พาพราว

:)

บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 50%

ชื่อตอน : บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 465

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 21:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 F4 โรงเรียน | 50%
แบบอักษร

ยิ่งสูงยิ่งหนาว

ยิ่งหิวข้าวก็ยิ่งไม่มีสมาธิเรียน

แพรพิชชานั่งติดหน้าต่าง เท้าคางฟังอาจารย์พิกุลแก้วอย่างเลื่อนลอย นับถอยหลังรอเวลาพักเที่ยง เสียงถุงพลาสติกดังกรอบแกรบอยู่ไม่ไกล

“โอโจ้ป้ะ” พู่กันที่นั่งข้างๆ กระซิบถามแบบไม่ขยับปาก

“หึ” ปฏิเสธพร้อมเหลือบตามองอาจารย์อย่างระแวง เห็นผ่านหางตาว่าเพื่อนช่างกินกำลังล้วงขนมเวเฟอร์แบบแท่งจากกล่องใต้โต๊ะเข้าปากโดยใช้หนังสือวรรณคดีวิจักษ์เป็นฉากกั้นให้พ้นสายตาอาจารย์ ค่อยๆ อมจนละลายแล้วกลืนอย่างแนบเนียน

พู่กันถือเป็นเซียนด้านนี้ มีพรสวรรค์ประหลาด ถึงขนาดขยำมาม่าดิบพร้อมฉีกซองปรุงเครื่องในคาบคณิตศาสตร์ก็เคยมาแล้ว มันบอกว่าตื่นเต้นดี ช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อยขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่กลัว แถมยังท้าทายอำนาจอาจารย์อยู่มาก

แพรพิชชาพยายามเพ่งสมาธิไปที่อาจารย์ในชุดผ้าไหมสีเขียวแมลงทับ สวมแว่นตาร้อยสายคล้องสีเงิน ผมตีกะบังอลังการ มีฉากหลังเป็นกระดานดำที่จดบทเรียนเต็มไปหมด

ท่านเพิ่งมาเร่งเครื่องสอนก็ตอนท้ายคาบ เพราะมัวแต่โม้เรื่องลูกชายที่เรียนหมอจนลืมเวลา พี่ภีมอย่างนั้น พี่ภีมอย่างนี้ พี่ภีมคนดีของแม่ ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ คาบภาษาไทยวันนี้หมดไปกับการอัปเดตชีวิตพี่ภีมเกือบครึ่งชั่วโมง

ถามว่าอยากรู้ไหม...ก็ไม่

พลันนั้นเสียงออดเตือนหมดคาบก็ดังขึ้นเหมือนเสียงสวรรค์ เพื่อนร่วมชั้นยืดตัวตรงโดยอัตโนมัติ สดชื่นประหนึ่งดอกทานตะวันเหี่ยวเฉาเจอแสงแดด  

“การบ้านวันนี้นะลูก ถอดกาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง เลือกมาอย่าซ้ำ กาพย์ยานีกับโคลงสี่สุภาพคนละบทนะลูกนะ” อาจารย์สั่งพลางยิ้มอ่อน มองลอดแว่นไปยังเด็กๆ ซึ่งส่งเสียงโอดครวญกันถ้วนหน้า “อะไรกันเด็กพวกนี้ เอาล่ะจ้ะ วันนี้เลิกได้”

“เตรียม นักเรียน เคารพ” หัวหน้าห้องกล่าวให้สัญญาณเสียงดังฟังชัด

พ้นหลังอาจารย์เดินออกไป เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวก็ดังขึ้นเป็นปกติ ยุกยิกมีชีวิตชีวาตามประสา แพรพิชชารีบเก็บของลงกระเป๋าอย่างไว

“ช้าอ้ะ” เมื่อเสร็จก่อนก็หันไปเร่งเพื่อนสนิท

“แกนั่นแหละเร็ว” พู่กันเถียง เก็บเสบียงขนมที่เหลือไว้กินต่อคาบบ่าย  

“หิวจนตาลายแล้วเนี่ย”

“เออ...แป๊บนึง ฉิบหาย! ฉันลืมคืนนิยาย กี่วันแล้วเนี่ย” พู่กันล้วงเอาหนังสือที่มีหน้าปกเป็นรูปหัวใจสีชมพูมาเปิดดูกำหนดคืน พบว่าเลยมาสามวัน

“กินข้าวก่อนค่อยมา” แพรพิชชาดักอย่างรู้ทัน

“นะแก...คืนแป๊บเดียวเอง ขี้เกียจเดินย้อนมาอีกอ้ะ”

