Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP : 2 คำทำนาย

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2562 18:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 2 คำทำนาย
แบบอักษร



EP : 2 คำทำนาย






ตู้ม!!

“เหมยลี่!!!” ทันทีที่ถังฟูได้สิต ชายหนุ่มก็ร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมกับวิ่งออกไปยังแม่น้ำที่เหมยลี่ตกลงไป ถังฟูจับราวเหล็กพร้อมกับตะโกนเรียกเหมยลี่อย่างสุดเสียง ในขณะนั้นเองถังฟูที่กำลังคิดจะกระโดดลงไปในแม่น้ำนั้นเพื่อจะตามลงไปช่วยเหมยลี่เอาไว้  ก็ได้มีคนคว้าตัวของถังฟูเอาไว้ เพราะคิดว่ายังไงก็เหมยลี่ก็ไม่รอดอยู่ดี ชายหนุ่มทั้งสองคนนั้นพยายามดึงรั้งตัวของถังฟูที่ดิ้นและสะบัดพวกเขาออกอย่างไม่ยอมแพ้ ถังฟูพยายามสะบัดตัวออกจากทั้งสองคนจนหมดแรง

ถังฟูได้แต่ทรุดเข้านั่งกับพื้น เข้าก้มหน้าพร้อมกับมองมือทั้งสองข้างของเขาที่สั่นไม่หยุด มือทั้งสองข้างนี้เองที่ผลักเหมยลี่ไปสู่ความตาย ถังฟูกำหมัดแน่นพร้อมกับต่อยลงไปกับพื้นอย่างแรง อย่างไม่อาจให้อภัยกับตัวเองไม่ได้ ถังฟูต่อยพื้นจนมือแตกแต่ก็ยังไม่หยุดต่อย จนชายทั้งสองที่ก่อนหน้านี้ห้ามถังฟูเอาไว้ ได้แต่คว้ามือของถังฟูเอาไว้เพราะดูเหมือนอีกคนจะไม่มีสติพอที่จะคิดอะไรอีกแล้ว เขาทั้งสองคนนี้เห็นทุกอย่างตั้งแต่เริ่มเรื่องแล้ว แต่สิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นก็คือ ผู้หญิงอีกคนที่ถูกรถชนจนตกแม่น้ำใหญ่แห่งนี้ต่างหาก

“ทำไม!! ทำไมถึงเป็นแบบนี้!!!”  ถังฟูได้แต่ร้องตะโกนออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นต่อความรู้สึกที่ตัวเองสูญเสียสิ่งที่สำคัญต่อเขาไปได้ น้ำตามากมายของเขาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ตอนนี้ถังฟูเขาไม่สนใครทั้งนั้น ไม่สนว่าใครจะมองเขายังไง เขาได้แต่ร้องไห้ออกมาพร้อมกับด่าทอต่อโชคชะตาที่ทำให้เขานั้นเป็นคนที่เขานั้นทำร้ายคนที่เขารัก

“ถะ…ถังฟู คุณเย็นใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” ชิงชิงที่ตอนนี้แม้จะดีใจที่เหมยลี่นั้นได้ตกลงไปยังแม่น้ำใหญ่ แต่ก็ต้องวิ่งเข้ามาปลอบใจถังฟูที่ตอนนี้ดูเหมือนจะสติแตกไปแล้วเธอจึงรีบเข้ามาปลอบโยนถังฟูเพื่อจะทำคะแนนจากเขาที่ตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจสิ่งรอบข้างตัวเองอยู่เลย

ณ. คฤหาสน์ตระกูลหรง

อีกฝั่งหนึ่งที่ตอนนี้เพิ่งจะรู้เรื่องของการจากไปของของลูกสาวคนเดียวของเขาได้ตกลงไปยังแม่น้ำใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถรอดมาได้สักคน

