เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 14

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.4k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2562 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 14
แบบอักษร

14 





“ถามจริงนะ มันจะมีใครที่โดนจับมา แล้วทำตัวเนียนแบบมึงได้บ้างเนี่ย” พีคเท้าสะเอว มองเพลิงที่รีบตื่นลงมาซื้อก๋วยเตี๋ยวรถป๊อกป๊อกหน้าบ้านกับลูกน้องของเขา ยืนกลมกลืนซะนึกว่าเป็นเพื่อนกันมานาน จนอดคิดไม่ได้ว่าเขาจับเพลิงมาเพราะแค้นเรื่องน้องสาว หรือหาเด็กมาเลี้ยงเพิ่มกันแน่  เพลิงเห็นว่าพีคเดินออกมาแล้วบ่นใส่อยู่ไม่ไกล เลยแอบมองค้อนก่อนกลับไปสนใจป้าทำก๋วยเตี๋ยวต่อ และเพราะเมื่อวานเพลิงหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ทำให้ตื่นมาหิวจัด ยิ่งได้ยินเสียงคุ้นหูอย่างรถก๋วยเตี๋ยว ทำให้เพลิงรีบคว้าเสื้อแขนยาวกับกางเกงมาใส่ แล้วรีบเดินลงไปซื้อก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับลูกน้องของพีคอย่างรวดเร็ว  

“เขาเรียกว่าอยู่เป็นเฮีย อยู่ได้แค่สองอาทิตย์ แม่งรู้จักพวกผมเกือบหมดทุกคน เนี่ย..ตั้งแต่อยู่มา มันทำตัวชิลเหมือนอยู่บ้านมาก ยิ่งตอนเฮียไม่อยู่นะ โครตปลิว” นายเดินเข้ามาสมทบข้างๆพีคอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าพีคบ่นเรื่องเพลิงก็อดที่จะพูดไม่ได้ 

“หึ ชิลขนาดนี้ กูกลับไปโหดเหมือนครั้งแรกดีมั้ย เตะให้เลือดสาดไปเลย จะได้เจียมตัวซะบ้าง” พีคพูดกับนายอย่างไม่ได้จริงจังมาก  แต่ทำเอาคนนึกได้ ถึงกับกลืนน้ำลาย เพราะวันนั้นนายก็อยู่ที่นั้นด้วย เลยเห็นว่าพีคกระทืบและข่มขืนเพลิงจนสภาพไม่มีชิ้นดี นายยิ้มฝืดหัวเราะแห้งทันทีที่นึกถึงมัน 

“อย่าดีกว่าเฮีย เดี๋ยวบ้านเปื้อน “ นายบอก 

“ก็ว่างั้นแหละ แล้วนี่สั่งก๋วยเตี๋ยวกัน ไม่กินข้าวไอ้สองหรือไง” พีคหันไปถามนาย เห็นว่าลูกน้องส่วนใหญ่ไปยืนซื้อก๋วยเตี๋ยวกันหมด 

“กินอะไรล่ะเฮีย ไอ้สองมันไปส่งแฟนมันที่บขส. บ่ายๆเลยกว่าจะกลับ” นายบอกเรื่องสองให้พีคฟัง พีคจะได้ไม่สงสัยเรื่องที่สองหายไป 

“อ่าวหรอ งั้นแสดงว่ากูต้องซื้อก๋วยเตี๋ยวกินกับพวกมึงถูกมั้ย” พีคพูดพลางยกยิ้มขำนิดๆ ที่ต้องซื้อก๋วยเตี๋ยวกินพร้อมกันทั้งบ้าน 

“เฮียจะกินก็ได้นะ ..แต่ถ้าอยากกินอย่างอื่น ทำไมไม่ให้ไอ้เพลิงทำให้ล่ะ มันทำงานอยู่ที่ร้านเฮียหนิ” ข้อเสนอของนายทำให้พีคเลิกคิ้วขึ้น พยักหน้านิดๆ ลืมข้อนี้ไปซะสนิทว่าเพลิงทำอาหารเป็น แล้วตั้งแต่อยู่นี่มาเขาไม่เคยกินข้าวฝีมือเพลิงเลย เหมือนว่านายจะปลุกความคิดดีๆให้เขา  

“ความคิดดี ขอบใจมึงมาก” พีคพูดยิ้ม ตบบ่านายอย่างพอใจ ก่อนจะเดินไปหาเพลิง ที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่บนขอบทางเท้าหน้าบ้านกับลูกน้องคนอื่นอยู่ไม่ไกล แถมยังดูเหมือนคุยอะไรอยู่อย่างสนุกสนาน ซึ่งนั่นทำให้พีคแอบแปลกใจนิดหน่อย ที่เพลิงดูจะเปิดใจทำตัวสบายกับคนอื่นมากกว่าอยู่กับเขา 

“ไอ้เพลิง” เสียงเรียกของพีค ทำให้เพลิงเงยหน้ามอง ก่อนจะปรับสีหน้านิ่งอย่างรวดเร็ว จนพีคแอบรู้สึกตะหงิดๆในใจ 

“มีอะไร” เพลิงย่นคิ้วถาม  

“แดกเสร็จแล้วตามกูไปที่ครัวหน่อย แล้วอย่าคิดเล่นตัวไม่ตามไปล่ะ เพราะนี่คือคำสั่ง” พีคบอกก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้คนนั่งกินอยู่ถึงกับอ้าปากงง ไม่ทันได้ถามว่าจะให้ไปครัวทำไม  

        พีคเดินขึ้นข้างบน เพื่อเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ ก่อนจะออกมาจัดการแต่งตัวด้านนอก เพราะวันนี้เขาตั้งใจออกไปดูแก้มที่โรงพยาบาลหลังช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าไปเยี่ยมบ่อยเหมือนเมื่อก่อน พีคเดินเช็ดผมที่เปียกไปหยิบโทรศัพท์ แล้วลงนั่งบนขอบเตียงเพื่อโทรหาเพื่อนให้มารับ เนื่องจากรถยังต้องรอคิวซ่อมอยู่ที่อู่  พีคใช้เวลาคุยโทรศัพท์ได้ไม่นานมาก ก็เดินกลับลงไปข้างล่าง แล้วเห็นว่าเพลิงนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะกินข้าวคนเดียว จึงเดินเข้าไปหา 

“หึ แดกเร็วดีนี่” พีคยกยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนลงนั่งเก้าฝั่งตรงข้ามเพลิง ซึ่งยังทำหน้ามุ้ยใส่เขาเหมือนทุกที 

“มึงเรียกกูมาทำไม” เพลิงเริ่มเปิดประเด็นถาม เมื่อเห็นว่าพีคลงมานั่งแล้ว 

“ทำข้าวให้กูแดกหน่อย หิว” พีคบอกหน้าระรื่น ทำเอาเพลิงชะงักไปพักนึง ก่อนจะย่นคิ้วหรี่ตามอง ไม่ค่อยเข้าใจที่พีคอยากให้ทำกับข้าวให้ 

“แล้วทำไมมึงไม่ซื้อก๋วยเตี๋ยวแดกเมื่อกี้”เพลิงว่า 

“กูอยากแดกข้าว ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว”  

“เหอะ กูไม่ใช่คนที่จะทำอาหารให้ใครฟรีๆหรอกนะ อยากกินก็ต้องจ่าย” จู่ๆเพลิงก็พูดถึงกฎในการทำอาหารของตัวเอง พีคย่นคิ้วมองอีกฝ่ายนิ่ง แอบไม่ชอบที่เพลิงกำลังเล่นลิ้นกับเขาอยู่ 

“แค่ทำให้แดก ทำไมเรื่องมากจังวะ แล้วจะให้กูจ่ายอะไร ..ถ้าเป็นเรื่องออกจากที่นี่ กูไม่ให้” พีคบอกเสียงแข็ง รีบตัดบทก่อนที่เพลิงจะได้ขอ ส่วนเพลิงขมวดคิ้วแน่นทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ เมื่อถูกพีคชิงตัดสิ่งที่ตัวเขากำลังต้องการ ก่อนถอนหายใจแรงใส่ 

“งั้นก็ไม่ต้องแดก” เพลิงว่าอย่างอารมณ์เสีย 

“มึงก็ไม่ต้องแดกข้าวบ้านกู หาแดกเอาเองแล้วกัน ส่วนกระเป๋าตังกูจะยึดมึงไว้ด้วย” พีคพูดขู่จริงจัง ทำเอาเพลิงมองแรงอย่างไม่สบอารมณ์ที่พีคคิดจะยึดกระเป๋าตังเขา 

“มึงไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับของๆกู!” เพลิงโวยวายพร้อมทุบโต๊ะตรงหน้า รู้สึกฉุนที่พีคก้าวก่ายของๆเขา 

“แต่ตราบใดที่มึงอยู่นี่ มึงเป็นของกู ทุกอย่างที่อยู่กับมึง เป็นของกูทั้งหมด”  น้ำเสียงแข็งดูจริงจัง พร้อมสายตาจ้องเพลิงนิ่งจนน่ากลัว เพลิงหยุดชะงัก เม้มปากแน่น เจ็บใจที่ตนเองเถียงพีคไม่เคยชนะ แต่ว่า..มีคำพูดบางอย่างแอบทำให้ใจกระตุกสั่นไปวูบนึง ก่อนมันจะกลับมาเต้นปกติ  เพลิงหลับตาปรับอารมณ์ ก่อนจะถอนหายใจกลับไปพูดกับพีคด้วยโทนเสียงอ่อนลง 

“เออ กูทำให้ก็ได้ แต่เรื่องออกจากที่นี่กู ยังยืนยันว่ากูจะออก”  

“ไอ้เพลิง!” พีคเริ่มฉุน เมื่อเพลิงยังดื้อด้าน 

“ฟังกูพูดให้จบก่อนได้มั้ย กูแค่จะขอออกไปมอก่อนเข้าทำงาน ยังไงสุดท้ายกูก็ต้องกลับมานอนนี่อยู่แล้ว” สิ่งที่เพลิงพูด ทำให้พีคยอมหยุดฟัง ลองคิดทบทวนตามที่บอก ส่วนเพลิงมองพีคอย่างลุ้นๆเหมือนเด็กที่กำลังขอพ่อออกไปเล่นข้างนอก ทั้งที่จริงสีหน้าเพลิงดูเคร่งเครียดอยู่พอสมควร 

“สามวัน” 

“ห๊ะ?” เพลิงร้อง เมื่อจู่พีคพูดขึ้นกระทันหัน 

“กูให้มึงออกได้แค่สามวัน แต่จะวันไหนก็เรื่องของมึง ส่วนเวลา มึงต้องกลับมาให้ทันก่อนร้านเปิด” เพลิงถึงกับถอนหายใจกลอกตามองไปทางอื่นอย่างเซ็ง  พีคทำเหมือนจะปล่อย แต่ก็ปล่อยไม่สุด ยังบังคับกักเวลาเข้าร้านอีก 

“หรือจะไม่เอา” พีคพูดย้ำอีกรอบ จนเพลิงต้องหันควับตอบอย่างรวดเร็ว 

“เอา!” 

“หึหึ ดี งั้นก็เข้าไปทำอะไรให้กูกินได้แล้ว ก่อนที่กูจะไปกินมึงแทน” พีคหัวเราะขำในลำคอ แล้วรีบขู่ไล่เพลิงให้ไปทำกับข้าวให้กิน ทำเอาคนได้ยินรีบวิ่งแจ้นเข้าครัวโดยไว กลัวว่าพีคจะทำอะไรเขาติดต่อกันร่วมสามวัน  พีคเห็นท่าทางตื่นกลัวของเพลิงก็อดขำออกมาไม่ได้ ก่อนจะนั่งเล่นโทรศัพท์คุยกับเพื่อนฝูงแก้ว่าง รอให้เพลิงทำอาหารเสร็จ 

     ส่วนทางด้านเพลิง เมื่อเข้าครัวเดินไปเปิดตู้เย็น เพลิงก็ยืนคิดว่าตนเองจะทำอะไรให้พีคกิน พลางมองสำรวจวัตถุดิบที่มีอยู่ในตู้เย็น ก่อนจะหยิบหมูที่ซื้อมาเมื่อวานออกมาทำ เพลิงไม่ได้อยากทำอาหารที่มันยุ่งยาก เลยจัดการทำอาหารสิ้นคิดให้อย่างขี้เกียจ เพราะไม่ได้คิดอยากจะทำให้กินอยู่แล้ว แต่ด้วยความเรียนทำอาหารมาสามปี ทำให้ติดนิสัยจริงจังเวลาทำอาหารลงไปบ้าง ทำให้อาหารที่ทำออกมาดูน่ากินเกินกว่าที่จะเป็นอาหารของคนขี้เกียจทำ  

  ไม่นานเพลิงก็เดินออกมาพร้อมจานข้าว ก่อนจะวางจานลงกึ่งกระแทกบนโต๊ะ ทำให้พีคละสายตาจากโทรศัพท์มองเมนูที่ราดอยู่บนข้าวนิ่ง แล้วเลิกคิ้วเงยหน้าหันไปมองเพลิงที่ยืนอยู่ข้างๆ 

