นินนารถ

ขอบคุณคนอ่านทุกๆคน ที่เข้ามาอ่านนิยายของนินนารถค่ะ..นิยายหลายเรื่องผ่านไปสนุกบ้างไม่สนุกบ้าง เหมือนกับข้าวที่เรากิน คงจะไม่ถูกปากทุกวัน ก็คงคละๆกันไป..ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

คุยแบบเปิดอก NC นิดหน่อย (อัพครบ)

ชื่อตอน : คุยแบบเปิดอก NC นิดหน่อย (อัพครบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 21:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
คุยแบบเปิดอก NC นิดหน่อย (อัพครบ)
แบบอักษร

​ชั่วโมต่อมา

​เบ็กกี้หันไปมองที่ประตู ที่เธอปิดสนิทแล้วเมื่อครู่ก่อนจะเดินจากมา เป็นวันแรกที่เธอไม่ได้นอนร่วมเตียงเดียวกับคาร์เตอร์ และเวลานี้ก็คือเวลาที่พ่อแม่ลูก ควรจะอยู่ด้วยกันพ่อหาว่าลูกโตแล้ว แต่ก็ยังติดพ่อแม่เป็นตังเม แล้วสองเดือนที่ผ่านมามันคืออะไร

เธอเห็นแล้วว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ พอที่จะไว้ใจได้เด็กสาวยิ้มเยาะตัวเอง มันอาจจะเร็วไปที่ยอมรับเขาง่ายๆ และยอมเป็นแฟนกับเขา ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิด

ก๊อกๆๆ คลิ้ก แอดดด!

​"พ่อขา../โอ้ยยย เฮ้ย..ยัยหนูกระโดดขึ้นมาแบบนี้ได้ไง?เดี๋ยวพ่อกับแม่ ต้องลงไปนอนกับพื้นแน่ ถ้าเตียงหักลงไป"

"ไม่หรอกค่ะ หนูมีอะไรจะให้ด้วย นี่คะของพ่อแล้วอันนี้ของแม่ค่ะ"เธอยื่นซองสีน้ำตาลให้พ่อกับแม่

​"อะไรจ๊ะ/นั่นสิลูก?"

​"อยากรู้ก็ต้องเปิดดูค่ะ"สองสามีภรรยา แกะซองที่บุตรสาวยื่นให้ 

​"ยัยหนู..นี่มันเงินนี่จ๊ะ แล้วทำไมมันถึงได้มากมายขนาดนี้/นั่นสิลูกทำไมมันเยอะ ของพ่อด้วย"

​"พ่อขา แม่ขา นี่เป็นเงินที่หนูทำงานได้ครั้งแรกเลย จะบอกว่าในชีวิตเลยก็ว่าได้ เฮียคาร์ลเขาให้หนูมาค่ะ"

"ลูกทำงานนานเท่าไหร่จ๊ะ?"เด็กสาวยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ที่ได้ให้เงินก้อนแรกกับพ่อแม่ของเธอ

"หนูเริ่มทำงานเมื่อตอนที่ไปอยู่กับเฮีย สองสามวันแล้วมันก็เกิดเรื่อง หนูทำแจกันหล่นลงข้างล่าง แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าไปโดนใคร กระทั่งว่าเขาขึ้นมาจะเอาเรื่องหนู แล้วก็เพื่อแลกว่าเขาจะไม่บอกพี่ชายกับพี่สะใภ้ ให้หนูไปช่วยงานเขาที่ออฟฟิตค่ะ"

"ลูกพูดเป็นนิยายไปได้"

"จริงนะคะพ่อ เงินนี้หนูแบ่งให้พ่อกับแม่ แล้วก็มีอีกส่วนหนึ่ง หนูจะให้ตาหนูค่ะเป็นขวัญถุงให้หลาน แม่กับพ่อว่าดีมั้ยคะ มันไม่ใช่เงินจำนวนมากนัก แต่ว่าหนูก็จะให้หลานค่ะ"

"ลูกเป็นเด็กดีแม่ภูมิใจในตัวลูกนะ แต่เรื่องที่ลูกตกลงไปอยู่กับเขาล่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก แต่ลูกโตแล้ว แม่กับพ่อคิดว่าเราสองคนต้องรักกัน ไม่งั้นลูกคงไม่ยอมทำแบบนั้นแน่"

"แม่ขา..เมื่อก่อนอาจจะไม่ใช่ แต่ตอนนี้ถ้าหนูบอกว่าหนูเริ่มรักเขาแล้ว แม่กับพ่อจะว่ายังไงคะ?"

