จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ

ชื่อตอน : สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 73

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2562 19:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ
แบบอักษร

image

ถ้าอจินไตยมาแบบนี้..ริต้าจะได้นอนไหมเนี่ย

............

ในที่สุด..ก็ถึงเวลาที่มอบสายรัดเอวทั้งสองเส้นให้แก่ผู้ชนะเลิศ...

พิธีกรรมไม่ได้ยุ่งยากดังที่คิด..เจ้าผู้ครองแคว้นนามมิลินทระอุระ..จะขึ้นบนแท่นรายล้อมด้วยองครักษ์ทหารหาญ..และผู้ชนะทั้งสองจะเข้ารับมอบสายรัดเอวจากมือ..ข้อสำคัญ..ต้องคาดสายรัดเอวเดี๋ยวนั้นเพื่อให้ประจักษ์ว่า..สายรัดเอวยอมรับหรือไม่..หากไม่ยอมรับ..ก็ต้องคืนกลับ..เพื่อจะได้ประลองแย่งชิงเพื่อหาผู้ที่คู่ควรในโอกาสต่อไป..

จินดาพิสุทธิ์ยืนพร้อมกับธารแดง..ซึ่งต่างฝ่ายต่างสบตา..และธารแดงก็หัวเราะหึ ๆ ..

“..ไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามที่ท่านคิดหรอก..จินดาพิสุทธิ์..หรือข้าจะเรียกเจ้าว่าริต้าดีล่ะ..”

“..ความเป็นจริง..ฉันก็คืออาริตา อิทธิวงศ์อยู่แล้ว..จะเรียกอะไรก็ตามใจเธอเถอะ..เรนี่..”

จินดาพิสุทธิ์พูดตอบโต้อย่างไม่ยี่หระ..

ธารแดงแค่นเสียง..

“..จะกฤติกาหรืออาริตา..ไม่น่าเชื่อนะ..ว่าฉันต้องสู้กับพวกเธอมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้..”

“..ที่นี่เป็นภพของเทพอสูรเบญจอังคะ..ไม่เหมือนโลกเดิมที่ฉันจากมา..เธอทำอะไรคงไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่...บอกก่อนนะว่าฉันพลาดท่าเธอไปครั้งหนึ่งเพราะไม่รู้ว่าเธอยังคงดำรงอยู่..แต่จะไม่พลาดให้เธออีกแล้ว..”

“..ภพของเทพอสูรแล้วยังไง..ข้ารู้เงื่อนไขดีว่าท่านคงไม่อาจยุ่งเกี่ยวในเรื่องราวของภพแห่งนี้เกินความจำเป็น..ข้อดีของภพแห่งนี้ยังมีอยู่..แม้ว่าพลังเทพของข้าจะอ่อนลงไป..ไม่สามารถแพร่ไวรัสดื่มเลือดเพื่อสร้างบริวาร..แต่ก็มีข้อดีชดเชย..อย่างน้อย ๆ ..ข้าก็ไม่จำเป็นต้องกลัวแสงแดดเหมือนภพดั้งเดิม..การยึดครองแผ่นดินนี้..คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงของข้าสักเท่าไหร่หรอกนะ..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่อยากจะต่อปากต่อคำ..ปรกติก็ไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว..

“..ข้ารู้ว่าเจ้าจะทำอะไรในช่วงพิธีมอบสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..”ธารแดงพูด.. “..เจ้าจะขัดขวางข้า..”

“..ก็ใช่..ฉันไม่ให้เธอทำอะไรหรอก..”จินดาพิสุทธิ์ไม่กลัวอันใดทั้งสิ้น..

“..ทางที่ดี..เจ้าควรจะอยู่เฉยเสียจะดีกว่า..”

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

“...เธอก็รู้ว่าฉันนิ่งไม่ได้..”

“..ถ้าอย่างนั้น..ลองมองไปที่จุดซึ่งหัวใจของเจ้าอยู่สิ..”

หัวใจของจินดาพิสุทธิ์หรือ..

คำพูดนี้..ทำให้เจ้าหญิงแห่งจันทราใจหายวาบ..

ครั้นเหลือบมองไปยังจุดที่อจินไตยและมุกดารายืนอยู่..ก็เห็นด้านหลัง..มีบุคคลสองคนยืนกำกับอยู่ชัดเจน..จำได้ว่าหนึ่งคือนัยน์ตาโลหิต..อีกคนที่แต่งกายคล้ายกัน..นั่นก็ควรจะเป็น...อดีตเจ้าหญิงหมาป่า..

ข้อสำคัญ..การยืนกำกับนั้น..ไม่เพียงกำกับ..แต่ยังคร่ากุม..

จินดาพิสุทธิ์เห็นสายตาของอจินไตยมีแววของความเจ็บปวดอยู่บ้าง..แถมยังวิงวอนอะไรนางบางอย่าง..เพียงแต่ไม่อาจจะพูดออกมา..

จินดาพิสุทธิ์ถึงกับหน้าซีด..

