Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 36 Questions

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 36 Questions
แบบอักษร

 

Chapter 36 Questions 

“อคิราห์ คุณอคิราห์ครับ” ลุคเอ่ยถามเด็กหนุ่มที่นั่งเหม่อลอยอยู่สักพักเป็นรอบที่สาม ในที่สุดอีกฝ่ายตอบสนองคำพูดของเขาในตอนที่เขากำลังจะยกมือขึ้นแตะบนหัวไหล่

“ครับ มีอะไรเหรอครับ”

“เหงื่อคุณออกเยอะมาก หน้าก็ดูซีดๆ กลับไปพักผ่อนก่อนมั้ยครับ”

“ไม่ครับ ผมไม่เป็นไร”

ลุคมองดูคนที่นั่งอยู่ด้วยกันอย่างเป็นห่วงหลังจากที่เห็นความผิดปกติบางอย่าง หากแต่เมื่ออคิราห์รู้สึกตัว ท่าทางของเด็กหนุ่มที่แสดงออกมาทำให้เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตารึเปล่า

“ห้องน้ำไปทางไหนเหรอครับ”

“ตามผมมาเลยครับ” ลุคเดินนำไปทันทีโดยที่อคิราห์ยังไม่ทันได้ปฏิเสธ เขาก้มหน้าเป็นเชิงขอบคุณก่อนที่จะเดินเข้าไป เด็กหนุ่มเดินไปที่อ่างล้างหน้า เขาเปิดน้ำล้างหน้าล้างตาจนเปียกโชก มือกุมขอบอ่างแน่น สายตาของเขาจ้องมองเข้าไปในกระจกที่พร่ามัวเต็มไปด้วยหยดน้ำ

ในนั้น เขาเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง หากแต่เด็กหนุ่มในกระจกตอนนี้กลับมีสภาพดูไม่จืดเอาเสียเลย เขามองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิท มองเห็นใบหน้าคร้ามเคร่งของชายวัยสี่สิบกว่าที่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์ที่พบเจออย่างไรดี

เวลานี้ไม่ใช่แค่เซจ...แต่เขาคืออคิราห์ หากทำได้เขาอยากจะเดินเข้าไปคุยกับเฮกแล้วบอกหมอนั่นว่าเขาคือเซจ แล้วให้อีกฝ่าย รีบออกไปจากที่นี่ซะ แต่เขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเอาเสียเลย ชีวิตของเฮก ถูกกำหนดเอาไว้แล้วด้วยกฎของโรส ขีวิตแลกชีวิต หากทำไม่สำเร็จ ก็จงมอบชีวิตมา...

และคนที่อีกฝ่ายถูกส่งมาฆ่า สำหรับเป้าหมายที่องค์กรยอมเสี่ยงให้มือสังหารอันดับต้นๆมาปฏิบัติการขนาดนี้ย่อมเป็นใครไปไม่ได้เลย

มิคาเอล 

ก๊อกๆ 

“คุณอคิราห์ เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

เด็กหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ เขาเดินออกไปจากห้องน้ำและทันทีที่ลุคมองเห็นสภาพของอีกฝ่ายเขาก็ต้องเอ่ยถามออกมาอย่างเป็นกังวล

“เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมตัวเปียกขนาดนี้”

“ผมรู้สึกไม่สบาย เรากลับกันเถอะครับ” อคิราห์เดินไปบอกลาชายหน้าบากพลางกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างไม่มีจุดหมาย ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังมองดูอะไรแต่เขารู้ดี...คนๆนั้นยังมองมาที่เขาเช่นเดิม

‘ฉันจะทำยังไงกับนายดี

 

