Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 42 Survivor

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 42 Survivor
แบบอักษร

 

Chapter 42 Survivor 

ภายในทางลับใต้ดินของคฤหาสน์หลังงาม เสียงฝีเท้าและเสียงหอบหายใจของคนสองคนยังคงดังก้องสะท้อนออกมาแม้ว่าทั้งคู่จะพยายามควบคุมมันเอาไว้จนถึงที่สุดแล้วก็ตาม อคิราห์หรือเซจประคองร่างเพื่อนรักที่กำลังหอบหายใจหนักให้เดินต่อไปตามทางเดินทอดยาวในความทรงจำ ในมือข้างนั้นเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวที่ไหลซึมออกมาทุกการเคลื่อนไหว

ทางตัวของเด็กหนุ่มเองก็มีบาดแผลเล็กใหญ่จากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะไม่สาหัสเท่าคนด้านข้างแต่ปริมาณบาดแผลที่ได้รับก็ทำให้รู้สึกวิงเวียนขึ้นมาได้เช่นกัน

กลิ่นคาวเลือดจากร่างกายของคนทั้งคู่ลอยตลบอบอวลไปทั่ว รอยเลือดถูกทิ้งไว้ตลอดเส้นทางอย่างไม่ตั้งใจ มองโดยรวมแล้วถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ หากแต่แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเพียงใด เวลานี้ในหัวของเด็กหนุ่มก็ยังมีเพียงใบหน้าของคนๆหนึ่งวนเวียนอยู่ไม่รู้จบ สีหน้าแบบนั้นของมิคาเอล เขาไม่อยากจะเห็นมันอีกแล้ว...

คนที่มักเก็บซ่อนความรู้สึกภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมอยู่ตลอดเวลา เมื่อครั้งที่เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมากลับมีแต่ความเศร้า และความผิดหวัง

“ไม่ต้องมองหน้าฉันยังรู้เลยว่านายกำลังหดหู่” เสียงติดๆขัดๆของคนด้านข้างถูกเอ่ยออกมาผ่านสถานการณ์ที่ตึงเครียด

“...”

“เป็นนายจริงๆ ใช่มั้ยเซจ มันเป็นไปได้ยังไง”

“เงียบเถอะ ไว้ฉันจะเล่าให้นายฟัง ถ้าเรารอดออกไปได้” อคิราห์ประคองร่างอีกฝ่ายมาถึงตำแหน่งของประตูที่เขาไม่มีโอกาสได้เข้าไปก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มยกมือขึ้นสัมผัสกลอนประตูที่ออกแบบมาเพื่อล็อคจากด้านเดียว คาดว่าเส้นทางนี้คงสร้างขึ้นมาเพื่อให้เจ้าของคฤหาสน์หลบหนีออกไปเท่านั้น ออกไปได้แต่กลับเข้ามาจากอีกฝั่งไม่ได้ด้วยกลไกบางอย่างความหนักและเก่าแก่ของมันทำให้เขาต้องออกแรงมากกว่าปกติจนเหงื่อชุ่ม เฮกเตอร์พยายามช่วยแต่ก็ถูกเด็กหนุ่มผลักออกไป

แอ๊ดด ปัง... 

กลิ่นอับชื้นจากภายในลอยออกมาปะทะใบหน้าทันที เส้นทางนี้คงไม่ได้ถูกเปิดออกมานานมากแล้ว อันที่จริงคงไม่เคยถูกเปิดมาก่อนตั้งแต่ถูกสร้างขึ้น พวกเขาพยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืดมิดด้านหน้าหากแต่ในนี้มืดเกินไป แม้แต่แสงสว่างเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่มี

‘ต้องรีบแล้ว... หากช้ากว่านี้เกรงว่าคนของมิคาเอลจะต้องไปถึงทางออกก่อนแน่นอน

จากการคาดเดา เขามั่นใจมากว่าเส้นทางนี้จะพาพวกเขาไปถึงที่ไหน อคิราห์พยุงร่างเพื่อนรักเดินต่อไปในความมืดอากาศด้านในน้อยลงอย่างที่ทำให้ทั้งคู่รู้สึกอึดอัด ความมั่นใจของคนด้านข้างที่ยังก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคงทำให้ชายหนุ่มเจ้าของหมายเลขสิบแปดของโรสต้องเอ่ยถามออกมา “นายแน่ใจเหรอว่านี่ไม่ใช่กับดัก”