“..อาริตา..หัวใจของเธออยู่ไหนแล้ว..”เสียงธารแดงแค่นหัวเราะ... “..ขอเพียงเจ้าอยู่เฉย ๆ ..อย่าขวางข้า..แล้วนางจะปลอดภัย..รวมถึงเจ้าหญิงมุกดาราคนที่คลั่งไคล้เจ้าด้วย..”

จินดาพิสุทธิ์ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้ายดังลอดออกมา..

ธารแดงเป็นต่อนางแล้ว..

.....

เจ้าแคว้นมิลินทระยืนเด่นเป็นสง่า..แม่ทัพสุทธาจักรในฐานะผู้จัดการแข่งขัน..กล่าวถึงการแข่งขัน..และให้ผู้ชนะคนแรกเดินขึ้นมา..คือจินดาพิสุทธิ์..เพื่อรับสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุ..

จินดาพิสุทธิ์ท่าทีเครียด..แต่ก็ยังต้องขึ้นมารับสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุตามพิธี..

สายรัดเอวสีเขียว..ประกายละเลื่อม..และมองผิวเผินเหมือนจะหาคนครอบครองได้ยาก..

เหตุที่หาคนครองได้ยาก..เพราะธาตุลมซึ่งเป็นหนึ่งในธาตุทั้งสี่..เป็นธาตุของความแปรปรวนไม่แน่นอน..และความแปรปรวนไม่แน่นอน..สำหรับคน ๆ หนึ่ง..ถือว่ายากจะรับมือได้..เมื่อดึงพลังธาตุลมเข้ามา..จึงไม่อาจต้านทานเกินหนึ่งลมปราณ...

แต่แม้จะครอบครองได้ยาก..แต่ทุกคนก็ปรารถนาจะครอบครอง..เพราะเมื่อได้ครองสายรัดเอวเส้นใดเส้นหนึ่ง..ก็เท่ากับได้อำนาจมาครอบครองเช่นกัน..

อำนาจเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา...ต่อให้เป็นอำนาจจากธาตุทั้งสี่ก็ตาม..

จินดาพิสุทธิ์ต้องยืนในแท่นที่เสมอกันกับเจ้าแคว้น..และเจ้าแคว้นก็คาดสายรัดเอวให้..

เจ้าแคว้นมิลินทระอุระพูดขึ้นเบา ๆ ..

“..ด้วยอำนาจแห่งวาโยธาตุ..หากผู้ชนะการประลองในครั้งนี้..มีความคู่ควรแก่สายรัดเอว..โปรดแสดงให้เห็น..หรือแม้แต่ไม่คู่ควร..ก็แสดงออกมาด้วยเถิด..”

พลางยิ้มให้..

“..หลานเรา..โปรดยืนรอด้านข้าง..ในระยะเวลาหนึ่งลมปราณ..ก็จะทราบแล้วว่าสายรัดเอวแห่งวาโยเส้นนี้..จะยอมรับท่านหรือไม่..”

แม่ทัพสุทธาจักรเห็นเจ้าหญิงแห่งจันทราออกมายืนรอด้านข้างแล้ว..ก็เรียกผู้ชนะคนต่อไปขึ้นรับสายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นที่สอง..

ธารแดงเดินช้า ๆ ไปที่เจ้าแคว้นมิลินทระอุระ..

พริบตานั้น..นางคำนวณสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นนับร้อยนับพันรูปแบบ...

นางปรับเปลี่ยนแผนการเล็กน้อย..เพราะเห็นบางสิ่งบางอย่าง..ในช่วงที่เจ้าแคว้นมิลินทระอุระมอบสายรัดเอวให้จินดาพิสุทธิ์..

แคว้นมิลินทระเป็นแคว้นที่มีวิทยาการสูง..นอกจากวิทยาการที่จับต้องได้..ยังมีวิทยาการด้านพลัง..

และนางเห็นพลังเจือจางบางเบาที่ร่างของเจ้าแคว้น...การปกป้องเจ้าแคว้น..ยังใช้พลังที่มองไม่เห็นคุ้มกันไว้ด้วย..ไม่อาจจะทำอะไรได้โดยง่าย..

สมมติว่าจะคร่ากุมเจ้าแคว้น..ใช้ความตายข่มขู่..ก็สามารถตัดปัญหาไปได้เลย..เพราะนางไม่มีทางทำร้ายเจ้าแคว้นได้แม้แต่ให้เจ็บเพียงนิดเดียว..นางควรจะเป็นเป้าหมายของหอกดาบนับร้อยนับพันที่รุมฟันแทงโดยไม่กลัวว่าเจ้าแคว้นจะเป็นอันตรายใด ๆ ...

นี่เป็นสิ่งที่นางไม่คิดฝันมาก่อน..

สนามพลังคุ้มกันกาย..คนในแคว้นมิลินทระมีวิทยาการเช่นนี้ด้วยหรือ...

นางมองอย่างละเอียด..ยังไม่ทราบว่า..สนามพลังที่คุ้มกันร่างกายของเจ้าแคว้นมิลินทระคนนี้มาจากที่ใด..

