พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เเบบนี้ก็ได้เหรอ (80%)...ถ้าอยากได้ก็มา 'เอา' กับผม

ชื่อตอน : เเบบนี้ก็ได้เหรอ (80%)...ถ้าอยากได้ก็มา 'เอา' กับผม

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2562 19:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เเบบนี้ก็ได้เหรอ (80%)...ถ้าอยากได้ก็มา 'เอา' กับผม
แบบอักษร


                       ประกาศด่วน!!!

      E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^



“คุยแชทกับใครอยู่เหรอคะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว”

น้ำเสียงหวานหยดที่โพล่งขึ้น ทำให้เขารีบเก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋า พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แล้วตอบออกไปอย่างฉะฉาน         

“เมีย” ง่ายๆ สั้นๆ แต่โคตรกระแทกใจทำให้เจ้าของร่างสะโอดสะองในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดงเพลิงถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าเขา

“แหม…พูดว่าเมียเต็มปากเต็มคำเลยนะคะ แล้วมันรู้ไหมว่าป๋าทำอะไรกับมันไว้บ้าง” พิริยาตวัดขาขึ้นไหว่ห้าง แล้วกอดอกเอ่ยด้วยมาดนางพญา   

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ! ไม่ต้องมาเสือก!”

พงษ์สวัสดิ์เค้นเสียงกระด้างลอดไรฟัน นัยน์ตาแข็งกร้าว ไม่ใช่กลัวว่าคิริมาจะรู้ความจริงว่าเขาเคยทำอะไรไม่ดีกับเธอไว้ แต่ถ้อยคำของพิริยาทำให้เขารู้สึกเจ็บใจกับการกระทำสิ้นคิดของตัวเองที่เป็นสาเหตุให้คิริมาบาดเจ็บปางตาย อุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลดในครั้งนั้นมันมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเขา มันเป็นตราบาปติดตัวเขา และมันยังเป็นแผลเรื้อรังในใจเขาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา             

“พิมมี่ไม่ยุ่งก็ได้ พูดเรื่องของเราดีกว่าเนอะ” แม่นางแบบสาวลอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้กับการปกป้องคิริมาของพงษ์สวัสดิ์ เป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะอย่างนี้ไงล่ะหล่อนถึงอยากเอาชนะนังลูกฆาตกรนั่น อยากจะฆ่ามันให้ตายตกไปตามกันกับแม่ชั่วๆ ของมันที่พรากพ่อไปจากหล่อน     

“อย่ามาใช้คำว่าเรากับฉัน เพราะเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉัน และจะไม่มีวันได้เป็น!” เขาเค้นเสียงเข้มเอ่ยอย่างฉะฉานไม่ไว้หน้า ขณะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก  

“แหม…พิมมี่ก็อยากรู้เหมือนกันแหละ ว่าป๋าจะทนแรงตื๊อได้สักกี่น้ำ” คนที่มั่นใจว่าผู้ชายทุกคนจะต้องมาสยบอยู่แทบเท้าเชิดหน้าด้วยท่าทางทระนง ก่อนจะโดนเขาสวนกลับด้วยวาจาเจ็บแสบ  

“ฉันบอกเธอแล้วไง ว่าต่อให้ตื๊อให้ตายฉันก็ไม่เอาผู้หญิงอย่างเธอ”  

“ก็ไม่รู้สิคะ เพราะบางทีป๋าอาจจะต้องเอาพิมมี่ก็ได้ ป๋าก็รู้นี่นาว่าพ่อกับแม่ของเราอยากเป็นทองแผ่นเดียวกันจะตาย” พิริยาไหวไหล่ แล้วเอ่ยด้วยท่าทางมาดมั่น      

“ฝันกลางวันอยู่หรือไง”

