เซคราเรส

ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนนะคะ สัญญาว่าจะพยายามอัพบ่อยๆค่ะ ^^

(ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 1

ชื่อตอน : (ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2562 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(ทดลองอ่าน) ตอนพิเศษองค์ชายมิลิน 1
แบบอักษร

อีริค x องค์ชายมิลิน

-๑-



(ฉันไว้ใจนายนะอีริค อย่าทำให้ฉันผิดหวังเข้าใจมั้ย) เสียงปลายสายที่ส่งมาทำให้ชายหนุ่มกำโทรศัพท์แน่น เขากัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนห้อเลือด ก่อนจะตอบออกไปด้วยเสียงแผ่วๆ

“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายวาลิช”

(ขอบใจมากเพื่อน แล้วก็อย่าบอกพ่อกับแม่ฉันว่าพรุ่งนี้ฉันจะพาบอริสไปอิตาลี) พูดแค่นั้นก่อนจะวางสายไป

อีริคถอนหายใจออกมาอย่างแรง ก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องแพงลงกับโซฟาบุหนังสีดำสนิทตรงหน้า แล้วเขาก็ทิ้งตัวลงตาม ในหัวคิดอยู่หลายเรื่อง แต่ทุกเรื่องล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคนคนเดียว คนที่เขากำลังทำให้เขาใจว้าวุ่นอยู่ตอนนี้

องค์ชายมิลิน

ตั้งแต่เกิดมาในครอบครัวองครักษ์ประจำพระราชวังมาลินา อีริคก็ถูกเลี้ยงดูและสอนให้อยู่เคียงข้างราชวงศ์เหมือนพ่อของเขา เขาเติบโตและเรียนรู้มาพร้อมๆกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ เป็นเพื่อนเล่นกับเหล่าองค์ชายมาตั้งแต่เด็ก จนขยับเป็นพระสหายและองครักษ์ขององค์ชายวาลิชเมื่อเข้าเรียนมัธยม

นอกจากองค์ชายวาลิชแล้ว คนที่เขาต้องเจอและช่วยอารักขาก็คือองค์ชายมิลินด้วยเช่นกัน เขาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังลิปปาไปโดยปริยาย อีริคทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเสมอมา เขาคอยปกป้องและอยู่เคียงข้างเหล่าเชื้อพระวงศ์ของพระราชวังลิปปามาโดยตลอด แม้กระทั่งช่วยกันท่าทุกคนที่พยายามเข้าหาองค์ชายมิลินก็ทำมาแล้ว เพราะทุกคนต่างรู้ว่าองค์ชายวาลิชค่อยข้างห่วงพระอนุชามากเป็นพิเศษ และใช่ เขาก็ทำมันได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

พยายามแม้กระทั่งจะปกป้ององค์ชายมิลินจากตัวของเขาเอง

มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอีริค เมื่อกำลังรู้สึกพิเศษกับใครซักคนแต่คนคนนั้นกลับแตะต้องไม่ได้ เขาไม่แม้แต่ที่จะสามารถเอื้อมมือไปแตะองค์ชายมิลินได้อย่างที่ใจปรารถนา แค่มองยังรู้สึกตอกย้ำว่าเขาไม่ควรคิดเกินเลย และต้องรีบจัดการกับความรู้สึกที่มันเกาะกุมในใจมาตลอดหลายปีนี้ให้ได้โดยเร็ว

ครืด... ครืด...

เสียงโทรศัพท์อีกครั้ง องครักษ์หนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีเด้งตัวขึ้น และพยายามสะบัดความกังวลทั้งหลายทิ้งไปเมื่อปรากฎชื่อหน้าจอเป็นคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่ในตอนนี้

“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายมิลิน” ตอบไปด้วยเสียงปกติ อย่างที่เคยเป็นมาทุกครั้ง ความเฉยชาคือสิ่งที่เขาควรทำ ความรู้สึกที่แท้จริงจะต้องซ่อนอยู่ส่วนลึกที่สุดเท่าที่มันจะทำได้

การจะรักใครซักคน ทำไมมันยากเกินไปสำหรับเขา




องค์ชายมิลินวางสายจากองครักษ์คนสนิทซึ่งเป็นพระสหายของพี่ชาย เขาเจอและใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็ก แต่อีริคเพิ่งจะมาเป็นองครักษ์ของเขาตอนที่เขาอยู่เกรดสิบเอ็ด เป็นช่วงเดียวกับที่องค์ชายวาลิชไปเรียนต่างประเทศพอดี นั่นทำให้เจอหน้ากันทุกวัน อีริคแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาเลยก็ได้

