TheHolyWInds2000

นักเขียนมือใหม่ครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ^_^ เขียนเป็นแต่นิยายหลายๆหน้า เวลาอ่านจะมึนหน่อยๆ 😂

1.21 ผู้กล้าหาญกลุ่มแรกที่ถูกสังเวย

ชื่อตอน : 1.21 ผู้กล้าหาญกลุ่มแรกที่ถูกสังเวย

คำค้น : The revenge of the brotherhood

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 46

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 16:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1.21 ผู้กล้าหาญกลุ่มแรกที่ถูกสังเวย
แบบอักษร

1.21 The Revenge of The Brotherhood 

สงครามหุ่นยนต์รบพลังแค้น ฉันไม่ตาย เราสู้ตาย 

EP.21 

วิทยุ 

23 พฤศจิกายน 2033 

กาลาตี โรมาเนีย 

1650Hrs 

กาลาตี เป็นเมืองชายแดนระหว่างโรมาเนีย และมอลโดวา เมืองแห่งนั้นย่อมมีความสงบสุขและเก่าแก่ แม้ฐานะทางการเมืองของพื้นที่นั้นจะไม่มั่นคงนัก แต่คงไม่มีใครอยากจะนึกถึงภาพ เมื่อมันกลายเป็นซากปรักหักพัง...และเป็นสถานที่แรกของการปะทุของสงคราม 

"ฟ่าววว..." 

หุ่นยนต์รบทางอากาศกว่า300ลำ ยานแม่20ลำ ข้ามเขตแดนมอลโดวา... 

"บรื้นนน..." 

หุ่นยนต์รบภาคพื้นดินทั้งขนาดกลาและขนาดหนักรวมกว่า2000ลำ และทหารคุ้มกันจากกองพลทหารราบที่9 โอเดสซา ยูเครน กว่า7000นาย 

"...." 

ท้องฟ้ามีเมฆหนา และพวกเขาบินอยู่ในระดับความสูง7000ฟิต 

"อีก20นาที ถึงพื้นที่การรบ" 

ผู้บัญชาการกองพันที่1พูดกับตัวเอง พวกเขาเป็นหน่วยภาคพื้นดิน 

. 

. 

. 

ในเวลาเดียวกัน 

กองพันหุ่นยนต์รบที่52 สังกัดกองพลหุ่นยนต์รบที่3 คอนสตันซา โรมาเนีย 

ภาควิชาแก๊ส 

"ฟู่วววว...." 

หุ่นยนต์รบหลายลำกำลังฝ่ากลุ่มควันขนาดใหญ่ ควันพวกนั้นคือแก๊สน้ำตา พวกเขากำลังฝึกการรบในสนามรบที่มีแต่แก๊ส 

"อ๊ากกก...แอ่กๆๆๆ" 

หมวกที่ใช้ควบคุมหุ่นยนต์รบบางรุ่นไม่มีท่อหรือไม่สามารถต่อสายอ็อกซิเจนสำหรับช่วยหายใจได้ อาจจะทรมาณหน่อยๆ 

"ฟู่ววว..เฮือกก...กรึกๆ..." 

เพราะเหตุนี้ครูฝึกไม่สามารถนำฟอสฟอรัสขาวมาใช้เพื่อฝึกซ้อมได้ เพราะว่าหากสูดดมเข้าไป อาจจะเป็นผลเสียของนักเรียน 

"ฟู่ววว..." 

สำหรับคนที่มีหมวก แลัต่อสายอ็อกซิเจนได้ ระบบAir lockที่มีในหมวกคือคำตอบ แม้ควันจะเข้าไปในห้องควบคุม 

"เฮือกกก...ฟู่ววว" 

หากหมวกอย่างดีที่ต่อผ่านถังอ็อกซิเจนโดยตรง คงหายห่วง 

"บรื้นนนนๆๆๆ...ตึ้ง!..." 

แต่ถึงจะหายใจได้สะดวกปอดแต่ก็โชคไม่ดี ที่ควันหนาเกินไป จนคนขับมองไม่เห็นทางและชนก้อนหินในที่สุด กล้องตรวจจับไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนักในนี้ 

"แกร็กๆ...บรื้นนนๆๆๆ..บรื้นนน" 

แต่บางคนที่มีไหวพริบดี จะรู้ แต่ก่อนจะรู้ 

"ตึ้ง!....กรึกๆ" 

เขาก็ต้องเคยชนโขดหินใหญ่ๆมาก่อน 

"หวื๋ออออ..." 

