Exorcist_Scarlet

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 1 : Life in the shadows

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2562 00:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 1 : Life in the shadows
แบบอักษร

“ที่นี่ล่ะ”

เซเบอร์มองนายจ้างสลับกับประตูไม้คร่ำครึตรงหน้า เธอเผลอกวาดตามองรอบๆตามสัญชาติญาณติดตัว โดยรวมแล้วที่นี่เป็นสถานที่ปิดตายซอมซ่อ เป็นแค่บ้านเก่าๆหมดวาระการใช้งานเหมาะแก่การซุกซ่อนตัวหรือกบดานอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่นั่นหมายถึงจำเป็นต้องมีเสบียงอาหารไว้มากพอปะทังชีวิต ซึ่งที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากทุ่งหญ้าและต้นไม้ไร้ผล

เอนคิดูหันมองดูรอบข้างเมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงค่อยๆไขกุญแจตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง เขาผลักประตูเบาๆแล้วเชื้อเชิญเซเบอร์เข้าด้านในอย่างเป็นกันเอง

“เข้ามาพักเถอะ ต้องขอโทษด้วยที่พามาที่คับแคบไม่ค่อยสะดวกแบบนี้ หวังว่าเธอจะไม่มีปัญหาอะไรนะ”

ทั้งคู่เดินทางจากลอนดอนมายังปลายชนบทเวลล์โดยเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขององค์กรAlter ในตอนแรกนั้นเขาคิดไว้ว่าจะมาโดยรถยนต์เพราะเร็วกว่ารถไฟเท่าตัว แต่เมอลินได้เสนอการเดินทางที่เหนือกว่าทางอากาศ ทั้งนี้เลยทำให้พวกเขามาถึงเร็วขึ้นและประหยัดเวลาไปมากโข ในส่วนของค่าใช้จ่ายจะหักรวมไปในภายหลังซึ่งเขาก็ไม่มีปัญหา

เซเบอร์ตรงเข้าไปยังมุมห้องใกล้ประตูแล้วจัดแจงวางสัมภาระที่พกติดตัวมาไว้ให้มิดชิด ข้างในนั้นบรรจุของใช้จำเป็นจำพวก วิทยุสื่อสาร มีดพก ดินปืน อาหารแห้งและเงินสด

“ถ้าหิวก็บอกได้เลยนะ”

“ค่ะ” เธอตอบเขาไปสั้นๆหยิบวิทยุสื่อสารออกมาติดไว้ที่ปกเสื้อ

เอนคิดูมองเซเบอร์ที่ยืนจูนคลื่นสัญญาณอยู่ เธอคงจะติดต่อไปทางศูนย์เพื่อรายงานว่าถึงที่หมายแล้ว

“เอนคิดู!!! ไอรังหนูนี่มันอะไร แกจะให้ฉันนอนที่แบบนี้จริงๆเรอะ!”

เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับร่างของใครบางคนที่วิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องด้านใน บนผมเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่เพราะเพดานที่นี่ค่อนข้างต่ำทำให้มีปัญหาโดยตรงกับคนตัวสูงอย่างเขาและกิลกาเมซ

“ฉันบอกนายไว้แล้วว่าห้องข้างในนั้นยังไม่ได้ทำความสะอาด นายยังจะเข้าไปทำไมอีกห๊ะ!” หนุ่มหน้าสวยบ่นพรางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ในใจกำลังนึกก่นด่าเพื่อนสนิทที่ทำตัวไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

“ก็ฉันไม่มีอะไรทำนี่หว่า!”

“ท่านนี้หรือคะ”

เซเบอร์กล่าวแทรกขึ้นกลางบทสนทนา ดวงตาสีทองตวัดมองชายที่หลุดออกมาจากในรูปตัวเป็นๆ

“นังผู้หญิงนี่มันใครกัน เมียเก็บแกเหรอ?” เขาเปรยตามองแล้วถามคำถามที่เอนคิดูอยากจะเอาไม้ฟาดสักทีสองที

“พูดจาระวังปากหน่อยเจ้าโง่นี่ เธอคนนี้คือคนที่จะมาเป็นบอดี้การ์ทให้นายไง”

“ผู้หญิงเนี่ยนะ? ตัวแค่นี้จะไปทำอะไรได้”

