เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 13

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.3k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ค. 2562 01:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 13
แบบอักษร

13 




“ครับ?” เพลิงทำหน้างง ไม่ค่อยเข้าใจอีกฝ่ายที่เข้ามาถามปุปปับ  

“ชั้นถามว่านายเป็นใคร ไม่เข้าใจที่พูดหรอ” ลีเดียพูดย้ำ แถมยังแอบเหวี่ยงที่เพลิงเอาแต่ทำหน้างง ไม่ยอมตอบคำถามเธอตั้งแต่ทีแรก   

“ผมเพลิง จะเป็นใครคุณก็ถามเจ้าของบ้านเอาละกัน ขอตัว” เพลิงบอกตัดรำคาญ แล้วเดินหนีหายออกไปนอกบ้าน  ไม่รอให้ลีเดียถามอะไรต่อ ทำเอาคนโดนเมินยืนเหว๋อ 

     การที่เพลิงเดินหนีออกมาเพราะแอบไม่ชอบหญิงสาวเท่าไรที่เจอหน้าก็มาทำตัวเหวี่ยงใส่เขา ทั้งๆที่ปกติเพลิงมักจะคุยดีด้วยกับคนที่พึ่งรู้จัก ไม่ได้อยากเดินหนีแบบนี้ แต่แค่น้ำเสียงและกิริยาที่ลีเดียแสดงออกมา ทำให้เพลิงรู้สึกไม่อยากยุ่งด้วย เลยตัดรำคาญด้วยการหนีออกมานอกบ้าน เดินไปหาเต้าหู้ที่กำลังนอนเล่นอยู่ในสวนข้างบ้าน 

“ไงไอ้เพลิง จะไปเดินรันเวย์ที่ไหนวะ” ดิวแซวเพลิงที่เดินเข้ามาในสวนข้างบ้าน เห็นว่าเพลิงใส่ชุดมิดชิดเหมือนคนใส่ชุดไปเที่ยว ทั้งๆที่ไม่ไปไหน เลยอดที่จะถามไม่ได้ ส่วนเพลิงสะอึกเล็กน้อย แต่ก็ปรับท่าทางได้ไวจนไม่มีใครจับได้ 

“เสือกเลยมึง แล้วเมื่อวานแอบตามกูไปทำไม” เพลิงว่าเสียงขุ่น ก่อนลงไปนั่งเล่นกับเต้าหู้ที่พื้นหญ้า 

“ก็ตามให้เฮียกูไง คิดว่ากูจะไว้ใจที่มึงบอกหรอ” ดิวยิ้ม แต่รอยยิ้มที่ส่งมาให้ดูร้ายพอตัว ทำเอาเพลิงย่นคิ้วใส่ เริ่มคิดแล้วว่าเจ้านายกับลูกน้องบ้านนี้นิสัยพอๆกันเกือบหมด   

       เพลิงลงมานั่งเล่นกับเต้าหู้ได้สักพัก โดยมีดิวกำลังขุดดินจัดต้นไม้อยู่ใกล้ๆ บางครั้งดิวก็ชวนเพลิงคุยนู่นคุยนี่อย่างสนิทสนม แม้ว่าเพลิงจะมาอยู่นี่ในฐานะคนทำน้องสาวพีคเกือบตาย แต่ถ้าดูดีๆเพลิงไม่ใช่คนเลวร้าย รูปร่างภายนอกดูหยิ่งก็จริง แต่พอได้คุย เพลิงกลับเข้ากับคนง่ายมากกว่าที่คิด จนบางทีพวกลูกน้องในนี้ก็เกือบลืมสถานะของเพลิงไปเลย เว้นก็แต่เจ้านายของเขาที่เพลิงยังไม่ยอมอ่อนข้อให้ 

“นี่พวกมึงเลี้ยงหมากูยังไงวะเนี่ย ปลอกคอเยินเร็วชะมัด” เพลิงพูดพลางจับปลอกคอดู เห็นว่ามันเยินกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะไม่ได้ดูเองอยู่ช่วงนึง เต้าหู้คงออกไปซนข้างนอกมาแน่ๆ 

“มึงไปถามไอ้นายดิ  แต่น่าจะนานอยู่กว่ามันจะกลับจากอู่” ดิวบอก 

“ไม่จำเป็น เดี๋ยวกูค่อยออกไปหาซื้อใหม่เองได้” เพลิงปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ เตรียมลุกเข้าบ้านเพื่อไปหาอะไรกิน เพราะตั้งแต่ตื่นยังไม่ได้กินอะไรเข้าท้อง ดิวเลิกจัดต้นไม้ลุกขึ้นตามเพลิงพร้อมปัดดินบนมือ ก่อนจะเสนอเรื่องออกไปข้างนอกพร้อมกัน  

“เอางี้ ถ้าอยากซื้อใหม่ มึงออกไปพร้อมกูก็ได้ ไหนๆกูก็ต้องแวะไปซื้ออุปกรณ์ทำสวนเพิ่ม” 

“แล้วไอ้พีคมันไม่ว่าหรือไง เห็นวันๆเอาแต่กักบริเวณกู” เพลิงถามเสียงเคือง ย่นจมูกเมื่อนึกถึงใครบางคน 

“ไม่ว่าหรอก ถ้าเฮียเห็นกูออกไปด้วย นี่ว่าจะชวนไอ้โต้งไปช่วยถือของด้วย” ยังไงก็ต้องไปบอกพีคก่อนอยู่แล้ว ดิวถึงได้บอกอย่างมั่นใจ เห็นว่าเพลิงคงเบื่อถ้าอยู่บ้านตลอด เลยให้แวะออกไปด้วย  

“เป็นงั้นก็ดี แล้วจะไปแถวไหน” เพลิงถามอีกครั้ง อยากรู้ว่าจะไปไหน 

“จะไปไหนกัน” เสียงแทรกของใครบางคน ทำให้เพลิงกับดิวหยุดคุยแล้วหันไปมองพร้อมกัน เพลิงย่นคิ้วเมื่อเห็นพีคที่เดินเข้ามา ก่อนจะเห็นใครอีกคนตามมาติดๆด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี ที่ถ้ามองผิวเผินคือดูมีความสดใส สวยจนน่ามอง แต่เพลิงกลับถูกทักทายในอีกแบบ ทำให้ไม่สามารถมองดีๆได้เท่าที่ควร  

