Crystaljadeed

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 31 Masquerade

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 31 Masquerade
แบบอักษร

 

Chapter 31 Masquerade 

ทั้งคู่พากันเดินกลับขึ้นมายังห้องนอน ทันทีที่ชายหนุ่มจัดการกับชั้นหนังสือจนกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมเรียบร้อย มิคาเอลก็หันกลับไปหาคนรักตั้งใจจะสวมกอดอีกฝ่ายอย่างเต็มรัก หากแต่อคิราห์กลับเดินไปทิ้งตัวลงบนที่นอนหนานุ่มเสียก่อน เขาเลยทำได้แค่เดินไปล้มตัวลงนอนด้านข้างกัน

มิคาเอลหันข้างยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าศีรษะ ส่วนอีกข้างก็ลูบไล้เส้นผมสีดำนุ่มมือของคนที่ทิ้งตัวฟุบลงบนหมอนใบใหญ่ไปมา “ฉันอุตส่าห์บอกความลับให้เธอรู้ขนาดนี้ จะไม่มีรางวัลอะไรให้ฉันสักหน่อยรึไง หื้ม” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างไม่จริงจังนัก ฝั่งคนที่ดูเหมือนหลับไปแล้วกลับหันหน้ากลับมามองคนที่นอนเท้าศีรษะทำหน้าระรื่นด้านข้างโดยไม่มีร่องรอยความง่วงงุนแต่อย่างใด “คุณอยากทำจริงๆเหรือครับ”

มิคาเอลมองดูใบหน้านิ่งเฉยของเด็กหนุ่มอย่างนิ่งงัน รอยยิ้มเต็มใบหน้าลดลงเหลือเพียงยิ้มบางๆหากแต่ดูอบอุ่นนุ่มนวล ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนที่จะเคลื่อนหน้าเข้าไปจูบลงบนหน้าผากของเด็กหนุ่มที่ยังนอนให้เขาจูบตาปริบๆ

"เหนื่อยมาทั้งวัน พักผ่อนเถอะ" พวกเขาออกเดินทางกันตั้งแต่ช่วงเช้า มีเวลาได้พักทานอาหารกันเล็กน้อยก่อนที่จะเดินทางมาถึงในตอนบ่าย เด็กน้อยของเขาคงเหนื่อยน่าดู มิคาเอลไม่ได้มีกะจิตกะใจจะทำอะไรอีกฝ่ายอย่างจริงจัง แต่การได้เห็นใครบางคนแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาบ้างมันทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีมากจนอย่างจะเห็นอีกฝ่ายแสดงสีหน้าต่างๆมากขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้เขาพึ่งได้สัมผัสกับการนอนมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเป็นครั้งแรก นอกจากเวลามีอะไรกันอคิราห์ไม่เคยนอนหันหลังให้เขามาก่อน ไม่ว่าจะโมโหหรือโกรธแค่ไหน ซึ่งเขารู้ดีว่าการที่อีกฝ่ายยอมเปิดเผยด้านหลังนั้นหมายถึงความเชื่อใจอย่างถึงที่สุดเหมือนอย่างเวลานี้

มิคาเอลขยับตัวเข้าไปกอดกระชับร่างกายผอมบางของอีกฝ่าย ภายในห้องนอนที่ไม่เคยมีใครคนไหนได้ย่างกรายเข้ามา นี่เป็นครั้งแรกที่เขานอนร่วมเตียงกับใครบางคน ความสงบที่เกิดขึ้นทำให้ชายหนุ่มคิดว่า ความรู้สึกเช่นนี้ดีมากจริงๆเพียงแต่คนที่เขาคิดว่าหลับไปแล้วกลับเอ่ยออกมาอีกครั้ง

“คุณเป็นแบบนี้มานานรึยัง”

“แบบไหนงั้นเหรอ”

