Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 76 อาหลงก็คิดเหมือนกัน

ชื่อตอน : บทที่ 76 อาหลงก็คิดเหมือนกัน

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 177

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2562 15:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 76 อาหลงก็คิดเหมือนกัน
แบบอักษร

     ​   พอถึงที่พัก เผิงกวนอิงก็นึกขึ้นได้ว่าปิดโทรศัพท์ไว้ พอเปิดขึ้นมาก็เห็นว่าไจ๋เทียนหลินโทรมาหาเขาหลายครั้ง เผิงกวนอิงเลิกแขนเสื้อมองดูเวลาที่ข้อมือ เขาชะงักมองนาฬิการาคาแพงที่จูอี้หลงซื้อมาฝาก ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ กระแอมไล่เสมหะ แล้วกดโทรออกหาไจ๋เทียนหลิน

        "ขอโทษพี่ ผมปิดโทรศัพท์ ไปกินข้าวที่บ้านอาหลงมา"

        "เออ .." ไจ๋เทียนหลินรับทราบ เผิงกวนอิงได้ยินเสียงเขาสูบลมเข้าปาก คงจะกำลังสูบบุหรี่อยู่

        "เขารับปากแล้วว่าจะมา แล้วค่อยมานัดวันเวลากันอีกที.... แน่ใจนะว่านายอยากจะพบเขาน่ะ"

        "ครับ" เผิงกวนอิงตอบรับ

        "อย่าเพิ่งดีกว่ามั้ง" ไจ๋เทียนหลินพ่นควันบุหรี่ใส่โทรศัพท์

        "ทำไมล่ะครับ" เผิงกวนอิงถาม แต่ใจจริงไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ เขาเอียงคอหนีบโทรศัพท์ไว้ ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆถอดเสื้อโค๊ตออก

        "พี่ว่าตอนนี้เหล่าไป๋ตึงเปรี๊ยะ ท่าทางเขาจะขาดสติได้ทุกเมื่อเลยนะ" ไจ๋เทียนหลินตระหวัดนิ้วดีดเถ้าบุหรี่ลงพื้น

        "ดีแล้ว ผมอยากเจอเขาตอนนี้แหละ" เผิงกวนอิงยืนยัน ทำเอาไจ๋เทียนหลินทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วขยี้เท้าตาม

        "อยากฟาดปากกันให้เป็นข่าวเรอะ" เขาตะคอกใส่โทรศัพท์

        "ผมอยากเห็นเขาแบบไม่มีเกราะอะไรมาหุ้ม อยากให้เขาพูดกับผมด้วยใจดิบๆของเขา ไม่อยากได้เครื่องปรุงแต่งอะไร" เผิงกวนอิงอธิบาย

        "ใส่เสื้อกันกระสุนไปด้วยล่ะ" ไจ๋เทียนหลินว่า ฟังดูเหมือนกำลังถากถางเผิงกวนอิงอยู่

        "แหม พี่ล่ะก็" เผิงกวนอิงถอดแจ๊คเก็ตออกอีกตัว ก่อนจะใช้มือจับโทรศัพท์

        "อ้าว ฉันไม่ได้พูดเล่นนาโว้ย แล้วทางที่ดี ฉันอยากให้นายไล่ไป๋อวี่ไปให้พ้นๆอาหลง ... นี่ฉันเพิ่งรู้จากปากเขา ว่าเขาเอาส้อมแทงอาหลง" มันไม่ใช่น้ำเสียงถากถาง เผิงกวนอิงเข้าใจผิดแล้ว ไจ๋เทียนหลินจริงจังมาตั้งแต่แรก

        "คนขาดการยับยั้งชั่งใจแบบนั้น ใครก็ไม่ควรเข้าใกล้" เสียงเขาแข็ง ยืนยันความคิดตัวเอง

        "อันนั้นคงต้องให้อาหลงเป็นคนตัดสินใจเองนะ" เผิงกวนอิงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆที่ฟังดูจริงจังไม่แพ้กัน

        "ฉันกลัวเขาจะตัดสินใจผิด..." น้ำเสียงของไจ๋เทียนหลินอ่อนลง ก่อนจะเริ่มต่อว่าเผิงกวนอิง

        "ก็แกมันไม่ชัดเจนอย่างนี้ ถ้าอาหลงตัดสินใจผิดขึ้นมาแกก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ"

        "......" เผิงกวนอิงเงียบไป

        "คุยกับอาหลงอีกทีก่อนคุยกับไป๋อวี่ไหม"

        "......"