ให้ตาย..หากไม่ใช้โอกาสนี้..ก็ไม่อาจจะกระทำการใหญ่ได้แล้ว..

แต่ก็มีอยู่ช่วงเดียว..

ช่วงที่เจ้าแคว้นคาดสายรัดเอวให้ผู้ชนะ..

เป็นช่วงสั้น ๆ ราวเสี้ยวอึดใจ..ที่สนามพลังอ่อนลงไป..

ต้องใช้เวลาเสี้ยวอึดใจช่วงนั้นเอง..

.....

เจ้าแคว้นมิลินทระหยิบสายรัดเอวแห่งหลักธรณีขึ้นมาแล้ว..

สายรัดเอวนี้มีสีทอง..รูปลักษณ์เช่นเดียวกับสายรัดเอวแห่งหลักธรณีที่กัษษากรได้ไป..แต่ครั้นมันต้องหายไปอยู่อีกมิติหนึ่ง..ก็เท่ากับ..มันสาบสูญไปตลอดกาลจากแผ่นดินเบญจะอังคะทวีปด้วย...

และเมื่อประกาศชัยชนะของธารแดง..เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วบริเวณ..เจ้าแคว้นมิลินทระอุระ..ก็คาดสายรัดเอวให้ธารแดงโดยไม่พูดว่ากระไร...

ช่วงที่เจ้าแคว้นก้มลงคาดสายรัดเอวนั้น..เป็นช่วงที่สนามพลังคุ้มกันต้องอ่อนลง..เพราะสนามพลังอาจจะทำร้ายคนที่ใกล้ชิดที่สุดในเวลานั้นได้..

เจ้าแคว้นมิลินทระไม่ได้กล่าวอันใดมากความ..อาจจะเป็นเพราะไม่รู้จักธารแดงเป็นการส่วนตัว..

มือของธารแดงกำเป็นหมัด..

และเจ้าแคว้นมิลินทระกล่าวขึ้นว่า..

“..หากจะมาประลอง..ท่านก็ไม่ควรแฝงตัวเข้ามา..พิรุณเลือด..”

ธารแดงอุทานเบา ๆ ..ก่อนจะตัดสินใจรัดคอเจ้าแคว้นมิลินทระ..

แต่แล้ว..นางก็ใจหาย..เพราะสายรัดเอวแผ่พลังประหลาดออกมา..ทำให้ร่างนางชาด้าน..

และนางล้มลง..

เจ้าแคว้นมิลินทระแค่นเสียง..พูดออกมาดัง ๆ ...

“..อย่านึกว่าข้าจะไม่ทราบว่าเจ้าจะทำอันใดกับข้าและแคว้นข้า..พิรุณเลือด..เจ้าแฝงเข้ามาประลอง..และคิดจะก่อการใหญ่ยึดแคว้นมิลินทระของข้า..สายรัดเอวแห่งหลักธรณีเส้นนี้..จึงทำพิเศษไว้เพื่อท่าน..”

เหตุการณ์ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึง..

สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ..

ที่แท้..เจ้าแคว้นมิลินทระ..รวมถึงราชครูสูตระ..เจ้ามุกมังกร..หรือแม้แต่แม่ทัพสุทธาจักร..สืบทราบแผนการของพิรุณเลือดอยู่แล้ว..คาดคำนวณว่า..นางต้องแฝงตัวเข้ามาเพื่อกระทำการใดแน่..

และการกระทำการของนางจะสัมฤทธิ์ผล..ก็ต้องใช้โอกาสเดียว..คือโอกาสนี้..

ดังนั้น..เจ้าแคว้นมิลินทระจึงวางแผนตลบหลังนาง..

ใช้สายรัดเอวแห่งหลักธรณีที่ทำปลอมไว้..เป็นสายรัดเอวที่ใช้สยบคนที่สวมใส่โดยเฉพาะ...

เรื่องราวพลิกผันสุดหยั่งคาดจริง ๆ ...

....

เทวีแวมไพร์เรนี่หรือพิรุณเลือดหรือธารแดง..ล้มลง..ตัวชาเพราะอำนาจพลังที่แฝงอยู่ในสายรัดเอว..

บ้าชะมัด..

“..มิลินทระอุระ..ท่าน..”พิรุณเลือดคำราม..หมวดปีกกว้างหลุดออก..นางคือพิรุณเลือดจริง ๆ ...

ทหารองครักษ์ของแคว้นมิลินทระกรูเข้ามา..เจ้าแคว้นมิลินทระแค่นเสียง..

“..การเคลื่อนไหวของท่าน..คิดว่าจะรอดพ้นสติปัญญาของพวกเราหรือ..วันนี้แคว้นเราจะกำจัดมารให้แผ่นดิน..ทหารทั้งหลาย..หากนางไม่ยอมสยบ..ก็ฆ่านางเสีย..”

ทหารมิลินทระรับบัญชา..จ่ออาวุธทั้งหอกและดาบ..รายล้อมร่างของพิรุณเลือดที่นอนบนพื้น..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..