"ลูกจ๋า..แม่ไม่ตำหนิลูกหรอก แต่ว่าเขาดีกับลูกหรือเปล่า ลูกโตแล้วแม่คิดว่าลูกต้องคิดดีแล้ว ถึงตัดสินใจ"เบ็กกี้นอนซุกอยู่กับอกมารดา 

​"แต่แม่คะคือ..หนู.."

​"บอกมาเถอะจ่ะ พ่อกับแม่ต้องรับฟัง สิ่งที่ลูกทำถ้ามันผิดแม่ก็จะบอก ถ้าถูกแม่ก็จะให้ลูกทำต่อไป พ่อแม่ต้องคอยให้คำชี้แนะ ไม่ควรซ้ำเติมลูกไม่งั้นเขาจะหันไปพึ่งใคร แม่พูดถูกมั้ย?"

"ขอบคุณค่ะ ที่แม่ไม่โกรธและไม่ตำหนิหนู"

​"แล้วลูกป้องกันยังไงจ๊ะ?"

"ป้องกันหรอคะ?"

​"ใช่สิจ๊ะ ลูกอย่าบอกนะว่าลูกไม่ได้ป้องกัน"

"เปล่าคะ หนูไม่ได้ป้องกันอะไรเลย"

​"ว่าไงนะ ลูกไม่ป้องกันแล้วถ้าเกิดลูกท้องขึ้นมาตอนนี้ ล่ะจ๊ะลูกจะทำยังไง?"มารดารู้สึกเป็นห่วงบุตรสาว

​"หนูจะไม่ท้องหรอกค่ะแม่ พ่อ เพราะหนูกับเฮียคาร์ล เราไม่ได้นอนห้องเดียวกันตั้งแต่แรก ถึงแม้ตอนนี้หนูจะย้ายมานอนห้องเขา แต่เราก็ยังไม่ได้มีอะไรกันนี่คะ"

สองสามีภรรยา ได้ฟังเรื่องราวจากปากลูกสาวแล้ว แทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ยังมีคนที่ยังเป็นพระอิฐพระปูน หรือเป็นสุภาพบุรุษที่สุดในโลกอยู่หรือไง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริง

​"ว่าไงนะ นอนด้วยกัน เตียงเดียวกัน แต่ไม่ได้ทำอะไรกัน ลูกจ๋าหรือว่าเฮียเขาเป็น..?"

​"ค่ะเรานอนด้วยกัน แม่คิดว่าเฮียเขาเป็นพวกรังเกียจผู้หญิงหรอคะ แต่เขาบอกว่าเขารักหนู พ่อไม่จริงใช่มั้ยคะ?"

"อืม..พ่อไม่แน่ใจนะ"

"แต่เฮียเขาบอกหนูว่า มันยังไม่ถึงเวลาค่ะ คืนนี้หนูขอนอนห้องนี้นะคะ"

"น้องเบ็ก..เราจะมีเวลากับเฮียอยู่นานแค่ไหน แต่เรา พ่อแม่ลูกจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ อม่ขอบใจที่ลูกสาวคนนี้ คิดว่าจะเอาแต่เล่นสนุกไปวันๆ ทำงานได้แล้วเอาเงินมาให้พ่อกับแม่ ลูกเก็บไว้เถอะจ่ะ แม่จะถือว่าลูกให้แล้วและแม่กับพ่อก็คืนให้หนูไงจ๊ะ"แม่พูดแบบนี้แสดงว่า แม่ไม่ต้องการเงินลูกงั้นสิ

