Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 44 The Beginning of the End.

ชื่อตอน : Chapter 44 The Beginning of the End.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 44 The Beginning of the End.
แบบอักษร

 

Chapter 44 The Beginning of the End. 

เสียงฝีเท้าสะเปะสะปะของผู้คนวิ่งไปมาอยู่ใกล้ๆ แสงไฟสาดส่องกระทบผืนน้ำสะท้อนเข้าสู่สายตาราวกับเป็นยามกลางวันที่ใต้ซอกหลืบของสะพานข้ามแม่น้ำ เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีรัตติกาลพิงหลังอยู่กับซอกหินเก่าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนถูกพ่นออกมาด้วยความเหนื่อยล้า เสื้อผ้าเปียกชื้นอีกทั้งมีหยดน้ำเล็กๆ ตกกระทบลงสู่พื้นดินทีละหยดจนกลายเป็นกองของเหลวสีแดงอ่อนที่ถูกชะล้างออกมาพร้อมกับคราบเลือดตามรอยบาดแผลและเสื้อผ้า ในฤดูร้อนของเดือนกรกฎายังมีเด็กหนุ่มอีกคนที่กำลังรู้สึกหนาวสั่นราวกับมีลิ่มน้ำแข็งทิ่มแทงอยู่ในกระดูก

เขากำลังป่วย หากในยามปกติเวลานี้เขาควรจะนอนอยู่บนเตียงนิ่งๆ โดยมีมือใหญ่ของใครบางคนคอยลูบไล้อยู่บนศีรษะและปรนนิบัติราวกับเป็นเจ้านาย

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหมือนพึ่งผ่านไปเมื่อวาน

ภาพของแสงไฟบนผืนน้ำที่ถูกส่องหมุนวนไปมายิ่งทำให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะ ใบหน้าซีดขาวเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลประปราย เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดฝืดคออย่างยากลำบากพลางหอบหายใจขึ้นลงจนหน้าอกกระเพื่อม สติค่อยๆเลือนลางลงทุกที แต่เวลานี้ภารกิจของเขายังไม่สิ้นสุด เด็กหนุ่มฝืนเปิดเปลือกตาหันไปมองยังทิศทางหนึ่ง โชคดีที่ข้างใต้สะพานแห่งนี้มีท่อน้ำทิ้งขนาดใหญ่พอให้คนเข้าไปได้ทีละคน ฤดูร้อนทำให้น้ำภายในแห้งขอด หวังเพียงว่าปลายสุดของเส้นทางจะไม่มีคนของมิคาเอลหรือโรสอยู่ก็พอ แต่ก่อนอื่นสิ่งที่เขาต้องทำ คือการจัดการกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในตัวของคนที่อยู่ด้านข้างนี่ก่อน เฮกเตอร์ฟื้นขึ้นมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในตอนที่รถชนเข้ากับกำแพงอย่างจัง พวกเขาทั้งคู่ได้แต่กัดฟันลัดเลาะมาเรื่อยๆ อย่างไร้สิ้นหนทางทำได้เพียงกระโดดลงสู่แม่น้ำเพื่อทางรอดเดียวที่เหลืออยู่ โชคดีจริงๆที่พบสถานที่นี้เสียก่อน

อคิราห์หลับตาลงอย่างอ่อนล้า ร่างกายของเขาต้องการพักหลังจากที่ต้องผ่านช่วงเวลาเสี่ยงตายมาตลอดทั้งคืน อีกทั้งบอบช้ำจากแรงกระแทกเมื่อไม่นานมานี้ ฝั่งเฮกเตอร์เองก็กำลังจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน พวกเขาทั้งคู่ต้องการหมอ

ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้คนที่เขาคิดถึงยังมีพี่ชายอีกคน ซันจะเป็นยังไงบ้าง เขาหวังว่าอีกฝ่ายจะปลอดภัย อย่างน้อยไลโอเนลจะต้องปกป้องพี่ชายของเขาอย่างแน่นอน ยังมีคนอีกหลายคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเขาในครั้งนี้ แต่เขาไม่สามารถยืนมองคนที่เติบโตมาด้วยกันตายไปต่อหน้าต่อตาได้จริงๆ เด็กหนุ่มหอบหายใจเสียงเบา ชั่วขณะหนึ่ง เขากลับคิดว่าการได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งไม่ใช่โอกาสแต่เวลานี้กลับเป็นการลงโทษ