“ฉันแน่ใจ”

“ถ้างั้นนายรู้รึเปล่าว่าเราจะไปโผล่ที่ไหน”

“ฉันยังไม่มั่นใจ แต่คิดว่าปลายทาง เราคงต้องรับมือกับคนที่ฝีมือไม่ธรรมดาอีกคนหนึ่ง”

“มากกว่าสี่คนนั้นอีกงั้นเหรอ”

“ใช่”

“ให้ตายเถอะ ในสถานการณ์แบบนี้ฉันกำลังถูกช่วยเหลือโดยเด็กไฮสคูลที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของฉันที่ตายแล้วฟื้นในร่างคนอื่น แถมฉันยังบ้าเชื่ออีกด้วย ถ้าเป็นนายจริงๆเซจ ฉันอยากได้ร่างนายคนเดิมกลับมาเพราะมันคงทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจกว่าเด็กก้างนี่เยอะ และให้ตาย ฉันจำได้แล้ว นายอยู่ในงานเลี้ยงที่ฮ่องกงเมื่อตอนนั้น ฉันบอกว่านายเหมือนเพื่อนฉันด้วย พระเจ้า”

“เฮก นายกำลังสติแตก”

“ไม่ ไม่เลย ฉันสบายดีแค่เวียนหัว แล้วก็เจ็บแผลนิดหน่อย” อคิราห์ได้ยินเสียงสูดหายใจของคนด้านข้างก่อนที่จะปล่อยออกมา “ทั้งหมดที่ฉันจะพูดคือ ฉันดีใจที่นายยังมีชีวิตอยู่นะเซจ ดีใจมากจริงๆ”

“อืม ฉันก็เหมือนกัน”

ทั้งคู่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาตลอดทางโดยไม่หยุดพัก ในที่สุดพวกเขาก็พบกับประตูบานเล็กอีกบานหนึ่ง...สุดทางแล้ว ไม่มีแสงใดๆลอดผ่านเข้ามาจากด้านนอก หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายยังไม่รู้ถึงการมาของพวกเขาก็กำลังรออยู่อีกด้าน แต่อคิราห์คิดว่าคงเป็นอย่างหลังมากกว่า “เฮก นายหลบไปก่อน”

“ไม่มีทาง”

“นายกำลังเกะกะ”

“ฉันไม่อยากถูกเด็กไฮสคูลพูดใส่แบบนี้หรอกนะเพื่อน นับสาม ฉันเปิดนายเตรียมตัวให้ดี” เสียงพูดคุยแผ่วเบาพอให้คนสองคนได้ยินดังออกมาผ่านความมืด

“...”

“สาม!”

ปัง 

ปืนบาเรตต้าสีดำส่องอยู่บนหน้าผากของชายหนุ่มผมยาวทันทีที่ประตูถูกเปิดออก เสียงเหนี่ยวไกดังแทบจะสอดประสานเป็นเสียงเดียวกันกับประตูที่ถูกเปิดออกอย่างรุนแรง หากแต่สัญชาตญาณอันเฉียบคมและการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของเด็กหนุ่มทำให้เขาเร็วกว่าอีกฝ่ายก้าวหนึ่ง อคิราห์พลิกข้อมือของคนตรงหน้าออก วิถีกระสุนพุ่งแฉลบออกไปด้านข้างจนได้ยินเสียงวัตถุบางอย่างแตกกระจาย

เฮกเตอร์รับรู้ได้ถึงความแสบร้อนและกลิ่นเนื้อไหม้ตรงข้างแก้ม ชายหนุ่มคว้ามือเข้าบีบหลอดลมอีกฝ่ายแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องหลบลูกถีบของเพื่อนรักของตัวเอง เพราะการเคลื่อนไหวเร็วเกินไปชายหนุ่มทำได้เพียงกุมบาดแผลของตัวเองด้วยความเจ็บปวดพลางมองเด็กหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

“ห้ามฆ่าเธอ รีบหาทางออก เร็ว” อคิราห์ไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปให้ความสนใจคนที่กำลังบาดเจ็บ ม่านตาของเขาขยายขึ้น สายตาเริ่มคุ้นชินกับความมืดจนมองเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เขาพึ่งพบเจอ คนที่ดูแลเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปากเธอทั้งนั้น สิ่งที่เธอต้องทำ มีแค่การทำตามคำสั่ง แม้ว่าความรู้สึกภายในใจจะขัดแย้งเพียงใด ในมือของเธอกำลังถือปืนโดยมีมือของเด็กหนุ่มวางทาบเอาไว้ เธอเบี่ยงตัวออกด้านข้างหันปืนไปทางชายหนุ่มคนที่กำลังมองหาทางออกในความมืด

