email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 12 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 12 {100%}
แบบอักษร

 

 

 

เช้าวันต่อมา 

“นินาว นินาวลูกตื่นลงไปทานข้าวก่อน เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะลูก” 

“อื้ม แม่หรอค่ะ”  ฉันรู้สึกตัวเพราะเสียงเรียกของแม่อายย์ เห้อแบบนี้มันน่าอายที่สุดเลย มาอยู่บ้านเพื่อนแท้ๆ ยังมาตื่นสายอีก ความจริงแล้วเมื่อคืนพอมาถึงบ้านอายย์ ฉันก็นอนไม่หลับอยู่ดีหรอกในหัวมันคิดนั่นคิดนี่ไม่ยอมหยุดจนเกือบเช้าแหละฉันถึงจะข่มตาหลับได้ 

“จ๊ะแม่เอง แม่เห็นหนูยังไม่ลงไปเลยถือวิสาสะขึ้นมาตาม หนูนาวลงไปทานข้าวก่อนนะลูกค่อยขึ้นมานอนต่อก็ได้” คุณแม่พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นชวนให้ฉันคิดถึงแม่ขึ้นมา นี่แหละที่เขาเรียกว่าแม่คือบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก 

“นาวขอโทษด้วยนะค่ะที่ตื่นสาย ไม่ได้ลงไปช่วยแม่ทำอาหารเช้าเลย” ฉันยกมือไหว้ท่านด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ 

“ไม่เป็นไรหรอกลูก หนูนินาวยังหน้าซีดอยู่เลย เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือจ๊ะ” ฉันยิ้มให้แม่ของอายย์ อย่างอายๆ ที่เรื่องของตัวเองมาทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วก็คิดมากตามไปด้วย เพราะคนๆเดียวที่ทำให้คนอื่นวุ่นวายไปหมด โดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วยซ้ำ 

“ค่ะ มีเรื่องอะไรให้คิดนิดหน่อยค่ะ” 

“หนูนาวมีเรื่องไม่สบายใช่ไหมลูก แม่จะไม่ถามหรอกนะว่ามันเรื่องอะไรที่ทำให้หนูต้องร้องไห้ เสียใจแบบนี้ แม่รู้ว่าหนูนาวเหนื่อยมามากพอแล้ว ยอมทนยอมทำทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์ความจริงใจแต่เขากลับไม่เห็นค่าอะไรในตัวเราเลย ทำไมแม่มองออกหนะหรอก แม่ก็ช่วงผ่านเวลาแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แม่ว่านะถ้าหนูลองหยุดพักสักหน่อย หยุดวิ่งตามบางสิ่งดู แม่ว่าบางทีแล้วทุกอย่างมันอาจจะดีขึ้นของมันเองก็ได้นะลูกนะ เคยได้ยินไหมทุกๆอย่างมันต้องขึ้นอยู่กับเวลา ความรู้สึกของคนเราก็เช่นกัน” 

“ขอบคุณนะคะแม่ นาวเหนื่อยจริงๆ พยายามมามากแค่ไหนเขาก็โยนทิ้งไม่สนใจใยดีเลย แต่พอวันหนึ่งนาวต้องการจะถอยออกมาเขากลับไม่ยอม นาวไม่รู้จริงๆว่าเพราะอะไรทั้งๆที่เขาบอกว่าไม่ได้รักนาวเลยสักนิด ” 

“คนแบบนี้ ต้องก็เจอกับตัวเองแหละลูก ถึงจะรู้สึก” 

ฉันพยักหน้า ก่อนจะสวมกอดแม่อายย์แน่น อย่างเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ที่แม่พูดมามันก็ถูก ฉันเหนื่อยแล้วจริงๆนะ เหนื่อยกับการวิ่งตามสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้และไม่มีวันที่จะเป็นได้ด้วย เหมือนที่หัวใจของเขาจะไม่มีวันมาเป็นของฉัน และฉันควรหยุดทำร้ายหัวใจตัวเองได้แล้ว 

หลังจากที่ทานข้าวเช้าเสร็จฉันก็ขอตัวกลับขึ้นไปนอนบนห้องนอนประจำที่ฉันมานอนบ้านอายย์และเหมือนจะกลายเป้นห้องของฉันไปอีกบ้านแล้ว ฉันฝากอายย์ให้ไปบอกพวกเมลอาร์คกแล้วก็แฟรงค์ว่าวันนี้ไม่ได้ไปเรียน ฉันคิดว่ามันคงต้องโทรมาถามฉันแน่นอน และที่สำคัญฉันยังไม่อยากจะเจอหน้าเขาที่คณะ หลังจากที่เขาทำร้ายฉันอย่างไม่มีชิ้นดี ฉันยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้หรอกนะ ฉันยังรักเขามาก และก็ยังคิดถึงเขามาก นึกถึงคนใจร้ายคนนั้นตลอดเวลาทั้ๆที่ผ่านมาเขาทำร้ายฉันมาตลอด ฉันสะดุ้งออกจากความคิดของตัวเองเพราะเสียงโทรศัพท์ ที่ส่งความหมายมาว่ามีสายเรียกเข้าเลยหยิบขึ้นมาดู 