"เอ้า..พ่อกับแม่ คิดว่าเงินมันน้อยนิดใช่มั้ยคะ เลยไม่รับเงินหนูอ่ะ น้อยใจนะคะเนี่ย"

​"เปล่านะ พ่อไม่ได้คิดว่าเงินน้อยหรือเงินมาก แค่ลูกคิดถึงพ่อกับแม่ เพียงเท่านี้พ่อกับแม่ก็ชื่นใจแล้ว งั้นพ่อจะเก็บไว้ให้ เราเอาไว้เป็นค่าเครื่องบิน ไปเยี่ยมเจ้าตัวเล็กดีกว่านะ จุ๊ฟพ่อนะมีลูกสองคน คนหนึ่งเป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว อีกคนก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แค่นี้พ่อกับแม่ก็มีความสุขแล้ว ตอนนี้พ่อกับแม่ก็จะแก่แล้วนะ เห็นเป็นหนุ่มแบบนี้ก็เถอะ"

​"ใครบอกล่ะคะ แม่ยังสวย พ่อก็ยังหล่อเหมือนเดิม ก่อนที่คุณยายจะเสียไป แม่กับพ่อรู้มั้ยคะคุณยายบอกหนูกับเฮียว่า เจ้าโช เจ้าเบ็กการเป็นลูกที่ดี ไม่ใช่ว่ามีปริญญาหลายใบ มันอยู่ตรงที่ว่าเลี้ยงดูพ่อแม่ ยามแก่เฒ่าได้หรือเปล่า มีเงินเดือนเป็นแสนเป็นล้าน แต่หาเวลาจะมากินข้าวกับคนแก่สักครั้ง ก็ยังไม่ได้อย่างนั้นเขาไม่ถือว่า เป็นลูกที่ดีหรอกนะ แม่กับพ่อว่าคุณยายพูดถูกมั้ยคะ?"

"ถูกต้อง คุณยายสอนเราสองคนพี่น้อง มีอะไรอีกมั้ย พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ ตอนนี้ถึงเวลาลูกต้องพักแล้ว และพ่อก็ดีใจที่ลูกเป็นเด็กดี ไปนอนได้แล้ว"

"พ่ออ่ะ..ใจร้ายที่สุดเลย.."

"ลูกโตแล้ว จะมานอนแทรกได้ไง เผื่อพ่ออยากจะสวิทกับแม่บ้าง จริงมั้ยครับดาร์ลิ้ง?"

"เถอะน่าลูก ไปดูเฮียเขาเถอะ ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นไง เขาอุตส่าห์เสียสละเพื่อเรา ไปจ่ะเดี๋ยวพ่อกับแม่ไปส่ง พรุ่งนี้พ่อเขามีเรื่องจะคุยกับเฮีย ตอนอาหารเช้า จ่ะ"

"เรื่องอะไรคะ?"

"เรื่องของผู้ชายเขาจ่ะ"

​"พ่อ..อย่าบอกนะว่า พ่อจะต่อยกับเฮีย เหมือนที่พ่อพี่เมย์ ต่อยเฮียของหนูเลือดกลบปากเลย"

​"ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่เราจะคุยกันแบบลูกผู้ชายเขาคุยกัน"เด็กสาวหวั่นใจแปลกๆ ทำไมเธอกลัวใจพ่อจังนะ ถ้าอย่างนั้นที่พ่อบอกว่าไม่โกรธ แต่ที่แท้พ่อยิ่งกว่าโกรธ แต่ฝืนยิ้มออกมางั้นหรอ

"แม่.."

