Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 75 คนสกุลไป๋ไม่เคยถอยให้ใคร

ชื่อตอน : บทที่ 75 คนสกุลไป๋ไม่เคยถอยให้ใคร

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 217

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2562 09:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 75 คนสกุลไป๋ไม่เคยถอยให้ใคร
แบบอักษร

     ​   คุณหูแปลกใจที่วันนี้ทั้งคุณพ่อตาและคุณแม่ยายไม่ลงมารับอาหารเช้า เด็กรับใช้ที่กำลังตักข้าวให้เขาบอกว่าคุณท่านปวดกระเพาะตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว หูอวี้หันไปสบตาภรรยา ที่โบกมือปฏิเสธไม่ให้เด็กตักข้าวให้เธอ แล้วก็ลุกขึ้นยืน วางผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะ

        "คุณกินไปก่อนเลย ฉันจะขึ้นไปดูท่านหน่อย" เธอบอกสามี

        "ผมไปด้วย" หูอวี้ลุกตาม ... ไป๋เทียนจ้าวไม่ปวดกระเพาะมาหลายปีแล้ว นี่เครียดอะไรอีก อาการถึงได้กลับมา

        เด็กรับใช้ยกกาละมังใบเล็กที่มีผ้าคลุมปิดอยู่เดินออกมาจากห้องนอนของประมุขบ้านสกุลไป๋

        "คุณพ่ออาเจียนเหรอ" ลูกสาวคนโตถาม เด็กรับใช้ตอบค่ะเบาๆก่อนจะค่อยๆประคองกาละมังเดินเลี่ยงลงบันไดไป

        "แล้วไอ้เผิงเหล่าซือนี่มันโผล่มาจากไหน" ไป๋เทียนจ้าวแผดเสียง ขว้างผ้าขนหนูผืนเล็กลงกับพื้น

        "เผิงกวนอิงเหรอครับ" หูอวี้ที่เดินสวนเด็กรับใช้เข้ามาตอนประตูเปิดถาม .... เขารู้อยู่แล้วว่าไป๋เทียนจ้าวรู้ดีว่าเผิงกวนอิงเป็นใคร คำถามที่ต่างฝ่ายต่างถามล้วนเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเพราะต่างก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

        ไป๋เทียนจ้าวโบกมือไล่ลูกสาวกับลูกเขย

        "ไปไปไป ไปกินข้าวซะ ไม่ต้องห่วง วันนี้พ่อจะพักซักวัน" หูอวี้ทำท่าจะพูดแต่โดนทั้งภรรยาแอบดึงแขนเสื้อและแม่ยายถลึงตาห้าม เขาเลยยอมล่าทัพแต่โดยดี

        สองสามีภรรยาเดินกลับลงมาที่ห้องอาหาร สวนกับเลขาหลี่ที่หยุดค้อมตัวให้ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่บันไดขึ้นชั้นบน

        "เรื่องอาอวี่กับจูเหล่าซืออีกแหละ" หูอวี้บอกภรรยาเมื่อทั้งสองเข้ามาในห้องอาหารแล้ว

        "ที่จริงคุณพ่อตาไม่น่าจะเครียดนะ ดีเสียอีก" เขาว่า

        "ดียังไง" ภรรยาถาม ค่อยๆหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ที่สามีเลื่อนให้

        "ก็เผิงเหล่าซือไง" หูอวี้ผลักเก้าอี้เข้ารับภรรยาที่หย่อนตัวลงนั่ง เธอเลิกคิ้วถามอีก

        "แบบผมกับคุณไง...ก็คุณน่ะ จูเหล่าซือ ส่วนผม เผิงเหล่าซือ อาอวี่ก็ เหลาหลี่" เหลาหลีคือเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่มาจีบคุณนายหู ทำท่าเหมือนจะได้มาเป็นเขยคนโตของสกุลไป๋ แต่เอาเข้าจริงๆ หูอวี้ ที่คบหาเป็นเพื่อนกับคุณหนูใหญ่สกุลไป๋มาตั้งแต่ชั้นมัธยมกลับกลายเป็นม้าที่เข้าวินในท้ายที่สุด

