ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่11 จุดจบ END

ชื่อตอน : ตอนที่11 จุดจบ END

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 566

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 22:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่11 จุดจบ END
แบบอักษร

ตอนที่11

จุดจบ

ภายในห้องนอนของแวมไพร์หม่านๆ คู่รักคู่หนึ่งกำลังคลอเคลียกันอย่างดูดดื่มอยู่บนที่นอนผืนใหญ่ หนึ่งคือหนุ่มหน้าหวานที่เพิ่งกลายเป็นแวมไพร์ อีกหนึ่งคือชายธรรมดาเป็นเพียงมนุษย์แรงน้อย แต่เขาคือผู้เดียวที่กุมหัวใจของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ

จ๊วบ จ๊าบ

เสียงจูบปากกันดูดดื่มคือเครื่องยืนยันความรักของทั้งสองและในเวลานี้ทั้งสองมีความปรารถนาแรงกล้าต่อกัน

ฟึ่บ

โครม

มือบางของคนมีพลังเอื่อมไปจับหัวเตียงแน่นเพื่อเป็นการระบายความต้องการ แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงดันเกิดขึ้นเมื่อไม้สักอย่างดีแตกหักคามือ ทำให้การกระทำของทั้งคู่หยุดชะงัก

แววตากลมโตไหววูบ ดันร่างคนรักออกห่าง

“โอเค พี่โอเค” ชนาดึงคนรักที่ผลักออกให้มานั่งบนตัก จูบคลอเคลียผิวเนื้อเย็นไม่ห่าง

“พี่โชน ไม่” คนตัวเล็กแต่แรงเยอะกว่าพยายามเบี่ยงตัวหลับ พยายามไม่แตะต้องคนรักสุดความสามารถ กลัวเหลือเกินหากออกแรงผลักอีกฝ่ายมากเกินไปเขาจะกระดูกหัก

“มันจะผ่านไปได้ด้วยดี พี่เชื่อใจข้าว” ไม่ใช่ว่าอยากทำเรื่องอย่างว่าจนไม่สนใจอะไร เพราะเขารู้ดี หากปล่อยให้เรื่องจบลงแบบนี้ ข้าวกล้าจะกลัวจนไม่กล้าแตะต้องเขาอีก และเขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น

จุ้บๆๆๆ

แกล้งจุ้บที่แก้มใสหลายๆ ครั้งจนคนด้านบนรู้สึกผ่อนคลาย

มือหนาลูบไล้ไปตามผิวกายขาวซีด ปลุกปั่นอารมณ์รัญจวนอีกครั้ง หลอกล่อชักนำให้คนด้านบนหลงกลยอมบดเบียดผิวเนื้อเข้าหา กลืนกินท่อนเนื้อของเขาเข้าไปจนหมด

สองมือเล็กตะเกียดตะกายหาที่จับ บีบเนื้อไม้จนแหลกเละคามือเพื่อระบายอารมณ์หวาม ขยับเขยื้อนเร่งเร้าสัมผัส นำพาทั้งสองไปถึงอีกฟากของความสุขให้เร็วที่ทุก

แฮก แฮก แฮก

ร่างหนาฟุบตัวลงนอนแผ่หลาบนฟูกนุ่มนิ่ม หายใจเหนื่อยหอบกับพายุอารมณ์ที่เพิ่งจบลง คนตัวเล็กจูบซับไปตามมัดกล้ามอย่างแผ่วเบาเหมือนปลอบประโลม ผิวเนื้อที่ขึ้นสีบอกให้รู้ว่าเขาเผลอทำให้อีกฝ่ายเจ็บ

“เจ็บหรือเปล่า” ลูบไล้แผ่วเบาที่ข้อมือแกร่ง

โชนมองตาม เขาตกใจนิดหน่อยที่เห็นรอยแดงตรงข้อมือ แต่ดูเหมือนว่าข้าวกล้าจะกังวลมากกว่าเจ้าของหลายเท่า ต้นแขน หัวไหล่ ที่คนตัวเล็กเผลอจับเพื่อระบายอารมณ์มีแต่รอยช้ำเต็มไปหมด

“ผมขอโทษ” พูดจบก็ผละออก ถอยห่างไปนั่งอีกฝั่งของเตียง

“พี่ไม่ได้เป็นอะไร” คนพี่ไม่เป็นอะไรจริงๆ มันก็แค่รอยช้ำ ไม่กี่วันก็หาย

ความกังวลเข้ามากลืนกินจิตใจคนน้อง เขาไม่สามารถควบคุมแรงของตัวเองได้เลย

“มานี่มา” โชนขยับไปใกล้ข้าวกล้า ดึงรั้งคนตัวเล็กเข้ามากอดปลอบ “เป็นข้าว เจ็บแค่ไหนพี่ก็ยอมได้”

“ผมรักพี่มากนะครับ” คนตัวเล็กกอดตอบ น้ำตาพลันไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขารู้สึกผิดที่ทำให้คนรักต้องเจ็บ

“พี่มากนั่นเรื่องแม่นาค เราเป็นแวมไพร์นะ ไม่ใช่ผีตายทั้งกลม”

ปั่ก

ถูกฝ่ามือเล็กตีเบาๆ ที่ท่อนแขน มุขห้าบาทสิบบาทก็ยังจะเล่น

1 สัปดาห์ต่อมา

โนวี่กลายเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของอะลัว เขาออกล่า ฆ่าผู้คนกลางวันแสกๆ อย่างไม่เกรงกลัว