อาร์ค 

“ฮัลโหลอาร์ค” ฉันกรอกเสียงเรียกชื่อคนที่โทรมา 

(นาว แกอยู่ไหน) อาร์คเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงที่ฉันรู้สึกได้ถึงความห่วงใยของคนรอบข้าง 

“ฉันมาอยู่บ้านอายย์ แล้วอายย์ไม่ได้บอกหรือไงว่าวันนี้ฉันไม่ไปเรียนหนะ ฝากลาอาจารย์ให้ด้วย” 

(แวะมาบอกที่คณะเมื่อเช้าหนะ แล้วตอนนี้แกโอเคนะ) ฉันนั่งยิ้มคนเดียว ดีใจที่เวลาอ่อนแอแบบนี้แล้วเพื่อนให้กำลังใจไม่ซ้ำเติมความโง่ของฉัน 

“โอเคแล้ว” 

(เฮ้อ ! น่าเชื่อตายแหละ เจ็บขนาดนี้ยังมาทำฟอร์ม งั้นเอางี้ เย็นนี้เดี๋ยวฉันกับไอ้สองตัวนั้นจะไปหาที่บ้านยัยอายย์แล้วกันั่่อกหรือไงว่าวันนี้ไม่ไปเรียนหนะ้าเขา ฉันยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ ฉันยังรักเขา ยังคิดถึงเขา คนใจร้า) 

“จ๊ะๆๆ ไปเรียนได้แล้ว ถึงชั่วโมงเรียนแล้วหนิ” 

(ครับๆ คนสวย ฉันเรียนไปนะแก อย่าคิดสั้นนะเว้ยไม่งั้นโดนหนักแน่ ยัยตัวแสบ บ๊ายบาย) 

“เออน่า รู้แล้ว บ๊ายบาย” ฉันส่ายหัวไปมากับความเป็นห่วงของเพื่อนที่ดูจะเว่อร์ไปหน่อยคิดได้ยังไงว่าฉันจะคิดสั้น เรื่องแค่นี้ฉันไม่เอาชีวิตไปเสี่ยงขนาดนั้นหรอก 

FUTURE TALK 

“ไอ้ทามม์ ไอ้ฟิวเจอร์มันเป็นอะไรว่ะ กูเห็นมันนั่งๆนิ่งเหมือนคนคิดมากตลอดเวลาอ่ะ” 

“กูไม่รู้ไง กูก็สงสัยไม่ต่างจากมึงหรอก นั่งหงอยอย่างกับคนอกหักหรือนินาวจะทิ้งมันไปแล้วว่ะมึง !” 

ผมได้ยินที่ไอ้เพื่อนสองคนคุยกันแล้ว มันถามกันว่าผมอะไรงั้นหรอ ฮึ ขนาดตัวผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นอะไรไป รู้สึกว่ามันหน่วงๆที่หัวใจเหมือนคนมาบีบมันจนผมเจ็บไปหมด มันอึดอัด เหตุผลที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ก็คงจะเพราะนินาวยังไงหละ เมื่อเช้าผมตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอนินาวแล้ว หมอนใบข้างๆเย็นชืดเหมือนกับว่าเธอหาไปนานแล้ว ผมโทรไปหาเธอก็ไม่รับสาย ผ่านไปสักพักก็ปิดเครื่อง มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่าจะไม่ได้เจอนินาวอีกเลย ซึ่งผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ผมยอมรับว่าเมื่อคืนผมทำรุนแรงกับนินาวมากทั้งการกระทำที่ป่าเถื่อนไม่ถนอมเธอแม้แต่น้อยและทั้งการพูดของผม เพราะคำพูดของนินาวที่เอาแต่จะไปจากผม ซึ่งผมไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้น และเผลอรุนแรงกับเธอ 

“ได้ยินพวกเพื่อนๆในห้องคุยกันว่าวันนี้นินาวไม่มาเรียนอีกแล้วเพราะไม่สบาย จริงหรอว่ะ มึงรู้เรื่องไหมไอ้ฟิวเจอร์ อยู่ด้วยกันนี่” ไอ้โฟสส์หันมาถามผม ซึ่งผมไม่รู้จะตอบมันจึงได้แต่เงียบเพราะหาคำตอบให้กับเพื่อนไม่ได้ 