“ตกลงจะไปไหนกัน ไอ้ดิว” พีคถามย้ำอีกรอบ  

“ผมจะไปซื้อของทำบ่อปลาเพิ่มเฮีย เลยชวนไอ้เพลิงกับไอ้โต้งไปช่วยถือของ” ดิวรีบยิ้มแห้งตอบทันที พีคพยักหน้า คิดอะไรบางอย่างก่อนจะกลับไปคุยกับดิวต่อ 

“อืม ก็ไปดิ แต่ไปกับไอ้โต้งนะ กูจะเอาไอ้เพลิงไปโลตัสกับกู ของในบ้านขาด อยากได้คนไปช่วย” พีคบอกกับดิว ทำให้เพลิงเลิกคิ้วงง ว่าทำไมถึงไม่ให้ลูกน้องคนอื่นไปช่วย เขาแค่จะแวะออกไปซื้อปลอกคอใหม่ให้หมาเท่านั้น 

“ก็ได้เฮีย แต่เฮียมีรถหรอ ผมให้ยืมเอามั้ย” ดิวรีบเสนอพีคด้วยความเป็นห่วง กลัวว่านายตัวเองจะลำบาก แต่พีคส่ายหน้าปฏิเสธ 

“ไม่ต้องๆ นั่งรถเมล์ไปนิดเดียวเอง พวกมึงใช้รถไปเถอะ” พีคบอกปัด 

“ครับเฮีย” ดิวตอบกลับพีค แล้วเดินไปล้างมือที่ก๊อกน้ำใกล้ๆ เพลิงเห็นว่าไม่มีอะไรต้องคุยต่อ จึงก้มไปสะกิดเต้าหู้ให้เดินตามเข้าบ้าน แต่จังหวะที่เดินสวนพีคไป เพลิงกลับถูกพีคคว้าแขนไว้แล้วดึงเข้าหานิดหน่อย ลีเดียยืนมองทั้งคู่สลับกันอย่างงงๆ คิดว่ายังมีอะไรคุยกันต่อหรือ ถึงได้หยุดเพลิงไว้ 

“เดี๋ยว อย่าพึ่ง” พีคพูดดัก 

“มีอะไร” เพลิงถามเสียงห้วน ย่นคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์นิดหน่อย 

“กูลืมเรื่องพนันเมื่อวานไปเลย คิดว่าจะใช้กับมึงวันนี้แทนซะหน่อย” สิ่งที่พีคพูด ทำเอาเพลิงขมวดคิ้วงง นึกไม่ออกว่าตัวเองได้ไปเล่นพนันอะไรไว้กับพีค  

“กูไม่เคยเล่นพนันกับมึง” เพลิงตอบเสียงแข็ง สะบัดแขนเพื่อให้หลุดจากมือแกร่งของพีค แต่พีคจับไว้แน่น ทำให้เพลิงมองตาขุ่น ส่วนลีเดียที่ยืนดูทั้งคู่คุยกัน จึงรีบพูดแทรกขึ้นมา 

“พีค ค่อยไปคุยกันบนรถได้มั้ย ชั้นเริ่มร้อนแล้วเนี่ย” ลีเดียบ่นอย่างหงุดหงิด พีคหางตาไปมองคนด้านหลัง เมื่อเห็นว่าลีเดียยังอยู่ 

“ร้อนก็รีบกลับไปทำงานไป แล้วไม่ต้องเสนอตัวตามมาล่ะ เพราะชั้นจะไปรถเมล์” พีคพูดไล่ ปฏิเสธเรื่องรถที่หล่อนพูด เพราะรู้ว่าถ้าพูดแบบนี้คงได้ตามไปด้วยแน่ๆ  

“ไล่อีกละ ชั้นอุตส่าเสนอให้ไปรถชั้นเชียวนะ” ลีเดียพูดว่าอย่างงอนๆ แอบเคืองที่พีคไม่ยอมไปกับเธอ แต่เพลิงที่ได้ยิน กลับเลิกคิ้วยกยิ้มขึ้น สนใจข้อเสนอที่ลีเดียว่ามา ก่อนหันไปบอกคนตรงหน้า 

“เอาจริง ที่กิ๊กมึงว่ามาก็น่าสนใจนะ ไปกันเยอะๆมีรถไปส่งฟรี ดีออก..” เรียกได้ว่าการที่เพลิงสนใจข้อเสนอแล้วพูดบอกกับพีค ทำให้ลีเดียยิ้มพยักหน้ารัว ชอบใจที่เพลิงเห็นด้วยกับเธอ ก่อนจะหุบยิ้มลง เมื่อเพลิงหันมาถามเธออีกครั้ง “ว่าแต่..เธอชื่อไรนะ” 

    คำถามของเพลิง เล่นซะลีเดียหน้าเสีย ไม่คิดว่าเพลิงจะไม่รู้จักเธอ ทั้งๆที่เธอเป็นถึงดารา นางแบบชื่อดังของวงการ ขนาดพีคที่ไม่ได้ดูละครยังรู้จักเธอเลย แล้วทำไมเพลิงถึงไม่รู้จักล่ะ 

“นี่นายไม่รู้จักหรอ ชั้นลีเดีย เป็นดาราอันดับต้นๆของวงการเลยนะ” ลีเดียแอบเหวี่ยง อวดถึงระดับในวงการที่ตัวเองอยู่อย่างมั่นใจ  

“อ่อ ดาราผมรู้จักแค่ญาญ่าน่ะ นอกนั้นไม่รู้ เพราะผมไม่ได้ดูละคร” เหมือนมีดปักอก ลีเดียหน้าเสียลงกว่าเดิมกับคำตอบที่ได้ พีคยกยิ้มหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นว่าเพลิงฉีกหน้าอีกฝ่ายด้วยความไม่รู้ ก่อนจะบอกปัดไล่ให้ลีเดียรีบกลับไปทำงานของตัวเองต่อ 

“เธอกลับไปได้แล้วไป เดี๋ยวก็โดนตัดพรีเซนเตอร์เหมือนคราวที่แล้วหรอก”  

“แต่ว่า..” ลีเดียกำลังพูด แต่พีคก็แทรกขึ้นมาก่อน 

“นี่ชั้นเป็นห่วงตัวเธออยู่นะ ไม่อยากให้เธอถูกเทงานเพราะชั้นเหมือนคราวที่แล้ว” พีคแกล้งพูดด้วยความห่วงใย ทำเอาคนฟังตัวเกือบลอย แต่ความเป็นจริงเป็นแค่การแสดงแกล้งไล่ทางอ้อมออกไปเท่านั้น  