เด็กหนุ่มเดินกลับไปที่ห้องนอนของมิคาเอลอย่างเงียบๆ ถึงแม้ว่าอคิราห์จะดูนิ่งเฉยอยู่เป็นนิจแต่บรรยากาศอึมครึมและท่าทางราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาก็ทำให้ชายหนุ่มที่ติดตามเขาอยู่ตลอดสังเกตเห็น หลังจากมองดูอคิราห์เดินเข้าห้องนอนไปลุคจึงเดินไปรายงานเจ้านายทันที เขาเล่าเหตุการณ์ต่างๆอย่างคร่าวๆ ให้คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานฟัง แม้ว่าเจ้านายของเขาจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาแต่ก็มั่นใจได้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดตามสิ่งที่เขาพูดอยู่แน่นอน

“นายกำลังบอกว่าหลังจากที่ดูใครสักคนขึ้นไปสู้บนเวที อคิราห์ก็ดูแปลกไปเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง”

“ครับ เป็นคนใหม่ที่เข้ามาเมื่อสองเดือนก่อน ฝีมือพอใช้ แต่ก็ยังไม่ดีนัก ผมอาจจะคิดไปเองเพราะดูยังไงพวกเขาก็ไม่มีความเชื่อมโยงใดๆต่อกันเลย”

มิคาเอลเคาะปากกาลงบนโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด ผ่านไปเกือบนาที ในที่สุดก็เอ่ยออกมา “ไปสืบมา อีกอย่าง...ให้คนจับตาดูหมอนั่นไว้ให้ดี”

“ครับท่าน”

มิคาเอลนั่งอยู่ในห้องทำงานอีกครู่ใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปยังห้องนอนที่อยู่ไม่ไกล ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งห้อยขามองท้องฟ้าด้านนอกอยู่บนเตียงก็ย้ายสายตากลับมามองเขาแวบหนึ่ง หลังจากที่เห็นว่าเป็นใครก็หันกลับไปเหมือนเดิม

หากเป็นเวลาปกติมิคาเอลคงต้องพูดอะไรออกมาสักอย่างหลังจากที่ถูกเมินเฉย แต่เวลานี้เขาเลือกที่จะเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเงียบๆ เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่า ทั้งเสื้อผ้าและศีรษะของอคิราห์ยังชื้นอยู่

“เกิดอะไรขึ้นที่รัก ใครทำให้เธอไม่พอใจไหนบอกฉันมาซิ” ชายหนุ่มเดินไปหยิบผ้าขนหนู ก่อนที่จะเดินกลับมาเช็ดผมให้คนที่ยังนั่งเหม่อมองไปด้านนอกเช่นเดิม

“เปล่าครับ ผมแค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”

“เรื่องอะไร ฉันช่วยได้รึเปล่า”

“ไม่ครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

“งั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ก็เลิกทำหน้าแบบนี้แล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ดูหน้าตอนนี้สิดูไม่ได้เอาเสียเลย” เขาพูดไปพลางวางมือจากการเช็ดผมให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นยืดแก้มของเด็กหนุ่มไปมาจนใบหน้ายับย่น มิคาเอลมองดูใบหน้านั้นก่อนที่จะหัวเราะออก

ฝ่ายคนที่ถูกรบกวนก็พยายามสะบัดหน้าที่กำลังโดนทำร้ายจนเป็นรอยแดงเป็นปื้นออกก่อนที่จะส่งสายตาไม่พอใจไปให้

นอกจากจะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วชายหนุ่มยังดึงตัวคนที่นั่งอยู่ขึ้นมาอีกด้วย “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วอคิราห์ ก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยน”

เด็กหนุ่มรีบเดินออกไปทันที หากแต่จู่ๆเขาก็หยุดชะงักลง “ถ้ามีวันหนึ่ง...ที่ผมทำบางอย่าง บางอย่างที่ไม่ดีต่อคุณมาก คุณจะยังรักผมมั้ย” อคิราห์หันกลับมามองคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม แม้ว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจะฟังดูเหมือนคำถามทั่วไป แต่มิคาเอลก็สัมผัสไดัถึงความจริงจังในแววตาของเด็กหนุ่มที่กำลังรอฟังคำตอบ