ชายหนุ่มแค่นยิ้มหยันขณะทอดสายตามองอีกฝ่ายแบบรังเกียจอย่างเปิดเผย ยิ่งคิดถึงแม่ของหล่อนเขายิ่งอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง ยังจำได้ไม่เคยลืมว่าตอนม.4 ในเย็นที่ฝนเทกระหน่ำพิริยากับแม่ของหล่อนกำลังเล่นงานคิริมา และเขาก็ร้องตะโกนไปห้ามปรามเพื่อช่วยเธอไว้ จนโดนนางพิมพ์ชนกตะโกนด่ากราดว่าไอ้เด็กบ้า แต่พอมาเจอเขาอยู่ที่บ้านกับพ่อท่าทีของพิมพ์ชนกก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจนน่าสะอิดสะเอียน              

“งั้นดูนี่ก่อนสิคะ บางทีป๋าอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

คนที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าเชิดหน้าเอ่ยด้วยท่าทางมาดมั่น ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกจากกระเป๋ามายื่นให้เขา พงษ์สวัสดิ์รับมันไปอย่างเสียไม่ได้ ทว่าชั่วเสี้ยววินาทีที่ได้ก้มลงมองรูปในมือเขาก็นิ่งค้างเหมือนถูกสาป ก่อนจะเงยขึ้นจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง         

“เธอไปได้รูปนี้มาได้ยังไง แม่ของฉันอยู่ที่ไหน” เขากดเสียงต่ำซักไซ้อย่างพยายามที่จะใจเย็น ทั้งที่อยากจะตะคอกใส่หน้าอีกฝ่าย แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะถ้าพิริยากล้าเอารูปนี้มาข่มขู่หรือเรียกร้องอะไรจากเขานั่นก็มีความเป็นไปได้สูงว่าแม่เขาอาจจะตกอยู่ในกำมือของสองแม่ลูกมหาภัย     

“วันนี้พิมมี่ยังไม่มีอารมณ์จะพูดอะไร เอาไว้ถ้ามีอารมณ์พิมมี่จะแวะมาหาใหม่ก็แล้วกันนะคะ”

หล่อนเชิดหน้าเอ่ยด้วยท่าทางเย่อหยิ่งจนเขาแทบหลุดสบถออกมา หย่อนระเบิดเสร็จพิริยาก็ผุดลุกขึ้น แล้วเดินนวยนาดจากไป ทำเอาพงษ์สวัสดิ์กำหมัดตัวสั่นเทิ้มด้วยความเดือดดาล ก่อนจะรีบโทรไปหาพ่อ      

ทันทีที่นายบัญชากดรับสายเขาก็ละล่ำละลักบอกด้วยความร้อนใจ ว่าให้พ่อสั่งให้คนไปจับตาดูพฤติกรรมของพิริยาและแม่ของหล่อน ครั้นอีกฝ่ายบอกมาว่าให้คนไปจัดการเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่แม่ของเขาหายออกไปจากบ้านหลังนั้นอย่างไร้ร่องรอยแล้ว แต่ยังไม่พบพิรุธอะไร เขาก็ได้แต่ภาวนาว่าแม่จะไม่ตกอยู่ในอันตราย ขอให้แม่อยู่ในความดูแลของตระกูลจิรกุลอย่างที่คิดไว้ ขออย่าให้แม่ถูกจับตัวไป


ในวันที่ปราศจากเลขาข้างกายเพราะอีกฝ่ายดันป่วยเป็นไข้ คราวนี้ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดาเหมือนรอบที่แล้ว แต่มนต์มีนาเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พอไม่มีอีกฝ่ายคิริมาก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนขาดแขนขาดขา ทำอะไรก็ไม่สะดวก มนต์มีนาทำให้เธอติดนิสัยของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สั่งไปครั้งเดียวได้เรื่อง ฉะนั้นพอแม่ส่งคนของท่านให้มาช่วยงานชั่วคราวคิริมาจึงไล่กลับไป เพราะทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ จนเธอร่ำๆ ว่าจะโทรไปตามคนที่นอนพักฟื้นหลังออกจากโรงพยาบาลให้กลับมาทำงาน แต่ถ้าทำอย่างนั้นเธอคงเป็นเจ้านายเขี้ยวลากดินแถมยังโคตรใจดำ มิหนำซ้ำยังจะถูกหมอดนัยกินหัวที่ไปเรียกคนของเขามาทำงานในภาวะที่ร่างกายไม่พร้อม                     

