรอดก็มีเรื่องให้คุณพ่อแฝดต้องทิ้งการประคบประหงมคุณแม่แฝดไปทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


“เป็นยังไงบ้างคะคุณแม่ พร้อมไปนอนโรงพยาบาลรึยังเอ่ย”


คุณนายหวังเอ่ยถามคุณแม่แฝดอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นอีกคนยังอยู่ในชุดนอนเหมือนกับว่าเพิ่งตื่น ท่าทางงัวเงียบวกกับผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรงทำให้คุณนายหวังอดจะหมั่นเขี้ยวอีกคนไม่ได้ มือเรียววางถาดอาหารในมือลงก่อนจะลูบศรีษะของคุณดแม่แฝดสองสามที คุณแม่แฝดเผยยิ้มน้อยๆพลางเอ่ยทักทายแม่สามีอย่างเช่นทุกเช้า แรงกระทุ้งเบาๆเกิดขึ้นที่หน้าท้องนูนใหญ่เหมือนเป็นคำทักทายจากเจ้าสามแฝดถึงคนเป็นย่า


“เจ้าแฝดดิ้นทักน่ะครับ”

“ทักกันแต่เช้าเลย เพลาๆหน่อยลูกเดี๋ยวแม่เขาเจ็บ”


คุณแม่แฝดยิ้มบางๆก่อนจะมองไปรอบๆห้องที่ปกติจะเห็นคนเป็นสามีเดินไปเดินมาเพียงแต่เช้านี้เขายังไม่เห็นเงาของคนเป็นสามีเลยแม้แต่น้อย


“มองหาพี่เขาเหรอลูก”

“เฮียแจ็คไปไหนเหรอครับม๊า”

“นี่ตาแจ็คไม่ได้บอกเราเหรอว่าไปทำงานน่ะ”

“เปล่าครับ งานด่วนเหรอครับ…ไม่เป็นอะไรหรอกครับม๊า ทำงานที่บ้านมาตั้งนานแล้วให้ออกไปทำงานนอกบ้านบ้างก็ดีแล้วครับไปเปิดหูเปิดตา มัวแต่เอาเวลามาดูแลผมไม่เป็นอันทำงานเลยสักวัน”


คุณแม่แฝดเอ่ยบอกแม่สามีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าไม่พอใจคนเป็นลูกที่ออกไปทำงานแต่ไม่ยอมบอกคนท้องซะก่อน ดีหน่อยที่ลูกสะใภ้ของคุณนายหวังเป็นคนที่มีเหตุผลพอสมควรหากไม่อย่างนั้นลูกชายของเธอคงไม่พ้นโดนคุณแม่แฝดงอนเข้าให้แน่นอน


“เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับค่อยมากินข้าว”

“ไม่ต้องปิดห้องนะแล้วเดี๋ยวม๊ารออยู่ในห้องเนี่ยแหละ ถ้าเกิดอะรขึ้นตะโกนเรียกม๊าเลยนะ ต้องเรียกทันทีด้วยรู้เปล่า”


ใบหน้าหวานพยักหน้ารับคำก่อนจะค่อยๆลุกเดินไปทางห้องน้ำช้าๆโดยที่มีคุณนายหวังคอยช่วยพยุงร่างกลมตุ้ยนุ้ยอยู่ไม่ห่าง 


“ม๊าทานข้าวหรือยังครับ ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ”


คุณนายหวังมองหน้าคุณแม่แฝดที่ยืนยิ้มร่าจนคุณนายหวังวางใจก่อนจะเดินมารอที่โต๊ะนั่งเล่นภายในห้อง อันที่จริงหน้าที่ดูแลคุณแม่แฝดเป็นของลูกชายของเขาที่วันนี้กลับมีงานเร่งด่วนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้


“อ่ะ ขอม๊าอาบน้ำก่อนนะครับเดี๋ยวม๊าหาของอร่อยให้กินนะครับ”


มืออวบลูบเข้าที่หน้าท้องนูนของตัวเองทันทีที่รับรู้ถึงแรงถีบหนักๆของเจ้าตัวเล็กพลางพูดสื่อสารกับเด็กๆที่ดูท่าจะไม่หยุดทักทายกันง่ายๆ ร่างของคุณแม่ค่อยๆทรุดนั่งลงเอาหลังพิงพื้นที่กว้างที่สามารถนั่งได้สบายๆตรงขอบอ่าง สองมือลูบเบาๆที่หน้าท้องถี่ๆเมื่อแรงเตะหน่วงของเด็กๆค่อยๆหนักขึ้นจนคุณแม่แฝดรู้สึกไม่สบายใจเมื่อคิดไปถึงวันที่เห็นจินยองมีอาการปวดท้องและคลอดก่อนกำหนดแต่ไม่นานแรงเตะหน่วงที่บริเวณหน้าท้องก็ค่อยๆจางลงจนคุณแม่แฝดสามารถทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองได้โดยที่ไม่มีอาการปวดอีกจนกระทั่งแต่งตัวเสร็จอาการปวดท้องจึงกลับมาอีกครั้งและเริ่มมีอาการปวดที่รุนแรงมากเพิ่มขึ้นอีกและดูเหมือนว่าจะครั้งนี้จะมากขึ้นกว่าเดิม


“ไม่ดื้อนะครับ อึก!! เฮียทำไงดี...ป๊าไปงานเดี๋ยวก็กลับนะครับ ”


เพราะทุกครั้งเวลาที่เด็กๆดิ้นทักทายไม่ว่าจะก่อนเวลาอาหารหรือหลังอาหารคุณพ่อแฝดก็จะเป็นคนที่คอยกล่อมเด็กๆอยู่เสมอและทุกครั้งมันก็มักจะได้ผล ช่วงเวลาที่เด็กๆจะฟังคุณแม่แฝดก็คงมีแต่ตอนที่มีคุณพ่ออยู่ด้วยเท่านั้น...เด็กๆชอบให้อยู่กันแบบพร้อมหน้า


ร่างอวบของคุณแม่แฝดค่อยๆทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหนาพลางลูบหน้าท้องตัวเองซ้ำไปมาแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่คุณแม่แฝดทำนั้นไม่ได้ช่วยให้อาการปวดท้องบรรเทาลงเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหวานส่ายไปมาเมื่อรู้สึกว่าเริ่มไม่ค่อยสบายตัวเท่าที่ควร ดวงตากลมรื่นน้ำตาใสมองไปรอบๆห้องเมื่อพบว่าห้องทั้งห้องว่างเปล่าไม่มีวี่แววของใครสักคนความกลัวก็ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ ใบหน้าหวานเหยเกหยาดน้ำตาค่อยๆไหลรินลงมาอย่างช้าๆ เหงื่อผุดขึ้นทั่วกรอบหน้าหวานในขณะที่มือค่อยๆเอื้อมไปยังตู้วางของที่อยู่ตรงหัวนอนสิ่งที่ต้องการมีเพียงโทรศัพท์เครื่องบางเท่านั้น


“ฮือออ เฮีย โอ๊ย!! เฮียแจ็ค ฮือออ ปวดท้อง จ แจ ปวด ฮึก!!!”


มืออวบเปลี่ยนจากการลูบที่หน้าท้องเป็นการเค้นที่หน้าท้องตัวเองแทนเพียงเพื่อหวังให้ความเจ็บปวดค่อยๆคลายลงแต่ทุกอย่างที่ทำไปก็เหมือนจะสูญเปล่าเพราะยิ่งทำก็ยิ่งปวดหน่วงมากขึ้นจนทำได้แค่ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบหน้าแก้มใสที่เริ่มแดงก่ำมากขึ้นเท่านั้น


แก่ก!!


“ยองแจ!! ยองแจเป็นอะไรลูก”

“ม ม๊า ฮือออออ”

“ปวดท้องเหรอ!! ปวดมากไหมลูก ไม่ต้องร้องนะ อาฟง!!! อาฟงอยู่ไหมเอารถออกให้หน่อยเร็ว!! ใจเย็นๆนะลูกม๊าอยู่ตรงนี้แล้วไม่ต้องกลัวแล้วนะ...ตาแจ็ค”


เป็นคุณนายหวังที่ตั้งสติได้และคว้ามือถือของตัวเองต่อสายหาลูกชายตัวเองทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะยุ่งอยู่กับการประชุมรึเปล่าเพราะไม่ว่ายังไงวินาทีนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือลูกสะใภ้ของเธอและเด็กๆทั้งสามเท่านั้น




Jackson’s Part

“วันนี้คุณดูไม่ค่อยมีสมาธิเลยนะคุณแจ็คสัน”

“ขอโทษนะครับมีเรื่องให้ผมต้องคิดเยอะไปหน่อย...ผมว่าในส่วนของฐานตลาดเครื่องดื่มในยุโรปผมคงต้องศึกษาอีกเยอะครับ ทั้งเรื่องรสนิยมและก็ความต้องการ...ผมยังมีความรู้ไม่มากพอแต่ถ้าเป็นเรื่องการตลาดในส่วนของการเพิ่มยอดขายผมคิดว่าผมสามารถจัดการส่วนนี้ได้ดีนะครับ ดูจากยอดขายย้อนหลังไปสิบไตรมาส มันน่าพอใจมากทีเดียว...”

“แน่นอน ผมพอใจมาก คุณพิสูจน์แล้วว่าการตลาดของคุณยอดเยี่ยมมากทั้งที่อายุคุณน้อยขนาดนี้แต่สามารถเพิ่มยอดขายให้ทางเราได้ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่น้อยเลย”


Rrrrr Rrrrr Rrrrr Rrrrr


“ขอโทษนะครับ...”


ผมขออนุญาตมิสเตอร์แบร์นาร์ดออกมารับสายที่สำคัญแต่น่าแปลกไปหน่อยที่คราวนี้เป็นแม่ผมที่โทรมาไม่ใช่คุณแม่ตัวน้อยที่อาจจะกำลังรอสามีอย่างเขากลับไปบ้าน


“ครับม๊า เมียผมเป็นยังไงบ้างครับ”

(“ตั้งสตินะตาแจ็ค...เมียแกกำลังจะคลอดรีบมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ม๊ากำลังพาเมียแกไปโรงพยาบาล”)

“เดี๋ยว ด เดี๋ยวนะม๊า หมวยกำลังจะคลอดเหรอ!! เดี๋ยว ผมกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละม๊า ม๊าเดี๋ยวขอผมได้ยินเสียงเมียผมหน่อย”

(“ฮือออออ แจกลัว อื้อ!! เฮีย ฮึก!! เฮีย แจกลัว...แจกลัว เฮีย...”)

“ไม่ต้องกลัวนะครับ เฮียกำลังไปนะ อดทนเอาไว้นะครับ เฮียขอโทษที่ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนนะครับ...ม๊า ผมกำลังไป ฝากอยู่เป็นเพื่อนหมวยก่อนนะม๊า...ม๊าอย่าวางนะ”


ทั้งดีใจและก็ตกใจในคราเดียววินาทีที่ได้ยินเสียงหวานๆลอดผ่านโทรศัพท์เครื่องบางออกมา เสียงร้องไห้คร่ำครวญราวกับว่ากำลังจะขาดใจทำให้ผมทิ้งความสนใจทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลังตอนนี้ผมสนใจแต่ลูกกับเมียผมเท่านั้น ผู้ถือหุ้นอะไร รายใหญ่แค่ไหน ผมไม่สน


“เฮ้ยู!! เรายังคุยธุระกันไม่เสร็จเลยนะ...”

“เมียผมกำลังจะคลอด เข้าใจไหมว่าผมกำลังจะได้เจอลูก ผมกำลังจะได้เจอเจ้าแฝด!!”


ผมพ่นภาษาอังกฤษใส่มิสเตอร์แบร์นาร์ดรัวๆก่อนจะไม่ได้ให้ความสนใจอีกคนอีกต่อไปเพราะวินาทีต่อมาผมก็กระโดดขึ้นเมย์ที่อยู่ด้านหน้าห้างไปซะแล้วทั้งๆที่รถส่วนตัวของผมก็มีเพียงแต่ตอนนั้นผมกลับไม่มีเวลารั้งรอให้รถมาจอดเทียบแล้วเดินทางต่อไปได้ ตอนนี้ขอแค่ได้ไปเจอคุณแม่ตัวน้อยให้เร็วที่สุดเท่านั้น


“ม๊าครับ เอามือถือวางแนบกับท้องเมียผมให้ทีครับผมจะคุยกับเด็กๆ”

“เด็กๆครับอดทนหน่อยนะ อีกนิดเดียวก็ได้เจอกันแล้ว รอป๊าก่อนนะครับป๊ากำลังไปหา...อย่าเพิ่งดื้อกับม๊านะครับ ฮึก!!  ม๊าเขาเจ็บรู้ไหม”


ทั้งๆที่ผมไม่ได้จะร้องไห้ง่ายๆแต่แค่พูดว่ายองแจจะเจ็บผมกลับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างง่ายดาย ผมรู้ว่าคนในรถกำลังมองผมเพราะเสียงที่ผมพูดออกไปก็ไม่ใช่เบาแถมผมยังปล่อยโฮออกมาอีกแต่นั่นแหละ ตอนนี้ผมสนใจแค่เมียและลูกของผมเท่านั้น เพราะว่าตรงห้างที่ผมอยู่นั้นตั้งอยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลที่ผมจองเอาไว้เท่าไหร่ทำให้ผมมาถึงที่ก่อนที่ยองแจจะมาถึงผมจึงได้แต่เดินวนไปมาตรงด้านหน้าห้องที่เขียนบอกว่าเป็นห้องคลอดเท่านั้น ผมที่อยู่ในชุดฆ่าเชื้อโรคมืองพยาบาลและหมอเริ่มเดินเข้าออกกันอย่างประปราย หัวใจผมคล้ายว่ากำลังจะหยุดเต้นเมื่อคนในสายบอกว่าถึงโรงพยาบาลแล้วและไม่นานเตียงที่เข็นยองแจก็ถูกเข็นเข้ามา ใบหน้าหวานที่เคยมีแต่รอยยิ้มตอนนี้หลงเหลือแค่เพียงน้ำตาอุ่นๆที่ไหลรินลงมาไม่ขาดสายและเนื้อตัวที่แดงก่ำ มืออวบบีบมือผมแน่นจนผมรู้สึกเจ็บแต่นั่นก็คงไม่เท่ากับความเจ็บของยองแจที่กำลังได้รับอยู่ในตอนนี้ ผมสาวเท้าเดินตามเตียงที่ถูกเข็นเข้าไปด้านในห้องคลอดด้วยความว่องไว


“เฮีย แจกลัว ฮืออออ อยู่กับแจ ฮืออออ อยู่กับแจนะ อย่าทิ้งแจนะ ฮึก!! อยู่กับแจนะเฮีย”


ผมพยักหน้าให้อีกฝ่ายพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลซ้ำลงมาอีกรอบ...หากเลือกได้ผมก็อยากที่จะเจ็บแทนอีกฝ่ายซะเอง


อีกไม่นานก็ได้เจอกันแล้ว...เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว


“เฮียจะอยู่ตรงนี้ ไม่เป็นไรนะครับเฮียอยู่กับหมวยตรงนี้นะครับ...เฮียรักหมวยนะ เฮียรักหมวยนะครับ”


---50%---

ภายในห้องคลอดเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ทั้งที่พอจะเคยเห็นอยู่บ้างและก็เครื่องมือหน้าตาประหลาดที่ก็เพิ่งจะเคยเห็น อากาศภายในห้องคลอดเย็นฉ่ำเพราะเครื่องปรับอากาศที่ถูกติดตั้งเอาไว้ ทั้งหมอและพยาบาลเดินสวนกันไปมาเตรียมพร้อมทำคลอดให้คุณแม่ตัวน้อยที่นอนตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง ยิ่งมองผมก็ยิ่งสงสารคนที่นอนอยู่จับใจเครื่องอะไรต่อมิอะไรถูกต่อเข้ากับร่างกายของยองแจเต็มไปหมดอีกทั้งผ้าคลุมที่คลุมอยู่บนตัวของอีกคนนั่นทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของคนท้องก็วันนี้...ห้องคลอดน่ากลัวจริงๆ

“ไม่ต้องกลัวนะครับเดี๋ยวก็ได้เจอเด็กๆแล้ว”

“เฮีย แจกลัว”

คำพูดของคุณหมอเจ้าของเคสดังขึ้นแบบนั้นรู้สึกได้ทันทีว่าหัวใจของตัวเองยิ่งเต้นเร็วขึ้น และเร็วเข้าไปอีกยามที่เห็นหมอหยิบมีดสำหรับผ่าตัดขึ้นมา ผมพยายามซับน้ำตาของยองแจที่ไหลรินลงมาเป็นทางตอนที่หมอลงมีดตรงหน้าท้อง เลือดสีแดงฉานค่อยๆไหลรินลงจนผมทนมองต่อไปไม่ได้ ผมไม่ใช่คนที่กลัวเลือดหรือกลัวเข็มหรือแม้กระทั่งการผ่าตัดแต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกกลัวจับใจ กลัวแทนคนที่กำลังรับมีดหมอที่คมกริบ กังวลแทบทุกอย่าง ดีที่มีฉากกั้นทำให้ผมที่นั่งอยู่ไม่เห็นว่าหมอกำลังทำอะไรบ้างซึ่งนั่นผมว่ามันก็ดีแล้ว เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามกรอบหน้าสลับกับน้ำตาอุ่นๆที่ไหลรินลงมาจนพยาบาลต้องยื่นผ้าขนหนูสีขาวให้ผมคอยซับทั้งเหงื่อและน้ำตานั้น

“เฮียอย่าทิ้งแจนะ ฮือออ แจกลัว กลัวที่สุดเลย...”

“เฮียอยู่ตรงนี้นะครับ เฮียไม่ได้ไปไหนนะครับไม่ต้องกลัวรู้ไหมครับ”

เสียงของยองแจดังขึ้นเป็นระยะๆเป็นเสียงที่ดังออกมาแบบไม่ค่อยเต็มเสียงสักเท่าไหร่อาจจะเพราะมึนยาที่หมอให้ไว้แต่มือของยองแจก็คอยกำมือของผมเอาไว้แน่น ถึงจะบล็อกหลังเอาไว้แต่ผมคิดว่ามันคงจะเจ็บไม่น้อยเลยและยองแจก็คงจะมีความกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย

“...เดี๋ยวจะรู้สึกเหมือนโดนกดนิดๆนะครับ คุณแม่ไม่ต้องกลัวนะครับ”

ผมไม่รู้ว่านั่นหมายถึงอะไรเพียงแต่ไม่นานหลังจากที่หมอพูดประโยคนั้นออกมา...ผมคิดว่าเสียงที่ผมได้ยินต่อจากนั้นคือเสียงที่ผมคิดว่ามันเพราะที่สุดในโลก เป็นเสียงที่ผมอยากจะฟังมาตลอดเก้าเดือน

"แอ๊~~~~"

...เพราะที่สุดเลย...