“นินาวขอเลิกกับกูวะ” ผมตัดสินใจบอกเพื่อนไป พวกมันมองหน้าผมนิ่งๆ 

“ฮึ มึงควรจะดีใจไม่ใช่หรือไงว่ะ ไม่ได้รักเขานี่” ไอ้โฟสส์ขึ้นด้วยน้ำเสียงคล้ายกับว่าคงถึงเวลาแล้วสินะ 

“เฮ้ย! ทำไมเป็นงั้นไปได้อ่ะ ทะเลาะกันหนักมากเลยหรือไง หรือมันเพราะอะไร” ไอ้ทามม์พูดด้วยน้ำเสียงตกใจ 

“นินาวคงหมดความอดทนว่ะไอ้ทามม์ถึงไปจากไอ้ฟิวเจอร์ กูเคยบอกมึงแล้วสักวันเขาก็จะไปจากมึงเพราะทนนิสัยของมึงไม่ได้” 

“ยังไงกูก็ไม่ยอมเลิกหรอกนะ นินาวเป็นของกูคนเดียวคนอื่นไม่มีสิทธิ์!” ผมพูดออกไปจากใจจริง แค่คิดว่าจะมีคนมาแทนที่ผม ผมก็ทนไม่ได้แล้ว ต่อให้ต้องเกลียดกันก็ตาม ยังไงผมก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปหรอก ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ 

“เออ!  แล้วแต่มึงแล้วกัน จะทำยังไงต่อก็เอาตามที่มึงต้องการ รักเขาจะตายห่ายังจะปากแข็งเอาโล่อยู่ได้ ไอ้ฟิวเ จอร์เอ้ย” ไอ้โฟสส์ส่ายหน้า ผมรักนินาวอย่างงั้นหรอ ยิ่งคิดยิ่งหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ 

หนึ่งเดือนผ่านไป 

ผมนั่งเรียนในตอนเช้าอยู่ในห้องเรียนในคลาสตอนเช้าที่คณะ โดยที่ความรู้ที่อาจารย์ถ่ายทอดมาให้กลับไม่เข้าหัวผมสักตัว  เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ผมติดต่อนินาวไม่ได้เลย ทั้งติดต่อผ่านเพื่อนของเธอที่ทุกคนไม่ยอมบอกอะไรผมเลย รวมถึงพี่สาวของเธอ ทุกคนต่างก็ไม่ยอมบอกอะไรผมเลยว่านินาวอยู่ไหน ผมตามหาตลอดไม่ว่าจะที่ไหน ส่วนเรื่องเรียนดูเหมือนอาจารย์จะยกให้เป็นกรณีพิเศษที่นินาวไม่ต้องมาเรียนคือว่าง่ายๆ เธอเก็บหน่วยกิจวิชาในภาคครบเกือบหมดแล้ว จึงขอยื่นที่จะไม่เข้าเรียนแต่ขอทำงานส่งแทน 

“ไอ้ฟิวเจอร์นี่มึงยังไม่กลับไปคืนดีกับนินาวอีกหรอว่ะ นี่มันก็ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วนะเว้ย จะมานั่งซึมซังกะตายอยู่นี่ทำไม แทนที่จะไปง้อเขาให้กลับมา” 

“แล้วมึงจะให้กูทำไงหละไอ้ทามม์ กูยังไม่เจอเขาเลยด้วยซ้ำ จะง้อยังไงได้หละ หรือมึงรู้ใช่ไหมว่านินาวอยู่ที่ไหนแต่มึงไม่ยอมบอกกูอ่ะ ” ผมหันไปมองหน้ามันอย่างคาดคั้น มันเหมือนมีความลับกับผมอ่ะ หรือผมคิดมากเกินไป 

“กูไม่รู้ ถ้ากูรู้กูก็บอกมึงแล้วดิว่ะ เห้อกูเห็นมึงเป็นแบบนี้แล้วซ้ำเติมไม่ลงว่ะ” มันพูดไปก็มองหน้าผมอย่างเอือมระอาไปด้วย 

“ชั่งมันเหอะทามม์ รักเขาจะตายยังจะปากแข็งบอกว่าไม่รัก พอเขาไม่อยู่เป็นไงหละทีนี้ หมาหงอยเลยไหมหละ นี่หละหนาที่เขาบอกว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ฮึ ” ผมตวัดสายตาไปมองไอ้โฟสส์อย่างเป็นนัยบอกว่า มึงพูดอีกมีโดนเตะอ่ะ ทำไมมันไม่เข้าข้างผมอ่ะ ผมเป็นเพื่อนมันนะเว้ยทุกคน (งอนไป เพื่อนเขาก็ไม่สนใจใจง้อหรอกนะฟิวเจอร์ : ไรท์) 