แต่เมื่อทุกหน่วยกำลังฝึกกันอยู่ในแต่ละพื้นที่ ก็มีเสียงหวอดังขึ้นในระหว่างการฝึก 

"RM-52 RM-52 ฉุกเฉินระดับ1 ฉุกเฉินระดับ1 ยุติการฝึกและซ้อมรบทุกประเภท ขอให้ทุกคนนำหุ่นยนต์ทุกลำมาที่สนามบินAด้วย ขอย้ำ นี่ไม่ใช่การซ้อมรบ! หุ่นยนต์ทุกลำ มารวมตัวกันที่สนามบินAด้วย" ประกาศนี้สร้างความแตกตื่นให้กับทุกคนอยู่ไม่น้อย 

"ไม่ใช่การซ้อมรบงั้นเหรอ?" ขนาดครูฝึกก็ยังไม่รู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆถึงต้องเรียกเขา 

"ครืดดดดด...." แมรี่ นอร์มินี่ย์ ถึงกับต้องPull over จนหุ่นยนต์จอดสนิท เท้าเหยียบคลัทช์สลับกับมือเข้าเกียร์ว่าง ใจพิจารณาสถานการณ์ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่ 

"ปิ๊บๆๆๆ..." ไดรฟ์ของหุ่นยนต์ทุกลำอัพเดทภารกิจใหม่แล้ว 

"ไปที่สนามบินAภายใน10นาทีงั้นเหรอ??...เปิดระบบนำทาง กรึก....บรื้นนนน" เมื่อระบบนำทางทำงาน ทำให้เธอขับได้ปลอดภัยขึ้น เพราะระบบนั้นจะตรวจจับสิ่งกีดขวาง 

"หวื๋ออออออออ...." หวอดังราวกับว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น หวอหรือสัญญาณเตือนภัยที่นี่นั้น มีเสียงดังไปขนาดที่ว่าจนอ่านหนังสืออยู่ในรัศมี5กิโลเมตรก็ยังได้ยิน 

"...." แต่ใครจะรู้ล่ะว่ามันปรับได้ให้ได้ยินในระดับกองพันของเรา โชคดีที่กองพันตั้งอยู่ห่างจากชุมชนประมาณ5กิโลเมตร 

"เกิดบ้าอะไรวะ นี่! มอลิเซีย! แกบอกได้ไหม!?" หัวหน้าชุดฝึกสถานีแก๊สตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย 

"ผมไม่แน่ใจครับจ่า! แต่ถ้าอย่างนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องเล็กๆ" มอลิเซียตอบกลับซ้ำยังทำหน้างงมองกลุ่มควันที่ค่อนข้างจะหนา 

"กรึก...เหตุฉุกเฉินระดับ1 ให้ทุกคนรอจนกว่าควันจะจางลง! ใครมีระบบนำทาง เปิดแล้วไปที่ลานบินเลย! พยายามหลีกเลี่ยงการชนกันให้ได้มากที่สุด นักเรียน นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้ว" จากนั้นหัวหน้าชุดฝึกกดลำโพงแล้วประกาศให้ทุกคนได้รู้ แต่เสียงหวอที่ดังกว่า ทำให้ยากต่อการฟัง 

​"บรื้นนนนๆๆๆ" 

"ติดต่อจ่ามาดอซ เดี๋ยวนี่!" หัวหน้าชุดครูฝึกจะต้องรีบหาสาเหตุที่แน่ชัดให้ได้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เช่นนั้นที่นี่จะชุลมุนไปหมด 

"บรื้นนนนน...." Tiger SR7วิ่งผ่าออกมาได้แล้ว1ลำ 

"G1เรียกจ่ามาดอซ ตอบด้วย เปลี่ยน" G1=Gas sector1 กำลังเรียกจ่ามาดอซ เพราะเขาคนนี้ เป็นรองหัวหน้าชุดฝึกของทุกคน 

"ฉันได้ยินแล้ว นี่จ่ามาดอซพูด ฟังนะG1 หน่วยข่าวกรองดักฟังวิทยุรัสเซียได้ ว่าจะโจมตีคอนสตันซาจากทิศทางNE ฉันรู้แค่นี้ อย่าเพิ่งบอกเด็กๆจนกว่าจะถึงจุดหมายล่ะ ไม่งั้นได้แตกตื่นกันหมดพอดี" จ่ามาดอซรู้ทันพวกเขาจึงชิงแจ้งก่อน เสียงที่แข็งกร้าวของเขาทำให้ทุกคนที่ได้ยินตั้งใจฟัง ท่ามกลางเสียงหวอที่ดังไปทั่วกองพัน 

"รับทราบ จ่ามาดอซ G1กำลังสั่งให้นักเรียนไปที่ลานบินA เราจะไปพบกันที่นั่นอีกไม่ช้า G1 เลิกกัน กรึก..." มอลิเซียปิดวิทยุแล้วตัวเองก็รีบหอบข้าวของที่วางไว้ 

"เก็บของเร็ว! มอลิเซีย เก็บเสร็จไปเลย!" 