“พวกแกทำงานกันยังไง ถึงได้ปล่อยให้ลูกสาวของฉันไปคนเดียว!!!!” หรงลี่ซินตะโกนใส่ลูกน้องตัวเองที่ตอนนี้พากันก้มหน้าลงกับพื้นอย่างไม่กล้าสู้หน้าเพราะทำหน้าที่ของตัวเองบกพร่องไม่สามารถช่วยคุณหนูของตัวเองเอาได้ ถ้าในตอนนั้น พวกเขาตามคุณหนูไปทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้

“พวกผมจะลงไปตามหาหนูครับ” อี้เหวินที่เป็นมือขวาของเหมยลี่ได้พูดขึ้นอย่างแน่วแน่ตามที่ปากพูดเอาไว้จริงๆ หรงลี่ซินที่ได้ยินแบบนั้น ก็ได้แต่นั่งลงกับกับเก้าอี้อย่างหมดแรง เพราะรู้ว่าอี้เหวินนั้นพูดจริงทำจริงแน่นอน เขานั้นรู้อยู่แล้วว่าต่อให้ใช้คนไปมากเท่าใดก็ตามหาหาลูกสาวตัวเองไม่เจอแน่ๆ เขาได้แต่คิดว่าหรือว่าคำทำนายนั้นมันจะเป็นจริงอย่างที่ซินแสคนนั้นได้ทำนายเอาไว้เมื่อตอนที่เหมยลี่ได้ลืมตาดูโลกขึ้นมาได้วันแรก

“นี่ฉันจะต้องเสียลูกสาวเพียงคนเดียวของฉันไปเหรอเสี่ยวเอ๋อร์” หรงลี่ซินรำพันถึงภรรยาของเขาที่ได้จากไปตั้งแต่ที่ให้กำเนิดเหมยลี่ หลังจากนั้นเขาก็ต้องเลี้ยงดูเหมยลี่เพียงคนเดียวไม่คิดที่จะมีคนอื่นอีก

“นายท่านผมจะไปตามคุณหนูกลับมาให้ได้ครับ นายท่านโปรดรออีกสักหน่อยนะครับ” อี้เหวินพูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางหมดแรงของหรงลี่ซิน

“ไม่มีทางหรอก เหมยลี่ไม่อยู่กับพวกเราแล้ว” หรงลี่ซินส่ายหน้าไปมาเบาๆ พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างหมดแรง พร้อมกับพูดกับตัวเองในใจ

เสี่ยวเอ๋อร์ได้โปรดปกป้องลูกของเราด้วย

“แต่ว่า…”อี้เหวินยังไม่คิดที่จะยอมแพ้ในการตามหาคุณหนูของตัวเองให้พบแม้จะเป็นแค่ร่างที่ไร้วิญญาณก็ตาม

“เราไม่มีทางหาเหมยลี่เจอหรอก เพราะเหมยลี่นั้นไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว” หรงลี่ซินพูดเบาๆ แต่ก็ได้ยินกันหมดทุกคน หรงลี่ซินเงยหน้าขึ้นไปมองข้างบนได้แต่ขอร้องสรรค์ให้ปกป้องลูกสาวของเขา เหล่าลูกน้องที่พากันได้ยินสิ่งที่หรงลี่ซินก็ได้แต่งุนงง ก่อนจะคิดว่าหรงลี่ซินคงจะเสียใจมากจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว พวกเขาก็ได้แต่สงสารหรงลี่ซินที่ได้สูญเสียคนรักของตัวเองไปหมดแล้ว

“ฉันจะไม่จัดงานศพเพราะลูกสาวของฉันไม่ได้ตายจากฉันไปไหน เพราะเหมยลี่จะอยู่ในใจของฉันตลอดไป”หรงลี่ซินพูดกับน้องลูกของตัวเอง ก่อนจะพึมพำประโยคหลังพร้อมกับกุมมือไปที่หน้าอกของตัวเองไปด้วย ผู้หญิงทั้งสองที่เขารักจะอยู่ในใจของเขาตลอดไป

