อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

ชื่อตอน : [ Episode 25 ] : นกต่อ

คำค้น : the mission sniper 25

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 481

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2562 12:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 25 ] : นกต่อ
แบบอักษร

บทที่ 25

นกต่อ



โนเอลถูกพาตัวเข้ามาโดยมีสภาพถูกถุงผ้าสีดำคลุมศีรษะบดบังทัศนียภาพโดยรอบ ลำแขนโดนมัดรวบไว้ด้านหลังทำให้ไม่สามารถต่อต้านได้ คนของโอดินทำราวกับว่าอีกฝ่ายคือนักโทษฉกรรจ์ต้องคดียังไงยังงั้น

"เอาล่ะ หมดเวลาเล่นแล้ว" ลีโอพูดพร้อมกระชากถุงดำออก เขาชูกระดาษที่มีภาษาเปอร์เซียอยู่เต็มแผ่นตรงหน้าโนเอลที่ทำหน้าเหวอน้อยๆ เจ้าตัวกวาดสายตาสำรวจไปทั่ว พอพบร่างบุคคลที่ตามหามาทั้งวันก็อดสงสัยไม่ได้

บอสมาทำอะไรที่นี่?

"อ่านสิ" ลีโอยังคงกระตุ้นให้คนหน้าเหวออ่าน โนเอลกระแอมไอพร้อมกับชูข้อมือให้ดูว่าตนยังถูกมัดอยู่ เขาพยักหน้ารับเข้าใจก่อนจะใช้มีดตัดเชือดที่พันธนาการอยู่ออก เมื่อเลขาหนุ่มเป็นอิสระก็ไม่รอช้าคว้ากระดาษในมือลีโอมาอ่าน

เขามองดูหัวคิ้วที่เริ่มขมวดเข้าหากันเรื่อยๆของโนเอล ปากพึมพัมอะไรบางอย่างออกมา "อ่า...." ตอนนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่โนเอลอย่างมีความหวัง เจ้าตัวเองก็รู้สึกกดดันไม่น้อย

"ฉันมีชัม ลี ออสติส ถึงพวก..."

"ไม่ นายโนเอล ฟรานเชียส" วาจากวนอวัยวะเบื้องล่างทำให้โนเอลชะงักก่อนจะเงยหน้าขยับปากให้ลีโอเห็น 'หุบปากซะเรนเดล' เขาจับใจความได้ว่าอย่างนั้น

พอเห็นสายตาดุๆของอีธานถึงได้ยอมสงบปากสงบคำ "โอเคๆ ไม่กวนแล้ว นายต่อเลย"

"ฉันมีชัม ลี ออสติส ถึงคนที่พยายามตามหากล่องจนเจอ ดีใจด้วย.....ถ้าได้อ่านข้อความฉบับนี้ ฉันคงลาจากโลกไปแล้ว หลักฐานและร่องรอยบางส่วนถูกโกสต์ทำลายทิ้งเกือบทั้งหมดเหลือเพียงเท่าที่เห็น เอาล่ะ...ต่อไปนี้คือสิ่งสำคัญ ตั้งใจฟังให้ดี" คนอ่านเว้นวรรคสูดลมหายใจช่วงหนึ่งก่อนจะพูดต่อ "อย่าตัดสินหลักฐานแค่เปลือกนอก ดูให้ลึกแล้วจะพบคำตอบ ภาพถ่ายไม่ได้บอกคำตอบเราเสมอไป เมื่อได้ครบทุกตัวอักษรก็จะได้สิ่งที่ตามหา" ชายหนุ่มวางกระดาษลงเมื่ออ่านจบ คนฟังพรูลมหายใจออกมาเป็นแถว

"แค่นี้เหรอ?" โอเว่นโพล่งขึ้น ใบหน้าหวานมองอย่างไม่เชื่อสายตา

"อืม" คนถามกลับทำเพียงส่งเสียงครางต่ำเป็นคำตอบ ลีโอหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดูพิจารณาโดยละเอียด "เห็นอะไรในนี้บ้าง" เขาถาม

"คนใส่ชุดทหารอย่างกับอยู่ในสงครามโลก ถามจริงๆเถอะ นอกจากภาพที่สื่ออะไรไม่ได้เลยพวกนี้มันไม่มีอย่างอื่นแล้วรึไง" โอเว่นบ่นเป็นตุเป็นตะ เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

"ไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี" อีธานเป็นฝ่ายออกความคิดเห็นบ้าง รอบนี้เจ้าตัวถึงขั้นลงมือจัดการด้วยตัวเอง มาเฟียหนุ่มหยิบมีดพกขึ้นมากรีดตัวฟิล์มแยกออกจากกระดาษรองด้านหลังก่อนจะแหวกดูสิ่งที่เหน็บอยู่ด้านใน รูปถ่ายอีกใบก็ทำเช่นเดียวกัน

"Y?"