ปัง ปัง ปัง 

กระสุนถูกยิงไปสามนัดแต่ก็ทำได้เพียงเฉี่ยวร่างกายของคนที่ยืนอยู่อีกด้านเท่านั้น มือของเธอถูกเด็กหนุ่มจับเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทั้งเบี่ยงวิถีกระสุนออกจากเป้าหมายอย่างรวดเร็ว เขาใช้จังหวะนั้นจับปลายกระบอกปืนกดสลักถอดแยกชิ้นส่วนออกเป็นชิ้นๆ มาเรียทำได้เพียงปล่อยให้มันตกลงบนพื้น เธอก้มตัวลงหลบการโจมตีของเด็กหนุ่มวาดขาเตะลงไปจนอีกฝ่ายล้มลงก่อนที่จะพุ่งหัวเข่ากดลงไปบนร่างของอีกฝ่ายแต่เด็กหนุ่มที่อยู่บนพื้นก็เตะขาขึ้นฟาดลงบนลำตัวของเธออย่างรุนแรงจนเซล้มลงกองบนโต๊ะ ข้าวของต่างๆตกระเนระนาด พร้อมกับแสงไฟที่สว่างขึ้นด้วยมือของคนที่กำลังกุมบาดแผลไถลตัวนั่งข้างกำแพง

อคิราห์ดันตัวลุกขึ้น หากแต่ทันทีที่ทรงตัวได้ก็ถูกคนที่อยู่บนโต๊ะไม้เตะลงบนใบหน้าจนหันไปอีกทาง เธอยกมือขึ้นฟาดลงมาอีกอีกครั้งแต่ครั้งนี้เด็กหนุ่มกันเอาไว้ได้ เขาจับตัวหญิงสาวตรงหน้ายกเข่าขึ้นกระแทกสีข้างอีกฝ่ายสองสามครั้งก่อนที่จะเหวี่ยงเธอออกไป ร่างของมาเรียกระแทกกับชั้นหนังสือเก่าๆ จนหนังสือในชั้นหล่นลงมากองบนตัวของเธอ

“ขอโทษด้วย” อคิราห์หันหลังเดินออกไปหาเพื่อนรักที่กำลังรอคอยอยู่ แต่หญิงสาวอีกคนก็ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายดาย

“ระวัง!” เสียงของเฮกเตอร์ดังขึ้นมา

เด็กหนุ่มหันกลับไปยกแขนต้านรับอีกฝ่ายที่เหวี่ยงมือเข้ามา

ฉึก...

เศษกระเบื้องชิ้นใหญ่ถูกปักลงบนแขนอย่างไม่คาดคิด เขามองผ่านไปยังดวงตาของอีกฝ่ายที่กำลังสั่นไหว เป็นครั้งแรกที่มองเห็นอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่ายชัดเจนขนาดนี้

“ขอโทษด้วย” คราวนี้เป็นฝ่ายมาเรียที่พูดขึ้นมาบ้าง

เด็กหนุ่มเก็บสายตากลับมาเอียงศีรษะมองดูแขนตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกปวดหนึบแล่นผ่านไปถึงหัวไหล่ เลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นไม้สีน้ำตาลเป็นวงกว้าง

“มันเจ็บนะครับมาเรีย” อคิราห์จับข้อมืออีกฝ่ายหักลงจนเธอกรีดร้องออกมา เธอยกแขนอีกข้างขึ้นมากระแทกลงบนลำตัวของเขาอีกสองครั้ง เด็กหนุ่มกัดฟันแน่นอย่างอดกลั้นก่อนที่จะจับศีรษะของเธอกระแทกลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง ร่างของหญิงสาวไถลลงไปนั่งกองกับพื้น อคิราห์ตรวจสอบจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไร เขาลุกขึ้นดึงเศษแก้วที่ฝังอยู่บนแขนออกโยนทิ้งไปด้านข้างก่อนที่จะเดินห่างออกไป มาเรียเงยหน้ามองคนที่กำลังเดินออกไปผ่านดวงตาที่พร่ามัว

“อย่าไปเลยนะคะ”