"ไม่มีอะไร แม่รับรองว่าพ่ออยากคุยกับเฮียคาร์ลจริงๆ ราตรีสวัสดิ์นะจ๊ะ จุ๊ฟ จุ๊ฟ"ทั้งพ่อทั้งแม่จุ๊ฟกระหม่อมของเธอเบาๆ ก่อนจะเดินจากไปเมื่อส่งเธอถึงห้องนอน เบ็กกี้ยืนมองพ่อกับแม่ด้วยความรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้คนที่นอนอยู่บนเตียงจะโดนอะไรบ้าง

​"เฮีย..ชู้ววว์ หนูกลับมาแล้วค่ะ"ร่างสาวน้อยถูกตวัดเข้ามาในวงแขน นี่แสดงว่าสิ่งที่เขาอธิษฐานไว้เป็นจริงนะสิ

​"ที่รักคิดถึงจัง ฟอดดด กลับมานอนข้างเฮียใช่มั้ย ดีใจจังเลยแฟนกลับมาแล้ว มานอนข้างเฮียเลยครับผม ตัวเล็กจุ๊ฟๆๆ"เขาจุมพิตเปะปะไปทั่ววงหน้า

"เฮียละเมอหรือเปล่าคะ?"

"ใครละเมอไม่มี๊..ทำไมต้องละเมอ แล้วเฮียก็คิดว่าตัวเล็กต้องคิดถึงเฮีย แล้วมันจริงใช่มั้ย?"

"เปล่านี่คะจะคิดถึงทำไม เราไม่ได้จากกันไปไหนสักหน่อยนี่ เฮีย..แสบตาปิดไฟสิคะ เค้าจะนอนแล้ว"

"อะไรเพิ่งมาถึง เล่าก่อนสิพ่อกับแม่ว่าไงบ้าง ต้องบอกเฮีย แล้วแม่พูดถึงเฮียอ้อ..ไม่ใช่สิต้องบอกว่าพ่อตาแม่ยาย พูดถึงลูกเขยว่ายังไงบ้าง?"

"โอ้ยย..ไม่ได้พูดอะไรหรอกค่ะ แค่ชมว่าเฮียนี่ดีเลิศประเสริฐศรีเหลือเกิน เฮียขา..ถ้าพรุ่งนี้พ่อเขาจะคุยกับเฮีย.."

"ก็คุยสิครับ เฮียไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เฮียพร้อมถ้าเผื่อพ่อตา เขาจะให้เฮียแต่งงานกับเรา เฮียก็พร้อมนะ"

​"อะไรนะคะ..แต่งงาน!หรอ..ไม่นะ"

​"ใช่แต่งงาน นี่ฟังเฮียนะตลอดเวลาที่ผ่านมา เราอยู่ด้วยกันมาตลอด นอนกอดกันจนจะเป็นผัวเมียอยู่แล้ว ใครๆเขาก็ต้องคิดว่าเราเป็นแบบนั้น ที่รัก เฮียก็อยากให้เราเป็นแบบนั้น แต่เฮียรู้ว่าหนูยังไม่พร้อมหรอก เพราะเฮียกลัวเหลือเกินว่า.."

"อะไรคะ?"

"เฮียกลัวว่าสักวัน เฮียคงจะอดใจไม่ไหวนะสิ เพราะเราอยู่ด้วยกันแบบนี้ อมพระทั้งวัดมาพูดก็คงไม่มีใครเชื่อ ว่าเราไม่ได้แซ่บกัน"

"อึ้ยย..ภาษาอะไรของเฮียนะ แต่หนูไม่อยากแต่งงานกับเฮียหรอก"เอาล่ะสิ เฮียฮึดฮัดทันที่ เขาจ้องตาเธออย่างเอาเรื่อง

​"เพราะอะไร ถึงไม่อยากแต่งงานกับเฮีย หรือว่าเฮียยังไม่ดีพอ พูดมาแบบเปิดอก แบบเปิดเผย หรือว่าตัวเองมีคนอื่นอย่างนั้นใช่มั้ย เคยเห็นมั้ยผัวฆ่าเมีย เพราะหึงหวง/แล้วเฮียจะฆ่าหนูหรือไงเล่า ฟังเหตุผลก่อนสิ เอาแต่ใจตัวเองชะมัดเลย"

​"ก็พูดมาสิ ว่าทำไมไม่อยากแต่งงานกับเฮีย"