“นินาวน่าจะมาเป็นแฟนกับกูว่ะ” ผมหันไปมองเพื่อนด้วยสายตาน่ากลัว จนมันทำเป็นเอนไปหลบหลังไอ้โฟสส์แต่หน้าตานี่ยิ้มเยาะผมสุดๆ ไอ้พวกนี้ ยิ่งเห็นเพื่อนทุกข์มันยิ่งซ้ำเติม 

“ไอ้เชี่ยทามม์ ! นั่นเมียกูนะ เมียเพื่อนมึงยังเคลมอีกไง อย่าพูดแบบนั้นอีกนะมึง ไม่งั้นมึงได้เจ็บตัวแน่” 

“โว๊ะๆๆ ไหนบอกไม่รักทำไมหวงเขานักหละเพื่อนเอ๋ย ไม่ใช่ว่านินาวเขาไปมีแฟนใหม่แล้วหรอว่ะ” ดูสิ่งที่มันพูดออกมาแต่ละอย่างสิ ดีๆ ทั้งนั้น 

“ถ้ามี ไอ้เชี้ยนั่นตายกูบอกเลย” สิ่งที่พูดผมทำจริงแน่ ถ้านินาวริอาจมีแฟนใหม่ (ผัวใหม่)จริงๆ 

“ไอ้ฟิวเจอร์เอ้ย” โฟสส์มันส่ายหน้าเหมือนเอือมระอาผมเต็มที 

“ไอ้ฟิวเจอร์ นั่นมันนินาวกับไอ้ฟิล์มหนิทำไมออกมาจากห้องอธิการบดีคณะเราว่ะ” ผมกำหมัดแน่นมองไปยังสองคนนั้น ฮึ คงกลับไปคบกันแล้วสินะทั้งๆที่ผมยังไม่ได้เลิกกับเธอ เธอเลิกไปเองฝ่ายเดียวทั้งนั้น 

“กูไม่รู้” 

“ไอ้ฟิวเจอร์ ! เชี้ยฟิว !” 

ผมบอกเพื่อนไปด้วยเสียงโมโห ลุกขึ้นแล้วเดินหนีไปทันที ไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อน เพราะถ้ายังเห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันผมอาจจะเข้าไปต่อยไอ้ฟิล์มก็เป็นได้ 

ผมพาร่างกายอ่อนแรงของตัวเองกลับมาที่คอนโด ด้วยอาการเหนื่อยล้าแต่ไม่ใช่ทางกายแต่เป็นทางใจ มันเป็นตั้งแต่นินาวไม่อยู่ที่ห้องนี้แล้ว ผมก็ไม่ค่อยได้กลับเข้ามาที่ห้องนี้เท่าไหร่ส่วนใหญ่ผมจะไปนอนกับไอ้ทามม์ไอ้โฟสส์มากกว่าเพราะยิ่งอยู่ภาพต่างๆของนินาวก็เข้ามาในสมองผมตลอดเวลา จนไม่เป้นอันหลับอันนอน มันคิดถึงสิ่งที่ผมเคยทำกับเธอมาตลอดจนต้องหายไปจากห้องนี้ แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรมันมีลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้ผมกลับมาที่ห้องและก็เจอกับนินาวที่กำลังเก็บของอยู่ ตอนนี้มือผมเย็นไปหมด หัวใจมันสั่นแปลกๆ 

“นี่มันอะไรกันนินาว เก็บของทำไม จะไปไหน!”  ผมเดินไปกระชากนินาวออกจากตู้เสื้อผ้าอย่างแรง แต่เธอก็ขืนร่างกายตัวเองไว้ ไม่กลัวเจ็บตัวเลยหรือไง 

“ในเมื่อเราเลิกกันแล้วทำไมฉันจะต้องอยู่ที่นี่อีกอย่างเดี๋ยวผู้หญิงของนายมาเจอฉันยังอยู่ที่นี่หล่อนจะไม่พอใจเอา” นินาวเอ่ยประชดผมด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เหมือนระเบิดอารมณ์ออกมา 

“เลิกบ้าอะไร เรายังไม่ได้เลิกกันนะนินาว!” 

เพียะ !!  หน้าผมกันตามมือเรียวที่ตวัดลงแก้มผมอย่างแรง ผมแตะเข้าที่มุมปากของตัวเองพบว่ามันมีเลือดออกมาด้วยเพราะฝ่ามือนินาวตบมาเต็มๆหน้า 

“ฉันเลิกกับนายแล้ว” นินาวมองผมด้วยสายตาที่ผมรู้สึกว่าไม่เหมือนเดิม จะเลิกกับผมงั้นหรอ ฮึ ไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว