นินนารถ

ขอบคุณคนอ่านทุกๆคน ที่เข้ามาอ่านนิยายของนินนารถค่ะ..นิยายหลายเรื่องผ่านไปสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง เหมือนกับข้าวที่เรากิน คงจะไม่ถูกปากทุกวัน ก็คงคละๆกันไป..ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

เรื่องใหญ่ NCนิดหน่อย (อัพครบ))

ชื่อตอน : เรื่องใหญ่ NCนิดหน่อย (อัพครบ))

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2562 19:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
เรื่องใหญ่ NCนิดหน่อย (อัพครบ))
แบบอักษร

​​2สัปดาห์ต่อมา

​เบ็กกี้กับเพื่อนอีกสองคนนัดกันมาทานข้าวที่บ้าน ตามที่ได้บอกพ่อกับแม่เอาไว้ วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ หลังเลิกเรียนจุ้นขับรถพาเพื่อนมาส่งถึงบ้าน 

"เชิญพวกเธอเลย นี่หละบ้านฉันหละ"

"โอ้ว์..น่าอยู่มากนะ แต่ฉันว่าเหมือนมีคนอยู่ในบ้านเธอนะ"

"ก็พ่อแม่ฉันไง"

"ไม่ใช่แล้วเบ็กกี้ นั่นแฟนเธอนี่"

"ไม่ใช่แน่เฮียอยู่นิวยอร์ก ไม่มานี่หรอกน่า"เด็กสาวพาเพื่อนเดินเข้าบ้านมา แต่ที่เธอเห็นนั่นคาร์เตอร์ เบ็กกี้ถลาเข้าไปกอดผู้ชายตรงหน้า หลากหลายความรู้สึก ทั้งคิดถึงทั้งโหยหาอ้อมกอดนี้ที่สุด

"เด็กโง่..อย่าร้องเฮียอยู่นี่แล้วคนดี แต่มีคนมาด้วยนะไปดูสิ"

"เบ็กกี้นั่นหนูหรอจ๊ะ?"

"ค่ะ.."

"พ่อกับแม่ของเฮียเอง"

"จริงหรอคะ คุณลุงคุณป้าหวัดดีค่ะ เฮียไม่บอกเลยนี่คะว่าจะมา"นี่เขาพาพ่อกับแม่เขามาถึงนี่เลยหรือ แล้วทำไมไม่เคยบอกเลยว่าจะมา

"งั้นพวกเรากลับก่อนนะฮะ ไว้วันหลังเราค่อยมาใหม่นะครับ คุณลุงคุณป้า"

​"ไม่ต้องหรอก อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะ นี่คงเป็นจุ้นสินะ แล้วนี่.."คาร์เตอร์หรี่ตาสำรวจจุนโช ตั้งแต่หัวจดเท้า อยากรู้ท่าทางของเด็กหนุ่มคนนี้ รู้สึกยังไงกับเมียเขากันแน่ แค่ได้ยินชื่อก็ร้อนรนทนไม่ได้ ต้องแจ้นมาที่นี่อยากจะจัดการทุกอย่าง ให้เรียบร้อยสักที

​"หนูชื่อรียาค่ะ เป็นเพื่อนเบ็ก"

"เฮียรู้แล้ว ที่รักไปห้องโน้นกัน พ่อกับแม่รออยู่"เขาพาเธอเข้ามาที่ห้องรับแขกของบ้าน 

"เรื่องอะไร แล้วเฮียก็แอบมาใช่มั้ยคะไม่บอกหนูสักคำ หนูน้อยใจนะ"เขารู้ว่าเธอน้อยใจ แต่ไว้คืนนี้ค่อยคุยกัน แบบเปิดอกแล้วกัน

"แม่ครับพอดีเพื่อนๆเขามาด้วย ไว้คุยกันตอนมื้อค่ำดีกว่านะฮะ ตอนนี้เราต้องไปเข้าครัวกันแล้ว"ดูเขาจะรีบร้อนมาก กลัวจะไม่ได้พูดหรือไงนะ

"ก็ได้จ่ะ"แผนทุกอย่างเปลี่ยนหมด เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่เวลา ของสองครอบครัวเท่านั้น แต่มีเพื่อนๆอยู่ด้วย

​"เราสองคนช่วยทำนะคะคุณอา"

​"ได้จ่ะ.."

"เดี๋ยวเฮียมานะครับ ไปเร็วไปเปลี่ยนชุดก่อน"

"รียาเดี๋ยวฉันมานะ จุ้นด้วยตามสบายนะ"

"โอเค.."