ผู้คนมากมายล่มตายกันอย่างไม่ทราบสาเหตุ ข่าวด่วนรายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นตลอดทุกต้นชั่วโมง บ้างสรุปว่ามีสัตว์ดุร้ายหลุดออกมาจากป่าและตอนนี้แอบซ่อนอยู่ในเมือง บ้างบอกว่าเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่อง

“เจ้าพร้อมหรือยัง” อะลัวถามโนวี่ ตอนนี้เขามีพละกำลังแข็งแกร่งจากการดื่มเลือดมนุษย์

“ข้าพร้อม นายท่านมอบชีวิตใหม่ให้แก้ข้า ชีวิตของข้าเป็นของนายท่าน” โนวี่นั่งคุกเข่า ก้มหัวลงคำนับ

“เราจะยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน อีกไม่นานโลกทั้งใบก็จะตกเป็นของข้า” อะลัวลูบหัวโนวี่ด้วยความรักใคร่ เขาจะครองตัวเป็นราชาและมีโนวี่เป็นราชินี ทุกชีวิตต้องสยบแทบเท้า

“ท่านจะต้องทำสำเร็จ ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน”

“สายของเรารายงานว่าคืนนี้พวกอะลัวจะเปลี่ยนคนทั้งเมืองให้เป็นพวกเดียวกับมัน” วู้ดรายงาน

ทั้งวู้ดและไทน์เพิ่งได้รับคำอนุญาตจากพี่หมอก ทั้งสองจึงสามารถเข้ามาในบ้านของข้าวกล้าได้

“พวกมันจะกระจายกำลังไปตามสถานท่องเที่ยวกลางคืน” ไทป์เสริมพร้อมส่งแผนผังที่มาร์คจุดที่พวกมันจะไปให้ทุกคนดู

“ท่านฟรานซิลกำลังเดินทางมาที่นี่พร้อมกำลังพล” วู้ด

“ครั้งนี้พวกเราต้องกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก รวมทั้ง...โนวี่” ฟรองซัวหมายมั่น แต่ท้ายประโยคเสียงแผ่วจนน่าใจหาย

ปุๆ

“มึง ไหวป่ะวะ” ข้าวกล้าตบไหล่เพื่อนเพื่อให้กำลังใจ เขาเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่ลึกๆ ก็ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมพี่เก้าถึงเลือกทรยศพวกเรา

“ผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มียกเว้น ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ความถูกต้องต้องมาก่อนเสมอ” ฟรองซัวว่าเสียงแข็ง เขาเคยทิ้งหน้าที่เพื่อตามหาความรักมาแล้วครั้งหนึ่ง และสิ่งที่เขาได้รับคือการหักหลัง

ครั้งนี้เขายึดความถูกต้อง ถึงเวลาที่เขาต้องทำหน้าที่ของท่านผู้นำ

ความสงบสุขของโลกมนุษย์สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

“พี่จะไปด้วย” ชนากุมมือเล็กของคนรัก เขาไม่ยอมให้ข้าวกล้าต้องไปต่อสู่กับพวกมันเพียงลำพัง

“ไม่ได้” ข้าวกล้าค้านเสียงแข็ง “พี่ต้องหลบอยู่ในบ้าน”

บ้านถือเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด หากไม่อนุญาตให้เข้า ต่อให้มีพลังมากเพียงใดก็ไม่สามารถเข้ามาในบ้านได้

“แต่พี่...”

“แต่พี่เป็นแค่มนุษย์ ถ้าพี่เป็นอะไรไปแล้วผมจะอยู่ยังไง” ข้าวกล้าก็มีพลังอยู่บ้าง ถึงแม้จะต่อสู้ไม่เก่งเท่าฟรองซัวแต่ก็พอสู้กับแวมไพร์ตัวอื่นได้

แต่คนรักของเขาไม่มี

“ครั้งนี้พี่โชนต้องฟังข้าว ถ้าพี่ดื้อจะทำให้ข้าวยิ่งเป็นห่วง แล้วข้าวจะไม่มีสมาธิสู้กับพวกมัน” พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามขอร้องให้อีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน

“เชื่อข้าวเถอะโชน” พ่อของโชนเดินคู่มากับพ่อของข้าวกล้า ตอนแรกที่ท่านทั้งสองรู้ความจริงก็แทบลมจับ แต่ก็ปรับตัวได้ ทั้งคู่จึงทำตามที่ฟรวงซัวบอก คือให้ทุกคนหอบงานกลับไปทำที่บ้าน สั่งงานผ่านอีเมลล์และประชุมผ่านการวีดีโอคอล เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งตัวเจ้าของบริษัทและพนักงาน แม้แต่คนงานในบ้านทั้งสองก็ให้กลับไปพักร้อนที่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัด กว่าจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ได้ไล่ออกก็เสียน้ำตาไปหลายหยด

ฟรองซัวกับข้าวกล้าพากันออกไปซื้อของใช้จำเป็นมาตุนไว้เต็มครัว ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านได้ตลอดทั้งเดือน ที่เพิ่มเติมคือมีถุงเลือดที่แช่ไว้ในถังที่เพิ่มขึ้นมาอีกใบ มันเป็นเลือดที่ฟรองซัวไปซื้อมาจากโรงพยาบาล

ตอนนี้ชนากับพ่อย้ายมาอยู่ที่บ้านข้าวกล้าเป็นการชั่วคราว จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลง จะไม่มีใครออกไปนอกบ้านทั้งนั้น แม้แต่แวมไพร์อย่างพวกเขายังต้องระวังตัว

“แต่พ่อ...”

