Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 33 You're shining

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 33 You're shining
แบบอักษร

 

Chapter 33 You're shining 

ภาพที่เห็นหลังบานประตูไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจมากนักตรงกันข้าม ในทีแรกเขาออกจะสงสัยด้วยซ้ำว่าตระกูลผู้ทรงอิทธิพลขนาดออสซินี่จะไม่มีที่แบบนี้อยู่เลยได้ยังไง นั่นทำให้เมื่อเด็กหนุ่มเห็นสภาพด้านในเขาก็แค่เลิกคิ้วขึ้นเท่านั้นคนทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยกันแม้แต่น้อยในขณะที่ก้าวเข้ามาถึงจุดหมายปลายทาง สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่ผิดไปจากที่เด็กหนุ่มคิดเท่าไหร่นัก เขาเหมือนกับได้เห็นภาพซ้อนทับของสถานที่ๆเขาจากมา แต่เมื่อมองดูดีๆเด็กหนุ่มพลันพบว่าที่นี่แตกต่างจากสถานที่ในความทรงจำของเขาโดยสิ้นเชิง

ตรงหน้าเขาคือลานกว้าง สามารถมองเห็นได้รอบๆอย่างชัดเจน ภายในไม่ได้มีการตกแต่งใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงแค่พื้นที่โล่งกว้างที่มีผนังเป็นอิฐก้อนสีเทาหม่นของคฤหาสน์ มีเวทีสี่เหลี่ยมสำหรับใช้ในการต่อสู้เรียงรายกันไปจนสุดแนวผนัง ลานซ้อมยิงปืน และอุปกรณ์มากมายที่ใช้ในการฝึกฝนไม่ต่างจากที่เขาเคยพบเห็นมากนัก หากจะมีบางอย่างที่แปลกออกไป คงจะเป็นมุมๆหนึ่งที่จัดให้มีลักษณะคล้ายบาร์ มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับพักผ่อนสบายๆอีกทั้งยังเปิดเพลงให้ฟังเสียด้วย ด้านในนั้นมีคนนั่งกันอยู่ไม่น้อย

เด็กหนุ่มเดินตามหลังมิคาเอลเข้าไป เสียงดังกระหึ่มจนแทบจะแยกไม่ออกว่าเสียงอะไรเป็นอะไร ทั้งเสียงหนักๆ จากการเตะต่อยเป้าซ้อม เสียงยิงปืนเล็กๆ จากการใช้กระบอกเก็บเสียง เสียงพูดคุยและโดยเฉพาะเสียงเชียร์การต่อสู้ข้างเวที เขาอดรู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศเหล่านี้ไม่ได้ ที่นี่ไม่เหมือนที่เขาคิดเอาไว้ ผิดกับสิ่งที่เขาเคยเจอลิบลับ

หากจะให้พูดถึงห้องซ้อมสำหรับโรส สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือสีแดงและสีขาว ทั้งห้องสีขาวและผู้คนที่ใส่ยูนิฟอร์มสีขาวรูปแบบเดียวกัน ข้าวของเครื่องใช้สะอาดตา ความเงียบงัน และเสียงประกาศลำดับการต่อสู้เป็นระยะ กลิ่นคาวเลือดและร่องรอยสีแดงที่เกิดขึ้นจากการต่อสู่ตัดกับสีขาวของพื้นที่ๆถูกคนเข้ามาทำความสะอาดทันทีหลังจากการต่อสู้จบลงไปแต่ละรอบ จนเมื่อรอบถัดไปมาถึงก็แทบจะดูไม่ออกว่าสถานที่แห่งนั้นเคยมีคนบาดเจ็บหรือตายมาก่อน

“อยากไปดูตรงไหนเป็นพิเศษรึเปล่า”

“ครับ ผมขอเดินดูสักพักแล้วกัน” อคิราห์ทำอย่างที่พูด เขาเดินดูไปเรื่อยๆโดยมีชายหนุ่มอีกคนตามอยู่ข้างหลัง