คิริมาติดกาแฟสดเป็นชีวิตจิตใจ วันไหนไม่ได้ดื่มเหมือนจะลงแดงตายเสียให้ได้ ฉะนั้นทุกบ่ายเธอจะต้องวานให้เลขาลงมาซื้อลาเต้ที่ค็อฟฟี่ช้อปตรงชั้นล่างติดกับศูนย์อาหาร ทว่าพอขาดมนต์มีนาคิริมาก็จำต้องลงมาซื้อด้วยตัวเอง พนักงานหลายคนที่เข้าคิวรอพร้อมจะเปิดทางให้ท่านรองผู้อำนวยการลัดคิดด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ แต่เธอก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะไม่อยากเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี หรือตกเป็นหัวข้อซุบซิบนินทาลับหลัง ในเมื่อวางตัวดี น่าเกรงขาม และเป็นที่นับถือมาโดยตลอด เธอก็ไม่อยากจะให้ภาพพจน์ของตัวเองต้องมามัวหมอง แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่ควรมองข้าม แต่ดูเหมือนว่าปณิธานที่ตั้งไว้จะสั่นคลอนเสียแล้ว        

“ครีมมี่!”

ผู้มาใหม่ร้องเรียกชื่อ แล้วทำท่าจะโผเข้าหา ทว่าเดชะบุญที่เธอหันขวับเบี่ยงตัวหลบ แล้วรีบถอยห่างออกมาสามก้าว ก่อนจะหลุดอุทานเมื่อเห็นว่าเป็นใคร            

“คริสเตียน!”

หลังจากตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าอยู่ๆ เพื่อนซี้ที่ช่วงนี้ห่างหายไปจากการคุยแชทจะมาโผล่ที่นี่ คิริมาก็อดที่จะกวาดตามองไปรอบๆ ไม่ได้ ก็เมื่อกี้อีกฝ่ายเล่นกระโจนเข้าหาอย่างไม่แคร์สายตาใคร ถึงแม้เธอจะหลบทันแต่พนันได้เลยว่าจะต้องไม่พ้นสายตาของบุคลากรที่มารอกาแฟ และอยู่บริเวณนั้นแหงๆ         

ทันใดนั้นสายตาเจ้ากรรมก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างของพงษ์สวัสดิ์ เขากำลังยืนกอดอกกางขานิดๆ คุยกับธารธาราอย่างออกรส แต่สายตากลับมองมายังเธอคล้ายคาดโทษ เธอเกือบเผลอเม้มปากในจังหวะที่เหลือบไปเห็นเขาโน้มลงไปกระซิบข้างหูของธารธารา เดาว่าสองคนนั้นคงมารอกาแฟเช่นเดียวกันกับเธอ เสียงหัวเราะห้าวทุ้มกังวานที่ลอยเข้าหูทำให้คิริมาเริ่มคิดได้ว่าตาเขาไม่ได้มองเธอหรอก เธอก็แค่คิดไปเอง บอกตัวเองไปอย่างนั้น แล้วปากก็เกือบจะเม้มเข้าหากัน หากคริสเตียนไม่สะกิดเสียก่อน        

“คิดถึงหนุ่มอยู่หรือไงยะ ถึงได้ใจลอยแบบนี้”

ตุ๊ดร่างใหญ่ใจกล้าแต่แอ๊บแมนเวลางาน ลูกครึ่งไทยอเมริกา หน้าตากระเดียดไปทางฝรั่งแต่พูดไทยชัด ขยับเข้ามาใกล้ๆ แล้วโน้มตัวลงกระซิบกระซาบเสียงเล็กเสียงน้อย         