ขาของเด็กหนุ่มยังคงก้าวเดินห่างออกไปจากสายตาของเธอเรื่อยๆอย่างมั่นคง

‘อย่าไปจากท่านเลยนะคะ

ถึงแม้จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพียงสั้นๆ แต่รองจากนายท่านแล้วเธอก็เป็นคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับเด็กหนุ่มคนนี้มากที่สุด เธอรับรู้ได้ถึงตัวตน นิสัยใจคอ ความเปลี่ยนแปลงและความพยายามหลายๆอย่างของอีกฝ่าย การเฝ้ามองเด็กหนุ่มคนนี้ทำให้เธอรู้สึกผูกพันกับอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัวและไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะทรยศเจ้านายของเธอได้ลง มาเรียนั่งพิงอยู่กับโต๊ะไม้มองดูแผ่นหลังของคนที่ไกลออกไปทุกที

เด็กหนุ่มพยายามข่มกลั้นเก็บอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองกลับไปให้ลึกที่สุด เขาเดินไปหาเพื่อนรักที่นั่งหอบหายใจหลับตาพิงผนังอิฐสีแดงอยู่ตรงนั้น เวลายิ่งผ่านไปนานมากขึ้นเท่าไหร่ สติของเฮกเตอร์ก็เริ่มหายไปมากขึ้นทุกที เขาตบหน้าเพื่อนรักเบาๆ ให้อีกฝ่ายลืมตาขึ้นมา พลางสอดแขนเข้าดึงให้ลุกขึ้นยืน “เราต้องไปแล้ว”

“นายไม่น่าช่วยฉันเลย” ชายหนุ่มผมยาวพูดออกมาด้วยความเหนื่อยล้า

“หยุดไร้สาระแล้วมีสติขึ้นมาเดี๋ยวนี้เฮก นายจะต้องไม่เป็นอะไร พวกเราจะต้องไม่เป็นอะไร” อคิราห์ลากตัวเพื่อนรักขึ้นบันไดออกไปจากห้องใต้ดิน ด้านนอกสว่างจ้าด้วยไฟในตัวบ้านที่ยังเปิดอยู่ ใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวเขาก็กลับมายังที่นี่อีกครั้ง อคิราห์ประคองร่างอีกฝ่ายเดินลากขาออกไป เขาอยากจะได้มีดสักเล่ม หากแต่ระหว่างทางเดินเข้าไปในครัวเขาก็ต้องพบกับใครอีกคนเสียก่อน

หญิงชราที่อยู่ในชุดนอนสีฟ้ากำลังนั่งอยู่ที่เดิม ในจุดเดียวกันกับที่เธอพูดคุยกับเขาเมื่อวาน เธอมองตรงมายังคนสองคนที่เดินเข้ามา แก้วกาแฟสีเขียวอ่อนที่อยู่บนโต๊ะยังมีควันลอยขึ้นมาให้เห็น ในมือเธอถือของบางอย่าง บางอย่างที่เด็กหนุ่มจดจำได้เป็นอย่างดี...มันคือสิ่งที่คร่าชีวิตของเขาไปเมื่อครั้งก่อนนั่นเอง

แผ่นหลังบางหลั่งเหงื่อเย็นในขณะที่หญิงชรากำลังมองพวกเขาด้วยสายตาคมกริบอย่างแตกต่างจากเมื่อครั้งที่พบกันก่อนหน้านี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ นิ้วของเธออยู่บนปุ่มกดสีแดงเข้มที่หากขยับเพียงนิดเดียวบ้านหลังนี้ก็คงย่อยยับไปพร้อมกับชีวิตของคนทั้งหมด ฝั่งเฮกเตอร์เองก็ทำได้เพียงมองหญิงชราเจ้าของบ้านสลับกับมือของเธออย่างกดดัน

“คุณฆ่าเธอไปรึยัง หลานสาวของฉันยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า”

“เธอบาดเจ็บที่ศีรษะ แต่ไม่เป็นอะไรมากแค่สลบไปเท่านั้น ผมไม่ต้องการฆ่าเธอ หรือแม้แต่คุณ”