“เป็นถึงผู้ช่วยเชฟในร้านกู แต่ที่มึงทำให้กูคือ..ผัดกระเพรา” พีคหันไปพูดกับเพลิง 

“ก็มึงไม่ได้บอกว่าอยากแดกอะไร กูก็ทำออกมาให้แค่นี้ “ เพลิงบอกเสียงเรียบ  

“สิ้นคิดไปมั้ยมึง กูให้มึงเข้าไปทำอะไรให้กูกินก็จริง แต่ช่วยทำแบบที่ข้าวแยกออกมาจากกับหน่อยได้มั้ย” พีคพูดบ่น ตอนแรกเขานึกว่าเพลิงจะทำแบบที่สองทำเหมือนทุกที แต่ดูจะผิดพลาดเกินไปหน่อย 

“มึงก็ตักเอากระเพราแยกใส่อีกจานดิ แค่นี้ก็แยกออกจากกันและ” พีคถึงกับส่งสายตาดุให้ความสิ้นคิดและกวนตีนของเพลิงทันที พลางส่ายหน้าน้อยๆอย่างเหนื่อยหน่ายใจ  

“จับติดเอฟดีมั้ยเนี่ย คราวหลังจะได้ไม่สิ้นคิดแบบนี้” พีคพูดบอก ทำเอาเพลิงเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน 

“กล้าให้เอฟกู งั้นก็ไม่ต้องแดก เอามา” เพลิงว่าเสียงห้วน ยื่นมือรีบแย่งจานข้าวตรงหน้าพีค แต่ก็ถูกพีคตีมือจนต้องรีบชักมือกลับ 


เพี๊ยะ 


“ใครสั่งให้มึงเอาไปห๊ะ คนจะกินข้าวแล้วมาดึงแย่งมันใช้ได้มั้ย ไปนู่นเลย ลงไปนั่งที่มึง แล้วอย่าลุกไปไหนตอนกูกินอยู่ล่ะ” พีคว่าเสียงดุ ก่อนจะก้มลงตักข้าวเข้าปาก ส่วนเพลิงเดินฟึดฟัดลงไปนั่งเก้าอี้ตรงข้าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง นั่งเท้าคางมองไปทางอื่นรอให้พีครีบกินข้าวเสร็จ จะได้ลุกออกไปไวๆ 

“นี่มึงไม่คิดถามกูหน่อยหรือไง ว่ากับข้าวที่มึงทำเป็นไงบ้าง อร่อยมั้ย ไม่ใช่ทำหน้าบึ้งอยู่แบบนั้น” พีคพูดถาม เห็นว่าเพลิงดูไม่สนใจเขาที่นั่งอยู่ตรงข้าม เพลิงหางตามองแปปนึง แล้วถอนหายใจเซ็ง ก่อนขยับตัวหันหน้าตรงมองไปที่พีค 

“แล้วอร่อยมั้ย” เพลิงถามลวกๆ เหมือนไม่มีอารมณ์จะถามจริงๆ พีคหัวเราะหึในลำคอ รู้ว่าเพลิงถามไปงั้น แต่เขาก็ยอมตอบเพลิงกลับอย่างอารมณ์ดี 

“ไม่..” คำตอบของพีค ทำเอาคนที่เคยมั่นใจในฝีมือตัวเองหน้าเสีย เพลิงสนใจจานที่พีคกินอยู่ทันที เริ่มตระหนักคิดแล้วว่าฝีมือของเขาตกลง จนทำอาหารที่ง่ายที่สุดไม่ถูกปากคนกินแล้วหรอ พีคยิ้มขำรีแอคของเพลิง รู้สึกสะใจที่ทำให้เพลิงหันมาสนใจได้ ก่อนจะรีบพูดเสริม 

“หึหึ ไม่อร่อยก็บ้าแล้ว หากินได้ยากนะเนี่ยฝีมือแบบนี้ สุดยอด” คำพูดเปิดปากชมของพีค ทำให้เพลิงหยุดชะงักมองอย่างไม่เชื่อหู มันดูไม่ใช่การแกล้งชมแบบทุกครั้งที่พีคมักจะพูด แต่มันเป็นการพูดชมที่สำหรับคนทำอาหารให้กินฟังแล้วรู้สึกดี พีคสังเกตเห็นว่าเพลิงดูมีสีหน้าดีกว่าเก่าขึ้นมาก และแอบสะดุดกับรอยยิ้มนี่ยกขึ้นมาหน่อยๆก่อนจะหุบกลับไป จนพีคคิดว่าเขาคงตาฝาด แต่จริงๆแล้ว เพลิงแอบยิ้มอยู่จริงๆ 

“รีบๆแดกเข้าไปเหอะ กูจะไปเอาน้ำให้” เพลิงว่า แล้วลุกเดินเข้าครัวไปอย่างรวดเร็ว พีคยิ้มมองเพลิงอยู่นิดหน่อย ก่อนก้มไปตักข้าวกินต่อ สิ่งที่พีคพูดชม เขาชมจริงๆเพราะเพลิงทำผัดกระเพราได้อร่อยมาก จนร้านข้างทางที่เขาเคยกินต้องชิดซ้ายไปเลย เริ่มไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมพักหลังๆคนเข้าร้านเขาเยอะขึ้น ทั้งๆที่มันเป็นร้านบาร์ แต่สิ่งที่หมดส่วนใหญ่เป็นของในครัว  


โฮ่ง! 


     ในขณะที่พีคนั่งกินข้าวรอเพลิงไปหยิบน้ำมาให้ เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเต้าหู้เห่าอยู่ข้างนอก เลยลุกเดินออกไปดู เพราะตั้งแต่เต้าหู้อยู่ที่นี่ เขาไม่ค่อยเห็นเต้าหู้เห่าสักเท่าไร ส่วนใหญ่เหมือนเห่าบ่นแค่ลูกน้องไม่ก็เพลิงเท่านั้น พีคเดินออกมาหยุดที่หน้าประตูบ้าน พลางมองร่างสูงตี๋ของใครบางคนที่ยืนทะเลาะกับหมาอยู่ ซึ่งนั่นไม่ต้องเดาเลยว่าใครมา 

“ไอ้กราฟ” พีคตะโกนเรียกเพื่อน ทำให้กราฟหยุดทะเลาะกับหมาแล้วเดินย่นจมูกเข้ามา 

“กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแม่งไม่เคยเป็นมิตรกับกูสักที แล้วนี่มึงเสร็จยัง จะไปเลยมั้ย” กราฟพูดบ่นเรื่องเต้าหู้ ก่อนถามพีคที่ยืนอยู่ตรงหน้า 

“เสร็จละ เดี๋ยวไปเลยมึง” พีคบอก เพื่อเลี่ยงที่ไม่ให้กราฟเจอกับเพลิงในบ้าน ตอนโทรไปตอนแรก พีคลืมคิดไปเลยว่ากราฟกับเพลิงเป็นพี่น้องกัน พึ่งมานึกได้หลังจากรอเพลิงทำข้าวให้กิน  

    พีคขอตัวไปใส่รองเท้าด้านใน ส่วนกราฟก็ยืนกอดอกรอเพื่อนพิงขอบประตูบ้าน พีคใช้เวลาใส่รองเท้าแปปเดียว ก่อนเดินออกมาเตรียมเดินไปที่รถ แต่ทว่าสายตาของกราฟกลับไปสะดุดร่างบางด้านในที่เดินออกมาดูพีค เพราะไม่เห็นที่โต๊ะตอนเอาน้ำมาให้ ทั้งเพลิงทั้งกราฟเบิกตากว้างอย่างตกใจทั้งคู่ โดยเฉพาะเพลิงที่ใจเต้นระรัว รีบวิ่งเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว กราฟเองก็รีบวิ่งตามเพลิงเข้าไป อยากเห็นให้แน่ใจว่าใช่เพลิงมั้ย 

“เพลิง!” กราฟทั้งวิ่งทั้งเรียกชื่อน้องชาย แต่ดูเหมือนเพลิงจะวิ่งเร็วเกินไป จนเขาวิ่งตามออกทางหลังบ้านไม่ทัน เพราะเมื่อวิ่งออกมา ก็เจอแค่สนามหญ้าโล่งๆไร้วี่แววของคนที่ตาม ก่อนจะเดินกลับไปหาพีคอย่างหงุดหงิดที่รถ  พีคมองกราฟที่นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร แล้วตามขึ้นรถเมื่อกราฟเดินเข้ารถไปแล้ว พีคพอเดาอารมณ์ของเพื่อนได้ แต่ก็รอให้เจ้าตัวเริ่มพูดก่อน  

“ทำไมไอ้เพลิงถึงมาอยู่กับมึง”กราฟถามเสียงแข็ง ขณะขับรถ 

“กูเอามันมาเอง” พีคตอบ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น กราฟหันไปมองพีคอย่างไม่เข้าใจ มันควรจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วตั้งแต่เรื่องเมื่อสองเดือนก่อน 

“ไอ้พีค มึงกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมมึงต้องเอาไอ้เพลิงมาไว้บ้านมึงด้วย มึงตอบกูดิ๊” กราฟค่อนข้างอารมร์เสีย เลยพูดใส่อารมณ์กับเพื่อน อยากรู้เหตุผลจริงๆว่าทำไม ยังไงเพลิงก็ยังเป็นน้องของเขา พีคนิ่งเงียบไปสักพัก ยังไม่ยอมตอบจนกราฟต้องพูดขึ้นอีกที 

“แล้วอย่านึกว่ากูไม่เห็นรอยที่คอน้องกูนะ มึงกำลังเหี้ยไรอยู่ไอ้พีค! มึงทำอะไรไอ้เพลิง!” กราฟถามอย่างหัวเสีย ทำให้พีคยอมตอบ 

“ตามที่มึงเห็นนั่นแหละ กูเอามันมาทำแบบนั้น แต่เพราะกูแค่จะสั่งสอนมันเรื่องแก้ม เพราะมัน..น้องกูถึงได้ไม่ฟื้นอยู่แบบนี้” พีคตอบอย่างไม่เกรงกลัวตีนอีกฝ่าย กราฟพอได้ยินที่พีคพูด เขารีบหักรถจอดข้างฟุตบาท แล้วนั่งคุยกับพีคด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว รู้สึกโมโหกับการกระทำของพีค 

“ไอ้พีค! กูไม่ห้ามเรื่องที่มึงจะสั่งสอนมันนะ กูถึงได้ยอมบอกยอมให้มึงลงโทษสิ่งที่มันทำเพื่อให้มันรับผิดชอบ แต่มันควรจบตั้งแต่วันนั้นแล้วมั้ย! นี่มึงจับน้องกูมาข่มขืน มึงคิดเหี้ยอะไรอยู่วะ! น้องกูมันเป็นผู้ชายนะเว้ย!” 

“มึงคิดว่าแค่วันนั้นมันจะพอหรือไง น้องกูต้องเสี่ยงนอนใส่น้ำเกลือไม่ฟื้นมาเป็นเดือน กับไอ้เพลิงที่ต้องแลกกับการกระทืบแค่นั้นวันเดียว ..มันไม่คุ้มว่ะ” พีคตอบนิ่ง แต่อารมณ์ตอนนี้ไม่ต่างกับกราฟมาก กราฟที่ได้ยินอย่างนั้นรีบลงจากรถ แล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่งแต่พีคได้เปิดลงมาก่อน ทำให้ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากัน จ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร  

“ปล่อยไอ้เพลิงไปซะ มึงทำเกินไปแล้วไอ้พีค” กราฟบอกเสียงแข็ง 

“ไม่ ให้ตายยังไงมันก็ต้องอยู่กับกู” พีคปฏิเสธทันควัน  

“ไอ้เหี้ยพีค!!”  

“เอาดิวะ! จะยืนด่าทำเหี้ยไร” สิ้นคำของพีค กราฟรีบสวนหมัดแรงต่อยเข้าหน้าพีคจังๆ โดยพีคไม่หลบเหมือนทุกที 


ผัวะ! 


        เสียงหมัดกระทบกรามดังลั่น จนพีคเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะตั้งตัวสวนหมัดกลับใส่กราฟจนเกือบล้ม ทั้งคู่เริ่มต่อยแลกหมัดกันไปมาอย่างดุเดือด ทำเอาคนที่เดินผ่านแถวนั้นต้องรีบเข้าไปห้าม แต่ดูจะไม่มีจังหวะแทรกเข้าไป เพราะทั้งคู่ตั้งตัวเข้าต่อยกันเร็วมาก  


พลั่ก! 