เพื่อนสนิทรู้สึกว่าพวกเธอจะมาผิดเวลาไปหน่อย แต่นัดนี้แพลนไว้นานแล้ว เบ็กกี้ขออนุญาตพ่อกับแม่ไว้ ว่าจะพาเพื่อนมาทานมื้อค่ำด้วยในปลายสัปดาห์นี้

"ฟอดดดคิดถึงจัง ที่รักอย่าโกรธเฮียนะ"

คาร์เตอร์ดึงร่างเล็กเข้ามากอด เขาบรรจงจูบที่ปากอิ่มของเธอด้วยความคิดถึง โหยหา เด็กสาวเบียดร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอดของเขา ลิ้นร้อนคลุกเข้าด้านใน บดจูบคนในวงแขนอย่างดูดดื่ม ความโหยหาซึ่งกันและกัน สุดจะต้านทานได้

"เฮีย..อื้อ พอแล้วค่ะ ทุกคนรอเราอยู่นะคะ ทำเหมือนคนอดอยาก"

"ใช่เฮียอดอยาก เพราะเมียไม่อยู่ด้วย จุ๊ฟๆไม่เป็นไรทุกคนรอได้"เขาทำท่าว่าจะไม่หยุดง่าย ร่างบางแข็งขืนขึ้นมาทันที

"แต่มันเสียมารยาท ที่ให้ผู้ใหญ่รอนะคะ"

"ตัวเล็กใจร้ายอ่ะ ก็ได้ๆ ฟอดด ไว้คืนนี้ค่อยมาต่อ"

"บ้านะสิ..งั้นหนูขอเปลี่ยนกางเกงก่อนนะคะ ห้ามมองเค้าด้วย"ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปาก เธอจะอายอะไรนักนะ ส่วนไหนเขาก็เห็นมาหมดแล้ว

"นายจุ้นจ้านนั่น ยังคบกับมันอีกหรือไง?"

"จุ้นเฉยๆค่ะ เรียกเขาดีๆหน่อย สองคนนั้นเป็นเพื่อนที่หนูมี หรืออยากให้อยู่คนเดียวคะ?"

"เปล่านะ เฮียก็แค่ถามดู อย่าให้รู้ว่ามันยุ่งก็เมียชาวบ้าน กระทืบแน่"

"หึงหรอ?"

"เอ้า..แน่นอนสิครับคุณ"

"แล้วแม่กับพ่อของเฮียมาเที่ยวหรอคะ ไม่เห็นบอกล่วงหน้าเลย จะได้ไปรับ"อย่าบอกนะ ที่เขามาเพื่อแค่อยากมาดู มาเห็นว่าเธอทำอะไรบ้าง 

​"มีเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรา และพ่อกับแม่ต้องเป็นคนจัดการ คนอื่นจัดการไม่ได้ต้องพ่อกับแม่เราทั้งคู่เท่านั้น"

​"เลยต้องเดินทางมาจากเมืองไทยนะคะ"

"ใช่..แม่อยากมาที่นี่ อยากเห็นหน้าสะใภ้แล้วเฮียก็ขอให้พ่อกับแม่ มาเจรจาสู่ขอเมียจากพ่อแม่เราไง"เธอหูฝาดไปหรือเปล่านะ เขาจะสู่ของั้นหรือแล้วทำไมไม่ทราบล่วง เรื่องแบบนี้ต้องมีการเตรียมตัวไม่ใช่หรือ?

​"อะไรนะคะ?"

​"ไม่พูดซ้ำเพราะเฮียใจร้อน ไม่อยากปล่อยเรื่องนี้ให้คาราคาซัง เราจะได้อยู่ด้วยกันแบบถูกต้อง เฮียทำถูกมั้ย?"เขาทำถูกต้อง แต่มันเร็วเกินไปหรือเปล่า?

"ไปเถอะค่ะ มันไวจริงๆจนหนูตั้งรับไม่ทันเลย แล้วเฮียก็ใจร้อนด้วย"

"ไม่เห็นต้องตั้งอะไรเลย เราเป็นอะไรกันตัวเองก็รู้นี่นา ใช่แล้วเฮียก็ใจร้อน อยากให้ตัวเองเรียนจบวันนี้พรุ่งนี้เลย เราจะได้แต่งงานกัน"

"แล้วที่ออฟฟิตรู้มั้ยคะ?"

"ไอ้แมร์รู้คนเดียวครับ"

"ดีค่ะ..แล้วพี่แมร์รู้นานหรือยังคะ?"