"รับทราบ!...กรึกๆๆ" ทุกคนเร่งรีบสุดๆ 

"บ้าอะไรวะ!? บรื้นนนน" เด็กๆล้วนแต่ไม่รู้เลย แต่ก็ต้องไปตามคำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉิน ใครที่ยิงปืนก็ต้องหยุดยิง ใครที่ซ้อมอยู่ก็ต้องหยุด ใครที่มองเห็นทางที่เต็มไปด้วยควัน ก็ต้องไปที่จุดรวมพลให้ได้ 

"เก็บทุกอย่างไป! ปุ้ง! ไอ้โง่! หยุดยิงแก๊สได้แล้ว!" หัวหน้าชุดฝึกสั่ง 

"กร็อก....ตึังๆ..." หมอนั่นโยนปืนยิงแก๊สทิ้งเลยล่ะ 

"เหตุฉุกเฉินระดับ1 นี่ไม่ใช่การซ้อมรบ!" ลำโพงหลักของกองพันยังคงประกาศเตือนกันอยู่ เผื่อว่ามีคนในหน่วยยังคงตั้งใจฝึกกันเกินไป ความวุ่นวายมาถึงแล้ว 

"ฟู้ววววว..." เมื่อควันจางลงแล้ว ทุกๆลำต่างเคลื่อนขบวนออกไปสู่จุดหมาย 

"เหตุฉุกเฉินระดับ1 เหตุฉุกเฉิน ให้หุ่นยนต์ทุกลำไปที่สนามบินAด้วย” 

. 

. 

. 

เวลาไล่เลี่ยกัน สนามบินA 

"ปิ๊บๆๆๆ.." รหัสทั้งหมดถูกส่งเข้ามาในแต่ละเครื่องแล้ว ตอนนี้เราก็ยังสับสนอยู่ดี สนามบินAเป็นลานบินใต้ดินแบบปิด โดยหุ่นยนต์ทุกลำหรือเครื่องบินรบจะสามารถเข้าและออกได้แต่ทางเดียว คืออุโมงค์ที่ยาวถึง1.6กิโลเมตร 

"บอกพวกเราได้หรือยัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?" เพราะว่ารีบเกินไป ทำให้บางกองร้อยนั้นมั่วไปหมด 

"หน่วยข่าวกรองของเราได้แจ้งว่า กองทัพรัสเซียจะบุกโจมตีคอนสตันซา ทางสายการข่าวได้ถอดรหัส และมีข้อความดังนี้" มีผู้พัน1คน อยู่กับพวกเราและอธิบายให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาเชิญนักถอดรหัสมาด้วย เราทั้งหมดอยู่ในห้องโล่งๆห้องหนึ่ง ส่วนหุ่นยนต์ทุกลำนั้นจอดอย่างเป็นระเบียบ แต่เพียงไม่ตรงตามกองร้อยและหน่วย  บางลำกำลังซ่อมบำรุงอยู่เนื่องจากได้รับความเสียหายหนักจากการฝึก 

"RU-3308 RU-22 เริ่มต้นปฏิบัติการZina Vasillij หมีขาวจะโจมตีแดร็กคูล่า ด้วยวิธีการสีฟ้า ปล่อยXM-500" พวกเขาถอดรหัสได้แค่นี้ ทั้งๆที่มีวิทยุที่สามารถดักฟังได้ตั้งไกล เพราะรหัสเหล่านั้นซับซ้อนเกินไป 

"หา!??" แหงล่ะ ทุกๆคนเริ่มแตกตื่นแล้ว เพราะว่าจะได้รบกันจริงๆ ส่วนบางคนที่ได้เข้าร่วมภารกิจอื่นๆบ้างก็รู้สึกเริ่มกังวลใจนิดๆ 

"สงสัยXM-500จังแฮะ" นักถอดรหัสคงจะรู้กันเอง 

"ฉันได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นหุ่นยนต์นั่น...ที่ทำลายหน่วยUC-52ทั้งหน่วย" นักเรียนชั้นปีที่3คนหนึ่งพูดพลางกุมมือตัวเองเหมือนกำลังขอพรจริงๆ 

"ทุกๆคนจะได้ภารกิจต่อไปในไดรฟ์ จำเอาไว้ว่านี่ไม่ใช่การซ้อมรบ หุ่นยนต์ทุกลำจะมีเวลาซ่อมบำรุง และเติมทุกๆอย่างภายใน1ชั่วโมง ขอให้ทุกคนใช้เวลาให้คุ้มค่า และขอบอกอีกอย่าง ขอให้พวกนายเชื่อมั่น แยกย้า.." จ่าสิบเอกคนหนึ่งอธิบายแผนการทั้งหมดไปให้เราทราบ 

"เดี๋ยวก่อน นักเรียนที่มีชื่อดังต่อไปนี้ ขอให้มารายงานตัวกับฉัน ณ ตรงนี้ อะ...ฟรานส์ มาวาเรซ หน่วยLudwig และหน่วยArado" หน่วยArado? 