“เราอย่าทำให้น้องลำบากใจเลยนะ” พ่อของข้าวกล้าช่วยพูด

“พี่เชื่อว่าข้าวจะต้องปลอดภัย ทุกคนต้องทำสำเร็จ” หมอนช่วยพูดอีกแรง

“ก็ได้ครับ”

“แล้วพวกเจ้ากองทัพจะมาตอนไหน” พ่อของข้าวกล้าถามถึงเพื่อนสนิทลูกชาย

กองทัพและเสือกลับเข้าไปในป่าอีกครั้งเพื่อรวบรวมกำลังมนุษย์หมาป่า และจะส่งกำลังเข้ามาในเมืองทันทีที่คนทางนี้ติดต่อไป

“ใกล้ถึงแล้วครับพ่อ” ข้าวกล้าตอบ เพราะเมื่อครึ่งชัวโมงที่แล้วภูผาโทรมาบอกว่าออกมาจากเขตป่าแล้ว

“พวกเราต้องชนะ” พี่หมอนฮึกเหิมราวกับจะไปรบเสียเอง แต่ก็เรียกขวัญและกำลังใจให้ทุกคนไม่น้อย

กำลังพลของทุกฝ่ายเดินทางมาถึงช่วงบ่าย สถานที่รวมพลคือโรงละครขนาดมหึมา สามารถบรรจุคนนับพันที่ฟรองซัวติดต่อเช่าไว้ ทั้งแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าสงบศึกกันชั่วคราว ฟังแผนการต่างๆ อย่างตั้งใจ

จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่เวลานัดหมาย ทุกตนจึงแยกย้ายไปประจำจุดต่างๆ

ท่านฟรานซิลจะคอยดูแลทิศเหนือของเมือง เป็นจุดที่สายรายงานว่าอะลัวจะบุกไปถล่ม

ฟรองซัวดูแลทางทิศใต้ ครั้งนี้เขาจะต้องสู้กับโนวี่

ส่วนข้าวกล้าจะช่วยวู้ดดูแลทางทิศตะวันออก ในทิศตะวันตกมีภูผากับไทน์ช่วยกันดูแล

เมื่อเห็นจังหวะ แต่ละฝ่ายสั่งการให้สมาชิกในทีมลงมือ ทุกคนช่วยได้เท่าที่ช่วย เกิดความแตกตื่นกลหนเมื่อมีสงครามเกิดขึ้น มนุษย์ต่างพากันหนีตาย บ้างก็รอด บ้างก็ถูกพวกอะลัวจัดการ

“ถึงเวลาชำระแค้นสักทีนะฟรานซิล” อะลัวว่าเสียงเหี้ยม พุ่งเข้าเล่นงานฟรานซิลด้วยความโกรธแค้น

“ข้าเคยฆ่าเจ้ามาแล้วครั้งนึง จะฆ่าอีกครั้งคงไม่ใช่เรื่องยาก”

ทั้งสองผู้นำก็สู้กันอย่างดุเดือด หนึ่งคือท่านฟรานซิลแห่งอาณาจักรฟราน การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อความยิ่งใหญ่ แต่เพื่อปกป้องโลกนี้ให้สงบสุข ความลับเรื่องแวมไพร์จะต้องเป็นความลับต่อไป

อีกหนึ่งคืออะลัว แวมไพร์ที่อยากยึดครองโลกทั้งใบ พวกที่อ่อนแอเช่นมนุษย์ต้องตกเป็นทาสรับใช้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ต้องยอมก้มหัวให้เขา

ทิศใต้ของเมือง

การทำใจสู้กับคนรักเป็นอะไรที่ยาก ฟรองซัวกระโดดหลบแรงปะทะจากโนวี่ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่สามารถทำใจให้สวนกลับอีกฝ่ายได้เลย ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน

“เจ้าเคยรักข้าบ้างหรือเปล่า” ฟรองซัวถามเสียงเรียบ หลบไม้แหลมที่หวังปลิดชีพตน

“ข้าไม่เคยรักใคร คนที่ข้ารักมีเพียงท่านอะลัว” โนวี่ไม่ลดละ พุ่งตัวเข้าไปหมายเสียบไม้แหลมกลางอกอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่ฝั่งนั้นก็ยังคงหลบได้เสมอ

“ดี ข้าจะได้ไม่ลำบากใจตอนฆ่าเจ้า”

พรึบ

ฉึก

“อ้ากกกกกกกกกก”

“เอื้ออออออออออ” ละลัวถึงกลับทรุดลงไปกับพื้นเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังอีกครึ่งที่สูญเสียไป “ฟรองซัว” อะลัวเข็นเขี้ยว เขาถ่ายทอดพลังครึ่งหนึ่งเข้าไปในตัวของโนวี่ ยอมให้โนวี่ไปสู้กับฟรองซัวเพราะคิดว่าไม่ว่ายังไงมันก็ไม่มีทางฆ่าคนที่มันรักได้ลง แต่เขาคิดผิด เพราะตอนนี้พลังอีกครึ่งของเขาถูกทำลาย