"ก็หนูเพิ่งอายุ20เองนะคะ จะให้รีบแต่งไปไหน เค้ายังใช้ชีวิตไม่คุ้ม ยังอยากไปเที่ยว ยังอยากมีอิสระอยู่นี่นา แล้วรู้อะไรมั้ยคะ พอเราแต่งงานแล้วความรู้สึกมันจะเปลี่ยนค่ะ"คนตัวโตขมวดคิ้ว เขาสงสัยว่าอะไรที่เปลี่ยน

"ไม่เข้าใจ อะไรเปลี่ยน"

"เฮียไม่เข้าใจหรอกค่ะ"

"ก็พูดให้เข้าใจสิโว้ยตัวเล็ก พูดมาเฮียเป็นคนเข้าใจอะไรเร็ว เข้าใจง่ายแล้วพูดดีๆนะ ไม่งั้นโดนแน่"คนตัวโตยังทำเสียงดุอีก

"ก็..เวลาไปไหนก็ไม่ได้ ต้องมีคนคอยถามว่าอยู่ไหน อยู่กับใคร ทำอะไร เมื่อไหร่จะกลับ หรืออะไรอีกหลายอย่างนะสิคะ"เขาหัวเราหึหึ ไม่รู้ว่าที่เมียเขาไปฟังใครมา หรือฟังพี่สะใภ้พูดมาก็ไม่รู้

"ยัยเบ็กกี้เอ้ย..เธอไปฟังใครเขามานะ คนพวกนั้นนั้นนะคิดไปเองทั้งนั้น ที่สามีเขาถามเพราะเขาห่วง หรือจะเอาแบบมึงจะไปไหนก็เรื่องของมึง จะอยู่ไหนก็ช่างมึง ตัวเองฟังเฮียนะ ถ้าตัวเองไปเรียนหนังสือ แล้วเฮียถามว่าตัวเล็กเลิกกี่โมง เดี๋ยวเฮียไปรับ แล้วรู้สึกไง"เขาไม่ได้รับคำตอบ แต่ได้รับจุ๊ฟหนักๆไปทีหนึ่ง

"ชอบมั้ย?"

"มาก..ขอหลายๆทีสิ เฮียชอบ"

"ค่ะ..หนูชอบเวลาที่เฮียถาม แล้วเค้าก็อยากให้เฮียถาม อยากให้โทรฯหาบ่อยๆค่ะ อยากให้ไปรับกลับบ้าน มันก็ดีนี่คะแล้วทำไมคนเขาบอกว่าไม่ดีอ่ะ?"

"เฮ้อ..ฟังคนอื่นมาทั้งนั้น ไม่เอาอ่ะยิ่งพูดยิ่งเรื่องยาว นอนเถอะง่วงแล้ว ขอบคุณที่กลับมาอยู่ข้างเฮีย ฟอดดด แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วและรู้ไว้ด้วยว่า เรามีเจ้าของแล้ว จุ๊ฟ เฮียจูบได้ กอดได้ หอมได้คนเดียวเท่านั้น หวงมากรู้มั้ย อย่าไปฟังใครทั้งนั้นเข้าใจนะ"

"แล้ว..."

"จบ..ไม่ต้องพูด ถ้าพูดมากจะปล้ำทำเมียเดี๋ยวนี้เลย"

ได้ผลดีเลยทีเดียว คนตัวเล็กนอนนิ่งซบหน้าอยู่ที่อกเขา ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก เธอยังเด็กเกินไปที่จะเรียนรู้เรื่องนั้น ไว้เขาจะค่อยๆสอนเธอเอง อดเปรี้ยวไว้กินหวานจะดีกว่า ขืนบุ่มบ่ามเธอจะกลัวเปล่าๆ เพราะเขารู้ว่าเบ็กกี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี บางครั้งเรื่องเซ็กส์มันก็ละเอียดอ่อน ค่อยๆเรียนรู้ทีละอย่าง และเธอเองก็หัวไวคงไม่ต้องสอนเยอะ

"เฮียขา"

"นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยคุยนะตัวเล็ก เฮียคงเหงาถ้าไม่มีเรา"

"หนูก็คิดถึงเฮียค่ะ พรุ่งนี้ปลุกด้วยนะ"

"ทำไม?"