"หืม?? เขาเรียกเราทั้งหน่วยรึ?" ฟรานส์ถามตัวเอง และสงสัยที่หน่วยของเขาถูกเรียกแค่คนเดียว และอีกฝั่งเขาเรียกทั้งหน่วย 

"ตามปกติเขาจะเรียกทั้งหน่วยน่ะนาย" 

"ขอบคุณมากครับ....ตุ้บๆๆๆ!" ฟรานส์ค่อยๆวิ่งไปเพราะขาของเขายังไม่หายดีพอที่จะรบได้ ในใจก็เริ่มสงสัย ว่าทำไมจะต้องเจาะจงชื่อเขา 

"ในเวลานี้ขอให้ทุกคนเตรียมตัวเองให้พร้อม เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเหมือนที่ฝึกอีกแล้ว ปรี้ดดดดด แยกย้ายได้!" เมื่อเขาสั่งแยกย้าย ฟรานส์ก็ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม เหมือนว่าเขากำลังจะถูกให้ทำอะไรบางอย่างแน่ๆ 

"พรึ่บๆๆๆๆๆ" ทุกคนเริ่มกระจายตัวออกแล้ว ตามหาหน่วยของตัวเอง และจัดการเรื่องหุ่นยนต์ของตัวเองให้พร้อม ส่วนเรานั้นไม่น่ามีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะเรายังไม่ได้เอาหุ่นยนต์ออกฝึกซ้อมตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เมื่อพวกเราเดินเข้ามา กลับพบทั้งหน่วยของเรา และหน่วยของเคน ซึ่งตอนนี้เคนนอนป่วยอยู่ 

"คนที่ชื่อเคน คือหัวหน้ากองร้อยที่2ใช่หรือเปล่า เขาอยู่ไหน?" ผู้พันถามหาเขาแล้วมองพวกเราสลับกับหน่วยของเขา จนมีคำตอบว่า 

"ป่วยครับ สถานะในตอนนี้คือไม่สามารถรบได้” เพราะเนื่องจากอาหารเป็นพิษ ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น 

"ตอนนี้หัวหน้ากองร้อยคือนาย ฟรานส์ มาวา-" ผู้พันชี้มาทางฟรานส์ แต่ฟรานส์ตอบกลับว่า 

"ขอปฏิเสธครับ ผมไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตของคนเกือบๆ200ชีวิตไว้ได้..." เพราะการที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้ากองร้อย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เคนนั้นก็ยังไม่ดีพอด้วยซ้ำไป ผมยืนคิดได้พักหนึ่งหลังจากที่บอกปฏิเสธไป จากนั้นผู้พันหน้าเข้มเลยเอ่ยปากพูด 

"ร้อยเอกแจ็คสันกำชับมาน่ะ หากเกิดสภาวะสงคราม นายต้องเป็น" แต่ผู้พันพยายามจะยัดเยียดตำแหน่งให้เขาให้ได้ แบบที่ทำในแวร์ไทม์ คำตอบที่ชัดเจนคือ 

"ยังไงก็จะยืนยันครับ ไม่..." ฟรานส์ยืนยันคำเดิม เขาคิดว่าตัวเองนั้นยังไม่มีความเป็นผู้นำมากพอ 

"เฮ้อ...." ผู้พันก้มหัวลูบหน้าตัวเองทำหน้าเซ็งเป็ด ราวกับว่าชีวิตนี้ไม่รู้แล้วว่าจะทำไงดีกับไอ้เด็กบ้านี่ แต่... 

"เอ หรือว่าขาของนายยังไม่หายดีล่ะ มาวาเรซ?" แต่เจ้านี่ช่างกล้าพูดจี้จุดเด็กหนุ่มของเราเสียได้ รองหัวหน้าหน่วยAradoพูด 

"เมื่อคราวก่อนนู้นฉันเคยเตะปากนายท่าไหน ตอนนี้ขาฉันเป็นอะไร ก็ยังคงเตะปากนายได้แบบนั้น...สหาย ต่อให้ขาฉันยังโอเค ฉันก็คิดว่ายังไม่ถึงเวลาของฉัน" ต้องฉลาดพูดนิดหนึ่ง 

​"แล้วจะเอาไงต่อล่ะทีนี้..." ผู้พันถามขึ้นมา คำถามเหล่านั้นทำให้นักเรียนจนใจไม่กล้าตอบ แต่มีคนนึงที่ใจเด็ดพอ 

​"ก็ให้รองหัวหน้าหน่วยArado หรือไม่ก็ทหารชั้นสัญญาบัตรเป็นผู้บังคับกองร้อยที่2ไป แต่ถ้ามาถามผม ยังไงผมก็จะไม่เป็น...จะ...จ่ามาดอซ!?" ฟรานส์พบเห็นที่พึ่งของเขาในตอนนี้แล้ว ผู้ที่มียศประดับบนบ่าคิดแล้วน่าจะควรทำแบบนั้น เพราะเขาเองก็ไม่ได้ชอบไอ้เด็กบ้านี่เท่าไหร่นัก 

"...." ทุกคนเงียบหมด สายตาทุกคู่มองที่จ่าสิบเอกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังเดินผิวปากอย่างสบายใจเฉิบ เขาไม่สนใจอะไรเลยแม้ไอ้เด็กบ้าคนนึงพยายามจะเรียกเขา 

"ผมขอตัว...ผมมีเรื่องด่วนจะคุยกับเขา ตุ้บๆๆ" ฟรานส์ได้จังหวะชิ่งหนีไปแล้ว ก็ตามนั้น... 

