Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 41 I don't wanna hurt you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 41 I don't wanna hurt you
แบบอักษร

​Chapter 41 I don't wanna hurt you 

ภายในห้องนอนใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังถูกจัดวางอยู่ในสภาพเดิม เมื่อก่อนหน้าที่จะออกไปเป็นแบบไหน เวลานี้ยังคงเหมือนเดิม ที่ไม่เหมือนเดิมคงจะมีแค่ชายสองคนกำลังอยู่ในอิริยาบถที่แตกต่างกัน

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงินยืนอยู่ด้านหน้าบังร่างกายของคนที่กำลังยืนหันหน้าออกไปยังหน้าต่างบานใหญ่ ท้องฟ้าด้านนอกกลายเป็นสีดำสนิท แสงไฟสีเหลืองนวลสว่างไสวไปทั่วสวนด้านนอก จากมุมนี้ยังมองเห็นแขกบางคนที่หลบซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้อย่างน่าขัน ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ปลายกระบอกเก็บเสียงก็ถูกเล็งไปยังคนที่เปิดประตูเข้ามาทันที อคิราห์มองเห็นสายตาแน่วนิ่งของอีกฝ่าย หากแต่ในนั้นกลับเก็บซ่อนความสับสน และผิดหวังเอาไว้ไม่มิด

เมื่อมองเห็นเจ้าของห้องด้านใน สิ่งแรกที่ชายผมยาวคิดคือโอกาสที่จะได้ฆ่าผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง แต่การที่เด็กคนนี้พาเขามาที่นี่ บางทีนี่อาจจะเป็นกับดัก!

“อย่าพยายามทำอะไรถ้านายยังไม่ยากตาย คนๆนี้เหนี่ยวไกปืนได้เร็วมากอย่างที่นายคาดไม่ถึงเลยล่ะ” อคิราห์ประคองอีกฝ่ายเข้ามาด้านใน ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง

เฮกเตอร์รู้สึกสับสน แต่เวลานี้เขาไม่มีทางเลือก อย่างเดียที่ทำได้คือเชื่อใจอีกฝ่ายเท่านั้น ในใจของชายหนุ่มรู้สึกเชื่อในตัวของคนที่ประคองเขาอยู่ด้านข้างนี้มากกว่าที่ตัวเขาจะคาดคิดเสียอีก

เกิดเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่คนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างจะเคลื่อนไหวในที่สุด มิคาเอลเงยหน้าขึ้นมาจากการมองดูอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มหันมายิ้มทักทายให้คนรักราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไงที่รัก ไม่คิดว่าเราจะต้องมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้นะว่ามั้ย...” เขาก้าวเข้ามาเรื่อยๆ ผลักร่างคนที่กำลังยืนจ่อปลายกระบอกปืนไปยังคนมาใหม่ทั้งสองออกไปอย่างไม่เกรงกลัว

อคิราห์มองดูคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เด็กหนุ่มขบกรามเข้าหากันแน่น พยายามไม่ทำให้อารมณ์อยู่เหนือการตัดสินใจ นัยน์ตาสีรัตติกาลมองออกไปรอบๆ หาความผิดปกติอย่างแนบเนียน

“ลุค นายช่วยพาคุณสุภาพบุรุษคนนี้ไปนั่งก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับอคิราห์สักหน่อย”

“ไม่เป็นไรครับ” เด็กหนุ่มหันกลับมาสบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทันที

“หึๆ ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้ที่รัก” อคิราห์ใช้ร่างของตัวเองบังชายหนุ่มอีกคนเอาไว้แม้ว่าร่างของตัวเองจะไม่ได้ช่วยกำบังใดๆได้มากนัก

มิคาเอลมองดูท่าทางนั้นอย่างเย็นชาแม้ว่าจะมีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้า ชายหนุ่มเดินไปหยิบขวดวิสกี้ทรงสูงบนชั้นติดผนังพลางหย่อนตัวลงบนโซฟาสีเบอร์กันดี ของเหลวสีเหลืองทองถูกเทใส่แก้วที่ถือมาอย่างช้าๆ นั่นยิ่งทำให้คนที่ยืนอยู่รู้สึกอึดอัดมากขึ้น มิคาเอลกำลังคิดอะไรอยู่ ด้วยท่าทางเช่นนี้เขาไม่เคยมองออกเลยแม้แต่น้อย

“คุณต้องการอะไร” อคิราห์เอ่ยถามอย่างหมดความอดทน

“นั่งก่อนสิ”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ก็ตามใจ” ชายหนุ่มหมุนแก้ววิสกี้ไปมาเล็กน้อยโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนอยู่จนเด็กหนุ่มต้องถามขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณต้องการอะไรครับมิคาเอล”

“ทำไมถึงถามอย่างนั้นล่ะ”

ยิ่งมองดูท่าทางที่คาดเดาไม่ได้ของอีกฝ่ายเด็กหนุ่มก็ยิ่งไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้อีกต่อไป “การที่คุณบังคับให้ผมมาที่นี่มันหมายความว่ายังไงครับ!”

