Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 40 (คิดชื่อตอนไม่ออกค่า)

ชื่อตอน : Chapter 40 (คิดชื่อตอนไม่ออกค่า)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 40 (คิดชื่อตอนไม่ออกค่า)
แบบอักษร

 

Chapter 40 (คิดชื่อตอนไม่ออก) 

นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องนิ่งไปยังเป้าหมาย โดยไม่จำเป็นต้องเล็ง เด็กหนุ่มปลดเซฟตี้ในชั่วพริบตาก่อนที่จะเหวี่ยงแขนขึ้นไปด้านบน ลั่นไกปืนออกไปยังเป้าหมายทันที

ปัง 

หัวใจของอคิราห์เต้นระทึก กระสุนปืนไรเฟิลพุ่งเป้ามายังศีรษะของเป้าหมายในเวลาเดียวกันกับปืนเก็บเสียงในมือของเด็กหนุ่มผมดำที่ยืนอยู่ด้านล่าง ลำกล้องไรเฟิลของมือสังหารแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงพร้อมกับกระสุนที่พลาดเป้าออกไปหลายเซ็นฯ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าพิสมัยสำหรับมือสังหารหนุ่มเท่าไหร่นัก เขาลดปืนลงจ้องมองที่มาของกระสุน ฉับพลันสายตาของชายหนุ่มก็สบกับดวงตาสีดำสนิทของเด็กหนุ่มที่ยังถือปืนค้างอยู่ท่าเดิม ส่วนคนที่เป็นเป้าหมายสังหารกลับถูกลูกน้องคนสนิทช่วยเอาไว้ได้

กรี๊ดดดดด!!! 

เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงม แขกในงานเลี้ยงก้มลงล้มลุกคลุกคลานวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ในชั่วพริบตานักฆ่าหนุ่มยังยิงกระสุนออกไปยังจุดที่เป้าหมายหลบซ่อนอยู่อีกสี่นัดแต่เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านล่างคนนั้นก็ยิงสวนขึ้นมาพร้อมกับเหล่าชายชุดดำคนอื่นๆทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดทุกอย่างลง

ทั้งหมดต้องใช้เวลาอธิบายแต่นับตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มชิงปืนมาไว้ในมือจนถึงเวลานี้ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ภารกิจล้มเหลว... 

เจฟ โบการ์ทหรือเฮกเตอร์ในเวลานี้ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ทันทีที่รู้ว่าภารกิจไม่สำเร็จ ชายหนุ่มจัดการทิ้งปืนลง ก่อนที่จะวิ่งไปยังทางที่เตรียมหลบหนีเอาไว้ทันที หากแต่ระหว่างนั้นกลับไม่ง่ายดายนัก เขาต้องปะทะกับกลุ่มคนมากมายที่กรูกันเข้ามายังทิศทางของเสียงปืน

ในเวลาเดียวกันนั้น ทางห้องโถงด้านล่างก็วุ่นวายไม่แพ้กัน หลังจากห่ากระสุนทั้งห้านัดสิ้นสุดลง มิคาเอลผลักลูกน้องออกก่อนที่จะยืนขึ้นหันไปมองทางคนรักโดยอัตโนมัติแต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้ร่างกายของเขาชาวาบไปชั่วขณะ

สิ่งที่มองเห็นไม่ใช่สิ่งที่ชายหนุ่มคาดหวังว่าจะเกิดขึ้น

ท่ามกลางผู้คนที่เคยรายล้อม ชายในชุดสูทดำกำลังเล็งปลายกระบอกปืนเข้าหาเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเจ้านาย แขนเรียวรัดบนลำคอของชายหนุ่มผมเงิน มือขวาจ่อปลายกระบอกปืนลงบนขมับของอีกฝ่าย มองเห็นรอยเลือดสีแดงเปรอะสูทขาวบริเวณท่อนแขนเป็นวงกว้าง นัยน์ตาสีดำขลับของเด็กหนุ่มสบประสานกับชายหนุ่มนัยน์ตาสีมรกตแน่วนิ่ง