จะว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าก็ไม่ใช่ ยิ่งนานเท่าไหร่อคิราห์ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเท่านั้น จนในที่สุดมิคาเอลก็ตอบออกมา “ฉันจะไม่โกหกว่ายังไงฉันก็ยังรักเธอ ฉันบอกไม่ได้เพราะเวลานั้นมันยังมาไม่ถึง แต่ที่แน่นอนคือมันคงทำให้ฉันเสียใจมาก” เขาเงียบไปพักหนึ่งเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย “และมันจะไม่มีวันนั้นใช่มั้ย”

เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากด้านในแน่นก่อนที่จะตอบออกไป “ครับ”

อคิราห์รีบหันหลังเดินเข้าห้องแต่งตัวไป ฝ่ายชายหนุ่มที่ยังยืนอยู่ที่เดิมก็มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

 

อีกด้านหนึ่ง หลังจากออกมาจากห้องทำงานของเจ้านาย ลุคก็จัดการเรื่องที่มิคาเอลต้องการทันที ในระหว่างที่กำลังเดินคุยโทรศัพท์ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหมอหนุ่มที่กำลังเดินสะโหลสะเหลพร้อมแก้วกาแฟในมือเปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองไป และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายก็หันมาเห็นเขาพอดี

“ดี” ชายหนุ่มในชุดคลุมพร้อมรองเท้าสลิปเปอร์คู่ใจยกมือขึ้นทักทายคนที่กำลังเดินมา ลุคพยักหน้าให้แต่ไม่ได้เอ่ยทักทายใดๆเพราะเขากำลังติดสายอยู่

หลังจากที่เห็นคนที่เดินมาเรเวนก็ไม่ยอมเดินเข้าห้องไปแต่เปลี่ยนเป็นยืนรอให้ลุคเดินมาแทน เมื่อชายหนุ่มที่ยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จเดินมาใกล้ เขาก็เดินไปหาก้มหน้าลงซุกกับไหล่ของอีกคนพลางบ่นออกมา “เหนื่อย”

ฝ่ายคนที่กำลังคุยธุระก็ต้องชะงักแต่ก็ยังยอมให้อีกฝ่ายวางศีรษะกับไหล่อยู่ดี เส้นผมสีเงินที่เกลี่ยอยู่ข้างลำคอทำให้รู้สึกแปลกๆนิดๆ เขายืนคุยอยู่อีกไม่นานก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า มืออีกข้างก็ช่วยประคองแก้วกาแฟในมือของพี่ชายผมเงินที่ดูท่าจะร่วงลงพื้นตลอดเวลา “กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ คุณดูไม่ไหวแล้วจริงๆ”

“นายเรียกฉันว่าอะไรนะ”

“ครับ พี่เรเวน เมื่อเช้าผมก็บอกให้พี่ไปนอนแแล้วนี่ครับ ทำไมไม่เคยยอมฟังที่ผมพูดบ้างเลย”

“งานยังไม่เสร็จน่ะ ไหนจะเรื่องงานเลี้ยงบ้าบอที่น่าจะเลิกๆไปได้แล้วนี่อีก นายเอาเวลาบ่นฉันไปบอกให้เจสันรีบกลับมาทำงานของตัวเองเถอะ” ชายหนุ่มพูดไปพลางยกแก้วกาแฟขึ้นซดอึกๆก่อนที่จะผลักประตูที่พึ่งเปิดค้างเอาไว้เข้าไป

“แล้วนั่นนายจะไปไหนน่ะ” เรเวนหันกลับไปเรียกคนที่กำลังจะเดินจากไป

“สั่งงานคนของผมครับ”

“เมื่อกี้นี้ยังสั่งทางโทรศัพท์ได้เลยนี่ ฉันรู้สึกเมื่อยไปหมด นายมานวดให้หน่อยสิ”

“ให้คุณพ่อบ้านแม่บ้านนวดให้ก็ได้นี่ครับ”

“เฮ้อ จริงสินะ ตอนนี้นายก็โตแล้ว มีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ เอาเถอะฉันเข้าใจแล้ว นายกลับไปทำงานของนายเถอะ” พูดจบเขาก็หันหลังปิดประตูไปอย่างซึมๆ