แม้คุ้ยเคยกับอีริคมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่ความสัมพันธ์ของเรายังห่างเหินเมื่อก่อนหน้า ความสนิทสนมและเล่าทุกเรื่องให้ฟัง พูดคุย ปรึกษา ราวกับว่าอีกคนเป็นพี่ชาย มันเริ่มขึ้นเมื่อองค์ชายวาลิชไม่อยู่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกแปลกๆที่องค์ชายมิลินมี เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกดีกับใครมาก่อน และต้องซ่อนมันเอาไว้แบบนี้ด้วย

องค์ชายมิลินประทับใจการดูแลและเป็นห่วง นั่นไม่รู้ว่าอีกคนทำไปเพราะหน้าที่รึเปล่า แต่การที่มีอีริคอยู่ในทุกช่วงปัญหาของชีวิตมันทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับอีกคน แน่นอนว่าองค์ชายมิลินเองก็มีเรื่องที่พูดกับใครไม่ได้ แม้แต่พระชายามาลินเองก็ตาม จะคุยกับองค์ชายวาลิช พี่ก็ไม่ได้อยู่มิลาเดเนียในเวลานี้ เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ข้างๆองค์ชายมิลินมาตลอด จนถึงตอนนี้ ตอนที่เขาเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย ก็คืออีริค

การเป็นเชื้อพระวงศ์จะได้ทุกสิ่งตามต้องประสงค์นั้นไม่เป็นความจริง อย่างน้อยการที่จะได้ใจใครซักคน มันเป็นไปไม่ได้เลยเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน องค์ชายมิลินรู้ว่าตัวเองคิดยังไงกับองครักษ์ที่เป็นพระสหายของพี่ชาย แต่เขาก็ต้องเก็บมันเอาไว้ เพราะอีกคนมีแค่ท่าทางเฉยชา ไม่ได้รู้สึกเหมือนที่เขารู้สึกด้วย ทำทุกอย่างเพราะหน้าที่ มีแต่เขาที่คิดไปเองคนเดียว แม้แต่บทสนทนาในโทรศัพท์เมื่อซักครู่ก็ตาม

องค์ชายมิลินนิสัยไม่ดี เขาใช้อำนาจในทางที่ผิด เขาเรียกตัวอีริคมาเพียงแค่อยากพบอีกคนเท่านั้น

“มิลิน อีริคมารอข้างนอกแล้วนะลูก วันนี้จะไปไหนกันเหรอ” มาลินถามลูกชายที่เตรียมตัวพร้อมอยู่แล้ว อีริคเพิ่งมาแจ้งว่าองค์ชายมิลินเรียกตัวมา เพราะวันนี้จะออกไปข้างนอก

“มิลว่าจะไปหาซื้อหนังสือซักหน่อยน่ะครับ” ตอบออกไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปสวมกอดเสด็จแม่

“อย่ากลับดึกก็แล้วกัน” บอกแค่นั้น เพราะไม่ค่อยเป็นห่วงอะไรมาก ไปกับอีริคย่อมปลอดภัยอยู่แล้ว

ความจริงแล้วนั้น เชื้อพระวงศ์ของพระราชวังลิปปาไม่ได้ถูกจับจ้อง และต้องเข้มงวดอะไรมากนัก ยิ่งองค์ชายซานถูกแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทแล้วนั้น เชื้อพระวงศ์ฝั่งองค์ชายกาวิชน์ก็ยิ่งลดบทบาทลง นั่นทำให้คนของพระราชวังลิปปามีอิสระ และไม่ต้องกังวลมากนักเมื่อต้องออกไปไหน หรือทำอะไร

องค์ชายมิลินหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ก่อนจะเดินออกมาด้วยรอยยิ้ม และยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นหน้าคนที่รออยู่ข้างนอกก่อนแล้ว ปกติเขามีผู้ติดตามอยู่หลายคน แต่เวลาส่วนตัวและต้องการไปไหนโดยที่ไม่ต้องเยอะความ เขาจะไปกับอีริคเพียงลำพัง องค์ชายมิลินเคยอยากลองไปไหนคนเดียวบ้าง แต่นั่นก็โดนห้ามจากทุกฝ่าย ต้องมีผู้ติดตามตามอย่างน้อยหนึ่งคน