        "อ้อ" คุณนายหูพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

        "ได้ยังไง.... นายเผิงอะไรนี่จะมาดีไปกว่าอาอวี่ได้ยังไง" เธอฟาดตะเกียบลงกับโต๊ะ คุณหูอึ้งไปแล้ว ...ตรรกะของคนบ้านนี้มันยังไงกันหนอ ไม่ใช่อยากจะให้ไป๋อวี่เลิกกับจูอี้หลงหรอกเรอะ



        "นี่หมายความว่าจูเหล่าซือจับปลาสองมือหรือยังไง* คุณนายไป๋ท่าทางไม่พอใจ

        "อย่าเข้าใจผิดไป อาอวี่ไม่ตาต่ำชอบคนนิสัยอย่างนั้นหรอก" ไป๋เทียนจ้าวแย้งเสียงเนิบๆ

        "คุณก็พูดให้รู้เรื่องสิ" คุณนายไป๋ก็ยังไม่พอใจอยู่ดี

        "ก็แค่มีคู่แข่งโผล่ขึ้นมาคนนึง"

        "มันจะมีใครโผล่ขึ้นมาได้ยังไง ถ้าคุณไม่พยายามแยกอาอวี่ออกจากจูเหล่าซือน่ะ" คุณนายไป๋กระแทกเสียง เธอเดินกระฟัดกระเฟียดไปนั่งที่ชุดโซฟาแบบหลุยส์ที่วางอยู่ทางทิศตะวันออกของห้องนอน

        "อ้าว นี่กลายเป็นความผิดผมเหรอเนี่ย" ไป๋เทียนจ้าวเท้าสะเอวใส่ภรรยา ก่อนจะชะงัก...

        "เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว เรากำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่เนี่ย..." บอสใหญ่เริ่มสับสน เขาโบกมือไปมาเหมือนกำลังพยายามจะไล่อะไรออกจากหัว

        "ผมไม่อยากให้อาอวี่มีอะไรกับจูอี้หลงนี่นา แล้วผมจะมาเครียดทำไม ..." ไป๋เทียนจ้าวกุมขมับ

        "จูเหล่าซือมีคนอื่นก็ดีแล้วนี่นา..." เขาสะบัดหัวไล่ความสับสน

        "แบบนี้อาอวี่ก็เสียใจแย่ ลูกรักจูเหล่าซือถึงขนาดนั้น ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปฉันไม่ยอมนะ" คุณนายไป๋ตัดพ้อ เธอตัดพ้อสามีมาตั้งแต่ที่เธอกลับจากไปเยี่ยมลูกที่หังโจวแล้ว เห็นไป๋อวี่ทุรนทุราย เธอก็แทบจะหัวใจแตกสลายตามลูก ยิ่งมารู้ว่าเขาพลั้งมือทำร้ายจูอี้หลงเธอก็ยิ่งใจเสีย กลัวว่าเขาจะพลั้งมือทำอะไรรุนแรงอีก

        "เชอะ ใช่ว่าจูเหล่าซือจะเลือกเผิงเหล่าซืออะไรนั่นเสียเมื่อไหร่เล่า" ไป๋เทียนจ้าวหมุนตัวเดินหนีไปทางประตูห้องน้ำ

        "ถ้าเขาเลือกเล่า" คุณนายไป๋ถามเสียงสูง ไป๋เทียนจ้าวหันขวับกลับมา

        "คนสกุลไป๋ไม่เคยถอยให้ใคร ไม่ว่าเรื่องไหนทั้งนั้น" พอพูดจบเขาก็ยกมือขึ้นเหมือนจะห้ามอะไร