        "เหล่าเผิง?"

        "......"

        "พี่ตัดสินใจแทนเอง .... คุยกับอาหลงก่อน พี่ก็อยากเจอเหมือนกัน เดี๋ยวจะลองนัดมาเจอกันหน่อย" ไจ๋เทียนหลินตัดสินใจแทนหลังจากเผิงกวนอิงเงียบไปนาน

        "มีพี่อยู่ด้วยก็ดีเหมือนกัน" ในที่สุดเผิงกวนอิงก็รับคำ

        "แล้วทางบ้านอาหลงว่ายังไง" ไจ๋เทียนหลินเปลี่ยนเรื่อง

        "ไม่มีอะไร อาหลงรู้จักคนที่บ้านดี คนที่บ้านก็รู้จักอาหลงดีเหมือนกัน" เผิงกวนอิงตอบ... เขากังวลมากจนเกินไปแล้ว

        ................


        จูอิงสงเป็นคนเงียบๆ ความเป็นคนพูดน้อย พูดแต่เรื่องสำคัญทำให้เขาดูน่ายำเกรง เมื่อเผิงกวนอิงเอ่ยถึงเรื่องคนในทีมงานเข้าใจผิดว่าจูอี้หลงรับสินบนจากไป๋เทียนจ้าว จูอิงสงไม่มีปฏิกริยาอะไรแม้แต่น้อย เขายังคงจ้องมองกระดานหมากล้อมอย่างครุ่นคิด ก่อนจะค่อยๆวางหมากดำในมือลงไป ความสงบของเขาส่งต่อถึงมาดามจูที่เมื่อแรกวางถ้วยชาในมือลงทันทีที่ได้ยินเผิงกวนอิงพูด แต่เธอก็สงบลงอย่างรวดเร็วเมื่อสามีของเธอไม่ได้สนใจในคำพูดนั้นแม้แต่น้อย

        "แม้แต่ไป๋อวี่ก็ยังเข้าใจผิด.... " เผิงกวนอิงพูดต่อ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก

        "เป็นลูก แล้วยังไม่รู้จักพ่อของตัวเอง ก็ไม่น่าแปลกที่เขาจะไม่รู้จักอาหลงที่เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงาน" เผิงกวนอิงแทบตกเก้าอี้ เมื่อได้ยินจูอิงสงเอ่ยปากพูด แค่ประโยคเดียวก็กวาดไป๋อวี่ตกจากกระดาน กลายไปเป็นลูกอกตัญญูกับคนที่นับไม่ได้แม้แค่จะเป็นเพื่อน เผิงกวนอิงชำเลืองเห็นมาดามจูที่ยิ้มน้อยๆ ยกชาขึ้นจิบช้าๆ

        "ไป๋อวี่ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานของอาหลงนะครับ" เผิงกวนอิงตัดสินใจแล้ว เขาจะพูดให้มันรู้ดำรู้แดงกันไป

        ... แต่ไม่มีใครเอ่ยถามอะไรเขาต่อ ... เขานึกอยากให้อาหวู่อยู่ตรงนี้จริงๆ สองคนผัวเมียนั่นขอตัวกลับขึ้นไปบนชั้นสองแล้ว ถ้าอาหวู่อยู่ เขาจะต้องถามแน่ๆ ถามเอาคำตอบว่าถ้าพวกเขาไม่ใช่เพื่อนร่วมงานแล้วพวกเขาเป็นอะไรกัน

        "ไป๋อวี่สนใจอาหลงในเชิงชู้สาวนะครับ" เผิงกวนอิงวางหมากขาวที่สั่นระริกลงไปบนกระดานหมาก มาดามจูตะบะแตกแล้ว เธอกระแทกถ้วยชากับจานรองลงบนโต๊ะ

        "เหลวไหล" เธอตวาดเสียงสูง ตวัดสายตาโกรธเกรี้ยวใส่เผิงกวนอิงที่เผลอกำมือแน่น

        "อาหลงก็คิดเหมือนกัน" เขาตัดสินใจรุก นัยน์ตาจ้องตอบเธอเขม็ง ริมฝีปากเม้มเน้นเพราะเขารู้สึกเหมือนหัวใจที่อยู่ในอกกำลังจะเต้นกระดอนออกจากปากมา คุณนายจูลุกพรวดขึ้นยืน