“ฉันไปบังคับเธอตอนไหน” มิคาเอลเผยอยิ้มมุมปากมองของเหลวสีอำพันที่กำลังหมุนวนอยู่ในแก้ว

“คุณให้คนติดตามการเคลื่อนไหวของเรา”

“เรา? หึๆ” มือของชายหนุ่มชะงักกึกก่อนที่วิสกี้รสชาติร้อนแรงจะถูกกระดกเข้าไปรวดเดียว “ใช่ ฉันให้คนติดตามพวกเธอ แล้วยังไง เพราะแบบนั้นเธอเลยมาที่นี่งั้นเหรอ”

“...”

“เธอรู้อคิราห์ ฉันแค่มอบทางเลือกให้เธอ และถูกต้อง บังเอิญว่าเธอเลือกถูกที่มาที่นี่แทนที่จะหนีออกไปทางอื่นเพราะถ้าทำแบบนั้น แม้แต่เธอก็จะไม่เหลือทางรอดใดๆทั้งนั้น” ชายหนุ่มพูดพลางรินวิสกี้แก้วใหม่ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

“คุณไม่กลัวว่าผมจะฆ่าคุณรึไง”

“ถูกเธอฆ่างั้นเหรอ? ไม่เลยที่รัก ถ้าเธอคิดจะฆ่าฉันไม่ต้องรอวันนี้ฉันก็คงตายไปนานแล้ว ส่วนเพื่อน...ฉันเข้าใจถูกรึเปล่า ของเธอก็อยู่ในสภาพที่ไม่น่าจะทำอะไรใครได้ในตอนนี้”

“งั้นก็พูดเงื่อนไขของคุณมาเถอะครับ”

แก้วในมือของชายหนุ่มเต็มไปด้วยของเหลวสีเหลืองใสอีกครั้ง เขายกขึ้นมาจรดระดับใบหน้า ชายหนุ่มพิจารณามันอย่างกับกำลังมองดูของล้ำค่า หากแต่แท้ที่จริงแล้วชายหนุ่มกลับมองผ่านมันไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ดูบิดเบี้ยวไม่ชัดเจน “เธอเป็นใคร”

มิคาเอลวางแก้วลง รอยยิ้มของชายหนุ่มจางหายไปเหลือแต่ความจริงจังที่แสดงออกมา นัยน์ตาสีมรกตพิจารณาเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง “ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยอยากรู้และไม่คิดจะสนใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้ว บอกมาว่าเธอเป็นใคร”

อคิราห์มองดูใบหน้าเย็นชาของคนที่นอนอยู่ด้วยกันทุกวัน เขารู้อยู่แล้วว่าช่วงเวลานี้จะต้องมาถึงแต่เมื่อได้สัมผัสมันขึ้นมาจริงๆ ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นริ้วขึ้นมาในอก เด็กหนุ่มหลับตาพยายามข่มกลั้นมันกลับไปก่อนที่จะลืมตาขึ้น“ผมเกรงว่าเราคงไม่มีเวลาขนาดนั้น”

“ต้องฆ่าหมอนั่นก่อนเธอถึงจะมีเวลาให้ฉันรึไง”

“...”

“พูดออกมา เพราะนี่เป็นทางเลือกเดียวของเธอที่จะทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะต้องทำยังไงกับเธอต่อไป” พูดจบชายหนุ่มก็หลุบตาลงกระดกแก้ววิสกี้ขึ้นอีกครั้ง เสียงแก้วกระแทกโต๊ะดังกึกก่อนที่ทั้งห้องจะเงียบลงอีกครั้ง มิคาเอลก้มหน้าสูดหายใจก่อนที่จะเอนหลังมองคนที่ยืนอยู่กลาง

อคิราห์สบตากับดวงตาแดงก่ำของคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างนิ่งงัน เขาไม่รู้ว่ามิคาเอลกำลังคิดอะไร สิ่งที่เขามองเห็นอย่างชัดเจนจากดวงตาคู่นั้น...คือความเจ็บปวด