       คราวนี้พีคถีบเข้าท้องกราฟ จนกระเด็นล้มไปด้านหลัง คนที่ดูอยู่แถวนั้นรีบเข้ามาประคองกราฟเอาไว้ กราฟเตรียมลุกเข้าไปซัดต่อ แต่ก็ถูกคนแถวนั้นยื้อห้ามไม่ให้เกิดเรื่องต่อ ส่วนพีคยืนใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากยืนนิ่งมองอีกฝ่าย ไม่ได้คิดจะเข้าไปซ้ำ  

“พอใจมึงยัง ถ้ายัง กูก็จะจัดให้อีก แล้วมาดูกันว่าใครจะลงไปนอนกองกับพื้นก่อนกัน” พีคท้าเสียงแข็ง แม้ว่าที่ต่อยไปจะไม่ได้ใช้แรงทั้งหมด ซึ่งกราฟก็รู้ ถ้าต่อยกันจริงๆกราฟคงแพ้ไปนานแล้ว กราฟยืนหายใจเข้าออกช้าๆพยายามสงบอารมณ์ลง ก่อนจะสลัดแขนออกจากการเกาะกุม หันไปบอกคนแถวนั้นว่าไม่ทำอะไรแล้ว แล้วเดินไปยืนประจันหน้าคุยกับพีค 

“กูไม่โอเคกับสิ่งที่มึงทำกับไอ้เพลิง” กราฟบอกเสียงแข็ง

“กูก็ไม่โอเคที่น้องมึงทำกับน้องกู” พีคตอบด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน 

“ไอ้พีค กูรู้นะว่ามึงรักน้องมึงมาก ตอนนี้อารมณ์กูก็ไม่ต่างจากมึงที่มีต่อแก้ม ต่อให้ไอ้เพลิงมันจะไม่ชอบขี้หน้ากู แต่ยังไงมันก็เป็นน้อง ไม่มีพี่คนไหนหรอกนะที่จะโอเครู้ว่าน้องตัวเองโดนข่มขืน โดยเฉพาะคนใกล้ตัวอย่างมึง” กราฟว่าออกมาอย่างจริงจัง จริงอยู่ที่ว่าเพลิงจะไม่ถูกกับเขามาตั้งแต่เด็ก แต่ใช่ว่ากราฟจะไม่เคยใส่ใจกับเพลิงเลย เพียงแค่เวลาเขาดีด้วย เพลิงมักจะไม่รู้ 

“แล้วมึงโอเคหรือไง ที่ทำตัวเป็นพี่ชายที่แย่งของๆน้อง” เหมือนหมัดสวนฮุกเข้าคางจนหน้าชา กราฟสตั้นนิ่งไปเมื่อถูกพีคพูดแทงใจดำ พีครู้ รู้ว่ากราฟเป็นคนแย่งแก้มไปจากเพลิง 

“ไอ้เพลิงบอกมึง..ใช่มั้ย” กราฟนิ่งไปนานก่อนจะกลับมาคุยกับพีคต่อ ซึ่งพีคพยักหน้า 

“ใช่ แต่มันไม่ได้บอกหมด บอกแค่ว่ามึงแย่งแก้มไปจากมัน” พีคบอกเสียงเรียบ 

“อือ.. กูแย่งแก้มไปจากมันจริงๆนั่นแหละ หึ แย่ง..ทั้งที่สองคนนั้นคบกันมาเกือบห้าปี  โครตเหี้ยเลยว่ามั้ย แต่กูรักน้องมึงจริงๆ ถึงได้ทำอะไรออกไปแบบนั้น” คราวนี้กราฟตอบเสียงแผ่ว รู้สึกผิดบวกยอมรับในสิ่งที่ทำ  

“มึงทำให้มันเกลียดขนาดนั้น มึงยังจะบอกห่วงน้องมึงอยู่หรือไง” พีคถาม 

“มันไม่เหมือนกัน เรื่องนั้นกูผิด กูยอมรับ กูยอมให้มันเกลียด แต่เรื่องมึง..ในฐานะที่กูเป็นพี่ กูโครตไม่โอเค มึงทำกับมันแบบนั้น เหมือนมึงกำลังทำลายสิ่งที่มันเป็น มันเป็นผู้ชาย แล้วการที่มันเป็นผู้ชายแท้ๆถูกผู้ชายด้วยกันทำแบบนั้น มึงไม่คิดว่าจิตใจมันจะบอบช้ำบ้างหรือไง จากที่มันบอบช้ำอยู่แล้วน่ะ” กราฟว่าอย่างจริงจัง เพราะเพลิงพึ่งอกหักจากแก้มได้ไม่นาน 

“นั่นแหละ ที่กูต้องการ” พีคตอบนิ่ง ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา ทำเอากราฟอึ้งกับสิ่งที่เพื่อนทำ 

“ไอ้พีค!” กราฟเริ่มฉุนอีกครั้ง แต่พีคดันพูดแทรกเข้ามาก่อน 

“มึงไม่ต้องห่วงน้องมึงหรอก  มันอยู่บ้านกู มันใช้ชีวิตสบายกว่าที่มึงคิด ทัศนคติมันดี ปรับตัวเก่ง ลูกน้องในบ้านกูถึงได้สนิทใจกับมันเร็ว ทั้งที่ยังอยู่ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ”  

“ทัศนคติดี ใช่ว่ามึงจะรู้ใจมันจริงๆซะหน่อย ลึกๆมันคงจิตตกอยู่ก็ได้” กราฟเถียง 

“อยากรู้ว่าจิตตกจริงมั้ย มึงลองไปดูมันที่บ้านกูสิ เผลอๆลุกกลางดึกมึงอาจเห็นมันขึ้นมานั่งเล่นเกม ไม่ก็ขโมยของในตู้เย็นกินตอนกลางคืนทั้งที่คนเค้านอนกันแล้ว ไม่ก็ไปจับกลุ่มคุยกับลูกน้องกู ทำตัวสบายเหมือนอยู่บ้าน จากตอนแรกที่กูหวังให้มันจิตตกบอบช้ำจริงๆ ตอนนี้กูเริ่มเพลียกับนิสัยมันแทน เหมือนกูไม่ได้เอามาแก้แค้นอ่ะ เหมือนกูมาเลี้ยงลูกมากกว่า ล่าสุดได้ PS4 มึงคิดว่าชีวิตมันบอบช้ำจริงๆหรอวะ” พีคร่ายยาว เมื่อนึกถึงเรื่องที่เพลิงทำ ต่อให้พีคแกล้งเพลิงขนาดได้ เพลิงก็ปรับสีได้ไวพอตัว  ส่วนกราฟที่ได้ฟังถึงกับยืนนิ่ง คาดไม่ถึงว่าเพลิงจะเป็นแบบนั้นจริง  

“แล้วอีกนานแค่ไหนมึงถึงจะปล่อยน้องกู” กราฟถาม อยากรู้ว่าพีคจะเก็บเพลิงนานแค่ไหน 

“จนกว่าแก้มจะฟื้น”  

“นี่มึงบ้าหรอ ถ้าแก้มไม่ฟื้นอีกเป็นเดือน น้องกูไม่เปลี่ยนเพศสภาพไปเลยหรือไง” กราฟโวย เพราะการที่เพลิงอยู่ที่บ้านพีคแล้วถูกทำแบบนั้นนานๆ เพลิงมีโอกาสสูงมากที่จะกลับไปชอบผู้หญิงไม่ได้อีก  