ณ. ป่ามายาอสูร

“อ๊ะ อื้อ” ริมฝีปากแดงระเรื่อ ร้องออกมาเบาๆ เมื่อรู้ตัวสึก ร่างบางขยับตัวนิดๆ แต่เมื่อเจ้าของร่างขยับตัวความปวดร้าวก็วิ่งพล่านไปตามของร่างของเด็กสาววัยสิบห้าปี

“อะไรเนี่ย อื้อ ทำไม อ๊ะ ปวดหัวจัง” เสียงหวานของเด็กสาววัยสิบห้าปีพูดขึ้น เปลือกตาที่หลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะตกใจที่ตัวเองยังไม่ตาย แต่มาอยู่ในป่า เป็นไปได้ยังกัน ในตอนนั้นเหมยลี่กุมมือมากุมหัวของตัวเองเมื่อมีอาการปวดหัวก่อนที่จะมีความทรงจำบางอย่างเข้ามาในหัวทำให้เธอสงสัยเป็นอย่างมาก มีภาพของเด็กสาวที่มีหน้าตาเหมือนกันเธอแวบเข้ามาในหัวมาไม่หยุด และหลังจากนั้นเด็กสาวคนนี้ก็ถูกลักพาตัวทันทีที่ออกจากตระกูลเพื่อมาเที่ยวเล่นเหมือนวันอื่นๆ เหมยลี่จับหัวของเธอที่ถูกฟาดจนแตกและเสียเลือดมาก ทำให้เธอเวียนหัวนิดหน่อย

“อะไรกันเนี่ย” เธอพูดเบาๆ เมื่อพยายามจะลุกขึ้นก็พบว่าชุดที่ตัวเองใส่นั้นมันเป็นชุดของสมัยก่อน ชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนรวดรายเป็นดอกอิงฮวา(ดอกซากุระ)สีขาว เหมยลี่ยกมือมากุมใบหน้าของตัวเองทันทีเพื่อที่จะสำรวจ ก่อนที่จะพยายามลุกขึ้น ร่างบางพยายามมองหาทางที่จะออกจากป่าแห่งนี้ เธอเดินไปที่แม่น้ำเพื่อจะที่สำรวจตัวเอง ในขณะที่เธอกำลังเดินไปยังแม่น้ำใกล้ๆ อยู่นั้น ความทรงจำต่างๆ เข้ามาในหัวของเธอไม่หยุดและมันก็ยังทำให้เธอสงสัยมากขึ้นและก็ยิ่งแปลกใจมากขึ้นกว่าเดิมนั้นก็คือเธอมีคนรักที่ตอนก่อนหน้านั้นคือแฟนคนแรกของเธอ และยังมีถังฟูและชิงชิงที่เป็นพี่สาวของเด็กสาวคนนี้อีกด้วย

“ไม่จริงน่า!! อ๊ะ หรือว่า…นี่เหมือนกับในหนังหรือนิยายกัน” เหมยลี่ที่มองตัวเองผ่านแม่น้ำที่กำลังสะท้อนใบหน้าของเด็กสาวที่เหมือนกับเธอตอนอายุสิบห้าปีไม่มีผิดเพี้ยน เธอร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อคิดขึ้นมาได้ นี่สรรค์สงสารเธอจนถึงขนาดส่งให้ได้มาแก้แค้นทั้งสองคนนั้นถึงที่นี่เลยเหรอ และเหมยลี่ยังพบอีกว่าในยุคที่เธอได้มาอยู่นั้นเป็นโลกแห่งจอมยุทธ์ เหมยลี่ที่ได้มาอยู่ในร่างของหรงซู่จินได้รู้มาว่าเจ้าของร่างนี้นั้นไม่ได้เป็นจอมยุทธ์ทำให้คนในตระกูลนั้นเห็นเธอเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่ก็มีเพียงบิดาของเธอเท่านั้นที่รักเธอและเลี้ยงดูเธอด้วยความรัก ถึงแม้เธอจะเป็นจอมยุทธ์ไม่ได้ก็ตาม

