กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่6 เหตุผล NC

ชื่อตอน : บทที่6 เหตุผล NC

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.3k

ความคิดเห็น : 119

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2562 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่6 เหตุผล NC
แบบอักษร

ภายในห้องน้ำที่อุณหภูมิด้านในเย็นกว่าห้องนอนกว้างเล็กน้อย ทว่ากลับไม่มีคนใดรู้สึกหนาวเย็นเลยแม้แต่คนเดียว เพราะร่างกายทั้งสองต่างร้อนรุ่มไปด้วยไฟพิศวาสที่ช่วยกันเติมเชื้อให้ลุกโชน 

ชายหนุ่มวางร่างบอบบางให้ลงยืนด้วยตัวเอง ดันเธอไปติดกับพนังกระเบื้องเย็นเฉียบ แล้วตรงเข้าจูบเธออย่างดูดดื่มลึกล้ำ ส่งเสียงครางอื้ออึงเมื่อหญิงสาวกระหวัดลิ้นฟาดฟันกลับมาอย่างชวนซ่าน เสียวสะท้านเมื่อมือเล็กกำอยู่รอบท่อนลำใหญ่ แล้วขยับรูดขึ้นลงเบาๆ ก่อนจะค่อยๆไต่ระดับเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นอีกนิด แต่นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มเกินทน 

ศิวะผละออกจากใบหน้าสวย ก่อนจะก้มลงดูดดึงไล่ฟัดที่อกอวบอัดทั้งสองข้าง ดูดแรงๆจนคล้ายว่าเนื้อนุ่มๆของเธอจะหลุดติดปากออกมา โดยที่เธอเองก็แอ่นอกเปิดทางให้เข้าได้อ้าปากไล่งับข้างนั้น จับลูบคลำข้างนี้ ได้อย่างถนัดถนี่เหลือเกิน 

“อ๊ะ อ๊า อื้ม…” รวิพรรณครางครวญคร่ำอย่างอยากที่จะควบคุม เมื่อชายหนุ่มสอดแขนเข้าใต้ข้อพับเข่าข้างหนึ่งของเธอให้ยกสูงขึ้น แล้วพุ่งตัวตนเข้าใส่จนสุด ขยับโยกเข้าหาอย่างไม่ออมแรง ยิ่งยามที่เขาหมุนควงแล้วเสือกไสงัดเข้าใส่สุดลำ ก็ยิ่งหวีดครางด้วยความเสียวซ่านรัญจวญแทบขาดใจ  

กระนั้นรวิพรรณก็ไม่ได้ยอมเป็นฝ่ายรับเพียงอย่างเดียว เธอโยกบั้นเอวขึ้นตอบรับทุกครั้งที่เขาขยับเข้าใส่จนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่น สองมือลูบไล้ไปตามกล้ามอก ลูบวนฝ่ามือที่ยอดถันของเขาจนมันแข็งชี้ชันไม่แพ้เธอ 

กล้ามเนื้อในกายชายเกร็งเป็นจังหวะยามที่เร่งอัดท่อนใหญ่ใส่กายสาว เพิ่มอัตราความเร็วขึ้นอีกเมื่อไฟราคะโหมกระพือร้อนฉ่า ครั้นเกินยับยั้งความหวามไหว เขาก็อุ้มตัวเธอขึ้นแล้วเร่งขย่มโยกตัวเธอให้กระแทกลงมาหนักแน่นกระชั้นถี่

“ซี้ด…” รวิพรรณสูดปากครางเมื่อบทรักเริ่มไต่ระดับหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เขาใส่เข้ามาเต็มเหนี่ยว แรงกระแทกทำเอาเธอจุกและเสียดเสียวไปหมด ทว่าพูดได้เต็มปากว่าดีเหลือเกิน  

เมื่อแรงขับเคลื่อนเร่าร้อนหนักหน่วงขึ้นจนนาทีสุดท้าย ร่างกายหญิงสาวก็สะดุ้งเฮือก ก่อนจะก้มไปบดจูบที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม ขยับไล้ไล่งับเพื่อระบายอารมณ์กระสันซ่านที่ระเบิดพร่างออก 