 

อคิราห์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เสียงของผู้คนด้านบนห่างไกลออกไปเรื่อยๆ เขากัดฟันขยับตัวเข้าไปหาคนที่ยังสลบอยู่ด้านข้าง ค้นหาอุปกรณ์ทุกอย่างที่อยู่ในตัวของอีกฝ่าย เฮกเตอร์มีของเหลืออยู่ในกระเป๋าตามตัวอยู่ไม่มากนัก ยังดีที่หนึ่งในนั้นยังมีมีดพับด้ามเล็กอยู่อันหนึ่ง เป็นเรื่องดีสำหรับอีกฝ่ายที่ไม่ต้องให้เขาใช้หินแหลมๆแถวนี้มากรีดแทนมีดพับที่อยู่ในมือ

อคิราห์กรีดเสื้อของเพื่อนรักออก คลำไปตามท้องแขนบริเวณที่เขาจำได้ว่าเคยถูกฝังไมโครชิพเอาไว้ ทันทีที่รู้สึกได้ถึงของแข็งบางอย่าง ใบมีดสีเงินก็ถูกกรีดลงไปทันที เฮกเตอร์ขมวดคิ้วก่อนที่จะลืมตาโพลงยกมือขึ้นคว้าแขนของเขาบิดออกด้านข้างตามสัญชาตญาณ หากแต่ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใครชายหนุ่มก็ถอนหายใจแล้วนอนลงไปเหมือนเดิม

“ฉันกำลังเอาเครื่องติดตามออกให้นาย อย่าพึ่งหลับ เสร็จแล้วเราจะไปกันต่อ”

อีกฝ่ายส่งเสียงอืมเบาๆพลางพลิกแขนอำนวยความสะดวกให้เขามากขึ้น เด็กหนุ่มจัดการกรีดลงบนผิวหนังของคนที่นอนอยู่อีกครั้ง ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากคนตรงหน้า คาดว่าเพื่อนของเขาคงเหนื่อยเกินกว่าที่จะขยับตัวแล้ว เขาสอดนิ้วเข้าไปคว้านดึงไมโครชิพอันเล็กๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว มองดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นเล็กนี่ กี่ครั้งแล้วที่มีคนพยายามเอามันออกมาและจบด้วยการถูกตามล่าไปทั้งชีวิต ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

เด็กหนุ่มตัดใจไม่คิดถึงเรื่องในอนาคต เขาโยนมันลงไปในน้ำอย่างไม่ไยดีพลางทิ้งตัวลงนอนพักด้านข้างคนที่ยังไม่ขยับตัว

“ถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่านายคือเซจจริงๆ”

“...”

“นายตายไปแล้วบนตึกนั่น ถูกระเบิดไม่เหลือซาก แต่นี่มันมหัศจรรย์เกินไป ฉันพยายามคิดว่านายอาจจะสวมรอยเป็นเขา แต่ถ้าใช่ ฉันก็ไม่เข้าใจว่านายจะมาช่วยฉันทำไม”

นัยน์ตาสีดำสนิทมองผ่านความมืดไปยังคนที่นอนหลับตาอยู่ตรงหน้านิ่งๆ ก่อนที่จะเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น “เพราะนายคือเพื่อนเพียงคนเดียวของฉัน” สิ้นเสียงคำตอบจากเขา เฮกเตอร์ก็เงียบลงไปพักใหญ่

“ฉันยังยืนยันคำเดิมเซจ นายไม่ควรช่วยฉันเลย” เสียงที่ถูกเปล่งออกมาของเฮกเตอร์ทั้งแหบแห้งและแผ่วเบา “หมอนั่นรักนายจริงๆ”

เสียงผิวน้ำกระทบก้อนหินดังเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงกระซิบของเด็กหนุ่มอีกคน “อืม”

‘ฉันก็เหมือนกัน’ 

“ไปกันเถอะ”