“อ้อ…ฉันรู้แล้วล่ะ ผู้ที่จ้องแกอยู่นั่นเอง หูยยยย…สายตาแบบนั้นฆ่าฉันได้เลยนะยะ แหม…หวงออกเบอร์นั้นทำให้หึงไปเลยดีกว่ามั้ง โทษฐานที่ไปคุยกับชะนีนางอื่น”       

เสียงหัวเราะคิกคักทำให้เธอต้องถลึงตาห้ามปราม แต่นอกจากจะไม่ฟังแล้ว อีกฝ่ายยังยักไหล่อย่างคึกคะนอง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวเธอท่ามกลางความตะลึงงันของใครหลายๆ คน    

ให้ตาย! อยู่ๆ เธอก็รู้สึกเสียววาบที่สันหลัง

ก่อนที่เรื่องจะบานปลายให้ชวนปวดหัวไปมากกว่านั้นเสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นหนุ่มตาน้ำข้าวหุ่นล่ำกล้ามโตกำลังกวักมือเรียกคริสเตียน อีกฝ่ายก้มลงมากระซิบบอกเธอว่านั่นน่ะผู้ของนางกำลังจะแต่งงานกันในปลายปีนี้ แล้วนางก็บอกว่าเดี๋ยวโทรหา ก่อนจะพยายามเดินไม่ให้ตูดบิดจากไป         

คล้อยหลังเพื่อนซี้ตัวแสบที่มาไทยแบบไม่บอกกล่าว เพราะช่วงนี้ต่างก็ติดภารกิจยุ่งๆ กันทั้งสองฝ่าย คิริมาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ยังไม่วายรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เหมือนมีใครจับตามองตลอดเวลายังไงก็ไม่รู้ ทนไม่ไหวเธอก็ก้มลงมองนาฬิกา แล้วนับเลขในใจเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน ก่อนจะหันไปยิ้มให้แพทย์อินเทิร์นหนุ่มน้อยที่บ้านรู้จักกัน พูดคุยกันสักพักแล้วอีกฝ่ายก็ขอตัวไปทำงาน ส่วนเธอก็ยืนแกร่วรอกาแฟต่อไป             

“คิวที่ 29 ค่ะ”

โอ้! แม่เจ้า! ที่สุดก็ถึงคิวของเธอ

คิริมากรีดร้องในอกด้วยความยินดี ร่างบางก้าวไปยืนตรงหน้าเคาน์เตอร์ร้านกาแฟ แล้วกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกาแฟของตน ทว่ากลับมีใครบางคนซึ่งเดินมาจากทางด้านหลังฉวยกาแฟของเธอไปเสียดื้อๆ       

“กาแฟฉัน…” คิริมาพึมพำคล้ายละเมอ ขณะตามองตามแก้วกาแฟที่ลอยหนีไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะหมุนตัวไปมองเจ้าของมือไร้มารยาทที่บังอาจมาแย่งของเธอไป   

พงษ์สวัสดิ์อีกแล้ว!      

“อยากได้คืนหรือไง” เจ้าของใบหน้าหล่อลากไส้ติดจะร้ายๆ เลิกคิ้วกวนๆ ขณะจงใจยื่นกาแฟมาล่อตาล่อใจ จนคิริมาแทบจะกระโจนเข้าไปแย่งหากไม่สำเหนียกว่าตรงนั้นไม่ได้มีแค่เธอกับเขา       

“ก็นั่นมันของฉัน”

เธอไม่ตอบแต่เอ่ยเสียงแข็งๆ แสดงความเป็นเจ้าของ พอเขาทำท่ายื่นมาตรงหน้าก็รีบวาดมือไปหาของรักของหวง ทว่ากลับคว้าได้เพียงลม ทำให้คนที่ยื่นมือออกไปค่อยๆ สำรวมท่าที ลดมือลงแล้วกำเป็นหมัดแนบข้างลำตัวด้วยความคับข้องใจ นึกอยากจะข่วนหน้าอีกฝ่ายจนแทบบ้า    