“เฮีย ลูกของเรา...”

น้ำตาของเราทั้งสองไหลลงมาอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อได้ยินเสียงของทารกร้องดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง ชั่วขณะหนึ่งที่ผมเห็นเด็กทารกตัวแดงแจ๋ถูกอุ้มออกไป แรงบีบที่มือผมหนักขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้มันเจ็บมากแต่ผมก็อดทนเอาไว้ ความรู้สึกเหมือนโดนกดหากเป็นความเข้าใจของผมคงเป็นตอนที่หมอเอาเด็กออกมาจากท้องและยองแจก็คงรับรู้ได้เหมือนกันถึงได้บีบมือผมซะแน่น

"แอ๊~~~~"

เป็นอีกครั้งที่ผมและยองแจร้องไห้ให้กับเสียงเดิมๆ คราวนี้ผมลุกขึ้นมาแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากคุณแม่ที่นอนอยู่ ทารกตัวเล็กอ้าปากร้องทั้งๆที่ตายังไม่ลืมก่อนจะถูกอุ้มไปที่เดียวกับเจ้าตัวเล็กคนแรกที่ออกมา

“ฮ เฮีย แจเจ็บ...อึก!...”

ผมนั่งลงลูบศรีษะของคุณแม่คนเก่งที่หลับตาพลางปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ริมฝีปากกัดเข้าหากันจนห้อเลือดน้ำหนักที่บีบมือผมก็แน่นขึ้นดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเจ็บที่สุดแล้ว ผมบรรจงจูบขมับชื้นของยองแจเบาๆ คุณแม่คนเก่งของผม...ผมรักยองแจที่สุด

“...หมอคะ เด็กไม่ร้องค่ะ...”

เหมือนโดนเอาของหนักๆฟาดเข้าที่ศรีษะผมอย่างแรง ถึงผมจะไม่เคยมีลูกและก็ไม่ได้เป็นหมอ แต่ผมก็เข้าใจว่ามันหมายความว่ายังไง...ครั้งนี้ใจผมไม่กล้าพอที่จะลุกขึ้นดูเพียงแต่โอบร่างของยองแจเอาไว้หลวมๆ มือเอื้อมไปจับมืออีกคนขึ้นมาสอดกุมเอาไว้ น้ำตาอุ่นๆยังไหลลงมาไม่ขาดสายแต่น้ำหนักจากมือที่กุมมือผมเอาไว้นั้นหายไปแล้ว

“ทำไม แจไม่ได้ยินเสียงเด็กล่ะเฮีย”

เสียงหวานพูดขึ้นมาเบาๆ ยองแจอาจไม่ได้ยินเพราะมึนยาแต่...ผมตอบไม่ได้และผมก็ไม่อยากจะตอบด้วย ผมลุกขึ้นก่อนจะลูบเกลี่ยแก้มใสเบาๆพลางกดจูบลงกับขมับชื้นอีกครั้งหนักๆ ผมตอบไม่ได้และผมก็ไม่กล้ามอง

“เฮีย ทำไมหมวยไม่ได้ยินเสียงลูก...”

เสียงเบาๆเอ่ยถามผมอีกครั้ง จะให้ผมตอบยังไง...ผมยังไม่กล้ามองเลยด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“คือว่า...”

ผมลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มไปพลางสอดมือกระชับฝ่ามือของอีกคนเอาไว้แน่น...ผมไม่อยากพูดอะไรเลย

"แอ๊~~~~ แอ๊~~~~"

...เสียงนี้ช่างเพราะเหลือเกิน...

ผมกดจูบกลีบปากเรียวเบาๆทันทีที่เห็นเจ้าตัวเล็กอ้าปากร้องซะดังลั่นและดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงร้องที่ดังที่สุดซะด้วย...แสบตั้งแต่ยังเด็กเพราะเกือบทำให้คนเป็นพ่ออย่างผมหัวใจวาย คิดว่าคงไม่มีทางได้ดูแลเจ้าเด็กแสบทั้งสามอย่างที่หวังซะแล้ว การเย็บแผลใช้เวลาไม่นานก่อนที่ผมจะถูกกันตัวออกมาแล้วให้ไปรอที่ห้องพักที่ผมทำเรื่องจองเอาไว้

“ตาแจ็ค...”

“ม๊า...”

ทันทีที่ออกมาด้านนอกห้องคลอดผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดก็เอ่ยเรียกผมเอาไว้ ภาพความเจ็บปวดและน้ำตาของคนเป็นแม่เวลาที่ให้กำเนิดเด็กน้อยตัวเล็กๆสักคนผุดขึ้นมาในหัวของผม...ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกันเลย ก็คงจะต้องเจ็บปวดไม่แพ้กัน

“...วันนั้นม๊าคงเจ็บมากใช่ไหมครับ”

“...”

“ขอโทษที่เคยเป็นลูกที่ไม่เอาไหน ไม่เคยทำให้ม๊าสบายใจเลยสักครั้ง ขอโทษนะครับม๊า”

ผมกระชับวงแขนกอดคนเป็นแม่แน่น มือบางของแม่เอื้อมมาลูบหลังของผมเบาๆเหมือนอย่างที่ทำบ่อยๆเมื่อยังเด็ก หากย้อนเวลาไปได้ผมจะเป็นลูกที่ดีกว่านี้จะทำให้ม๊าภูมิใจที่มีลูกว่านอนสอนง่ายไม่เกเร ไม่เอาแต่เที่ยงเตร่เหมือนผม แต่ในวันนี้ผมรู้ว่าทุกอย่างมันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ ดังนั้นต่อจากนี้ผมจะทำทั้งหน้าที่ลูกที่ดีและป๊าที่น่ารักเป็นตัวอย่างให้กับเจ้าเด็กแฝดทั้งสามคน ให้ทั้งม๊าภูมิใจที่มีลูกอย่างผมและให้เจ้าแฝดภูมิใจที่มีป๊าแบบผม ผมหอมแก้มทั้งสองข้างของม๊าอย่างเต็มแรง ไม่ว่าจะหอมแก้มของคนคนนี้สักกี่ครั้งก็ชื่นใจทุกครั้ง ผมกระชับร่างเล็กของคนเป็นแม่ก่อนจะพาเดินไปยังห้องพักที่เตรียมไว้

“เจ็บไหมครับ หื้ม?”