หญิงชราตรงหน้าชั่งใจมองเด็กหนุ่มที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลอยู่ครู่ใหญ่ ลุกขึ้นเดินผ่านตัวพวกเขาไปอย่างระมัดระวังโดยไม่ละสายตาจากคนทั้งคู่และมือที่อยู่บนปุ่มกด เธอมองเข้าไปยังประตูที่ยังเปิดอยู่ มาเรียกำลังยกมือขึ้นกุมศีรษะของตัวเองอย่างมึนงง เห็นเช่นนั้นเธอจึงค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจก่อนที่จะเดินกลับมาที่เดิม มือเหี่ยวย่นวางที่กดระเบิดลงบนโต๊ะ ความเคร่งเครียดบนใบหน้าหายไปหลายส่วน

“ครอบครัวของฉัน พวกเราใช้ชีวิตชั่วรุ่นชั่วหลาน ปกป้องทางลับของออสซินี่มาตั้งแต่คฤหาสน์หลังนั้นถูกสร้างขึ้น และมันจะเป็นเช่นนั้นต่อไป หากหลานสาวของฉันไม่อยู่แล้ว มันก็ไม่มีความหมาย” เธอยกแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นจิบก่อนที่จะพูดออกมาอย่างผ่อนคลาย “ขอบคุณที่ไว้ชีวิตมาเรีย นายท่านวางเดิมพันกับตัวคุณเอาไว้มาก มากเหลือเกิน” สายตาของเธอทอดมองออกไปไกสแสนไกล

‘คุณหนู คุณช่างเลือดเย็นจริงๆ’ 

อคิราห์ทำได้เพียงคิดตามสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา ใช่แล้ว ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ที่มิคาเอลมอบทางเลือกให้เขา แล้วยังตอนนี้ ถ้าหากว่าเขาเกิดฆ่ามาเรียแล้วล่ะก็...เด็กหนุ่มก้มหน้าลง ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบางๆ

‘ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังเป็นมิคาเอล ออสซินี่คนนั้นสินะ’ 

“เหตุผลที่คุณไม่ยอมรับปากป้า เพราะเขาคนนี้ใช่มั้ย”

“ครับ เขาเป็นเพื่อนของผม”

“เฮ้อ มันเป็นเรื่องยากที่จะต้องเลือกอะไรบางอย่าง เพราะหลังจากนั้นเราก็จะต้องเสียอะไรบางอย่างไป”

“ต่อให้เสียไป ผมก็จะเอามันกลับคืนมาให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไรก็ตาม”

สายตาของคนทั้งคู่สบประสานกันครู่หนึ่งก่อนที่หญิงชราจะเอ่ยออกมาโดยไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของเด็กหนุ่ม “มาเรียไปหยิบกุญแจรถ”

หญิงสาวที่พึ่งเดินโซซัดโซเซขึ้นมาจากห้องใต้ดินเบิกตาขึ้นอย่างไม่เชื่อหู

“คุณป้า!”

“ในเมื่อคุณมิคาเอลให้โอกาสคุณเลือก ป้าก็จะให้โอกาสที่คุณไม่ฆ่าสาวหลานสาวของป้าเหมือนกัน มาเรียทำตามที่ป้าบอก”

“แต่ท่าน...”

“ป้าจะรับผิดชอบเอง”

มาเรียกดบาดแผลบนศีรษะยืนอยู่กับที่แต่สายตาของหญิงชราที่มองมาทำให้เธอต้องเดินไปหยิบกุญแจมายื่นให้เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่กลางห้อง มาเรียกำกุญแจไว้แน่น มองเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มอย่างจริงจัง “ปืนอยู่ใต้เบาะ ไว้ป้องกันตัวแต่ห้ามฆ่าคนของเรา ถ้ามีใครตายแม้แต่คนเดียวดิฉันจะตามล่าคุณด้วยตัวเอง”

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”

“รถของเราจอดอยู่ในโรงรถด้านหลัง คนของคุณท่านคงมาถึงแล้ว คุณต้องรีบหน่อย”

อคิราห์กำกุญแจไว้ในมือ เขามองสบตากับคนที่ดูแลเขามาตลอดหลายเดือนก่อนที่จะบอกลา “ขอโทษแล้วก็ ขอบคุณครับ ผมจะกลับมาแน่นอน”

เขาลากตัวเพื่อนรักออกไปด้านหลังบ้าน แสงไฟจากรถมากมายใกล้เข้ามาทุกที ทันใดนั้นกระสุนนัดหนึ่งก็เฉี่ยวศีรษะของเขาไป เด็กหนุ่มรีบเปิดประตูยัดตัวเพื่อนรักเข้าไปในรถยี่ห้อโอเปลสีบรอนซ์เงินกลางเก่ากลางใหม่ก่อนที่ตัวเองจะวิ่งออกไปอีกฝั่ง สตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งจนมิด