"อ่าว เฮ้ งั้น...ขึ้นกับพวกนายแล้วล่ะ เวลาเหลือน้อย ยังไงก็ช่วยรีบๆคิดกันหน่อยนะ" ผู้พันตัดจบแบบดื้อๆแล้วก็ค่อยๆเดินออก ทำหน้าเซ็งๆที่ทุกอย่างนั้นไม่ได้เป็ยไปอย่างที่ใจเขาคิด 

"ครับ!" ทุกคนทำวันทยาหัตถ์ให้เขาและรวมหัวกันคิด ว่าควรจะให้ทหารที่มีประสบการณ์ หรืิอจะขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชาเสียเอง 

"จ่ามาดอซครับ!? ตุ้บๆๆๆๆๆ" เขาไม่รู้สึกเหนื่อยเลยที่วิ่งตามมาแถมยังโล่งใจอีกที่ไม่ถูกคนใหญ่คนโตแบบท่านคนนั้นมาบังคับให้เป็นนู่นเป็นนี่ 

"หืม??" จ่าคนนั้นที่ถูกเรียกหันมองกลับมามอง 

"รบกวนไปเดิ- เอ้ย...เอ่อ.....ผมมีเอกสารลับจะมอบให้ท่านครับ แต่ไม่ใช่ที่นี่" ฟรานส์พยายามประมวลผลให้ พยายามจะทำแบบทางการให้ได้ เกือบพลั้งปากไปปล้วนะไอเวร 

"คงจะลับมากสินะ กรึ้ง...เข้าไป..." เขาเปิดประตูห้องส่วนตัวของเขาที่มาถึงพอดี 

"ตุ้บๆๆๆ...กรึกๆ..." และทันทีที่ประตูถูกปิด 

"มันไม่ใช่เอกสารอะไรหรอกครับ ผมหาเรื่องจะหนีออกมาจากผู้พันแค่นั้นเอง" จ่ามาดอซไม่คิดอะไรหลังจากที่ได้ยินคำตอบของไอ้เด็กโง่คนนี้ เพราะเขาเองก็ไม่ได้มีอะไรติดบนบ่าและหน้าอกมากนัก 

"สังเกตท่าทีฉันก็รู้ละ เอาน่า ฉันจะฟังปัญหาของนายเอง....ว่าแต่จะดื่มกาแฟด้วยกันไหม? คืนนี้คงยาวนานหน่อยน่ะ" จ่ามาดอซยิ้มแล้วหันมาตอบกลับ เขาไม่พูดตะคอกเสียงดัง หรือตำหนิอะไรเลย เพราะเขาเข้าใจในสิ่งที่เด็กคนนั้นเป็น และยื่นข้อเสนอว่าให้อยู่ด้วยกันจนกว่าจะแน่ใจ ว่าข้าศึกจะบุกคอนสตันซาจริงๆ 

"ขอบคุณครับ....ผู้พันเขา...เอ่อ..เขาพยายามจะยัดเยียดให้ผมเป็นหัวหน้ากองร้อยที่2แทนผู้กองเคน แต่ผมไม่อยากเป็นเพราะผมไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตของคนพวกนั้นได้" ฟรานส์ก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วบอกความจริง 

"เบื้องบนยังไม่มีคำสั่งให้เราเคลื่อนย้ายเพราะต้องการตรวจสอบข่าวกรองให่แน่ชัดเสียก่อ...หืม? นายคงจะดูหนังทหารกับผู้ก่อการร้ายมากเกินไป จ๊อกกก...คิดเหรอว่าถ้านายถือเอาธงชาติไปลุยโคลนลุยหิมะแล้วมันจะไม่เปื้อนน่ะ?" จ่ามาดอซผู้ไม่ทุกข์ร้อนกดกาแฟแล้ว1แก้ว แล้วสอนเด็กคนนั้น 

"ผมมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่าการเป็นหัวหน้ากองร้อยครับ...." ฟรานส์เริ่มทำท่าทีลุกลี้ลุกลน กลัวว่าจ่าคนนี้แหละจะจับเขาไปเป็นหัวหน้ากองร้อย 

"นายนี่ดื้อจังเนาะ ทำตัวตามสบายสิ ไอ้หัวหน้าอะไรนั่นน่ะ ถ้าเป็นคนอื่นคงตอบตกลงทันทีแล้ว..จ๊อกกก..แล้วสิ่งนั้นคืออะไรล่ะ?" จ่าถามอีกพลางกดน้ำร้อนมาอีก1แก้วเพื่อชงกาแฟให้ฟรานส์ เมื่อเห็นท่าทีที่ผิดปกติของฟรานส์ก็เลยคิดลองพูดตอกย้ำอีกนิด 

