Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 3 (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 42

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 16:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 (4)
แบบอักษร

“....”

ผมกำลังจะบอกปัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่พอได้ยินคำว่า ‘แฟน’ หน้าบีบีก็ลอยเข้ามาในหัวพร้อมความรู้สึกหน่วงหนักที่ใจ

ความไม่พอใจที่ผมมีต่อบีบีเมื่อคืนถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน ผมดันตัวไอ้ไนท์ออก มันก็ไม่ได้ดึงดันรั้งผมไว้ แค่มองผมที่หยัดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยสายตาเรียบสงบ ผมลงจากเตียง ไม่ได้มองมันอีก เดินเปลือยล่อนจ้อนไปตามเสียงโทรศัพท์ก่อนจะพบกางเกงที่กองอยู่บนพื้นในห้องโถง ผมก้มลงหยิบมันขึ้นมา ล้วงเอาโทรศัพท์ที่กำลังสั่นในกระเป๋ากางเกงออกมาดู หน้าจอปรากฏชื่อ ‘บีบี’ จริงๆ แถมด้านบนยังมีสัญลักษณ์เตือนสายที่ไม่ได้รับกับข้อความไลน์ค้างอยู่เป็นแถบ เหมือนมีอะไรสักอย่าง ผมเริ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“ว่าไง...”

[ตะวัน! นี่ทำอะไรอยู่ที่ไหนห๊ะ ทำไมไม่รับสาย แล้วทำไมไม่อ่านไลน์รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น]

ผมไม่ทันได้พูด ปลายสายก็รัวใส่เป็นชุด หายากมากที่บีบีจะเกรี้ยวกราดใส่ผมแบบนี้

“ทำไม มีอะไร” ผมพยายามกดความรู้สึกตื่นตระหนกลง

[ยังจะถามอีก แม่ตัวเองปวดท้องเข้าโรงพยาบาลนี่ไม่รู้เรื่องเลยใช่ไหม]

“บีว่าไงนะ”

[ก็แม่วันปวดท้องตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล แม่โทรหาวันแต่วันไม่รับ ไม่อ่านไลน์ ก็เลยโทรหาบีแทน นี่ถ้าบีไม่รับสายอีกคน คิดว่าแม่วันจะเป็นยังไงกัน!]

ผมนิ่งอึ้ง คิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นระหว่างที่ผมกำลังหาความสุขใส่ตัว

“...???” ไอ้ไนท์เดินผ่านมาพอดี มันมองหน้าผมด้วยสายตาสงสัยปนห่วงใย

อยู่ดีๆ ผมก็นึกเกลียดมันขึ้นมา ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าที่แม่เข้าโรงพยาบาลไม่เกี่ยวอะไรกับไอ้ไนท์ แต่ผมก็เลือกที่จะโทษว่าเป็นความผิดมัน

“แล้วแม่เป็นยังไง”

ผมได้แต่ภาวนาขออย่าให้เป็นอะไรร้ายแรง

[ไส้ติ่งน่ะสิ กำลังผ่าตัด]

หลังตวาดผมไปชุดใหญ่บีบีก็อ่อนลง พูดกับผมด้วยเสียงที่ใกล้เคียงกับตอนปกติ [แล้วนี่วันทำอะไร อยู่ไหน ทำไมไม่รับสาย]

“อยู่... ห้องเพื่อน เปิดเพลงดังเลยไม่ได้ยิน”

ผมโกหกโดยที่มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ผมหันหลังให้เจ้าของสายตาคู่นั้นอย่างรู้สึกอึดอัด ถามชื่อโรงพยาบาลจากบีบีระหว่างนั้นก็มองหาเสื้อผ้าที่หล่นอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมลวกๆ พอรู้ชื่อโรงพยาบาลผมก็วางสายทันทีเพราะบีบีทำท่าจะบ่นอีก

“มีเรื่องอะไรตะวัน” เสียงไอ้ไนท์ดังขึ้น ผมกำลังมองสำรวจตัวเองว่าไม่ได้ลืมอะไร หันมองมันแวบหนึ่ง เอ่ยตอบเสียงตึงๆ

“แม่กูอยู่โรงพยาบาล ผ่าไส้ติ่ง กูต้องรีบไปดู”

“ใจเย็นก่อน” ไอ้ไนท์คว้าแขนผมไว้ “มึงจะไปสภาพนี้เหรอ ผมมึงยุ่งอย่างกับรังนก เดี๋ยวคนได้สงสัยกันพอดีว่ามึงทำอะไรมา”

เออว่ะมันพูดถูก แววตาผมไหววูบแวบหนึ่งก่อนใช้มือข้างที่ว่างสางผมตัวเองลวกๆ พลางกระตุกแขนออกจากการจับกุมของมันเบาๆ