“นั่นเธอกำลังจะทำอะไรที่รัก” แม้เสียงของชายหนุ่มจะดูปกติ แต่เวลานี้ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มกำลังรู้สึกอย่างไร

“บอกให้พวกเขาถอยออกไป” เด็กหนุ่มสบตากับอีกฝ่ายไม่ละสายตา เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

“เธอไม่ทำหรอก” มิคาเอลก้าวเดินเข้าหาอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ หากแต่ยิ่งเขาก้าวไปมากเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ถอยออกไปมากขึ้นเท่านั้น แววตาของชายหนุ่มพลันว่างเปล่า มองเห็นปลายกระบอกปืนของอีกฝ่ายที่กดลงบนขมับของตัวประกันตรงหน้าแรงขึ้น

“คุณจะรู้ได้ยังไงว่าผมจะยิงหรือไม่ยิง คุณคิดว่าตัวคุณรู้จักผมดีแค่ไหนกัน มิคาเอล” เด็กหนุ่มพูดพลางดึงตัวหมอหนุ่มให้ถอยหลังออกไปเรื่อยๆ รอยยิ้มที่เคยติดอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่ายเสมอ...เวลานี้ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว

“ที่จริงแล้ว ฉันคิดว่าฉัน ไม่รู้จักเธอเลย” ชายหนุ่มพลันทิ้งมือลงข้างลำตัว นึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมามิคาเอลพลันอยากให้เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝัน

ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ก้อนเนื้อในอกของเด็กหนุ่มบีบรัดแน่นจนรู้สึกเจ็บ แต่เวลานี้เขาไม่มีเวลาให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองมากนัก เด็กหนุ่มลากตัวเรเวนไปยังบันไดทางขึ้น คาดเดาจากจำนวนคนเฮกยังไม่น่าจะหนีออกมาจากวงล้อมได้ หากทำได้เขาอยากจะวิ่งออกไปจากตรงนี้เสียเลย เด็กหนุ่มลากตัวชายอีกคนขึ้นไปยังบันไดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเรเวนต้องก้าวขาตามอย่างทุลักทุเล ไม่มีคำสั่งใดๆออกจากปากผู้เป็นนายทำให้ผู้คนที่ยืนรอคำสั่งอยู่รอบๆรู้สึกกดดันยิ่งขึ้น

“ท่านครับ” ลุคเอ่ยเตือนคนที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลัง

มิคาเอลไม่เอ่ยสิ่งใด หากแต่ดูเหมือนว่าหนึ่งในชายชุดดำที่รอคำสั่งอยู่ด้านล่างจะรู้สึกตื่นเต้นเกินไป เขาพึ่งย้ายมาอยู่ในหน่วยไม่นาน ทำให้ขาดความอดทนกว่าคนอื่นๆทันทีที่เห็นช่องโหว่ ชายคนนั้นจึงลั่นไกปืนออกไปทันที

ฟุบ...

กระสุนพุ่งตรงไปยังร่างของคนสองคนที่ยืนอยู่บนบันได

อคิราห์ปล่อยตัวเรเวนลงกะทันหันทำให้ร่างของอีกฝ่ายล้มกลิ้งตกลงมา เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงที เขาหลบกระสุนที่พุ่งมาอีกสองนัดจากชายคนเดิมขึ้นไปชั้นบนโดยไม่คิดที่จะยิงสวนกลับไป คนที่ยิงกลับเป็นคนที่อยู่ด้านบนเวทีเสียเองเพียงแต่เป้าหมายของเขากลับไม่ใช่เด็กหนุ่มที่พึ่งหลบหนี

ฟุบ ฟุบ 

“อั่ก” ชายในชุดดำล้มกระแทกลงกับพื้น ปืนในมือหล่นลงพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากข้อพับขาทั้งสองข้าง

“ท่านครับ!”