นั่นก็หมายความว่ามันเลือกที่จะฆ่าโนวี่ มันเลือกที่จะฆ่าคนที่มันรักเพื่อปกป้องพวกมนุษย์หน้าโง่

“จบเกมสักที่เถอะอะลัว เจ้าไม่ควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป”

ทั้งสองสู้กันอีกครั้งอย่างดุเดือด แต่ด้วยพลังของอะลัวที่หายไปครึ่ง ทำให้มันเป็นฝ่ายพลาดท่า

ฉึก

ลิ้มเหล็กแทงทะลุร่างตัดขั้วหัวใจอะลัว มันล้มลงต่อหน้าฟรานซิล เหล่าสมุนพยายามกระโจนเข้ามารักษาร่างของผู้เป็นนายไว้แต่ไม่ทัน เพราะฟรานซิลจัดการเผ่าร่างอะลัวจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน

ส่วนสะมุนของอะลัวก็ถูกพวกของท่านฟรานซิลจัดการจนสิ้นซาก ลากซากมากองรวมกันแล้วจุดไฟเผ่า

สถานการณ์เริ่มคลีคลายเมื่อฝั่งดีชนะอธรรม ถึงแม้ว่าจะสูญเสียแวมไพร์และมนุษย์หมาป้าไปบางส่วน แต่พวกแวมไพร์ชั้นต่ำก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น

ข้าวกล้ากับภูผาที่อ่อนที่สุดในทีมมีบาดแผลบ้างบางจุด แต่เมื่อร่างกายได้พัก แผลก็กลับมาสมานดังเดิม

ส่วนฟรองซัวนั่งร้องไห้กอดร่างโนวี่ มองไปหน้าซีดเผือกของอดีตคนรัก เขายังทำใจไม่ได้ที่ต้องเผาร่างนี้ให้สูญสลาย

“แค่ก แค่ก เจ็บ” เสียงไอค่อกแค่กเรียกสติฟรองซัว มองเหล็กแหลมที่ยังเสียบคาอกของโนวี่ “เอามันออกไป” ใบหน้าซีดเผือกช้อนตามองคนรัก เจ็บจนจะขาดใจ

“นะ โนวี่” ฟรองซัวยังคงไม่แน่ใจ เขาฆ่าโนวี่เองกับมือ แต่ทำไมอีกฝ่ายยังไม่ตาย จะว่าเพราะยังไม่ได้เผ่าร่างก็ไม่ใช่ เพราะการฟื้นคืนของแวมไพร์ที่ถูกฆ่าต้องห่างออกไป 48 ชั่วโมง

“นี่นายจะฆ่าฉันจริงหรือไง” น้ำเสียงเหวี่ยงๆ ที่คุ้นหู โนวี่ตัวจริงเสียงจริงกลับมาแล้ว

ฉึก

มือหนาดึงเหล็กแหลมที่เสียบคาอกคนตัวเล็กออก

“อึก” โนวี่กระตุกเล็กน้อย ช้อนตามองคนรักอย่างเง้างอน

“ฆ่ากันได้ลงคอ” ต่อว่าด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง อ่อนเพลียจากการที่ร่างกายเสียเลือด

“ก็เจ้าเปลี่ยนไป”

“ก็นั่นไม่ใช่ข้า ข้าออกมาไม่ได้” คนงอนเถียงเสียงดังขึ้นกว่าลืม ถึงแม้ว่าแรงจะมีน้อยนิด

“แค่นี้เจ้าก็แยกไม่ออก ข้ารักเจ้าจะตาย ข้าจะทำร้ายเจ้าได้ยังไง” เถียงหัวชนฟ้าก่อนที่จะสลบไปเพราะหมดแรง

“โนวี่ ตื่นขึ้นมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อนนะ โนวี่” คนที่รอคอยคำว่ารักไม่ยอม ทั้งโกรธทั้งดีใจที่ได้ยินคำนั้นออกมาจากปากของคนตัวเล็ก เขย่าร่างเบาๆ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว บอกรักกับแบบนี้แล้วชิงหลับไปก่อนได้ไง

ฉึก

กัดที่ข้อมือของตัวเองจนเลือดไหล นำมันมาจ่อที่ปากเล็กให้อีกฝ่ายได้ดื่มเพื่อเพิ่มพลัง

“เฮอะ” ขึ้นเสียงในลำคอก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน พาไปที่รถ ก่อนจะขับกลับไปยังบ้านของข้าวกล้า ส่วนที่เหลือปล่อยให้คนของเขาจัดการ

“ไอ้เก้า!”

“ไอ้เก้า!”

“พี่เก้า!”