“แบบที่คุณเป็นมาตลอด สีหน้า ท่าทาง คำพูด อารมณ์ ความรู้สึกที่คุณแสดงออกมา ทุกอย่างมันไม่ใช่ความจริง คุณไม่รู้สึกเหนื่อยหรือว่าอึดอัดบ้างเหรอครับ” อคิราห์อดถามออกมาไม่ได้ บ่อยครั้งที่เขามักจะไม่เข้าใจความคิดของ

มิคาเอล ทั้งรู้สึกสับสนกับคำพูดและการกระทำของอีกฝ่าย เขายอมรับอย่างจริงจังว่าตนเองสอบตกในด้านอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นสำหรับเขาแล้วมิคาเอลเป็นคนที่เข้าใจยากที่สุดในทุกๆคนที่เขาเคยพบมา

ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายรอคำตอบนานนัก ริมฝีปากสีซีดเอ่ยออกมาอย่างเนิบช้า “บางครั้งการพยายามมีชีวิตอยู่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะคนในตระกูลออสซินี่เลือดผสมอย่างฉัน” มิคาเอลพูดออกมาทั้งที่ใบหน้ายังซุกอยู่กับเส้นผมของเด็กหนุ่ม แววตาเหม่อมองไปไกลถึงอดีตที่ผ่านมา “คนเรามักสร้างกลไกบางอย่างเพื่อป้องกันตัวเองเมื่อชีวิตอยู่ในอันตราย ก็เหมือนกับร่างกายของเธอที่มีปฏิกิริยาอัตโนมัติมื่อถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว ตัวฉันก็เหมือนกัน เธอไม่ชอบที่ฉันเป็นแบบนี้งั้นเหรอ” ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปหอมแก้มของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

เด็กหนุ่มย่นคอหนีก่อนที่จะหันกลับไปมองอีกฝ่ายตรงๆ “ผมแค่อยากรู้จักคุณ คุณที่เป็นคุณจริงๆ”

“หนุ่มน้อย เธอกำลังเรียนรู้การใช้ชีวิตคู่สินะ ฉันรู้สึกดีใจมากรู้รึเปล่า” มิคาเอลยกนิ้วขึ้นเขี่ยไปมาบนคางของอีกฝ่าย มือของเขาถูกปัดออกพร้อมกับเด็กหนุ่มที่กลับมาทำหน้ายุ่งแล้วพลิกตัวกลับไปนอนหันหลังให้เช่นเดิม

มิคาเอลหัวเราะ “ไม่ว่าตอนไหนก็คือฉัน ฉันใช้ชีวิตกับหน้ากากใบนี้มาสามสิบกว่าปี คงแก้ไม่ได้แล้วล่ะ อีกอย่างได้เห็นเด็กบางคนอารมณ์เสียก็รู้สึกดีเหมือนกัน”

“เห็นผมโกรธมันทำให้คุณมีความสุขเหรอครับ”

“แน่นอนสิ นอนดูลูกแมวน้อยหน้าตาบู้บี้สนุกจะตาย”

“หุบปากไปเลยครับ”

“หึๆ นอนได้แล้วอคิราห์”

 

5.00 P.M

เด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับไปไม่กี่ชั่วโมง หากเป็นแต่ก่อนเขาไม่มีทางนอนหลับเพียงแค่เหนื่อยจากการเดินทางแน่ อคิราห์กำลังเริ่มรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในตอนนี้ของเขามันสบายเกินไปจนทำให้เขาเริ่มเสียคน เด็กหนุ่มหันไปมองพื้นที่ว่างเปล่าด้านข้างตัวครู่หนึ่ง ก่อนที่จะลุกขึ้นก้าวเท้าเดินออกไปนอกห้อง หน้าประตูด้านนอกยังมีคนเฝ้าอยู่อีกสองคน ทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มคนรักของเจ้านายเดินออกมาพวกเขาทั้งคู่ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเอ่ยในสิ่งที่เจ้านายสั่งไว้ก่อนหน้านี้ให้เด็กหนุ่มได้รับรู้ “นายท่านมีประชุมอยู่ครับเวลานี้จึงไม่สะดวกพบ สั่งให้พวกเราติดตามคุณไปทุกที่ๆคุณต้องการ”