“ครับ...เฮียเห็นลูกหรือยังครับ”

ใบหน้าหวานพยักหน้ารับช้าๆพลางส่งยิ้มให้กับผม ยองแจดูเหมือนจะพูดรู้เรื่องขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อได้พักไปได้สักระยะ อาการมึนยาก็คงคลายไปได้บ้าง คำถามแรกที่ถามก็ถามหาเจ้าแฝดก่อนเลย เป็นคุณแม่ที่น่ารักมากจริงๆ

“เด็กๆต้องพักอยู่ตู้อบก่อนครับ แต่ไม่ต้องกลัวนะครับเด็กๆแข็งแรงทุกคนเลย...หมวยเก่งมากเลยรู้ไหมที่ดูแลเด็กๆมาได้ดีขนาดนี้ หมอชมหมวยใหญ่เลยรู้เปล่า”

ผมใช้มือหนาลูบสัมผัสกลุ่มผมนุ่มพลิ้วของคุณแม่แฝด กลิ่นแชมพูจางๆลอยกระทบจมูกผมทำให้ผมอดจะก้มลงไปหอมศรีษะอีกคนไม่ได้ เมื่อวานผมสระผมให้ยองแจเพราะเตรียมตัวมานอนพักที่โรงพยาบาลพอมาอยู่ที่โรงพยาบาลอะไรๆก็คงไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่ ผมสอดกระชับกุมมือของอีกคนไว้เบาๆพลางลูบศรีษะของยองแจไปด้วย ไม่นานคุณแม่ตัวเล็กก็ผลอยหลับลงไปไม่ทันได้เจอคุณพ่อกับคุณแม่ที่เดินทางมาเยี่ยม พ่อตาแม่ยายชมผมใหญ่ว่าดูแลยองแจได้ดีมากแถมยังบอกว่าหลานๆโขลกหน้าผมกับยองแจมากันคนละครึ่ง ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าคนไหนลูกพ่อ คนไหนลูกแม่

ผมเดินไปห้องเด็กอ่อนก่อนที่พยาบาลจะนำทางผมไปหาเจ้าเด็กแฝดทั้งสามคนที่นอนดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในตู้อบมีเพียงเจ้าแฝดคนสุดท้องตัวแสบเท่านั้นที่นอนหลับสนิทแต่ปากก็ขมุบขมิบคล้ายกับกำลังฝันว่ากินอะไรสักอย่างอยู่นั่นแหละ...อาจจะกินเก่งเหมือนคนแม่ ผมสอดมือเข้าไปทางช่องที่อยู่ข้างๆตู้อบที่มีไว้สำหรับให้คุณพ่อคุณแม่ได้สัมผัสทารกตัวน้อยเพราะถึงจะพักอยู่ในตู้อบก็สามารถจับหรือสัมผัสได้ตามปกติ

เจ้าตัวเล็กดิ้นไปมาเล็กน้อยแต่เพราะอยู่ในผ้าอ้อมทำให้เจ้าตัวเล็กขยับตัวไม่ได้ดั่งใจสักเท่าไหร่ ดวงตาเล็กๆปิดสนิทคิ้วขมวดกันยุ่งไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กนั่นกำลังหลับฝันถึงอะไรกันอยู่ จาก ยองวอน แฝดคนโตก็เลื่อนสายตาไปหาพี่คนกลาง ยองโฮที่ดูเหมือนว่ากำลังตื่นอยู่พอดี มือที่หลุดออกมาจากผ้าอ้อมทำให้ผมอดจะเอื้อมไปจับมือน้อยๆนั้นเขย่าไปมาเบาๆไม่ได้ แรงบีบเบาๆ คล้ายกับแรงบีบจากปุยนุ่น ทำให้ผมใจเต้นโครมครามเหมือนกับกำลังจะกลายเป็นบ้าเพียงแค่การกระทำที่ไม่รู้ประสาจากเด็กน้อยที่ในอนาคตนั่นผมจะได้ยินเขาเรียกผมว่า ‘ป๊ะป๋า’ หรืออะไรก็ตาม มาถึงเจ้าตัวเล็กคนสุดท้ายที่ดูเหมือนว่าจะตัวเล็กกว่าชาวบ้านเขา ก็เป็นลูกสาวนี่เนอะ...แต่ตัวเล็กก็ไม่ได้การันตีว่าไม่มีพิษสงเพราะเสียงที่ได้ยินตอนอยู่ในห้องคลอดก็สัมผัสได้แล้วว่าแสบสุดแค่ไหน แต่ตอนนี้เจ้าลูกสาวตัวน้อยกำลังนอนหลับสนิท ผมใช้นิ้วเขี่ยที่ข้างแก้มเจ้าตัวเล็กที่ผมตั้งชื่อให้ว่า มียอง เบาๆปากบางเฉียบยังขมุบขมิบไม่หยุด ผมเขี่ยปากเล็กๆนั่นอย่างหมั่นเขี้ยวเจ้าตัวเล็กก็ทำปากจ๊อบแจ๊บ คล้ายกับว่าถ้ากำลังจะป้อนอาหารก็ป้อนให้ตรงๆจุดหน่อยประมาณนั้น...สัมผัสได้ว่าเจ้าตัวเล็กนี่ต้องถอดแบบยองแจมาแบบสำเนาถูกต้องแน่นอน

“ป๊ารักหนูนะครับ”

...ผมอยู่กับลูกได้ทั้งวันอ่ะ...

“เฮียไปไหนมาครับ”

“ตื่นแล้วเหรอ ไปหาเด็กๆมาครับ พ่อกับแม่กลับไปแล้วเหรอ”

“ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาใหม่...เฮีย หมวยอยากเจอลูกครับ หมวยยังไม่ได้เห็นลูกเลย”

“พรุ่งนี้นะครับ วันนี้พักให้หายเพลียก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้ได้เจอเด็กแน่...”

