ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เข้าใจผิด (70%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2562 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เข้าใจผิด (70%)
แบบอักษร

“เอ่อ...หนูมิ้น หนูมีอะไรจะพูดหรือเปล่าลูก” มินตรางุนงงกับคำพูดของนางกรองแก้ว หญิงสาวสีหน้าฉงน

“พวกเรายินดีที่จะฟังและยอมรับในตัวหนู หากลูกชายของแม่ทำตัวไม่น่ารัก ทำตัวไม่ดีกับหนูให้บอกได้เลย เดี๋ยวแม่จัดการให้เอง” คนพูดอมยิ้ม แต่คนฟังทั้งคู่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติ

“แม็กซ์ก็เหมือนกัน กำลังจะมีข่าวดีทำไมถึงปิดบังไม่ยอมบอก ลูกทั้งสองไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ลูกโตแล้วควรจะทำอะไรให้ถูกต้อง”

“เดี๋ยวนะครับ นี่คุณแม่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรครับผ มงงไปหมดแล้ว”

“น่าตีจริงลูกคนนี้ คิดจะปิดบังแม่ไปถึงเมื่อไหร่กัน”

“ผมไม่เข้าใจ” คนเป็นแม่ที่นั่งติดกับบุตรชาย ตีเข้าที่ต้นแขนเบาๆ เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมรับสักที

“ก็เรื่องที่หนูมิ้นกำลังจะมีหลานให้แม่ยังไงล่ะ”

ทั้งมินตรา ธนัช และณัฐนรีนั้นตกใจไม่แพ้กัน คนที่สงบที่สุดงานนี้ไม่พ้นอิทธิกุล ที่ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านหรือตกใจ สำหรับเขาความตกใจจนแทบเสียสติมันหมดไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

“คุณแม่!” ธนัชเรียกมารดาเสียงดัง ดวตาคู่คมเบิกกว้างอย่างตกใจ

“ยังจะอายอีกเหรอ กล้าทำก็กล้ารับสิลูกชาย”

บิดาเขาแซวตามประสาคนเจ้าชู้ หันไปยักคิ้วให้พี่ชายว่าลูกชายเขาเจ๋งกว่า เพราะอิทธิกุลนั้นต้องแต่งงานก่อนแล้วถึงจะมีลูก แต่ลูกชายเขานั้นท้องแล้วแต่งเลย สองพี่น้องรู้กันหัวเราะชอบใจ

“คุณพ่อคุณแม่ครับไม่ใช่อย่างนั้นครับ”

ธนัชหันไปเห็นสีหน้าซีดเผือดของมินตราแล้วรู้สึกสงสารจับใจ หญิงสาวได้แต่นิ่งเงียบพูดไม่ออก หญิงสาวนั่งก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสบสายตาใครสักคน

“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วอย่างไหน ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะแม็กซ์ แม่ไม่คิดเลยนะว่าแม็กซ์จะเป็นคนอย่างนี้”

ธนัชถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ ชายหนุ่มเกาศีรษะแกรก ไม่รู้จะสรรหาคำอธิบายอย่างไรมาพูดให้ทุกคนเข้าใจในเวลานี้

“หนูไม่ได้ท้องกับแม็กซ์ค่ะ”

มินตราโพล่งขึ้นมา ทำเอาทุกคนบนโต๊ะอาหารเงียบงัน นางนภาวดีทอดสาวตามองหญิงสาว ในขณะที่ณัฐนรีกลัวมินตราจะพูดต่อว่าใครเป็นพ่อของเด็ก

“มิ้น!” นางกรองแก้วมองใบหน้าของมินตราสลับของกับลูกชายอย่างต้องการคำตอบ

“หนูท้องไม่มีพ่อค่ะ”

มินตราเลือกตอบให้เรื่องจบ ไหนๆ มันก็มาถึงจุดนี้แล้ว เขา...คนเป็นพ่อของลูกก็ไม่ได้คิดจะปกป้องเธออยู่แล้ว แต่เธอไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร ขอให้การเป็นเมียเก็บเป็นบาปกรรมสุดท้ายที่เธอได้ก่อ

“คือผมกับมิ้นเราทะเลาะกันเรื่องนี้ แล้วมิ้นเขาน้อยใจผมครับคุณแม่คุณพ่อ”

ธนัชไม่อยากให้ทุกคนมองเธอเป็นคนไม่ดีจึงออกโรงปกป้อง เขายื่นมือมาจับมือเธอที่ใต้โต๊ะแล้วบีบกระชับเบาๆ เพื่อให้เธอรู้ว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงคนเดียวเด็ดขาด

“ไม่เอาน่ะลูก จะมีลูกมีเต้ากันแล้ว ยังไงก็รีบปรับความเข้าใจกันเสีย แม่อยากจะจัดงานเต็มแก่แล้ว หรือจัดงานแต่งพร้อมกับพี่อิทเลยดีไหมลูก”

“ไม่ครับ ผมกับมิ้นเราขอจัดการเรื่องนี้เองดีกว่าครับ”

“แต่งริมทะเลก็สวยนะลูก ได้บรรยากาศและคลาดสิคดี ดีไหมคะคุณพี่”

นางหันมาขอความเห็นจากพี่สะใภ้ นางนภาวดีกำลังมองดูมินตราอย่างเหม่อลอย และมั่นใจว่าเด็กในท้องของเธอเป็นหลานของนาง เพราะตั้งแต่ให้คนตามสืบเรื่องราวทั้งหมดของอิทธิกุลและมินตรา หญิงสาวไม่เคยนอกลู่นอกทาง มีแต่บุตรชายของนางเพียงคนเดียว แล้วจะมาเป็นภรรยาของหลานชายได้อย่างไร