“ขอโทษที่เรียกออกมาในวันหยุดแบบนี้ คงไม่โกรธกันนะ” ยิ้มหวานให้ แม้จะได้รับเพียงสีหน้าเฉยๆตอบกลับมา แต่องค์ชายมิลินก็รู้สึกชินกับท่าทางนิ่งๆของอีกคนไปซะแล้ว คนตัวเล็กเลยได้แต่ยู่หน้าให้ แม้จะดูเหมือนวางท่า แต่องค์ชายมิลินก็ชอบทุกอย่างที่เป็นอีริค

“เชิญพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” เปิดประตูรถให้เชื้อพระวงศ์หนุ่ม ก่อนที่ตัวเองจะย้ายไปอยู่ตำแหน่งคนขับ

วันนี้อากาศไม่ได้แย่เท่าเมื่อวาน แม้ว่าจะมีหิมะตกลงมาเรื่อยๆก็ตาม รถคันหรูแล่นออกจากพระราชวังลิปปา มุ่งตรงสู่ใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของแหล่งการค้าและย่านเศรษฐกิจมากมายของมิลาเดเนีย

“ทำหน้านิ่งตลอดเวลาแบบนั้นไม่เมื่อยบ้างเหรอพี่อีริค” องค์ชายมิลินถามเมื่อรถของอีริคมาจอดในห้างใจกลางเมือง การมาแบบส่วนตัวนั้นองค์ชายมิลินชอบมากกว่า เพราะมันเหมือนกับว่าเขาเป็นแค่เด็กมหาลัยธรรมดาๆ และที่สำคัญ ได้มากับอีริคเพียงลำพังแค่สองคน

“กระหม่อมบอกกี่ครั้งแล้วพ่ะย่ะค่ะว่าอย่าเรียกแบบนั้น” องค์ชายมิลินใจดีและน่ารัก ทุกคนรู้อยู่แล้ว และยังไม่ถือตัวกับใคร การเรียกคนอื่นด้วยท่าทางสนิทสนมนี้เจ้าตัวมักจะทำกับคนที่รู้สึกสนิทด้วยเป็นประจำ แต่อีริคกลับไม่อยากให้องค์ชายมิลินปฏิบัติแบบนั้นกับเขา สถานะของเขากับองค์ชายควรห่างเหินกันให้มากที่สุด ควรจะเป็นเพียงแค่องครักษ์กับองค์ชายเท่านั้น เพราะนั่นจะตอกน้ำว่าเขาควรอยู่ในฐานะไหน และไม่ควรคิดมากไปกว่านั้น

“มิลก็บอกพี่อีริคกี่ครั้งแล้วว่าจะเรียกแบบนี้” ยิ้มตอบกลับไป ก่อนจะเดินนำเข้าไปข้างในห้างสรรพสินค้า

เป็นทุกครั้งที่อีริคทำหน้านิ่ง เมินเฉยกับทุกสิ่ง องค์ชายมิลินจะใช้รอยยิ้มตอบกลับไป แม้ในใจจะรู้สึกห่อเหี่ยว เพราะอีกคนดูเหมือนไม่มีท่าทีจะคิดเหมือนกับเขาเลยสักนิด การทำให้อีริคยิ้มนั้นยากกว่าอะไรทั้งสิ้น

อีริคมองนายเหนือหัวที่เดินนำไปก่อนพร้อมกับถอนหายใจ แล้วค่อยๆยิ้มบางๆออกมาเมื่อมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าที่เดินห่างออกไป องค์ชายมิลินทรงน่ารักและทำให้ใจของทุกคนอ่อนยวบเมื่อได้อยู่ใกล้ แต่นั่นก็เป็นเพียงมิตรภาพที่องค์ชายน้อยหยิบยื่นให้ทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงเขา

การเดินห้างในวันนั้นจบลงอย่างเรียบง่ายเหมือนเช่นเคย องค์ชายมิลินสนุกทุกครั้งเมื่อได้ออกมาข้างนอกกับอีริค มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทั้งสองคนลืมไปว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน และกำลังทำอะไร ความสุขเล็กๆน้อยๆเป็นอาหารหล่อเลี้ยงหัวใจทั้งสองดวง




พระราชวังลิปปายังคงไม่หลับใหลแม้จะดึกมากแล้วก็ตาม องค์ชายมิลินเผลอขัดคำสั่งเสด็จแม่เรื่องกลับดึก แม้เจ้าตัวได้โทรแจ้งไปแล้ว แต่นั่นก็ยังทำให้ทุกคนที่วังเปิดไฟรออยู่ จนรถของอีริคแล่นเข้ามา องค์ชายตัวน้อยนอนขดอยู่บนเบาะเพราะเผลอหลับตั้งแต่ขึ้นมาบนรถได้ไม่นาน