ระหว่างทางก็มีคนหันมามองเป็นระยะ จากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสามและกลายเป็นว่าแทบจะทุกคนก็หันมามองทิศที่เขาอยู่อย่างสงสัย แต่ทันทีที่มองเห็นคนที่เดินตามหลังมาคนพวกนั้นก็โค้งตัวลงทักทายนายท่านของตนเองเสียงกึกก้องไปทั่ว จนมิคาเอลต้องยกมือขึ้นให้พวกเขาทำตัวตามปกติ

กลิ่นเหงื่อไคลลอยคละคลุ้งไปตามอากาศให้บรรยากาศดิบเถื่อนหากแต่เป็นกันเอง เป็นอีกสิ่งที่ไม่เหมือนกับที่แห่งนั้นที่แสนจะสะอาดไปหมดทุกอย่าง เขายังคงเดินดูไปเรื่อยๆ มีบ้างที่มีคนหันมามองเขาอย่างเคลือบแคลงสงสัย แต่เด็กหนุ่มก็เมินเฉยต่อสายตานั้นไม่คิดจะใส่ใจอะไร

“ยินดีที่คุณมาที่นี่นะครับนายท่านมิคาเอล คุณไม่ได้กลับมาที่นี่นานทีเดียว และคุณ...” ชายร่างใหญ่มีรอยกรีดใหญ่บนหน้าเดินเข้ามาทักทายผู้เป็นนาย เขาทำหน้าที่ดูแลสถานที่แห่งนี้มาเกือบสิบปี หากรวมเวลาที่ยังเป็นแค่ลูกน้องฝึกหัดก็สิบกว่าปี ตลอดมายังไม่เคยเห็นเจ้านายพาใครเข้ามาที่นี่มาก่อน

อคิราห์รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของความอยากรู้อยากเห็นของคนหลายคนในที่แห่งนี้ แม้คนเหล่านั้นจะยังดูเหมือนกำลังซ้อมหรือบางกลุ่มกำลังพูดคุยกัน แต่เขาก็แน่ใจว่าทุกคนจะต้องได้ยินสิ่งที่มิคาเอลกำลังจะเอ่ยออกมาแน่นอน

“นี่อคิราห์ เป็นคนรักของฉัน”

หลังจากได้ยินคำตอบของผู้เป็นนาย ดูเหมือนว่าเสียงบริเวณนั้นจะเงียบไปพักหนึ่ง “ท...ที่แท้ก็คน...คนรักนี่เอง ฮ่าฮ่า...ถ้าอย่างนั้นเอ่อ เรียกผมว่าเบนเถอะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ เชิญพวกคุณตามสบายเลยครับ”

อคิราห์มองเห็นคนที่นิ่งค้างไปครู่หนึ่งค่อยๆรวบรวมสติของตัวเองมาทักทายเขา ยังไม่นับรวมถึงท่าทางตกตะลึงของคนที่อยู่รอบๆ ถึงกระนั้นสีแดงที่ค่อยๆปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าเย็นชาของเด็กหนุ่มก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแท้จริงแล้วเขารู้สึกเช่นไร คนข้างๆเขาพูดคำที่ควรจะให้ความรู้สึกขนลุกนี่ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่สมควร ถึงจะรู้อยู่แล้วแต่เมื่อได้ยินจากปากของอีกฝ่ายเขาก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ ฝ่ายมิคาเอลเองก็เหลือบมองดูท่าทางของคนความรู้สึกช้าอย่างเอ็นดู

เด็กหนุ่มเดินไปเรื่อย มองดูการต่อสู้ของแต่ละเวทีจนมาหยุดที่เวทีหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีผู้ชมเยอะกว่าเวทีอื่น ด้านบนกำลังมีคนสู้กันอย่างดุเดือดเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง หญิงสาวมีร่างกายที่เล็กลงถนัดตาเมื่อยืนคู่กับชายร่างยักษ์ที่ดูเหมือนจะสูงกว่าสองเมตร อคิราห์ยืนดูการต่อสู้อย่างสนใจ

