Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 46 Liar

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 46 Liar
แบบอักษร

 

Chapter 46 Liar 

ท่ามกลางความวุ่นวายภายในตระกูลออสซินี่ คลื่นใต้น้ำกำลังก่อเกิดขยายตัวลุกลามขึ้นทีละน้อย ในเช้าวันถัดมา ข่าวการโดนลอบสังหารของมิคาเอล ออสซินี่กลางงานเลี้ยงของตระกูลก็ถูกแพร่กระจายออกไปผู้คนมากมายต่างสันนิษฐานกันไปต่างๆนาๆ กล่าวว่าคนที่ว่าจ้างเป็นผู้มีอิทธิพลที่ใจกล้าบ้าบิ่นไม่ก็ต้องโง่เกินกว่าจะเยียวยา แม้จะไม่มีการพูดคุยกันมากนักหากแต่หลายเสียงต่างลงความเห็นกันว่าผู้ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือใครบางคนที่กุมอำนาจในแถบสหภาพโซเวียตเก่า ผู้นำแห่งตระกูลยาโคลอฟ

ยูริเอล ยาโคลอฟ

ด้วยความบาดหมางตั้งแต่รุ่นพ่อ อีกทั้งข่าวลือที่เกิดขึ้นระหว่างสองฝ่ายทำให้ผู้คนต่างก็นึกรายชื่อของคนๆ นี้ออกมาได้เป็นรายชื่อแรกๆ ถึงกระนั้นเป้าหมายโต้กลับของทางออสซินี่ในครั้งนี้กลับไม่ได้อยู่ที่ผู้ว่าจ้างเป็นหลัก หากแต่เป็นองค์กรที่ถูกว่าจ้างโดยตรง

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีกไม่นาน...

เวลานี้ผู้คนมากมายต่างก็รอฟังความเป็นไปของออสซินี่อย่างใจจดใจจ่อ รวมถึงใครอีกคนที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในเวลานี้

“ไม่คิดเลย ว่าจะมีคนลงมือก่อนฉัน” ชายหนุ่มผู้มีนัยน์ตาและเส้นผมสีทองเอ่ยออกมาอย่างสบายๆ ในขณะที่กำลังวิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า ตรงหน้าของเขาสะท้อนภาพตึกสูงและวิวทิวทัศน์ของมหานครนิวยอร์กในมุมที่ดีที่สุด ฟังรายงานจากลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจนักก่อนที่จะได้ฟังข่าวของออสซินี่เมื่อครู่

แม้จะคิดไว้แต่แรกว่าทางนั้นกำลังเกิดเรื่องเพราะเรื่องที่เจสันโลเวลรีบออกจากงานเลี้ยงไปทันทีหลังจากมาถึงได้ไม่นานทำให้ผู้นำตระกูลโอดิเลียหงุดหงิดงุ่นง่านจนทำให้การประชุมร่วมกันครั้งนี้ต้องเลื่อนออกไป แต่ใครจะไปคิดว่าเรื่องที่ว่าจะเป็นข่าวการถูกลอบสังหารของมิคาเอล ออสซินี่

แม้ว่าจะเกลียดจนอยากฆ่าหมอนั่นให้ตายไปเสียเร็วๆ แต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะจัดการกับอีกฝ่ายในเวลาที่ออสซินี่ยังแข็งแกร่งขนาดนี้

ไหนจะคนๆนั้น....เขาจะไม่ทำเรื่องผิดพลาดเป็นครั้งที่สอง

“มีข่าวเรื่องคนที่อยู่กับมิคาเอล ออสซินี่รึเปล่า”

“ท่านหมายถึงคู่นอน”

“เขาไม่ใช่!” ชายหนุ่มตวาดออกมาเสียงดังลั่นจนทำให้เหล่าชายชุดดำในห้องต้องรีบก้มหน้าลง

“ขออภัยครับ สำหรับคนๆนั้น ไม่มีข่าวแน่ชัดครับ แต่มีรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุลอบสังหาร กลุ่มคนของออสซินี่ก็มีการเคลื่อนไหวเหมือนกำลังไล่ล่ามือสังหาร”

“หึ ก็แปลว่ามิคาเอลออสซินี่ยังอยู่รอดปลอดภัย”

“ครับ เพียงแต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าผิดปกติ”

“พูด”

“คนของเรารายงานว่าจนถึงตอนนี้ทางนั้นก็ยังไม่ล้มเลิกการตามล่า มือสังหารยังคงหลบหนีไปได้ จากการคาดเดาของผม ด้วยความสามารถระดับออสซินี่ นี่ออกจะผิดปกติเกินไป”

“มีอะไรน่าแปลกใจกัน ถ้าไม่ใช่มือสังหารที่ถูกส่งมามีฝีมือก็แปลว่า....”