ความเจ็บปวดที่โดนคนที่ตัวเองรักทรยศ

อคิราห์หลุบตาลง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแล้วคลายออกอยู่หลายครั้งก่อนที่เด็กหนุ่มจะเงยหน้าขึ้นมา แววตามุ่งมั่นราวกับได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ถ้าผมบอกว่าก่อนหน้านี้ ผมไม่ใช่อคิราห์คุณจะเชื่อผมมั้ย”

หลังจากคำพูดของเด็กหนุ่มถูกเอ่ยออกมา ราวกับช่วงเวลาในห้องนั้นได้หยุดลงชั่วขณะ เวลานี้ทุกคนในห้องต่างรู้สึกเหมือนกันและคำถามที่เกิดขึ้นในใจของพวกเขาก็ไม่ต่างกันมากนัก

มิคาเอลจ้องเขม็งมาทางเด็กหนุ่มที่ยืนพูดออกมาอย่างหนักแน่นตรงหน้า ด้วยสายตาเช่นนี้หากเป็นคนอื่นมายืนในตำแหน่งเดียวกันคงต้องหลั่งเหงื่อเย็นออกมาอย่างแน่นอน “ถ้าเธอไม่ใช่อคิราห์แล้วเป็นใคร ที่บอกว่าก่อนหน้านี้คืออะไร”ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างรู้สึกกังขา

“ผมได้รับภารกิจให้ไปฆ่าใครบางคน เกิดเหตุระเบิดและผมก็ตาย” เด็กหนุ่มหยุดสังเกตสีหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อย “ก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาในร่างของเด็กคนนี้ ตัวตนเก่าของผมคือมือสังหารของโรส...หมายเลขสิบเจ็ด”

“...”

หลังจากความเงียบงันอันยาวนานผ่านพ้นไป คนที่พูดออกมาเป็นคนแรกกลับเป็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง    “ธ...เธอหมายความว่ายังไง...เซจ...เธอ...นี่มันเรื่องบ้าอะไร!” ชายหนุ่มผมยาวลืมความเจ็บปวดตรงสีข้างของตัวเองไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างรู้สึกตกใจที่สุดในชีวิต

“ส่วนหมอนี่ เขาเป็นเพื่อนรักของผม ถ้าไม่มีเขาผมคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้ ผมปล่อยให้เขาตายไม่ได้และผมก็ปล่อยให้เขาฆ่าคุณไม่ได้เหมือนกัน ผมบอกคุณไปหมดแล้ว หลังจากนี้ จะเชื่อหรือไม่นั่นก็แล้วแต่คุณ”

มิคาเอลจ้องเข้าไปในดวงตาของคนที่ยืนอยู่ตลอดเวลาที่อีกฝ่ายกำลังพูด ในใจของเขาได้ข้อสรุปตั้งแต่แรกแล้ว “เมื่อไหร่ เธอคิดจะบอกเรื่องนี้กับฉันเมื่อไหร่”

“ถ้าไม่เกิดเรื่องวันนี้ขึ้น ผมคิดว่าจะเก็บมันเป็นความลับไปเรื่อยๆให้มันตายไปพร้อมกับผม เพราะผมไม่คิดว่าจะมีใครยอมเชื่อเรื่องที่ผมพูดออกมาได้”

“แต่ฉันเชื่อ!” ทันใดนั้นคนที่พูดคุยอย่างสงบมานานก็ระเบิดอารณ์ขึ้นมา เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า “ฉันเชื่อทุกอย่างที่เธอพูด แล้วยังไง เธอจะเป็นใครมาจากไหน จะเป็นนักฆ่า หรืออะไรฉันไม่สน!” มิคาเอลลุกขึ้นอย่างกะทันหัน ก้าวเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงข้ามอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวช่างให้ความรู้สึกหนักอึ้ง

ชายหนุ่มยกมือขึ้นไล่หลังมือลงบนใบหน้าอีกฝ่าย “สิ่งที่ฉันต้องการเวลานี้ มีแค่อย่างเดียว ฉันอยากได้คนรักของฉันคืนมา คนที่จะไม่ทรยศฉัน เธอเอาตัวเขากลับมาได้มั้ย”

เสียงของชายหนุ่มตรงหน้าค่อยๆเบาลง อคิราห์หลุบตาลง เขาไม่อยากสบตากับมิคาเอลในเวลานี้ “ผมไม่มีทางเลือก”