“..พวกเจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร..”

ทหารมิลินทระต่างไม่ใส่ใจ..

ใครจะใส่ใจคำขู่คำพูดของคนร้ายก็คงไม่ใช่ทหารองครักษ์แล้ว..

พิรุณเลือดเพียงแค่ตบที่พื้น..

เสียงครืน ๆ ดังขึ้น..แผ่นดินคล้ายจะสั่นไหว..

ที่แท้นางกระแทกพลังเข้าใส่พื้น..ซึ่งก็คือพื้นเวทีประลองนั่นเอง..

และเมื่อตบอีกครั้ง..ก็มีพลังประหลาด..กระแทกสายรัดเอวสีทองปริแตก..

เจ้าแคว้นมิลินทระใจหาย..

“..เป็นไปไม่ได้...”

“..เฮอะ..ของเล่นแค่นี่คิดจะสยบข้า..ฝันไปเถอะ..”พิรุณเลือดตบที่พื้นอีก.

นางกระแทกพลังใส่พื้น..เพื่อที่จะสะท้อนกลับมาทำลายพลังของสายรัดเอวสีทองที่มุ่งสยบนางอยู่..

และเมื่อตบพื้นสามครั้ง..สายรัดเอวสีทองก็ถูกกระแทกขาดกระจาย..

พิรุณเลือดลุกขึ้นได้..หอกจำนวนมากก็แทงใส่..

แต่แทงใส่แล้วจะเป็นไร..เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ฆ่านางไม่ได้..

นางอาจจะมีพลังแห่งเทพอ่อนด้อยลง..แต่นางยังเป็นอมตะ..

ดังนั้น..ทหารที่แทงใส่ร่างนางจึงถูกตบกระเด็นหวือ..คอหักทันที..

และนางฝ่าไปหาเจ้าแคว้นมิลินทระแล้ว..

องครักษ์ของแคว้นมิลินทระมีการฝึกปรือมิใช่ชั่ว..ตั้งขวางพิทักษ์เจ้าแคว้นเป็นชั้น ๆ ..ไม่อาจฝ่าเข้าถึงตัวได้โดยง่าย..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..ต่อให้ขวางพิทักษ์ได้แล้วจะเป็นไรไป..

เสียงแคว่ก..ปีกของนางแผ่ออก..โบกสะบัด..ทั้งทำลายหอกดาบที่มุ่งทำร้าย..และกระพือเพื่อให้ร่างลอยขึ้น..

ใครจะคิด..ต่อให้ตั้งคุ้มกันอย่างไร..ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะบุกเข้ามาทางอากาศ..

นางคือปีศาจ..เทวีแห่งปีศาจแวมไพร์ทั้งมวล..แม้ว่านี่จะไม่ใช่ถิ่นของนาง..แต่ก็ใช่ว่า..จะยิ่งใหญ่ไม่ได้..

นางรู้สึกว่า..ก่อการขนาดนี้แล้ว..ทำไมคนของนางถึงยังนิ่งเงียบอยู่..

หรือว่า..

“..เจ้าสำนักตึกแดง..”นางคำราม..

ไม่มีทางเลือก..ท่าทางคนของนางคงจะถูกกองกำลังเร้นลับที่ถูกแคว้นจันทราลอบส่งเข้ามา..จัดการสยบไว้แล้ว

บ้าบัดซบ..

ไม่มีทางเลือก..แม้จะต้องสู้ตามลำพัง..ก็ต้องก่อการให้สำเร็จให้ได้..

นางโผร่างเข้าหาเจ้าแคว้นมิลินทระ..ซึ่งกำลังถอยหนี..

และธนูหลายร้อยดอกก็ยิงใส่นาง..เพียงแต่..ธนูทุกดอก..ต่างไร้ค่าเมื่อกระทบร่างปีศาจ..

นางต้องสยบเจ้าแคว้นเพราะเมื่อสยบเจ้าแคว้น..จะสามารถทำให้ทหารมิลินทระไม่กล้าต่อต้าน..

กรงเล็บนางตะกุยใส่..และถึงตัวเจ้าแคว้นมิลินทระแล้ว..

แต่สนามพลังประหลาดก็ขวางไว้..

พิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์ขัดใจ..ตะกุยอีกกรงเล็บหนึ่ง..

พลังเทพอันมหาศาลแม้จะลดลงไปเนื่องจากอยู่คนละภพ..แต่ก็ยังถือว่ามากอยู่ดี..

มันสามารถทำลายสนามพลังคุ้มกายของเจ้าแคว้นมิลินทระได้..

มิลินทระอุระใจหาย..ไม่คิดว่า..จะมีใครทำอะไรแบบนี้ได้มาก่อน..

จะว่าไปแล้ว..เขาก็คาดการณ์ผิด..ประเมินพลาดไปเช่นกัน..

แต่กรงเล็บที่หมายจะสยบเขา..ก็ไม่ได้สยบดังที่ใจคิด..

เพราะมีบางอย่างพุ่งเข้ามา..มัดข้อมือพิรุณเลือดไว้..