“นายรู้เหรอว่าเราต้องไปทางไหน” คนที่นั่งเอามือกดแผลด้านข้างถามออกมา เฮกเตอร์พยายามยกตัวหันกลับไปมองรถที่ตามมาด้านหลังแต่เขาไม่มีแรงขนาดนั้น

“ไม่รู้ รีบคาดเข็มขัดซะ” อคิราห์ตอบออกไปเรียบๆ เวลานี้สมาธิของเขากำลังจดจ่อกับการขับรถ เด็กหนุ่มพยายามนึกภาพเส้นทางที่เขามองลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เมื่อครั้งมาถึงที่นี่และความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นอีกหลายรูปแบบ สิ่งที่ต้องทำมีแค่รอดออกจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้เท่านั้น

“หึๆ กะแล้วเชียว นึกถึงตอนที่เราทำภารกิจด้วยกันครั้งแรกเลยนายว่ามั้ย แต่อย่างน้อยตอนนั้นก็ไม่ได้ถูกรถเป็นฝูงไล่ล่าขนาดนี้” ชายหนุ่มกัดฟันดึงเบลท์ออกมาคาด พลางเหลือบมองแขนของอีกฝ่ายที่เวลานี้ยังมีเลือดไหลไม่หยุด “แขนนายเป็นไงบ้าง”

“ยังใช้ได้”

นัยน์ตาเรียวยาวเช่นเดียวกับชาวเอเชียมองใบหน้าด้านข้างที่เรียบเฉยของเพื่อนรักอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่จะหันกลับมาหลับตาลง “นายไม่ควรช่วยฉันเลยเซจ ไม่น่าเลย” ทั้งๆที่นายกำลังจะมีชีวิตที่ดีแล้วแท้ๆ “ขอโทษจริงๆ” เสียงของชายหนุ่มแผ่วเบาลงก่อนที่จะหายไปในที่สุด

กระสุนห่าใหญ่ยิงเข้ามาหลายนัดจนกระจกด้านหลังรถแตกออกเป็นเสี่ยง บนท้องถนนที่ทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา รถSUVสีบรอนซ์เงินถูกติดตามด้วยมาอย่างกระชั้นชิด

ปัง! 

รถคันหนึ่งเร่งเข้ามาชนท้ายรถที่เขากำลังขับโครมใหญ่ ตัวของเด็กหนุ่มกระตุกเอนไปด้านหน้าส่วนเฮกเตอร์ก็ยังคงไม่ได้สติ อคิราห์ก้มลงควานหาปืนใต้เบาะรถตามที่มาเรียบอกเอาไว้ เด็กหนุ่มสัมผัสด้ามวัตถุเย็นเฉียบ เขาคว้ามันขึ้นมามองดูแสงไฟสว่างจ้าจากรถของอีกฝ่ายจากกระจกมองหลัง เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปด้านนอก เหนี่ยวไกปืนสองครั้ง กระสุนเจาะถูกล้อรถคันหลังจนส่ายไปมาก่อนที่จะเบี่ยงลงไปข้างทาง

เพล้ง... 

กระจกมองหลังถูกยิงกระจายจนไม่สามารถมองกลับไปได้อีก รถอีกสองคันตีขนาบข้างเข้ามา ม่านตาของเขาพลันขยายขึ้น อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งสูง ด้านหน้ามองเห็นแสงไฟจากในตัวเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ

รถทั้งสองคันพร้อมใจกันกระแทกรถที่อยู่ตรงกลาง เขาพยายามคุมพวงมาลัยรถเอาไว้ก่อนที่จะหันกลับไปยิงรถคันด้านหลังแต่มันไม่ง่ายเลยเมื่ออีกฝ่ายยิงสวนกลับมา ชายชุดดำคนหนึ่งปีนออกมานอกรถ กระโดดพุ่งตัวเข้ามาด้านในรัดคอของเด็กหนุ่มติดกับเก้าอี้ เขาไม่ลังเลที่จะใช้มือข้างหนึ่งควบคุมรถส่วนอีกข้างหนึ่งจ่อยิ่งเข้าที่แขนบนลำคอของตัวเอง