“เออๆ ก็ได้” เธอยอมให้เพราะเห็นว่าเป็นทางผ่าน คงไม่นานจนทำให้เสียเวลา

ทว่าพู่กันหายเข้าไปในห้องสมุดนานจนผิดปกติ ศิรินและร่มรวิจึงเดินแยกไปจองที่ที่โรงอาหารให้ก่อน ส่วนแพรพิชชาชะโงกหน้ามองหาเพื่อนรักบริเวณเคาน์เตอร์ยืม-คืน แต่ก็ไม่พบเพื่อนตัวอวบของตน คนหิวเลยเริ่มหงุดหงิด ถอดรองเท้าแล้วผลักกระจกหวังเข้าไปจิกหัวนังตัวดี เพื่อนซี้ที่ช้ากว่าพญาเต่า เธอนำกระเป๋าไปฝากตรงล็อกเกอร์ให้เรียบร้อยจึงค่อยเดินเข้าไป

หากถามว่าที่ไหนเย็นที่สุดในโรงเรียนก็ตอบได้เลยว่า ‘ห้องสมุด’ จึงไม่แปลกที่เด็กนักเรียนหลายคนมักหลบมางีบหลับระหว่างวัน ทั้งตามพื้นตรงซอกชั้นหนังสือ หรือจะฟุบหน้าบนโต๊ะแบบแบ่งล็อกกั้น ส่วนที่นิยมสุดนั้นคงเป็นมุมโต๊ะญี่ปุ่น เพราะมีเบาะรองนุ่มๆ ให้หยิบมาเรียงได้ตามใจ แต่ใช้เสร็จแล้วต้องนำไปเก็บให้เข้าที่

เด็กหญิงกวาดสายตาหาเพื่อน ห้องสมุดของโรงเรียนมีสองแห่ง ที่กำลังอยู่นี้เป็นห้องสมุดเก่า บรรยากาศทึมๆ ไม่มืดแต่ก็ไม่สว่างจ้า แพรพิชชาเดินลึกเข้าไป ในที่สุดก็เห็นเพื่อนรักยืนก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณชั้นหนังสือหมวดเกษตรกรรม ซึ่งขนาบข้างด้วยชั้นไม้สีเข้มบ่งบอกอายุการใช้งาน มีหนังสือหุ้มปกอย่างดีสีเขียวเข้มเรียงเกือบเต็มชั้น ลดหลั่นกันจนทำให้เกิดช่องว่างพอสำหรับมองเห็นคนที่อยู่ในซอกถัดๆ ไปได้เล็กน้อย 

คนหิวจัดรีบปรี่เข้าไปหา กะด่าเต็มที่

แต่เพื่อนตัวดีหันมายกมือป้องปาก ส่งสัญญาณให้เงียบซะก่อน  

“อะไร?” เธอถามแบบไม่มีเสียง

 “...” คนแก้มแดงเม้มปาก หยีตา ท่าทางมีพิรุธ ซ้ำยังผลุบๆ โผล่ๆ สองมือเกาะชั้นหนังสือ

“โอ๊ย...ไปเหอะ หิวข้าว” แพรพิชชาเค้นเสียงกระซิบแล้วรั้งแขนเพื่อนเตรียมจะลากออกไป

แล้วในวินาทีนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้นหนึ่งจังหวะ

ฟึบ*!*

พู่กันสะบัดแขนพลาดไปโดนตั้งหนังสือบนชั้นจนดันทะลุไปอีกฝั่ง ก่อนจะล้มเป็นโดมิโน เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ คนในห้องสมุดหันมามองเป็นตาเดียวในเสี้ยวสั้นๆ ก่อนหันกลับไป

แพรพิชชาอ้าปากค้าง ส่วนเพื่อนข้างๆ หมอบตัวลงนั่งหนีความผิด ทิ้งเธอให้ยืนอึ้ง เผชิญหน้ากับคนอีกฝั่งที่เพิ่งลุกขึ้นมา สบตากันชั่ววินาทีหนึ่ง

เด็กหนุ่มมุ่นคิ้ว สีหน้ามึนงง ลูบสันจมูกที่โดนหนังสือเล่มหนึ่งหล่นมากระแทกขณะนั่งหลับ “ทีหลังเบาๆ ก็ได้น้อง” เขาดุคนทำเสียงดัง

