Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 48 How far is near?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 48 How far is near?
แบบอักษร

 

Chapter 48 How far is near? 

“ฉันคิดว่าเธอคงเจอปัญหาเข้าแล้วล่ะ ด้านนอกมีคนน่าสงสัยกำลังรอใครบางคนอยู่ซึ่งเวลานี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพวกเธอสามคน” วิเวียนเหลือบมองดูร่องรอยบาดแผลที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมา เธอหันไปพูดกับชายที่ยืนอยู่ด้านข้างก่อนที่จะหันมาหาเขาอีกครั้ง “ฉันให้คนของฉันไปตามพรรคพวกของเธอขึ้นมาที่นี่ ไม่ต้องกังวล แต่ก่อนอื่นบอกฉันมาว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเขาถึงยอมให้ลูกชายโดนไล่ล่าโดยที่ไม่ทำอะไรเลย”

ดวงตาของเด็กหนุ่มนิ่งสนิท เขาพยายามมองข้ามประโยคคำถามนั้นไปและเลือกพูดแต่สิ่งที่จำเป็นเท่านั้น “ขอบคุณมาก แต่พวกเราคงไม่รบกวนคุณนานนัก มีความเป็นไปได้สูงว่าคนที่รออยู่ด้านนอกจะเป็นคนของโรสเพราะฉะนั้นคุณอย่าเอาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ดีกว่า”

วิเวียนมีสีหน้าไม่พอใจ เธอเดินสวนร่างของเด็กหนุ่มออกไปด้านนอกพลางเอ่ยออกมาอย่างฉุนเฉียว “เชื้อไม่ทิ้งแถว เธอกับพ่อเธอนี่เหมือนกันไม่มีผิด” แต่ถึงกระนั้นไม่นานร่างผอมๆ ของเธอก็กลับมาพร้อมกับชุดปฐมพยาบาลและยาอีกหนึ่งกระปุก วิเวียนขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้นแต่สายตาระแวดระวังของเด็กหนุ่มทำให้เธอชะงักกึก

‘เหมือนกันมาก เหมือนกันไม่มีผิด

“ฉันจะทำแผลให้แต่ก่อนอื่นเธอต้องถอดเสื้อออก ไม่ต้องกลัว ฉันไม่พิศวาสเด็กน้อยแบบเธอหรอก แบบพ่อของเธอค่อยว่าไปอย่าง เอ๊ะ ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรแล้วก็ยกแขนขึ้นสิ ให้ความร่วมมือหน่อย”

อคิราห์ลดการป้องกันลง เขาทำตามที่คนตรงหน้าสั่งทุกขั้นตอนแต่ทันใดนั้นเองประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ชายสามคนกำลังมองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป คนที่มีปฏิกิริยาว่องไวที่สุดกลับเป็นเด็กหนุ่มผมแดงที่รีบปิดประตูหลังจากมองเห็นแผ่นหลังขาวเนียนของเด็กหนุ่มที่นั่งหันหลังอยู่โดยที่มีผู้หญิงอีกคนกำลังทำท่าราวกับกำลังลูบไล้หน้าอกอีกฝ่ายอยู่ด้านหน้า

“ทำบ้าอะไรของนาย เซจกำลังโดนยัยผู้หญิงคนนั้นลวนลามนายไม่เห็นรึไง” เฮกเตอร์หันมาตวาดใส่คนที่ยังคงหลับตาปี๋อยู่ด้านข้าง เพราะใช้เสียงดังเกินไปเขาจึงต้องกดมือลงบนแผลอย่างรู้สึกสะเทือน

“ผม คือว่า หลัง...สีขาว” โจนาธานพูดออกมาอย่างสับสน ราวกับตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องเข้าไปช่วยหรือหลบหนีออกมาก่อน