"หากงานของท่านคือคนหาสาเหตุKIAของหน่วยUC-52 งานของผมก็คงจะหาไอ้ชาติชั่วที่มันยิงพี่ชายของผมตกที่ชายแดนโปแลนด์-รัสเซีย" หากใครไม่เก็ท ให้กลับไปอ่านในEP.1 ฟรานส์มองจ่ามาดอซที่กำลังเอาแก้วกาแฟมาให้ 

"ความแค้นไม่มีทางจบสงครามได้นะ..กึกๆ" จ่ามาดอซเคาะช้อนชากับแก้วเบาๆ แล้ววางลงที่โต๊ะครัวสีหน้าเก็บอาการไม่พอใจอะไรบางอย่าง แต่เจ้าหมอนี่ไม่รู้หรอกน่า 

"ผมก็ไม่เห็นว่าความรักจะจบสงครามได้เช่นกันครับ ท่านพอจะรู้จักคนๆนี้หรือเปล่าครับ? พลโท โทมาเลย์ ดูกาลอฟ..." น้อยคนที่จะกล้าเถียงกับทหาร หากเขามีเหตุผลพอ เขาจะเถียงได้โดยไม่ต้องโดนซ่อม เขาคนนี้เป็นคนที่ใจเย็นและมีเหตุผล 

"ฉันไม่รู้จัก และก็ ดูจากชื่อแล้วฉันไม่อยากจะญาติดีด้วย กึกๆ...เอ่อ...ฉันว่าคนอย่างนายไม่น่าจะอินกับเรื่องความรักสักเท่าไหร่นะ นายคงจะประหม่าเมื่อเจอผู้คนที่เป็นเพศตรงข้าม...วางตัวไม่ถูกนั่นแหละ แบบที่นายเป็นในตอนนี้ไงล่ะ กาแฟดื่มคู่กับของในโหล จะได้ไม่ขมมาก" จ่าชี้ในโหลที่เต็มไปด้วยขนมปังรสหวาน เพราะเขาชงกาแฟดำให้ฟรานส์ดื่ม เขาดูเจ้าเด็กน้อยไม่รู้จักสงบปากสงบคำนี่ออกหมด 

"ขอบคุณครับ...อุกๆๆ...ในอู่ซ่อมรถของผมยังชงกาแฟดำได้ขมกว่านี้อีกครับ แคว่ก กรุบ ทำไมพวกนั้นถึงจะโจมตีแต่คอนสตันซา?" ปากแข็งไม่หาย จริงๆแล้วกาแฟดำฝีมือจ่าชวนไอ้เด็กนี่รู้สึกขมคอสุดๆ เลยพลางฉีกขนมปังในโหลมากินคู่กัน 

"พื้นฐานของปฏิบัติการทางทหารแบบตื้นๆ เขาก็มักจะโจมตีจุดที่อ่อนและบอบบางที่สุดของข้าศึกสิ..." จ่ามาดอซทำท่าจะดื่มกาแฟแต่ต้องมานั่งพูดให้เด็กเมื่อวานซืนได้ฟัง แต่พอมองฟรานส์ทำหน้าขมคอแล้วก็แอบหัวเราะคิกๆ 

“รัสเซียน่ะ พื้นที่ก็ตั้งกว้าง วิทยาการอะไรก็อาจจะสูงกว่าพวกเราอีก เหมือนว่าคอนสตันซาจะไม่ใช่เป้าหมาย ไม่งั้นเขาจะยอมปล่อยข่าวให้เราดักฟังได้งั้นเหรอ?" ฟรานส์คิดได้เมื่อเขาแกะถุงขนมในโหลนั้นได้ 

"ฉันก็ตะขิดตะขวงใจอยู่เหมือนกัน ขอDrive addressของนายด้วย..." จ่าวางแก้วกาแฟลงหยิบโน้ตขึ้นมาจด 

"RM:65:110:2:52:7771ครับ" ยังโชคดี ที่ฟรานส์จดจำรายละเอียดเกี่ยวกับไดรฟ์ได้ ทุกคนที่ขับหุ่นยนต์รบไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม อย่างน้อยต้องรู้รหัสของตัวเอง และรหัสวิทยุ 

"ฟุ่บๆๆๆ...กึก...หากมีอะไรผิดพลาด ฉันจะเป็นคนแรกที่เจาะเข้าระบบไดรฟ์ของนายและรายงานให้นายทราบ เอาไหม?" จ่ามาดอซพลางยิ้มแล้วจดโน้ต 

"ก็ได้ครับ" หลังจากนั้นแต่ละคนก็นั่งพักผ่อนและดื่มกาแฟกันสบายใจเฉิบราวกับว่าเป็นวันปกติ จ่ามาดอซไม่คิดอะไรอยู่แล้ว เพราะเขาหัวไว ทุกๆอย่างจะถูกเตรียมพร้อมทันทีที่เขาขึ้นไปควบคุมหุ่นยนต์ เป็นเวลา15นาที พวกเขาต่างไม่พูดอะไรกัน 