        "เดี๋ยว.... โอ้ย" ไป๋เทียนจ้าวลดมือลงมากุมท้อง จู่ๆก็ปวดบิดขึ้นมาอีก

        "ก็คุณห้ามไม่ให้เขามีอะไรกับอาอวี่นี่นา เขาจะหันไปมีคนอื่นมันก็สิทธิ์ของเขา" คุณนายไป๋ปากต่อว่าแต่ตัวรีบลุกกุลีกุจอเข้ามาพยุงคนที่ปวดท้องตัวงออยู่

        "ผมไม่ให้เขาคบอาอวี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะคบคนอื่นได้นี่โว้ย" บอสไป๋แผดเสียง

        "คุณนั่นแหละ ทำให้ลูกฉันถูกทิ้งแล้ว..." คุณนายไป๋คลายมือที่พยุงสามีเปลี่ยนเป็นฟาดเปรี้ยงเข้าให้



        คุณแม่บ้านเดินมาใกล้เลขาหลี่ที่ยืนตัวงอกุมท้องอยู่หน้าห้องนอนที่ประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อยของประมุขสกุลไป๋

        "ปวดท้องเหรอคะ" เธอกระซิบถาม เอื้อมมือไปแตะต้นแขนของเลขาหลี่เบาๆ

        "เป็นโรคกระเพาะหรือเปล่าคะ" เลขาหลี่สายหัวปฏิเสธ ก็แค่ความเครียดลงกระเพาะ เขานึก ตอนนี้ไม่ใช่แค่ปวดท้อง เขายังนึกอยากเอาหัวพุ่งชนกำแพงไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ....


        สรุปแล้วบอสไป๋จะเอายังไงกันแน่ ชอบใจจูเหล่าซือ บอกว่าจูเหล่าซือทำให้คุณชายเป็นผู้เป็นคนเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวได้ แต่ก็ไม่ชอบความสัมพันธ์ระหว่างจูเหล่าซือกับคุณชาย ถึงขั้นไปเจอจูเหล่าซือเองกับตัว แล้วไง กลับมาก็ชมว่าจูเหล่าซือหัวอ่อนแล้วยังฉลาดแค่พูดไม่กี่คำก็เข้าใจ พอจูเหล่าซือเลิกติดต่อกับคุณชาย บอสก็พออกพอใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หางานป้อนให้จูเหล่าซือรัวๆ แต่พอคุณชายเริ่มสติแตก แล้วยิ่งมาเจอคุณนายตอกย้ำ บอสเลยชักไปไม่ถูก แล้วตอนนี้อะไรอีกล่ะ เมื่อวานเขารายงานเรื่องเผิงเหล่าซือ บอสถึงกับปวดกระเพาะ แล้วคราวนี้ถึงขนาดออกปากว่า...คนสกุลไป๋ไม่เคยถอยให้ใคร... มันหมายความว่าไง จะแย่งจูเหล่าซือกับเผิงเหล่าซือเรอะ... โอ้ย กรูโคตรจะสับสน

        ถ้าไม่ติดว่าต้องส่งเสียลูกเมียที่ตอนนี้อยู่แคนาดา เขาจะยื่นใบลาออกมันวันนี้ซะเลย เลขาหลี่โอดครวญในใจ

        "จนป่านนี้แล้วยังไม่ชินอีกเหรอคะ" คุณแม่บ้านถาม ถอนใจอย่างเห็นอกเห็นใจ รั้งแขนชักชวนให้เลขาหลี่ลงไปรอข้างล่าง

        "เรื่องของคุณชาย จะยื้อไปทางไหนยังไง ท้ายที่สุดคุณชายก็ชนะทุกที คุณเลขาก็รู้นี่นา" คุณแม่บ้านจุ๊ปาก

        "นั่นสิครับ ผมไม่น่าคิดตามให้ปวดหัวเลย" เลขาหลียอมรับ ยิ้มแห้งๆ เขาแค่ทำตามคำสั่งไปวันๆก็พอแล้ว ... สินะ