“เห็นว่าพีคเป็นห่วงหรอกนะ ไปก็ได้ ส่วนนาย.. หัดเปิดโลกเสพข่าววงการบันเทิงบ้างไป!” ความสองมาตรฐาน อีกคนพูดเพราะ อีกคนพูดห้วนเสียงแจ๋นใส่ เพลิงถึงกับทำหน้างง มองลีเดียที่สะบัดบ๊อบเดินออกไปจากสวนแล้วหันมาสนใจคนข้างๆที่แอบขำ มือยังจับแขนเพลิงแน่นไม่เลิก 

“มึงจะจับกูอีกนานมั้ย แล้วตอบได้หรือยังว่ากูไปพนันอะไรกับมึงไว้” เพลิงถามพีคเสียงแข็ง พีคหยุดขำ แต่หน้ายังคงอารมณ์มาดกวนไว้อยู่ 

“นึกดีๆสิ เมื่อวานมึงท้ากูเองเลยนะ กูแค่เสนอเงื่อนไขเพิ่มให้มันดูน่าตื่นเต้นเฉยๆ” พีคบอกด้วยแววตาแห่งความสนุก แต่เพลิงกลับยืนงง นึกแล้วนึกอีก แต่ก็จำไม่ได้ซะที 

“พนันอะไรวะ” เพลิงสบทออกมาอย่างงงๆ 

“ร้านเกม” พีคลองใบ้ให้เพลิง ดูท่าว่าเพลิงจะจำไม่ได้ แต่คำว่าร้านเกมบวกกับเครื่องเกมที่ได้มาเมื่อวาน เหมือนคนพึ่งระลึกได้ เพลิงเบิกตากว้าง รู้สึกหวั่น    จำได้ทันทีว่าพีคชนะอะไรเขา  เพลิงอยากจะขยี้ผมแรงๆด้วยความเจ็บใจ  

“ไอ้พีค! เมื่อวานมึงโกง” เพลิงเถียงทันควัน 

“โกงอะไร มึงโง่ท้ากูเองนะ เอาล่ะ ตามกูมาข้างใน พอดีเมื่อวานกูไปเอาของในรถแล้วเจอของเล่นใหม่ยังไม่ได้แกะ อยากให้มึงทดลองเล่นให้กูหน่อย เห็นว่าชอบเล่นเกม”  

     ยิ้มของพีคดูเจ้าเล่ห์เกินไป จนเพลิงรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี เพลิงรีบยื้อตัวเองไว้ ขณะพีคพยายามดึงร่างเพลิงให้ไปที่บ้านด้วยกัน และเพราะพีคตัวใหญ่และสูงกว่าเพลิง ทำให้ร่างบางของเพลิงปลิวตามแรงพีคเข้าไปในบ้าน ก่อนจะถูกพีคให้ลองอะไรบางอย่างก่อนออกไปซื้อของในห้าง 





ห้างโลตัส...


      เป็นครั้งแรกที่เพลิงนั่งรถเมล์ออกมาซื้อของที่ห้างโลตัสกับพีค  ทุกอย่างดูโอเคเหมือนแค่คนมาซื้อของตุนไว้ในบ้านปกติ พีคเดินหน้าชื่นตาบานเดินเลือกของกินแถวตู้แช่หยิบใส่ตะกร้ารถเข็น ที่เพลิงเดินเข็นอยู่ตามหลัง ด้วยสีหน้าที่ต่างกันกับพีคอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เพลิงค่อนข้างอธิบายสีหน้าไม่ค่อยถูก ผิวถูกแต่งแต้มด้วยเลือดฝาดอ่อนๆบนหน้า ไม่สบายตัวเอามากๆเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย พีคเอียงคอเหล่มองเพลิงที่เดินช้ากว่าปกติพลางยกยิ้มมุมปากอย่างสนุก เห็นว่าเพลิงกำลังข่มอารมณ์ตัวเองอยู่ ก่อนจะเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วกดรีโมทเร่งอะไรบางอย่าง 


กึก! 


“อ๊ะ..!” เพลิงหยุดชะงักรีบปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อเผลอร้องออกมาจนคนที่เดินเลือกของอยู่แถวนั้นหันมามองอย่างแปลกใจ เพลิงเอามือปิดปากก้มหน้าหงุดอายที่ตัวเองเผลอทำอะไรแปลกๆ แล้วรีบเร่งขาที่สั่นเข็นรถเข้าหาพีคโดยไว 

“เป็นไรมึง” พีคแกล้งถาม เมื่อเห็นเพลิงเดินมาใกล้ตนเอง ก่อนเลื่อนปุ่มรีโมทปิดลง  

“หุบปาก ไอ้สัส!  เมื่อไรจะเอาออกซะที” เพลิงกัดฟันพูดมองตาแข็งใส่พีค แต่พีคกลับลอยหน้าลอยตาไม่รู้เรื่อง

"เอาอะไรออก หื้ม” พีคยังคงแกล้งถาม ทำหน้าเหมือนคนไม่รู้ พร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพลิงที่ยืนกัดปากข่มอารมณ์ตัวเองไว้ 

“ตอบสิ อยากให้กูเอาอะไรออกให้มึง” เมื่อเห็นว่าเพลิกไม่ตอบ พีคยิ่งถามจี้เพลิง เดินล้วงกระเป๋าเขยิบตัวเข้าไปใกล้เพลิงเรื่อยๆจนจมูกแทบติดกัน  พีคมองตาที่เลิ่กลั่กของเพลิงอย่างนึกขำ ดูเจ้าตัวจะเขินอายไม่กล้าตอบว่าพีคเอาอะไรใส่ไว้ในร่างกาย ก่อนจะกระตุกยิ้มเลื่อนระดับความสั่นเกือบสุด ทำเอาเพลิงแทบทรุดลงไปกับพื้นจนพีครีบประคองกอดเพลิงไว้ไม่ให้นั่งลงไป 

“อ่ะ..ไอ้พีค..กูขอร้อง..อึ่ก..หยุดเถอะ..” เพลิงขอร้องด้วยเสียงสั่นเครือหายใจหอบ บวกกับร่างกายที่สั่นเทา  ทำให้พีคยอมปิดสวิตซ์รีโมทให้ จนเซ็กซ์ทอยที่อยู่ในร่างกายเพลิงหยุดสั่น พีคเหลือบมองคนที่ฟุบหน้าอยู่ในอ้อมกอด พลางยกยิ้มชอบใจ สนุกที่เห็นเพลิงดูจะเก็บอาการไม่ค่อยอยู่ ก่อนจะดันตัวเพลิงที่ใบหน้าแดงก่ำออกมา 

