พาพราว

:)

บทที่ 2 บัวลอย! | 100%

ชื่อตอน : บทที่ 2 บัวลอย! | 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 627

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ค. 2562 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 บัวลอย! | 100%
แบบอักษร

พัดลมเพดานช่วยกันหมุนระบายอากาศภายในหอประชุมขนาดกว้าง ประตูบานใหญ่ถูกเปิดไว้รอบทิศ กระเป๋านักเรียนนับสิบวางกองกันไว้ที่มุมหนึ่ง เสียงเอี๊ยดอ๊าดเกิดจากการเสียดสีระหว่างรองเท้าผ้าใบและพื้นลายหินอ่อน เด็กๆ ถูกอาจารย์หน้าโหดต้อนให้รีบวิ่งไปเข้าแถวตามลำดับไหล่

“ไม้รำที่ 6 ปกหน้า ปกหลัง” อาจารย์โอบนิธิเริ่มต้นบทเรียนวิชากระบี่กระบองของวันนี้ทันที

ท่านเป็นทั้งอาจารย์สอนพลศึกษาและอาจารย์ฝ่ายปกครอง ผิวสีเข้มและน้ำเสียงขึงขังส่งให้ภาพลักษณ์ดูดุดัน หากความจริงนั้นเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี

“อ้าว! อยู่ในท่าคุมรำแล้ว ดูเพื่อนด้วย” ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อโปโลและกางเกงวอร์มปรามเด็กที่มัวแต่คุย

พู่กันเม้มปากฮึบไว้ทันที ส่ายตาล่อกแล่กแล้วรีบทำตามเพื่อนที่ยืนด้านหน้า แพรพิชชาแอบเหล่เพื่อนแล้วยิ้มสมน้ำหน้า

“...หันโกร่งกระบี่ออก แขนขวาชิดหู โล้ตัวไปข้างหน้า หน้า! ไม่ใช่ขวา!” เสียงดุดังก้องหอประชุม เป็นการเรียนที่เข้มข้นจริงจังอย่างกับอยู่ในค่ายทหาร

กระทั่งสอนครบถ้วนกระบวนความตามสเตปก็ปล่อยให้เด็กๆ แยกย้ายกันไปซ้อม แล้วจึงจับคู่มาสอบเมื่อพร้อม

แพรพิชชาคู่กับพู่กัน ส่วนศิรินคู่กับร่มรวิ ระบบการจับคู่ในกลุ่มของพวกเธอมักเป็นแบบนี้เสมอ

“ควงกระบี่สองรอบ ก้าวซ้าย กระบี่ปก ยุบ ชิด ยก วางเท้าซ้ายลง โยนกระบี่ข้ามศีรษะ ควงกระบี่สองรอบ กระบี่ปก ยกเท้าขวาขึ้น กลับหลังหัน ควงกระบี่สองรอบ กลับท่าคุมรำ แค่นี้จิ๊บๆ”

แพรพิชชาลดกระบี่ลงเมื่อซ้อมจนแม่นท่า ก่อนจะไหลตัวพิงเสาในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างผ่อนคลาย ส่วนพู่กันนั้นถอดรองเท้าแล้วนอนแผ่รับความเย็นจากพื้นลายหินอ่อนขัดมันเต็มที่ อย่าถามหาความเป็นกุลสตรี เพราะไม่มี!

“กีฬาสีปีนี้แกว่าใครจะได้เป็นดรัมฯ ไม้หนึ่ง พี่น้ำหรือพี่พิงค์” พู่กันชวนคุยเรื่อยเปื่อย นอนมองพัดลมบนเพดาน

“ใครก็ได้ สวยทั้งคู่แหละ วนๆ กันอยู่แค่สองคน”

“ถ้าขึ้นม.ปลาย แกไม่อยากลองเป็นบ้างเหรอพีช” คนพูดละสายตามาจ้องแพรพิชชาที่หน้าตาน่ารัก แม้จะไม่มากจนถึงขั้นเฉิดฉาย แต่ในสายตาเธอแล้วเพื่อนมีเอกลักษณ์ดี เครื่องหน้าเหมือนจะหมวยแต่ก็มีเค้าฝรั่งทั้งที่เป็นไทยแท้

“แกจะให้ฉันใช้ฟันหน้าควงคทารึไง”

“โถ...เหยินน้อยๆ ของเพื่อน” พู่กันแซว แล้วยกเท้าสะกิดเอวเพื่อนชนิดที่ว่าถ้าไม่สนิทก็มีสิทธิ์โกรธกันได้เลย “แกก็ดัดสักทีสิ”

แพรพิชชาคิดตาม ใช้ลิ้นลูบฟันกระต่ายแล้วส่ายหน้า “ไม่อ้ะ ขี้เกียจยุ่งยาก”