ณัฐนรีรู้สึกว่าเธอกำลังจะพ่ายแพ้ หากมารดาของอิทธิกุลเกิดอาลัยอาวรณ์มินตราขึ้นมา เธอก็ต้องหมดหวังทันที ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำลงไปก็ถือว่าลงทุนเปล่า หญิงสาวคิดหนักระหว่างความดีและความชั่วที่กำลังเข้าครอบคลุมจิตใจ

“เอาเถอะๆ ยังไงก็รีบจัดการให้เสร็จ ก่อนที่หลานแม่จะลืมตาดูโลกล่ะ”

คนพูดยิ้มมีความสุข มินตราไม่อยากจะสบสายตาคมดุคู่นั้น เพราะเหตุผลนี้กระมังเขาถึงได้โกรธเธอหัวฟัดหัวเหวี่ยง แล้วทำไมเขาถึงไม่ถามเธอสักคำว่าเรื่องจริงหรือเปล่า ทำไมเขาถึงไม่ปกป้องเธอในยามที่อ่อนล้าเช่นนี้

'คงเป็นเพราะเธอไม่ได้สลักสำคัญอะไรสำหรับอิทธิกุล แค่นี้ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ' มินตราแค่นยิ้มในใจ

บิดาของอิทธิกุลปล่อยให้ผู้หญิงเขาพูดกันไปจนจบ ท่านมาต่อแค่เพียงประโยคท้าย เมื่อมาสะดุดกับใบหน้าของลูกชายและหลานชายก็อดไมได้ที่จะพูด เพราะท่านไม่ชอบให้คนในบ้านมาทะเลาะกันเสียเอง

“เป็นพี่เป็นน้องกันมีอะไรไม่เข้าใจกันก็ควรจะพูดให้เคลียร์ให้จบกันไป อย่าเอานิสัยของคนอื่นที่ไม่ใช่พี่น้องของเรามาใช้กับพี่น้องของเรา วันนี้เราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีพี่มีน้อง ปรับความเข้าใจกันเสียนะ พ่ออยากให้ลูกและหลานพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารอีกครั้ง”

ทั้งอิทธิกุลและธนัชเงียบงัน มินตรารู้ตัวว่าเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ ธนัชรู้ว่าเธอกำลังคิดมากอีกแล้วจึงบีบมือมินตราแล้วยิ้มให้เธอ อิทธิกุลเห็นแล้วแสลงใจขอตัวออกไปเดินเล่นข้างนอก โดยมีณัฐนรีลุกตามไปด้วยอีกคน

ธนัชขอตัวไปส่งมินตรา ทั้งสองเดินออกมาก็เห็นอิทธิกุลกับณัฐนรียืนอยู่ไม่ไกล ธนัชจับมือของมินตรามากุมไว้แล้วเดินไปด้วยกัน ณัฐนรีรู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นสายตาอาลัยจากชายหนุ่ม ที่กำลังจะเป็นสามีของเธอในอีกไม่นาน หญิงสาวขอตัวกลับก่อนเมื่อเห็นรถที่บ้านมารับ เธอบอกไว้แต่ต้นแล้วว่ามีธุระกับเพื่อนๆ ต่อ อิทธิกุลยืนส่งจนเธอขึ้นรถเรียบร้อย ณัฐนรีมองผ่านกระจกดำจากด้านในตัวรถ เห็นถนัดว่าเขาไม่มีความสุขเลย เธอเชื่อเสมอหากจะตัดใครออกไปจากชีวิตก็ให้คิดแต่เรื่องเลวๆ เธอคิดได้ดังนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหาคลิปสำคัญที่ได้ถ่ายเอาไว้

“ครั้งนี้คงจะขาดกันจริงๆ สักทีสินะ”

ณัฐนรีกดดูคลิปที่ถูกตัดบางส่วนออกไปแล้วยิ้มร้าย เธอไม่ใช่นางเอกที่จะมาเห็นใจหรือสงสารใคร ในเมื่อโลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้มันโหดร้ายกับเธอก่อน แล้วทำไมเธอจะต้องซื่อสัตย์และเป็นคนดี

หลังจากรถของธนัชขับออกไปไม่นาน อิทธิกุลก็ขับออกไปเช่นกัน ณัฐนรีที่ซุ่มดูอยู่จึงขับรถตาม เส้นทางที่ขับอยู่นั้นไม่บอกก็รู้ว่ากำลังไปที่คอนโดฯ ของมินตรา คืนนี้ธนัชส่งเธอแค่ด้านล่างเพราะหญิงสาวขอเอาไว้ เขาก็ยืนดูจนแน่ใจว่าเธอน่าจะถึงห้องแล้วจึงขับรถออกไป อิทธิกุลก็เข้ามาจอดทันที ส่วนณัฐนรีเธอแค่มาดูให้มั่นใจ ว่าสิ่งที่เธอกำลังจะทำมันไม่ทำให้เธอรู้สึกผิดอีกต่อไป

อิทธิกุลเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องของมินตรา เขาวางค้ำมือไว้ที่บานประตู นึกไปถึงวันที่เธอมีอาการอาเจียนอ่อนเพลียไม่มีแรง แล้วมันเจ็บปวดสุดหัวใจ ยิ่งนึกไปถึงบทรักอันเร่าร้อนที่เธอปรนเปรอเขาจนไม่มีวันเบื่อเขาก็ยิ่งเสียใจแต่ทำไมเธอถึงได้ไม่รักดี...ทำไม อิทธิกุลยกมือลูบใบหน้าตัวเอง

ความคิดเห็น