“กูหยุดให้ละ ทีนี้ก็ซื้อกับข้าวไปตุนไว้ ส่วนมึงอยากได้อะไรก็หยิบ แล้วเข็นรถตามกูมา” พีคยิ้มสั่งก่อนเดินนำเพลิงไปดูอาหารสดใกล้ๆ เพลิงมองพีคอย่างหวั่นใจ ไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไรที่พีคบอกว่าหยุด แต่ก็ต้องจำใจเดินเข็นรถไป เมื่อเห็นว่าพีคกวักมือเรียกให้ไปหาอยู่แถวโซนเนื้อหมูที่สำหรับตักชั่งกิโล 

“อะไร” เพลิงพูดเสียงห้วน ซึ่งพีคพอเดาอารมณ์ของคนข้างๆได้ แต่ไม่ได้ใส่ใจ 

“เลือกหมูเป็นใช่มั้ย” พีคถาม ส่วนเพลิงก็พยักหน้ามองกองหมูข้างหน้า 

“เป็น ทำไม” 

“เลือกให้หน่อย เอาสันในกับสันคอนะ กูจะไปดูผัก” พีคบอกเพลิง ก่อนจะเดินไปดูผักใกล้ๆ ส่วนเพลิงถอนหายใจเซ็ง แล้วหยิบถุงกับที่คีบไปเลือกชิ้นเนื้อตักใส่ถุง เพลิงตักได้อยู่สักพัก พลางย่นคิ้วสงสัย ลืมไปเลยว่าพีคจะเอาเนื้อหมูพวกนี้กี่กิโล เพลิงหันไปหาพีคเตรียมจะเรียกมาถาม แต่พีคเดินลิ่วไปไกลดูท่าเรียกไปคงจะไม่ได้ยิน เลยกะหมูเอาตามพอประมาณ แล้วเอาไปให้เขาชั่งแปะราคา ก่อนจะเดินไปหาพีคที่เลือกผักและวัตถุดิบอื่นๆเพิ่มเติมเสร็จ  

“เดี๋ยวไปเดินดูอย่างอื่นต่อ”  พีคบอก ก่อนพาเพลิงไปดูอย่างอื่นต่อ เพลิงก็เข็นรถตามไปเงียบๆไม่ได้หยิบอะไรแม้แต่นิดเดียว มีแต่พีคที่หยิบของใช้จำเป็นเท่านั้น  

    พีคเห็นว่าเพลิงไม่ได้หยิบของที่ตนเองต้องใช้หรืออยากได้ เลยหยุดเดินแล้วหันหน้าไปหาเพลิงทันที แต่คนเข็นรถดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย ไม่ทันสังเกตว่าพีคหยุด จึงเข็นรถไปชนพีคเข้าอย่างจัง จนเพลิงตกใจ 


ปึก 


“จะเข็นชนกูทำห่าไรเนี่ย ตาบอดหรอ” พีคว่าเสียงดุ แต่ก็ไม่ได้จริงจังมาก  

“สม ใครเสือกให้หยุด” เพลิงว่าพลางกลอกตาไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจ แอบสมน้ำหน้าที่เอารถเข็นชนพีคได้ ก่อนจะถอยรถเข็นแล้วเดินสวนพีคไปหน้าตาเฉย 


เพี๊ยะ 


“อ๊ะ” เพลิงสะดุ้งตกใจ เมื่อเดินสวนพีคแล้วพีคยื่นมือมาตีปากเขา ถึงมันจะไม่ได้แรง แต่ก็ทำเอาเพลิงหยุดชะงักได้ พร้อมหันควับไปมองอย่างเอาเรื่อง 

“ปากดี” พีคยืนว่า ก่อนจะยื่นมือเข้ามาอีกครั้ง พร้อมดึงแก้มทั้งสองข้างของเพลิงให้ดูเหมือนยิ้มออกมา “แล้วก็หัดยิ้มซะบ้าง เอาแต่ทำหน้าบึ้งเป็นตูด มันเสียสุขภาพจิตหมด หน้าเหี่ยวตอนอายุน้อยน่าเกลียดนะมึง” 

    พีคพูดว่าพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ เพราะตลกหน้าเพลิงที่ดูบูดๆเบี้ยวๆไม่ยอมยิ้มตาม แต่ถ้าลองนึกดูอีกที แก้มของเพลิงดันดูนุ่มกว่าที่คิด เลยเผลอใช้นิ้วโป้งลูบสัมผัสเบาๆ จนคนถูกสัมผัสทำหน้างง แล้วรีบผละออกจากพีคเมื่อรู้สึกไม่ค่อยดี 

“กูจะยิ้มกับคนที่กูอยากยิ้มเท่านั้น กับมึงอย่าหวังซะให้ยาก” เพลิงบอกก่อนจะรีบเดินเข็นรถออกไป ส่วนพีคส่ายหน้าน้อยๆแล้วเดินตามหลัง มองเพลิงไม่วางตา ก่อนจะยกยิ้มแล้วเลื่อนเปิดสวิตซ์รีโมทในกระเป๋ากางเกง แกล้งแหย่คนข้างหน้าอย่างหมั่นไส้ เพลิงยกมือปิดปากหยุดชะงัก รีบหันหลังมองค้อนใส่พีค ส่งสายตาบังคับให้พีคหยุด  

“อะไร” พีคเลิกคิ้วถาม พลางเดินยิ้มเข้าไปหา 

“หยุด..” เสียงของเพลิงสั่นเครือจนพูดออกมาไม่เต็มเสียง 

“มึงพูดอะไรนะ” พีคเอียงหูแกล้งถามเพลิงอีกรอบ จนคนขบฟันข่มอารมณ์ถึงกับโมโห 

“หยุด ไอ้สัส!” เพลิงตะโกนลั่นจนคนที่เดินผ่านหันมามอง พีคยอมหยุดให้ เขาแค่อยากสั่งสอนเพลิงที่ทำปากเก่งกับเขาเมื่อกี้ ส่วนเพลิงเป่าปากถอนหายใจโล่งที่พีคยอมหยุด ก่อนจะยืดตัวยืนปกติ หน้าบึ้งใส่พีคหนัก แต่พีคไม่ได้สนใจหน้าบึ้งๆนั้นเลย กลับหัวเราะชอบใจเสียอีก 

“หึหึ มึงแม่งตลกเป็นบ้า ป่ะ เดินดูของต่อ” พีคบอกหน้าระรื่น ก่อนเดินลากขอบรถเข็นด้านหน้าไปต่อ เพลิงก็รีบจับท้ายเข็นตามด้วยหน้ามุ้ยๆ  