ผมลูบศรีษะอีกคนอย่างรักใคร่ จากที่รักมากอยู่แล้วเหตุการณ์ในห้องคลอดก็ยิ่งทำให้ผมรักยองแจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า เมื่อหนึ่งก่อนรักมากแค่ไหนก็ไม่คิดเลยว่าอีกหนึ่งปีถัดมาจะสามารถรักอีกคนได้มากเพิ่มขึ้นไปอีก ผมไม่สามารถรู้เลยว่าปีถัดๆไปผมจะรักอีกคนได้มากเพิ่มขึ้นแค่ไหน

“ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่อดทน ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มอบสิ่งที่ล้ำค่าให้กับเฮีย ให้กับครอบครัวของเฮีย...ทำให้เฮียมีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีอาตี๋กับอาหมวยที่น่ารัก เฮียรักยองแจนะ...รักมากกว่าทุกสิ่งในโลก รักมากกว่าชีวิตเฮียด้วยซ้ำ สัญญานะครับว่าเฮียจะปกป้องดูแลยองแจกับลูกให้ดีกว่าชีวิตของเฮียซะอีก ขอบคุณที่รักคนไม่เอาไหนแบบเฮียนะครับ ขอบคุณนะครับ”

“หมวยก็รักเฮียกับลูก ขอบคุณที่เลือกผมให้เป็นรักของเฮีย หมวยรักเฮียนะครับ”

ผมจับอีกคนแน่นพลางสอดประสานเอาไว้ไม่ให้หลุดออกจากกันก่อนจะค่อยๆโน้มตัวบรรจงจูบหน้าผากกว้างเบาๆอย่างทะนุถนอม รักมากเลยครับ ทุกคนไม่มีทางรู้หรอกครับว่าผมรักยองแจมากแค่ไหนเพราะขนาดตัวผมเองยังบอกไม่ได้เลยว่ารักอีกคนมากแค่ไหน รู้แค่ว่ารักและก็ไม่สามารถรักใครได้อีก ถ้าเต็มร้อยความรักของผมคงสูงถึงพัน เป็นมากกว่าชีวิตไปแล้วครับ

วันต่อมา

“หมวยครับเฮียพาเด็กๆมาหา”

ผมเอ่ยบอกอีกคนที่นั่งพูดคุยกับเจียหลานและก็เจียหลินที่ปีนขึ้นไปนั่งเล่นเป็นเพื่อนยองแจ วันนี้คึกคักมากครับมากันครบทีมเลย ตอนบ่ายพวกเฮียบีก็จะพากันยกทีมมาอีกแถมยังจะพาเด็กๆมาเยี่ยมยองแจด้วยตอนแรกบอกว่าจะมากันตอนเช้าผมก็ถึงกับต้องเคลียร์คิวอย่างเร่งด่วน ห้องใหญ่ขนาดไหนถ้ามาชนกันแบบครบองค์ประชุมห้องมีแตกแน่นอนครับ

“มาแล้วเหลนๆของทวด ทำไมน่าเกลียดน่าชังขนาดนี้เนี่ยห้ะ...นี่อาตี๋ยองวอนใช่ไหม จ้ำม่ำจังเลยเหลนเอ้ย นี่คงเป็นอายองโฮสินะ โฮ๊ะๆๆๆๆ น่าเกลียด น่าชังซะจริงๆ”

“ปู่ครับ นี่สิครับยองโฮ นั่นยองวอนต่างหากครับ”

ผมแก้ความเข้าใจผิดให้คุณปู่ที่ปรี่เข้ามาหาผมที่เข็นเจ้าตัวน้อยทั้งสามเข้ามาในห้อง ยองวอนกับยองโฮหน้าคล้ายกันมาก ไม่เหมือนกับมียองที่ใบหน้าหวานจนสามารถแยกออกว่าเป็นเด็กผู้หญิง ผมเข็นเด็กๆฝ่าด่านคุณปู่เข้าไปหายองแจที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ก่อนแล้วก่อนจะค่อยๆอุ้มแฝดคนโตเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นแม่

“แอ๊~”

เด็กน้อยร้องออกมาเพียงครู่ก่อนจะเงียบไปเมื่อได้เข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็นแม่ ผมใช้นิ้วหนาๆปาดเกลี่ยน้ำตาที่ไหลลงอาบแก้มใสของยองแจโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว รอยยิ้มหวานเผยทันทีที่เด็กน้อยนอนนิ่งอยู่ภายในอ้อมกอดผมมองมือเรียวบางที่ลูบศรีษะของเด็กน้อยเบาๆไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของยองแจ คล้ายกับตอนที่ผมเห็นเด็กๆครั้งแรก พูดไม่ออกเลยครับ

“...ม๊ารักหนูนะลูก”

เป็นประโยคที่ไม่ได้กลั่นออกมาเลยครับผมรับรองได้...เพราะผมก็พูดได้แค่นั้นเหมือนกัน

หนึ่งอาทิตย์หลังจากคลอดเด็กแฝดทั้งสามยองแจขอกลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านซึ่งคุณหมอก็อนุญาตเพียงแต่สั่งต่างๆนาๆทั้งไม่ให้ยกของ ทั้งการบำรุงร่างกายก็สำคัญเพราะเสียเลือดไปเยอะแต่ที่หนักสุดที่คุณหมอย้ำนักหนาก็คงเป็นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่เล่นเอาคุณพ่อคุณแม่แฝดหน้าร้อนกันไปตามๆกัน โดยปกติจะห้ามคนท้องมีเพศสัมพันธ์ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่สามแต่แจ็คสันกลับแต่แจ็คสันกลับเดดไลน์ตัวเองตั้งแต่ปลายๆไตรมาสแรกจนคลอด ถึงแม้จะโดนคุณแม่แฝดยั่วจัดหนักก็ทำแค่เพียงสร้างโลกสวยด้วยมือเราเท่านั้น หลังจากคุณแม่แฝดคลอดก็ถูกสั่งห้ามยาวไปอีกสามเดือนเล่นเอาแทบปล่อยโฮกันกลางห้องตรวจเลยทีเดียว