        "ตาเธอวางหมากแน่ะ" จูอิงสงที่ยังคงนั่งไม่รู้หนาวรู้ร้อนบอก หลังจากที่เขาวางหมากดำลงไปที่ท้ายกระดาน แต่เผิงกวนอิงไม่หันมามองเขาแม้แต่น้อย เพราะเขารู้แล้วว่า จะบุกเข้าหาทางจูอิงสง มันคงเป็นไปไม่ได้ เขาคงไม่มีปัญญาทลายกำแพงน้ำแข็งหนาหลายสิบตันของจูอิงสงเข้าไปได้ แต่มาดามจูไม่เหมือนกัน กำแพงแก้วของเธอเริ่มปริแตกแล้ว เมื่อเห็นรอยร้าวอย่างนี้ เขาก็ได้แต่พุ่งชน หวังว่ากำแพงแก้วจะแตกเสียก่อนที่หัวของเขาจะแตก

        "ถ้าถือมันเป็นเรื่องชู้สาว ตอนนี้ก็ถึงขั้นข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้วนะครับ" เผิงกวนอิงดับเครื่องชน มาดามจูร้องกรี๊ดก่อนจะทรุดลงไปบนเก้าอี้ เผิงกวนอิงรีบลุกขึ้นไปประคองเธอ นึกขึ้นมาได้ว่าเธอมีอาการอย่างนี้ครั้งหนึ่งเมื่อคราวที่จูอี้หลงเข้าโรงพยาบาล


        อาหวู่กับเมียถูกตามมาช่วยกันปฐมพยาบาลมาดามจู ทานยาเข้าไปเพียงไม่กี่นาทีเธอก็เริ่มดีขึ้น แล้วทำท่าจะฟูมฟายอีก อาหวู่รีบอุ้มมารดาขึ้น พาออกไปจากห้องแล้วเดินตรงขึ้นไปยังห้องนอนของเธอที่ชั้นสอง

        จูอิงสงยืนจุดกล้องยาเส้นมองตามลูกชายและภรรยาไปจนลับสายตา แล้วจึงหันเดินกลับเข้ามาในห้อง เผิงกวนอิงยืนไหล่ตกอยู่ นึกเสียใจที่ตนเองวู่วามไปจนเกือบทำให้มาดามจูป่วยหนักแล้ว

        "คนเราไม่เหมือนกันหรอกนะ" จูอิงสงเอ่ยปาก เดินผ่านเขากลับไปนั่งที่เดิมตรงหน้ากระดานหมากล้อม

        "ผมขอโทษ" เผิงกวนอิงเดินตัวลีบมานั่งลงตรงหน้า

        "แม่เขาไม่เป็นไรหรอก ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ เขาแค่ไม่อยากยอมรับว่าเขารู้" จูอิงสงดูดกล้องยาสูบเป็นจังหวะ ก่อนจะดึงมันออกจากปากชี้ไปที่กระดาน

        "ตาเธอวางหมาก" เขาบอก

        เผิงกวนอิงมองหาหมากตัวสุดท้ายที่จูอิงสงเพิ่งวางลงไป ก็พบว่าเขาวางมันไว้สุดขอบกระดาน ด้านที่ติดกับตัวเขา เผิงกวนอิงเงยหน้าดูจูอิงสงที่ยังก้มลงมองกระดานหมาก จู่ๆน้ำตาก็รื้นขึ้นมาเต็มตาเผิงกวนอิง

        "ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ" เขางึมงำ

        "อย่าทิ้งอาหลงก็แล้วกัน" ผู้ชายที่นั่งก้มหน้ามองกระดานหมากล้อมเอ่ยเบาๆ

        กำแพงที่ทั้งสูงทั้งหนา มันไม่เคยมีอยู่จริงเลย เผิงกวนอิงนึก ทำไมเขาถึงโง่อย่างนี้ เขาไม่เคยรู้สึกถึงกำแพงน้ำแข็งของจูอี้หลงที่ทุกคนต่างไม่กล้าเข้าใกล้ เขาก็น่าจะรู้ว่าสำหรับพ่อลูกที่พูดจากันน้อยคำคู่นี้ มันไม่เคยมีกำแพงอะไรขวางกั้นอยู่ทั้งนั้น จูอิงสงไม่เคยสร้างกำแพงอะไรขึ้นมากั้นตัวเขาเองออกจากลูกๆ มันคงจะเป็นจูอี้หลงเองที่ค่อยๆเข้มแข็งขึ้น จนรู้สึกไม่อยากจะแสดงด้านที่อ่อนแอของเขาให้พ่อได้เห็น

        แต่ยังไง ตอนนี้จูอิงสงก็ถอยให้จนสุดกระดานแล้ว...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}