Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 38 The day before2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 38 The day before2
แบบอักษร

 

Chapter 38 The day before2 

แมกไม้สีเขียวทึบบดบังแสงแดดที่สาดส่องไปตลอดถนนเส้นเล็กที่ทอดยาว เหลือให้แสงลอดผ่านมาได้เล็กน้อยพาหนะสี่ล้อวิ่งไปตามถนนเพียงครู่เดียวก็ออกมาสู่พื้นที่โล่ง เด็กหนุ่มมองเห็นบ้านหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กหลังหนึ่งอยู่ห่างออกไป ออร์ดี้คันงามเลี้ยวเข้าไปยังบ้านหลังนั้น จากพื้นคอนกรีตเป็นพื้นดิน สองข้างทางมีทั้งพืชผักสวนครัว ดอกไม้หลากชนิด สุนัขโกลเด้นชราตัวหนึ่งกำลังนอนอยู่หน้าบ้าน มันเงยหน้าขึ้นมามองผู้มาใหม่ครั้งหนึ่งแล้วกลับไปนอนต่อ ไม่นานประตูไม้โอ๊คสีแดงก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับหญิงสาวที่หายตัวไปทันทีที่กลับมาถึงคฤหาสน์

“ไปกันเถอะ”

คนสองคนลงจากรถเดินไปหาคนที่กำลังยืนอยู่ อคิราห์พิจารณาบ้านหลังนี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันไปมองยังทิศทางหนึ่ง ด้านหลังต้นไม้หนาทึบนั่น คือคฤหาสน์ออสซินี่ เขาหันกลับมาให้ความสนใจกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า มาเรียดูแตกต่างไปจากทุกที เพราะตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในชุดแม่บ้านอีกต่อไป

“สวัสดีค่ะ เชิญคุณทั้งสองคนเข้ามาด้านในก่อน ดิฉันกำลังทำมื้อเที่ยงอยู่พอดี” เจ้าของบ้านเชิญพวกเขาเข้ามาก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้าไปในครัว

เด็กหนุ่มมองสำรวจไปทั่ว การตกแต่งภายในดูธรรมดามากเหมือนกับบ้านของคนทั่วไปหากแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นสายตาของเขาปะทะกับร่างของหญิงชราที่เดินออกมาจากครัว เธอยังดูแข็งแรงมากแม้ว่าเส้นผมจะกลายเป็นสีขาวไปทั้งหมดแล้วก็ตาม เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุขตั้งแต่ยังก้าวออกมาไม่พ้นครัว

มิคาเอลเดินไปหาเธอก่อนที่เธอจะเดินมาถึง เขายิ้มบางๆ อย่างที่นานๆ จะเห็นสักครั้ง “ยังแข็งแรงเหมือนเดิมเลยนะครับ”

“ค่ะ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้พบคุณ ป้าดีใจมาก คุณก็หล่อขึ้นทุกวันเลยนะคะ หนูคนนี้คงเป็นอคิราห์”

“สวัสดีครับ”

“จ่ะ มาเรียเล่าเรื่องหนูให้ป้าฟังเยอะเลย หน้าตาน่ารักจริงๆ ด้วย”

“ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มเหลือบสายตามองคนที่เดินถือหม้อใบใหญ่ออกมาจากครัว มาเรียวางมันลงบนโต๊ะโดยที่สายตาก็จดจ่ออยู่กับอาหารที่เธอถือออกมาราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่หญิงชราเอ่ย

"ผมช่วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณนั่งรออยู่ตรงนี้เถอะค่ะ”

อคิราห์ตั้งใจจะเข้าไปช่วยเธอยกอาหารออกมาแต่อีกฝ่ายก็ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรีบเดินเข้าครัวไปทันที เขาคิดว่ามาเรียที่เป็นแบบนี้ออกมากแตกต่างจากเมื่อครั้งที่เจอกันก่อนหน้านี้จริงๆ เธอดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก 

พวกเขาทั้งสี่คนนั่งทานข้าวด้วยกันอย่างที่อคิราห์รู้สึกว่าบรรยากาศเช่นนี้ช่างแปลกใหม่เหลือเกิน เป็นครั้งแรกที่มาเรียนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะด้วยกัน พวกเขาทั้งคู่ทานกันอยู่เงียบๆ ฟังหญิงชราพูดคุยกับชายหนุ่มอีกคนอย่างมีความสุข แววตาของเธอดูกระจ่างใส ในขณะที่มิคาเอลเองก็ดูผ่อนคลายมากเช่นกัน เธอหันมาตักอาหารให้เขาเป็นระยะพร้อมกับรอยยิ้ม อคิราห์ได้แต่ผงกศีรษะขอบคุณและทานมันเข้าไป พลางมองดูคนทั้งคู่คุยกันอย่างสนใจ จู่ๆก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง เขาหันไปมองมาเรียแต่อีกฝ่ายก็ยังทานอาหารตามปกติ