ทั้งโชน เสือ และกองทัพรีบวิ่งออกมาดู เมื่อเห็นว่าซันพาใครมาด้วยก็แปลกใจ

“ช่วยอนุญาตให้เก้าเข้าบ้านได้ที” ฟรองซัวตะโกนบอก โชนพยักหน้ารับแล้วเอ่ยชวนให้เข้าบ้าน

“สรุปไอ้เก้าเป็นพวกเราหรอ” เสือถามเป็นคนแรกหลังจากฟรองซัวพาโนวี่ขึ้นไปนอนพักบนห้อง

“ใช่ เรื่องมันยาว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”

“แล้วข้าวเป็นไงบ้าง” พี่หมอนกับพ่อที่ยืนเงียบอยู่นานถามถึงคนที่ยังไม่กลับมา

“ทุกคนปลอดภัยดี พวกเราจัดการมันได้สำเร็จ แต่ที่ยังไม่กลับมาเพราะน่าจะอยู่จัดการต่ออีกหน่อย”

“พี่ไปหาข้าวนะ” บอกกับทุกคน คว้ากุญแจรถแล้ววิ่งออกไป

“ผมไปหาพี่ภูนะ” กองทัพเองก็เช่นกัน ขับรถแซงหน้าโชนแล้วแยกไปอีกด้าน

PEUGEOT CLUB

ทางฝั่งตะวันออก ข้าวกล้ากำลังไล่ลบความทรงจำของคนที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วฝังความจำใหม่เข้าไป

และในห้องพักห้องหนึ่งของเจ้าของคลับ

“เสียงเงียบไปแล้ว พวกมันหยุดสู่กันแล้วหรอวะ” รรรรรร (ร-รรร-รร) หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเงี่ยหูฟังเสียงด้านนอกผ่านประตูห้อง

“ตัวเหี้ยอะไรกันว่ะ” ธูปลูบหนวดตัวเอง เขากำลังวิเคราะห์ว่าสิ่งที่พวกเขาเจอมันคืออะไร

“ต้องขอบคุณห้องไอ้เชี่ยโชที่ทำให้พวกเรารอดตาย” กราฟผู้รักษาชีวิตเป็นยอดคน

“กูต้องออกไปดูว่ะว่ามีใครเป็นไรบ้าง” เจ้าของคลับร้อนใจ ถึงช่วงชุลมุน พือโชจะหนีขึ้นมาหลบที่ห้องของตัวเอง แต่คลับนี้เป็นของเขา เขาต้องรับผิดชอบทุกชีวิตที่เข้ามาหาความบันเทิงในที่แห่งนี้

“ถ้ามึงไป กูไปด้วย” อามันไม่คิดห้ามเพราะรู้นิสัยเพื่อน หากออกไปแล้วต้องเจอกับพวกอะไรไม่รู้ อย่างน้อยสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียว

“กูไม่ปล่อยให้พวกมึงไปกันสองคนหรอก” กราฟรักชีวิตตัวเอง แต่กราฟก็รักเพื่อน หยิบหม้อไหกะละมัง อะไรที่พอจะเป็นอาวุธป้องกันตัวได้ส่งให้เพื่อนแต่ละคน ก่อนที่ทั้ง 5 จะย่องออกไปจากห้องอย่างระมัดระวัง

“เดี๋ยวๆ นั่นเดือนบริหาร” กราฟชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่ง เขาจำได้ว่าเป็นเดือนบริหารปีที่แล้ว เพราะเขาเป็นเดือนนิเทศพ่วงเดือนมหา’ลัย

“นี่เขายังเรียกคนแก่ๆ แบบมึงไปใช้งานอีกหรอ” ไอ้คน 6 รอแขวะได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกสถานการณ์

“ไปกันเถอะ กูสนิทกับแฟนน้องมัน กล้า” พูดจบก็พุ่งตัวออกไปไม่ดูตาม้าตาเรือ

ไม่ใช่แค่เจ้าของชื่อที่หัน แวมไพร์ทุกตนหันมาหมดเลยจ้า เพื่อนๆ ของกราฟก็วิ่งตามมาคว้าตัวไว้แต่ไม่ทัน เพราะตอนนี้กราฟเดินมาหยุดยืนตรงหน้าข้าวกล้าเรียบร้อยแล้ว อาวุธที่ดูเหมือนจะใช้การไม่ได้ก็ติดมาครบมือ

“พี่กราฟ” ข้าวกล้ายืนนิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยชื่อรุ่นพี่ปี 4 ที่เคยร่วมงานกันไม่กี่ครั้ง แต่ที่เห็นบ่อยก็เพราะเขาสนิทกับอดีตเดือนมหา’ลัย ปี3 นั่นก็คือพี่โชน

“เรามาเที่ยวที่นี่ด้วยหรอ ปลอดภัยใช่มั้ย แล้วเรื่องมันเกิดอะไรขึ้นพอจะรู้ป่ะ” เพราะมัวแต่ดีใจที่เจอคนรู้จักจึงไม่สังเกตสายตาหลายคู่ที่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขา แต่พวกเพื่อนๆ เห็น สะกิดกราฟยิกๆ

“ไอ้กราฟ กูว่าคงไม่มีอะไร พวกเรารีบไปแจ้งตำรวจกันเถอะว่ะ” 6 รอเสนอ รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงไม่รู้ เขาพอจำหน้าของคนที่ยืนอยู่แถวนี้ได้ว่าอยู่ในกลุ่มคนที่ก่อเรื่อง

“พวกพี่มาอยู่ที่นี่ได้ไง” ข้าวกล้ากำลังแปลกใจ ไม่คิดว่าจะเจอรุ่นพี่ที่รู้จัก คลับแห่งนี้อยู่ย่านเศรษฐกิจไม่ได้ใกล้มหา’ลัยที่พวกเราเรียนอยู่

“คลับเพื่อนพี่ แล้วไอ้โชนอยู่ไหน ปล่อยเมียมันให้มาเที่ยวในที่แบบนี้คนเดียวได้ไง แล้วเราได้อยู่ในกลุ่มของพวกที่ทะเลาะวิวาทหรือเปล่า” กราฟยังคงไม่สังเกตเห็นอะไรทั้งนั้น