ยังไม่ทันไรประตูก็ถูกเปิดออกมาอีกครั้ง “ฉันกำลังทำแผล ถ้าอยากดูก็เข้ามาถ้าไม่อยากดูก็ไปที่อื่น หมอนี่ดูท่าอาการไม่ดี หาคนมาดูแลสองคนนี้ด้วย อย่าให้เป็นอะไรไปเด็ดขาด แล้วเลิกจ้องฉันแบบนั้นได้แล้ว มีปัญหาอะไรก็รีบพูดไม่มีแล้วก็ไปพักผ่อนซะ อยากรู้อะไรหลังจากนี้ค่อยมาว่ากัน” วิเวียนพูดออกมาอย่างรัวเร็วจนอีกฝ่ายฟังแทบไม่ทัน เธอหันไปสั่งลูกน้องประโยคหนึ่งก่อนที่จะหันมาพูดกับพวกเขาอีกครั้ง

แม้ร่างกายจะไม่ไหวแต่เฮกเตอร์ก็ยังไม่ไว้ใจคนที่เขาพึ่งพบหน้าแม้ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใด

“ที่นี่ปลอดภัย นายรีบไปทำแผลเถอะ” คนที่ยังนั่งอยู่ในห้องกล่าว

“แล้วนาย...”

“วิเวียนจะดูแลฉันเอง ฉันไว้ใจเธอ”

ชายหนุ่มผมยาวเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะส่งเสียงอืมออกมาพลางเดินตามชายร่างใหญ่ที่ผายมือเชิญให้เขาเดินตามไป

โจนาธานดูมีท่าทางละล้าละลัง เด็กหนุ่มอดที่จะเอ่ยออกมาอีกคำหนึ่งไม่ได้ “คุณโอเคใช่มั้ยครับ ทุกอย่างยังอยู่ดีใช่มั้ย...เอ่อ ขอโทษครับผมไปก็ได้” หลังจากถูกคนที่ยืนอยู่หน้าประตูถลึงตาใส่เด็กหนุ่มผมแดงก็ยอมเดินตามคนอีกสองคนไปแต่โดยดี

วิเวียนกลอกตาไปมาอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะปิดประตูแล้วเดินกลับมาทำแผลให้เด็กหนุ่มที่ยังนั่งหลังตรงอยู่ในห้อง บาดแผลมากมายที่ปรากฏสู่สายตาทำให้เธอต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ “เอาล่ะ เรียบร้อยนี่ยาแก้ปวดกับแก้ไข้ กินเสร็จก็พักผ่อนซะ”

“ขอบคุณครับ”

เธอพยักหน้าส่งๆ ก่อนที่จะเดินออกไป ถึงกระนั้น แม้ว่าเขาจะรู้ว่าวิเวียนเป็นคนที่ไว้ใจได้ และคนพวกนั้นก็ไม่สามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าอะไรก็ไม่แน่นอน เด็กหนุ่มเดินสำรวจดูรอบๆ ห้องพัก เช็คกลอนประตูหน้าต่าง ก่อนที่จะเดินกลับมากินยาแก้ปวดและหยิบอาวุธทุกอย่างมาไว้กับตัวก่อนที่จะกลับมานั่งกอดอกหลับตาลง

ในความฝัน ภาพต่างๆวูบวาบผ่านไปมาอย่างรวดเร็วจนมองเห็นไม่ชัด ราวกับความทรงจำทังหมดกำลังไหลบ่าเข้ามา ทั้งหมดเป็นใบหน้าของคนๆหนึ่ง

“คุณ เป็นใคร” 

“เรียกฉันว่ามิคาเอล” 

“วันนี้อยากได้แบบรุนแรงสินะ ไม่ได้เจอกันนานคงคิดถึงฉันมากเหมือนกันใช่มั้ยเด็กน้อย” 

“เธอให้เจ้าเป็ดนี่กับฉันเอง เพราะฉะนั้นฉันจะเอามันไปไว้ที่ไหนหรือทำอะไรก็ได้ไม่ใช่รึไง” 

“ฉันอยากได้คนรักของฉันคืนมา คนที่จะไม่ทรยศฉัน คนที่บอกว่ารักอยากใช้ชีวิตกับฉันตลอดไป เธอเอาตัวเขากลับมาได้มั้ย” 

“ถ้าเธอรักฉันเธอจะไม่ทำแบบนี้ การที่เธอไม่ยอมพูดอะไรแล้วจู่ๆก็จะหนีฉันไปดื้อๆ นั่นเพราะว่าในความรู้สึกของเธอ...ฉันยังไม่มีสำคัญมากพอ” 

“ฉันรักเธอ อคิราห์” 

เฮือก... 