“เอาตัวออกไป จัดการให้เรียบร้อย ส่วนนาย ลุค พิจารณาตัวเองว่าทำไมถึงเลือกคนแบบนี้เข้ามา” มิคาเอลพูดพลางเดินลงไปหาคนที่ล้มอยู่กับพื้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“คุณเรเวนไม่เป็นอะไรมากครับ เสียเลือดไม่มาก ไม่มีส่วนไหนแตกหัก” ชายชุดดำสองคนที่วิ่งไปดูอาการของคนที่ตกลงมารีบรายงานอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มยืนมองคนที่พยายามลุกขึ้นโดยมีลูกน้องคนสนิทของเขาเข้าไปประคองครู่หนึ่ง ก่อนที่จะก้าวขึ้นบันไดไป “ลุค นายอยู่ที่นี่”

“ผมขอปฏิเสธคำสั่งครับ ผมต้องพาคุณไปยังที่ปลอดภัย”

“ฉันก็กำลังไปอยู่นี่ไง”

ลุคได้แต่มองแผ่นหลังตั้งตรงของอีกฝ่ายที่กำลังเดินขึ้นไปช้าๆ

“นายตามเขาไปเถอะ ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก ฉันรู้สภาพของตัวเองดี” ลุคกำลังลังเล หากแต่เรเวนก็ยิ้มออกมาพลางตบหลังมือของอีกฝ่าย “ไปเถอะ”

“ขอโทษครับ” ลุคสั่งให้ลูกน้องพาอีกฝ่ายไปปฐมพยาบาลก่อนที่ตัวเองจะตามเจ้านายไป ส่วนคนที่ยังบาดเจ็บอยู่ด้านล่างก็ได้แต่นั่งกดบาดแผลของตัวเองพลางทอดถอนหายใจออกมายาวๆ

 

ทางฝั่งของอคิราห์ ทันทีที่หลุดขึ้นมาถึงชั้นบนเขาก็พุ่งตัวไปยังทิศทางที่ตัวเองเคยยิงขึ้นไปทันที เป็นไปตามคาด เพื่อนรักของเขายังไปไหนไม่ได้ไกลนัก ออสซินี่ใช่ว่าจะไร้คนมีฝีมือ ตรงหน้าของเขา ชายหนุ่มผมยาวกำลังต่อสู้กับคนอีกสี่คน และหากจำไม่ผิดคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ติดตามมิคาเอลไปทุกๆ ที่ตั้งแต่ครั้งที่พวกเขาเจอกัน หนึ่งในนั้นยังเคยเป็นผู้คุ้มกันของเขาอีกด้วย อคิราห์พลันรู้ว่านี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มมาทันได้เห็นตอนที่เพื่อนรักกำลังถูกจ่อยิงที่ศีรษะ หากแต่เฮกเตอร์ก็ยังเบี่ยงหลบได้อย่างเฉียดฉิว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถหลบมีดด้ามยาวที่แทงมาจากด้านหลังได้ เขาพยายามหลบแต่มันก็ยังแทงทะลุสีข้างไปได้อยู่ดี ชายหนุ่มเซไปด้านหน้าก่อนที่จะทรุดตัวลง ในช่วงที่กำลังคิดว่าเวลานี้คือช่วงสุดท้ายของชีวิต ฉับพลันร่างที่อยู่ด้านหลังก็ล้มลงไป

บนทางเดินทอดยาวเด็กหนุ่มผมดำยิงกระสุนสองนัดติดกันใส่ชายในชุดสูทดำคนหนึ่ง นัดแรกเขาเล็งไปยังแขนของอีกฝ่ายส่วนนัดที่สองลงบนต้นขา การปรากฏตัวของอคิราห์ทำให้ผู้คนในที่นั้นรู้สึกสับสน หากแต่เมื่อประเมินสถานการณ์และเป้าหมายของเด็กหนุ่มแล้ว พวกเขาทำได้เพียงยิงสวนกลับไปเท่านั้น คนเหล่านั้นไม่มีแม้แต่เวลาที่จะสนใจคนที่ทรุดลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น หนึ่งในนั้นหันปืนไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ แต่ก็ถูกคนที่พึ่งมาถึงยิงสกัดเอาไว้ จนต้องหันไปตอบโต้อยู่ดี

