ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ยอมทุกอย่าง...1

ชื่อตอน : ยอมทุกอย่าง...1

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยอมทุกอย่าง...1
แบบอักษร

“มันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนะเขม พี่รักเขม รักโดยที่ไม่มีความแค้นบ้าบออะไรมาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นพี่รู้ว่าพี่ผิดมาก ผิดจนตัวพี่เองยังไม่อยากจะให้อภัยตัวเอง พี่จะไม่ขอให้เขมให้อภัยพี่ แต่ขอแค่ให้พี่พิสูจน์ตัวเองได้มั้ยว่าพี่รักเรากับลูกมากแค่ไหน...” น้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจของอัศวินบ่งบอกว่าเขานั้นจริงใจกับเธอคนนี้มากแค่ไหน ทุกอย่างที่ผ่านมาเขารู้ตัวดีว่าตัวเองนั้นมันเลว! เลวมาก!

“.......” มีเพียงแค่ความเงียบที่เขมมิกาทำได้ เธอจะไม่ยอมแพ้ใจอ่อนให้กับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด ต่อให้เขาจะต้องคุกเข่าร้องขอและร้องไห้เธอก็จะไม่ใจอ่อน...แต่ทว่าความคิดเธอนั้นมันแสนจะหนักแน่น แต่...ทำไมหัวใจของเธอมันถึงกระตุกวูบแบบนี้ ทำไมมันถึงทำท่าทีที่ลังเลใจแบบนี้

คนที่อยู่กับความขัดแย้งของใจและความคิดของตัวเอง ยังไม่ทันรู้ตัวว่าในยามนี้ใบหน้าเรียวคมค่อยๆโน้มหน้าลงมาหาที่เรียวปากน้อยๆที่เผยออย่างมิอาจรู้ตัว อัศวินเข้าครอบงำเรียวปากนั้นอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ คนที่ไม่ตั้งตัวต้องตกใจ แต่สัมผัสของเขามันกลับอ่อนโยน อ่อนโยนเอามากๆ...มากจนเธออยากจะหลงระเริงอยู่กับสัมผัสนี้เหลือเกิน...

ริมฝืปากของอัศวินละออกมาเมื่อเขานั้นรู้ตัวว่ากำลังสูบแรงของสาวเจ้ามากจนเกินไป...

ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของทั้งสองคน ทั้งเธอและเขานั้นจ้องมองกันด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิมนัก แววตาที่อ่อนโยนของอัศวินถูกจ้องมองมาที่สาวเจ้า ที่แววตาของเธอยามนี้มันแปรผันจากความเย็นชาเป็นสั่นไหวแทน

“พี่รักเขมมากๆนะ”

“......” เธอไม่แน่ใจว่าคำรักของเขาเธอจะสามารถหงเชื่อได้กี่เปอร์เซ็นกัน จึงทำได้แค่คิดตามคำของเขาไม่เอ่ยสิ่งใดออกไป

“อย่าเงียบแบบนี้ได้มั้ย เขมกำลังจะทำให้ใจของพี่มันจะขาดใจตายอยู่แล้ว” สภาพเขาตอนนี้มันไม่ได้ต่างไปจากคนตายซากเลยสักนิด มีชีวิตก้าวเดินต่อไป...แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งจิตวิญญาณ

“ฉันขอโทษ ถ้าหากความเฉยชานี้มันจะทำให้คุณต้องปวดใจ แต่คำว่ารักที่คุณพูดออกมาความเป็นจริงมันจะเป็นได้สักแค่ไหนคะ” เธอรู้ตัวดีว่าตอนนี้ตัวเองนั้นเฉยชามากแค่ไหน แต่เป็นเพราะเขามิใช่หรือที่ทำให้ดวงใจของเธอมันด้านชาอยู่อย่างนี้

“มันจริงที่สุด ที่ผู้ชายเลวๆคนหนึ่งมันจะสามารถรักใครสักคนได้อย่างหมดใจ แม้ว่าจะต้องเอาชีวิตเข้าแลกผู้ชายคนนี้มันก็จะยอมทำโดยที่ไม่มีข้อแม้ใดๆ” คำพูดของเขามันทำให้เขมมิกานิ่งงัน หาโอกาสระหว่างที่เขาเผลอไผลเช่นนี้ให้ตัวเองหลุดออกจากพันธะการของเขาเสีย

“ขอตัวนะคะ” เธอเดินออกไปด้วยความเย็นชา ทำราวกับว่าคำพูดของเขามันไม่ได้มีผลต่อจิตใจเธอเลยสักนิด แต่ที่ไหนได้หัวใจนี้มันจะอ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งลนไฟอยู่แล้ว