"หนูจะไปช่วยเฮียทำอาหารเช้าค่ะ พ่อกับแม่จะได้ดีใจ ว่าลูกสาวเข้าครัวด้วย"

"ปกติก็เข้านี่ เห็นเดินไปเปิดตู้เย็นบ่อยๆ หาของกินใช่หรือเปล่า?"

"เฮียอ่ะ..ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ เค้าหมายถึงไปทำอาหารต่างหากล่ะคะ กุ๊ดไนท์ค่ะ จุ๊ฟ"คนแก่ยิ้มหน้าบาน เหมือนเขาจะชอบให้เธอทำแบบนี้

"ฟอดดด จุ๊ฟนอนได้แล้วครับ คนดีของเฮียอีกสองวันเปิดเทอม เฮียจะไปส่งที่มหา'ลัย แล้วตอนเย็นจะไปรับดีมั้ยครับ?"ก็ต้องดีสิ เพื่อนคงแอบกรี๊ดที่มีชายหนุ่มรูปหล่อไปรับ-ส่งถึงหน้ามหา'ลัย โดยปกติเธอไปเองกลับเอง นานๆจะมีสักครั้งที่พ่อกับแม่ไปส่ง

"ดีค่ะ..หนูจะได้อวดเพื่อน ว่ามีแฟนแล้ว"

"ใช่...หล่อด้วยใช่หรือเปล่า"

"ค่ะ.."คาร์เตอร์ลูบผมหนานุ่มของคนตัวเล็กเบาๆ นึกถึงคำพูดที่เธอพูดเมื่อครู่ ว่าพ่อเธอจะขอคุยด้วย แล้วมันเรื่องอะไรนะ ตายละ หรือว่าเป็นเรื่องที่เขาพาเธอไปอยู่ด้วย ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็เขาไม่ห่วงหรอก เพราะเขาจริงใจกับเธอสุดๆ

✒✒✒✒✒✒✒✒✒✒✒✒✒✒✒

เสียงหัวเราะสดใสของสาวน้อยข้างกาย เธอคอยซับเหงื่อให้เขา ขณะที่คนตัวโตกำลังทำอาหารมื้อเช้าอย่างคล่องแคล่ว

"เฮีย..ไฟแรงไปนะคะ หนูว่าเราเคี่ยวสตูนี่ให้เปื่อยเลยนะคะ หนูว่ารสชาดเยี่ยมเลยแม่ต้องชมแน่ว่าฝีมือ การทำอาหารของเฮียอร่อย อาจจะเทียบเชฟในโรงแรมอีกนะคะ"

"เราก็ชมเกินไป เฮียว่าคงพอแล้วมั้งเดี๋ยวเปื่อยกว่านี้ สงสัยไม่ต้องเคี้ยวแน่ๆ"

"ค่ะ..ปกติแล้ว พ่อกับแม่จะไม่ค่อยทานข้าวก่อนไปทำงานหรอกค่ะ แค่ทานอะไรนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ..อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ แม่วันนี้แต่งตัวสวยนะคะ พ่อก็หล่อด้วย แล้วทำไมมีกระเป๋าล่ะคะ?"

​"พ่อกับแม่จะไปประชุมที่บอสตั้น 4วันเมื่อเช้าที่บริษัทเพิ่งมาแจ้งมา คาร์เตอร์ฝากน้องด้วยนะ อาไม่รู้ล่วงหน้าและเราก็ยังไม่ได้คุยกันเลย หวังว่ากลับมาเราจะได้คุยกัน"

​"ครับ..ทานข้าวดีกว่านะครับ คุณอาไม่ต้องห่วงนะฮะ ผมต้องดูแลเบ็กกี้อย่างดีอยู่แล้ว คุณอาทานข้าวดีกว่าฮะ เช้านี้มีสตูเนื้อ แล้วก็ซุปเห็ดหอม"