ชายหนุ่มที่เสร็จสมตามหลังเกร็งกายค้างไว้สักพัก จูบตอบเธอกลับอย่างดูดดื่ม ก่อนจะค่อยๆวางเธอลงให้ยืนด้วยตัวเองอีกครั้ง จากนั้นจึงเอื้อมมือไปเปิดฝักบัวให้สายน้ำรินลงมารดกายเปลือยเปล่าของทั้งคู่ โดยที่ทั้งสองร่างก็ยังนัวเนียคลอเคลียผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนลูบไล้ครีมอาบน้ำให้กันและกัน 

ศิวะฝังจมูกซุกไซ้ไปตามพวงแก้มขาวนุ่ม มือหนาขยำสองเต้าอวบเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดเร่งน้ำจากฝักบัวให้ไหลแรงขึ้นเพื่อล้างคราบฟองครีมอาบน้ำออกจากตัว ไม่กี่นาทีก็ปิดน้ำ แล้วอุ้มเธอเธอขึ้นในท่าร่วมรักก่อนหน้า จากนั้นจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์ตัวใหญ่ที่มีบานกระจกใสอยู่เบื้องหลัง ค่อยๆวางเธอให้นั่งลงโดยที่เขายืนอยู่กลางหว่างขาของเธอ 

“ใจคอจะไม่หยุดพักบ้างเลยหรือคะ” รวิพรรณยกเรียวขาขึ้น วางสองเท้าเล็กทาบไปที่กล้ามท้องลอนสวยของชายหนุ่ม แล้วออกแรงยันเบาๆให้เขาเขยิบห่างออกไปนิด  

“…………” ศิวะส่ายหน้าแทนคำตอบ จ้องมองท่าทีแสนเซ็กซี่ของเธอ ก่อนจะจับขาเธอให้ยกสูงขึ้นมาผาดบ่า ลูบไล้เรียวขางามพร้อมกับค่อยๆบรรจงจูบลงไป จูบหนึ่งทีก็ก้าวเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว กระทั่งขยับเข้าไปตัวชิดติดกับเธออีกครั้ง 

รวิพรรณเริ่มหายใจแรงขึ้น ยอมรับว่าเขาจัดเจนในเรื่องอย่างว่า รู้ว่าควรจับตรงไหน แตะยังไงถึงทำให้อารมณ์ของอีกฝ่ายพุ่งขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เหมือนเธอตอนนี้ที่ความร้อนรุ่มกำลังวิ่งเข้ามาสุมทรวงอีกครั้งอย่างไม่อาจห้ามใจ 

“อื้ม…” หญิงสาวแหงนหน้าครางหวิวเมื่อเขาสอดใส่แก่นกายเขามาเติมเต็ม ขาของเธอถูกชูขึ้นชี้ฟ้า กายกำยำทาบทิ้งน้ำหนักลงมาจนหน้าขาเธออยู่ชิดติดตัว นึกขอบคุณชั่วโมงโยคะที่เธอเล่นเป็นประจำ ที่ทำให้เธอสามารถรับท่วงท่านี้ได้ โดยไม่ส่งผลต่อการบาดเจ็บกล้ามเนื้อของเธอแม้แต่น้อย  

กึก! กึก! กึก!

เสียงข้าวของที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์สั่นคลอนไปมา เมื่อแรงที่เขาส่งให้นั้นถี่ระรัว กดย้ำซ้ำๆอย่างหนักแน่น นี่ถ้าเธออยู่ติดทะเลคงต้องรีบหนี เพราะเหมือนแผ่นดินไหวสะเทือนราวกับกำลังจะเกิดสึนามิก็ไม่ปาน 

“คุณศะ…ศิ… อื้อ…” รวิพรรณร่ำร้องแทบไม่เป็นภาษา เมื่อเขาถอนแก่นกายออก ก่อนจะดึงเธอให้ลงมายืนข้างล่าง จับตัวเธอให้หันหน้าเข้าหากระจก ช้อนบั้นท้ายกลมกลึงให้กระดกขึ้นสูงเล็กน้อย พร้อมกับดันความเป็นชายเข้าไปทันที จากนั้นก็ควบทะยานเข้าใส่เอา ใส่เอาอย่างไม่ออมแรง 

พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ!