อัศวินมองตามแผ่นหลังของเขมมิกาไปด้วยดวงใจที่เศร้าหมอง เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นนี้อีกนานแค่ไหนแต่ต่อให้นานเท่าไหร่เขาก็พร้อมจะทำเสมอก่อนที่เขานั้นจะหันมาก้มหน้าก้มตากวาดพื้นหญ้าที่ตอนนี้มันมีใบไม้ล่วงหล่นลงมาแทบจะเต็มพื้น

ผ่านไปนานนับหลายชั่วโมงแต่อัศวินก็ยังกวาดใบไม้ใบหญ้าไม่เสร็จเสียทีเพราะกวาดไปเท่าไหร่ใบไม้ก็ล่วงหล่นลงมาทับถมกันอีก แสงแดดที่ส่องเปรี้ยงลงมามันไม่อาจจะทำให้อัศวินนั้นหยุดพักได้ เขาต้องก้มหน้าก้มตามุ่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป แม้ว่ามันจะร้อนจนเวียนหัวแทบจะขาดใจแต่ก็ต้องฝืนทนเอาไว้ ทำหน้าที่ขอตนให้ดีที่สุด

แต่ทว่ายิ่งนานเข้ามันเหมือนยิ่งหนักขึ้นอาการวิงเวียนเริ่มวนเข้ามาปล่อยครั้งขึ้น ร่างกายที่คิดว่ามันยังคงทรงตัวอยู่ได้แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่เสียแล้ว...มันเริ่มโอนเอนราวกับว่าโลกทั้งใบมันกำลังหมุนติ้ว ภาพที่ฉายชัดตรงหน้าเริ่มพร่ามัวขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนสุดท้าย...

“ตุ้บ!”

ร่างหนาล่วงลงสู่พื้นหญ้าสีเขียว ใบหน้าของเขาซีดเซียว ริมฝีปากแห้งเผือกราวกับคนขาดน้ำ กายหน้าร้อนรุ่มราวกับกำลังมีไฟมาสุ่มให้ร้อนแรงขึ้น...อัศวินตอนนี้มิอาจจะรับรู้เรื่องราวใดๆได้อีกต่อไปเพราะร่างกายของเขาที่มันอ่อนแอมากจนเป็นลมล้มไปท่ามกลางกองใบไม้ใบหญ้าและแสงแดดที่ยังส่องมาที่ร่างหนาอยู่มิขาด

“ว๊าย! ตาเถร!” เสียงอุทานของแม่ครัวสูงวัยนางหนึ่งที่เดินผ่านมาบริเวณนี้ ร้องตะโกนอย่างตกใจเมื่อเห็นชายแข็งแกร่งกำลังล้มพับอยู่ที่พื้นไม่ไหวติ้ง

“มีคนเป็นลมโว้ย! มีคนเป็นลม! ใครอยู่แถวนี้รีบมาช่วยกันหน่อยเร็ว!” เสียงตะโกนโวกเวกดังลั่น คนที่กำลังนั่งเก็บเล็กเก็บน้อยทำความสะอาดโน่นนี้อยู่อย่างเขมมิกาก็ต้องรีบหันตามทันที...ผู้ชายทั้งสูงวัยและวัยทำงานต่างก็พากันรีบกุลีกุจอเข้าไปกันยกใหญ่ เพื่อเข้าหิ้วปีกคนที่กำลังหลับหมดสติอยู่

อัศวินถูกนำตัวส่งเข้าห้องปฐมพยาบาลภายในบ้านเพียงรัก ร่างหนาตัวร้อนผาวด้วยพิษไข้ เนื้อตัวสั่นสะท้านแม้ว่าจะมีผ้าห่มผืนหนามาคุ้มกายอยู่ แต่ว่ามันก็ไม่อาจที่จะให้ความอบอุ่นเขาได้ เรียวปากที่ปิดสนิทกำลังขยับขมุบขมิบพร่ำบอกเสียงเบาว่าหนาวเหลือเกิน...

เขมมิกาที่พยายามทำใจไม่ให้เป็นห่วงเขาแต่ว่ามันก็อดไม่ได้ แม้ว่าเธอจะฝืนตัวเองเข้าไว้ว่าใจอ่อนให้ผู้ชายร้ายๆคนนี้ แต่ยังไงเขาก็เป็นคนเธอจึงคงต้องไปดูเสียหน่อยว่าเป็นเช่นไรบ้าง แล้วเมื่อเดินมาถึงก็เห็นว่าอัศวินนั้นกำลังหนาวสั่น มือบางเอื้อมมืออังที่หน้าผากของเขา ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าร่างหนานี้มันร้อยด้วยพิษไข้ขนาดไหน รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ไหวยังจะมาทำอะไรแบบนี้อีก! มือบางนำผ้าที่ชุบน้ำแล้วบิดจนหมาดมาไล่เช็คที่ใบหน้าและตามร่างกายของเขาพอให้กายหนาที่ร้อนดั่งสุมไฟลดลงไปได้บ้าง