คนต่างวัยกัดฟันเดินก้มตัวลัดเลาะไปตามเส้นทางของอุโมงค์ท่อน้ำทิ้ง เส้นทางภายในแยกกระจัดกระจายเป็นแขนงตามผังเมือง พวกเขาทั้งคู่ทำได้เพียงเดาทิศทางและสุ่มเลือกทางใดทางหนึ่งไปเรื่อยๆเท่านั้น จนในที่สุดก็มาถึงทางตัน ตรงหน้าคือกำแพงสีแดงดำและราวบันไดสนิมเหล็กเก่าๆ ด้านบนสูงขึ้นไปคือฝาท่อระบายน้ำ อย่างไม่มีทางเลือก พวกเขาทำได้แค่เสี่ยงปีนขึ้นไปด้านบนเท่านั้น ราวบันไดเกรอะกรังและคราบเหนียวลื่นเป็นอุปสรรคเล็กน้อยแต่ในที่สุดก็ถึงจุดหมาย เด็กหนุ่มเปิดฝาท่อด้านบนออกก่อนที่จะปีนออกมา แสงไฟสว่างจ้าจากทางด้านหลังทำให้เขาต้องหันกลับไปพร้อมกับพาหนะสี่ล้อที่บีบแตรเสียงดังยาวก่อนที่จะหยุดลงตรงหน้าห่างไปไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน

เอี๊ยดดด... 

เด็กหนุ่มหรี่ตาลงพร้อมส่องปืนเข้าไปทางฝั่งคนขับทันที

“เฮ้ เดี๋ยวๆๆ หยุดก่อน”

เฮกเตอร์ปีนออกมาแล้ว เขายืนกุมแผลที่มีเลือดซึมอยู่ตลอดเวลาพลางถอยไปยืนเยื้องไปทางด้านหลังเด็กหนุ่มที่เดินไปส่องปืนชิดติดกระจกฝั่งคนขับ

รถบรรทุกสินค้าคันสีฟ้าพร้อมโลโก้ร้านสะดวกซื้อเด่นหรากำลังจอดนิ่งสนิทอยู่บนถนนนอกเมือง อคิราห์มองเห็นแสงไฟจากรถอีกคันจากที่ไกลๆ ทางถนนตรงหน้า

“ลงไปเปิดประตูด้านหลัง เร็ว”

เด็กหนุ่มผมแดงที่น่าจะอายุไม่ห่างจากเขามากเท่าไหร่พยักหน้าขึ้นลงก่อนที่จะรีบวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปไขกุญแจประตูรถด้านหลังด้วยมือสั่นเทา

“เฮก นายเข้าไป”

เฮกเตอร์ปีนขึ้นไปด้านในโดยไม่ถามอะไรทั้งสิ้น เขาล้มตัวนั่งพิงผนังทันทีโดยไม่สนใจคนที่กำลังปิดประตูแต่อย่างใด

อคิราห์ยังจ่อปืนอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังตัวสั่นงันงก เมื่อทั้งสองคนขึ้นไปนั่งบนรถเขาจึงสั่งให้อีกฝ่ายขับต่อไป “ถ้าฉันเห็นว่านายทำอะไรตุกติกแค่นิดเดียว รับรองว่ากะโหลกของนายจะต้องเป็นรูอย่างแน่นอน” เขาพูดขู่คนที่ใกล้จะร้องไห้ออกมาเต็มที แม้คนที่กำลังข่มขู่จะดูดีแค่ไหน แต่ท่าทางเอาจริงนั่นทำให้เด็กหนุ่มผมแดงได้แต่พยักหน้าหงึกหงักขับรถวิ่งฉิวไปยังเส้นทางออกนอกเมือง

“นายกำลังจะไปไหน”

“ผ..ผ..ผมจะไป..ส..ส..ส่งของที่ซุปเปอร์ในเวอร์เดนครับ”

“ไปมิวนิค”

“ห่ะ ผม...ผมต้องตายแน่ไหนจะของ...”

“แต่ถ้านายไม่ทำตามที่ฉันพูดนายจะตายในอีกไม่ถึงหนึ่งนาที”

เด็กหนุ่มผมแดงปิดปากเงียบ อคิราห์ก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเช่นกัน เวลานี้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะคิดอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว

รถแล่นไปตามท้องถนนที่ทอดยาวข้ามเมืองไปเรื่อยๆ จนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเทา ก่อนหน้านี้ระหว่างทางยังมีรถตำรวจคันหนึ่งขับผ่านไปแต่ยังดีที่เด็กหนุ่มผมแดงคนนี้กลัวเกินกว่าที่จะทำอะไรโง่ๆ ออกไป เขาลดปืนลงด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากที่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำเรื่องเดือดร้อน หลังจากเดินทางมาด้วยกันพักหนึ่ง แม้ว่าจะไร้บทสนทนาแต่ดูเหมือนท่าทางบางอย่างของคนที่ติดรถเดินทางมาด้วยจะทำให้เด็กหนุ่มผมแดงเริ่มกล้าขึ้นมานิดหน่อย

“เอ่อ ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณเหรอครับ อย่าเพิ่งยิงผมนะครับ! คือ คือแค่รู้สึกว่าคุณดูอ่อนกว่าผมนิดหน่อย ไม่น่า...ไม่น่าจะเป็นโจร”

“...”