“กล้า ไว้คุยกันวันหลังนะ เพื่อนพี่น่าจะเมาแล้ว” อามันรวบรัด ลากคอเพื่อนเพื่อออกไปนอกร้าน เขาก็พอจะรู้จักรุ่นน้องคนนี้อยู่บ้างเพราะเรียนคณะเดียวกัน เพียงแต่ไม่เคยพูดคุยกัน

“เดี๋ยวสิครับพี่โอบ ผมยังคุยกับพวกพี่ไม่จบเลย” ข้าวกล้าเรียกไว้ เขายังไม่ได้ลบความทรงจำของรุ่นพี่กลุ่มนี้

“กล้ากลับไปพักได้แล้วนะ เดี๋ยวพี่จะเรียกตำรวจให้มาตรวจในคลับ” พือโชหาทางไล่ ตอนนี้ทุกคนออกจากคลับกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงพวกเขา 5 คน กับรุ่นน้องที่กราฟรู้จัก

หมับ

“ที่คลับของพี่ถูกกลุ่มวัยรุ่นตีกัน” ข้าวกล้าจับแขนของพือโชไว้ สบตาเพื่อนของรุ่นพี่ก่อนจะพูดในสิ่งที่ต้องการ ฝังความจำใหม่ใส่เข้าไปในหัว

“ใช่ พวกวัยรุ่นมันยกพวกมาตีกันในคลับพี่” พือโชกระพริบตาปริบๆ พูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา

“ไม่ใช่โว้ยมึง...”

หมับ

“จริงครับ พี่ก็เห็นว่าพวกมันเป็นวัยรุ่น” ข้าวกล้าคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของ 6 รอ สบตากันนิดแล้วร้อยเรื่องต่อกัน

“เออ! พวกมันเป็นวัยรุ่น กูเห็นกับตา”

“ไหนมึงบอกว่า...”

“พี่ก็คิดแบบนั้นใช่มั้ยครับ” สบตากับรุ่นพี่คนที่ไว้หนวดเครา ก่อนที่พี่เขาจะพยักหน้าเพื่อบอกให้รู้ว่าคิดแบบนั้น

“แล้วกล้าเห็นพวกมันมั้ย” กราฟถาม สบตากับข้าวกล้าที่จ้องมาก่อนแล้ว

“ผมไม่เห็นครับ ผมแค่แวะมาขอเข้าห้องน้ำ กำลังจะกลับ” ข้าวกล้าฝังความคิดใหม่ใส่สมองทุกคน เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา

หมับ       

ขยับเข้าไปจับไหล่ของอามัน แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตา

อามันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มเพื่อน เพียงแค่สบตากับอีกฝ่าย ความคิดของทุกคนก็เปลี่ยนไป เชื่อสิ่งที่รุ่นน้องพูดทั้งๆ ที่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

หมับ

“เชื่อที่ผมพูด” อามันถูกจับหน้าให้เงยขึ้นมาสบตา และเขาก็เชื่อคำที่รุ่นน้องพูดอย่างสนิทใจ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้คือมีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกัน ข้าวกล้าบังเอิญแวะมาเข้าห้องน้ำ และเขาก็เดินออกไป ทิ้งไว้เพียงกลุ่มเพื่อนสนิทที่ยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น เพียงเสี้ยววินาทีก้อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง พวกของข้าวกล้าก็สลายหายตัวไปจากตรงนี้

ข้าวกล้าเดินไปขึ้นรถที่ชนาจอดรอรับอยู่หน้าคลับ บอกกับคนรักว่าเจอใครข้างใน

โชนขับรถไปเรื่อยๆ อย่างสุขใจ ในยามราตรีที่มืดสนิท มีแสงนีออนคอยให้ความสว่าง ให้ความรู้สึกเหมือนมีกลุ่มดาวรายล้อมอยู่รอบตัว

มือหนายื่นมือไปจับมือเล็กมาจูบ พาคนรักขับรถเล่นรอบเมืองก่อนจะกลับบ้านเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าวันใหม่


ทางฝั่งตะวันตกของเมือง ภูผากำลังช่วยดูแลพวกของเขาที่บาดเจ็บ การต่อสู่ในครั้งนี้ทำให้เขาสูญเสียพวกไปสิบกว่าคน รู้สึกเศร้าแทนครอบครัวของผู้สูญเสีย

“พี่ภู” กองทัพขับรถมาจอดใกล้ๆ ก่อนจะวิ่งมาหาคนรักที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“ทัพ อื้อๆ” วิ่งไปกอดคนรัก ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างอดกลั้นไว้ไม่อยู่

“ไม่เป็นไรนะครับ ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว” กองทัพกอดปลอบให้กำลังใจ

“ถ้าพี่เก่งกว่านี้...”