‘คนพวกนั้นตั้งใจปล่อยไป’ 

ความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง ชายหนุ่มนัยน์ตาสีทองกดหยุดเครื่องพลางยืนหอบหายใจหนักหน่วงแม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกเหนื่อยมากเท่าใด ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่านี่อาจจะเกี่ยวกับใครบางคนในความคิดของเขา

‘พี่เซจ’ 

มือแกร่งกำอยู่บนขอบเครื่องวิ่งออกกำลังกายจนขึ้นข้อขาว

“ท่านครับ”

ยูริเอลหยิบผ้าขนหนูที่ลูกน้องคนสนิทยื่นมาให้พลางหมุนตัวก้าวออกไปจากห้อง “สืบเรื่องภายในของออสซินี่มาอย่างละเอียด ฉันต้องการรู้ว่าใครอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร ใครเป็นคนสั่งการ องค์กร รายชื่อมือสังหาร ทุกอย่าง เร็วที่สุด”

“แต่ท่านครับ...”

“ถ้าทำไม่ได้นายก็เตรียมย้ายออกไปได้เลย”

 

ภายในห้องทำงานลับ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง

ชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมเย็นชากำลังนั่งอยู่หน้าจอภาพอีกสี่จอ ภายในนั้นปรากฏเป็นภาพของชายชราสองคนเด็กหนุ่มหนึ่งคนและหญิงวัยกลางคนอีกหนึ่ง เธอคนนั้นไม่รอช้าเปิดประเด็นขึ้นมาทันทีที่ผู้ประชุมอยู่กันพร้อมหน้า

“เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ ดิฉันจึงขอเป็นตัวของท่านในการเรียกประชุมทุกคนในครั้งนี้”

“อย่างที่ทราบกันว่าทางเราได้รับการว่าจ้างให้จัดการกับมิคาเอล ออสซินี่” เธอเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งพลางสูดลมหายใจ “และก็เป็นอีกครั้งที่ล้มเหลว อีกทั้งครั้งนี้เรายังสูญเสียทรัพยากรสำคัญ...หนึ่งในสิบมือดีของเรา หมายเลขสิบแปดกำลังหลบหนี และนี่คือภาพล่าสุดจากกล้องวงจรปิดที่คนของเราสามารถหามาได้”

หน้าจอหนึ่งถูกเปลี่ยนเป็นภาพระยะไกลภายในสถานีรถไฟมิวนิค พร้อมรูปใบหน้าของหมายเลขสิบแปดที่แนบอยู่ด้านข้าง คนทั้งสามดูกลมกลืนไปกับผู้คนที่ผ่านไปมาจนถ้าหากไม่มีการซูมภาพคงมองไม่ออก หนึ่งในนั้นมีเค้าหน้าเหมือนกับคนในรูปที่แนบมาทุกกระเบียดนิ้ว หากแต่สิ่งที่พวกเขาสงสัยคืออีกสองคนที่อยู่ในนั้นคือใคร

“ดูเหมือนเขาจะได้รับการช่วยเหลือจากใครบางคน ดิฉันได้ส่งคนของเราที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นไปแต่คว้าน้ำเหลว ดูเหมือนว่า...”

“เดี๋ยวก่อน เปิดภาพเมื่อกี้นี้อีกครั้ง!”

ผู้หญิงคนเดียวในจอภาพถูกขัดจังหวะ เธอดูไม่สบอารมณ์เล็กน้อยแต่ภาพก็ถูกเปลี่ยนกลับไป

“มีอะไรงั้นเหรอ” ชายชราในจอภาพหนึ่งถามออกมาแต่คนที่กำลังมองดูภาพตรงหน้าเขม็งก็ไม่มีสมาธิหันไปให้ความสนใจสิ่งอื่น

เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปมองอย่างใกล้ชิด เบิกตาขึ้นด้วยความตระหนก

“เร็วสิคอนีเลียส คนพวกนี้มีปัญหางั้นเหรอ”

เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมอยู่บนหน้าผากก่อนที่จะรวมตัวไหลลงเป็นสาย ชายที่พึ่งถูกเรียกชื่อขมวดคิ้วแน่น เอ่ยออกมาเสียงเครียด “เด็กหนุ่มผมดำในรูปนี้เป็นคนรักของมิคาเอล ออสซินี่ อีกทั้งมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับทางยาโคลอฟ เราต้องเตรียมการรับมือ” เขาหันหลังกลับมาทิ้งตัวลงบนโซฟาเช่นเดิมด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง

ด้วยการที่เป็นหนึ่งในผู้นำองค์กรผู้ควบคุมข่าวสารทั้งหมดในวงการมืดทำให้คอนีเลียสรับรู้ถึงเหตุการณ์ต่างๆเป็นอย่างดี อีกทั้งจากการคาดการณ์ของเขา น้ำหนักในใจของมิคาเอล ออสซินี่สำหรับเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

“คุณคิดมากเกินไปรึเปล่าคอนีเลียส ก็แค่เด็กคนหนึ่ง อีกอย่างไม่ว่าใครก็รู้ว่าเราเป็นองค์กรรับจ้าง ถ้าไม่มีผู้จ้างเราจะจัดการเขาทำไม เป้าหมายย่อมต้องตกไปยังผู้ว่าจ้างเหมือนทุกครั้ง” ชายชราอีกคนพูดขึ้น

“คุณต่างหากที่ประมาทเกินไป คิดว่าเด็กหนุ่มธรรมดาที่ไหนจะช่วยเหลือนักฆ่ามือดีหนีรอดจนกำลังหนีออกนอกประเทศไปได้กัน อีกทั้งคนของเราก็ไว้ใจให้เขาช่วยเหลือ เรื่องนี้มันผิดปกติเกินไป”

“แล้วคุณคิดว่าเราจะต้องทำยังไง”

“ที่สมควรฆ่าก็ต้องฆ่า เตรียมการรับมือเต็มกำลัง”

 

ประเทศไทย

เสียงหน้ากระดาษนิตยสารบ้านและสวนถูกเปิดผ่านไปให้ได้ยินเป็นพักๆ ท่ามกลางบรรยากาศสงบร่มรื่นภายในสวนหลังบ้าน ชายหนุ่มเจ้าของบ้านในชุดกางเกงผ้าโปร่งและเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวกำลังนั่งไขว่ห้างดูนิตยสารในมือพลางหยิบขนมเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ “นี่ นายว่าตรงนั้นถ้าเราเอาแกะตัวเล็กๆ มาวางสักสองตัวเหมือนในรูปนี้จะเข้ากับบ้านเรามั้ย” เขาเลียเศษขนมบนนิ้วมือก่อนที่จะหันหน้านิตยสารชี้รูปภาพหนึ่งให้อีกคนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเดินเข้ามาดู “เฮ้ย! ระวังหน่อย หันสายไปทางอื่นสิวะ”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดอยู่บ้านธรรมดารีบหันสายยางรดน้ำต้นไม้ไปทางด้านข้างทันทีหลังจากโดนโวย เขาเดินไปดูภาพที่อีกฝ่ายชี้บอกใกล้ๆ อยู่ครู่หนึ่ง “ร้านที่เราไปซื้อแจกันเมื่อครั้งที่แล้วมีรูปปั้นสัตว์คล้ายๆ แบบนี้ ตอนเย็นไว้จะขับรถออกไปดูให้นะครับ” คำตอบของอีกฝ่ายคือไม่ปฏิเสธและเห็นด้วยถึงที่สุดทำให้ซันรู้สึกพอใจมาก

เขาหันหน้าหนังสือกลับมา หยิบขนมชิ้นสุดท้ายยัดใส่ปากคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับหยิบจานเปล่าใส่มืออีกฝ่าย “ไปเอาอันใหม่มาด้วย”

ไลโอเนลเดินไปปิดน้ำก่อนที่จะเดินเคี้ยวขนมถือจานเข้าไปในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเปลี่ยนเป็นลักษณะนี้แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดแปลกแต่อย่างใด

บ้านหลังนี้ยังถูกควบคุมดูและโดยคนของออสซินี่เช่นเดิม ทว่าที่แตกต่างออกไปคือรูปแบบความเป็นอยู่ของคนในบ้าน จากที่มีชายชุดดำเดินไปมาขวักไขว่ คนเหล่านั้นกลับสามารถเปลี่ยนสถานะตัวเองไปตามเวลา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบ้านวอลเทอร์ที่มีคนทำงานให้ฟรีๆมากขึ้น

ในเวลางานทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่เมื่อยามว่างพวกเขาต่างเปลี่ยนเป็นทั้งคนสวน คนขับรถ พ่อบ้าน ช่างไฟ และอื่นๆ แล้วแต่เจ้าของบ้านจะเรียกใช้ ทำให้ซันรู้สึกว่าคนพวกนี้ก็ไม่ได้ดูขัดหูขัดตาเท่าไหร่นัก

ไม่นานไลโอเนลก็กลับมาพร้อมกับขนมอีกจานและน้ำใบเตยอีกหนึ่งแก้ว “ทานให้น้อยหน่อยเถอะครับ เย็นนี้เดี๋ยวจะทานข้าวไม่ลง” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ยังยกขนมมาให้อีกฝ่ายอยู่ดี

“รู้แล้วน่า นายก็ไม่ต้องไปรดน้ำต้นไม้แล้ว มานั่งกินกับฉัน อ้อ อาทิตย์หน้าฉันต้องไปทำธุระที่ญี่ปุ่นนายก็เตรียมตัวด้วยแล้วกัน จะว่าไปแล้วฉันหาเวลาว่างไปเซอไพรส์น้องชายดูดีมั้ยนะ”

“ถ้าคุณไปที่นั่นจริงๆ คงไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์หรอกครับ”

“เหอะ ในเมื่อเจ้าหมอนั่นไม่ยอมปล่อยคนของฉันกลับมา ฉันก็ได้แต่ไปหาด้วยตัวเองอย่างเดียว”

“ครับๆ ผมขอคุยเรื่องนี้กับนายท่านก่อนแล้วกันครับ”

“อือๆ จะทำอะไรก็ทำเถอะ ว่าแต่เย็นนี้กินอะไรดี” ซันพูดปัดราวกับไม่ได้สนใจ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูอาหารที่อยากจะกินไปเรื่อยๆ ถึงดูเหมือนว่าเขาจะทำตัวเจ้ากี้เจ้าการกับอีกฝ่ายทุกเรื่องแต่เขาก็รู้ขอบเขตดี แม้ว่าความต้องการอยากพบน้องชายจะมีมากแค่ไหนแต่หากเขายังดึงดันย่อมไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย อีกอย่างตอนนี้น้องชายของเขาก็ดูมีความสุขดี เขาไม่อยากทำทุกอย่างพลาดเป็นครั้งที่สอง ไม่อยากให้อคิราห์ต้องเสียใจและคิดทำอะไรแบบนั้นอีกครั้ง

เสียงโทรศัพท์ของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดังรบกวนความคิดของเขาแต่ซันก็คร้านจะสนใจเรื่องของคนพวกนี้เต็มที

ว่าแต่อคิราห์สบายดีมั้ยนะ....

“ครับหัวหน้า ครับอยู่ครับ” เสียงของไลโอเนลหายไปนาน อีกฝ่ายเหลือบสายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “ครับ เข้าใจแล้วครับ”

“ดูเหมือนเมื่อกี้จะมีคนพูดถึงฉันนะ มีอะไรรึเปล่า”

ไลโอเนลเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาโน้มตัวไปแลบเลียเศษขนมข้างริมฝีปากของอีกฝ่าย

"ไม่มีอะไรหรอกครับ"

 

คฤหาสน์ตระกูลออสซินี

ใช้เวลากว่าสามเดือนเต็มข้อมูลมือสังหารของโรสคนหนึ่งถึงตกมาถึงมือเขา

“นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่คนของเราสามารถหามาได้ครับ ระบบป้องกันฐานข้อมูลของทางนั้นหนาแน่นมากแต่เราก็สามารถเปิดปากคนที่ถูกจับมาได้” เจสันวางของบางอย่างลงบนโต๊ะทำงานของเจ้านายก่อนที่จะถอยไปยืนอย่างสงบเสงี่ยมผิดกับช่วงเวลาปกติ

“ดี นายออกไปได้แล้ว”

“ครับท่าน เกี่ยวกับคนของโรสจะให้ผมทำยังไงครับ”

“ฆ่าให้หมด”

“รับทราบครับ”

สิ้นเสียงปิดประตูของลูกน้องคนสนิท สายตาของชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้องก็ตกลงบนแฟ้มสีเทาบนโต๊ะด้านหน้า นัยน์ตาสีเขียวมรกตจับจ้องมันอยู่อย่างนั้นแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยิบขึ้นมา ช่วงเวลาสามเดือนอาจจะไม่นานมากในความรู้สึกของใครหลายคนแต่ไม่ใช่สำหรับเขา มิคาเอล ออสซินี่คนนี้อย่างแน่นอน