ปัง 

ชายคนนั้นปล่อยแขนออกด้วยความเจ็บปวดหยิบปืนออกมาแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรรถที่ถูกขนาบอยู่ตรงกลางก็เบรกกะทันหัน ร่างของชายคนนั้นกระแทกมาด้านหน้า พร้อมกับรถอีกสองคันที่เหลือที่หลุดนำออกไป เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่รถหยุดลงเด็กหนุ่มก็หมุนพวงมาลัยไปอีกข้างจนล้อด้านหลังสะบัดเหวี่ยงขวางตามแนวถนน

ปัง ปัง 

กระสุนถูกยิงออกไปอีกสองนัดเจาะลงบนล้อหลังของรถทั้งสองคัน ร่างของชายที่อยู่ด้านหลังกลิ้งขลุกขลักไปมาอย่างไม่สามารถทรงตัวได้ SUVสีบรอนซ์เงินถูกเลี้ยวกลับไปยังทิศทางเดิมบนถนน เขาขับผ่านรถสองคันที่เริ่มส่ายไปมา ยกแขนไปกดตัวเพื่อนรักที่ยังสลบพร้อมกับก้มตัวลงต่ำหลบกระสุนที่สาดเข้ามา

ปัง 

เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้นอีกครั้ง หันปืนกลับไปยิงลงบนไหล่อีกข้างของคนที่อยู่ด้านหลัง “กระโดดลงไปก่อนที่นัดต่อไปจะเจาะกะโหลกของคุณ”

อย่างรวดเร็ว ประตูด้านหลังก็ถูกเหวี่ยงเปิดออกก่อนที่ร่างๆหนึ่งจะกลิ้งขลุกขลักไปตามถนน ในที่สุดเด็กหนุ่มก็มองเห็นราวกั้นด้านหน้าที่เป็นจุดสิ้นสุดเขตของออสซินี่เขาเหยียบคันเร่งจนมิดกดศีรษะเพื่อนรักลงต่ำอีกครั้ง กระสุนถูกซัดกระหน่ำมารอบทิศทางจนรถทั่วทั้งคันมีแต่รอยกระสุน ไม่ต้องพูดถึงกระจกรถที่แตกออกรอบด้าน ราวกั้นด้านหน้าถูกชนหักเป็นสองท่อน คนที่ยืนกันอยู่ด้านหน้าแตกกระจายกันไปคนละทิศละทาง

ออกจากเขตของตระกูลออสซินี่แล้ว หากแต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ปัง 

ล้อยางด้านหลังถูกยิง รถของเขาเริ่มสะบัดไปมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ความเร็วยังไม่ลดลง

โครม! 

รถSUVชนเข้ากับกำแพงสีแดงอิฐของตึกหลังหนึ่งอย่างจัง ควันสีขาวลอยโขมง ชายชุดดำหลายคนที่พึ่งมาถึงรีบวิ่งลงจากรถ พวกเขาถือปืนเล็งไปยังทิศทางของรถคันนั้นอย่างระมัดระวัง

ฝีเท้ามากมายก้าวเข้าไปเรื่อยๆ ส่องปืนเข้าไปในรถอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพบว่าในนั้นเหลือเพียงแต่คราบเลือดและเบาะที่ว่างเปล่า

 

“หนีไปแล้วครับ”

“ฉันรู้แล้ว”

ณ คฤหาสน์ของตระกูลออสซินี่ในห้องนอนกว้าง ชายหนุ่มที่นั่งแหงนหน้าอยู่บนโซฟาสีเบอร์กันดีวางมือถือเครื่องเล็กลงข้างตัว ลมหายใจอุ่นร้อนพรูออกมาพร้อมควันสีขาวเทาที่ลอยฟุ้งขึ้นสู่เพดานสีแดงดำ

ริมฝีปากบางเฉียบกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนที่จะจางหายไปพร้อมกับกลุ่มควัน 

To be con.... 

------------------------ 

หายไปหลายวัน ตอนนี้ถ้าเป็นชื่อไทยนี่อยากให้ชื่อวิ่งสู้ฟัดไม่ก็ต้องรอดมาก เจ็บตัวอีกตามเคย มันก็จะบู๊หน่อยๆ ล่ะนะ (นี่หน่อยเหรอ) น้องรอดออกไปได้แล้ว เอาใจช่วยน้องต่อไปด้วยจ้า แต่หลังจากนี้เคราะห์กรรมก็ยังไม่สร่างซาหรอกนะขอบอก แต่ไรท์จะเว้นช่วงให้หายใจหายคอแป๊บนึงละกัน #อาคิและลุงของเขา 

Crystal 

ความคิดเห็น