"เมื่อวาน"

"ดีนะคะคนอื่นรู้ตั้งแต่เมื่อวาน แต่หนูกับพ่อแม่เพิ่งรู้วันนี้ ช่างน่าตื่นเต้นดีแท้"น้ำเสียงชัดเจนเลย นั่นคืออาการน้อยใจ

​"พ่อตากับแม่ยาย รู้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เฮียขอโทษครับ ไม่งอนนะคนดี"เด็กสาวเปิดประตูออกไปแล้ว

​​'เฮ้อ..เมียงอนตามเคยไอ้คาร์ลเอ้ย'เด็กสาวลงบันไดมาถึงด้านล่าง อาหารถูกจัดวางบนโต๊ะกินข้าวเรียบร้อย เป็นครั้งแรกที่โต๊ะยาว จะมีคนนั่งเต็มสักที

"น้องเบ็กปล่อยให้ทุกคนรอไม่ดีเลยลูก"

"หนูขอโทษค่ะ ที่ทำให้ทุกคนรอคุณลุงคุณป้า ไม่บอกว่าจะมาหนูจะได้ไปรับ"

"ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยลูก พอลงเครื่องปุ๊บคาร์ลก็ให้รถที่สนามบินมาส่ง พ่อคนนี้ใจร้อนแม่ล่ะเชื่อเขาเลย"

"ใช่..พ่อบอกว่าขอพักสักวันก่อน เพิ่งมาถึงเมื่อวานนี่เอง นั่งก้นยังไม่ทันอุ่น ใจร้อนจริงๆเจ้าลูกคนนี้"พ่อของเขาดูจะยังไม่แก่เท่าไหร่ แล้วแม่ก็ดูจะเป็นผู้หญิงที่สวยมาก เพราะเธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลย พูดจาดีมีอัธยาศัย เหมาะกับความเป็นผู้ใหญ่

"ทานข้าวก่อนเถอะค่ะ คุยกันไปด้วยก็ได้แล้วคาร์ลลาพักร้อนหรือไงจ๊ะ?"จีน่าเอ่ยถาม

​"ครับ..ผมอยากทำอะไรให้มันถูกต้อง ก็เลยโทรฯปรึกษาพ่อกับแม่ แล้วก็เดินทางมาที่นี่เลยฮะ"

ทั้งจุ้นกับรียาแทบจะไม่ได้พูดอะไร เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าเบ็กกี้มีแฟน แต่จุ้นเพิ่งจะเคยเห็นก็วันนี้เอง คาร์เตอร์ดูหล่อมาก ถ้าจะบอกว่าเป็นนายแบบ เขาก็ต้องเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัย

"จะน่าเกลียดมั้ย คุณฮาลกับคุณจีน่าถ้าฉันจะสู่ขอสาวน้อยคนนี้ ให้กับคาร์เตอร์ ขณะที่เราทานข้าวกัน และหนูทั้งสองคน ก็เป็นเพื่อนสนิทป้าก็อยากให้รับรู้ ว่าแม่หนูคนนี้เป็นแฟนของลูกชายป้า คราวนี้เราอยากทำอะไร ให้มันถูกต้องตามประเพณี"

​"คุณป้าคะ..แต่ว่าหนู"

"พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ เพื่อนหนูจะมีคู่หมั้นแล้วหรอคะ แล้วเราจะยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมมั้ยคะเฮีย?"มารียาเกือบน้ำตาซึมออกมา

"เป็นสิ ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ดีซะอีกเฮียจะได้หายห่วง"

"ก็เป็นเพื่อนกันได้นี่จ๊ะ จนกว่าเบ็กกี้จะเรียนจบนั่นแหละจ่ะ ทานข้าวก่อนดีกว่านะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน"

"ค่ะแม่"

"และก็อย่าเรียกคุณป้านะลูก หนูต้องเรียกพ่อกับแม่จ่ะ"

"เอ่อ..ค่ะคุณพ่อ คุณแม่"

"แค่แม่กับพ่อก็พอจ่ะ เราครอบครัวเดียวกันไม่ต้องพิธีรีตรองมากนะ จริงมั้ยหนูรียา"

"ค่ะ..คุณป้า"

"แล้วทำไมพูดไทยชัดจัง หนูเป็นคนไทยหรือไง?"

"ค่ะ..บ้านหนูอยู่แม่จัน จังหวัดเชียงรายค่ะ มาเรียนที่ซีแอตโทลแล้วก็ทำงานที่ร้านอาหาร แต่ตอนนี้ไปทำที่ร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ใกล้ๆมหา'ลัย อาทิตย์ละสามวันค่ะ"

"จ่ะ..แล้วพ่อหนุ่มคนนี้ล่ะจ๊ะ?"