“สบายใจได้ มือคู่นี้ฆ่าคนมามากเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการออกเลยล่ะ” เธอเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มเย็นให้ทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบ

แซ่ก—

เสียงสัญญาณวิทยุดังขึ้นหยุดบรรยากาศมาคุ เซเบอร์เอี้ยวตัวแล้วกรอกเสียงตอบรับ

“เซเบอร์พบเป้าหมายแล้ว ค่ะ ทราบค่ะ”

กิลกาเมซอาศัยจังหวะเหมาะที่เธอกำลังติดสาย ปลีกตัวไปปรึกษากับเพื่อนสนิท เขากระชากตัวเอนคิดูเข้าไปที่ห้องด้านในแล้วกระซิบคุยกัน

“แกคิดอะไรอยู่ทำไมถึงไปจ้างยัยนั่นมา”

“นายคิดว่าพวกเราจะหนีไปได้ตลอดรึไงเล่า”

“ฉันรู้! แต่หมายถึงว่าแกคิดว่าคนที่แกจ้างมามันเชื่อใจได้หรือไง” เขาเว้นช่วงหายใจพรางชำเลืองมองเซเบอร์ว่าเธอคุยธุระเสร็จหรือยัง “คนพวกนี้เป็นองค์กรอิสระ แสวงหาแต่ผลประโยชน์”

“ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว สิ่งที่พวกนั้นต้องการที่สุดคือศพนายพวกมันกำลังจะส่งคนค้นหานายไปทั่วโลก”

“ศพฉัน? พวกมันรู้แล้วหรอว่าศพที่สวนนั่นเป็นศพคนอื่น”

“อิชทาร์โทรมาบอกฉันเมื่อเช้าว่าพวกมันเอาศพไปตรวจDNAทันทีหลังจากเจอ”

“ไอเวรเอ้ย!” เขาต่อยเข้ากับผนังสุดแรงจนเลือดซึม “พวกมันจะต้องชดใช้!”

ศพนั่นเป็นร่างของทหารหนุ่มที่แสนจงรักภักดี เป็นแค่พลทหารธรรมดาที่ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยให้เขาหนีออกมา โดยการฝังระเบิดเวลาไว้ใต้ดินแล้วยืนรอความตายอยู่ตรงนั้น และวางอุบายหลอกศัตรูว่าตัวเขาอยู่ที่นั่น

ต่อให้ไม่ต้องรอดูก็รู้ว่าสภาพศพจะยับเยินขนาดไหน... มันเหลือเพียงชุดของเขาและเศษซากชิ้นเนื้อที่กระจายจนไม่สามารถรู้ได้ด้วยตาเปล่าว่าคือใคร

“ฉันรู้ว่านายโกรธนะกิล ดังนั้นนายต้องระวังตัวและเชื่อฉันฟังที่ฉันพูด”

“เออ ถ้าฉันไม่ฟังแกฉันจะมาอยู่ที่นี่รึไง!”

หนุ่มหน้าหวานลอบมองที่ด้านนอกแล้วถอนหายใจอย่างเอือมระอา

“ฟังนะฉันไม่ได้บอกคนพวกนี้ว่านายเป็นใครและฉันต้องรีบกลับแล้วไม่งั้นพวกนั้นจะสงสัย เพราะฉะนั้นแล้วนายต้องทำตัวว่าง่ายเข้าใจมั้ย?”

กิลกาเมซพยักหน้าแบบไม่เต็มใจเท่าไหร่ เมื่อเห็นว่าเซเบอร์คุยธุระเรียบร้อยพวกเขาจึงรีบเปลี่ยนท่าที

“ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย เอนคิดูหาอะไรให้ฉันกินหน่อยสิ!”

“นายก็ไปหาเอาเองสิ!”

เซเบอร์เปรยตามองจากด้านนอกแล้วประเมินกิลกาเมซอยู่ในใจ

นอกจากหน้าตาแล้วดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะไม่มีอะไรดีเลย ทั้งการพูดจาที่แสนหยิ่งยโสและการวางตัวเหนือคนอื่น ดูๆไปแล้วคงถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจนเคยตัว คงเป็นลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐีอะไรทำนองนี้ โชคดีที่เธอเป็นคนใจเย็นและเคยรับมือกับคนประเภทนี้มาบ้าง งานนี้จึงดูไม่ยากเกินกำลัง