“พี่เก่งที่สุด ทำดีที่สุดแล้วนะ” ลูบหัวหมาป่าขี้แย นี่ขนาดมีลูกแล้วหนึ่งคนยังร้องไห้ไม่อายชาวบ้าน

“ไม่เอาไม่ร้องครับ เดี๋ยวพวกแวมไพร์หาว่าพี่อ่อนแอ” พอได้ยินอย่างนี้แล้วภูผาก็หายสะอื้น ตีหน้าขรึมเพราะกลัวเสียการปกครอง

“กลับบ้านกันเถอะครับ คิดถึงเจ้าตัวเล็ก”

ทั้งสองเดินจับมือกันไปขึ้นรถ มุ่งหน้าเข้าป่าที่ตนจากมา คิดถึงลูกน้อยที่ตอนนี้คงแอบตากับยายเล่นกับน่านฟ้าไม่ยอมหลับยอมนอน

“ถ้าพรุ่งนี้สายฟ้าตื่นสายแสดงว่าแอบเล่นดึก” กองทัพบอก เขาเหยียบคันเร่งให้รถวิ่งเร็วขึ้น ในยามค่ำคืนแบบนี้ถนนโล่ง จะขับรถเร็วแค่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ และที่สำคัญคืออยากกลับไปหาเจ้าลูกชายขี้อ้อน ส่วนขี้อ่อยเหมือนแม่หรือเปล่ายังไม่แน่ใจ


เหตุการณ์ทุกอย่างจบลง ข่าวทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับสรุปตรงกันว่าเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่อง และคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มวัยรุ่นที่ยกพวกตีกัน เพราะเกิดเหตุกลหนพร้อมกันทั่วเมือง ไม่ทราบว่าเพราะสาเหตุใด แต่หลังจากนั้นก็ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย จึงสรุปว่าคนร้ายน่าจะขัดผลประโยนช์และต่อสู้กันเอง

หลังจากโนวี่นอนพักจนอาการหายดีก็กลับเข้าป่าตามคำสั่งของท่านฟรานซิล ท่านยอมรับให้ฟรองซัวคบกันโนวี่ได้ ส่วนแวมไพร์ตนอื่นจะยอมรับมั้ยก็อยู่ที่ตัวของโนวี่เอง

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาทั้งคู่ใช้ความรู้ที่ตนมีพัฒนาอาณาจักร แวมไพร์กับมนุษย์หมาป่าสงบศึกกันถาวร อาณาเขตต้องห้ามหายไป เกิดคู่รักแวมไพร์กับมนุษย์หมาป่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่ก็มีกฎในการอยู่ร่วมกันคือห้ามล้าอาหารในเขตที่อีกฝ่ายคุ้มครองและห้ามฆ่ากัน

แวมไพร์ชนชั้นสูงบางส่วนเริ่มยอมรับโนวี่ พ่ายแพ้ต่อคุณความดีที่อีกฝ่ายทำเพื่ออาณาจักร แต่ก็ยังมีแวมไพร์หัวโบราณบางตนที่ยังไม่เปิดใจ

ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขจนอดีตผู้นำที่นั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในคฤหาสน์เริ่มเบื่อและคิดที่จะหากิจกรรมอย่างอื่นทำ

“เมื่อไหร่เจ้าจะมีหลานให้ข้า” ท่านฟรานซิลถามออกไปตรงๆ หลังจากให้วู้ดไปตามโนวี่มาพบ

“คือ...” ก็พยายามแล้วแต่เขายังไม่มา ยิ่งช่วงหลังๆ ต้องทำงานหนักทำให้ทั้งโนวี่และฟรองซัวไม่ค่อยมีเวลา เรื่องบนเตียงก็เลยพับเก็บไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว

“ข้าเบื่อ อยากเลี้ยงหลาน” คนเป็นพ่อเริ่มเอาแต่ใจ

“คือ...”

“ภายในเดือนนี้ข้าต้องได้ฟังข่าวดี” รวบรัดเสร็จสรรพ

“แต่ท่านพ่อ ข้ามีงาน”

“โยนให้คนอื่นทำไป ถ้าข้าไม่ได้ฟังข่าวดีจากเจ้า ข้าคงต้องหาคนอื่นมาทำแทน” ว่าจบก็เดินออกไปจากห้องทำงานของตัวเอง ปล่อยให้โนวี่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง

“ทำยังไงถึงจะมีลูก”

กว่าฟรองซัวจะทำงานเสร็จก็มืดค่ำ ใครว่าแวมไพร์อยู่สุขสบาย นี่เขาเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ไม่รู้ว่ามีงานอะไรเข้ามานักหนา ทั้งๆ ที่อยู่แต่ในป่า

กลับขึ้นมาบนห้องก็เห็นว่ามันมืดสนิท โนวี่คงหลับไปแล้ว เดินหายเข้าไปในห้องน้ำตามความเคยชิน ไม่อยากเปิดไฟให้รบกวนคนหลับ

ตอนนี้ที่อาณาจักรของเขามีไฟฟ้าใช้แล้ว ช่วยกันประดิษฐ์กับพวกมนุษย์หมาป่า

น่านฟ้ากับสายฟ้าอยากดูการ์ตูน คนเป็นพ่อแม่ก็จัดให้ เผื่อแผ่มาให้อาณาจักรนี้ได้ใช้ด้วย ตอนนี้มีทั้งสัญญาณโทรทัศน์และสัญญาณโทรศัพท์

ความเจริญเริ่มเข้ามา ทุกคนแต่งตัวทันสมัยขึ้น บางคนเริ่มฝึกความอดทนเพื่อออกไปทำงานในเมือง หาเงินซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ บางบ้านเลี้ยงสัตว์ไว้กินเอง แต่ถ้าเลี้ยงหมู หมา มันคงกระจอกไป