“เหี้ย แม่งตลกอยู่คนเดียวไง..” เพลิงพึมพำอยู่คนเดียว ไม่ให้พีคได้ยินที่เขาพูด พีคเองก็เหลือบมองอยู่พักๆ เห็นว่าเพลิงยังไม่ยอมหยิบอะไร เลยเดินพามาที่โซนขนม เผื่อว่าเด็กติดเกมอายุยี่สิบอยากจะกินขนมเหมือนกับคนอื่นบ้าง  

“มึงไม่เอาอะไรบ้างหรือไง” พีคย่นคิ้วถาม ขนาดพามาที่โซนขนม ดูเพลิงจะไม่สนใจเหมือนเดิม 

“ไม่ “ เพลิงตอบ เพราะไม่รู้สึกอยากได้อะไรจริงๆ  

“ก็ดี จะได้ไม่เปลืองเงิน” พีคว่า แต่ตัวเดินลิ่วหยิบห่อขนมรวมถึงช็อกโกแลตใส่ไว้ในตะกร้า จนคนเข็นรถขมวดคิ้วงง นึกสงสัยว่าพีคเป็นคนกินขนมเยอะขนาดนี้เลยหรอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป จนกระทั่งพีคพาเพลิงลากรถเข็นเข้าไปคิดเงินก่อนกลับ   

   เพลิงมองของที่วางให้พนักงานคิดเงิน เริ่มรู้สึกลำบากแล้ว เพราะของที่ซื้อดูเยอะกว่าที่คิด คนสองคนแบกกลับยังคิดว่าเยอะเกินตัวเลย แอบด่าพีคในใจว่าจะซื้ออะไรเยอะแยะ ระหว่างยืนรอ พีคก็ยื่นกระเป๋าตังให้เพลิงจ่ายแทนเขาก่อน เห็นว่าจะโทรศัพท์ เพลิงเลยรับมาจ่ายให้ ไม่ได้คิดหรือสนใจว่าพีคจะคุยโทรศัพท์กับใคร ไม่นานของก็เช็คหมด เพลิงยื่นมือเตรียมจ่ายเงินหลังพนักงานบอกราคารวมทั้งหมด 


กึก! 


“อ๊ะ..” ความฉิบหายบังเกิด ทั้งเพลิงทั้งพนักงานยืนเหว๋อสตั้นทั้งคู่ เมื่อเพลิงเผลอร้องตกใจขึ้นมากระทันหัน ก่อนรีบยกมือปิดปากเพราะสิ่งที่อยู่ในตัวทำงาน หน้าขึ้นสีเรื่อยๆเพราะความอายจัด ส่วนพนักงานยืนมองถึงกับยิ้มแห้งให้ แล้วรีบรับเงินมาด้วยหน้าขึ้นสีเหมือนกัน ราวกับรู้ว่าเพลิงเป็นอะไร เพราะเห็นเพลิงมองตาขวางไปยังพีคที่ยืนยักคิ้วกวนอยู่ไม่ไกล  

 เมื่อรับเงินถอนเสร็จ เพลิงก็รีบเดินเข็นรถเร่งฝีเท้านำพีคออกจากห้างทันที รู้สึกโกรธที่พีคเล่นแกล้งทำอะไรต่อหน้าคนอื่น  พีครีบเดินตามหลังเพลิงพร้อมยกยิ้มขำชอบใจ ก่อนจะจับแขนเพลิงเอาไว้เมื่อเห็นว่าเพลิงเตรียมเข็นตรงไปที่ป้ายรถเมล์  

“ไปลานจอดรถ” พีคบอก แล้วเดินจับขอบรถเข็นลากไปยังลานจอดรถ ซึ่งเพลิงก็เดินตามแต่โดยดี ด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงเหมือนเดิม 

“อ้าวเฮีย ทางนี้ๆ” เสียงเรียกของใครบางคน ทำให้เพลิงสนใจก่อนจะเลิกคิ้วสงสัย เพราะเห็นว่าดิวกับโต้งยืนเรียกอยู่ที่รถ พีคลากรถเข็นไปที่สองคนนั้น แล้วจัดการสั่งให้ยกของขึ้นรถ พีครู้อยู่แล้วว่าถ้าเอากลับไปเองคงขนไปไม่หมดแน่ๆ เลยโทรให้ดิวขับรถมาเอาของที่ซื้อตุนไว้  

“แล้วนี่เฮียจะกลับพร้อมพวกผมเลยป่าว” โต้งถาม 

“ไม่ล่ะ แค่ดินมึงก็หนักรถแล้ว เดี๋ยวกูกลับเอง ส่วนขนมพวกมึงเอาไปกินเป็นกับแกล้มก็ได้นะถ้าจะดื่ม แต่เหลือไว้ด้วย เข้าใจมั้ย” ดิวกับโต้งพยักหน้ารับทันทีที่พีคบอก ก่อนจะเดินกลับขึ้นรถแล้วขับออกไป เพลิงยืนงง หันไปมองพีคอย่างไม่เข้าใจ ที่ว่างบนรถก็มี ทำไมถึงไม่ยอมนั่งไปกับพวกนั้น พีคเห็นเพลิงมองเหมือนจะเข้าใจว่ามองทำไม 

“ไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ “ พีคไม่ได้ตอบสิ่งที่เพลิงสงสัย แต่กลับบอกให้เพลิงเดินตามเขาไปที่ป้ายรถเมล์ เพลิงเดินเงียบตลอดทาง ไม่มีวี่แววว่าจะพูดหรือด่าพีคเรื่องก่อนหน้านี้ จนคนที่อยู่ข้างๆอดสงสัยไม่ได้ ไม่นานรถเมล์ก็มาแล้วพากันขึ้นไปนั่ง พีคบอกให้เพลิงเข้าไปนั่งด้านใน ส่วนตัวเองนั่งริมทางเดิน ด้วยความที่เป็นรถเมล์แบบไม่มีแอร์ เพลิงเลยนั่งท้าวคางหันออกนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ลมโกรกผ่านหน้า ไม่สนใจพีคที่เหลือบมองอยู่ข้างๆ พีคอาจคิดไปเองว่าตอนนี้เพลิงกำลังงอนเขาอยู่หรือเปล่า เรื่องที่แกล้งทำให้อายต่อหน้าแคชเชียร์ เลยลองเรียกเพลิงดู 

“ไอ้เพลิง..ไอ้เพลิง” เพลิงเหล่มามองแปปนึง แล้วหันกลับข้างนอกเหมือนเดิม ดูเหมือนเพลิงจะไม่สนใจ เอาแต่นั่งตากลมมองข้างนอกไปเรื่อย ทำให้พีคยิ้มขำในลำคอที่เขาเดาไม่ผิดว่าเพลิงกำลังงอนอยู่ แต่การที่เพลิงงอนไม่ได้ทำให้พีคแคร์เท่าไร เขายังคงเล่นสนุกต่อ และคราวนี้ดูเหมือนจะต่อยาว 


กึก! 