“หรงซู่จิน หรือว่านี่จะเป็นต้นตระกูลของฉันกันนะ” เหมยลี่พูดขึ้นเมื่อคิดขึ้นมาได้ เพราะมีแซ่เดียวกันกับในที่ที่จากมา

 “คุณหนูขอรับ” เสียงเรียกที่ดังออกมาจากทางด้านหลัง ทำหน้าเหมยลี่หันไปกลับไปมอง พร้อมกับหาที่ซ้อนตัวเพราะเธอไม่ไว้ใจพวกคนที่กำลังตะโกนเรียกหาใครบางคนอยู่

“เหมยลี่ต่อไปนี้เธอคือหรงซู่จิน ไม่ใช่เหมยลี่ที่เป็นคนโง่ เหมยลี่คนนั้นได้ตายจากไปแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหรงซู่จินและฉันจะทำให้เห็นว่าคนไร้ประโยชน์อย่างเธอนั้นจะเป็นจอมยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นกว่าทุกคนที่เหยียบย้ำเธอให้ได้” เหมยลี่ที่ได้แต่ให้คำมั่นสัญญาณกับหรงซู่จินพร้อมกับกำหมัดแน่น พลางคิดว่าหรงซู่จินนั้นมีร่างกายพิเศษกว่าทุกคนมากมายนัก หรงซู่จินนั้นมีเล่นลมปราณใหญ่กว่าคนปกติคนทั่วไปและเพราะเจ้าตัวนั้นไม่คิดจะเป็นจอมยุทธ์จึงไม่คิดที่จะฝึกซึ่งต่างจากพี่สาวของตัวเองหรงอี้จินหรือก็คือชิงชิงนั้นเองที่เป็นจอมยุทธ์ที่เก่งกาจกว่าทุกคนในวัยเดียวกัน

“หือ เจ้ามาเล่นซ้อนแอบอยู่หรือไงคุณหนู” เสียงที่ดังมาจากท้างด้านหลังพร้อมกับชายหนุ่มรูปงามยืนกอดอกมองหรงซู่จินที่พยายามซ้อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใน ในป่าแถบนี้มีสัตว์อสูรมากมายนัก จึงมีแต่เหล่ามีจอมยุทธ์ขั้นสูงๆ เท่านั้นที่ 

“อี้เหวิน” หรงซู่จินพูดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่มาอยู่ตรงหน้าของเธอแล้วตอนนี้คืออี้เหวิน  แต่เดี๋ยวนะ !หน้าตาเหมือน แต่บุคลิกต่างจากกับคนก่อนหน้านี้สุดๆ

“เอ๊ะ เมื่อกี้คุณหนูพูดว่าอะไรหรือ” ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคนนี้นั้นมีนามว่าเยี่ยเฟิง ก่อนที่ชายหนุ่มผู้นี้จะได้พูดอะไร ก็มีชายหนุ่มอีกคนได้ปรากฏตัวอยู่ข้างกายของหรงซู่จิน ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาคนนี้หน้าตาคล้ายกับชายหนุ่มคนแรกที่หรงซู่จินเรียกว่าคืออี้เหวิน

“เจ้าจะเล่นอีกนานหรือไม่ แม่นางเจ้าได้รับบาดเจ็บนี่ เจ้าดื่มโอสถนี่เสียก่อนเถอะ” ชายคนนี้มีนามว่าเยี่ยฟงเขาเป็นคนสุภาพและวางตัวเป็นผู้ใหญ่ผิดกับน้องชายฝาแฝดของตัวเอง นี่สิถึงจะเหมือนกับอี้เหวินมือขวาของเธอ

“เอ่อ ขอบใจ ไม่สิๆ เอ่อคือว่า…” หรงซู่จินไม่รู้จะต้องพูดยังไงดี เมื่ออยู่ๆ ก็ถูกคนรู้จักมาทำดีกับตัวเองแบบนี้ แถมหรงซู่จินยังไม่รู้จักหรือเคยเห็นหน้าตาของชายคนนี้มาก่อน  