“ถ้าดัดนะ สวยแน่ๆ เชอร์รี่ทับหนึ่งนะแก ถอดเหล็กแล้วยังกะคนละคนแน่ะ นี่ถ้าบ้านฉันรวยแบบแกคงจัดไปละ จะได้ผอมๆ หน้าเรียวๆ ขอแทบตายหม่าม๊าไม่ให้ แม่ไม่เข้าใจตุ้มเลย”

“ตุ้มคงผอมหรอก ตุ้มแดกอย่างกับมรสุมเข้าขนาดนี้”

พู่กันเลยยันเพื่อนสนิทไปหนึ่งทีค่าที่แขวะกัน ก่อนจะพลิกตัวหันมาเกาะแขนเพื่อนทำตาปริบๆ “ดัดเหอะพีช ดัดแทนฉันหน่อย ดัดแล้วสวยเด้งเลยนะ ฉันอยากเห็นแกป็อบในโรงเรียนบ้างอ้ะ”

“ไม่อะ ไม่ชอบเป็นจุดเด่น”

“แต่ถ้าเด่นแล้วพี่กานต์มองเห็นล่ะ ชอบมะ” คนตัวนุ่มกระเซ้าเข้าจุดอ่อนไหว

“ตลกละ พี่เขาจะมาเห็นอะไร” พูดพร้อมกับยกมือจัดทรงผมที่เพิ่งจะเป็นทรงหลังโดนตัดแหว่งเมื่อเดือนก่อน “เลอะเทอะ! ไป! ลุก! ไปซ้อม แกยังจำไม่ได้ ฉันรู้”

“โอ่ยยย...ก็สอบคู่” พู่กันจอมขี้เกียจโอดครวญ “ลอกแกไง ความหวังของฉัน”

ยังไม่ทันจะซ้อมถึงไหน พู่กันก็เริ่มอู้ด้วยการเอากระบี่มาควงเล่นเป็นไม้คทา โยนไปโยนมาแล้วพลาดไปโดนพัดลมเพดานที่กำลังทำงานตามหน้าที่ของมัน ด้ามไม้กระทบเข้ากับใบพัดจนถูกปัดกระเด็นไปเฉี่ยวหัวเพื่อนแบบถากๆ ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

ส่วนคนซนจนได้เรื่องนั้นโดนทำโทษให้มายืนยกแขนสำนึกผิดหน้าหอประชุม

“โอบดุอะ” พู่กันกระซิบ ไม่สำนึกสักนิดที่ลากเพื่อนสนิทมาร่วมชดใช้ความผิดด้วยกัน

“ไม่ฟาดหน้าเพื่อนก็บุญแล้ว ซวยคนเดียวไม่พอ ฉันเกี่ยวอะไรด้วยวะ”

“ก็เพราะว่าเราคู่กันไง” พู่กันหยอก ทำตาวิบวับใส่เพื่อนที่จ้องมาตาเขียวปั๊ด

“พูดอย่างกะหนังรัก” คนหงุดหงิดสะบัดหน้าหนี แล้วก็ได้พบสิ่งดีๆ ที่ทำให้ความเซ็งหายไป

“แหม...กะพริบตาบ้างก็ได้แก” พู่กันเหล่แซวเมื่อรู้ว่าเพื่อนเห็นใคร “เห็นไหม แกควรขอบคุณฉันนะ”

โชคดีที่แก๊งรุ่นพี่เลือกมานั่งตรงนั้นพอดี ค่อยมีกำลังใจในการถูกลงโทษขึ้นมาหน่อย

แพรพิชชาอมยิ้มเมื่อได้แอบมองคนที่ชอบ

เขาไม่จำเป็นต้องมองตอบกลับมา แค่เธอได้มองเขาเต็มตาจากที่ไกลๆ แบบนี้ก็พอแล้ว

ลมพัดเย็นสบาย ใบไม้ไหวระริก ท้องฟ้าแจ่มใส ใต้ซุ้มดอกเฟื่องฟ้าสีชมพูฟูฟ่องเด็กหนุ่มนั่งรวมกลุ่มกันอย่างครื้นเครง

หนังสือเพลงเล่มโปรด กีตาร์โปร่งและเพื่อนสนิท

...ความสุขของวันวัยนั้นเรียบง่าย

“มึงเซียนว่ะกานต์” ตะวันชมจากใจ ไม่ว่าจะเลือกเพลงไหนเพื่อนก็สามารถคลำเล่นไปได้อย่างพลิ้ว

“ก็กูเก่ง” เอื้อกานต์ยักคิ้ว

“สอนกูมั่งดิ๊”

กีตาร์จึงถูกย้ายจากตักเจ้าของไปตักเพื่อน เลือกเพลงง่ายๆ ให้แล้วคอยไกด์อยู่ข้างๆ กระทั่งเกือบเป็นเพลง

“ใจเย็นมึง กูเปลี่ยนคอร์ดไม่ทัน นิ้วกูสั้น” ตะวันยังจับคอร์ดไม่แม่น ยิ้มแป้นแล้นให้อาจารย์เฉพาะกิจเมื่อสับสนตำแหน่งนิ้วของคอร์ดดีไมเนอร์(Dm)

“นิ้วกลางสาย 3 เฟรต 2 สอนไม่จำ! กลับไปดีดลูกแก้วไปน้องไข่ตุ๋น” เอื้อกานต์ล้อ เพื่อนคนนี้ค่อนข้างเจ้าเนื้อ จ้ำม่ำ เขาชอบแกล้งบีบนมมันเล่นเป็นประจำ ซึ่งก็ทำให้มันของขึ้นทุกที...