เสียงเนื้อกระทบกันดังเป็นจังหวะซ้ำๆอย่างมั่นคง ไม่มีเสียงร้องจากหญิงสาวอีก เพราะเขารั้งใบหน้าเธอให้เอียงมาหา แล้วทำการปิดปากของเธอด้วยริมฝีปากของเขา เบื้องล่างยังขยับโยกโถมแรงเข้าใส่ ด้านบนก็ขยำถูไถไปที่อกอวบ ผิวเนื้อขาวผ่องเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกเขาบีบเคล้นอย่างมันมือ ก็มันนุ่มแน่นเด้งสู้มือจนเขาห้ามอารมณ์ร้อนแรงเอาไว้ไม่ไหว 

“อา…” รวิพรรณหอบหนักๆ สูดเอาอากาศหายใจเข้าปอด มองหน้าชายหนุ่มผ่านกระจกบานใหญ่ สายตาเธอฉ่ำปรือ หยาดเยิ้ม เหมือนไฟราคะที่เขาสุมใส่มันกำลังจะผลาญไหม้กายเธอให้สลายเป็นจุณ 

ศิวะมองใบหน้าเย้ายวนของเธอก็ยิ่งหึกเหิม ช่องรักที่กำลังบีบรัดบ่งบอกให้เขารู้ว่าเธอกำลังจะไปถึงจุดหมายอีกครั้ง เขาจึงเร่งขยับเข้าใส่ถี่ระรัว กระแทกเข้าหาหนักๆ จับสองแขนของเธอดึงเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอเซไปข้างหน้ายามที่เธอเกร็งกายรับกัน ไม่กี่นาทีถัดมาความสุขสมอันแสนรัญจวนก็พวยพุ่งเข้าใส่สองร่างอีกหน และดูเหมือนพ่อคนหื่นยังไม่อิ่มหนำ เขาจึงช้อนตัวเธออุ้มขึ้น แล้วจึงเดินกลับออกไปยังห้องนอนเพื่อต่อรอบต่อไปในทันที 

ศิวะวางร่างอรชรบนที่นอนนุ่ม วางสองมือหนาไปที่ไหล่บอบบาง ก่อนที่จะค่อยๆดันตัวเธอให้นอนหงาย โดยที่มีร่างกำยำของเขาคร่อมทับอยู่ด้านบน  ท่อนลำรักถูกส่งเข้าไปทักทายดอกไม้งามอีกครั้ง พร้อมกับขยับเข้าออกต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก เหมือนอยากใช้เวลาให้คุมค่าเท่าที่จะทำได้ 

สองร่างยังคงช่วยกันบรรเลงเพลงรักอย่างร่วมแรงแข็งขัน มีเท่าไรใส่เข้าหากันเต็มล้น จะพลิกซ้ายพลิกขวา จะขึ้นข้างบนหรือลงล่าง จะนอนหงายหรือนอนคว่ำ ตะแคงเข้าก็พากันจับจูงผ่านมาทั้งหมดไม่มีเหลือ

“อ๊า…”  

“อ่า…”  

เสียงหวีดครางดังระงมลั่นห้องนอนใหญ่ ก่อนที่ความสุขสมของทั้งสองร่างจะพุ่งกระจายแตกพร่าง รวิพรรณหลับตาพริ้ม สูดปากครางด้วยความรู้สึกสุขซ่านไหว พอๆกับชายหนุ่มที่ทิ้งตัวซบหน้าลงตรงทรวงอกสล้างอย่างหมดเรี่ยวแรง กระนั้นก็ยังไม่วายใช้มือลูบๆคลำๆ ซุกใบหน้าเฟ้นฟ้อนที่อกอิ่มของเธอ ก่อนจะพลิกกายลงมานอนเคียงกัน 

เหลือบมองนาฬิกาบนฝาพนังก็ช่างเหลือเชื่อ ที่ดูเหมือนว่าจะใช้เวลาครึ่งค่อนวันฟาดฟันกับเธออยู่ในห้องนอนนี้ หน้าต่างบานใหญ่ที่เคยมีแสงสว่างของดวงตะวันสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามา บัดนี้เริ่มมีความมืดคืบคลานเข้ามาแทนที่เสียแล้ว 