"คาร์ลนี่เก่งนะจ๊ะ เรื่องทำอาหาร"

"ครับเพราะอยู่คนเดียวฮะ เลยต้องทำอาหารกินเอง ตอนนี้ทำได้ทุกอย่างฮะ เบ็กกี้เคยกินอาหารที่ผมทำ เธอบอกว่าแค่พอใช้ได้ คุณอาทานแล้วช่วยบอกด้วยนะฮะ ว่าอร่อยหรือว่าพอใช้"

"ก็หนูกลัวเฮียเหลิงนี่คะ"

"อื้ม..อร่อยจ่ะ พ่อกับแม่ต้องรีบไปจ่ะ ยังไงล่ะก็ฝากน้องด้วยนะ มันเป็นงานด่วนจ่ะ แล้วแม่จะรีบกลับนะจ๊ะ แล้วกุญแจรถแล้วก็ค่าขนมของหนู แม่ใส่ไว้ในกระเป๋าลูกเหมือนเดิมนะ มากอดทีจ่ะ"

"ค่ะแม่เราเพิ่งเจอกันเองนะคะ แม่ พ่อ"

"แค่4วันเองนะ..เจ้าตัวแสบ พ่อรักลูกนะ จุ๊ฟ"

"ใช่..แม่ก็รักลูกจ่ะ"

"หนูรู้ค่ะ..บายค่ะแม่"

"ให้ผมไปส่งนะครับ แล้วเครื่องออกกี่โมงฮะ?"

"9 โมงจ่ะ อย่าเศร้าไปเลยน่าสาวน้อย เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็กลับจ่ะ แม่สัญญานะว่าเสร็จแล้วจะรีบกลับทันที/ใช่พ่อจะรีบกลับนะ แม่สาวน้อยของพ่อ"

"งั้นเฮียไปส่งพ่อกับแม่กันนะคะ"

"ครับ..เชิญฮะ"

"แม่ขา.."

"ไม่เอาน่า ลูกโตแล้วนะ เรียนมหา'ลัยแล้ว ไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย เฮียเขาจะดูแลหนูเองจ่ะ แม่ไปทำงานนะ ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ไกลแต่แม่จะโทรฯหาลูกนะ"

"ค่ะ แม่"เด็กสาวเสียงแผ่วลง เธอเพิ่งจะกลับมา พ่อกับแม่ก็จะไปทำงานแล้ว และไปไกลซะด้วยอีกหลายวันกว่าจะกลับ แต่อย่างน้อยก็ยังมีอีกคนอยู่ แม้จะไม่เหมือนก็ตามที

"เช็ดน้ำตาซะ แม่ไปแค่4วันไม่ใช่4เดือน แล้วถ้าวันนี้เฮียจะต้องกลับนิวยอร์ก เราจะร้องมั้ย?" 

"ไม่ค่ะ..อึก"

"ใช่สิ..ก็เฮียมันไม่สำคัญนี่"เอ้าน้อยใจงอนซะงั้น คนแก่ขี้น้อยใจชะมัด แล้วห่างพ่อกับแม่ตั้งสองเดือน ยังไม่คิดถึงขนาดนี้เลย แต่นี่ลูกเพิ่งจะมาถึงพ่อกับแม่ก็ไปประชุม แล้วทำไมเธอไม่ชินนะ ทั้งๆที่พ่อแม่ของเธอ ก็เดินทางออกจะบ่อยไป

​"ที่หนูไม่ร้อง เพราะหนูจะไปด้วยต่างหากล่ะ แล้วเฮียก็จะใจร้ายทิ้งหนูไปหรอคะ..ชิส์"

​"ล้อเล่น..ใครจะทำแบบนั้นล่ะ แม้แต่คิดยังไม่เคยเลยละ มาช่วยลุ้นกันดีกว่าเรื่องที่เฮียขอย้าย"

เขาพยายามชวนเธอคุยเรื่องนั้น เรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เธอคิดมาก อยากให้เธอผ่อนคลายเรื่องเศร้าไปบ้าง

​"ไม่สำเร็จหรอกค่ะ"

"เอ้า..ที่รักทำไมอวยพรแบบนั้นล่ะคะ?"