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” อีริคปลุกเบาๆ แต่เหมือนว่าอีกคนจะไม่สนใจเสียงเรียกนั้น องค์ชายมิลินยังคงหลับตานิ่งและซุกตัวลงกับเบาะราคาแพงอยู่เหมือนเดิม

แสงไฟจากพระราชวังลิปปาที่สาดเข้ามาในรถทำให้องค์ชายมิลินชัดเจนในความมืด เขาเห็นองค์ชายมาตั้งแต่ยังจำความได้ ริมฝีปาก ดวงตา จมูก ทุกอย่างอีริคจำได้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีโอกาสได้แตะต้องอย่างใจต้องการ

องครักษ์หนุ่มถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะอ้อมไปอุ้มร่างน้อยออกมาจากรถเสียเองในเมื่ออีกคนไม่ยอมตื่น องค์ชายมิลินเมื่อออกมาปะทะกับอากาศเย็นๆภายนอกรถ เจ้าตัวน้อยก็รีบซุกตัวเข้าหาความอบอุ่น สัมผัสที่คุ้นเคยนั่นทำให้เขารู้สึกปลอดภัย

อีริคพาองค์ชายมิลินเข้ามาในพระราชวังลิปปา แล้วก็เจอองค์ชายกาวิชน์และพระชายาเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ที่แปลกไปก็คือเขาเห็นองค์ชายซานยืนยักคิ้วให้ข้างในด้วย

“ขอโทษอีริคด้วยนะที่ต้องมาทำงาน ทั้งที่เป็นวันหยุดแท้ๆ” มาลินว่าเมื่อองครักษ์หนุ่มที่เป็นพระสหายของลูกชายคนโตพาเจ้ามิลินที่หัดดื้อเข้ามานอนบนโซฟาเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวยังคงหลับไม่รู้เรื่อง

“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ” อีริคตอบด้วยท่าทางนิ่งๆอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว

“อีริคเค้าเต็มใจมากๆอยู่แล้วเสด็จอา จริงมั้ย” องค์ชายซานเดินยิ้มร่ามายืนข้างอีริคหน้านิ่ง ชายหนุ่มร่างสูงเกร็งกว่าปกติ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นได้นอกจากองค์รัชทายาที่แอบหัวเราะหน่อยๆเพราะได้แกล้งคน

“เอาเถอะ กลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว ซานก็ด้วย พี่เค้ากลับมาแล้ว รีบกลับไปนอนเถอะ” องค์ชายกาวิชน์ว่า องค์ชายซานมารอตั้งแต่เย็นเมื่อเห็นว่าพี่ชายยังไม่กลับมาหลังจากออกไปกับองครักษ์หนุ่ม แม้จะโตขึ้น แต่องค์ชายซานก็ยังหวงพี่ไม่เลิก แต่นั่นมันก็ยังน้อยกว่าองค์ชายวาลิชอย่างแน่นอน

องค์ชายซานกับอีริครับคำก่อนจะออกมาจากพระราชวังลิปปา องครักษ์หนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก นั่นทำให้คนที่เดินมาด้วยถึงกับหัวเราะลั่น

“ถึงขั้นถอนหายใจเลยเหรออีริค หึ” ไม่มีอะไรที่องค์ชายซานไม่รู้ และแน่นอนว่าท่าทางแปลกๆของพี่มิลินกับเพื่อนพี่วาลิชเขาสังเกตได้มาตั้งนานแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้ว่าทั้งสองคนคิดยังไงต่อกัน โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ความรู้สึกของอีกฝ่าย นั่นคือเรื่องสนุกเรื่องใหม่ที่องค์ชายซานกำลังค้นพบ

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ คิดจะเล่นอะไรกันแน่” อีริครู้สึกงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก องค์ชายซานเป็นคนที่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับองค์ชายมิลิน ตอนแรกอีริคตกใจมาก แต่พอเห็นว่าอีกคนไม่คิดจะเผยความลับของเขา ชายหนุ่มก็พอจะเบาใจมาบ้าง แต่องค์รัชทายาทที่ยังเป็นแค่เด็กอปลายกลับหาทางแกล้งแบบนึกเล่นสนุกทุกครั้งที่มีโอกาส แน่นอนว่าอีริครำคาญใจไม่น้อย