เด็กหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ เรียวขายาวก้าวเดินไปตามทางเดินภายในคฤหาสน์โดยมีชายอีกสองคนเดินตามอยู่ไม่ห่าง มีหลายคนทั้งคนที่แต่งชุดพ่อบ้านแม่บ้าน หรือแม้แต่กลุ่มคนที่อยู่ในชุดดำที่เขาเดินผ่าน หลังจากที่ทุกคนมองเห็นเด็กหนุ่มผมดำหน้าตาไม่คุ้นเคย ไม่มีใครมีท่าทางประหลาดใจ ทุกคนล้วนแล้วแต่ก้มศีรษะลงก่อนที่จะเดินผ่านไป

คฤหาสน์หลังนี้ออกจะใหญ่โตเกินกว่าที่จะเดินสำรวจได้จนทั่วภายในเวลาสั้น แต่ถึงจะใหญ่โตสักแค่ไหน ความบังเอิญก็ย่อมเกิดขึ้นได้อยู่ดี

อคิราห์มองเห็นเด็กหนุ่มที่ดูอายุไล่เลี่ยกับเขา...หมายถึงกับอคิราห์กำลังเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆโดยมีแม่บ้านร่างท้วมกำลังพยายามพูดอะไรบางอย่างกับอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มคนนั้นจะไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไหร่ เด็กคนนั้นมีเรือนผมและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนและใบหน้าอ่อนเยาว์ดูน่ารัก เขาอดคิดไม่ได้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้อาจจะเป็น ‘คน’ ของมิคาเอลก็เป็นได้

อคิราห์สนใจเด็กหนุ่มที่เดินมาจากฝั่งตรงข้ามอยู่ครู่เดียว หลังจากที่มองสำรวจอยู่พักหนึ่งก็เลือกที่จะไม่เก็บเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นใครมาคิด เขาเดินต่อไปเรื่อยๆ มองเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นเพียงแค่คนที่เดินผ่านไปมาเหมือนคนก่อนๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่คิดเช่นนั้น ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มผมดำรูปร่างหน้าตางดงาม ความเย็นชาบนใบหน้าไม่ได้ทำให้ความงดงามลดลงแม้แต่เศษเสี้ยว คาเรนชะงักกึก ความรู้สึกไม่พอใจและความสงสัยถาโถมเข้ามาในใจ

“คุณคาเรนคะ ทางนั้นเป็นฝั่งห้องนอนของนายท่านคุณไม่ควรจะเดินไป” เด็กหนุ่มฟังเสียงแม่บ้านคนนี้พูดออกมาแต่คำพูดเดิมๆ มาตลอดทาง ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อมองเห็นคนที่เดินมาจากฝั่งตรงข้ามหลังจากชะงักไปครู่หนึ่งเด็กหนุ่มก็เดินปรี่เข้าไปหาอีกฝ่ายทันที คนที่มีชายชุดดำสองคนยืนอยู่ด้านหลังไม่สนใจเขาสักนิด นิ้วมือขาวจิกลงบนฝ่ามืออย่างลืมตัว

“เอ่อ สวัสดีนะ อาจจะทำให้คุณตกใจแต่ผมดีใจมากจริงๆ ที่ได้เจอคนรุ่นเดียวกันที่นี่ คุณมิคาเอลพึ่งอนุญาตให้ผมเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์น่ะครับ เดินจนทั่วก็มีแต่คนน่ากลัวเต็มไปหมด ขอโทษที่แนะนำตัวช้านะครับ ผมชื่อคาเรน แล้วคุณ..”