เฮกเตอร์ใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายฟาดปืนเปล่าลงบนศีรษะของคนที่ทรุดตัวอยู่ด้านข้างจนสลบ ชายหนุ่มนั่งกดบาดแผลของตัวเองพลางคลำหาอาวุธบนร่างที่สลบอยู่ เขาดึงมีดเล่มยาวออกมาได้ ก่อนที่จะกระเสือกกระสนดันตัวขึ้นเพื่อหลบหนี แต่อะไรบางอย่างกลับทำให้เขาต้องหันไปมองเด็กหนุ่มผมดำที่กำลังหลบอยู่ด้านข้างเสาหินเพื่อยิงปะทะกับอีกสามคน

ในที่สุดกระสุนปืนของทั้งสองฝ่ายก็หมดแม็ก ไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนแมกกาซีน ชายทั้งสองคนและหญิงสาวอีกหนึ่งดึงมีดเล่มยาวออกมา อคิราห์กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไป เด็กหนุ่มก้มตัวต่ำหลบห่ากระสุนที่พุ่งมาจากทางเดินคฤหาสน์อีกฝั่งของกลุ่มคนที่พึ่งมาถึง ตลอดเส้นทาง ระเบียงและเสาหินอ่อนแตกกระจายไม่มีชิ้นดี

เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าออกถี่ยาว ในหัวมีแต่รูปแบบการต่อสู้และรับมือมากมายวนเวียนไปมา ไม่ว่าจะต้องบาดเจ็บแค่ไหนก็ต้องช่วยเฮกออกไปให้ได้

ดวงตาของเขาสบเข้ากับนัยน์ตาของคนที่กำลังใช้มือกดแผลจนของเหลวสีสดไหลทะลักออกมาตามง่ามนิ้วด้วยใบหน้าซีดขาวในเสี้ยววิ ในช่วงเวลาที่กำลังเข้าปะทะ ชายหนุ่มคนนั้นก็ตะโกนออกมา “รับไป!”

อคิราห์ไม่แม้แต่จะเสียสมาธิ เขาสไลด์ตัวลงด้านล่างหยิบมีดยาวที่ถูกสไลด์มากับพื้นขึ้นกันมีดดาบที่ฟาดลงมาเหนือศีรษะได้ทันท่วงที ก่อนที่จะพลิกตัวขึ้นมาวาดแขนออกเป็นวงกว้างทำให้คนที่เหลือถอยออกไป หากแต่แค่ครู่เดียวเขาก็ต้องรับมือกับคนทั้งสามคนที่โจมตีเข้ามาพร้อมกัน เป็นการต่อสู้ที่ตึงมือมากเกินไป หากเทียบกับเมื่อก่อนนี่คงเป็นภารกิจที่ยากระดับหนึ่ง

เสียงโลหะกระทบกันดังไม่หยุด และทุกครั้งเด็กหนุ่มผมดำก็ยิ่งมีบาดแผลมากขึ้นเรื่อยๆ เวลานี้ไม่มีกระสุนที่สาดซัดเข้ามาอีกต่อไป เฮกเตอร์รู้สึกแปลกใจแต่เขาก็ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องนั้นมากนัก เขาอยากจะเข้าไปช่วยแต่ถ้าเข้าไปตอนนี้ก็มีแต่จะเกะกะ

ฝั่งเด็กหนุ่มที่พึ่งถูกมีดเฉือนเข้าที่หัวไหล่ ใช้จังหวะที่มีอยู่น้อยนิดถีบร่างชายคนหนึ่งออกไปอย่างแรงจนมีดของอีกฝ่ายหลุดมือตกลงไปชั้นล่าง ก่อนที่จะหันไปปะทะกับอีกสองคนที่เหลือ ทั้งเลือดและเหงื่อไหลผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกเพราะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนเกินไป จากตอบโต้คนหนึ่งเสร็จก็ต้องหันไปรับมืออีกคน เด็กหนุ่มยกมีดเล่มยาวขึ้นเหนือศีรษะต้านรับแรงที่หญิงสาวหนึ่งเดียวในนั้นกระโดดฟาดฟันลงมาจากด้านบน ก่อนที่จะยกขาขวาขึ้นเตะร่างเธอออกไปจนกระแทกกับขอบระเบียง เขาหันมารับมีดที่ฟันเข้ามาของชายคนที่เหลืออยู่ หากแต่จู่ๆก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

“ระวัง!”