“ขอโทษครับ”

ผ่านไปอีกสิบนาที

“คุณดูอาการไม่ดีเลยถ้ายังไงให้ผมพาไป...”

“น้ำมันกำลังจะหมด”

“อ้อ เอ่อ ครับ ขอโทษครับ”

รถบรรทุกเล็กคันสีฟ้าสดใสแล่นเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมันชานเมือง เด็กหนุ่มผมแดงลงมาหยอดเหรียญเติมน้ำมันด้วยใจตุ้มๆต่อมๆก่อนที่จะขับออกจากพื้นที่ๆมีกล้องวงจรปิดตามคำสั่งของคนในรถ

อคิราห์สั่งให้อีกฝ่ายเปิดประตูด้านหลังออกมา ทันทีที่พบกับแสงสว่างด้านนอกเฮกเตอร์ก็หรี่ตาฟื้นขึ้นมา ความเจ็บปวดแล่นลามไปทั่วสรรพางค์กาย เขารู้สึกได้ว่าแผลกำลังจะอักเสบ ริมฝีปากลอกและใบหน้าซีดเซียวนั้นทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกตื่นตระหนกเล็กน้อย

“นายยังไหวรึเปล่า”

“แค่นี้ไม่ตายหรอก”

“ดี ส่วนนายน่ะ ในนี้มีอะไรพอจะใช้ทำแผลได้บ้าง” อคิราห์หันไปพูดกับคนที่เขากำลังส่องปืนใส่อยู่ด้านข้าง

“ผมไม่แน่ใจแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครับ” เด็กหนุ่มก้มหน้าพูดออกมาเสียงเบาเพราะกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ “ขอโทษครับ”

“นายไปยืนอยู่ตรงนั้นอย่าขยับ เฮกถือไว้ ถ้าหมอนี่ขยับก็ยิงซะ” อคิราห์พูดก่อนที่จะเดินขึ้นไปค้นหาข้าวของที่พอใช้ได้ ก่อนอื่นต้องจัดการกับแผลที่สีข้างของเฮกเตอร์เสียก่อน หลังจากหยิบขวดน้ำมาเปิดล้างแผลและเทบรั่นดีลงฆ่าเชื้อ เด็กหนุ่มหาของต่ออยู่สักพักเขาก็ตัดสินใจหยิบผ้าเช็ดหน้าของผู้หญิงออกมาให้อีกฝ่ายกดแผลเอาไว้ชั่วคราว

“อีกกี่ชั่วโมงจะถึงมิวนิค”

“ร...ราวๆ สามชั่วโมงครับ”

อคิราห์หยิบปืนออกมาจากมือเพื่อนรักก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ ฉับพลันเขารู้สึกว่าสติจะหายไปวูบหนึ่งก่อนที่จะกลับมามองเห็นอีกครั้ง โชคดีที่เด็กนี่ไม่สังเกตเห็น ร่างกายนี้บอบช้ำเกินไป เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน “ไปกันได้แล้ว”

 

ณ คฤหาสน์ตระกูลออสซินี่

ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเทา หากแต่หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันหนักหน่วงที่ผ่านมาในห้องกว้างและเพดานผืนเดิม ชายหนุ่มนัยน์ตาสีมรกตที่ยังอยู่ในชุดสูทสีดำชุดเดิมยังคงจ้องมองเพดานอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งคืน เวลานี้ใบหน้าของเขานิ่งสงบไร้ระลอกคลื่น ไม่มีวี่แววของความโศกเศร้า ความผิดหวัง ความโกรธกริ้ว ไม่มีน้ำตา ไม่มีอะไรเลย 

ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ไม่มีใครรู้เท่าตัวเขาอีกแล้วว่าเวลานี้ความรู้สึกภายในใจของเขาเป็นเช่นไร ใครจะไปคิดว่าคนอย่างมิคาเอล ออสซินี่จะมีช่วงเวลาแบบนี้เหมือนกัน

ถูกทิ้ง... 