"อืม อักษรตัวที่สามและสี่คือ Y" ลีโอมองดูตัวหนังสือที่เขียนอย่างสะเปะสะปะ สิ่งที่ใช้เขียนเป็นรอยแห้งกรังสีน้ำตาลนั่นคงไม่พ้นเลือด

อาจเป็นเพราะกระดาษและฟิล์มที่ดูเก่าเลยทำให้พวกเขาไม่ทันสังเกตสิ่งผิดปกติที่ซ่อนอยู่ ทว่าเจ้าของนัยน์ตาสีอำพันกลับมีความคิดที่เฉียบขาด

มือปืนหนุ่มเหลือบมองใบหน้าครึ่งซีกของอีธานที่บัดนี้เรียบนิ่งไม่แสดงท่าทีดีใจออกมา ถ้าไม่ได้ข้อความจากออสติสและการช่วยเหลือจากอีธานเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะนั่งจ้องภาพถ่ายเก่าๆนี้ทั้งวันรึเปล่า "คุณดูมั่นใจจังนะ" โอเว่นเล่นแง่ หรี่ตาลงอย่างสงสัย

คนหน้านิ่งถอนหายใจอย่างหน่ายๆก่อนจะพูดประโยคที่ทุกคนรู้สึกจุกกันไปตามๆกัน "คำใบ้ของออสติสยังไม่ชัดพออีกหรอ มีแต่เด็กอนุบาลเท่านั้นแหละที่แก้โจทย์ข้อนี้ไม่ได้" เรนเดลหัวเราะแห้ง บางทีอีธานก็พูดตรงเกินไป...

"กลับเลยมั้ยครับบอส" โนเอลถามเพื่อสกัดบรรยากาศมาคุเมื่อครู่ คนถูกถามพยักหน้าน้อยๆก่อนจะโยนกุญแจรถให้อีกฝ่าย เลขาหนุ่มรับมาอย่างรู้งาน หน้าที่เขาคงไม่พ้นคนขับรถเช่นเคย

ลีโอเก็บรูปถ่ายทั้งสองใบที่ถูกเฉือนออกเข้าซองซิปล็อค มีอย่างหนึ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้....เลือดที่ใช้เขียนอักษรคือเลือดของใคร?



♜ THE MISSION SNIPER ♜



ความมืดเข้าปกคลุมบนโถงทางเดินโดยรอบ ทางเบื้องหน้ายาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งที่ไล่ตามมาด้านหลังทำให้ลีโอต้องฝืนวิ่งไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาหอบหายใจ ขาทั้งสองข้างเหมือนถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนมันหนักเสียจนเขาแทบจะไม่มีแรงเดิน

เขาวิ่งหนีสิ่งนั้นไปจนสุดทางเดินก่อนจะพบร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงก่อนที่โถงทางเดินเมื่อครู่จะแปรเปลี่ยนเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆไร้ทางออก บนพื้นมีสายธารโลหิตรายล้อม แอ่งเลือดนั้นแผ่วงกว้างมากขึ้นจนกลายเป็นสายไหลมาบรรจบที่ปลายเท้าของเขา

เรนเดลโน้มตัวไปด้านหน้าหมายจะดูคนให้ชัดเจน ทว่าใบหน้าที่เห็นกลับเป็นภาพเบลอ เขาไล่สายตาสำรวจจนสะดุดอยู่ตรงนิ้วนางข้างซ้ายของอีกฝ่าย

แหวน?

ในอกบีบรัดตัวอัตโนมัติทันทีที่เห็นตัวแหวน เท่าที่จำได้มันคือแหวนของอีธาน...