“เธอคิดว่าใครจะชนะ” มิคาเอลถามขึ้น นี่ไม่ใช่วิสัยของเขา แต่ฝีมือของเด็กหนุ่มก็ทำให้เขารู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก

“แน่นอนว่าต้องเป็นชายร่างใหญ่คนนั้น” เด็กหนุ่มตอบอย่างมั่นใจไม่ได้ละสายตาไปจากการต่อสู้แม้แต่น้อย

มิคาเอลยิ้มมุมปาก “ไม่คิดว่าจะเป็นฝั่งผู้หญิงคนนั้นบ้างเหรอ แม้รูปร่างของเขาจะใหญ่และมีพละกำลังมาก แต่อีกฝ่ายปราดเปรียวกว่า และเห็นได้ชัดว่าเธอสามารถโจมตีเขาได้หลายครั้งกว่า”

“คุณพูดถูก” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “แต่ว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้ถึงตาย ไม่มีการใช้อาวุธใดๆ หากเป็นการต่อสู้จริงๆและมีอาวุธ แน่นอนว่าเธอคงฆ่าชายคนนั้นได้นานแล้ว หากแต่นี่เป็นการต่อสู้มือเปล่า เธอคงทนเรี่ยวแรงมหาศาลของเขาได้อีกไม่นาน”

ยังไม่ทันขาดคำ ฝั่งผู้หญิงที่กำลังใช้แขนรัดคออีกฝ่ายจากทางด้านหลังก็ต้องร้องออกมาเมื่อแขนโดนกระชากออก ชายร่างยักษ์พลิกตัวไปด้านหลังแล้วคว้าคอของหญิงสาวมากุมไว้จนรอบ เธอจึงต้องยอมแพ้ในที่สุด เสียงโห่ร้องเกรียวกราวกระหน่ำออกมาหลังจากการต่อสู้ของคนทั้งคู่จบลง

“เธอคิดว่าถ้าหากเป็นเธอ จะสามารถชนะการต่อสู้ครั้งนี้ได้มั้ย” มิคาเอลหันไปถามคนที่ยืนมองดูอยู่ข้างๆจนทันได้เห็นประกายตาวิบวับที่แสดงออกมาของอีกฝ่าย

“ผมอยากลองดู” เด็กหนุ่มพูดขึ้น เขาเดินแหวกฝูงชนเข้าไปแล้วกระโดดขึ้นเวทีทันที

มิคาเอลยกมือขึ้นตั้งใจจะคว้าตัวเด็กหนุ่มเอาไว้แต่ก็ไม่ทันการณ์ ชายหนุ่มพลันหน้าตาเคร่งเครียดเอ่ยเสียงเข้มอย่างที่ไม่เคยทำกับอีกฝ่ายมาก่อน “ลงมาเดี๋ยวนี้อคิราห์”

ผู้คนโดยรอบเงียบเสียงลงในพริบตา บางคนก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ส่วนบางคนที่รู้ก็ต้องทำหน้าตกตะลึงหันหน้าไปมองเจ้านายของตัวเองอย่างหวาดๆ แต่ละคนกำลังคิดว่า...คนรักของนายท่านต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ 

มิคาเอลไม่ได้หันไปมองคนเหล่านั้น เขายังคงยื่นมือค้างอยู่ตรงนั้น แต่สายตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าแน่วแน่เกินไป ประกายที่อยู่ในนั้นและบรรยากาศบางอย่างทำให้เขาชะงัก

ราวกับเห็นภาพหลอนของใครบางคนที่มีบรรยากาศเย็นเยียบเข้มข้นอยู่ตรงหน้า

ฉับพลันความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว เขาไม่เห็นอคิราห์ที่เป็นเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้ว ครั้งล่าสุดคงเป็นตอนที่อีกฝ่ายพยายามต่อสู้กับเขาเมื่อช่วงเวลาที่พบกันช่วงแรก

ไม่ใช่ว่าอคิราห์ที่เป็นแบบนี้หรอกเหรอที่ทำให้เขาชื่นชอบ...