“เจ้าอย่าเพิ่งอะพูดอะไรตอนนี้เลย รีบดื่มโอสถนี้เสียก่อน เลือดของเจ้าดูท่าจะไหลไม่หยุดแล้ว” เยี่ยฟงพูดขึ้นเหมือนเห็นท่าทีของเด็กสาวที่ทำตัวไม่ถูกและยังสงสัยว่าเหตุใดเด็กสาวที่ไม่ได้เป็นจอมยุทธถึงได้มาอยู่ในป่าแห่งนี้ได้อย่างไรกัน

“พวกเจ้าหนีหายกันมาอยู่นี่เอง” และเมื่อหรงซู่จินดื่มโอสถที่เยี่ยเพิ่งให้มานั้นก็กำลังรักษาแผลที่หัวของตัวเองอยู่นั้น ก็ได้มีอีกชายหนุ่มมาปรากฏตัว ชายหนุ่มคนที่สามนี้นั้นมีหน้าตาหล่อเหลากว่าอีกสองคนก่อนหน้านี้มาก ราวกับว่าเขาเป็นเทพบุตรหรือเทพเซียน แต่หรงซู่จินนั้นเข็ดขยาดกับพวกผู้ชาย จึงไม่คิดจะสนใจคนที่หน้าตาหล่อเหลาของอีกคนที่มาใหม่ เพราะสิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้คือการแก้แค้นถังฟู แต่ไม่รู้ว่าหรงซู่จินจะได้เจอถังฟูอีกตอนไหนสงสัยคงต้องออกจากป่านี้ให้ได้ก่อน ค่อยคิดว่าจะทำยังไง เพราะรู้สึกว่าถังฟูจะแอบรักหรงอี้จินอยู่ตอนนี้

 “เอ่อ ขออภัย…”

“เฮ้อ ช่างเถอะๆ ว่าแต่แม่นางน้อยผู้นี้เป็นใครกันหรือ” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลามีพลังน่ายำเกรงคนนี้เดินเข้ามาใกล้กับหรงซู่จินพร้อมกับเอียงใบหน้ามองสำรวจหรงซู่จินอย่างสงสัย

“ฉะ…เอ่อ คือว่าข้าถูกลักพากันตัวมานะเจ้าค่ะ พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนั้นมาอยู่ที่ป่าแห่งนี้เสียแล้วนะเจ้าค่ะ” หรงซู่จินที่เกือบจะพลาดพูดภาษาของตัวเองก่อนหน้านี้ออกไปแล้ว ก่อนจะพูดขึ้นมาใหม่ตามที่ตัวเองพอรู้มาบ้างจากหรงซู่จินคนก่อน อย่างน้อยคนตรงหน้านี้ก็เหมือนจะไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง

“หือ แปลกๆ แหะ แม่นางน้อย เจ้า…มีอะไรแปลกๆ” ชายหนุ่มรูปงามขมวดคิ้วอย่างสงสัย พลางเอื้อมมือไปกุมที่ข้อมือพลางตรวจจับดูชีพจรและเส้นลมปราณพร้อมกับยิ้มออกมานิดๆ เหมือนกับว่าตัวเองเจอของมีค่า

“เจ้าสนใจมาเป็นพะชายาของข้าหรือไม่”

“อะไรนะ!” หรงซู่จินร้องถามอย่างตกใจ เมื่อได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าถามเธอแบบนั้น เป็นใครก็ต้องตกใจกันทั้งนั้นแหละที่อยู่ดีๆ ก็ถูกคนแปลกหน้ามาพูดแบบนี้

“องค์รัชทายาท!!” ทั้งเยี่ยฟงและเยี่ยเฟิงพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายเมื่อได้ยินองค์รัชทายาทพูดขึ้นมาแบบนั้น เพราะเขาไม่คิดและไม่เคยเห็นองค์รัชทายาทจะสนใจหญิงสาวคนไหนมาก่อนเลย แม้พระบิดาตัวเองนะหาสาวงามมากมายให้เลือกแต่องค์รัชทายาทนั้นหาได้สนใจแม้แต้น้อย นั้นเลยทำให้ทั้งสองพี่น้องฝาแฝดตกใจเป็นอย่างมาก และอีกอย่างพวกเขาทั้งสองคนเองก็เผลอชอบแม่นางน้อยคนนี้ไปเสียแล้วซะด้วย