เขาย้ายสายตามองที่กายใหญ่อีกรอบ ใบหน้าที่ควรจะเป็นภาพเบลอกลับปรากฏเค้าหน้าอย่างชัดเจน คนที่นอนนิ่งไร้ลมหายใจคืออีธาน แบรนโดจริงๆ นัยน์ตาสีอำพันเรียบนิ่งไร้แวว ริมฝีปากหยักได้รูปไม่ขึ้นสีเหมือนก่อนหน้า ดวงหน้าซีดเซียว ผิวกายเย็นเฉียบไร้เลือดมาหล่อเลี้ยง

แหมะ...

ความเปียกชื้นของน้ำรื้นบริเวณขอบตาก่อนจะร่วงลงสู่พื้นดังแหมะ ในมือลีโอกำอาวุธปืนสีดำขลับแน่น เขาปล่อยสิ่งนั้นทันทีราวกับถูกไฟลวก มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน....เลือดของอีธาน

สองสิ่งนี้เป็นตัวยืนยันอย่างชัดเจนว่า เขาเป็นคนฆ่าอีธาน

นัยน์ตาสีน้ำทะเลเบิกโพลง เขาสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นนั่งบนเตียงอัตโนมัติ เหงื่อโทรมกายจนสัมผัสได้ว่าที่แผ่นหลังมันเปียกชื้นไปหมด พอตั้งสติได้ก็รีบหันไปมองคนข้างๆที่ยังคงหลับตาอยู่

อีธานยังอยู่ตรงนี้

"อ่า....ฝันร้ายชะมัด" ปากพึมพำอะไรบางอย่างออกมาก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินไปที่ระเบียง เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบอัดเอาสารนิโคตินเข้าปอด ริมฝีปากสีชมพูอ่อนพ่นควันบุหรี่ออกมาพลางเหลือบสายตาจับจ้องไปที่วิวเบื้องหน้า

แสงไฟอารามบนยอดตึกสูงส่องสว่างไกลๆ บนถนนที่ยังคงมีร้านค้าเปิดให้บริการและรถแล่นผ่านทำให้อาการหวาดหวั่นเมื่อครู่อันตรธานหายอย่างปลิดทิ้ง ลมเย็นที่พัดพาเอาไอเย็นเข้ามาปะทะใบหน้าทำให้รับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้ายเท่านั้น

เสียงบานประตูกระจกถูกเลื่อนออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมเฉพาะกายอ่อนๆที่คุ้นเคย ร่างสูงเดินเข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง เสียงทุ่มต่ำออกอาการงัวเงียเพราะพึ่งตื่นนอน

"ออกมาทำอะไร?"

"ตากลมเฉยๆน่ะ" พูดพร้อมกับดับบุหรี่และโยนมันทิ้งข้างๆ เขาหมุนตัวกลับมาเงยขึ้นสบนัยน์ตาสีอำพันที่ติดดุๆนั่น "ผมทำให้คุณตื่นเหรอ" อีกฝ่ายพยักหน้า

อ่า เขาทำให้อีธานตื่นจริงๆด้วย

"เป็นอะไร" อีธานใช้นิ้วเรียวมาสัมผัสพวงแก้ม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเหม่อลอย ลีโอสะดุ้งเบาก่อนจะตอบ "ฝันร้ายนิดหน่อยน่ะ"

"หืม ฝันร้าย?" นัยน์ตาฉายแววอยากรู้อยากเห็นแต่กลับไม่ได้ถามออกมา อีธานมองเขาเพื่อรอให้เจ้าตัวยอมเล่าเอง

ลีโอโคลงศีรษะปฏิเสธ เลี่ยงที่จะตอบคำถามก่อนหน้า จากนั้นก็เบี่ยงตัวกลับเข้ามาในห้องโดยไม่ลืมจูงมือคนขี้สงสัยมาด้วย "นอนต่อเถอะ ผมง่วง"

จริงๆแล้วคำว่า ง่วง เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น แค่ข่มตาหลับเขายังไม่อยากจะหลับ แต่ถ้าจะให้เล่าเรื่องในฝันก็ต้องปัดความคิดนั้นทิ้งไป เพียงเพราะไม่อยากให้ภาพในฝันมันติดตาเท่านั้นเอง...