“หึๆ”

เด็กหนุ่มหันไปมองคนที่หัวเราะออกมาพลันพบว่าคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสกำลังมองเขาอยู่ “มีอะไรรึเปล่าครับ”

“ไม่มีอะไรจ่ะ หนูทานต่อเถอะ”

“...?”

 

และแล้วมื้อเที่ยงก็สิ้นสุดลง เด็กหนุ่มช่วยมาเรียถือถ้วยจานไปเก็บแม้เธอจะไม่ยินยอม ก่อนที่จะเดินกลับมาเจอหญิงชราที่กำลังทำความสะอาดโต๊ะอยู่

“คุณมิคาเอลออกไปคุยโทรศัพท์จ่ะเดี๋ยวก็คงกลับมา หนูอคิราห์มานั่งรอกับป้าสิจ๊ะ”

“ครับ” เขานั่งลงพร้อมหญิงชราที่หันมาประกบมือเขาทั้งสองข้าง เธอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของเขานะจ๊ะ เขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากจริงๆ หนูคงนึกภาพไม่ออกหรอกว่าเด็กที่โตมาด้วยสถานะและสภาพสังคมแบบนั้นจะหล่อหลอมให้เด็กคนนั้นกลายเป็นคนยังไง” เธอบีบมือเขาแน่นขึ้น ในดวงตาเหม่อลอยไปครู่หนึ่งราวกับกำลังหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต

“ป้าเห็นคุณมิคาเอลมาตั้งแต่เด็ก เป็นครั้งแรกที่เขามองใครสักคนด้วยแววตาแบบนั้น ทำให้ป้ารู้ทันทีว่าหนูสำคัญกับเขาแค่ไหน ป้าไม่รู้ว่าในใจของหนู เขามีความสำคัญแค่ไหน แต่ป้าขอร้อง ช่วยดูแลคุณหนูของป้าด้วยนะจ๊ะ” เธอไม่แม้แต่จะถามว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นใครมาจากไหน สิ่งที่เธอต้องการเพียงแค่มองดูเด็กน้อยคนหนึ่งที่เธอมองเห็นทุกช่วงเวลาตั้งแต่เกิดจนกลายเป็นคนที่อยู่เหนือใครต่อใคร มีใครสักคนและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

ในใจของเด็กหนุ่มรู้สึกหนักอึ้ง เขามองหญิงชราที่กำลังส่งยิ้มมาให้อย่างจริงใจตรงหน้า รู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดอยู่ในลำคอ เวลานี้เขาไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้เนื่องจากสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ บางที...มันอาจจะทำให้มิคาเอลไม่อยากมองหน้าเขาไปอีกตลอดชีวิตก็ได้

อคิราห์พยายามฝืนยิ้มออกมา หากแต่เมื่อหญิงชราเห็นรอยยิ้มของเขา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอก็ชะงักไปเปลี่ยนเป็นความเศร้า

“ไม่เป็นไรจ่ะ ตอนนี้หนูอาจจะยังไม่พร้อม ป้าคงทำให้หนูรู้สึกกดดันเกินไป ขอโทษด้วยนะจ๊ะ” เธอเอ่ยออกมาพลางปล่อยมือของเด็กหนุ่มออก

“ไม่ครับ ไม่เลย ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเองครับ”

ในขณะที่หญิงชรากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง มิคาเอลก็เดินกลับเข้ามาพอดี

“วันนี้ผมคงต้องขอตัวอคิราห์กลับไปก่อนนะครับ ไว้วันหลังผมจะพาเขากลับมาหาอีก พอดีตอนนี้ที่คฤหาสน์กำลังมีเรื่องยุ่งยากสักหน่อย”

“งานก่อตั้งเวียนกลับมาแล้วนี่คะ คุณคงปวดหัวน่าดู”

“ไม่หรอกครับ ออกจะรำคาญมากกว่า” มิคาเอลเดินมาจูงมือเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ให้ลุกตามออกไป

“ขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ” อคิราห์ผงกศีรษะลงขอบคุณ

“ลาก่อนครับ”

“กลับดีๆ นะจ๊ะทั้งสองคน”

หนึ่งหญิงสาวและหนึ่งหญิงชราเดินออกมาส่งคนทั้งคู่ หนึ่งในนั้นมองดูรถที่วิ่งออกไปด้วยสายตาเศร้าสร้อย

 

ภายในรถคันเดิม

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่พวกคนแก่ที่ว่างเกินไปนะ”

“ครับ?”