นางขัดใจ..รีบใช้อีกมือตะกุยหมายคร่ากุมอีก..แต่อะไรบางอย่างนั้นอีกเส้นก็มัดข้อมือของพิรุณเลือดไว้อีก..

เสียงตะโกนดังมาจากกลุ่มชนด้านล่างที่แม้จะโกลาหนแต่ก็มีส่วนหนึ่งชมดูอย่างใส่ใจ..

“..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..นี่คือแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..”

พิรุณเลือดขมวดคิ้ว..

นางถอดแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกออกจากร่างของจินดาพิสุทธิ์แล้วนี่..

แต่หันขวับ..ก็เห็นผ้าแถบสองผืน..มาจากร่างของจินดาพิสุทธิ์..

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว..จนไม่มีใครใส่ใจเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราผู้ชนะคนหนึ่ง..

เมื่อเจ้าแคว้นลงมือ..และพิรุณเลือดอาละวาด..นางก็หลบไปข้าง ๆ ..

สายรัดเอวแห่งวาโยทำให้นางปั่นป่วน..เพราะการดึงธาตุลมเข้ามาในร่างมนุษย์จะเป็นเช่นนี้..

แต่พอสงบนิ่ง..ใช้จิตสูญญตา..สร้างความว่างเปล่า..ลมแม้จะปั่นป่วนรุนแรง..ก็ค่อย ๆ ถูกควบคุม..

มิคาด..หนึ่งปราณผ่านไป..จินดาพิสุทธิ์กลับใช้จิตสูญญตา..จัดการอำนาจของวาโยธาตุได้สำเร็จ..

ใช่..ลม..ลมคืออากาศที่เคลื่อนไหว..

และนี่มีความคล้ายกับอากาศมนตรา..พลังแห่งความว่างเปล่า...

พอจัดการกับวาโยธาตุได้..และลืมตาขึ้น..ก็พบว่า..พิรุณเลือดกำลังจัดการกับเจ้าแคว้นมิลินทระ..

ไม่มีทางเลือก..พลังของสายรัดเอวแห่งวาโยธาตุเมื่อเป็นของนาง..ก็จำเป็นต้องใช้งานดูสักครั้ง..

ธาตุลมสามารถพัดพา..

เมื่อสามารถพัดพา..ก็ควรจะสามารถพัดพาชายผ้าที่ห้อยอยู่ให้เป็นประโยชน์..

จินดาพิสุทธิ์ขอชายผ้าแถบมาทำเป็นผ้าสองชายห้อยกับร่างกาย..เพราะทำให้นึกถึงแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่สูญเสียไป..ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น..

แต่ไหนเลย..มันจะยังใช้ได้ไม่ต่างจากแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกได้อีก..

ชายผ้าทั้งสอง..ถูกพลังแห่งวาโยธาตุ..นำพาไปมัดสองมือของพิรุณเลือดไว้..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..

“..จินดาพิสุทธิ์..”

เจ้าหญิงแห่งจันทราทะยานร่างขึ้น..กำหมัด..ต่อยรัวเร็วออกมา..นี่คือหมัดสูญญตาของนางเอง..

และข้อสำคัญ..นางสามารถคลายชายผ้า..และใช้จู่โจมได้ราวกับเป็นแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกอีกด้วย..

พิรุณเลือดรับหมัดสูญญตา..และถอยร่างออกมาจากเป้าหมาย..

บัดซบ..ข้าพลาดหรือนี่..

เจ้าแคว้นมิลินทระล่าถอยไปอยู่ในการควบคุมของแม่ทัพสุทธาจักรสำเร็จ..ถูกนำตัวออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว..เวลานี้..สองร่างต่อสู้กันอยู่ท่ามกลางคมหอกดาบของทหารมิลินทระกลางเวที..

จวบจนหยุดนิ่ง..จินดาพิสุทธิ์ก็ถอยตัวกลับไปตั้งท่า..กระทั่งผ้าแถบทั้งสองชาย..ก็ผงาดขึ้น..ราวกับเป็นจินดาพิสุทธิ์คนเดิมกระนั้น...

เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้น..ทหารหนาแน่น..พิรุณเลือดคงไม่อาจฝ่าออกไปได้..

แต่นางยังแค่นหัวเราะ..

“.ริต้า..เธอไม่ห่วงอจินไตยแล้วหรือ..”

จินดาพิสุทธิ์นึกขึ้นได้..ลดท่าเตรียมลง..กระทั่งชายผ้าก็ตกห้อย..

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก..

ร่าง ๆ หนึ่งแหวกวงล้อมทหารมิลินทระ..ปรากฏตัวขึ้น..

นั่นคือคนชุดดำที่สวมหมวกปีกกว้างอีกคนหนึ่ง..ละอองเมฆา..

“..เทวีแวมไพร์เรนี่..คิดจะอาละวาดเหมือนว่านี่เป็นถิ่นของเธอ..คงยากนะ..”