เช้าวันรุ่งขึ้นมือปืนหนุ่มตื่นมาด้วยใบหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจสองสามรอบก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว จากนั้นถึงได้ลงไปด้านล่างโดยไม่ลืมหยิบรูปถ่ายในซิปล็อคที่เก็บกลับมาด้วย วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องเดินทางนำตัวอย่างเลือดไปตรวจดีเอ็นเอ โนเอลแนะมาว่าอีธานยังคงมีศูนย์วิจัยย่อยอยู่ละแวกนี้ เจ้าตัวค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าไปที่นั่นข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับได้ดีกว่าที่องค์กรเขา

เมื่อมาถึงศูนย์วิจัยที่ว่าก็แจ้งชื่อ สักพักถึงมีหัวหน้าแผนกวิจัยเดินออกมารับตัวอย่างด้วยตัวเอง

"ผลตรวจดีเอ็นเอต้องรออีกประมาณสามถึงห้าวัน ถ้าได้เรื่องแล้วผมจะโทรบอก" คนฟังพยักหน้ารับเป็นอันตกลง หลังจากทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จเรียบร้อย สิ่งต่อไปที่จะทำก็คงไม่พ้นเรื่องหาอะไรมายัดลงท้องสักหน่อย ตอนนี้ท้องเขาร้องโครกครากชนิดที่ว่าหิวจนไส้กิ่ว

ด้วยความที่ว่าเขาพกเงินมาไม่กี่ดอลลาร์บวกกับอยากกินอาหารง่ายๆให้พออิ่มจึงตัดสินใจแวะซื้อฮอทดอกที่ขายอยู่ตามข้างทางและหาที่นั่งแถวนั้นเพื่อรับประทาน แต่ทว่าเพราะความบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้ดันมาเจอกับเจ้าหน้าที่ซีไอเอเข้า หมอนี่คือเอียน สลาวอย ถึงจะเคยเห็นหน้าจากในรูปมาแล้วบ้างแต่เขากลับจำได้ขึ้้นใจ และอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะจำเขาได้ด้วยเช่นกัน

ซวยฉิบ.....

เอียนอยู่ในชุดธรรมดา ไม่ได้สวมเครื่องแบบทางราชการ วันนี้คงจะเป็นวันหยุดพักผ่อนของเจ้าตัวถึงได้พาหมาตัวเล็กจิ๋วมาเดินเล่นในสวนสาธารณะแถวนี้ หรือไม่ก็สะกดรอยตามเขามาตั้งแต่ต้น

ลีโอจ้องมองคนผิวสีอย่างไม่วางตา ถ้าหมอนี่คิดเล่นตุกติกกับเขาล่ะก็....เรื่องนี้คงจะจบไม่สวย

เจ้าหน้าที่หนุ่มยกมือขึ้นจับเครื่องมือสื่อสารที่หู ปากพึมพัมพูดอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ยิน ถึงกระนั้นตัวเขาเองก็คงจะไม่นั่งเฉยให้พวกซีไอเอมารวบตัวเข้าคุก เจ้าของเรือนผมสีอ่อนลุกพรวดและผินกายไปทางอื่น พยายามเดินเบียดเสียดเข้ามาในที่คนอยู่เยอะ เขาเสมองด้วยหางตายังคงเห็นอีกฝ่ายเดินตามมาอย่างไม่ลดละแถมยังเพิ่มความเร็วขึ้นกว่าเก่า

ชายหนุ่มเดินเบี่ยงไปทางด้านซ้ายมือ เขาเดินเลียบตามถนนคนเดินเรื่อยๆสายตาก็ไล่กวาดหารถเป้าหมายไปด้วย ตอนนี้เป็นฝ่ายลีโอที่กำลังเสียเปรียบ ถ้าซีไอเอแห่กันมาที่นี่เพื่อจับตัวเขาตอนนี้คงจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่เขาจะทำให้ซีไอเอรู้ว่าพวกมันคิดผิดมหันต์

พลันสายตาเหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งเข้าก็ตีเนียนเดินออกนอกทางฟุตบาทประจวบกับรถคันดังกล่าวขับตรงมาพอดี เขาพุ่งตัวเข้าหารถคันนั้นจัดฉากให้เหมือนตนถูกชนเข้าจังๆ คนตีเนียนแกล้งนอนเกลือกกลิ้งไปบนถนนก่อนที่รถคู่กรณีจะจอดและเปิดประตูออกมาดูอย่างร้อนรน "เป็นอะไรมั้ยครับ?!" เขาแสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างชัดเจนและพยายามจะลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เหยื่อในครั้งนี้ช่วยพยุงให้ลีโอลุกขึ้น ทว่าทันทีที่เรนเดลยืนขึ้นเต็มความสูงก็ผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นทาง เขารีบกระโจนขึ้นไปนั่งบนเบาะ จากนั้นก็เร่งเครื่องขับออกไปในทันที พอดีกับจังหวะที่เอียนมาถึงจุดที่เขาอยู่ก่อนหน้า

คนผิวสีระบายยิ้มออกมาบางๆแต่แววตากลับไม่ยิ้มตาม ลีโอ เรนเดล ร้ายเหมือนอย่างที่ฟิลลิปเคยบอกไว้ไม่มีผิด "หมอนั่นขโมยรถหนีไปแล้ว Ford Fusion สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน 625-AWY นครนิวยอร์ก" เอียนแจ้งไปยังสายปลายทาง

"จำกัดพื้นที่ไว้อย่าให้รอดไปได้ เราจะจับเป็น" เขากำชับอีกที ระหว่างนั้นก็มีรถตำรวจสองสามคันขับผ่านหน้าเขาไป เห็นได้ชัดว่าเจ้าของรถคงจะโทรแจ้งความแล้ว เขาจำเป็นต้องจับลีโอให้ได้ก่อนพวกตำรวจสากล ไม่งั้นเรื่องคงจะแดง

ทางด้านลีโอที่ขับรถหนีออกมาได้ระยะหนึ่งก็เหลือบไปเห็นรถด้านหลังที่ขับตามเขามาตลอดเส้นทาง กะไว้แล้วเชียว....พวกซีไอเอกัดไม่ปล่อยจริงๆ

ชายหนุ่มหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าถนนสายหลัก ประจวบกับรถตำรวจพุ่งออกมาจากซอยด้านหน้าพอดีทำให้คันด้านหลังต้องหักหลบจนเสียหลัก รถคันที่เหลือยังคงขับตามมาติดๆ คราวนี้ไม่ใช่แค่ซีไอเอแต่ยังมีพวกตัวน่ารำคาญอย่างตำรวจสากลตามมาด้วย

เสียงไซเรนที่แสนจะบาดหูยังคงดังขึ้นไล่หลังอย่างต่อเนื่อง เขาตัดสินใจขับขึ้นทางด่วน ขาเรียวเหยียบคันเร่งจนเกือบมิดส่งผลให้รถพุ่งทะยานไปด้านหน้าทิ้งระยะห่างพอสมควร

แต่การหลบหนีในครั้งนี้คงไม่ง่ายอย่างที่หวัง รถของซีไอเอเร่งมาเทียบกับรถเขา มันพยายามเบี่ยงรถมากระแทกให้เขาเสียหลัก "เวรเอ้ย!" ลีโอสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาหักพวงมาลัยไปทางซ้ายเล็กน้อยก่อนจะจงใจหักขวาเต็มกำลัง

โครม!

รถคันดังกล่าวกระเด็นไปกระแทกเสาหลักและร่วงหล่นจากสะพาน ใจเขาเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ถ้าหักกลับมาช้าอีกเสี้ยววินาทีล่ะก็....คงตกสะพานลงไปนอนเป็นเพื่อนด้วยแล้ว

ราวกับมีคนจงใจ รถที่เหลือของซีไอเอลดความเร็วลงและปล่อยให้พวกตำรวจสากลเป็นฝ่ายไล่ตามเขาแทน แต่กว่าจะรู้เหตุผลก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะหลังจากลงจากสะพาน สายตาดันไปเห็นด่านจับที่ตั้งอยู่ไกลๆระยะไม่เกินห้าสิบเมตร

ไอ้พวกหมาหมู่! ซีไอเอฉลาดกว่าที่เขาคิด มันใช้รถตำรวจเป็นตัวต้อนให้เขาพุ่งเข้าหากับดักชัดๆ!