“เพราะอะไร”

“คุณบอกว่าคุณไม่เคยไว้ชีวิตมือสังหาร ดังนั้น ผมปล่อยให้คุณฆ่าเขาไม่ได้”

“เพราะแบบนั้นเธอเลยวางแผนจะหนีไปกับหมอนั่น โดยไม่สนใจความรู้สึกของฉันเลยใช่มั้ย” ยิ่งพูดปลายเสียงที่เอ่ยออกมาของชายหนุ่มก็แผ่วเบาลงทุกที “เธอทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงอคิราห์ เธอเคยรักฉันจริงๆบ้างมั้ย”

“ผมรักคุณครับมิคาเอล!” คราวนี้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเต็มตาอย่างต้องการให้อีกฝ่ายเชื่อสิ่งที่เขาพูด...สิ่งที่เขารู้สึก

ชายหนุ่มพลันแสยะยิ้มออกมา “ถ้าเธอรักฉันเธอจะไม่ทำแบบนี้ การที่เธอไม่ยอมพูดอะไรแล้วจู่ๆก็จะหนีฉันไปดื้อๆ นั่นเพราะว่าในความรู้สึกของเธอ...ฉันยังไม่มีสำคัญมากพอ”

“...”

“รู้มั้ยอคิราห์ ฉันอยากฆ่าเธอให้ตายเสียตรงนี้แต่ฉันรู้ดีว่าฉันทำมันไม่ลง” ชายหนุ่มมองดูใบหน้าที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมของคนรัก ในใจพลันรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา เขารู้สึกเหนื่อยมาก...มากจริงๆ

มิคาเอลหันหลังกลับไปนั่งลงบนโซฟาเช่นเดิม เขาเริ่มรินวิสกี้ใส่แก้วอีกครั้ง “ฉันให้เวลาห้านาที หนีไปซะ แล้วหลังจากนั้นฉันจะไม่ออมมืออีก รหัสคือวันเดือนปีของวันนี้”

เกิดความสงสัยผุดวาบขึ้นมาในจิตใจของอคิราห์ แต่เขาไม่มีเวลามากพอที่จะคิดอะไรอีกต่อไป เด็กหนุ่มหันกลับไปประคองเพื่อนรักที่เอาแต่มองเขาไม่วางตา เด็กหนุ่มลากตัวอีกฝ่ายให้ตามมา เขาเหวี่ยงชั้นหนังสือกดรหัสลงไปไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก “นายไปก่อน”

“แต่นาย...”

“ฉันยังมีเรื่องต้องพูดอีกหน่อย”

เฮกเตอร์เข้าใจสิ่งที่เพื่อนรักต้องการเสมอ เขาพยักหน้าลงแค่ครั้งเดียวก่อนที่จะกัดฟันเดินลงไปเรื่อยๆ อคิราห์หันมาหาคนที่กำลังนั่งมองนาฬิกาพลางกระดกวิสกี้เข้าปากอยู่ที่เดิม

“เธอมีเวลาอีกสี่นาทียี่สิบวินาที”

“ถึงคุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ทั้งชีวิตของผม ไม่ว่าตอนที่เป็นหมายเลขสิบเจ็ดหรืออคิราห์ คนที่ผมอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คนที่ทำให้ผมรับรู้ถึงการมีชีวิตอีกครั้งมีแค่คุณเท่านั้นมิคาเอล ผมตั้งใจว่าหลังจากที่เขาอยู่ในที่ปลอดภัย ผมจะกลับมาหาคุณ หลังจากนั้นคุณจะจัดการกับผมยังไงก็แล้วแต่ แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้นผมจะไม่ยอมตายเด็ดขาด”

‘ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะกลับมาตายด้วยมือของนายคนเดียวมิคาเอล

“...เธอเหลือเวลาอีกสามนาที”

“แล้วเจอกันครับ” เขามองดูคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆอีกครู่หนึ่งราวกับกำลังพยายามจำภาพของอีกฝ่ายเอาไว้ให้ได้มากท่สุดก่อนที่จะตัดใจหันหลังกลับไป

ปัง...

หลังจากคนสองคนจากไปทั้งห้องก็เหลือเพียงหนึ่งเจ้านายและหนึ่งลูกน้อง

“ทำแบบนี้จะดีเหรอครับท่าน ที่ปล่อยพวกเขาไป”

“ไม่ ไม่ดีเลยสักนิด”

“...”