แม้จะไม่ชอบใจและไม่อยากให้เด็กหนุ่มบาดเจ็บ แต่มิคาเอลก็ยอมลดมือลงอย่างไม่เต็มใจ นัยน์ตาสีมรกตจ้องมองคนที่ยืนอยู่บนเวทีเขม็ง

การกระทำของเด็กหนุ่มสร้างความสงสัยให้กับคนมากมาย ชายที่ยืนอยู่บนเวทีหันมามองเด็กหนุ่มที่กระโดดขึ้นมาอย่างงุนงง อีกทั้งพึ่งมองเห็นผู้เป็นนายที่ยืนหน้าตาเคร่งเครียดอยู่ด้านล่างทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรวู่วาม

เนื่องจากในตอนที่มิคาเอลแนะนำอคิราห์ให้ชายหน้าบากรู้จักเป็นตอนที่เขากำลังต่อสู้อยู่ เขาจึงไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใคร “คุณคิดจะทำอะไรครับคุณหนูน้อย” คำถามของเขาตรงกับคำถามในใจของคนหลายคนในที่นั้นเช่นกัน

“เริ่มกันได้แล้ว”

ชายร่างยักษ์ทำหน้างุนงงก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าฮ่า ล้อเล่นซินะครับคุณหนูน้อย รีบลงไปเถอะครับ ยังมีอีกหลายคนที่รอต่ออยู่” ชายคนนั้นพูดอย่างพยายามไว้หน้าอีกฝ่ายที่สุดเพราะยังไม่แน่ชัดถึงสถานะของเด็กหนุ่มคนนี้

ผู้คนในที่นั้นบางคนก็อมยิ้ม บางคนก็แอบส่ายหัวให้กับคนรักของเจ้านาย ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มมีดีอะไรถึงทำให้ท่านเทวทูตผู้ยิ่งใหญ่ถึงยอมมอบสถานะคนรักให้ แม้แต่ชายหน้าบากที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก็อยากรู้เหมือนกันว่าเด็กคนนี้จะทำอะไร ผู้คนที่กำลังดูการต่อสู้ที่เวทีอื่นก็เริ่มหันมาสนใจเช่นเดียวกัน

บนเวที ชายคนนั้นกำลังหงุดหงิดแต่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ดั่งใจ ในขณะที่อคิราห์ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา

“จะเข้ามาหรือจะให้ผมเข้าไป” ยิ่งเด็กหนุ่มพูดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีผู้คนเริ่มขมวดคิ้วมากขึ้นเรื่อยๆ

ชายคนนั้นหันไปมองผู้เป็นนาย แต่คราวนี้กลับไม่มีทีท่าห้ามปราม มิคาเอลยืนมองสถานการณ์บนเวทีเงียบๆทำให้เขารู้สึกลังเล “รีบลงไปเถอะครับ ผมไม่อยากทำให้หน้าสวยๆนั่นมีร่องรอยหรอกนะ วันนี้ผมทำลายของสวยๆงามๆมามากพอแล้ว” เขาอดที่จะโอ้อวดออกมาไม่ได้ เขามีความสุขเป็นพิเศษโดยเฉพาะเวลาที่ได้โค่นอลิเซียต่อหน้าเจ้านาย ใครๆก็มักจะพูดว่าอลิเซียเป็นคนเก่ง ส่วนเขาหัวช้ามีแต่พละกำลังกับความอึด วันนี้เขาได้พิสูจน์ตัวเองต่อหน้าทุกคน ว่าเขาไม่ได้อ่อนแอกว่าผู้หญิงคนหนึ่ง ฝ่ายอลิเซียที่ยังยืนอยู่ด้านล่างจ้องมองขึ้นมาเขม็ง

“คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าถ้าเธอคนนั้นมีมีดสักเล่มสภาพศพของคุณจะเป็นยังไง” เสียงของเด็กหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่บนเวทีเอ่ยออกมาเรียบๆ ด้วยน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกเย็นเยียบ บรรยากาศกดดันอย่างไม่มีที่มาทำให้ผู้คนรอบๆสูดหายใจเฮือก คนรักของนายท่านกำลังยั่วโมโหเจ้ายักษ์ ใครๆก็รู้ว่าหมอนั่นเป็นคนโมโหร้ายขนาดไหน

คนที่รับรู้ที่มาของเด็กหนุ่มเริ่มอยู่ไม่สุข แต่ละคนหันไปมองสีหน้าของเจ้านายแต่ก็ยังเห็นใบหน้านิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ได้มีทีท่าว่าจะห้ามปรามใดๆทั้งนั้น พวกเขาพลันรู้สึกหนาวยะเยือก

เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนรักของนายท่านจริงหรือ? 

ชายร่างยักษ์ใบหน้าแดงก่ำหายใจเข้าออกรุนแรงจนได้ยินเสียงฟืดฟาด เขาพุ่งเข้าจู่โจมเด็กหนุ่มร่างผอมบางทันที ในเมื่อนายท่านไม่ห้าม เขาก็คงต้องแสดงฝีมืออีกสักครั้ง คนตัวใหญ่พุ่งหมัดเข้าใส่เด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนใครหลายคนด้านล่างแทบจะนึกภาพไม่ออกว่าถ้าโดนหมัดนั้นเข้าไปเด็กคนนั้นจะมีสภาพเป็นยังไง พวกเขาเริ่มสวดภาวนาให้อคิราห์ไม่ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มนานนัก อีกอย่างคือหลังจากนั้นนายท่านมิคาเอลจะจัดการเจ้าหมอนั่นยังไง

หากแต่หลังจากนั้น พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อเด็กหนุ่มสามารถหลบหมัดที่พุ่งตรงเข้ามาได้อย่างสวยงาม อคิราห์ย่อตัวลงทำให้หมัดของชายร่างยักษ์พุ่งผ่านศีรษะของเขาไป เด็กหนุ่มหมุนตัวฟันศอกเข้าบริเวณลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงจนตัวงอสำลักออกมาอย่างหนัก ร่างกายซวนเซไปด้านหลัง เขาไม่รอช้ากระโดดฟาดสันมือลงบนบริเวณกกหูของคนตัวใหญ่ ศีรษะของชายคนนั้นสั่นคลอนจากแรงกระแทก สติกำลังดับวูบ ตัวของเขากำลังโงนเงนไปมา

เมื่อเท้าสัมผัสพื้น อคิราห์เพียงแค่เตะที่ข้อพับเบาๆตัวของชายคนนั้นก็ล้มลงเสียงดัง หมดสติกลางสนาม ทั้งหมดต้องใช้เวลาอธิบายหากแต่เหตุการณ์จริงนั้นพึ่งผ่านไปแค่ช่วงลมหายใจเข้าออก

ผู้คนทั้งชั้นใต้ดินเงียบเสียงลงแทบจะพร้อมเพรียงกัน  

______________________________ 

Talk 

ตอนนี้น้องก็ได้โชว์เทพแล้ว ขนาดร่างกายยังไม่พร้อมนะเนี่ยะ 

ย้ำอีกครั้งนะคะ ตอนนี้ลงที่เว็บนี้จะช้ากว่าที่อื่นเพราะพึ่งมาลง หากว่าอ่านถึงตรงนี้แล้วอยากอ่านต่อสามารถไปอ่านได้ที่เด็กดี(ไม่มีNC)และรี้ดเอไรท์ต่อได้เลยค่ะ ต่อจากนี้จะอัพในนี้ทุกวันวันละสามตอนเท่านั้นนะค้า 

#อาคิและลุงของเขา 

Crystal 

ความคิดเห็น