ประตูทางเชื่อมที่ถูกทำเชื่อมกับห้องของเด็กแฝดถูกเปิดออก มือเรียวถูกผ้าขนหนูผืนเล็กเข้ากับกลุ่มผมเปียกๆของตัวเอง แสงไฟจากโคมไฟดวงเล็กทำให้เห็นคนที่นอนอยู่พร้อมกับเจ้าเด็กแฝดทั้งสามที่สิ้นฤทธิ์นอนอยู่ไม่ห่างกัน ในอ้อมกอดของคุณพ่อแฝดเป็นแฝดคนสุดท้องที่นอนหลับตาพริ้มอีกข้างก็เป็นพี่ชายตัวน้อยทั้งสองที่นอนหลับสนิทไม่แพ้กัน ไม่ต่างจากคุณพ่อแฝดที่ก็คงเหนื่อยจากการปล้ำเลี้ยงดูเด็กๆมาทั้งวันแล้วก็คงเพลียหลับไปทั้งๆที่ขวดนมก็ยังถือเอาไว้คามือ ยองแจเดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงค่อยๆดึงขวดนมออกจากมือของคุณพ่อแฝดพลางเก็บของเล่นชิ้นน้อยใหญ่เข้าที่ เจ้าตัวน้อยก็โดนคุณแม่แฝดพาเข้าที่นอนโดยที่ไม่ยอมตื่นมาร้องสักแอะ หมอนใบใหญ่ถูกใช้มารองศรีษะของแจ็คสันแทนพื้นแข็งๆที่รองอยู่ เพราะช่วงตัวที่ยามกว่าเบาะของเด็กทำให้ศรีษะตอนนอนเลยออกไปจนถึงพื้นแข็งๆ มือเรียวลูบใบหน้าหล่อเหลาของคนที่เป็นสามีก่อนจะหยิบโลชั่นบำรุงผิวหน้าขึ้นมาพลางบรรจงลูบไล้ไปทั่วใบหน้าของสามีที่บัดนี้ดูคล้ำขึ้นมาหน่อยๆคงเพราะมักจะตื่นขึ้นมาดูเด็กๆกลางดึกบ่อยครั้ง และหลายครั้งมักจะดูแลเด็กตามลำพังและปล่อยให้ยองแจนอนหลับสบาย

“อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ”

“ครับ หลับเถอะครับ หมวยพาลูกเข้านอนหมดแล้ว”

ใบหน้าคมเหลียวมองไปรอบๆเมื่อไม่เห็นลูกน้อยทั้งสามอยู่ก็มองไปที่ที่นอนซึ่งก็เป็นตามที่ภรรยาบอกเมื่อเห็นร่างกลมๆก้อนๆทั้งสามนอนนิ่งอยู่ในที่นอน

จุ๊ฟ~

มือเรียวถูกดึงไปพรมจูบเบาๆก่อนจะโดนฉุดไปซุกไว้ที่ซอกคออุ่น แขนเรียวถูกดึงเข้าหาจนใบหน้าหวานแทบโน้มลงไปแนบชิดติดใบหน้าคมคายของสามีแต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของทั้งสองคน

“...”

“...ได้ไหมครับ”

“ตรงนี้เนี่ยนะครับ”

จุ๊ฟ~~

CUT

BIO

@caesarsun1

“ไปต่อ หยุดไปกี่เดือนก็คือเดือนละครั้งเลย...ไม่ไหวก็ต้องไหวนะครับคุณแม่แฝด”

แค่ประโยคนั้นของคุณพ่อแฝดก็ทำเอาคุณแม่แฝดเหนื่อยนำล่วงหน้าไปซะแล้ว

2 ปีต่อมา

“หายไปไหนกันหมด...กล่องอะไร”

คุณแม่แฝดบ่นกับตัวเองหลังเดินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าห้องทั้งห้องว่างเปล่าทั้งที่เวลานี้เด็กๆควรจะเล่นอยู่ในห้องนี้กับป๊าของพวกเขามากกว่าหายไปไหนเงียบแบบนี้ สายตาเรียวสะดุดเข้ากับกล่องใหญ่ขนาดความกว้างเกือบหนึ่งเมตรและสูงเป็นครึ่งหนึ่งของตัวเขาได้ มือเรียวทิ้งความสงสัยไปไม่พ้นตัวเพราะเมื่อรู้ตัวอีกทีมือเรียวก็เอื้อมไปเปิดกล่องขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องออกซะแล้ว

“...อะไรกันเนี่ย”

ทันทีที่เปิดออกลูกโป่งหลากหลายสีก็พากันแย่งออกมาจากกล่อง ตัวยองแจเองทำได้แต่ยืนอึ้งเพราะอยู่ๆเมื่อรู้ตัวอีกทีก็ดันตกอยู่ท่ามกลางเหล่าลูกโป่งจำนวนมากคาดคะเนแทบไม่ได้ว่ามีอยู่เท่าไหร่กันแน่...เพียงแต่มีอยู่หนึ่งใบที่มีบางอย่างผูกติดเอาไว้อยู่ ร่างบางแหวกฝูงลูกโป่งไปยังลูกโป่งใบหนึ่งที่ดูพิเศษกว่าชาวบ้าน ลูกโป่งสีใสใบใหญ่ภายในมีตุ๊กตาเด็กตัวเล็กๆสวมเสื้อสีฟ้าสองตัวและสวมเสื้อสีชมพูอยู่หนึ่งตัว

...จำไม่ได้แล้วว่ารถเมย์สายไหนทำให้เราเจอกัน...

ยองแจอ่านคำด้านหลังภาพถ่ายรถเมย์สายหนึ่งที่ยองแจคุ้นตาเป็นอย่างดี ก็เมื่อก่อนเขาขึ้นอยู่ทุกวัน...ลายมือขยุกขยิกที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลายมือใครทำให้ยองแจถึงกับยิ้มออกมาพร้อมน้ำตา สองขาก้าวออกไปนอกห้องเพียงเพราะอยากเจอคนที่ทำสิ่งเหล่านี้แต่ทันทีที่เปิดออกมาตั้งแต่หน้าห้องกลับมีลูกโป่งประดับอยู่เรียงกันเป็นทิวแถวและแต่ละลูกก็มีภาพถ่ายติดอยู่เหมือนกับลูกโป่งด้านในห้อง

...ยาที่ยองแจซื้อให้ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน...

...ร้านสตรอเบอรี่ที่ยองแจพาไปกิน...

...ยองแจในชุดร้านกาแฟ น่ารัก...

...กอดกับยองแจครั้งแรกบนรถเมย์(กลิ่นตัวหอมมาก)...

...ยองแจยิ้มให้คนอื่น ไม่ชอบเลย...

...จูบแรกบนเรือปั่น...

...ครั้งแรกที่ทำให้ยองแจร้องได้ เฮียขอโทษ...

...นอนดูดาวกับยองแจครั้งแรก ขอยองแจแต่งงาน ร้องไห้อีกแล้วแต่คราวนี้อนุญาตให้ร้องได้...

...เด็กน้อยทั้งสาม ลูกของเรา...

...ชีวิตของแจ็คสัน รอยยิ้มของแจ็คสัน...