พลางปลดหมวกออก..ที่แท้..นางก็คือแม่ทัพแมวหลวงแห่งแคว้นจันทรา...แฝงกายมาเช่นกัน..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..

“..เจ้าสำนักสูญญตาตึกแดงมาที่นี่..เห็นว่าเป็นแม่ทัพแมวหลวงแห่งแคว้นจันทรา..ไฉนถึงปรากฏกายที่แคว้นมิลินทระ..ท่านคิดจะทำอันใดกันแน่..”

“..แคว้นจันทรากับแคว้นมิลินทระมีสัมพันธ์อันดี..ท่านเจ้าแคว้นของแรงเราสักเล็กน้อยเพื่อขจัดเภทภัย..สิ่งนี้จะนับเป็นอย่างไรได้..”

พลางพูดขึ้นว่า..

“..กองกำลังสองพันกว่าคนในที่นี้ที่เตรียมก่อการ..ถูกสลายอย่างง่ายดาย..เพราะพวกเขาเป็นคนของสำนักต่อสู้ที่เธอไปถล่มมา..และใช้ประกาศิตสำนักควบคุมบังคับ..เราแค่เกลี้ยกล่อมพวกเขา..บอกว่า..ให้ยอมแพ้..เพราะหากแพ้..ก็ไม่ผิดกฎสำนัก..ที่ทำตามบัญชาแล้ว..แต่ทำไม่สำเร็จ..พวกเขาเห็นว่ามีทางออกที่เหมาะสม..ก็เลยยินยอมแต่โดยดี..”

แม่ทัพแมวหลวงหันมาทางจินดาพิสุทธิ์..

“..วาหุสินธุมีนาปักษา..ใช้เวลาช่วงบ่ายที่พิรุณเลือดต้องประจำที่เวทีประลอง..จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว..”

พิรุณเลือดเม้มปาก..

“..ไม่นึกว่าท่านจะใช้ความเป็นเทวีสงคราม..ชนะข้าอีกจนได้..”

แม่ทัพแมวหลวงพูดอีกว่า..

“..ส่วนที่จะใช้อจินไตยควบคุมจินดาพิสุทธิ์..ความจริงก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่..เพราะท่านคิดอยู่แต่ว่า..ทั้งหมดจะต้องเป็นเพราะเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราบุตรีเรา..แต่ท่านคงคิดไม่ถึง..ว่าจริง ๆ แล้ว..แคว้นมิลินทระตระเตรียมรับมือท่านอยู่แล้ว..แต่ถึงจะใช้อจินไตยข่มขู่..ก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะกระทำได้..เพราะก่อนหน้าที่แพคเกจศศินาจะเข้ามาสยบอจินไตย..ข้าได้พบพวกนางก่อน..”

พูดจบก็หัวเราะ..

“..ลูกไม้ใช้ฟีโรโมนควบคุมคนที่เคยใช้กับกัษษากรมาแต่เดิม..มันเป็นลูกไม้เก่าแล้ว..ตำราของราชาแวมไพร์บอกถึงฟีโรโมนชนิดนี้..และวิธีแก้ไขเรียบร้อย..ก็แค่เตรียมปรุงยาไว้..พอเจอสองคนนั่น..ก็สยบด้วยฝีมือที่เหนือกว่า.ป้อนยาให้..ทุกอย่างก็เรียบร้อย..”

พิรุณเลือดไม่คิดมาก่อน..ว่านางจะพ่ายแพ้..

แต่นางก็พ่ายแพ้อีกจริง ๆ ..

พ่ายแพ้ต่อแม่ทัพแมวหลวง..หรือเดิมคือแคท..เจ้าสำนักสูญญตาฝ่ายตึกแดงที่มี่จิตแห่งเทวีสงคราม..

ร่างของแพคเกจและศศินาแหวกทางเข้ามา..ดวงตาไม่แดงเหมือนครั้งเป็นบริวารของนางอีก..

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มก่อนจะจับมือกับแพคเกจ..

“..ดีใจจังที่เธอได้สติเสียที..”

แพคเกจกับศศินาสบตากัน..

“..แย่ชะมัด..ที่จำได้ทุกอย่าง..แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอย่างที่ทำกับเธอไปได้ยังไง..”แพคเกจบ่น.. “..ว่าแต่..ต้องขอบคุณนะที่ไม่ได้ใช่ซีรั่มเลือดหมาป่ากับฉันจริง ๆ ..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ..

“..มันใช่ที่ไหนล่ะ..แค่ใช้ทำให้เธอหน้าซีดบ้างแค่นั้น..”

แพคเกจอ้าปากค้าง..

เวลานี้..เทวีแวมไพร์เรนี่..หรือพิรุณเลือด..หรือธารแดง..พลันผงาดปีกขึ้น..

“..แผนการของข้าผิดพลาด..วันนี้คงต้องลาก่อน..”

แม่ทัพแมวหลวงหรี่ตา..

“..เดี๋ยวสิ..เรนี่..”

พิรุณเลือดแค่นเสียง..กระพือปีกวูบ..ร่างลอยขึ้นฟ้า...