"ครับ..เอ่อผมมาจากโตเกียวครับ เพิ่งย้ายมาฮะแล้วก็เลยได้รู้จักเพื่อนสองคนนี้ พ่อเป็นอเมริกันครับ"

"แล้วทำงานอะไรจ๊ะ?"

"พ่อผมมีร้านสปาครับ แล้วก็มีร้านอาหารครับ"

"จ่ะ"

จวบจนอาหารมื้อค่ำผ่านไป จุ้นกับรียาขอตัวกลับไปก่อน เด็กหนุ่มรู้สึกผิดหวัง ทั้งๆที่รู้ตั้งแต่แรก ว่าเบ็กกี้มีแฟนแล้วเขาก็แค่เป็น ประเภท มดแดงแฝงช่อมะม่วงที่ ไม่มีโอกาสที่จะได้แตะต้องเธอ 

"อะไรของนาย"

"เปล่านี่"

"ฉันไม่เชื่อ อีเผือกนายดูเศร้าๆ ทั้งๆที่ฉันเคยบอกนายแล้วว่า นายมองเบ็กกี้ได้อย่างเดียว ห้ามนายคิดห้ามมโนนายก็ยังไม่ฟัง เฮ้อ..เจ็บปวดใช่มั้ยจุ้น ฉันยินดีให้นายซบไหล่ฉัน เพื่อซับน้ำตาแห่งความปวดร้าว และรันทดได้นะเผือก"

"เธอใจดีจัง"

"เพราะเราเพื่อนกันนี่ มีรักมันก็ต้องทุกข์แบบนี้และนะ"

"เฮอะ..ทำมารู้ดี"

"ฉันอ่านหนังสือมาเยอะเว้ย..พอจะรู้ว่าคนอกหักนั่นนะ มันอาจจะทำอะไรก็ได้"

"ใช่ฉันอาจฆ่าเธอได้ ถ้าเธอขืนเธอพูดมาก"

"เป็นยากูซ่าหรือไง อย่านะเว้ยแก ฉันมาคาถาเสกหนังควายเข้าท้องนะ มันจะเจ็บปวดทรมานมากกว่า ยิงปืนนัดเดียวซะอีก"มารียาไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไง แค่เคยอ่านมาว่าคุณไสยนี่ยังมีให้ได้ยินอยู่เสมอ

"เฮ้ยจริงดิ?"

"ชัวร์..ลองมั้ย?"

"อย่านะ..ไม่เอาหรอกไม่อยากทรมาน"มารียาแอบยิ้มเยาะในใจ ดูเหมือนคนข้างกายจะเชื่อด้วย เด็กสาวก็เคยได้อ่าน เคยได้ยินคนแถวบ้านพูดมาบ้าง เลยเอามาปะติดปะต่อเล่าเป็นตุเป็นตะ

​หลังอาหารมื้อค่ำพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย พูดคุยกันเรื่องของหนุ่มสาว ซึ่งคาร์เตอร์อยากให้มันถูกต้องที่สุด และให้เกียรติกับเมียเขามากที่สุด ตลอดเวลาที่ผ่านไม่ใช่เขาไม่คิด เขาคิดอยู่เสมอว่าควรจะจัดการอะไรๆ ให้เรียบร้อยและเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องใหญ่ และผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ควรจะคุยกัน

​"แล้วคาร์ลจะทำยังไง จะเทียวไปเทียวมาแบบนี้หรือไง?"พ่อตาเอ่ยถามว่าที่ลูกเขยทันที

"ไม่ครับ..พอดีเพื่อนที่ทำงานที่ซีแอตโทล เขาอยากกลับไปอยู่นิวยอร์ก เราก็เลยอยากจะสลับกันฮะ แต่คงอีกสักพัก น่าจะเป็นช่วงที่เบ็กกี้ เธอปิดเทอมพอดีครับ"นี่เขาเตรียมการไว้หมดแล้วสินะ และไม่ได้ปรึกษาเธอเลยสักคำ ไว้ค่อยซักฟอกทีหลังจะดีกว่า ต่อหน้าพ่อแม่เขาเธอไม่อยากพูดอะไรมาก

"แล้วคอนโดที่โน่นล่ะ?"