“นะ...หนาว” เพราะฤทธิ์จากลมของแอคอนดิเคชั่นที่มันกำลังทำงาน ทำให้กายหนาสั่นเทาและเอ่ยบอกอย่างคนไร้สติ จนทำให้คนที่ได้ยินก็พยายามที่จะกวาดสายตามองหาผ้าห่มมาห่มให้แก่เขา ยามที่มือถือผ้าห่มไว้ในมือแน่นกำลังจะครอบคลุมร่างเขา เรียวปากหนาก็เอ่ยอีกประโยคหนึ่งที่ทำให้เธอนั้นหยุดชะงัก “เขม...พี่รักเขมนะ พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ ขอโทษ...พี่รักเขมนะ...” แม้ว่ามันจะไม่ดังแต่เธอนั้นได้ยินเต็มชัดทั้งสองหู คำขอโทษที่อัศวินพูดออกมายามที่ไร้สิ้นสติ มันยิ่งทำให้หัวใจของเธอนั้นสั่นคลอนเข้าไปใหญ่ แต่ไม่...ไม่ว่าเขาจะพูดคำนี้ๆทั้งๆที่สตินั้นอยู่ครบถ้วนทุกประการหรือยามที่ไม่มีสติเลยเธอก็ยังไม่อาจที่จะปักใจเชื่อและให้อภัยเขาง่ายๆแน่นอน

“พ่อหนุ่มคนนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะลูก” นิภามารดาของเขมมิกาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกสาวเดินออกมาจากห้องปฐมพยาบาลแล้ว

“ไข้ลดลงบ้างแล้วละค่ะ อีกสักพักก็น่าจะดีขึ้น”

“ดีแล้วล่ะ เขาเป็นสามีเราใช่มั้ย ไม่เห็นเขมจะแนะนำให้แม่รู้จักเขาเลย”

“มะ...แม่รู้ได้ยังไงค่ะ” เขมมิกาตกใจ เธอไม่เคยพาอัศวินไม่แนะนำให้มารดาของตนนั้นรู้จักเลย แล้วทำไมแม่ของเธอถึงรู้ได้เล่าว่าชายหนุ่มเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ

“ก็พ่อหนุ่มนั้นเขาบอก”

“......” เขมมิกานิ่งเงียบ เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร จะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงมารดาของคงจะไม่เชื่อ

“เขม...แม่ไม่รู้นะว่าเราสองคนทะเลาะอะไรกันมา แต่ยังไงเราก็เปรียบเสมือนคนเดียวกัน มีสร้อยทองคล้องใจแล้วยังไงก็นึกถึงลูกในท้องเราด้วย แต่ก็อย่าลืมเรื่องจิตใจของเราเอง ถ้าหนูไม่พร้อมที่จะคุยกับเขาลองพูดกับเขาดูดีๆนะ”

“มันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ ผู้ชายคนนั้นเขารักคนอื่นที่ไม่ใช่หนู” เธอยังแน่วแน่ว่าเขาไม่เคยที่จะปันใจรักให้ตนเองเลย แม้ว่าในใจเสี้ยวเล็กๆมันจะมีความรู้สึกอื่นขึ้นมาบ้าง แต่เธอเลือกที่จะเชื่อในความรู้สึกส่วนมากของตัวเองเสียมากกว่า การที่เขาทำดีกับเธอก็เพื่อลูก หากไม่มีลูกสักคนจะมีมั้ยที่สักวันผู้ชายคนนี้จะหันมามองผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าฆาตกรบ้าง วันนั้นมันคงจะไม่มีเลยละ...

“แม่ไม่ยุ่งดีกว่า มันเป็นเรื่องของคนสองคน เราโตกันพอที่จะตัดสินใจกันเองได้แล้ว ถ้ารอดก็อยู่ต่อ ถ้าไม่รอดก็ปล่อยนะลูก” มือเหี่ยวยื่นไปลูบที่ศีรษะทุยของลูกสาวแผ่วเบา

“ค่ะ” เขมมิการับคำ เธอไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าระหว่างเขาเธอและลูกมันจะเป็นยังไงกันแน่ ชีวิตนี้มันจะมีความสุขได้เหมือนคนอื่นๆเขาใช่มั้ย...

มาเเล้วจ้าาาาา

ขอโทษที่หายไปนานมากๆๆๆ

ตอนนี้อิคุณวินอ่อนเเอเอามากๆเลยนะคะ

คำพูดของพี่เเก้พอจะดึงใจรีดได้บ้างหรือเปล่าน้อออ

ปล.ขอคอมเม้นเยอะๆนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น