“อคิราห์”

“อคิราห์งั้นเหรอ ชื่อแปลกหูดีนะครับ”

“อืม”

ปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มผมดำนิ่งสนิท ไม่ได้ยินดียินร้ายกับความตื่นเต้นร่าเริงของเด็กหนุ่มตรงหน้าสักเท่าไหร่นัก

“อคิราห์กำลังจะไปไหนเหรอครับ” คาเรนยังคงถามต่อ

“เดินสำรวจที่นี่น่ะ”

“งั้นเหรอ ดีจริง ผมก็กำลังสำรวจอยู่เหมือนกัน งั้นเราเดินไปพร้อมกันมั้ยครับ”

“นายมาจากฝั่งนั้นไม่ใช่เหรอ”

“ครับ แต่ทางที่ผมผ่านมาก็ดูเหมือนไม่มีอะไร ถ้ายังไง เอ่อ...อคิราห์เดินกลับไปกับผมมั้ย เราจะได้เดินคุยกันด้วย” คาเรนดูมีท่าทางเกรงใจแต่ก็ดูอยากจะเดินไปกับเขาเช่นกัน

“ไม่ล่ะ ผมอยากเดินต่อไปมากกว่า ต้องขอโทษด้วย”

คำตอบของอีกฝ่ายทำให้เด็กหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำตาลมุมปากกระตุก แต่ก็ยังสามารถรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้ “งั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นผมเดินกลับไปพร้อมคุณด้วยก็แล้วกัน”

อคิราห์ไม่ได้พูดอะไร เด็กหนุ่มเพียงแค่เดินต่อไปโดยมีอีกคนเดินอยู่ด้านข้างโดยมีชายในชุดสูทดำสองคนและแม่บ้านร่างท้วมเดินตามมาด้านหลัง

“อคิราห์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ” คาเรนสับขาก้าวตามคนที่รูปร่างสูงกว่าตนเอง ในใจรู้สึกว่าการมีคนคอยเดิมตามอยู่ด้านหลังนี่ให้ความรู้สึกดีจริงๆ

“มิคาเอลพามาน่ะ” เขาตอบตามความเป็นจริงโดยที่ไม่ได้คิดอะไรนัก แต่การเอ่ยชื่อเทวทูตแห่งวงการมืดอย่างห้วนๆก็ทำให้คนรู้สึกตกใจได้เหมือนกัน

“งั้นเหรอครับ แล้วทำไมคุณมิคาเอลถึงพาคุณมาที่นี่เหรอครับ คุณกับคุณมิคาเอลเป็นอะไรกันเหรอครับ”

“เป็นคนรักน่ะ”

“หา! เอ่อ ขอโทษครับผมแค่ตกใจนิดหน่อย คือ...คุณก็ดูอายุพอๆกับผม อคิราห์โชคดีจังเลยนะครับ คุณพ่อผมยังบอกเลยว่าคุณมิคาเอลไม่เคยพาคนรักคนไหนมาที่นี่เลยสักคน”

อคิราห์เดินต่อไปแต่ในใจก็รู้สึกสงสัย ทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดกัน ทั้งที่มันก็ตรงความหมายแล้วแท้ๆ เขาขี้เกียจจะอธิบายก็เลยเดินต่อไปทิ้งให้อีกฝ่ายเข้าใจคำว่า ‘คนรัก’ ในรูปแบบของตัวเองต่อไป

“ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วครับคุณอคิราห์ เชิญตามผมมาทางนี้”

อคิราห์พยักหน้า หากแต่ในตอนที่เขากำลังเดินตามชายในชุดสูทดำออกไป ด้านหลังของเขาก็มีเสียงของเด็กหนุ่มอีกคนเอ่ยออกมา “ถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมไปด้วยได้มั้ยครับ” 

To be con 

------------------------------------------ 

Talk เอาช่วงของพี่ซันไปสั้นๆ ละกันเนอะ หายไปหลายตอน ส่วนหนูอาคิกับน้องคาเรนก็เจ๊อะกันแล้วจ้า น้องยังคงนิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง รู้สึกจะslow life มาหลายตอนเหลือเกิน อยากเข้าฉากมันส์บ้างเหมือนกันนะแต่ยังคิดไม่ออก เอาเป็นว่าเจอกันตอนหน้าค่ะ #อาคิและลุงของเขา Crystal 

ความคิดเห็น