“จะไปไหน” ศิวะรีบคว้าแขนหญิงสาวเอาไว้ เมื่อเห็นเธอจะขยับลุกลงจากเตียง นี่ยังจะเดินไหวได้อีกหรือ ขนาดเขายังเริ่มรู้สึกล้าอยู่ไม่น้อยเลย 

“จะเอาเสื้อผ้าคุณไปให้แม่บ้านจัดการซักรีดให้ค่ะ คุณจะได้ใส่กลับ” รวิพรรณหันมาตอบ พลางเอื้อมมือไปหยิบชุดคลุมเพื่อจะนำมาคลุมกาย ทว่ากลับไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจสักอย่าง เพราะถูกแขนแข็งแรงของคนถามรวบตัวเธอเอาไว้เสียก่อน 

“ผมกลับไม่ไหวหรอก เหนื่อย” ศิวะเอ่ยพลางดึงเธอให้เอนกายลงไปนอนด้วยกันอีกครั้ง 

“เหนื่อยก็นอนพักนะคะ เดี๋ยวฉันมา” รวิพรรณไม่พูดเปล่า ยังเงยหน้าขึ้นไปจูบที่แก้มสากเคราเบาๆ พร้อมส่งยิ้มหวานให้ ต่อจากนี้เสน่ห์ที่เธอมีเธอจะงัดมาใส่เขาให้หมด ไม่หลงเธอก็ให้รู้กันไป 

“นอนด้วยกันสิ ผมอยากนอนกอดคุณ” ศิวะยังไม่ยอมปล่อยเธอ หวังว่าจะหลอกล่อเธอให้หลงเขาให้ได้ ทว่าเธอกลับยังเล่นตัวใส่กันเสียนี่ 

“เชื่อสิคะว่าสิ่งที่ฉันต้องไปทำนั้น คุณคงชอบมากกว่านอนกอดฉันแน่ เพราะคุณคงยังไม่อยากจะเป็นพ่อคนหรอกใช่มั้ยคะ” รวิพรรณหันไปส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะรีบลุกลงจากเตียงไป 

ศิวะขยับกายลุกขึ้นนั่ง มองตามหญิงสาวที่เดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยความแปลกใจอยู่ไม่น้อย เธอช่างแตกต่างไปจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอมากนัก แต่เธอก็เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่เขายอมแหกกฎของตัวเองหลายต่อหลายข้อเหลือเกิน  

แต่เรื่องที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าก็คือแปลกใจในตัวของเขาเอง ว่าทำไมกัน เขาต้องทำอะไรเช่นนี้ ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าหากได้เธอเมื่อไร เขาก็จะสลัดเธอทิ้ง และนี่เขาก็ได้เกินที่คาดไว้ไปเยอะ แล้วจะยังมีเหตุผลอะไรให้เขาต้องมาอยู่ตรงนี้อีกกัน

เวลาต่อมา 

“คุณศิวะคะ คุณศิวะ” ร่างบางนั่งลงข้างๆเตียง พร้อมกับเอ่ยเรียกชายหนุ่มที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงนอน ครั้นเห็นเขายังไม่ตื่น ก็เอื้อมมือไปลูบใบหน้าสากเคราแผ่วเบา ยามที่เขาหลับใหลเช่นนี้ ช่างดูไร้พิษสงต่างจากตอนที่เขาตื่นเหลือเกิน 

ผู้ชายคนนี้ช่างซับซ้อน บางทีเธอก็เหมือนอ่านเขาออก ทว่าบางทีก็ไม่ การที่จะก้าวเข้าไปยืนข้างเขาอย่างเต็มร้อยนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงจะรู้ว่าผลตอบแทนในเรื่องของทรัพย์สินนั้นคุ้มค่า แต่ว่าเรื่องของจิตใจเธอจะรับไหวหรือไม่หากว่าเขาเผยตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมา แล้วพบว่าเขาไม่ได้อ่อนหวานเหมือนตอนที่ต้องการเธอเช่นนี้ การเล่นกับความรู้สึก แน่นอนว่าคนที่รู้สึกมากกว่าก็คือคนแพ้ และรวิพรรณผู้นี้ไม่ต้องการมีคำว่าแพ้อยู่ในชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามที 