“เดี๋ยวกูไปหวีในรถ” ผมบอกทั้งที่รู้ในรถไม่มีหวี ยังไงเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมก็ไม่สำคัญสำหรับผมอยู่แล้ว ที่ร้อนใจตอนนี้คือบีบีอยู่โรงพยาบาลคนเดียว แม่ผมทั้งคนต้องให้คนอื่นมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทน อดคิดไม่ได้ว่าผมขาดความรับผิดชอบ บกพร่องในหน้าที่ลูก ถึงบีบีจะเป็นแฟนผมก็เถอะ

“ตอนนี้ไม่มีใครดูแม่เลยเหรอ”

“มีบีบีอยู่”

“อ่อ...” ไอ้ไนท์ชะงักไปเล็กน้อย เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อกี้บีบีโทรมา ถึงผมจะไม่ได้พูดกับมันตรงๆ แต่หน้าตาฉลาดอย่างมันก็คงเดาได้จากบทสนทนาของผม

“ถ้างั้นมึงยิ่งต้องอาบน้ำเชื่อกู ผู้หญิงเซ้นส์แรง”

“....” มามุกนี้ผมถึงกับเถียงไม่ออก ความละอายเสียดแทงเข้ามาในอก มองหน้าไอ้ไนท์ได้ไม่เต็มตา ผมบอกไม่ถูกว่าควรวางตัวยังไงกับสถานการณ์ในตอนนี้ ตอนแรกผมโคตรโมโหที่รู้ว่าไม่ได้รับโทรศัพท์เพราะกำลังเอากับมัน แต่หลังตั้งสติได้ผมก็โวยวายไม่ออกเพราะผมเลือกที่จะไม่สนใจเสียงโทรศัพท์เอง จะให้หลับหูหลับตาโทษคนอื่นฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก

ผมครุ่นคิดชั่วครู่ แม่แค่ผ่าไส้ติ่ง ตอนนี้อยู่ในมือหมอคงไม่เป็นไรมาก ที่บีบีพูดซะใหญ่โตทำให้ผมพลอยวิตกไปด้วยก็เพราะเธอกำลังโกรธที่ผมไม่รับโทรศัพท์ ผมผ่อนลมหายใจ ก่อนส่งข้อความไปบอกเรื่องแม่เข้าโรงพยาบาลให้ใครคนหนึ่งรู้ แล้วหันไปถามไอ้ไนท์อย่างไม่มีทางเลือก

“กูขอยืมผ้าเช็ดตัวมึงหน่อย”



ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกจากห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก เดินเปลือยท่อนบนมาที่ห้องนอนใหญ่ของไอ้ไนท์ ประตูบานเลื่อนตรงผนังห้องนอนเปิดแง้มเอาไว้พอให้แทรกตัวผ่านเข้าไปได้ ผมชะโงกหน้ามองก็เห็นไอ้ไนท์กำลังใช้เตารีดไอน้ำรีดเสื้อผ้าผมที่แขวนอยู่บนราว ตัวมันสวมเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเหมือนกัน เป็นกางเกงยีนเข้ารูปกับเสื้อยืดสีเทา ท่าทางเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ

“อ้าว เสร็จแล้วเหรอ”

ไอ้ไนท์หันมาทักผมทันทีที่รู้ตัว ผมพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร ก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวที่เว่อร์วังอลังการอย่างพวกคุณหนูบ้านรวยของมันอย่างตะขิดตะขวง เหมือนสนิทสนมขึ้นแต่ความรู้สึกแปลกหน้าก็ยังไม่หายไป

“อืม มึงต้องรีดเสื้อให้กูด้วยเหรอวะ” ผมมองอย่างรู้สึกว่าไม่จำเป็น และก็อยากถามด้วยว่ามึงอาบน้ำเหรอ ทำไมกลิ่นหอม... ไม่ใช่ นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมติดใจ ผมแค่สงสัยว่าทำไมมันต้องรีบอาบน้ำ ทำอย่างกับจะออกไปข้างนอกงั้นล่ะ

“เสื้อมึงยับ รีดสักหน่อยจะได้ไม่น่าเกลียด”

“เออ”

ผมไม่รู้จะพูดอะไรอีก ปลดกางเกงออกจากไม้แขวนเสื้อมาสวมใส่เงียบๆ ข่มอาการประหม่าที่มีในใจไม่ให้โผล่ออกมาประจานตัวเองให้รู้สึกอับอายโดยใช่เหตุ

หลังสวมกางเกงเสร็จ ไอ้ไนท์สะบัดเสื้อที่เพิ่งรีดเสร็จใหม่ๆ มาให้ผมพร้อมกับยิ้มบางๆ ผมรับมาสวมโดยไม่พูดอะไร ก่อนมองหน้ามันอย่างทำตัวไม่ถูก