"ก็ไม่ขายครับ เราจะเก็บไว้เวลาอยากกลับไปบ้าง มีคนจะซื้อฮะแต่ในอนาคตข้างหน้า เผื่อเรามีลูก เก็บไว้ให้ลูกจะดีกว่าครับแม่"เขาคิดไปไกลอีก

"แม่คะหนูเหนื่อยแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ"

คาร์เตอร์รู้เลยว่าเมียตัวน้อยของเขา คงไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ที่เขาคิดแบบนั้น บอกเลยว่าเขาก็คิดไม่ถูก เพราะเธอก็รู้สึกไม่พอใจ เหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตา ใครอยากจะหยิบเธอไปวางตรงไหนก็ได้งั้นสิ

"จ่ะ"

พ่อแม่ทั้งสองฝ่าย สัมผัสได้ทันทีว่าคนทั้งคู่คงมีปัญหากันแน่ๆ แต่ในเมื่อเขากับเธอ คือคนที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป คงต้องค่อยๆคุยกันเองแล้ว

"เบ็กกี้...เฮีย.."

"เฮียชอบนักใช่มั้ย ไอ้ประเภทมัดมือชกเนี่ย ไหนเราบอกว่าจะคุยกันก่อนไงคะ ไม่ว่าเรื่องอะไรหนูเคยขอว่าให้เราได้คุยกัน ปรึกษากันแล้วนี่อะไรคะ คิดเองตัดสินใจเอง ต่อไปหนูก็ไม่ต้องทำอะไร เพราะมีคนคิดให้แก้ปัญหาให้ สมองหนูคงจะฝ่อกลายเป็นคนเอ๋อเหรอ รอยหยักไม่เพิ่มขึ้น มีแต่ลดลง"เอาล่ะสิเมียพูดแบบนี้ แล้วเขาจะทำยังไง ดันมีเมียฉลาดปราดเปรื่อง ก็ต้องเป็นแบบนี้

"ไม่นะ..เฮียไม่ได้คิดอย่างนั้น เฮียรักเมียอยากทำอะไรให้มันถูกต้อง มันไม่ดีตรงไหนอ่ะ อยากมาอยู่ด้วยอยากไปรับไปส่ง หรือตัวเล็กไม่รักเฮียแล้ว"เสียงเขาแผ่วหายไปตอนท้าย 

"ใครบอกล่ะคะ ว่าหนูไม่รักเฮีย แต่ว่าต้องคุยกันก่อนสิคะ เรื่องนี้มันไม่ใช่ว่าจะตัดสินใจได้คนเดียว ไหนบอกว่าเราจะคุยกันทุกเรื่องไงคะ?"

ก๊อกๆๆ

"แม่เข้าไปได้มั้ยจ๊ะ?"

"ค่ะแม่"

ทั้งแม่เขาและแม่เธอ เข้ามาในห้องนอน ทันทีที่ประตูเปิดออก มารดาทั้งสองฝ่ายรู้ได้ทันที ว่าสองคนนี้ยังคงถกเถียงกันไม่จบแน่ๆ

"ฟังแม่นะทั้งคู่เลย หลังที่คาร์ลพูดแม่ไม่เห็นด้วย ที่คาร์ลจะย้ายมาที่นี่แม่จำได้ว่า เมื่อคราวที่แล้วเราเคยพูดเรื่องนี้ครั้งหนึ่ง การที่เราจะทำอะไรให้มันได้ดังใจเรา นั่นมันยากเหมือนกัน น้องเบ็กเคยพูดว่าจะไม่ไปไหน แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไม่ได้"

"แต่แม่คะ?"

"ฟังให้จบก่อน เรากับพี่ชายทำเพื่อครอบครัวมามากแล้ว และพ่อกับแม่ก็อยู่ได้ แล้วมันก็ดีซะอีก ที่พ่อกับแม่จะได้ไปเที่ยวบ้าง ไปเยี่ยมหลานชายที่เป็นหลานคุณย่า แล้วก็หลานสาวที่เป็นหลานคุณยาย มันไม่ลำบากหรอกลูก มันถึงเวลาที่ลูกจะทำเพื่อตัวเองบ้าง ไม่ต้องห่วงแม่กับพ่อเราอยู่ได้ แค่โทรฯมาแม่จะไปทันทีจ่ะ เราสองคนพี่น้องจะได้อยู่ใกล้กันไงจ๊ะ"

"คาร์ล..หนูเบ็ก ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่นี่หรือที่ไหน มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก แต่เราต้องอยู่ด้วยกันไม่ต้องห่วงแม่กับพ่อ แค่ลูกบอกว่าอยากให้แม่มา แม่ก็จะมามันไม่ได้มีอุปสรรคอะไรเลย ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่ขอเปลี่ยนย้าย แม่ว่าคงต้องค่อยคิดนะ"