“อุ๊ย! คุณศิ!” แล้วคนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อไม่รู้ว่าเขาลืมตามาตั้งแต่ตอนไหน ซ้ำร้ายเขายังดึงเธอลงไปนอนแล้วพลิกตัวขึ้นมาทาบทับเธอไว้อีกแล้ว 

“ก็มาเรียกผม ผมนึกว่า…”  

“อื้อ…พอก่อนเลยค่ะ ฉันมาเรียกไปทานข้าว” รวิพรรณเอียงหน้าหลบพลางยกมือขึ้นดันตัวชายหนุ่มเอาไว้ เมื่อเขาทำท่าว่าจะเดินหน้าต่อ 

“ผมอยากกินคุณมากกว่า” ศิวะทำตาแวววับใส่  

“กินจุจังนะคะ”  

“จุได้กว่านี้อีกนะ เดี๋ยวผมจะทำให้ดู”  

“จะคอยดูก็แล้วกันค่ะ แต่ตอนนี้ลงไปทานข้าวกันก่อนดีกว่า ฉันหิวแล้ว” รวิพรรณตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ไม่หวั่นเกรง ก่อนจะดันตัวเขาออก แล้วรีบลุกลงจากเตียง  

“นี่เสื้อผ้าค่ะ ตอนที่ฉันออกไปซื้อยาข้างนอก เลยแวะซื้อมาให้เปลี่ยน” รวิพรรณเดินไปหยิบถุงเสื้อผ้าที่เธอซื้อมาวางลงตรงหน้าชายหนุ่ม เรื่องไซส์แน่นอนว่าไม่พลาด ในเมื่อเธอกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเขามาขนาดนั้นจึงกะขนาดไซส์เขาได้แม่นเสียยิ่งกว่าแม่น 

“ขอบคุณนะครับ ไว้ผมจะจ่ายคืนให้”  

“งั้นคุณอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะนะคะ เดี๋ยวฉันลงไปรอข้างล่าง”  

“เดี๋ยวสิครับ ไม่อาบด้วยกันเหรอ” ศิวะรีบกระโดดลงจากเตียง แล้วเข้าไปรวบตัวเธอเอาไว้ 

“ไม่ดีกว่าค่ะ ขืนอาบด้วย มีหวังฉันไม่ได้ลงไปทานข้าวแน่ๆ” รวิพรรณมองหน้าชายหนุ่มอย่างรู้ทัน ทำเอาเขาต้องยอมคลายอ้อมแขนปล่อยเธอออก 

“ตามลงไปนะคะ ฉันรอ” รวิพรรณเขย่งตัวขึ้นไปหอมแก้มของเขาเบาๆ ก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไป 

“นางบำเรอ” ศิวะเอ่ยออกมาเบาๆ 

ใช่...เขาคิดออกแล้ว ที่เฝ้าคิดหาเหตุผลว่าทำไมเขายังต้องคอยมาทำเป็นดีกับเธออีกทั้งๆที่ความตั้งใจแรกมันไม่ใช่แบบนี้ กระทั่งได้คำตอบให้กับตัวเอง ว่าเขาต้องการให้เธอมาเป็นหนึ่งในผู้หญิงของเขา ทำหน้าที่บำเรอกามาบนเตียงเพียงเท่านั้น นี่แหละคือเหตุผลที่เขาคิดได้

และตอนนี้ก็ได้แต่รอเวลา ฝืนๆทนทำไปจนกว่าเมฆาจะเข้ามาฉีกหน้าครอบครัวของเธอจนยับเยิน ซึ่งแน่นอนว่าตอนนั้น เธอคงไม่มีหน้ามากล้าเล่นตัวใส่เขาได้อีกอย่างแน่นอน...


****************************************

ต่อแล้วนะจ๊ะ^^ มาพร้อมกับเหตุผลของคุณศิ เหตุผลที่น่า.....(เว้นไว้ให้รีดเติม)5555😆😆😆



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น