“นายคิดว่าฉันบ้าไปแล้วรึเปล่าลุค”

“ไม่ครับ แต่ว่าเรื่องนั้น...”

“หึ... นี่สินะ”

'คืนนี้ฉันมีเซอร์ไพรส์ให้เธอ เตรียมตัวเตรียมใจให้ดีล่ะ' 

มิคาเอลหยิบเครื่องประดับสีเงินเรียบง่ายขึ้นมาตรงหน้า มันเป็นแหวนที่ดูธรรมดาวงหนึ่ง ด้านในสลักชื่อของคนสองคนคล้องกันเอาไว้อย่างประณีต “ฉันคิดว่ามันไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว” ชายหนุ่มหมุนแหวนในมือไปมา

“ถ้าอย่างนั้นให้ผมเอามันออกไป...”

“ไม่ต้อง” เขานั่งมองดูมันอยู่อีกพักใหญ่พลางคิดถึงสิ่งที่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับวันนี้ “ฉันคิดว่าวันนี้จะเป็นวันที่ฉันจะมีความสุขกันมากที่สุดวันหนึ่ง”

'คนที่ผมอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คนที่ทำให้ผมรับรู้ถึงการมีชีวิตอีกครั้งมีแค่คุณเท่านั้นมิคาเอล' 

คิดถึงสิ่งที่อคิราห์พูดออกมาก่อนหน้านี้ และแล้วทุกอย่างที่เคยสงสัยก็ถูกคลี่คลาย ทั้งความสุขุมเกินอายุ แววตา บรรยากาศที่แตกต่างจากในรูปถ่าย ความสามารถด้านการต่อสู้ ลักษณะนิสัยที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่มวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่ง ทุกอย่างมันบ่งบอกมาตั้งแต่แรก

มือสังหารของโรส หมายเลขสิบเจ็ดงั้นเหรอ 

“ท่านครับ รายงานสถานการณ์จากคนของเราด้านนอก แขกในงานบาดเจ็บจากการหลบหนีเล็กน้อย ส่วนคนของเราบาดเจ็บสาหัสสี่คนจากการปะทะกับ...บาดแผลไม่โดนจุดสำคัญแต่อาจต้องพักฟื้นนานหน่อย ส่วนคุณเรเวนตอนนี้กลับไปพักผ่อนแล้วครับ”

“นายไปดูหมอนั่นเถอะ"

“แต่...”

“ออกไป”

“ครับ เอ่อ ขออนุญาตครับท่านแต่ตอนนี้ครบกำหนดเวลาแล้วท่านจะให้ผม...”

"อีกห้านาที บอกคนทางนั้นด้วย”

“ครับท่าน แล้วคุณอคิราห์”

'ผมจะกลับมาหาคุณ' 

ชายหนุ่มกระดกแก้วในมือ ดวงตาสีมรกตพลันสว่างวาบ “ไม่มีข้อยกเว้น” 

To be con 

-------------------------------- 

Talk 

คืนนี้ก็จะมาแบบดึกๆ หน่อย เอาให้น้ำตาตกในก่อนนอนกันไปเลย นอนแล้วก็ตกในฝันไปซะ โฮะๆ 

ฮือออ ตอนนี้น้องบอกความจริงแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ยากสำหรับทุกคน และฉันสงสารเฮียมากอะเอาจริง คือนางก็เตรียมนู่นนี่นั่นของนางมาสักพักแล้วก็นก แต่ฉันก็สงสารน้องเหมือนกัน เจ็บกันทุกฝ่าย แต่สงสารสุดคงเป็นเฮกเตอร์ นางคงคิดว่าเจ็บจะตายหะอยู่แล้ว เมื่อไหร่จะคุยกันเสร็จ ตอนนี้อาจจะมีคนที่ชอบและไม่ชอบแต่มันก็มาในทิศทางนี้แล้วเนอะ เอาจริงสิ่งที่เฮียให้น้องได้สำหรับเรานี้ก็เป็นขีดจำกัดของนางแล้วจริงๆ อะ ไม่อยากดราม่านานเลยเพราะนี่ไม่ใช่นิยายดราม่า จบแฮปปี้แน่นอน (แต่ยังไม่จบหรอกนะ) ไม่รู้อินรึเปล่าคือแต่งซีนอารมณ์ไม่ค่อยเก่ง ติดขัดตรงไหนบอกกันมาได้น่า ไรท์จะได้เอาไปปรับปรุงนะ 

Crystal 

ความคิดเห็น