"แต่ตอนนี้เราแค่คุยกันไว้ฮะแม่"

"ให้เขาตัดสินใจเอง เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองคน ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่าย ลองดูซะก่อนพ่อแม่ไม่ได้ซีเรียสเลยจ่ะ"อำพรมารดาของคาร์เตอร์ ให้คำแนะนำอีก

"งั้นแม่ขอตัวนะ สองคนต้องลองคุยกันเพื่อหาข้อตกลงจ่ะ ไปล่ะนะลูกไปอาบน้ำเถอะ จะได้นอนพัก"

"ขอบคุณครับแม่"

"ชิส์..สมเจ้าแผนการดีนัก ทำอะไรไม่เคยหารือแล้วเป็นไง?"เธอทำเสียงขึ้นจมูก เขาก็แค่อยากมาอยู่กับเธอ อยู่ใกล้เธอคิดว่าถูกต้องที่สุดแล้ว 

"เฮียคิดถึงเมียนี่ครับ หรือว่าตัวเองไม่คิดถึงเฮีย?"ถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

"บอกไปแล้วค่ะหนูไม่อยากพูดซ้ำๆ"

"แต่เฮียก็ยังอยากฟังนี่นา นะครับคนดีตอนนี้มีแค่เราสองคนเอง เร็วพูดมาเฮียอยากฟังแล้ว"

"ฟังอะไรคะก็พูดให้ฟังแล้วนี่ ในไลน์ก็บอกไม่เบื่อบ้างหรือไงเล่า?"เขาคว้าเธอมานั่งบนตัก

"ไม่เคยเบื่อเลยถ้าเป็นคำพูดจากปากเมีย เฮียชอบฟังแล้วถ้าเป็นเสียงเบาๆ ข้างๆหูจะดีมากด้วย"เขาทำท่าอ้อน

"จริงหรอคะเฮียขาาา..จุ๊ฟ พอจะสื่อแทนคำพูดได้มั้ยถ้าเค้าจูบเฮีย"คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ่ม เขาไม่ได้หูฝาดใช่มั้ย

"นั่นหละที่เฮียชอบ"

"งั้นก็หลับตาสิคะ"

เขาทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะหลับตาพริ้ม เด็กสาวค่อยๆแนบปากลงมาประกบที่ปากเขา มันช่างแผ่วเบาเหมือนปีกผีเสื้อ มาโบยบินอยู่ใกล้ๆ แต่ลมหายใจหอมละมุนนี่สื ช่างร้อนผ่าว เล่นเอาชายหนุ่มตื่นเต้นจนอธิบายไม่ถูก ว่าขนลุกหรือเสียวซ่านดี

"จ้วบๆๆๆ อื้มม..ดีจังที่รัก"กลายเป็นว่าเขาเป็นคนสานตา ตวัดร่างน้อยลงกับที่นอนหนานุ่ม ทั้งที่ปากอิ่มอวบ ยังถูกบดจูบอย่างหนักหน่วง เธอไม่คิดจะห้ามเขา เพราะพูดไปคงเปล่าประโยชน์

"จุ๊ฟ รักเมียจัง แหวนสวยมั้ย?"เขาหมุนแหวนเพชรวงย่อมๆที่สวมให้เธอไปมา ก่อนจะยกนิ้วเธอขึ้นมาจุมพิตเบาๆ

"ค่ะ..ใครเลือกคะ?"

"แม่กับเฮียช่วยกันเลือก เฮียกะเอาว่าจะได้หรือเปล่า หวั่นใจเหมือนกัน แต่เมียเฮียนิ้วขนาดไหน เฮียรู้หมดทั้งบราเบอร์อะไร ชั้นในไซร์ไหนรับรองว่าไม่พลาดแน่ๆ

ตุ๊บบบ!

​"คนบ้า..ลามก"

"ก็จริงนี่นา ฟอดดด อยากกอดเมียแทบแย่ แล้วเรื่องซาซ่าเป็นไง เล่าให้ฟังหน่อย"เล่าไปแล้ว ก็ยังจะให้เล่าอีก

"บอกแล้วนี่คะ คิดถึงหล่อนหรือไงคะ?"