ชายที่ถูกเตะออกไปครั้งแรกเข้ามาล็อคตัวเขาจากทางด้านหลัง เด็กหนุ่มเกร็งร่างถอยไปทางด้านหลังหลบการโจมตีที่กำลังพุ่งเข้ามาและอัดร่างของอีกฝ่ายเข้ากับกำแพงก่อนที่จะกระแทกศีรษะไปด้านหลังลงบนหน้าของชายคนนั้นอย่างจังจนอีกฝ่ายต้องคลายตัวเขาออก เด็กหนุ่มยกมีดขึ้นแทงลอดวงแขนสวนไปทางด้านหลังอีกครั้งโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาหรือหยุดเคลื่อนไหว เขาเบี่ยงตัวออกด้านข้างหลบใบมีดที่กำลังแทงเข้ามาจากด้านหน้า ใช้ความรวดเร็วที่เหนือธรรมดาตวัดกรีดผ่านข้อมือของอีกฝ่ายจนต้องปล่อยมีดออกยกมือกำข้อมือของตัวเอง

ด้วยการเคลื่อนไหวทุกท่วงท่าและสีหน้าที่ปรากฏออกมาของเด็กหนุ่มผมดำ ทำให้ใครบางคนที่กำลังมองดูเหตุการณ์อยู่ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจสุดขีด เฮกเตอร์พึมพำออกมาเสียงแผ่วเบาราวกับอยู่ในความฝัน “เซจ...เป็นไป..ไม่ได้”

การต่อสู้กันของพวกเขายังดำเนินต่อไป ชายคนนั้นใช้มือที่ยังเหลืออยู่ต่อยมายังใบหน้าของเด็กหนุ่ม อคิราห์หลบไปด้านหลังแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุด เขายกเท้าขึ้นยันร่างของเด็กหนุ่มเพื่อให้ตกลงไปชั้นล่าง อคิราห์ไม่เหลือทางหนีอีกต่อไป เขาปล่อยมีดลง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นดันขาของอีกฝ่ายจนล้มลงหลังกระแทกพื้น เด็กหนุ่มคว้ามีดที่กำลังตกถึงพื้นขึ้นมาปักลงบนขาของอีกฝ่ายจนทรุดตัวลงขยับไปไหนไม่ได้อีก

ฉับพลันเขาก็รู้สึกได้ถึงอันตราย สัญชาตญาณบอกให้เบี่ยงตัวหลบ ลำตัวของเขามีลมพัดผ่านไปพร้อมกับความเจ็บแสบที่แขน หญิงสาวคนนั้นซัดมีดเล่มบางมาทางเขาแต่อคิราห์ก็ยังหลบได้ทันท่วงที เขาหันกลับไป มองเห็นเธอคนนั้นกำลังกุมหน้าท้องด้วยความเจ็บปวด ดูจากอาการคาดว่ากระดูกน่าจะหักจากการกระแทก เด็กหนุ่มคุกเข่าลงพูดกับอีกฝ่าย “ผมไม่อยากทำร้ายคุณอีกเพราะฉะนั้นกรุณาอยู่เฉยๆ รอรับการปฐมพยาบาลเถอะ”

เธอหอบหายใจพลางมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เธอก็คืออลิเซียคนที่ต่อสู้กับชายร่างยักษ์ในวันแรกที่เขาไปถึงห้องฝึกนั่นเอง “คุณ...คุณเป็นคนรักของนายท่าน...ไม่ใช่เหรอคะ...ทำไมถึงทำแบบนี้...คุณเป็นใครกันแน่...ทำไมถึงช่วยนักฆ่าคนนั้น”