“มึงนี่แม่ง” เจ้าของชื่อสุดคิวต์อยากจะถีบคนช่างล้อให้หงาย

เอื้อกานต์หัวเราะชอบใจ เรื่องมีอยู่ว่าเขาโทร. ไปหามันที่บ้านแล้วบังเอิญแม่รับสาย เลยได้รู้ความลับที่ว่า ‘ไอ้ตูด’ ของเพื่อนๆ นั้นอยู่บ้านเป็น ‘น้องไข่ตุ๋น’ ของคุณแม่

“อย่าให้กูรู้ความลับมึงบ้างนะ” น้องไข่ตุ๋นขู่

“กูไม่มีความลับ” คนโดนท้ายักคิ้วกวนๆ

“ฝรั่งกิมจูอร่อยนะมึง”

“อะไรพิสมัย” เอื้อกานต์สวนกลับทันทีเมื่อมีสงครามล้อชื่อพ่อชื่อแม่เกิดขึ้น

“เฮ้ย! พวกมึงๆ คนนี้ๆ” ภวัชที่นั่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันใช้ศอกสะกิดเพื่อนทั้งคู่ให้หันไปมองรุ่นน้องที่กำลังเดินผ่านมา หน้าตาใสๆ คิกขุอาโนเนะ

ภวัชมองตามไม่วางตา รอจนกว่าน้องเดินหายเข้าไปในร้านค้าสหกรณ์ของโรงเรียนแล้วจึงหันมาเปรยกับเพื่อน “แม่ง...โคตรน่ารัก สเปกกู”

“จีบดิ” เอื้อกานต์ยุ

“ไอ้กานต์ จัดเพลงนี้ให้กูงามๆ ทีดิ๊” ภวัชรีเควสต์ พร้อมเปิดหนังสือเพลงไปหน้าที่ขึ้นต้นคำร้องว่า ‘ใช่เลย...’

“ดีๆ นะมึง” เจ้าของกีตาร์ตั้งท่าพร้อม ไม่มีการซ้อม เล่นสด

เด็กหญิงถือไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีเดินผ่านแก๊งรุ่นพี่ที่แหกปากร้องเพลงอย่างเฮฮา ก่อนใครสักคนจะตะโกนว่า

‘น้องๆ เพื่อนพี่ชอบ’

เพียงเท่านั้นคนน่ารักก็ก้มหน้างุด เร่งฝีเท้าจนกลายเป็นวิ่งเตลิดหายไปในที่สุด เรียกเสียงหัวเราะขบขันแกมเอ็นดูตามมาจากบรรดาคนชอบแกล้ง

“พวกเหี้ย น้องนางฟ้ากูวิ่งไอติมแทบหลุดจากโคน” ภวัชผู้พลาดเป้าหมายหันไปด่าเพื่อนอย่างเอือมๆ

“น้องหลอนมึงนั่นแหละไอ้เพี้ยน ร้องเพี้ยนสมชื่อ” ตะวันใช้หลอดดูดน้ำแข็งจากแก้วน้ำอัดลมแล้วเป่าใส่ภวัชอย่างขำๆ ส่วนมันก็เบี่ยงตัวหลบไปมาซ้ายขวา

“เออ มึงร้องรอจังหวะด้วย กูนี่ตีคอร์ดไม่ถูกเลยครับ” เอื้อกานต์แซวต่อ

“ดนตรีไม่รุ่งกูมุ่งแตะบอลดีกว่า ไป! ไอ้ตูด” ภวัชว่าแล้วคว้าคอตะวันลากไปทางสนามหญ้า ตะโกนบอกเพื่อนชายอีกกลุ่มในสนามว่า ‘เตะด้วย’

ส่วนเอื้อกานต์นั่งเกากีตาร์ต่ออย่างเพลินๆ

พลันนั้นก็หยุด สะดุดใจเพราะสังเกตเห็นใครบางคน...คนที่แม้จะอยู่ที่ปลายหางตาเขาก็รู้ว่าเป็น ‘เธอ’







________ t a l k ' s ________

ผ่านไปแล้วสองบทจากทั้งหมดแปดล้านบท

ฮอลลลลลลลล~

ข้ามไปตอนปัจจุบันเลยได้มั้ยยย



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น