   เพลิงเบิกตากว้างกัดปากแน่นไม่ให้หลุดเสียงออกมา พร้อมรีบหันไปมองพีคที่นั่งลอยหน้าลอยตา เพลิงส่งสายตาสั่งให้พีคหยุด แต่พีคไม่มีวี่แววจะสนใจ แถมยังเร่งระดับเพิ่มเข้าไปอีก จนเพลิงถึงกับนั่งงอตัวเอามือปิดปาก จิกเข่าแน่น ก่อนเลื่อนมาเป็นกำมือข่มอารมณ์ที่ดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  

“ไอ้พีค..ยุ..หยุด..” เพลิงเริ่มเปิดปากพูดห้าม เสียงสั่นกว่าทุกที พีคมองคนหายใจหอบตัวสั่นอยู่ข้างๆ พลางยิ้มชอบใจ เอียงคอหันไปมองเพลิงด้วยสายตายียวน  

“ไม่ “ คำตอบสั้นๆ แต่มีอำนาจเหลือล้น ทำให้เพลิงแทบบ้าเพราะเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ยามที่พีคเร่งระดับแรงขึ้น ก่อนจะถูกพีคคว้าไหล่ดึงตัวเข้ามาหา เพลิงฟุบหน้าลงแนบบนไหล่พีคพร้อมมือปิดปากกัดปากแน่นพยายามข่มอารมณ์ให้ถึงป้ายหน้าเร็ว  กระเป๋ารถเมล์เห็นว่าเพลิงอาการไม่ดี ตั้งใจจะเข้าไปถาม แต่พีคยกมือห้ามส่ายหน้าว่าไม่เป็นไร จนต้องยอมละสายตาจากเพลิง  

      ทั้งคู่นั่งรถมาได้สักพัก ก็ลงมาที่ป้ายรถเมล์ตรงซอยเข้าบ้าน พีคเดินนำเพลิงเข้าซอยและลดระดับความสั่นลงเพื่อให้เพลิงเดินได้ แต่ตัวก็ยังสั่นไม่หาย เดินช้าจนดูเกร็ง พีคไม่ได้เดินเร็วมาก พยายามชะลอให้เดินหางจากเพลิงไม่ไกล เหลือบหันไปมองเพลิงเป็นพักๆ และเมื่อใกล้ถึงบ้าน พีคก็แกล้งเพลิงอีกรอบ แต่รอบนี้พีคเล่นหนักเร่งระดับสูงสุด จนเพลิงเดินขาอ่อนร่วงลงไปนั่งกับพื้น  

“อึ่ก..!” เพลิงก้มหน้ากุมปากแน่นไม่ให้ร้อง น้ำตาเริ่มปริ่มเลอะขอบตา เรียกว่าแทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว พีคเดินทำหน้าระรื่นเข้าไปหา ยืนก้มมองคนนั่งกับพื้นตรงหน้า   

“หึหึ เป็นไรไปน้องเพลิง ท่าทางไม่ค่อยดี” พีคแกล้งพูดแหย่ เพลิงเงยหน้ามองแรงใส่พีคด้วยตาที่สั่นล่อกแล่ก  

“พอใจ..อึ่ก..ยัง..ไอ้เหี้ย..” เสียงตะกุกตะกักด่าได้ไม่เต็มเสียง พีคยกยิ้มมุมปาก หรี่ตาลงต่ำ เห็นว่าเพลิงยังมีแรงด่าเขาอยู่ เลยไม่ได้ลดระดับลงแม้แต่น้อย พีคเห็นว่าเพลิงนั่งพื้นนานแล้วเลยจับแขนยกตัวให้ลุกขึ้น พลางโอบไหล่ประคองเพลิงไปที่บ้าน เพลิงยืนสั่นเดินไม่ค่อยอยู่เลยเลื่อนมือกอดเอวพีคไว้แน่น ฟุบหน้าข่มอารมณ์เข้าที่ไหล่พีค เดินมาได้สักพักก็ถึงบ้าน พวกลูกน้องมองเพลิงงง สงสัยว่าเพลิงเป็นอะไร แต่พีคยกนิ้วชี้จ่อปาก พลางยักคิ้วบอกเตือนไม่ให้ใส่ใจ และก็น่าจะเดาๆกันได้ว่าพีคกำลังจะทำอะไรเพลิงต่อจากนี้ 

   พีคพาเพลิงเดินเข้ามาในบ้าน แล้วเดินตรงขึ้นข้างบนทันที ก่อนจะปิดประตูล็อกไม่ให้คนเข้ามารบกวน พีคเดินมานั่งที่ปลายเตียง ปล่อยเพลิงให้ยืนสั่นอยู่ตรงหน้า อาการเหมือนคนเก็บอารมณ์ไม่อยู่เต็มที ยิ่งเห็นแก่นกายกำลังตื่นตัว พีคยิ่งรู้สึกอยากแกล้ง 

“ไหน บอกกูซิ ว่าอยากให้กูทำอะไร” คำถามของพีคทำให้เพลิงสะอึก มองคนที่กำลังส่งสายตาโลมเลียมาให้ เพลิงหลับสายตาหนี ไม่กล้าพูดสิ่งที่ต้องการออกมา จนพีคต้องถามย้ำ ไล่ต้อนเพลิงให้พูดในสิ่งที่ต้องการ 

“ถ้าไม่พูด กูไม่หยุดให้นะ”  

“กูจะไปห้องน้ำ..” เพลิงตอบเสียงแผ่ว เตรียมหนีเข้าห้องน้ำ เพื่อไปจัดการกับตัวเองที่กำลังตื่นขึ้น พีครีบคว้าข้อมือเพลิงเมื่อเห็นว่าจะหนีให้กลับมาที่เดิม และจับข้อมือไว้ทั้งสองข้างไว้แน่น กันเพลิงหนีอีกรอบ พีคสัมผัสได้ถึงความสั่นของร่างกาย แต่ก็ทำเป็นนิ่งไว้ พยายามไล่ต้อนเพลิงอีกรอบ  