“ถ้าอยากได้คืนก็บอกมาก่อนสิ ว่าแม่ผมอยู่ที่ไหน” ได้ทีคนที่ยังสืบไม่ได้ว่าแม่ของตัวเองอยู่ที่ไหนก็เอ่ยต่อรอง ขณะยกแก้วกาแฟร่อนไปร่อนมาอย่างจงใจยวนยั่ว    

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้เรื่อง” คิริมายังคงปฏิเสธคำเดิม แล้วเธอก็ต้องใจหายเมื่อเห็นสายตาไหววูบดังเดิม สงสารแต่ก็ปริปากออกไปไม่ได้ตราบใดที่ยังไม่แน่ใจเรื่องของครอบครัวเขา เพราะการช่วยเหลือนางกรองแก้วของเธอจะสูญเปล่า หากว่าแท้จริงแล้วสามีของนางไม่ได้ต้องการนาง      

“หึ…ปากแข็งแบบนี้ก็ไม่ต้องเอากาแฟคืนแล้วกัน”

คนที่พบกับความผิดหวังอีกครั้งแค่นยิ้มเล็กน้อยกับคำโกหกหน้าตาย แต่ก็เอาเถอะ ต่อไปเขาจะไม่ถามเธอเรื่องแม่ของตัวเองอีกแล้ว เพราะรู้ว่ามันเปล่าประโยชน์ ถึงยังไงเธอก็คงตอบปฏิเสธอยู่ดี ฉะนั้นให้คนของพ่อไปสืบหลายๆ ทางจะดีกว่ามาซักไซ้กับเธอให้เสียอารมณ์   

“ขอบคุณนะที่เลี้ยง”  

ตัวร้ายทิ้งท้ายไว้เท่านั้น แล้วเดินผิวปากจากไปพร้อมกับกาแฟของเธอในมือ คิริมาเม้มปากเล็กน้อยด้วยความขุ่นใจ ก่อนจะเดินตามไปล่ากาแฟของเธอคืน       

“เอาของฉันคืนมานะ”

พอจะถึงตัวคนที่จงใจยั่วโมโหก็เดินหนี ทนไม่ไหวคิริมาก็กดเสียงต่ำคล้ายออกคำสั่งในฐานะเจ้านาย แต่นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้วพ่อคุณยังไหวไหล่กว้างเบาๆ   

“ถ้าอยากได้ก็มา ‘เอา’ กับผม”


โอ๊ยยยยย บอกแล้วว่าอิป๋ามันร้าย มันซึน มันกวน อิอิ แบว่าอิป๋ามันหึงเมียแบไม่รู้ตัว อิอิ ส่วนยัยพิมมี่ก็น่าหมั่นไส้เนอะ แล้วหนูครีมจะตามไปเอากาแฟกับป๋าไหม แล้วแน่ใจเหรอว่าอิป๋าจะหลอกล่อเมียไปเอาแค่กาแฟ ถ้าอยากรู้ต้องรอลุ้น เอิ๊กๆๆๆ เอ้า…ใครรออยู่มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ จ้า ถ้ามาเยอะพรุ่งนี้จะมาลงต่อให้นะคะ แต่ถ้าไม่เยอะก็อาจจะไม่ได้ลงจ้า เพราะพรุ่งนี้ติดธุระหลายอย่างมากเลยจ้า เอาเป็นว่าถ้าอยากอ่านต่อก็เม้นท์มาให้กำลังใจกันบ้างเด้อจ้า คนเขียนจะได้รู้ว่ามีคนรอจ้า ^^

        E-BOOK รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ วางขายใน MEB แล้วนะคะ ราคา 299 บาท เอฝากด้วยจ้า  ตามไปสอยอย่างด่วนๆ โลดจ้า ^^ 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น