อคิราห์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อที่ไหลท่วมเต็มตัว เด็กหนุ่มยกมือกุมศีรษะด้วยความปวดทรมานหากแต่ที่ทำให้เขารู้สึกทรมานยิ่งกว่ากลับเป็นความฝันที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เขาหลับตาและพยายามปรับลมหายใจ เสียงประตูถูกเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับวิเวียนที่เดินยกถาดเข้ามา ที่น่าประหลาดใจคือด้านหลังของเธอยังติดสอยห้อยตามด้วยเด็กหนุ่มผมแดงมาด้วยอีกคน “เธอไปเก็บหมอนี่มาจากไหน วุ่นวายจริงๆ ให้ตายสิ กินซะไม่ต้องกังวล ไม่มียาพิษ”

เด็กหนุ่มมองดูข้าวโอ๊ตเหลวๆตรงหน้าแค่ครู่เดียวก่อนที่จะตักมันเข้าปากโดยมีผู้ร่วมห้องอีกสองคนยืนดูอยู่ห่างๆ

“อ้ออีกอย่าง คนพวกนั้นหายไปแล้ว”

ช้อนที่กำลังถูกยกเข้าปากชะงักไปจังหวะหนึ่งก่อนที่เด็กหนุ่มจะทานต่อไปราวกับไม่ได้ฟังเรื่องแปลกประหลาดอะไร

“คนของฉันตรวจสอบและยืนยันแล้ว คนน่าสงสัยพวกนั้นหายไปแล้ว ไม่มีวี่แววอีกเลย ถ้าเป็นคนของโรสจริง พวกนั้นไม่มีทางหยุดแค่นี้แน่” วิเวียนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางครุ่นคิด

“ที่นี่มีทางออกกี่ทาง” อคิราห์พูดพลางลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสีเงินของตัวเองขึ้นมาจากโต๊ะ

“มีทางลับที่ฉันไม่ค่อยได้ใช้อยู่ที่หนึ่ง มีอะไร”

“ที่นี่ไม่ได้มีแค่คนของคุณอีกต่อไปแล้ว ผมต้องไปแล้ว รบกวนคุณช่วยนำทางเราไปทางออกนั้นได้รึเปล่า” เด็กหนุ่มพูดพลางยื่นมีดเล่มหนึ่งให้คนที่หันไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล

วิเวียนนิ่งอึ้งด้วยความไม่คาดคิด แต่ปฏิกิริยาของเธอก็เร็วมากเช่นกัน ทันทีที่เปิดประตูออกไปเธอให้ชายร่างใหญ่ไปนำตัวเฮกเตอร์มาสมทบกันที่ลิฟต์ส่วนตัวทันที ลิฟต์เคลื่อนที่ลงไปทีละชั้นๆจนถึงชั้นใต้ดินในที่สุด ด้านล่างนี้มีรถหรูอยู่หลายคันทุกคันถูกเสียบกุญแจเอาไว้พร้อมสรรพ เธอเดินไปที่ประตูวอลโว่สีดำคันหนึ่งก่อนที่จะเปิดประตูให้เขาเดินเข้าไป

“เอ้า ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบเข้าไปสิ”

โจนาธานรีบเดินไปเปิดประตูฝั่งคนขับอย่างกระตือรือร้นฝ่ายเฮกเตอร์ก็เดินไปนั่งที่เบาะด้านหลังเรียบร้อย เหลือเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวที่ยังยืนมองใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปตามวัยของหญิงสาวอย่างมีความหมาย

“ขอบคุณครับวิเวียน เวลานี้ที่นี่ไม่ปลอดภัย หลังจากนี้คุณก็ออกไปหลบที่อื่นสักพักเถอะ”

“ไม่ต้องให้เด็กน้อยอย่างเธอมาบอกหรอกย่ะ แล้วฉันไม่ต้องการคำขอบคุณจากเธอหรอก ขอเปลี่ยนเป็นช่วยกลับไปบอกพ่อเธอด้วยว่าฉันยังรอที่จะเจอเขาอยู่ที่นี่เสมอ”

“...”