คำๆนี้วนเวียนอยู่ในหัวเช่นเดียวกับประโยคหนึ่ง

'ผมจะกลับมา' 

แม้จะรู้สึกเหมือนโดนทรยศหักหลัง แม้จะรู้สึกโกรธแค้นเจ็บปวดแค่ไหนแต่ชั่วชีวิตของมิคาเอล ไม่เคยอ่อนข้อให้ใครมากขนาดนี้ นี่คงเป็นขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้ว ในเมื่อไม่สามารถตัดใจทำร้ายอีกฝ่ายได้ เขาก็ทำได้เพียงมอบทางเลือกให้มากมาย ทางเลือกมากมายที่เป็นตัวตัดสินสิ่งต่างๆได้ดี

หากอคิราห์เลือกผิดแม้แต่ครั้งเดียว เขาคงไม่ปล่อยคนทรยศคนนี้ไปง่ายๆแน่นอน เพราะหลายสิ่งสามารถบ่งชี้ได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำ...คือความตั้งใจหรือเป็นความจำเป็น แต่ถึงจะเข้าใจ เขาก็ยังไม่อยากจะยอมรับอยู่ดี

ก๊อกๆ 

“ขออนุญาตครับ”

“เข้ามา”

ลุคเดินเข้ามาในห้องที่ยังเปิดไฟสว่างจ้า มองดูเจ้านายที่ยังนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ต่างจากเมื่อคืน

'ผมจะกลับมา' 

มิคาเอลหลับตาลง ภายในความมืดมิดคือใบหน้าของใครบางคน คนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขามากมายเหลือเกิน

“พูดมา”

“เรื่องที่ท่านให้ผมไปจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ แต่ว่ายังไม่มีการติดต่อกลับมา ดูเหมือนว่าคนๆนั้นจะระวังตัวน่าดู” ลุครายงานผลการปฏิบัติการกับผู้เป็นนาย มองเห็นรอยยิ้มเยาะบนมุมปากของอีกฝ่าย ชายหนุ่มหลุบตาลงกล่าวต่อ “อีกอย่าง...เจสัน กลับมาแล้วครับ” 

To be con 

__________________________________ 

Talk 

ครั้งนี้คงไม่นานเกินไปนะคะเพราะมีฟีดแบคกลับมาเยอะเลยว่าจำแทบไม่ได้เพราะหายไปนาน (เก๊าหายไปยังไม่ถึงเดือนเลย (=3=) //โดนเตะ) เตือนความจำรี้ดเดอร์ทั้งหลาย มิคาเอลมีลูกน้องคนสนิทสามคนคือลุคกับเจสัน เจสันถูกส่งไปอยู่กับมาคัสหัวหน้าอีกตระกูลที่แอบชอบลุงของเรา ส่วนคนดูแลบ้านที่เป็นหมอด้วยคือเรเวน นั้มตาT_T 

หลายคนอาจคิดว่าทำไมมิคาเอลรุนแรงจังไม่รักน้องแล้วเหรอ หรือทำไมน้องถึงทิ้งมิคาเอลไปง่ายๆ ตัวละครก็เหมือนคนค่ะ ทุกคนมีความหลัง มีปม ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งอาจจะไม่ตรงใจกับใครเป็นบางครั้ง ไรท์พยายามคีพคาแร็กเตอร์ของทุกคนแต่ก็ยอมรับว่ามีหลุดบ้างเหมือนกัน 

คิดซะว่าตอนนี้เป็นการเริ่มต้นภาคใหม่แล้วกันเนอะ กลับมาสู่พาร์ทของน้องซึ่งยังอยู่ในช่วงเดินทางอยู่ แต่จริงๆ ก็อยากให้เขากลับมาเจอกันแล้วเหมือนกัน แต่ก็กลัวว่ามันจะเร็วเกินไป แต่ชุ้นคิดว่าในความรู้สึกของรี้ดหลายคนคือเขาจากกันไปสามปีแล้วจากความอู้ของไรท์ เหอๆ 

ตอนนี้ทอร์คยาวหน่อย เจอกันตอนหน้าค่ะ #อาคิและลุงของเขา 

Crystal... 

ความคิดเห็น