“ถ้างั้นกูกลับล่ะ”

“มึงจะไปโรงพยาบาลใช่ไหม” มันถามแทรก

“อืม” ผมพยักหน้ามองมันที่เดินตามออกมาจากห้องเสื้อผ้า พอประตูบานเลื่อนถูกปิดไฟข้างในก็ดับพรึบอัตโนมัติ

“กูไปด้วย”

“เดี๋ยว... อะไรนะ?” ผมหันไปมองหน้าคนพูดอย่างไม่แน่ใจ

“กูรู้ว่ามึงต้องการเพื่อน” ไอ้ไนท์ตบไหล่ผมอย่างปลอบใจ ก่อนเดินออกไปหยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือแล้วรุดหน้าไปรอผมที่ประตูห้อง ผมเอียงคออย่างมึนๆ นี่กูบอกตอนไหนว่าต้องการเพื่อน?

“มึงไม่ต้องไปก็ได้ แม่กูไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“เหอะน่าไม่ต้องเกรงใจ กูก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ทำให้มึงไม่ได้รับสายสำคัญ ไม่ต้องห่วงกูไม่ทำให้มึงลำบากใจแน่นอน ไหว้แม่มึงเสร็จกูจะกลับทันที”

ผมสูดหายใจลึก อุตส่าห์สงบใจฟังมันพูดตั้งนาน แต่ต้องมาสะดุดหูเพราะประโยคท้ายสุด

“มึงจะไหว้แม่กูทำไม”

“อ้าว เจอผู้ใหญ่ก็ต้องไหว้สิ” มันตบต้นแขนผมป้าบๆ ทำให้ผมรู้สึกว่ากำลังคิดมากจนเกินเหตุแต่เพราะรอยยิ้มซุกซนของมันอีกนั่นแหละที่ทำให้ผมวางใจไม่ได้ เดินตามแผ่นหลังไอ้ไนท์ออกจากห้องอย่างงวยงง เสียงประตูดีดตัวปิดและล็อกตัวเองดังติ้ดๆ ด้านหลัง ผมหันกลับไปมองลวกๆ อย่างแก้เก้อก่อนก้มหน้าตามไอ้ไนท์มาที่ลิฟต์

ช่วงบ่ายแก่ๆ รถติดอยู่บนถนนยาวเหยียด ผมเพ่งมองหลังคารถตรงหน้าที่ซ้อนเรียงรายกันหลายคันอย่างเบื่อๆ ระหว่างติดแหง็กอยู่บนถนนก็มีทั้งไลน์ทั้งสายโทรเข้าเป็นระยะ ทั้งจากบีบี และคนในครอบครัว...

ตลอดทางได้ยินเสียงท้องคนข้างๆ ดังโครกครากเป็นระยะ ผมเหลือบมองมันอย่างนึกเป็นห่วง

“มึงยังไม่กินข้าวไม่ใช่เหรอ ไหวไหมเนี่ย”

“มึงขับรถไปเถอะไม่ต้องใส่ใจ”

“ที่กระเป๋าเบาะหลังมีขนมหรือเปล่าไม่แน่ใจ มึงลองคลำๆ ดู ปกติแฟนกูจะชอบซื้อติดรถ”

ผมเม้มปากเป็นเส้นตรง รู้สึกแปลกๆ เมื่อพูดถึงแฟนตัวเองต่อหน้าไอ้ไนท์ แถมยังแนะให้มันกินของที่แฟนผมซื้อมาอีก ดันลืมนึกไปว่ามันไม่ใช่เพื่อนผม

บรรยากาศภายในรถเงียบอยู่อึดใจ ไอ้ไนท์ก็เอื้อมมือไปควานหาของกินที่กระเป๋าเบาะหลัง ไม่นานก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังขึ้นก่อนที่มันจะดึงถุงมันฝรั่งทอดยี่ห้อหนึ่งออกมา เปิดถุงกินแบบไม่ใส่ใจ

...เสียงเคี้ยวดังกรุบๆ

ผมอดชำเลืองมองมันไม่ได้

“ขวดน้ำเสียบอยู่ข้างประตูกินได้”

“อืม” ไอ้ไนท์ชำเลืองมองตามผมบอกแล้วพยักหน้า ไม่พูดอะไรต่อ

ว่าแต่นึกแล้วก็สงสัยอะไรดลใจให้ผมยอมให้มันติดรถมาด้วยวะ ยิ่งกำลังจะไปหาแม่อีก ผมไม่ได้จะพามันไปแนะนำให้แม่รู้จักสักหน่อย แล้วทำไมกูต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วยเนี่ย เหงื่อออกเต็มมือเลยไอ้สัส ล่อเอาพวงมาลัยลื่นไปหมด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น