ลุคยืนมองดูบานประตูสีน้ำตาลเข้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเคาะประตูขออนุญาตเข้าไป

“เชิญ”

ตรงหน้าของลุคคือคนที่กำลังนั่งพักสายตา เท้าสองข้างพาดอยู่บนโต๊ะ ไม่แม้แต่จะผงกหัวขึ้นมาดู ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของอีกฝ่ายก็ดังก้องทำให้คนตรงหน้าต้องคว้ามันขึ้นมารับสายทังที่ยังหลับตา เรเวนคุยกับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงรัวเร็วผิดกับท่าทางเอื่อยเฉื่อยที่เจ้าตัวแสดงออกมายามปกติอย่างมาก ไม่นานชายหนุ่มก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสของใครบางคนที่ไหล่และลำคอ เรเวนทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาคุยโทรศัพท์สายแล้วสายเล่าจนในที่สุดการสนทนากับสายสุดท้ายก็สิ้นสุดลง “อืม ดีมาก นายไม่ไปสั่งงานแล้วรึไง”

“คุณดูเหนื่อยมาก ผมมาดูคุณก่อนดีกว่าครับ”

“เฮ้อ ไม่เห็นต้องเสียเวลาเลย แต่ก็ดี ไหนๆแล้วก็นวดหลังให้ฉันด้วยแล้วกัน” ชายหนุ่มพูดพลางลุกขึ้นถอดเสื้อคลุมเดินไปที่เตียง แค่นั้นยังไม่พอ เขายังถอดเสื้อยืดย้วยๆ ด้านในออกแล้วนอนแผ่หราให้คนที่กำลังเดินตามมาช่วยนวดให้

ลุครู้สึกแสบตาไปพักหนึ่ง เขาเดินมานั่งด้านข้างเตียงจัดการกดมือลงไปบนกล้ามเนื้อด้านหลังของอีกฝ่าย

“อืม แบบนี้สิเยี่ยม ถ้าฉันหลับเมื่อไหร่นานก็ไปได้เลยนะ”

“ครับ” เขาตอบพลางมองดูร่างกายสีขาวซีดเซียวตรงหน้า ตั้งแต่เด็กหลังจากที่เรเวนกลับมาเมื่อครั้งนั้นก็แทบจะไม่เคยเห็นคนๆนี้ออกไปไหนอีกเลย ทำให้อีกฝ่ายดูขาวซีดเหมือนคนป่วยแทนที่จะเป็นหมอตลอดเวลา แต่ลุคก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้ ทั้งที่เป็นแบบนั้นกล้ามเนื้อที่ควรมีก็ยังคงมีและดูหนั่นแน่นไม่เบา

ในใจเขาได้แต่คิดว่า...ไม่ควรมองคนจากรูปลักษณ์ภายนอกจริงๆ 

มองดูคนที่ลมหายใจสม่ำเสมอ ลุคหยุดมือลงแล้วลุกขึ้น และในตอนนั้นเองลำแขนข้างหนึ่งก็วาดขึ้นมากักขังช่วงเอวของเขาเอาไว้ เขาก้มลงมองดูแขนข้างนั้น ตัดสินใจว่าจะจัดการกับมันอย่างไร แต่สุดท้ายก็ได้แต่นั่งอยู่นิ่งๆ ตรงนั้นพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจัดการกับข้อมูลต่างๆที่คนของเขาส่งมาไปเรื่อยๆตลอดช่วงเช้า 

. 

To be con 

---------------------------- 

Talk 

ตอนนี้เหมือนไม่มีไรมาก เป็นช่วงปูทางสู่ความหายนะ ช่วงแรกเปิดมาด้วยความอึดอัด ส่วนช่วงหลังน้านนนนน ภายใต้ความเฉื่อยแฉะและเสื้อคลุมอยู่บ้านของคูมหมอนั้น คือหนุ่มกล้าม55555** 

ความคิดเห็น