        ไม่มีสักครั้งที่ไป๋เทียนจ้าวจะไม่แอบตามใจลูก ต่อหน้าก็ทำขึงขัง เคยมีครั้งหนึ่งที่ทำลูกกลัวจนฉี่ราด แต่ก็ไม่ยอมโอ๋เอง มาบุ้ยใบ้ให้คุณนายไป๋เข้าไปโอ๋ จะตามใจอะไรก็บุ้ยใบ้ให้เธอไปทำ อย่างเรื่องจูเหล่าซือนี่ก็เหมือนกัน ถ้าไป๋อวี่ยังดึงดันอยู่ ท้ายที่สุดไป๋เทียนจ้าวก็คงจะตามใจลูกเหมือนทุกคราว คุณนายไป๋เลยแค่กระตุ้นสามีเมื่อสบโอกาส คิดว่าเดี๋ยวเขาก็คงอดเปิดไฟเขียวให้ลูกไม่ได้

        แต่ตอนนี้จะให้สองพ่อลูกเล่นสงครามประสาทกันต่อไป จะให้เธอมารีรอให้สามีเปิดไฟเขียวให้ลูก จูเหล่าซือก็คงจะไปไหนต่อไหนแล้ว

        "ถ้าอาอวี่ทำจูเหล่าซือหลุดมือไปตอนนี้ อาอวี่ไม่เป็นผู้เป็นคนแน่ๆ เขาถึงกับกล้าทำร้ายคนถึงขั้นเลือดตกยางออก ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาลุกขึ้นมาทำร้ายใครถึงตายแล้วจะว่ายังไง" คุณนายไป๋อบรมสามี

        "คุณต้องคุยกับอาอวี่นะ คุณต้องบอกเขาว่าคุณไม่ห้ามเขาแล้ว" เธอออกคำสั่ง

        "คุณพูดสิ" ไป๋เทียนจ้าวเกี่ยง

        "จะให้ฉันพูดกับจูเหล่าซือด้วยไหมล่ะ" เธอถาม ไป๋เทียนจ้าวเดินไปทรุดนั่งลงที่เตียง

        "ตามใจคุณเลย คุณไปจัดการทางอาอวี่กับจูเหล่าซือ" ไป๋เทียนจ้าวจะกล้าไปเจอจูอี้หลงอีกได้อย่างไร เคยตั้งข้อรังเกียจเขาไว้ แล้วตอนนี้จะให้ไปง้อเขารึ ..... ไม่มีทางหรอก

        "ส่วนนายเผิงนั่น ผมจะจัดการเอง..." เขาเข่นเขึ้ยว

        "ไม่ต้องเลย... อย่าแตะ" คุณนายจูห้าม เมื่อวานนี้พอเธอได้ยินชื่อเผิงกวนอิงจากปากเลขาหลี่ เธอก็ค้นข้อมูลเกี่ยวกับเขาในอินเตอร์เน็ต เธอเลยรู้ว่าเผิงกวนอิงเป็นเพื่อนสนิทของจูอี้หลงที่คบหากันมาเป็นสิบปี

        "ขืนคุณแตะเขา คุณสองคนพ่อลูกคงไม่มีโอกาสได้ญาติดีกับจูเหล่าซือแน่ ฉันเตือนไว้ก่อนเลย" เรื่องแบบนี้ ทำไมพวกผู้ชายถึงได้ไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะรู้จะเข้าใจอะไรเสียบ้างนะ .... มีลูกไม่รู้จักโตก็คนนึงแล้ว นี่ยังมีสามีไม่รู้จักโตอีก .... เจ้าคิดเจ้าแค้น ทำตัวเป็นเด็กแย่งลูกฟุตบอลกันอยู่ได้


        ฮึ คนสกุลไป๋ไม่เคยถอยให้ใครงั้นเรอะ ไป๋เทียนจ้าว คุณนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลย คุณนายไป๋แอบหัวเราะในใจแล้ว...


* 两头落空   เหลี่ยงโถวลั่วคง ล้มเหลวทั้งสองด้าน น่าจะตรงกับ "จับปลาสองมือ" ไหมนะ คือจับไว้ทั้งสองทาง มันจะหลุดมือไปหมด ไม่ได้ศักทาง แบบนี้หรือเปล่า 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}