แพรพิชชาส่ายหน้า หมายจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ฝีมือเธอ แล้วแก้เก้อด้วยการเรียงหนังสือตั้งขึ้นคืนให้เรียบร้อย

“จะเอาเล่มนี้เหรอ” เขาถาม ยื่นหนังสือเล่มเมื่อครู่สอดผ่านชั้นมาให้

เด็กหญิงไม่รับ แต่เพื่อนสนิทที่นั่งพื้นกลับผลักเธอเข้าใกล้ชั้น พร้อมเขย่าขากางเกงวอร์มเป็นเชิงบังคับให้รับแทนหน่อย ซ้ำมันยังมองขึ้นมาตาละห้อย อีหอยเอ๊ย! ลำบากเพื่อนตลอด​!

“อะไรของแก!” หลังลากเพื่อนออกมาจากสถานการณ์ขายหน้าได้ก็หวังจะด่ามันชุดใหญ่ โวยวายใส่เสียงดังเนื่องจากออกมาด้านนอกแล้ว

“ฉันตื่นเต้นนี่” พู่กันยิ้มเผล่ นวดแขนเพื่อนอย่างประจบประแจง “ขอโทษษษ...ก็คนมันลน ว่าแต่...เป็นไง พี่กานต์ระยะสามสิบเซน หล่อไหม ใจเต้นป้ะ”

“เป็นไงอะไรล่ะ ฟันไม่เฉาะหน้าเขาให้ก็บุญแล้ว” คนที่มีฟันกระต่ายพูดด้วยสีหน้าบูดๆ

“เว่อร์ละ ตกลงหล่อไหม หวั่นไหวบ้างป้ะ”

“ฉันไม่ได้บ้าผู้ชาย...เหมือนแก” แพรพิชชาเน้นคำหลัง

“แหม...เต้าหมิงซื่อก็ผู้ชายไหม”

“อันนั้นไม่นับ เพราะจับต้องไม่ได้ เก็บไว้เพ้อพอ แล้วพี่กานต์แกเนี่ยก็เบๆ มาก วันหลังฉันจะพาไปส่องอยู่สยาม จะได้รู้ว่าของดีจริงๆ น่ะเป็นยังไง โรงเรียนเราผู้ชายมันน้อย ชอยซ์ก็เลยไม่ค่อยมี”

“โหย...ดูถูก พี่กานต์นี่ F4 โรงเรียนเลยนะ” พู่กันพยายามเถียง ถึงรุ่นพี่คนนี้จะไม่ได้หล่อกระชากใจแบบสมัยนิยม แต่ก็หน้าตาคมพอให้กรี๊ด

“...” คนฟังพยายามนึกภาพเขายืนในแก๊ง ยกมือชี้นิ้ววาดทางดาวเหมือนในเอ็มวีเพลงประกอบซีรีส์รักใสๆ หัวใจสี่ดวง

“แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเขาแค่ที่หน้าตา ออร่าบางอย่างมันอธิบายไม่ได้ แกไม่เข้าใจหรอก”

 “จ้ะ...” แพรพิชชายิ้มอ่อน ก่อนจะยัดหนังสือเล่มที่รุ่นพี่คนนั้นส่งมาให้ใส่มือเพื่อนสนิท “เอาไป! พี่เขาคงฝากมาให้แก”

พู่กันก้มอ่านชื่อหนังสือ ‘คู่มือการปลูกพืชดอกให้งอกงาม’



____________ t a l k ' s ____________

เขียนๆ ไปโคตรคิดถึงสมัยนั้น

จดเนื้อเพลงมานั่งหัดร้องกับเพื่ิอน 555+

คืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์จองทีวียึดรีโมตแต่เพียงผู้เดียว

หวีดแค่ไหนก็ต้องอดทนเก็บไว้มาเมาท์วันจันทร์กับเพื่อน

ไม่มีทวิตเตอร์ ตล๊กกกกกกกกกก

มาถึงโรงเรียน ยังไม่ทันวางกระเป๋า แค่มองตาก็รู้ใจ 

เมิ้งงงง...เมื่อคืน ฉากนั้นนนน เค้าจูบกันนนน อรั้ยยย 555+

สมัยก่อนซีรีส์ไต้หวันคือยุคเฟื่องฟู เพลง ost ก็เพราะ

Mars/The Outsiders/เทพบุตรถังแตก/ปิ๊งรัก...

โอ๊ยยย...คิดถึงงงงงงงงงง


 




ความคิดเห็น