“มันจะเป็นอะไรก็เรื่องของมัน ถึงเวลาปล่อยก็ปล่อย” พีคว่า ก่อนเดินกลับขึ้นรถ เพราะเริ่มร้อนจากแดดในช่วงบ่าย กราฟท้าวสะเอวถอนหายใจทางปากแรง พลางกลอกตาแบบเซ็งๆ ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเพื่อนเขาจริงๆ ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถตาม เมื่อเข้ามานั่ง กราฟก็หันไปคุยกับพีคต่อ ขณะออกรถขับไปโรงพยาบาลที่แก้มอยู่ 

“มึงแม่งไม่น่าเกิดเป็นเพื่อนกูเลย โครตเหี้ย” กราฟว่า 

“มึงก็เหี้ยไม่ต่างกันแหละ แค่กูอยู่เลเวลสูงกว่ามึง” พีคตอบพลางไหวไหล่ 

“เลิกคบดีมั้ย กูจะได้จ้างคนมาเอาน้องกูคืน”  

“งั้นกูขอน้องกูคืนบ้าง มึงคงไม่ว่าหรอกนะ” พีคพูดหันมายกยิ้มร้ายใส่ ทำเอากราฟชะงักเบ๊หน้าใส่ทันที 

“ไอ้เพื่อนเหี้ย กูไม่คุยกับมึงแล้ว ..แต่บอกไว้ก่อนนะ เรื่องไอ้เพลิงกูยังไม่ปล่อยแน่” กราฟหันมาชี้นิ้วคาดโทษ แต่ก็ถูกพีคปัดมือทิ้งอย่างรวดเร็ว 

“งั้นกูขอถามเรื่องน้องมึงหน่อย เผื่อว่ามึงบอกข้อมูลดีๆแล้วกูจะปล่อยน้องมึงเร็วขึ้น” พีคยกยิ้มแกล้งถามอีกฝ่าย ส่วนกราฟ หรี่ตามองพีคคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะยอมบอกให้ฟัง 


***************************************


เพลิงคาดไม่ถึงว่าวันนี้จะเจอกราฟที่นี่ ตอนที่เห็นกราฟตอนแรกเพลิงยอมรับเลยว่าใจร่วงไปอยู่ตาตุุ่ม เกิดกลัวที่จะเจอหน้าขึ้นมา ถึงได้วิ่งหนีหลบออกหลังบ้านไปดื้อๆ แล้วไปนั่งรวมกลุ่มกับพวกที่กำลังขุดบ่อทำบ่อปลาอยู่ข้างบ้าน กว่าจะโพล่หน้าเข้าบ้านอีกที ก็หลังจากพีคกับกราฟขับรถออกไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม ให้ตายยังไงเพลิงก็ยังทำใจคุยกับกราฟไม่ได้ เพราะยังโกรธบวกกับไม่ชอบขี้หน้ามาตั้งแต่เด็ก แถมยังมีความรู้สึกผิดแทรกเข้ามา ทำให้ไม่กล้าเผชิญหน้ามากพอ 

ในช่วงที่พีคไม่อยู่ เพลิงเริ่มปรับตัวกลับมาเป็นปกติหลังเจอกราฟ เพลิงใช้เวลาทำตัวเรื่อยเปื่อยดูทีวีไปเรื่อย ก่อนจะเดินออกไปที่สวนข้างบ้านเหมือนเดิม เพื่อช่วยพวกดิวทำบ่อปลา ตอนแรกเพลิงกะเล่นเกมแก้ว่าง แต่ดูเหมือนว่าพีคจะสั่งให้คนเอาไปซ่อน เพราะตอนเปิดกล่องที่วางใต้ชั้นทีวี มีแค่กล่องเปล่าเท่านั้น ทำให้เพลิงรู้สึกหงุดหงิด ก่อนเดินออกมาช่วยพวกดิวขุดบ่อปลาแทน 

“ไอ้เพลิง กูว่ามึงไม่ต้องทำก็ได้นะ งานมันหนัก” ดิวบอก พลางเกร็งรอยที่คอของเพลิง ดูเหมือนว่าตอนลงมาเพลิงคงจะรีบลงมาซื้อก๋วยเตี๋ยว ทำให้ไม่รู้ว่าเสื้อแขนยาวที่ใส่ลงมามันไม่ได้ช่วยปิดรอยที่คอเลย ลูกน้องคนอื่นก็เห็น แต่ก็ไม่กล้าบอกกลัวว่าเพลิงจะอาย เลยทำปล่อยปะละเลยไป 

“ไม่ต้องห่วงกูหรอก กูทำงานพวกนี้เป็น” เพลิงว่า ไม่ได้รู้เลยว่าดิวบอกเพราะอะไร 

“แน่ใจนะว่าจะช่วยพวกกูจริง” ไว หนึ่งในลูกน้องที่ช่วยทำบ่อปลาถามเพลิง 

“แน่ดิ กูไม่ใช่ลูกคุณหนูนะ กูทำได้” เพลิงขมวดคิ้วสงสัย ทำไมพวกนั้นถึงไม่อยากให้เขาช่วย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร  แต่ก่อนที่เพลิงจะได้ช่วยขุดดิน สองที่พึ่งกลับจากบขส.ก็เดินเข้ามาหา 

“เฮ้ย พวกมึง ใครว่างบ้างวะ คนอื่นไปทำธุระกันเกือบหมด เนี่ย กูลืมไปเอาเค้กที่ร้านให้เฮีย แล้วให้กูถือเองคนเดียวคงไม่ไหว สามปอนน์ตั้งสองกล่อง กลัวขับมอไซค์เอามาคนเดียวแล้วจะเละ” สองยืนบ่นเรื่องเค้ก ดูเหมือนว่าพีคจะสั่งเค้กเอาไว้ ไวรีบสะกิดเพลิงพร้อมบอกสองให้เอาเพลิงไปด้วย 

“มึงเอาไอ้เพลิงไปดิ แต่ก่อนไป ช่วยเอามันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ เดี๋ยวคนที่ร้านเค้กจะตกใจ” ไวพูดลิ้นรัว สองมองเพลิงที่ยืนงงอยู่สักพัก ก่อนสายตาจะสะดุดที่คอ และนั่นก็ทำให้สองเข้าใจได้ทันที จึงรีบตอบปากรับคำ ดึงเพลิงขึ้นมาจากหลุม 