"เอ้า..เมียก็มีจะไปคิดถึงคนอื่นทำไม เล่าเถอะเฮียอยากรู้ ถ้าคราวหน้ามันมายุ่งกับเมียอีก มันตายแน่บอกเลย"เธอลูบไล้ที่เคราสากของเขาเบาๆ ใจจริงก็ไม่อยากจะยุ่งกับเธอคนนั้น ไม่อยากให้เขาต้องเปลืองตัวไปวุ่นวาย

"แค่ผู้ป่วยที่ขาดความอบอุ่น เราจะไปยุ่งกับเธอทำไมคะ ปล่อยเธอไปเถอะค่ะ หนูว่าเธอคงขาดยา ต้องรักษาตัวมั้งคะ เราต้องหลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับคนประเภทนี้ค่ะ มันไม่คุ้มแต่วันนั้น เธอเปิดฉากก่อน ไม่งั้นพวกเราคงไม่ตอบโต้"

"จุ๊ฟ..ตัวอันตรายชัดๆ"

"ก็เฮียไปยุ่งกับเธอเองนี่คะ แล้วซาบซ่านสมชื่อมั้ยคะคาร์ลขา เสน่ห์แรงนักถ้าขืนมีอีกนะหนูจะอาละวาดให้หนัก จะหาว่าไม่เตือนนะเฮีย"ชายหนุ่มหัวเราหึหึในลำคอ บทจะหึงเมียตัวน้อยของเขา ก็เอาเรื่องเหมือนกัน

"ไม่แล้วครับ เฮียเข็ดแล้ว หนูไปอาบน้ำเถอะ หรือจะให้สามีอาบให้ครับคนสวย หืมม?..เอางั้นมั้บ เฮียพร้อมนะ ฟอดดด ตรงนี้ก็หอม ฟอดด"เขาแกล้งเอาหนวดเครา ถูไถข้างแก้มนวลของเธอ เมียเด็กของเขาดิ้นหนีลงจากเตียง 

"ว้ายย..ไม่นะเฮีย ทะลึ่งใหญแล้ว แบร่ๆ"

"เดี๋ยวเถอะนะ อย่าคิดว่าเฮียจะยอม"

"เหรออออ..มีสิทธิ์ต่อรองงั้นสิ 555ไม่มีวันหรอกค่ะ บายๆ"

คาร์เตอร์หมั่นเขี้วคนตัวเล็กนัก ยิ่งนับวันยิ่งน่าขย้ำ ชายหนุ่มเก็บเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า มันมากมายซะจนล้น เหมือนว่าจะไม่กลับไปนิวยอร์กอีกแล้ว จริงๆก็อยากทำแบบนั้น เขาพยายามแล้วแต่ทำไมไม่สำเร็จสักครั้งเดียว

เสียงน้ำกระทบพื้นดังออกมาถึงด้านนอก เขาเปิดตู้เสื้อผ้าเปิดหาเสื้อ ที่เมียชอบใส่นอนเป็นเสื้อเขาเอง ที่ไม่ค่อยได้ใส่แล้วเธอหอบหิ้วเอามาตั้งหลายตัว บอกว่าใส่สบายเพราะเนื้อมันนิ่มมาก

"เฮียขา.."

"ครับ"

"นี่เฮียลาออกจากงานแล้วหรอคะ?"เมียว่าประชดให้

"เปล่าหรอก เฮียจะเอาเสื้อผ้าไว้ที่นี่บ้าง เผื่อคราวหน้ามา ก็หิ้วเป้ใบเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องโหลดกระเป๋า เฮียเอาเสื้อวางไว้ให้แล้ว อยู่บนเตียงไง"คนตัวเล็กสวมกอดเขาจากด้านหลัง คาร์เตอร์สถอดเสื้อออกแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวที่สวมอยู่

"จุ๊ฟ..หนูคิดถึงเฮียที่สุด"

"งั้นคืนนี้ก็กอดให้หายคิดถึงสิครับเมีย ฟอดด หอมจัง ดูสิขนของมาซะเยอะ แต่ลืมอะไรรู้มั้ย/แปรงสีฟัน แก่แล้วก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ หนูรู้ว่าเฮียต้องลืม คราวที่แล้วยังอยู่ในแก้วค่ะ เฮียใช้ได้เลย"

"ขอบคุณ..เมียรู้ใจที่สุดจุ๊ฟ เดี๋ยวมานะครับ คืนนี้จะกล่อมเมียนอน พร้อมกับเล่านิทานให้ฟัง"

"หนูจะรอนะคะ"

"ครับคนสวย ฟอดด"เฮอะเขาจะเล่านิทานให้ฟังหรอ เรื่องความเจ้าเล่ห์นะสิคิดว่า เธอรู้ไม่ทันหรือไง  