“เห้ย! แกน่ะ! ทำกับข้าวเป็นสินะ” เขาหันมามองเธอแล้วตะโกนถาม

คำว่า ‘เป็นสินะ’ ไม่ใช่ ‘เป็นหรือเปล่า’ คือคำพูดที่ตัดสินแกมบังคับไปแล้วว่าเธอทำกับข้าวเป็นแล้วจะต้องทำให้เขากิน ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบของเธอคือ

“ไม่”

“เป็นผู้หญิงประสาอะไรทำกับข้าวไม่เป็นแบบนี้ใครเขาจะเอาทำเมีย”

“ฉันปรุงเป็นแต่อาหารที่ไว้ใช้ลอบสังหารอยากจะกินดูมั้ย?”

เธอใช้หางตาตวัดมองคู่สนทนา ด้วยน้ำเสียงและดวงตาที่ดูผิดมนุษย์ทำให้เขาไม่กล้าที่จะต่อล้อต่อเถียง กิลกาเมซยอมสงบปากสงบคำและเดินกลับไปหาเพื่อนซี้ที่กำลังง่วนอยู่กับโน๊ตบุ๊ค

“ยัยนั่นเป็นนักฆ่าจริงๆน่ะหรอ?”

“นายสงสัยอะไร” เขาถามพรางเช็คข้อมูลสำคัญที่แอบขโมยมา

“ก็ถ้ายัยนั่นเกิดบ้าขึ้นมาแล้วฆ่าฉันตายล่ะ!”

“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็สมควร”

“เฮ้!” กิลกาเมซส่งเสียงทักท้วงขึ้น สีหน้าของเขากำลังบอกว่าไม่ตลกด้วย

“นายก็อย่าไปกวนโมโหเธอสิ เอาล่ะได้เวลาที่ฉันต้องไปแล้ว”

เอนคิดูพับโน๊ตบุ๊คเก็บใส่กระเป๋าโดยไม่สนใจเพื่อนซี้ที่กำลังทำตัวงอแงเป็นเด็กกะโปโลอยู่ด้านหลัง

“เซเบอร์ มานี่หน่อยสิ” เขากวักมือเรียก

“ค่ะ”

“นี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของฉันแล้วก็อีเมล์ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายใช้บัตรของฉันได้เต็มที่ ถ้าขาดเหลือหรือมีปัญหาอะไรที่มันเกินมือเธอก็ติดต่อมาได้ตลอด” เอนคิดูเว้นช่วงแล้วหันไปมองเพื่อนซี้ด้วยสายตาจิกกัด

“คุณจะไปไหนหรือคะ?”

“อ่า— ฉันมีธุระต้องกลับประเทศน่ะ” นัยน์ตาสีทองลอบมองอย่างแคลงใจ

“ถึงจะรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงแต่ฉันก็ต้องขอพูดกับคุณว่าเดินทางปลอดภัยนะคะ”

“ขอบใจนะ” เอนคิดูยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วหันมาบอกลากิลกาเมซอีกครั้ง “จำที่ฉันสั่งไว้ได้ใช่มั้ย”

“เออ” กิลกาเมซกอดอกมองด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก แต่มันก็ช่วยให้รั้งเพื่อนรักไว้ไม่ได้เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินไปจริงๆ

“ยังไงฉันก็ต้องขอฝากเจ้านี่ไว้ด้วยนะ”

“มันเป็นงานของฉันค่ะ”

ที่เธอพูดก็ถูก นี่เป็น ‘งาน’ ของเธอ แต่เขาเองก็เห็นใจผู้หญิงตัวเล็กๆที่ต้องเดินทางออกมาพักค้างแรมกับชายอื่นสองต่อสอง แล้วยิ่งเป็น ‘ตัวเจ้าปัญหา’ อย่างกิลกาเมซอีก เขารู้ดีเลยว่าเธอจะต้องเหนื่อยมากกว่างานอื่นๆ

“หวังว่าเธอคงจะไม่แคนเซิลงานหรอกนะ”

เอนคิดูบ่นพึมพำหลังจากปลีกตัวออกมาแล้ว เขาขึ้นไปยังด้านในเฮลิคอปเตอร์ขององค์กร Alter ที่มีคนขับรออยู่

เวลานี้เขาทำได้มากสุดแค่ถ่วงเวลาและสืบหาเบื้องหลังของเรื่องนี้ทั้งหมด

ความคิดเห็น