​"เปล่าค่ะหนูพูดตามที่เห็น เฮียคะเท่าที่หนูสัมผัสผู้คน ของสายการบินที่เฮียทำอยู่ บางคนไม่ได้รักงานที่ตัวเองทำ ทำแบบส่งๆไปถ้าไม่รักไม่ชอบ ก็ไม่น่ามาทำตั้งแต่แรก อาชีพนี้เป็นอะไรที่หลายคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะอยู่ภาคพื้น หรือเป็นนางฟ้าอยู่บนเครื่องบิน เรามีคู่แข่งเยอะนะคะ ฉะนั้นเฮียเหมือนเอาชีวิตของตัวเอง ไปแขวนอยู่บนเส้นด้าย ถ้าสายการบินขาดทุน ไม่มีกำไรเลยเฮียจะต้องรับผิดชอบใช่มั้ยคะ?"

"ก็ใช่.."

"แล้วแต่ละปีกำไรหรือขาดทุนคะ?"

"กำไรทุกปี อาจจะไม่เท่ากัน"

"ค่ะ..นั่นแหละถ้าเฮียบริหารงาน ให้มันมีกำไรการขอย้ายก็จะยาก ถ้าลองเฮียบริหารงานเขาขาดทุนสิคะ เฮียไม่ต้องไปขอย้ายหรอกค่ะ เขาจะย้ายเฮียเองอาจจะไปเป็น พนักงานต้อนรับมั้งคะ หรือไม่ก็จ่ายเงินล่วงหน้า แล้วไปให้พ้นจากสนามบินเขาซะ"

​"ตัวเล็ก..เฮียแค่ให้ทายเอง ว่าที่เฮียขอย้ายจะได้มั้ย ตัวเองพูดซะจนเค้านึกว่า ตัวเล็กเป็นCEOซะเองเลยนะครับเนี่ย"นั่นสิเขาถามนิดเดียวเอง

​"ก็ยกตัวอย่างประกอบไงคะ แล้วหนูก็จะตอบว่า ไม่ได้ย้ายแน่นอนค่ะ เชื่อหนูเพราะตำแหน่งของเฮีย ไม่ใช่ใครๆก็เป็นได้ และมันก็ไม่ง่ายที่เขาจะปล่อยเฮียไปค่ะ"

"จริงหรอตัวเล็ก?"

"ค่ะ..ไม่เชื่อก็คอยดูไม่ต้องรอถึง15วันหรอกค่ะ เฮียลองให้ใครก็ได้ไปสืบดู เอาคนที่เฮียไว้ใจที่สุด"

"เฮียใจเสียเลย ไม่มีทางเลยหรือไง?"

​"มีค่ะ"

​"อะไรหรอ?"ทีอย่างนี้ล่ะก็ ทำท่าตื่นเต้นเชียว

​"ลาออกไงคะ ลองให้เหตุผลไปสังสองหน้ากระดาษA4อ่ะค่ะ รับรองเขาจะไม่อ่านเลยละ"

​"ตวัดปากกาจนกระดาษขาดเลย"

"ใช่ค่ะ..แล้วเฮียเคยดูลายเซ็นต์คนมั้ยคะ?"

"อืม..ทำไมหรอ?"

"ก็ถ้าอารรมณ์ดี ก็จะเซ็นต์แบบลายมือพริ้วไหวสวยงาม แต่ถ้าอารมณ์เสียก็อย่างที่เฮียพูดค่ะ กระดาษขาดแน่นอน หนูพูดถูกมั้ยคะ?"นั่นสิดูเธอเดาถูกต้องเลยทีเดียว นอกจากเรื่องนี้ ยังมีอะไรอีกนะที่เธอไม่รู้....





คนอ่านยังตามอยู่มั้ยคะ ​เจอกันใหม่ตอนหน้านะบายๆ.📌📌📌📌

ความคิดเห็น