ลีโอพรูลมหายใจออกมา เขาชะลอความเร็วลงจนรถหยุดนิ่ง เจ้าตัวก้าวขาลงมาจากรถพร้อมยกมือขึ้นเหนือหัว เจ้าหน้าที่ซีไอเอเบื้องหน้ายกปืนขึ้นเล็งมาที่เขาเป็นจุดๆเดียว ส่วนด้านหลังก็มีตำรวจสากลที่ลงมาจากรถเช่นเดียวกัน

เขาหมดหนทางจะหนีแล้ว

"คุกเข่าซะ!" หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตะโกนบอก เรนเดลยอมทำตามโดยดี แต่...ไม่ใช่กับพวกซีไอเอ

มีอีกทางหนึ่งที่พอจะรอดจากคนพวกนี้ได้นั่นคือยอมมอบตัวกับตำรวจสากล อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เขาสามารถซื้อเวลาได้เพิ่มสักนิดก็ยังดี

ท้ายที่สุดเขาจึงยอมมอบตัวกับตำรวจสากล มือปืนหนุ่มถูกจับใส่กุญแจมือและพาขึ้นรถทันที เอียนที่ตามมาทีหลังมีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ลีโอทำเพียงมองคนผิวสีพยายามเจรจากับตำรวจอย่างนึกสนุก

"หมอนี่มันร้ายกว่าที่คุณคิด พวกตำรวจเอามันไม่อยู่หรอก" เจ้าหน้าที่หนุ่มพูดพร้อมบอกเหตุผล

"คุณจะว่าพวกเราว่าไม่มีศักยภาพในการทำงานงั้นเหรอ?" ฝ่ายตำรวจสากลก็ไม่น้อยหน้า ตอกกลับเช่นกัน มันเป็นเรื่องปกติของซีไอเอและตำรวจสากลอยู่แล้วที่จะชอบ 'แย่งผลงาน' กัน

คนถูกจับนั่งดูมวยยกแรกอย่างสบายใจก่อนรถตำรวจจะเคลื่อนตัวออกไปในเวลาต่อมา

นี่เขายังดูไม่จบเลยนะ!

ประตูห้องขังถูกเปิดออกก่อนตัวเขาจะถูกผลักให้เซเข้าไปด้านใน ห้องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพาเขามาเป็นห้องขังรวม ลีโอลูบข้อมือที่ถูกพันธนาการก่อนหน้าปอยๆพลางไล่สายตามองคนในห้องขังเพื่อสำรวจ

ห้องไม่ใหญ่มากมีเตียงให้นอนเบียดๆกันสามถึงสี่เตียง แต่ก็น่าแปลกเพราะมันกลับมีนักโทษอยู่แค่สองคน "ไง เด็กใหม่" คนที่ดูตัวโตสุดเอ่ยทักทาย บนหน้ามีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่อยู่ขับให้ดูน่าเกรงขามเข้าไปอีก ส่วนอีกคนที่นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้องดูพิลึกแปลกๆ ผมถูกโกนออกจนหนังศีรษะเกลี้ยงเกลาและที่แขนกลับเห็นได้ชัดว่ามีร่องรอยการทำร้ายตัวเอง

"ฉันแม็ก ส่วนหมอนั่นเปา" แม็กชี้ไปทางคนเอเชียที่นั่งกอดเข่า

"ลีโอ" แนะนำชื่อเสร็จก็หย่อนตัวลงนั่งบนเตียงที่ยังว่าง

"โดนจับข้อหาอะไรล่ะ หึ" คนมีรอยแผลเป็นถาม เรนเดลนิ่งเงียบ ถ้าจะให้พูดออกมาก็คง...ไล่ไม่หมด

"ฆ่าคนตาย" มันดูเป็นคำตอบที่เบสิคสุดๆแล้วแหละ

นักโทษตัวโตร้องอ๋อก่อนจะบอกข้อกล่าวหาของตัวเองและของคนชื่อเปา "ฉันโดนข้อหาฆ่าคนโดยไม่เจตนา ส่วนหมอนี่ฆ่าข่มขืนน่ะ" ลีโอได้แต่คิดในใจ ข้อหามันควรจะสลับกันมากกว่า...




#talk

ซอรี่ที่มาช้าเด้อค่าาา หมาแอบหนีไปเที่ยวกระบี่มา อิอิ พักผ่อนหย่อนใจ~

ความคิดเห็น