“นี่ ขอกอดหน่อยสิ” ยังไม่ทันขาดคำเธอก็สวมกอดลงบนร่างของเขาเบาๆ เด็กหนุ่มทำได้แต่ยืนแข็งทื่อให้อีกฝ่ายสวมกอดอยู่อย่างนั้นพักหนึ่งด้วยอารมณ์ที่อธิบายไม่ถูก

“ถ้าตอนนั้นเขารับรักฉันป่านนี้ลูกฉันก็คงจะอายุเท่าๆเธอล่ะนะ อย่างนี้นี่เอง...ผู้หญิงคนนั้นโชคดีจริงๆ เอาล่ะไปได้แล้วหนุ่มๆ”

“ลาก่อนครับ”

“อืม ลาก่อน”

เพราะความช่วยเหลือของวิเวียนในวันนั้นทำให้พวกเขารอดออกมาได้จนถึงทุกวันนี้

 

จากเวลานั้นก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว

ขายาวๆก้าวมาถึงตึกแถวที่ถูกสร้างด้วยอิฐสีเหลืองนวล เด็กหนุ่มในเสื้อโค้ทสีดำหยุดยืนอยู่ด้านหน้าประตูครู่หนึ่งก่อนที่จะเคาะประตูเป็นสัญญาณ ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก

“โจนาธานไปไหน” เขาเดินไปถอดเสื้อโค้ทออกพลางพูดกับชายหนุ่มที่ยังยืนมองสำรวจออกไปด้านนอกผ่านม่านหน้าต่าง

“เด็กนั้นอยู่ในครัว” เฮกเตอร์ปิดผ้าม่านลง เวลานี้สภาพร่างกายของเขากลับมาพร้อมใช้งานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ชายหนุ่มหันหลังยืนพิงกำแพงพลางหันมาคุยกับคนที่เดินไปนั่งขัดอาวุธอยู่บนโซฟา

“จะทำยังไงต่อ”

“ไม่ต้องกังวล ถึงจะไม่ปลอดภัยไปตลอดแต่ก็เพียงพอให้นายอยู่ที่นั่นได้อีกสี่ห้าปีโดยไม่ถูกจับได้” เขาใช้เงินสดของตัวเองส่วนหนึ่งเช่าที่นี่อยู่ชั่วคราวในขณะที่เฮกเตอร์ก็ต้องนำส่วนของตัวเองมาเช่าเครื่องบินเล็กที่จะพาตนเองหนีออกไปในวันพรุ่งเช่นกัน

“ฉันไม่ได้หมายถึงฉัน ฉันหมายถึงนายต่างหากเพื่อน เสร็จจากพรุ่งนี้นายจะกลับไปหาหมอนั่นรึเปล่า”

“แน่นอน” เด็กหนุ่มพูดออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด

“หึๆ ตอนนั้นหมอนั่นโกรธนายน่าดู”

“ยังไงฉันก็ต้องลองดูสักตั้ง” อคิราห์พูดออกมาโดยไม่แม้จะเงหน้าขึ้นมาจากการขัดกระบอกปืนสีเงิน

ฝ่ายชายหนุ่มที่สยายผมพิงกำแพงในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวก็เดินมานั่งอยู่ด้านข้างเขาพลางยกแขนพาดบนพนักพิง หันมาพูดกับเด็กหนุ่มที่ยังคงท่าทีเช่นเดิม “ไม่รู้ว่าถ้าหมอนั่นเห็นรูปนายสมัยก่อนจะทำหน้ายังไง”

“...”