“ไม่ได้เล่น แค่เป็นห่วงนายไงอีริค อีกปีเดียวพี่วาลิชก็กลับมาแล้ว นายคิดว่าพี่ชายขี้โมโหของฉันจะทำยังไงเมื่อรู้ว่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อกับน้องชายตัวเอง พี่วาลิชหวงพี่มิลินยิ่งกว่าอะไร เรื่องนี้ฉันว่านายเองก็รู้ดีนะ” คำพูดขององค์ชายซานทำให้อีริคชะงักนิ่งไป แม้จะเป็นสิ่งที่เขารู้และเตรียมใจมาตลอด แต่มันก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้อยู่ดี

“กระหม่อมกำลังพยายามอยู่พ่ะย่ะค่ะ” แม้ว่ามันจะไม่ง่าย อยากตัดใจมากแค่ไหน แต่การอยู่ใกล้องค์ชายมิลินทุกวันก็ทำให้เขาตัดใจไม่ได้ซักที

“พยายามอะไร พยายามตัดใจหรือเดินหน้าต่อ ไม่เอาน่าอีริค ทำไมยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้ล่ะ ฉันแนะนำให้นายสู้มากกว่านะ” องค์รัชทายาทหนุ่มยั่วยุ

แม้ว่าเขาเหมือนจะสนุกก็จริง แต่ซานก็แนะนำให้อีริคลองสู้ก่อน อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆถ้ายังไม่ได้ลองทำ อีกอย่างเขาก็อยากเห็นพี่วาลิชหัวร้อนอีกสักครั้ง ไอ้พี่บ้านั่นต้องเกรี้ยวกราดจนพระราชวังลิปปาไฟลุกอย่างแน่นอน องค์ชายซานแม้จะหวงพี่มิลิน แต่เขาก็ไม่ได้บ้าเหมือนพี่วาลิชซักหน่อย อีกอย่างอีริคไม่ดีตรงไหน ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องขัดขวางเลยสักนิด

“หยุดพูดเรื่องนี้กันเถอะพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายควรกลับพระราชวังปีกขวาได้แล้ว” พูดตับทสนทนา ก่อนจะหันไปมองผู้ติดตามขององค์ชายซานที่เดินตามหลังมา องครักษ์สองสามคนจึงเดินเข้ามาใกล้หลังจากเดินถอยห่างออกไปเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับองค์รัชทายาทและพระสหายขององค์ชายวาลิช

“ฉันเบื่อพวกขี้แพ้ซะจริง” องค์ชายซานพูดแค่นั้นก่อนจะเดินไปอีกทาง ทิ้งให้อีริคยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงจะเดินไปที่รถของตัวเองด้วยท่าทางห่อเหี่ยว

ใครจะไม่อยากลองล่ะ แต่ถ้าลองแล้วรู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงอยู่แล้ว เขาก็ไม่อยากลองให้มันเจ็บไปมากกว่านี้ สู้ตัดใจเองเงียบๆจะดีกว่า มันไม่ง่ายเลยสักนิดกับการจะได้รักองค์ชายมิลิน เขาเป็นแค่คนธรรมดา เป็นแค่ทหารในวัง บ้านก็เป้นแค่ข้าราชการทหาร แต่องค์ชายมิลินสูงกว่านั้น

ใครจะไปกล้ารักองค์ชาย พ่อก็เป็นองค์ชาย แม่ก็เป็นพระชายา พี่ก็เป็นองค์ชาย ไหนจะพระปิตุลาก็เป็นถึงกษัตริย์ มีพระประยูรญาติเป็นเชื้อพระวงศ์และองค์รัชทายาท แล้วแบบนี้องค์ชายซานจะให้เขาสู้ได้ยังไงกัน

เขากับองค์ชายมิลินก็เป็นดั่งเส้นขนานนั่นแหละ แม้เขาจะอยู่ข้างๆองค์ชายไปเรื่อยๆแบบนี้ แต่ก็ไม่มีทางมาบรรจบกันได้






*************************************************************

ถึงคิวมิลินตัวน้อยของเราแล้วค่ะ กิกิ ตอนแรกก็คิดว่าจะเขียนองค์ชายมิลินยังไงดีให้เข้ากับตัวละครตัวนี้มากที่สุด เลยจับเรื่ององค์ชายวาลิชขี้หวงกับองค์ชายซานช่างยุมาเล่นดีกว่า และผู้โชคร้ายของเราก็คืออีริคคคคคค 5555555 ฝากด้วยนะคะ เรื่องนี้น่าจะลงสามตอนเหมือนเดิมค่ะ ^^

ความคิดเห็น