“ไปกับกูนะ กูเชื่อว่าคนรักอาหารแบบมึงไม่ทำเค้กเละแน่นอน” สองว่าจบแล้วรีบลากเพลิงไปข้างในทันที ปล่อยให้เพลิงเดินตามอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะถูกสองดันเข้าห้องเมื่อถึงข้างบน เพลิงเตรียมหันไปคุย แต่ก็ถูกสองปิดประตูหนีก่อนที่จะได้พูดอะไร เพลิงย่นคิ้วงงเข้าไปอีก สงสัยว่าทำไมสองดูเร่งให้เขาอาบน้ำ 

           เพลิงเดินหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่ใส่ใจ ถือว่าดีที่ได้อาบน้ำ เพราะตั้งแต่ลงมาเพลิงยังไม่ได้อาบน้ำเลย มีแค่ล้างหน้าแปรงฟันเท่านั้น เพลิงเดินเอาผ้าเช็ดตัวพาดไว้ที่ราวแขวน แล้วถอดเสื้อออกไปอาบน้ำ แต่จังหวะที่เดินผ่านกระจกไปที่อ่าง เพลิงรู้สึกสะดุดเข้ากับอะไรสักอย่าง เลยเดินกลับไปดูที่กระจกอีกที เพลิงจ้องสำรวจร่างกายที่มีรอยตามตัวอยู่สักพัก ก่อนจะหน้าขึ้นสีระเรื่อๆ เมื่อเห็นรอยกัดกับรอยดูดที่คอ แล้วก็ลืมไปว่าเสื้อที่ตัวเองใส่มันไม่ใช่เสื้อคอเต่า เพลิงอ้าปากเหว๋อ เอามือกุมหน้าอย่างตกใจ ก่อนจะร้องลั่น 

“เหี้ยแล้วไง.. เห็นกันทั้งบ้านแล้วไอ้เหี้ย!” 



“ฮ่าๆๆๆ! กลัวคนไม่รู้หรอ ว่าโดนเฮียไปเมื่อคืนน่ะ” เสียงหัวเราะขณะขับมอเตอร์ไซค์ของสองดังลั่นแข่งกับลมที่ตีหน้า ทำเอาเพลิงที่ซ้อนท้ายอยู่ถึงเบ๊ปากเซ็ง ถ้าไม่กลัวรถคว่ำ เขาคงถีบสองลงรถไปแล้วแน่ๆ 

       ตอนนี้เพลิงเปลี่ยนมาใส่ชุดวอร์มแฟชั่นสีดำขาสั้นเสมอเข่า ที่สามารถรูดซิบขึ้นเป็นคอเต่าได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้อากาศจะร้อน ลมที่ตีหน้าจะช่วยได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่สามารถทำให้รู้สึกเย็นได้เลยยามที่ต้องรูดซิบคอเสื้อจนสุด เพลิงนั่งทนมาได้สักพัก สองก็ขับมาถึงร้านเค้กที่รวมเปิดคาเฟ่ไปในตัว เพลิงลงจากมอเตอร์ไซค์ยืนมองร้านที่ดูตกแต่งน่ารักเหมาะกับผู้หญิงเข้ามากินมากกว่า ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าพีคจะเข้ามากินเค้กร้านแบบนี้  

“เฮียมึงนิยมโหมดมุ้งมิ้งแบบนี้ด้วยหรอวะ” เพลิงถามสองขณะมองร้านอย่างอึ้งๆ 

“แล้วมึงคิดว่าหน้าอย่างเฮียเหมาะกับอะไรแบบนี้มั้ยล่ะ” สองถามกลับ 

“ไม่” 

“นั่นแหละ เฮียกูแดกหวานที่ไหน ที่มาร้านนี้เพราะลูกค้าที่ร้านสั่ง เขาจะจัดปาร์ตี้กัน แล้วร้านนี้ก็ร้านประจำเฮียที่สั่งเค้กเอาไปให้ลูกค้าเป็นประจำ” สองบอก ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน เพลิงเองก็ตามสองเข้าไป และเมื่อเข้ามาในร้าน เพลิงแอบชอบบรรยากาศด้านใน มันดูอบอุ่น ละมุน สบายตาดี ถ้ามาอ่านหนังสือสอบในนี้ คงจะดีไม่น้อย 

“เจ้ฝน อยู่มั้ยเนี่ย” สองเรียกหาใครบางคนหน้าเคาน์เตอร์ เพลิงเดินมายืนสมทบข้างๆ ก่อนจะหันไปมองเค้กในตู้กระจกอย่างสนใจ  

“มาแล้วจ้าา บอกแล้วไงว่าอย่างเรียกเจ้ พี่อายุน้อยกว่าพี่พีคอีกนะสอง” คนที่อยู่หลังประตูกลังเคาน์เตอร์เดินบ่นสองออกมาอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะยิ้มตอนรับอย่างเป็นมิตร 

“ห่างกันแค่ปีเดียว เรียกเจ้น่ะถูกแล้ว” สองแซว จนถูกคนอายุเยอะกว่าตีเข้าที่ไหล่ จนสองยกมือลูบตรงที่ถูกตีปอยๆ 

“แล้วนี่พี่พีคไม่มาหรอ ถึงได้ส่งสองมาเนี่ย” ฝนถาม พลางมองหาใครอีกคนแปปนึง แต่สองส่ายหน้า แล้วชี้ไปที่อีกคนที่กำลังยืนดูเค้กอย่างสนใจ ฝนเองก็มองเพลิงอย่างสนใจเหมือนกัน 

“ผมมากับไอ้นั่นน่ะ ..เฮ้ย ไอ้เพลิง มานี่ๆ” สองบอก ก่อนจะกวักมือเรียกเพลิง เพลิงผละจากตู้เค้กหันไปมองคนที่เรียก ก่อนเดินไปหา 

“มีอะไร” เพลิงถาม 

“นี่เจ้ฝน เจ้าของร้านเค้ก แล้วก็เป็นรุ่นน้องเฮียตอนอยู่มหาลัย” สองพูดแนะนำอีกฝ่ายให้เพลิงรู้จัก 

“สวัสดีครับ” เพลิงพยักหน้าทักทายอีกฝ่าย 

“สวัสดีค่ะ” ฝนเองก็ทักทายกลับ แถมหน้ายังขึ้นสีระเรื่อ 

“เจ้ นี่ไอ้เพลิง เด็กฝึกงานครัวอยู่ร้านเฮีย ผมพามันมาช่วยถือของน่ะ” สองแนะนำเพลิงให้ฝนรู้จัก ทำให้ฝนรู้ว่าเพลิงอายุน้อยกว่าตัวเองอยู่หลายปี ก่อนจะเริ่มคุยกับเพลิงอย่างเป็นมิตร 