“หึๆ ล้อเล่นน่าเพื่อน ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้ วางปืนลงก่อน” เฮกเตอร์อดขำออกมาไม่ได้ เพราะสีหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่ายที่แสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจนอย่างที่นานๆทีจะเห็นสักครั้งในตอนที่เขาพูดถึงตนเองในสมัยก่อนมันช่างน่าขำสิ้นดี

“ฉันหวังว่าเขาจะหามันไม่เจอ”

“หึๆ เอาเถอะนั่นก็เรื่องของนาย แต่ฉันก็ยังรู้สึกดีใจนะที่นายได้เจอคนๆ นั้นในชีวิตเสียที”

“สักวันนายก็จะเจอเหมือนกัน”

เฮกเตอร์ทำสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่พักหนึ่ง ในตาของชายหนุ่มพลันเหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนที่จะคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้ “เซจ ว่าแต่นายคิดว่ามันผิดปกติเกินไปรึเปล่า”

“ยังไง”

“ฉันรู้สึกว่าหลังจากออกมาจากธนาคารแฟนเก่าของนาย มันออกจะปลอดภัยเกินไป”

“เธอไม่ใช่แฟนฉัน”

“นั่นล่ะ นายคิดว่าไง”

เด็กหนุ่มดูไม่กังวลแม้แต่นิดเดียว เขายังคงจัดการกับข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไปอย่างสงบ “หึวางใจเถอะ ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก”

ใช่ ทุกอย่างจะไม่เป็นไร...

 

ภายในห้องพักชั้นบนของตึกฝั่งตรงข้าม สายตาเรียบกริบของใครบางคนกำลังมองร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังเดินผ่านประตูเข้าไปในตึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน

“จะไม่ไปพบเขาจริงๆ เหรอครับ”

“ไม่ล่ะ”

ได้ยินเช่นนั้นฝ่ายเจ้าของคำถามได้แต่สงบคำ ลุคไม่เข้าใจ ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วทำไมถึงเลือกที่จะยืนมองอยู่ตรงนี้

“โรสมีการเคลื่อนไหวอะไรบ้าง”

“ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรมากครับ ดูเหมือนฝั่งนั้นก็บอบช้ำพอสมควรจากการสูญเสียบุคลากรไปจำนวนมากในหลายเดือนที่ผ่านมานี้”

ถ้าเพียงแค่การถูกสังหารโดยคนที่อยู่ในตึกอีกฝั่งหรือจากทางเขาแค่สองส่วนคงไม่เงียบถึงขนาดนี้ เพราะความจริงแล้วยังมีคนอีกกลุ่มที่ร่วมผสมโรงอยู่ด้วย

“แล้วยาโคลอฟล่ะ”

“ทางนั้นกำลังสืบทุกการเคลื่อนไหวของเราอย่างเคร่งครัดครับ ดูเหมือนการมาของท่านในครั้งนี้จะทำให้ทางนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน”

อารมณ์ของชายหนุ่มพลันดิ่งลงทันที...หมอนั่นยังไม่ยอมหยุด

ลุคหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา เบอร์โทรศัพท์ที่โชว์อยู่ทำให้เขาต้องรีบเงยหน้ารายงานคนที่ยังยืนอยู่ริมหน้าต่างที่เดิม “คุณคอนีเลียสติดต่อมาครับ”

หึ คิดได้เสียทีสินะ 

To be con......... 

_________________________ 

Talk 

มาแล้วจ้า และมาเร็วมากกว่าทุกๆ ครั้ง ขอไถ่โทษจากการตัดจบที่โหดร้าย 

บอกได้แค่ว่าทุกอย่างใกล้เข้ามามากขึ้นทุกที 

วันนี้ขอทอร์คสั้นๆ ไปดูหนังก่อน 

Ps. คอนีเลียสคือลุงตกปลาที่อยู่กับโรสค่ะ (กลัวจำไม่ได้) 

#อาคิและลุงของเขา 

Crystal 

ความคิดเห็น