เขาไม่ได้ตอบอะไรเธอ ในตอนที่กำลังลุกขึ้นก็มองไม่เห็นใครอีกต่อไปแล้ว

‘คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ มิคาเอล’ 

ผิดปกติเกินไป เขาไม่แน่ใจว่านี่คือกับดักหรือมิคาเอลจะปล่อยพวกเขาไป? ไม่...คนอย่างมิคาเอล ออสซินี่ไม่มีทางปล่อยมือลอบสังหารออกไปอย่างแน่นอน เขาอยู่กับอีกฝ่ายนานเกินไปจนเกือบลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้กิตติศัพท์ของคนๆ นั้นเป็นอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้เฮกมาตายที่นี่ได้ อคิราห์เดินไปหาคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้น เด็กหนุ่มสอดแขนพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

“เธอ เธอเป็นใคร มันเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ เธอยังดูเด็กเกินไป แต่...”

“หยุดพูดแล้วรีบลุกขึ้นมา อยากรู้อะไรฉันจะบอกนายทีหลัง...”

“เราไม่รอดหรอก ตอนนี้ ถึงจะมองไม่เห็น แต่มีคนจับตามองเราอยู่เต็มไปหมด อย่างน้อยก็ห้า...”

“หก” เด็กหนุ่มตอบกลับไปเรียบๆ ในขณะที่กำลังพยุงอีกฝ่ายให้เดินต่อ

“รู้อย่างนี้แล้วเธอยังจะช่วยฉันอยู่อีกเหรอ” เฮกเตอร์หันไปมองเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านข้างอย่างค้นหา

“...”

“แล้วนี่เธอยังจะเดินไปไหนอีก”

“ตามมาเถอะ” นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นมองไปด้านหน้าอย่างมุ่งมั่นไม่สั่นไหว เขากำลังเดิมพันด้วยชีวิตของตัวเองและเพื่อนรัก ว่าสิ่งที่กำลังคิดอยู่ถูกต้องหรือไม่

เด็กหนุ่มก้าวเดินต่อไปด้วยในใจที่หนักอึ้ง ทุกย่างก้าวช่างยากลำบาก ตลอดเส้นทางที่ก้าวเดินไม่มีใครเข้ามาขัดขวางแม้แต่คนเดียว ในชั่วพริบตาคฤหาสน์หลังใหญ่ก็ดูราวกับคฤหาสน์ร้าง ทุกๆที่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงแค่เสียงเศษซากปรักหักพังที่ถูกเหยียบ จนในที่สุดเขาก็มาถึง

บานประตูบานใหญ่ที่เคยเข้าออกอยู่ทุกวี่วันเวลานี้ได้ถูกเขาเปิดออกอีกครั้ง 

To be con 

-------------------- 

Talk 

คือก็ไม่อยากตัดจบแบบนี้ แต่มันทำไม่ได้จีๆ แอบมีซีนอารมณ์ของแต่ละคู่นิดหน่อย แต่คิดว่าตอนหน้าน่าจะมาเต็ม ช่วงนี้น้องต้องกลับมาบู๊อีกแล้วจ้า เกิดเป็นนายเอกเรื่องนี้ต้องอดทนเพราะจะโดนทั้งอิลุงทั้งไรท์ทำร้ายร่างกายอยู่เรื่อยๆ ไม่ช้ำให้มันรู้ไป นี่แต่งฉากต่อสู้เพลินมาก ไม่รู้จะงงกันรึเปล่าเพราะมันหลายคนเหลือเกิน เพราะฉะนั้น มาถึงตอนนี้แล้วก็ยังรอดครบทุกคนนะจ๊ะ^^ 

ส่วนตอนหน้าจะเป็นยังไง....ก็เรื่องของตอนหน้าเนอะตอนนี้ยังคิดไม่ออก (หลบตีนแป๊บ) 

Ps.2 คิดชื่อตอนไม่ออกจริงๆ ช่วยด้วยยจ้า 

Crystal 

ความคิดเห็น