“เพลิงเรียกพี่ว่าพี่ฝนก็ได้นะ พี่อายุเยอะกว่าเพลิง แล้วก็อย่าไปเรียกเจ้ตามสองล่ะ เห็นพี่หน้าหมวยหน่อยไม่ได้เลยเจ้าพวกนี้” ฝนยิ้มว่าอย่างอารมณ์ดี   

“ครับ พี่ฝน” เพลิงพยักหน้าตอบ แอบคิดว่าอีกฝ่ายดูน่ารักแบบสาวหวานดี คำพูดคำจาดูนุ่มเป็นกันเอง เลยทำให้เพลิงรู้สึกผ่อนคลายยามได้คุย 

“เออสอง พี่เก็บเค้กไว้ในตู้แช่หลังครัวน่ะ ไปเอาได้เลยนะ” ฝนรีบบอกสอง ก่อนจะเดินนำสองกับเพลิงเข้าไปหยิบกล่องเค้กด้านใน ระหว่างที่หยิบกล่องเค้กใส่ถุงให้ ฝนก็ชวนเพลิงคุยนู่นคุยนี่ไปเรื่อย เห็นว่าเพลิงชอบทำอาหารเหมือนกัน 

“เพลิงชอบทำอาหารหรอ” ฝนถามเพลิง 

“อ่า..ครับ” 

“หายากนะเนี่ยผู้ชายทำอาหาร แล้วเพลิงคิดสนใจเรียนเค้กมั้ย พี่ว่ามันสนุกดีนะ” ฝนพูดพลางยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี บรรยากาศรอบตัวของฝนดูสบาย จนเพลิงรู้สึกผ่อนคลายตาม 

“ก็เคยคิดลองเรียนอยู่เหมือนกันพี่ แต่เคยทำแล้วมันไม่อร่อย เลยไม่เอาดีกว่า” เพลิงว่า พลางนึกถึงเค้กที่ทำสมัยก่อนเข้ามหาลัย 

“แล้วเคยลองจริงจังกับมันยัง พี่เห็นว่าเราสนใจเค้กที่ตู้ เลยคิดว่าเพลิงน่าจะสนใจอยู่” สิ่งที่ฝนว่ามามันก็จริงสำหรับเพลิง เพราะเพลิงรู้สึกสนใจเรื่องการแต่งหน้าเค้กให้น่ากิน เลยเผลอสนใจอย่างออกนอกหน้า ตอนมัธยมเพลิงเคยลองทำเค้กให้แก้มกินครั้งนึง แต่รสชาติไม่ได้เรื่องเลยล้มเลิกความคิดนี้ไป ตอนเรียนก็โฟกัสแต่อาหารคาวอย่างเดียว 

“ผมคงทำมันไม่อร่อยจริงๆแหละพี่ ดูเค้กหน้าร้านเอาดีกว่า” เพลิงบอกก่อนจะยกถุงเค้กเดินตามสองออกไป ฝนเองก็รีบเดินตามออกมาเหมือนกัน แล้วจัดการคิดเงินหน้าเคาน์เตอร์ให้สอง แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกเรื่องเค้กกับเพลิง 

“เอางี้มั้ย เพลิงลองมาทำเค้กกับพี่ดูสักครั้ง ถ้าชอบเดี๋ยวพี่สอนให้ฟรี ถ้าเพลิงลองตั้งใจทำจริงๆจังๆดู พี่ว่าเพลิงทำได้อยู่แล้ว ขนาดอาหารคาวที่ยากกว่าขนม เพลิงยังทำได้เลย” ฝนเสนอความเรื่องสอนทำขนม ออกปากให้กำลังใจ ทำให้เพลิงหันไปมองสนใจทันที พลางยกยิ้มตอบกลับอีกฝ่ายอย่างดีใจ  

“ได้หรอพี่ ” ท่าทางดีใจของเพลิง ทำเอาฝนแอบเขิน เพราะเพลิงเป็นคนที่หล่อ ยิ่งเวลายิ้ม อาจทำให้ผู้หญิงหลายคนอดที่จะมองนานๆอย่างช่วยไม่ได้  

“ได้สิ จะเอาแฟนมาลองทำด้วยก็ได้นะ” ฝนยิ้มบอกอีกรอบ 

“ผมยังไม่มีแฟน ถ้ามา คงมาทำคนเดียวแหละครับ” เพลิงบอกกลับฝน ดูเหมือนฝนจะยิ้มกว้างขึ้น  

“เอากูมาเรียนด้วยก็ได้นะ กูชอบแดกของหวาน” สองพูดแทรกขึ้นหลังเงียบฟังสองคนนี้คุยกัน ฝนหันไปยิ้มขำให้สอง ไม่คิดว่าสองจะเอากับเขาด้วย ส่วนเพลิงหรี่ตามองคนข้างๆ ก่อนบอกว่า 

“มึงไปทอดไก่ให้มันเลิกไหม้ก่อนไป บอกแล้วว่าอย่าใส่น้ำมันหอยเยอะ” สองหน้าหงิกทันทีที่เพลิงว่า 

“จะทอดยังไงก็เรื่องของกู คนในบ้านชอบก็พอแล้ว แดกไม่ได้ก็ทำแดกเองนู่นไป ..ไป กลับบ้าน” สองบ่นอุบ หลังถูกว่าเรื่องทอดไก่ แล้วรีบชวนเพลิงกลับทันที เพลิงหันไปยิ้มลาฝนก่อนจะรีบเดินตามสองไปนอกร้าน  

  เมื่อออกจากร้าน สองขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วรับถุงเค้กจากเพลิงมาถือก่อน พอเพลิงนั่งซ้อนเสร็จสองก็ส่งถุงเค้กกลับไปให้เพลิงถือต่อ ทั้งคู่เตรียมขับรถออกจากร้าน แต่ก็ถูกฝนเรียกดักไว้ก่อน 

“เดี๋ยวก่อน ..เพลิง วันไหนว่างมาร้านพี่ได้ตลอดนะ เดี๋ยวพี่สอนทำเค้กให้” ฝนยิ้มตะโกนบอก เพลิงหันไปพยักหน้ายิ้มน้อยๆให้ ก่อนจะสะกิดให้สองออกรถกลับบ้าน  โดยบทสนทนาของทั้งงคู่เมื่อกี้ ทำให้สองอดคิดเกินเลยไม่ได้จริงๆ 

  // เอาไงดี ไอ้เพลิงได้เมียแน่เลยว่ะ // สองคิดในใจ 


******************************************

เปิดตัวสมาคมคนรักน้องอย่างเป็นทางการ555

เขียนเยอะไปมั้ย?

#เจ้าชิบะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น