“กลับไปเดี๋ยวเธอก็รู้เอง”

ออร์ดี้คันเดิมวิ่งกลับมายังคฤหาสน์หลังงาม ทันทีที่ก้าวเข้าไปก็มีพ่อบ้านคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมา “ท่านผู้อาวุโสโรเดอริคมาถึงแล้วครับ ตอนนี้กำลังสนทนาอยู่กับคุณเรเวนที่ห้องรับรองครับ”

“รู้แล้ว” มิคาเอลเดินต่อไปโดยที่ยังกุมมือของเด็กหนุ่มเอาไว้แน่นแต่มือข้างนั้นก็ถูกรั้งเอาไว้ก่อน

“คุณไปเถอะครับ ผมขอออกไปเดินเล่นในสวนหน่อย”

ชายหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายอย่างครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะยอมปล่อยมือ “เอาเถอะ ไว้เรียบร้อยแล้วฉันจะมาหา อย่าเที่ยววิ่งเล่นไปไหนไกลรู้มั้ย”

“ผมไม่ใช่เด็กนะครับ”

“อืม ก็ไม่เด็กจริงๆล่ะนะ”

“...”

 

เด็กหนุ่มเดินทอดน่องไปตามเส้นทางเดินในสวน พยายามคิดถึงความเป็นไปได้หลากหลายอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ทั้งสิ่งที่เฮกเตอร์คิด และสิ่งที่มิคาเอลจะทำ ไม่ว่าจะทางไหนสิ่งที่เขามองเห็นต่างก็มีจุดจบที่ไม่น่าพึงพอใจทั้งสิ้น เด็กหนุ่มยังคงเดินต่อไปเพียงแต่สมาธิของเขากลับต้องถูกรบกวนอยู่ตลอดเวลา

ที่นี่ มีคนพลุกพล่านเกินไป...

ทุกเส้นทางที่เขาเดินไป จะต้องมีคนเดินตรวจตราอยู่แทบทุกสองนาที ความเข้มงวดขนาดนี้คงเป็นเพราะกลุ่มคนระดับสูงของออสซินี่ที่กำลังจะเดินทางมาถึงในวันพรุ่งนี้ ยิ่งมองดูสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็นึกไม่ออกเลยว่าเฮกเตอร์จะรอดออกไปได้ยังไง แต่แล้ว คนที่เขากำลังนึกถึงก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าอย่างไม่คาดหมาย

คนๆนั้นกำลังทำหน้าที่ตรวจตรารอบคฤหาสน์เหมือนกับคนอื่นๆ เป็นเวลาเดียวกันกับอีกฝ่ายที่กำลังหันมามองเขาอยู่ เด็กหนุ่มทำราวกับไม่ได้ใส่ใจ เขาเดินผ่านอีกฝ่ายไปเหมือนกับคนอื่นๆ เพียงแต่ชั่วขณะที่กำลังเดินผ่านไป เขาได้พูดคำพูดที่น่าตกใจออกมา “หนีไปซะ คุณเฮกเตอร์”

“!!!”

ดวงตาของชายคนนั้นเบิกกว้าง ลมหายใจของเขาพลันหยุดชะงักไปครั้งหนึ่ง เขาพยายามอดกลั้นไม่หันกลับไปกระชากตัวเด็กหนุ่มมาถามให้รู้เรื่อง เพราะรอบบริเวณนี้มีคนจับตาดูอยู่มากเกินไป ชายหนุ่มกำมือตัวเองแน่นจนสั่นแม้ว่าใบหน้าที่แสดงออกมาจะนิ่งเฉยเพียงใด...เด็กคนนั้น เป็นใครกัน! 

คนที่เรียกเขาด้วยชื่อนั้นมีแค่สองคนเท่านั้น และหนึ่งในนั้น

เซจ...