หลายครั้งที่เขาอยากจะกระโจนออกไปคว้าตัวเด็กหนุ่มคนนั้นกลับมากักขังเอาไว้ในอ้อมกอดไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันอย่างที่ใจคิด แต่ทุกครั้งก็ต้องยับยั้งชั่งใจเอาไว้เพื่อไม่ให้สิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดต้องสูญเปล่า ในเวลานี้ใบหน้าของชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำตระกูลออสซินี่ซีดขาวกว่าในยามปกติมากนัก สถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าอยู่ตัว การที่ต้องสั่งการลูกน้องตลอดเวลาทำให้ชายหนุ่มแทบจะไม่ได้นอนเลยแม้แต่ชั่วโมงเดียวมาตลอดหลายวัน เวลานี้รูปลักษณ์ของเขาดูน่าหวาดหวั่นยิ่งขึ้นโดยเฉพาะเวลาที่ไร้รอยยิ้มบนใบหน้าเหมือนเช่นในเวลานี้ นิ้วมือซีดขาวเอื้อมไปหยิบแฟ้มตรงหน้าขึ้นมาในที่สุด

ด้านในเป็นประวัติคร่าวๆ ที่ไม่มีข้อมูลอะไรมากนักของมือสังหารที่มีโค้ดเนมหมายเลขสิบเจ็ด แต่ที่ทำให้เขาสนใจคงเป็นรูปภาพที่ไม่ชัดเจนของชายคนหนึ่งที่ไม่ได้หันมองกล้องราวกับไม่รู้ตัว แม้จะไม่เคยพบเห็นแต่บรรยากาศของชายคนนี้กลับเหมือนใครบางคนที่เขาคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างน่าประหลาด

อคิราห์...

คนในรูปอยู่ในโค้ทตัวใหญ่สีดำเช่นเดียวกับเส้นผมสีดำขลับที่ถูกปัดไปด้านหลังทั้งหมด คนนี้ๆดูเหมือนจะอายุมากกว่าเขานิดหน่อย ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาราวรูปสลัก และนัยน์ตาสีดำอมเทาที่กำลังจ้องมองไปยังจุดๆหนึ่งนั่นช่างให้ความรู้สึกอันตรายแต่ก็สามารถล่อลวงผู้คนที่ชื่นชอบความท้าทายให้เข้าใกล้ได้เช่นกัน ยังมีรูปภาพที่ถูกถ่ายจากในที่ไกลๆ อีกสองสามรูปแต่ก็ไม่ชัดเจนเท่ารูปแรก

มิคาเอลยกมือขึ้นลูบไล้ลงบนใบหน้าของชายคนนั้น คนที่ไม่ได้มีความงดงามราวเทวทูตตัวน้อยอย่างที่เขาชื่นชอบหากแต่เป็นเทพแห่งความตายที่พร้อมจะคร่าชีวิตผู้คน ชายหนุ่มนั่งมองรูปภาพใบนั้นอยู่นานแค่ไหนไม่มีใครทราบจนกระทั่งถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูของมือขวาคนสนิท

“ท่านครับคนของเราสืบหาแหล่งอาวุธของโรสพบแล้วจะให้ผม...”

“เตรียมเครื่องบิน ไปซานมาริโน”

“ครับ” 

To be con..... 

____________________________ 

Talk 

สองเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้ก็จะตัดไปมาหลายแห่งหลายคนหน่อยนะคะ ที่ซอฟสุดคงเป็นพี่ซันกับพ่อสิงโตแล้วล่ะ 

ps.1เราบอกแล้วว่าเรื่องนี้เป็นนิยายรอบโลก ไรท์จะพาทุกคนไปเที่ยวให้ครบทุกทวีป!!!! 

ps.2รู้สึกกังวลว่าจะมีคนจำไม่ได้ คุณคอนีเลียสนั่นก็คื๊ออ.. คุณลุงตกปลานั่นเองค่ะคุณผู้โชม. 

ps.3 รู้สึกเป็นปลื้มกับfeedback หนังสือ, e book และตอนพิเศษมาก ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอกค่ะ เพราะเรื่องมันยังไม่จบ... แต่ก็น่าจะอีกไม่นานนะ 

เอาเป็นว่าใครคิดถึงน้องและพรรคพวกก็เจอกันตอนหน้าแล้วกันนะ^^ 

#อาคิและลุงของเขา 

Crystal 

ความคิดเห็น