เบ็กกี้หยิบมือถือโทรฯหารียา ไม่รู้ว่าเธอกลับถึงอพาร์ทเมนต์หรือยัง จะว่าไปจุ้นกับรียาก็ดูจะเหมาะสมกันอยู่นะ อีกคนก็เก่งแต่อีกคนก็พูดน้อย ท่าทางจุ้นจะโดนรียา บงการทุกอย่างเพราะจุ้นนั่นคือคุณหนูเต็มร้อยทีเดียว

[ฉันถึงห้องแล้วเรียบร้อย แต่สงสารจุ้นว่ะมันเศร้ามาก ฉันกะจะโทรฯหามันอยู่เหมือนกัน]

"เธอต้องดูๆจุ้นหน่อยนะ ฉันรู้ว่ามันรู้สึกยังไง แต่เธอก็รู้นี่ ว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ฝากหน่อยนะนั่นเพื่อนเรานะเว้ยแก"

[รับทราบเจ้าค่ะ แต่ฉันชอบเฮียอ่ะบอกเลย]

"เหรอออ..มาตบกับฉันมั้ยยะ?"

[ไม่อ่ะ..แค่ปลื้มเขาหล่ะอ่ะแก เหลือมั้ยคนแบบนี้อ่ะ อบอุ่นดาร์กทอลแอนด์แฮนซั่ม ชอบอ่ะ"

"หยุด..ยัยคนขี้มโน นั่นของเพื่อนอย่าแม้แต่จะคิด ไม่งั้นเธอตายแน่"

​[ย่ะ..แม่คนขี้หวง เอ่อ..จุ้นมันชวนฉันไปทำงานที่ร้านมัน เธอว่าดีมั้ยฉันเกลียดอีลูกเจ้าของร้าน มันชอบมาแตะอั๋งฉัน วันก่อนมันมาจับก้นฉัน ฉันก็เลยกระทืบเข้าที่เท้ามัน ตั้งแต่วันนั้นมันไม่มองฉันเลย]

"จริงหรอ..ทำไมเพิ่งเล่า แล้วจุ้นรู้มั้ย?"

[ไม่ได้เล่าให้ฟัง เบ็กช่วยคิดหน่อยสิว่าฮันควรไปมั้ย? แต่ที่นี่เงินดีงานก็ไม่หนัก]

​"ฟังนะแก ถึงเงินจะดีแต่ถ้าไอ้บ้านั่น มันยังไม่เลิกทำเรื่องเลวๆ เธอจะอยู่ทำไมรียา ถ้าเธอเดือดร้อนเรื่องเงิน เธอบอกฉันนะเงินฉันพอมี เอาไปใช้ก่อน แล้วฉันก็จะบอกว่าเธอไม่ต้องคิดนาน พรุ่งนี้ไปลาออกเลย ถ้าไปทำที่ร้านจุ้นอย่างน้อยมันก็เป็นเพื่อนเรา โหยย..พูดแล้วขึ้นว่ะ อยากไปช่วยกระทืบไอ้บ้านั่น พ่อแม่มันรู้มั้ยว่าลูกเขาเป็นโรคจิต"

​|คงไม่รู้มั้ง ฉันพอจะรู้นะว่าทำไม พนักงานถึงทำงานได้ไม่นาน เพราะเหตุนี้หรือเปล่าวะ?]

"คงใช่มั้ง พรุ่งนี้เธอทำงานมั้ย?"

[ต้องวันจันทร์ แต่ลาออกได้ไม่มีปัญหา เพราะเขาจ่ายค่าจ้างรายวันนี่ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปลาออก แต่ต้องมีคนไปด้วยนะ]

"ได้สิฉันจะชวนเฮียไปเป็นเพื่อน อยากเห็นหน้ามันจริงๆ บอกตรงๆนะคนประเภทนี้ ต้องเอาให้หนัก เธอน่าจะบอกพ่อแม่มัน"

[ก็ฉันถือว่าฉันกระทืบมันแล้วไง ก็เลยขี้เกียจพูด โอเคนะตามนี้ฉันจะให้อีเผือกไปด้วย ถ้ามันคิดว่าฉันเป็นเพื่อน มันต้องไปเดี๋ยวพรุ่งนี้บ่ายๆฉันโทรฯหานะ..บาย]

"บาย.."เบ็กกี้ทุบกำปั้นลงที่ฝ่ามือ พฤติกรรมที่น่ารังเกียจแบบนี้ ทำไมต้องเกิดขึ้นกับคนที่เธอรัก มันไม่น่าให้อภัยจริงๆ



​อากาศร้อนมากตาพร่าไปหมด แต่เราก็มาอัพให้จบแล้วนะคะ เจอกันตอนหน้าจ้าบาย👌👌👌

ความคิดเห็น