เขายังจำได้ดีว่าหลังจากเหตุการณ์ระเบิดตึกในเม็กซิโกเมื่อครั้งนั้น มีใครบางคนอ้างชื่อเพื่อนของเขาให้ช่วยเหลือสองแม่ลูกคู่หนึ่ง

‘ใช่แล้ว เสียงแบบนี้

หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวอย่างไม่สามารถระงับได้ เด็กคนนั้น ทั้งเสียง ทั้งรูปแบบการเคลื่อนไหว เด็กคนนั้นกับเซจเป็นอะไรกัน แล้วยังเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นคนรักของมิคาเอล ออสซินี่อีก เบื้องหลังของเด็กคนนั้นคือใครกันแน่ เขาไม่รู้จริงๆว่าอีกฝ่ายมองออกได้ยังไงว่าเขาเป็นใคร

‘หรือเซจ จะอยู่ที่นี่’ 

เรื่องที่พึ่งรับรู้ทำให้เขารู้สึกสับสนเกินไป แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้คือเซจยังมีชีวิตอยู่แน่นอน “ถ้านี้เป็นคำเตือนของนาย ฉันก็ขอบใจมาก แต่ฉันหันหลังกลับไปไม่ได้อีกแล้ว”

 

ยามเช้าของคฤหาสน์ออสซินี่ในวันนี้ดูวุ่นวายกว่าทุกๆวัน ท้องฟ้ายามเช้าแจ่มใสไร้เมฆ หากแต่เวลานี้จิตใจของใครบางคนกลับไม่แจ่มใสเหมือนกับสภาพอากาศภายนอก ภายในห้องนอนกว้างบนเตียงหลังใหญ่ อคิราห์นอนหันหลังอยู่ในวงแขนของใครอีกคน เด็กหนุ่มไม่มีวี่แววว่าจะหลับใหล ในความเป็นจริงแล้ว เขาแทบจะไม่ได้นอนเลยต่างหาก

วันนี้ เป็นวันที่เฮกจะต้องลงมืออย่างแน่นอน...

เขามีความหวังเล็กๆว่าอีกฝ่ายจะยอมทำตามที่เขาพูด อย่างน้อยก็ยังสามารถยืดชีวิตออกไปได้ ถึงเฮกจะยืดเวลาปฏิบัติภารกิจออกไป แต่อีกไม่นาน ระเบิดเวลาเรื่องที่เขาไม่ใช่คนที่ตัวเองกำลังปลอมตัวอยู่ไม่ช้าก็ต้องถูกพบอยู่ดี

เด็กหนุ่มยกมือขึ้นวางลงบนแขนข้างที่โอบกอดเขาเอาไว้ ความอบอุ่นที่กำลังได้รับนี้ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้รับ อคิราห์พลิกตัวเข้าโอบรอบลำตัวของอีกฝ่ายจนแน่น

มิคาเอลรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่ตอนที่อคิราห์พลิกตัวตั้งแต่แรก ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาทันที “อ้อนตั้งแต่เช้าแบบนี้ วันนี้อยากได้อะไรล่ะ” มิคาเอลกอดรัดอีกฝ่ายแนบแน่นพลางก้มลงกดจมูกลงบนหน้าผากของคนตรงหน้า

“ผมแค่อยากกอดคุณ”

“อยากกอดอย่างเดียวไม่อยากทำอย่างอื่นด้วยเหรออคิราห์ที่รัก”

“อย่าพึ่งเล่นครับ ผมขอกอดคุณอีกหน่อย”

“หึๆ เป็นอะไรไปที่รัก เธอยังกอดฉันได้อีกตลอดชีวิตเชียวนะ”

“ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกันครับ” 

To be con.... 

------------------------------------------ 

Talk 

หยุดยาวมีเวลาแต่งนิยายเย้ๆ ขอยืดออกมาอีกหน่อยเดี๋ยวมันจะเร็วเกินไป ตอนนี้เฮ็กรู้ตัวแล้วว่าเรื่องที่นางปลอมตัวมาไม่เป็นความลับอีกต่อไปแต่ทำไงได้..ทุกอย่างก็มาถึงจุดนี้แล้ว มันก็จะอึดอัดๆ นิดหน่อย แต่น่าจะพีคตอนหน้านะ ไม่รู้จะพีครึเปล่า ที่แน่ๆ ยังแต่งไม่เสร็จจ้า แต่คิดว่าตอนต่อไปน่าจะมาเสิร์ฟในเร็วๆ นี้ 

เข้าสู่ช่วงคำถามทางเลือก : คุณคิดว่าใครจะได้ไปต่อ 

ก. มิคาเอล 

ข.เฮกเตอร์ 

ค.รอดทั้งคู่ 

ง. ไม่รอดทั้งคู่ นิยายจบ Happy ending? 

#อาคิและลุงของเขา 

Crystal** 

ความคิดเห็น