เสียงร้องของทหารองครักษ์..

“..ยิงธนู..”

เสียงขวับ..ธนูนับพันดอกยิงใส่นาง..แต่ไหนเลยจะระคายผิวได้..

เทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือดหัวเราะฮาฮา..นางแม้จะไม่ประสบผล..แต่ในแผ่นดินนี้..ไหนเลยจะมีใครทำอันตรายนางได้..

เว้นไว้แต่..

พิรุณเลือดในสภาพปีศาจแวมไพร์มีปีก..รู้สึกถึงบางอย่างที่แผ่พุ่งเข้ามา..

อากาศ..

เป็นไปไม่ได้..อากาศมนตราสำหรับจินดาพิสุทธิ์ไม่มีอีกแล้ว..

แล้วนี่มันอะไรกัน..

หรือว่า..

นี่ไม่ใช่อากาศ..แต่เป็นลม..

ลมที่ถูกอัดเป็นก้อน..มีความรุนแรง..

วาโยธาตุหรือนี่..

ก้อนอากาศนั้นอัดกระแทกใส่ร่างนาง..

พิรุณเลือดกระอักโลหิตเป็นฝอย..หันมามองดูร่างในชุดขาว..สายรัดเอวสีเขียวอย่างคั่งแค้น..

พวกอิทธิวงศ์..จะอยู่ภพไหน..ข้าต้องล้างพวกมันให้สิ้น..

แต่ในเวลานี้..นางกระเสือกกระสนบินหนีไปอย่างทุกลักทุเล..

เป็นความพ่ายแพ้ที่ไม่อาจจะยอมรับได้เลย...

........

การก่อการของเทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือดไม่ประสบผล..นางคิดถึงตัวแปรผันน้อยเกินความเป็นจริงไปสักหน่อย

คนของนางถือว่าสิ้นสุดจากการผูกพันจากพันธะประกาศิตสำนัก..ต่างแยกย้ายกลับสำนักเดิมของตนเป็นที่เรียบร้อย..

กองกำลังลับของแคว้นอุตระเมื่อเห็นการก่อการของพิรุณเลือดไม่บรรลุผล..ก็รีบสลายตัว..เพราะถ้าหากจะเป็นปัญหาขึ้นมา..อาจกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นได้..

เรื่องราววุ่นวายนับว่าสิ้นสุดลงชั่วคราว...

ในวังแห่งแคว้นมิลินทระ..

แม่ทัพแมวหลวงกลายเป็นอาคันตุกะสำคัญ..เจ้าแคว้นมิลินทระและเจ้ามุกมังกร..ราชครูสูตระ..ตลอดจนแม่ทัพสุทธาจักร..ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี..

“..สิ่งที่ท่านแม่ทัพได้กระทำการช่วยเหลือ..ทางแคว้นมิลินทระซาบซึ้งในพระคุณนัก..”เจ้าแคว้นมิลินทระคารวะขอบคุณอย่างจริงใจ..

เจ้ามุกมังกรคารวะแม่ทัพแมวหลวงเช่นกัน..

“..ต้องขอขอบพระคุณท่านที่เมตตาสั่งสอนบุตรีข้า..ชิงเอาชนะเพื่อไม่ให้นางต้องเผชิญกับนางปีศาจพิรุณเลือด..”

“..พวกท่านถือว่าขับไล่นาง..และให้แคว้นเรารับนางไว้แล้ว..”แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ.. “..ท่านจะยังคงยืนยันคำเดิมหรือไม่..”

เจ้าแคว้นมิลินทระพยักหน้า..

“..นี่เป็นสิ่งที่นางเลือกเอง..บัดนี้..นางไม่ใช่คนของแคว้นมิลินทระแล้ว..หากจะรับนางเข้าแคว้นอีก..ข้าคงไม่อาจจะมองหน้าชาวเมืองได้..”

แม่ทัพแมวหลวงหันมาทางเจ้าหญิงมุกดาราซึ่งสีหน้าแววตามีความเด็ดเดี่ยว..

“..เช่นนั้น..ข้าจะรับนางเป็นศิษย์..เจ้าหญิงมุกดารา..ท่านอยากเรียนวิชาหมัดสูญญตาเช่นเดียวกับจินดาพิสุทธิ์หรือไม่..”

มุกดารามีสีหน้ายินดี..รีบเข้ามาย่อคารวะ..

“..ท่านอาจารย์..”

เจ้ามุกมังกรรู้สึกปลาบปลื้มนัก..

“..ได้กราบอาจารย์เช่นท่านแม่ทัพ..นับว่าเป็นวาสนาของมุกดารานัก..”

“..ท่านมุกมังกรอย่างคิดเช่นนั้นเลย..นี่เป็นเพราะไมตรีระหว่างสองแคว้นเราต่างหาก..”

แม่ทัพสุทธาจักรพูดขึ้นว่า..

“..ท่านกับองค์ราชินีโสมมวดีมีสติปัญญาเลิศล้ำ..เตือนพวกเราเรื่องการที่มีกองกำลังชาวอุตระคอยแทรกแซง..สายของเราที่อุตระก็สืบทราบมาได้เช่นนั้น..”