แต่ละภาพที่คือแต่ละสถานที่ที่บางภาพยองแจก็จำไม่ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นแต่คนที่ทำเรื่องน่ารักๆแบบนี้กลับจำได้และสื่อมันออกมาได้น่ารักมากจนบางครั้งยองแจก็สงสัยว่าสามีตัวเองทำเรื่องอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ ลูกโป่งนำทางให้คุณแม่ตัวน้อยเดินตรงไปยังสวนหลังบ้านที่แจ็คสันสั่งให้คนสวนดูแลเป็นอย่างดีเพราะต้องการให้เด็กๆมานั่งเล่นรับลมและบรรยากาศที่สดชื่นยามเช้าและบางครั้งก็มานั่งเล่นในตอนเย็นบ้าง ภาพสุดท้ายแตกต่างกวาภาพอื่นที่เป็นภาพถ่ายเพราะภาพสุดท้ายนั้นดูเหมือนเป็นภาพวาดที่ถูกย่อส่วน เป็นภาพห้าคนพ่อแม่ลูกที่นั่งอยู่ต้นไม้ใหญ่ที่เคยมานั่งเล่นเป็นประจำ ในภาพตัวของคุณแม่แฝดนั้นอุ้มเด็กน้อยใบหน้าหวานเอาไว้กับอก เด็กผู้ชายอีกสองคนนั่งเล่นของเล่นอยู่ด้วยกันตรงหน้า ด้านข้างเป็นตะกร้าปิกนิกที่คุ้นเคย...ส่วนตัวยองแจเองนั้นนั่งอยู่ข้างๆคนเป็นสามีที่กำลัง...

...รักสุดท้าย...

ด้านหลังภาพวาดเขียนเอาไว้แบบนั้น เป็นประโยคสั้นๆที่ทำให้กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เพราะเมื่อมองไปด้านหลังภาพวาดใบเล็กที่ผูกติดกับลูกโป่งที่อยู่ระหว่างทาง มันคือภาพที่อยู่ในมือของยองแจ เด็กๆทั้งสามอยู่บนที่นั่งปิกนิกกับป๊าของเขาที่นั่งมองมาทางยองแจพร้อมกับรอยยิ้มที่เห็นกี่ทีก็ทำให้ยองแจใจสั่นทุกครั้ง ขาเรียวก้าวไปด้านหน้าช้าๆพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ อาจจะเพราะอีกคนไม่พยายามกลั้นมันด้วยซ้ำ ยองแจทรุดนั่งลงข้างๆกับคนเป็นสามีที่อุ้มลูกสาวขึ้นตักพลางจ้องมองยองแจอย่างลึกซึ้ง นิ้วหนาเกลี่ยแก้มใสที่ประดับไปด้วยน้ำตา...น้ำตาที่มาจากความปลาบปลื้ม

“สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานนะครับ คุณภรรยา”

“ฮึก!! เฮีย ฮืออออออ”

“ม๊ะ ม๊ะ เป็งใย~”

“เปล่าค่ะมียอง ม๊าไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

“...รูปนั้นหมวยไม่ได้ร้องไห้นะ”

คุณพ่อแฝดพูดขึ้นก่อนจะค่อยๆโน้มคอคุณแม่แฝดเข้าหาช้าๆก่อนจะประกบจูบกลีบปากอวบอิ่มของคนรักเบาๆโดยไม่ได้มีการล่วงเกินใดๆ มือหนาเกลี่ยแก้มใสที่มีน้ำตาไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองผละออกจากกันหลังจากจูบกันอย่างเนิ่นนานเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งที่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้

“เฮียรักหมวยนะครับ/หมวยรักเฮียนะครับ”

 ---100%---

นี่อาจจะเป็นตอนจบของเรื่องนี้...แต่ในชีวิตจริงมันเป็นจุดเริ่มต้นคำว่า ‘ครอบครัว’ ของทั้งห้ามากกว่า

‘ความรัก’ บางครั้งอาจงดงาม บางครั้งอาจเจ็บปวด แต่นั่นคือรสชาติของความรัก

คุณอาจมีความสุขหากสุดท้ายแล้วคุณสมหวัง

คุณอาจปวดร้าวหากสุดท้ายความรักนั้นล้มเหลว

.

.

.

แต่สุดท้าย...คุณก็ยังได้สัมผัสกับมัน ทำให้รู้ว่าคุณมี ‘ความรู้สึก’

ไม่ว่าจะรักแรก...หรือ...รักสุดท้าย

แต่ไม่ว่ายังไงมันก็คือ ‘ความรัก’

หรือคุณว่ามันไม่จริง

---Happy---

ขอบคุณทุกคนที่เดินทางกันมาจนสุดทาง ติดตาม ให้กำลังใจ สร้างขวัญและกำลังใจ มีความสุข มีความทุกข์ ไม่ทิ้งไรท์ไปไหน...ทุกคอมเม้น ทุกการกดไลค์ เป็นเครื่องสร้างรอยยิ้ม ปลุกแรงฮึดให้ไรท์ลุกขึ้นสร้างความรักของทุกคู่ได้ต่อ 

ไม่อยากบอกว่ามันจบ...แต่อยากบอกว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวขนาดใหญ่ของทั้งคู่ เคยบอกในหลายๆคนว่าในนิยายเราอาจสร้างสรรค์คำพูดได้มากมาย...แต่ในชีวิตความเป็นจริงเราเป็นคนขี้อาย พูดน้อย คำที่มีและอยากจะบอกอย่างจริงใจคงเป็นคำว่า 'ขอบคุณ'

...

อ่ะ หมดชั่วโมงซาบซึ้ง ถึงเวลาขายของค่ะ

ใกล้เปิดพรีแล้วค่ะ สำหรับเล่มของนิยายเรื่องนี้เค้าพยายามอย่างถึงที่สุดสำหรับตอนพิเศษของทุกคู่ เป็นหลังจากแต่งงานที่อยากนำมาเสนอคือช่วงตอนฮันนีมูนที่จะเด็กๆมาสร้างสีสันเพิ่มเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

สำหรับราคา...เค้าพยายามทำให้ราคามันน่ารักที่สุด พยายามทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ หวังว่าทุกคนจะมาช่วยอุดหนุนและหอบเจ้าสามแฝดไปอยู่ที่บ้านกันเยอะๆนะคะ

หากได้ปกแล้วจะนำมาอวดอีกที

ติดตามได้ที่ทวิตเตอร์และจะลงฟอร์มให้ทางเด็กดีด้วย เร็วๆนี้ค่ะ

จนกว่าจะพบกันใหม่

see you soon

กระจ่างดาว

ความคิดเห็น