“อยากให้กูทำอะไร ไหนว่ามา” พีคถามซ้ำอีกรอบด้วยเสียงเรียบ หรี่ตาจ้องเพลิงนิ่ง พยายามกดดันคนตรงหน้าด้วยสายตา เพลิงหลบตาอึกอักไม่กล้าพูด พีคปล่อยให้เพลิงยืนค้างอยู่ที่เดิม ไม่ได้เร่งรีบอะไร เพราะคนที่ทรมานไม่ใช่เขา แต่เป็นอีกฝ่ายมากกว่า  ความเงียบปกคลุม ทำให้เสียงลมหายใจหอบของเพลิงชัด และรู้สึกว่าเริ่มหมดความอดทนจนแทบร้องไห้ พีคลองถามเพลิงอีกครั้ง เมื่อเห็นความอดทนของเพลิงใกล้หมด 

“อยากให้กูทำอะไร” คราวนี้พีคถามเสียงเข้ม เพลิงค่อยๆเคลื่อนสายตาไปมองพีคช้าๆด้วยอารมณ์ที่อยากเต็มที เพลิงรู้สึกเจ็บใจกับสิ่งที่ตัวเองต้องพูด ก่อนจะฝืนใจยอมบอกคนตรงหน้าด้วยความเว้าวอนสุดๆ 

“ช่วยกูที..” ไม่ต้องรอให้ยืดเยื้อ พีคกระตุกยิ้มรีบกระชากเพลิงลงเตียง แล้วประกบปากจูบทันที  พีคสอดลิ้นร้อนแทรกเข้ามาตวัดเกี่ยวพันลิ้นเล็กของเพลิงอย่างเร้าร้อน จนคนถูกจูบหายใจแทบไม่ทัน เพลิงยอมจูบตอบด้วยอารมณ์ความต้องการจนลืมไปเลยว่าเมื่อก่อนตนเองเคยปฏิเสธพีคมากแค่ไหน จูบกันได้สักพักพีคขบกัดปากเพลิงก่อนจะผละริมฝีปากออก พีคผละจากเพลิงด้วยใบหน้าห่างกันไม่มาก จ้องคนที่หายใจเหนื่อยหอบตาปรือเหมือนคนกำลังอ่อย จนพีคแทบทนไม่ไหวถอดเสื้อเพลิงออก แล้วก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอขาวของเพลิงทันที มือเลื่อนลูบไล้ตามผิวเนียน ก่อนจะจับคลึงยอดอกเล่น 

“อื๊อออออออ...” เพลิงกัดปากร้องครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน ยิ่งสิ่งที่สั่นอยู่ในร่างกายไปสะกิดต่อมเสียวในร่างกาย เพลิงยิ่งแทบคลั่ง พีคขบกัด ลากลิ้น ลากจมูกโด่งผ่านตามร่างกาย เน้นหนักเบาสลับกันไป ก่อนเข้าไปดูดเลียยอดอกข้างที่ว่าง ทำเอาเพลิงหายใจไม่ทั่วท้อง แอ่นตัวขึ้นเพื่อให้พีคดูดเลียได้ง่ายขึ้นอย่างลืมตัว ไม่นานพีคก็ผละขึ้นมามองเพลิงอีกครั้ง พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ 

“ก่อนที่จะช่วยมึง มึงมาช่วยจัดการตรงนี้ให้กูก่อนแล้วกัน” พีคบอกพร้อมเอามือเพลิงไปจับแก่นกายที่กำลังตื่นตัวอยู่ใต้ร่มผ้า เพลิงตัวเกร็ง สะอึก เมื่อเห็นว่าพีคจะให้เขาจัดการตรงนั้น 

“จัด..จัดการอะไรของมึง” เพลิงถามอย่างไม่มั่นใจ พยายามชักมือกลับ พีคดันตัวเองกลับไปนั่งขอบเตียงเหมือนเดิม พร้อมดึงร่างกายที่สั่นให้ลงมาที่พื้น เพลิงขัดขืนยื้อตัวเมื่อเห็นว่าพีคจะให้ทำอะไรแปลกๆ แต่ความสั่นในร่างกายทำให้เพลิงไม่มีแรงมากพอ ทำให้ตัวเองลงมาหยุดนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้าพีค ส่วนพีคเห็นว่าเพลิงพร้อม จึงปิดรีโมทเซ็กซ์ทอย แล้วจับกางเกงรูดซิบออก เผยให้เห็นแท่งร้อนที่กำลังตื่นตัว  

“ใช้ปากมึงจัดการตรงนี้ให้กู” พีคบอก ทำเอาเพลิงหน้าร้อนสะบัดหน้าหนีอย่างรวดเร็ว เมื่อรับรู้ว่าพีคจะให้ทำอะไร 

“มึงจัดการของมึงเองสิ!” เพลิงโวยวายลั่นแม้เสียงยังสั่น มองหลบตาไปทางอื่นเพราะไม่ต้องการเห็นสิ่งอุจาดตา พีคหรี่ตามองเพลิงนิ่งสักครู่ ก่อนจะยื่นมือหนาบีบกรามเพลิงให้หันเข้ามาที่เดิม เพลิงเบ๊หน้าด้วยความเจ็บ พยายามไม่มองในส่วนตรงนั้น แต่ก็ถูกพีคว่าเสียงแข็ง บังคับให้ทำ 

“กูสั่งให้ทำก็ทำ” พีคสั่ง แต่เพลิงทำเสียงฮึดฮัด จนพีคบีบกรามแน่นเข้าไปอีก 

“อึ่ก! เจ็บ!” เพลิงบอก พลางแกะมือพีค 

“จะทำไม่ทำ ชอบให้เจ็บตัวอยู่เรื่อยนะมึง” พีคว่าเสียงดุ ก่อนปล่อยเพลิงให้อิสระ เพลิงก้มหน้าอึกอัก กังวล เจ็บใจที่ปฏิเสธไม่ได้ เลยขยับตัวเข้าไปอย่างจำใจ ก่อนจะก้มหน้าฝืนจับแท่งร้อนของพีค มีท่าทีลังเลจนพีคอดถามไม่ได้ 