เสือ สิงห์ กระทิง แรด บลาๆๆ เลี้ยงสัตว์ใหญ่ไว้เป็นอาหาร เคยทดลองเลี้ยงหมาแมว แต่ก็ถูกจับกิน แถมยังไม่อิ่ม

ร้านที่กำลังดังตอนนี้ในหมู่แวมไพร์คือร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คนรักของเขาเป็นคนเปิด โนวี่ต้องการฝึกให้แวมไพร์ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อระงับความอยาก

อาบน้ำจากเครื่องทำน้ำอุ่นเสร็จเรียบร้อยก็นุ่งผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อไปแต่งตัว แต่ก็ถูกกระชากตัวปลิวจากคนที่คิดว่าหลับ

ตุ้บ

“นะ โนวี่จะทำอะไร” ลอยละลิ้วขึ้นมานอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ทั้งยังมีคนรักคร่อมทับอยู่ด้านบน

มือเล็กกระตุกผ้าขนหนูจนหลุด มองฟรองซัวด้วยสายตาแลดูมีเลศนัย

“ทำลูก” ว่าด้วยรอยยิ้มร้อนร้าย ซุกไซร้ใบหน้าเขาหาซอกคอขาว

“อืม โนวี่” ครางเสียงกระเซ้ารับสัมผัสวาบหวามจากคนด้านบน

“ข้าจะยัดเยียดความเป็นเมียให้กับเจ้า” และคืนนั้นตลอดทั้งคืนโนวี่ก็ได้พรากความบริสุทธิ์ที่ไม่มีเหลืออยู่แล้วจากตัวของฟรองซัว ท่านผู้นำสูงสุดแห่งอาณาจักรฟรานที่ยอมสยบแทบเท้าแวมไพร์ธรรมดาๆ ตนนี้

โนวี่เป็นเพียงแวมไพร์ที่เคยถูกจัดอยู่ในชนชั้นต่ำสุด แต่หัวใจของเขาไม่ได้ต่ำไปด้วย การแบ่งชนชั้นอาจจะกดให้เราดูต่ำลงได้ แต่ความดีงานที่มีอยู่ในตัวนั้นจะทำให้เราดูสูงขึ้น ไม่มีใครรู้ตัวของเราดีได้เท่ากับตัวเราเอง

เปลี่ยนคำด่าว่า นินทา ให้กลายเป็นพลัง

เปลี่ยนคำดูถูก ให้กลายเป็นดูผิด

ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะสั้น จงรีบกอบโกยในตอนที่ยังมีโอกาส แต่สำหรับแวมไพร์อย่างพวกเขาแล้ว

“ข้าจะรักเจ้าตลอดกาล” ฟรองซัวกระซิบคำรักริมหูเล็ก กอดกระชับโนวี่แนบอก

ความสุขของสองแวมไพร์ตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทั้งสองจะไม่แยกจากกัน

โนวี่จะไม่หนีไปจากชีวิตของฟรองซัว จะไม่ปล่อยให้เขาต้องตามหา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทั้งสองจะจับมือแล้วผ่านมันไปด้วยกัน

อีกสิบปี ร้อยปี พันปี หรือหลายหมื่นปี ฟรองซัวก็จะรักโนวี่ตลอดไป

-THE END-

กุลณัฐ|koonlanut

ปาดเหงื่อ เรื่องนี้จบแบบรวบรัดหน่อยนะคะเพราะทิ้งให้มันค้างคามานานมากแล้ว ถึงแม้ว่าจะอยากแต่งต่อ แต่ก็กลัวจะยืดยาวจนเกินไป มาลงให้อ่านพอได้ฟินสำหรับคู่ #ซันเก้า #ฟรองซัวโนวี่

ตอนจบของคู่โชนข้าวก็คือน้องข้าวของเราเป็นแวมไพร์ ส่วนพี่โชนเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่จะแต่งตอนพิเศษออกมาให้ได้ฟินกันเมื่อมีโอกาส

ส่วนคู่กองทัพภูผาเอามาแค่เบาๆ อาจจะไปฟินกันในเรื่องของพี่เสือหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่คู่นั้นก็ยังไม่มีกำหนดแต่ง ตอนนี้มีผลงานเรื่องล่าสุดให้ติดตามคือ Change แผนร้ายเปลี่ยน 'นาย' มาเป็น 'เมีย' แอบยกกลุ่มของพี่โอบมาบุกเรื่องนี้ในพือโชคลับ ไม่ต้องบอกก็รู้มั้งว่าเจ้าของร้านคือใคร ก็พือโชไงจะใครล่ะ

สุดท้ายนี้ฝากติดตามผลงานของนักเขียนด้วยนะคะ ใครที่หลงเข้ามาอ่านเรื่องนี้อาจจะงงหน่อย เพราะเนื้อเรื่องต่อยอดมาจาก **อ้อน(อ่อย)รัก...น้องรหัส <span id="redactor-inline-breakpoint"></span>**​ฝากตามด้วยนะ

ปล. เรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรีนร้า แต่รวบรัด ขอไถ่โทษด้วยการไม่ติดเหรียญ (กระซิบๆ เรื่องพี่โอบก็ไม่ติดเหรียญนะเธอ ไปอ่านเถอะนะ ช่วยกันเม้นเป็นกำลังใจให้เค้าด้วย จะได้มีแรงแต่งต่อ)

ปล.1 ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกกำลังใจนะคะ อยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไปนร้าาาาาาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น