“..แคว้นอุตระที่ผ่านมา..มีความชอบกลในท่าทีอยู่..จินดาพิสุทธิ์ลูกข้าได้เผชิญหน้าสิ่งที่พวกอุตระแอบเร้นไว้ในเทือกเขาปัญจา..หากพิรุณเลือดจะหาแคว้นในสักแคว้น..เพื่อความร่วมมือ..ก็ควรจะใช้แคว้นอุตระเป็นพันธมิตรเป็นแน่.”

“..คิดว่า..นางปีศาจพิรุณเลือด..คงจะหนีไปยังแคว้นอุตระ..และอาศัยดินแดนเร้นลับของเทือกเขาปัญจา..ตระเตรียมก่อการใดสักอย่างเป็นมั่นคง..”เจ้าแคว้นมิลินทระถอนหายใจ...

“..สถานที่บนยอดมัชฌิมาในทิวเขาปัญจา..พวกมันเคยสร้างปีศาจคลั่งตระเตรียมไว้ก่อการรุกรานทุกแคว้นไว้แล้ว..ติดขัดที่ปีศาจคลั่งไม่อาจจะอาละวาดได้ในช่วงกลางวัน..เกรงว่า..พิรุณเลือดอาจจะมีหนทางที่จะทำให้ปีศาจคลั่งมีอำนาจได้มากกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน..”

พูดจบก็หยิบกล่องขึ้นมากล่องหนึ่ง..ยกขึ้นเหนือศีรษะ..มอบให้เจ้าแคว้นมิลินทระ..

“..แคว้นจันทราที่ผ่านมา..รับความจริงใจของแคว้นมิลินทระมาตลอด..การจัดการประลองชิงสายรัดเอวแห่งธาตุทั้งสี่..ทางแคว้นเราก็ได้สายรัดเอวไปถึงสามเส้น..หากท่านเจ้าแคว้นมิรังเกียจน้ำใจ..ก็โปรดรับของเล็กน้อยนี้ไว้ด้วยเถิด..”

เจ้าแคว้นมิลินทระขมวดคิ้ว..

เมื่อรับกล่องมา..และเปิดออก...ก็อุทานออกมาเบา ๆ ..ยื่นให้ราชครูสูตระ..

“..นี่คือตำราของราชาปีศาจ..”

“..นี่เป็นฉบับคัดลอก..มีเนื้อความเช่นเดียวกันกับฉบับจริง..แคว้นมิลินทระเป็นแคว้นของนักปราชญ์..คิดค้นวิทยาการมากมาย..ได้ตำราเหล่านี้ไป..ควรจะเป็นประโยชน์อย่างเอนกอนันต์..”

เจ้าแคว้นมิลินทระปลาบปลื้มนัก..

“..เดิมทีเราก็ระแวงสงสัยแคว้นท่าน..แต่บัดนี้..ต้องยอมรับแล้วว่า..แคว้นเราสองเป็นมิตรที่ดีต่อกันอย่างแท้จริง..”

เจ้ามิลินทระรู้สึกยินดี..แม่ทัพแมวหลวงมาในคราครั้งนี้..นอกจากจะส่งข่าว..ช่วยเหลือ..แถมยังเป็นตัวแทนในทางการทูตเพื่อผูกไมตรีให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย..

และทั้งสองแคว้นต่างก็ระแวงแคว้นอุตระขึ้นมาเหมือนกันแล้ว...

นับว่า..สิ่งสำคัญที่ราชินีโสมมวดีและแม่ทัพแมวหลวงคิดจะกระทำ..ในชั้นต้น..ประสบความสำเร็จอย่างงาม..

แม่ทัพแมวหลวงพลันมองซ้ายขวา..

“..จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยเล่า..เสียมารยาทนัก..”

เจ้าหญิงมุกดาราหัวเราะขบขัน..

“..ท่านอาจารย์..ท่านพี่ทั้งสอง..เมื่อเสร็จเรื่อง..ต่างก็ไม่คิดอะไรแล้ว..”

“..หือ..พวกนางมีอันใดต้องกระทำอีกหรือไง..”

“..พวกนางเพียงแค่.. “หื่น” กันเป็นกิจวัตรเท่านั้น..”

แม่ทัพแมวหลวงส่ายหน้า..เจ้าแคว้นมิลินทระหัวเราะเบา ๆ ..

“..ปล่อยให้พวกนางอยู่กันตามลำพังเถิดท่านแม่ทัพ..”

.........

ห้องนอนแสนสุข..

สายรัดเอวสีเขียววางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง..

และบนเตียงนั้น..จินดาพิสุทธิ์กอดอจินไตยกลม..พรมจูบไม่หยุด..

และเสียงครางก็ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ..ถี่ยิบ..และตลอดคืน..

วันนี้สุขสมให้เต็มที่..เพราะไม่ทราบวันพรุ่ง..จะเกิดอันใดขึ้นอีกหรือไม่..

..........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น