“อะไรของมึงอีก มีปัญหา?” พีคถาม ส่วนเพลิงหน้าขึ้นสีแดงก่ำ 

“กูไม่เคยทำ” เพลิงตอบเสียงอ่อมแอ่มไม่ดัง พีคหรี่ตามองต่ำถอนหายใจ  

“มึงก็แค่อม แล้วดูดเลียเหมือนไอติมน่ะ ทำเป็นมั้ย” พีคบอกอย่างเซ็งๆ เมื่อเห็นว่าเพลิงทำตัวไร้เดียงสากับเรื่องแบบนี้ เพลิงลังเลอยู่แปปนึง ก่อนหลับตาก้มลงสัมผัสไล่เลียส่วนปลายของแท่งร้อน เพลิงรับรู้ถึงรสที่เฝื่อนลิ้น ยอมจำใจค่อยๆไล่ลงต่ำลงมาเรื่อยๆ จนแท่งร้อนถูกครอบด้วยโพรงปากนุ่ม เพลิงใช้ปากขยับรูดขึ้นรูดลงเม้มดูดส่วนของแท่งร้อน  

“อืมมมม..ใช้ได้นี่หว่า..” พีคบอกครางในลำคออย่างพอใจ แม้เพลิงจะเป็นมือใหม่ทำได้ไม่ดีเท่าพวกผู้หญิงที่เขาเคยนอนด้วย แต่เพลิงก็ทำให้เขารู้สึกดีได้อย่างประหลาด พีคเลื่อนมือแกร่งจับหัวทุยของเพลิง กดให้เพลิงทำไปเรื่อยๆ ส่วนเพลิงก็อยากที่จะปลอดปล่อย เพราะปล่อยค้างอารมณ์ไว้นาน เลยเลื่อนมือไปปลดกระดุมกางเกง แล้วจับแก่นกายขยับรูดช่วยตัวเองเหมือนกัน  

“อืออ..เร็วหน่อยไอ้เพลิง”พีคบอก เพลิงรีบขยับเร่งให้เร็วกว่าเดิม พร้อมขยับส่วนของตัวเองไปด้วย พีคหรี่มองต่ำ เห็นว่าเพลิงกำลังช่วยตัวเองเหมือนกัน จึงยกยิ้มพอใจที่เพลิงมีอารมณ์ร่วม 

        ส่วนเพลิง หลังใช้ปากขยับ แท่งร้อนของพีคก็ดูจะแน่นคับปากขึ้น ทำให้เพลิงเริ่มเมื่อย อยากจะรีบถอนปากออกเร็วๆ แต่พีคก็ยังจับหัวเพลิงกดลงย้ำๆ ยิ่งลิ้นร้อนสัมผัสดูดเม้มขยับเร็วขึ้น พีคยิ่งจับเส้นผมเพลิงแน่น  

“อืออออ..อย่างนั้นแหละ..ดี” พีคพูดบอกเสียงแหบพร่า ใกล้ปลดปล่อยเต็มที เพลิงเองก็เหมือนกัน จึงรีบเร่งริมฝีปากกับมือ ก่อนที่จะปลดปล่อยของตัวเองออกมาก่อน แล้วรับรู้ถึงความเกร็งของพีค ไม่นานก็ปลดปล่อยตามออกมา 

“ซี๊ดดดดดด..” พีคครางเสียวเมื่อได้ปลดปล่อย เพลิงรีบเด้งตัวถอนปากออกเมื่อน้ำสีขาวพุ่งเข้าปาก ก่อนจะพุ่งกระเด็นเลอะหน้าเพลิงอีกครั้ง จนเพลิงรีบหลับตาปี๋หันไปด้านข้างเพื่อกันเข้าตา 

"แค่ก..แค่ก.." เพลิงไอสำลักน้ำสีขาวที่ไหลเข้าปาก

“หึหึ ไม่เลวนี่ แต่กูขอหักคะแนนที่มึงปล่อยให้ของกูเลอะเทอะ” พีคหัวเราะในลำคอพลางว่าเรื่องที่เพลิงไม่ยอมกินน้ำรักเข้าไป เพลิงหันค้อนมามองพีคไม่ชอบใจ พีคเห็นว่ามีน้ำสีขาวขุ่นเลอะหน้าเพลิง ก่อนจะยกยิ้มนิดๆแอบคิดว่าเพลิงดูเหมาะกับการถูกน้ำสีขาวประทับบนหน้า เพลิงทำท่าจะเช็ดออก แต่ก็ถูกพีคจับหน้าให้เงย ก่อนใช้มือเช็ดคราบที่เลอะให้ เพลิงหลับตาปี๋เป็นพักๆ เมื่อถูกพีคเอานิ้วปาดแก้มใกล้ตา  

    พีคใช้เวลาไม่นาน เพราะยังมีรอยคราบเลอะอยู่ในบางส่วนที่หยิบย่อย ก่อนจะลุกเดินไปหยิบทิชชูเช็ดมือ เพลิงลุกขึ้นไปนั่งขอบเตียง แล้วเตรียมจะเข้าห้องน้ำหลังเสร็จกิจ แต่ก็ถูกพีคยืนขวางเอาไว้ เพลิงย่นคิ้วมองพีคอย่างสงสัย 

“อะไร” เพลิงถามเสียงห้วน 

“จะรีบไปไหน ยังไม่เสร็จเลย” พีคว่าจบ แล้วจับเพลิงเหวี่ยงกลับลงเตียง ก่อนขึ้นคร่อมแล้วซุกไซร้ร่างกายเพลิงต่อ เพลิงพยายามดิ้นหนีปฏิเสธ แต่ไม่นานก็เคลิ้มตามไปกับพีคเมื่อถูกบดจูบ ก่อนที่จะถูกพีคจัดต่ออีกสองสามยก 

    พีคใช้เวลามีเซ็กซ์กับเพลิงจนเวลาล่วงเลยไปนานจนค่ำ เพลิงนอนหลับไปด้วยความเหนื่อยเพลีย  พีคมองคนใต้ร่างนิ่งหลังปล่อยน้ำใส่ร่างกายเพลิง พลางขยี้หัวเมื่อเห็นว่าเพลิงหลับไปแล้ว ก่อนจะถอดแท่งร้อนออก แล้วลงไปหยิบบ็อกเซอร์มาใส่ ยืนกอดอกมองร่างบนเตียงคิดอะไรบางอย่าง 

“มันกินข้าวยังวะ?” 


​************************************************

ไอ้พีค ไอ้บ้าาาาาาา!

ลูกฉันยังไม่ได้กินข้าวเลยอีเป็ด

ลากไปนู่นไปนี่ไม่ถามกันสักคำ

ไรท์ขอโทษที่ลงให้ช้าน้าาาาา

เค้าติดงานอยู่ ช่วงนี้อาจจะลงช้าไปบ้าง

ช่วยรอกันนิดนึงนะคะ อย่าพึ่งลืมกันล่ะ

#เจ้าชิบะ #ฤดูปั่นงาน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น