“พวกเจ้าจะตกใจทำไมกัน”

“เอ่อ คือว่า…” เยี่ยฟงถึงกับพูดไม่ออกเลยที่เดียวจะให้พูดได้อย่างไรว่าผู้หญิงคนนี้ข้าจองแล้วนะ เขาจะไปมีสิทธิ์ที่จะไปพูดแบบนี้ได้เช่นใดกันเล่า มีหวังหัวของเขาได้หลุดออกจากบ่าแน่ๆ

“อะไรกัน อย่าบอกนะว่า…” องค์รัชทายาทนั้นหรี่ตามององค์รักษ์ของตัวเองทันที เมื่อเห็นสายตาลุกลี้ลุกลนของทั้งสอง และเขาก็ยังไม่เอ่ยอะไรออกมาทั้งสองก็พูดออกมาเองเสียก่อน

“ปะ…เปล่านะขอรับ พวกข้าเปล่าคิดอะไรกับนางแม่ผู้นี้นะขอรับ”

“ใช่ขอรับๆ” เยี่ยเฟิงรีบพูดสมทบผู้เป็นพี่ชายของตัวเอง และด้วยความที่เป็นฝาแฝดกันนั้นทำให้ทั้งสองรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่

“งั้นก็ดี เพราะแม่นางน้อยผู้นี้เป็นของข้าคนเดียว”

“เดี๋ยวก่อนนะเจ้าค่ะ พวกท่านกำลังพูดสิ่งใดกันอยู่” หรงซู่จินถามขึ้นแม้ตัวเองจะรู้สิ่งที่คนพวกนี้พูดมาก็เถอะ แต่เพราะตอนนี้นั้นหรงซู่จินไม่อยากจะสร้างปัญหาให้กับตัวเองมากนัก จึงต้องแสดงบทของเด็กสาวไร้เดียงสาทั้งๆ ที่ตัวเองนั้นรู้ดูอยู่เต็มอกว่าคนพวกนี้คิดยังไงกับตัวเอง แต่ขอโทษทีเถอะ เธอไม่คิดพิศวาสผู้ชายอันตรายพวกนี้หรอก

“ไม่มีอะไรหรอกๆ งั้นเอาเป็นว่าข้าจะพาเจ้า เอ่อ ว่าแต่เจ้ามีนามว่าอย่างไรรึ”

“ข้ามนามว่าหรงซู่จินเจ้าค่ะ”

“หรงซู่จิน!!” แล้วสองพี่น้องก็พูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าพวกเขาจะได้เจอสาวงามอันดับหนึ่งของแผ่นดินนี้จริงๆ

“หือ พวกเจ้ารู้จักแม่นางน้อยผู้นี้หรือ” องค์รัชทายาทหันไปถามองค์รักษ์ทั้งสองของตัวเองที่ตอนนี้ทำหน้าตกใจอย่างกับเจอเรื่องไม่คาดคิดเสียอย่างนั้นแหละ

“ระ…รู้จักสิขอรับ นางเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของแผ่นดินนี้เชียวนะขอรับ” ทั้งสองอึกอักพร้อมกับหน้าแดง ก่อนที่เยี่ยเฟิงจะกล่าวบอกกับองค์รัชทายาท

“สาวงามอันดับหนึ่งของแผ่นดิน อืม ก็เหมาะกับข้าดี” องค์รัชทายาทพูดพร้อมกับพยักหน้ารับกับตัวเอง หรงซู่จินได้แต่มองคนพวกนี้ก่อนจะแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อคิดว่าคนพวกนี้มันอะไรกัน มีแต่พวกเพี้ยนๆ หรืออย่างไร




ความคิดเห็น