"กึกๆ..." เวลาผ่านไปแล้วรวม17นาที ฟรานส์ดื่มมันหมดและวางแก้วลงเบาๆ 

"พุ่บ...ตุ้บๆๆๆ" จ่ามาดอซลุกขึ้นถือแก้วกาแฟเดินไปหาอะไรบางอย่าง ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ทุกข์ร้อนใจอะไรนัก 

"กรึก..." โปรเจคเตอร์ถูกฉายลงไปบนกระดานโตๆที่มีรูปภาพเล็กๆน้อยๆของหน่วยUC-52ติดอยู่ 

"....." ฟรานส์นั่งมองรูปที่ติดตามกระดานอยู่ได้นานนึง จ่ามาดอซรู้ว่าเขามองอะไรจึงพูดตอบ 

"เป็นรูปของUC-52น่ะ...ฉันฝึกแค่ให้พวกเขาลาดตระเวน...และเขาต้องยิงปืนเป็น บินผาดโผนเป็น บนกระดานนั้นมีอะไรอีกไหม?" จ่ามาดอซเดินเข้ามานั่งลงลนโซฟาข้างๆฟรานส์ มือขวาถือแท็บเล็ตที่เหมือนควบคุมทั้งห้องอยู่ 

"ยุโรป?....ยุโรปตะวันออก...โรมาเนีย.." ดูเหมือนเจ้าหนูนี่กำลังจะได้ทำงานของผู้ใหญ่เสียแล้ว 

"....ฟึ่บๆๆ...เรามาดูแผนที่โรมาเนียไปด้วยกัน...บายามาเร ซาตูมาเร ยาซ โบโตซานี กาลาตี และคอนสตันซา" แต่ละที่แต่ละเมืองเป็นเมืองชายแดนใหญ่ๆทั้งนั้น ฟรานส์ทำหน้าสงสัยเพราะตามจ่าไม่ทัน 

"...." และยังคงนิ่ง ในใจคิดว่า จะเปิดให้ฉันดูทำไมกันฟระ 

"ฉันคิดว่า6เมืองนี้เสี่ยงต่อการโจมตี จึงมีกองกำลังทางทหารที่ค่อนข้างจะคุมเข้ม ยกเว้นกาลาตีและยาซ ที่ฐานะทางการเมืองไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก เห้อ นี่คือข้อมูลงานกิจการภายในของเรา ถ้านายรู้แล้วเอามันไปปกป้องยุโรปในทางที่ดีได้ ฉันก็ยินดีเปิดเผย" จ่ามาดอซรู้ดีว่าตัวเองกำลังพูดขู่เด็กอยู่ 

"ถ้าดูกาลอฟเป็นคนนำโจมตี ยังไงเสียผมก็จะช่วย...แต่ว่าถ้าหากพวกนั้นยกพวกโจมตีในเมืองที่มีกำลังคุมเข้ม พวกเขาคงไม่ฉลาด" แต่เด็กคนนั้นช่างซื่อสัตย์และยอมที่จะให้ความช่วยเหลือ 

"ไอ้บ้านั่นคงจะทำนายหัวร้อนน่าดูเลยนะ เอาล่ะ 2เมืองไม่มั่นคงทางการเมือง คราวนี้ เรามาดู บายามาเร ซาตูมาเร 2เมืองนี้มีทหารปกป้องอยู่ถึง1กองพล รัสเซียจะคิดหนักแน่ถ้าบุกไปน่ะ นายพูดถูก" จ่ามาดอซให้เวลาฟรานส์คิดหนักถึงเมืองละ5นาที ฟรานส์ตั้งใจจดแต่หัวข้อสำคัญ และโน้ตไว้กับมือถือตัวเอง แต่หารู้ไม่ เขาลองใจเด็กหนุ่มชาวเยอรมันอยู่ 

"แต่ว่า ถ้าเมืองที่มีกำลังทหารคุมเข้ม ถูกโจมตีแล้วเกิดแพ้ขึ้นมา มันคงไม่สนุกแน่ๆ แป๊กๆๆๆ..." ขณะนี้เหลือเวลาอีกประมาณ15นาที ก่อนจะยืนยันและเริ่มปฏิบัติการป้องกัน 

"สงครามไม่ใช่เรื่องสนุกหรอก โบโตซานีเป็นเมืองที่เชื่อมต่อกันกับหลายๆเมือง แค่คืนเดียว กำลังรบที่คิดจะบุกโจมตีก็จะถูกล้อมเสียเองแล้ว" 

"แต่ละเมืองติดกับชายแดนมอลโดวา มอลโดวาจะทำสงครามกับเราทำไม?" ฟรานส์สงสัย 

"ฉันก็คิดแบบนั้น ประเทศเรามีความขัดแย้งก็แค่ยูเครน และรัสเซีย ส่วนบัลแกเรีย และยูโกสลาเวียเก่า เขาก็เป็นมหามิตรของเรา...นอกเสียจากเขาจะเปิดน่านฟ้าหรือยอมให้รัสเซียผ่านแดน" ความสัมพันธ์ของประเทศนี้มันอะไรกัน ถ้าเดินทางผ่านยูเครนมา ก็ต้องเป็นกาลาตีแน่ๆ 

