พาพราว

:)

บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 100%

ชื่อตอน : บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 408

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 23:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 100%
แบบอักษร

“อีข้อที่ให้หา AC คิดได้ 1.4 ไหม”

“เฮ้ยยย...เท่ากัน!” ร่มรวิยกมือขึ้นตบแปะๆ กับศิรินทันทีที่คำตอบของโจทย์ปีทาโกรัสตรงกัน

“ไม่ใช่ 1.96 เหรอ” พู่กันค้าน

“มันต้องถอดรูตก่อน” ศิรินเฉลยวิธีคิดให้

พู่กันพยายามคิดตาม “โอ๊ยยย...ผิดอีกแล้วอ้ะ จะผ่านไหม ขี้เกียจไปไฟต์ตอนไฟนอล”

กิจกรรมหลังสอบเสร็จวันแรกจบลงด้วยการนั่งล้อมวงถกข้อสอบใต้ต้นหางนกยูงริมน้ำ หากข้อไหนได้คำตอบตรงกันก็จะดีใจมาก แต่หากไม่เหมือนคนอื่นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ รอดูคะแนนออกอีกที

กระทั่งสี่โมงเย็น ร่มรวิและศิรินอาสาออกไปซื้อของกินหน้าโรงเรียน มองลอดรั้วเหล็กสีขาวออกไปก็เห็นร้านยั่วตายั่วใจยั่วน้ำลายเต็มไปหมด

“เอาหมี่ยำนะ เอานี่ด้วย เอ่อ...นมเย็นร้านป้า”

“ตังค์อ้ะ?” ศิรินแบมือ

“ออกให้ก่อน” พู่กันฝากซื้อ (แต่ไม่ฝากเงิน)

“ตลอด! พีช แกล่ะเอาไร” ศิรินถามขณะลุกขึ้นปัดเศษใบไม้ออกจากกระโปรง

“...” แพรพิชชาไม่ได้ยิน สมาธิเธออยู่ที่สนามบาสเกตบอล

วันนี้แก๊งรุ่นพี่ขาประจำเล่นกีฬาได้ถูกต้องตามรูปแบบสนาม และถึงแม้จะอยู่ในช่วงสอบก็ตาม แต่เด็กผู้ชายยังไงก็เป็นเด็กผู้ชาย ห่วงเล่นมากกว่า

เธอแอบมองรุ่นพี่ใจดีคนนั้นเป็นระยะ มีหลายจังหวะที่เขาชูตพลาด คล้ายไม่ค่อยมีทักษะทางด้านกีฬา ได้โอกาสทำแต้มหลายครั้งก็ยังแห้ว แล้วเพื่อนที่ส่งลูกให้ก็ไล่ตบหัวบ้าง ตบไหล่บ้าง ทั้งแซวทั้งด่าแต่เขาก็ยังยิ้มเฮฮา ไม่โกรธใคร คงเพราะพวกผู้ชายมักเล่นกันแรงเป็นเรื่องธรรมดา

มองพวกเขาหยอกกันก็เพลินตาดี แล้วในที่สุดพี่เขาก็ชูตลงสักที กระทบแป้นแล้วเด้งลงห่วงอย่างสวยงาม ทำเอาคนที่แอบมองตามอมยิ้มไปด้วย

เมื่อเช้าตอนที่เขาพาเธอไปส่งถึงห้องสอบ หลังเธอเอ่ยขอบคุณ เขาก็ทิ้งท้ายไวๆ ว่า “ตั้งใจล่ะ โชคดี”

ก่อนจะยิ้มกวนๆ แล้ววิ่งหายไป...

“พีช พีช อีพีช!”

“อะไร!?” คนเหม่อสะดุ้ง หันไปแว้ดใส่พู่กันที่จู่ๆ ก็มาตะโกนข้างหู

“แกนั่นแหละอะไร วันนี้แปลกๆ” ถามพร้อมทั้งหรี่ตาจับผิดเพื่อนสนิท

“แปลกอะไร” เมื่อโดนต้อนก็ย้อนถามคืนอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

พู่กันทำปากขมุบขมิบเลียนแบบเพื่อนอย่างน่าหมั่นไส้ ยักไหล่ไปมา “ไอ้เซ่มันจะไปหน้าโรงเรียน จะเอาอะไร”

แพรพิชชาเลยตอบส่งๆ ไปเท่าที่คิดออก ก่อนจะเฉไฉสายตาหนีเพื่อนสนิทที่ยังจ้องไม่เลิก “อะไร...”

“ตะกี้แกมองไปทางนั้น มองใคร” พู่กันจี้ถาม บุ้ยหน้าไปทางสนามบาสเกตบอลที่มีรุ่นพี่กลุ่มใหญ่กำลังวิ่งกันให้ควั่ก ลูกบาสสีส้มกระเด้งกระดอนเข้ามือคนนั้นทีคนนี้ที ซึ่งหนึ่งในนั้นมีขวัญใจเธอรวมอยู่ด้วย

“มองเสาไฟ”

“สาบานขอให้สอบตก?”

“เออ!” เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่มีวันสอบตก

“คนไหน บอกมาดีๆ พี่ดัง?” พอเพื่อนส่ายหน้าเธอก็ทายไปเรื่อยๆ กระทั่งชื่อสุดท้าย “อะไร? พี่กานต์เหรอ”

“โอ๊ย...ไร้สาระ”

“อย่านะแก ไม่งั้นมีตบ เพื่อนก็เพื่อนเหอะ”

คนฟังเลิ่กลั่กไปพักหนึ่ง แล้วจึงถามเสียงอ่อย “ตบเลยเหรอ”

“นั่นไง! กูว่าละ แกชอบพี่กานต์เหรอพีช จริงๆ ด้วย” พู่กันโวยวายเสียงดัง ถึงขั้นลุกขึ้นยืนพรวดพราด ต้องเป็นผลจากการที่เธอเอาแต่เพ้อถึงพี่กานต์ให้เพื่อนฟังทั้งวันแน่ๆ

“เฮ้ย!!!” แพรพิชชารีบตะปบปากเพื่อนแล้วล็อกคอให้นั่งลง เค้นเสียงต่ำ “จะบ้าเหรอ” ตกใจจนลืมไปเลยว่าเจ็บเท้าอยู่

แม้บริเวณม้านั่งก่อปูนริมสระน้ำนี้จะห่างจากสนามบาสเกตบอลพอสมควร แต่ก็คั่นด้วยสนามหญ้าซึ่งโปร่งโล่งพอที่เสียงเมื่อครู่อาจจะลอยไปเข้าหูรุ่นพี่ชายได้

“แออ้อบอี้อาน”

“ไม่ได้ชอบ!” คนโดนกล่าวหาย้ำหนักแน่น แล้วจึงปล่อยเพื่อนชอบมโนให้เป็นอิสระ

“ชอบ! แกชอบ!”

“ก็บอกว่าไม่ได้ชอบไง!”




​​





ความคิดเห็น