"ผมขอตัวไป-" จ่ามองด้วยหางตาทันทีเมื่อฟรานส์ทำท่าจะลุกขึ้นพร้อมกับท่าทางที่ดูน่ากังวล 

"ทีมช่างจะดูหุ่นยนต์ของนายเองน่า...นั่งลงเถอะ..." แต่ทว่าจ่ากลับชี้หน้าใส่ฟรานส์และนั่งลง ฟรานส์นั่งลงมองจ่าซึมๆนิดๆ 

"พุ่บ.." ฟรานส์นั่งลงตามคำขอ และอยู่ต่อ  อันที่จริงเขากลัวว่าทีมช่างจะทำอะไรไม่ดีกับหุ่นยนต์ของเขา เพราะสเปคนั้นไม่ใช่สเปคเดิมจากโรงงาน เขาฝ่าฝืนคำสั่งของแจ๊คสัน 

"สรุปแล้ว นายคิดเหมือนฉันไหม?" จ่ามาดอซเห็นไหวพริบที่ดีของฟรานส์ จ้องมองที่มือของฟรานส์ที่ขยับอยู่กับมือถือ 

"อืม...ผมเชื่อว่าเป็นกาลาตี...." ฟรานส์มองบนใส่ สายตาพยายามจะฟ้องว่าไม่ได้เจตนาที่จะดูถูกหรือหาเรื่อง ทุกคนเตรียมตัวพร้อมเอาหุ่นยนต์ เตรียมออกทำภารกิจ 

. 

. 

. 

ในเวลาเดียวกัน 

กาลาตี โรมาเนีย 

1800Hrs 

"บรื้ดดดดดด....เปรี้ยง!" กำลังรบของรัสเซีย สามารถทำลายแนวตั้งรับตามชายแดนนี้ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาฝึกซ้อมมาแล้วอย่างน้อยครึ่งเดือน ก่อนที่บุกเข้ามายังโรมาเนียโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว 

"กรี้ดดดด..." เหล่าฝูงชนต่างแตกตื่นและหนีออกไปตามซอยแคบๆอย่างจ้าละหวั่น มีแต่ยานรบสงครามที่รายล้อมพวกเขาอยู่ และมีอยู่เยอะมาก ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำ ว่าจะมีอะไรเข้ามาหาพวกเขา 

"ปั้ง!" ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่หุ่นยนต์รบรัสเซีย ดาวสีแดง และปืน กับระเบิดที่จะพังเมืองนี้ได้ทั้งเมือง แถมทั้งกำลังทางอากาศที่ไม่มีอะไรต้านทานพวกเขาได้ 

"Ivanovic นี่คือBoris-2 รหัสชื่ิอLithu กองร้อยภาคพื้นดินของเราถึงพื้นที่เขตเมืองแล้ว กำลังรอคำสั่งอยู่" พวกเขากำลังเข้ามายังพื้นที่ที่สับสน 

"รับทราบLithu นี่ิคือIvanovic สถานการณ์เหลือง เราสามารถควบคุมพื้นที่ได้20%ของทั้งเมืองแล้ว ไม่มีกำลังรบของโรมาเนียต้านทานไว้ภายในเมืองนี้ แต่ขอให้เคลื่อนกำลังอย่างระมัดระวังด้วยล่ะ" เพราะกำลังที่เหลือนั้นอยู่ที่เขตชายแดน ซึ่งถูกถล่มไปหมดแล้ว Ivanovicไม่ปักใจเชื่อสนิท จึงออกคำสั่ง 

"อันตราย อันตราย 177 ตึกมีหลังคาสีเขียว Огонь Огонь!! ปรื้ดดดดด" หัวหน้าหมวดของกองพันที่1สั่งยิงถล่มใส่อาคารต่างๆเมื่อควบคุมเขตชานเมืองได้3กิโลเมตร และกำลังที่เหลือรอบๆกำลังพุ่งเข้ามา เตรียมเข้าสู่แผนการจู่โจม 

"Katyusha นี่คือBoris ไล่กวาดต้อนฝูงชนโดยการยิงถล่มใส่อาคารที่ไม่มีผู้คน พยายามอย่าทำร้ายพวกเขาเด็ดขาด พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเรา" แต่กองพันที่2คิดได้ดีกว่าในด้านความเป็นคน 

"Katyushaรับทราบ บรึ้มๆๆ" ยูริ พาสนาญ่า ภายใต้รหัสชื่อKatyusha มองไปท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน และทำการกระจายคำสั่งต่อ เมื่อมองไปข้างบน ก็จะพบเห็นแต่หุ่นยนต์ทิ้งระเบิดชนิด Mashin GZ-55 และยานรบอื่นๆที่ถูกจัดเป็นกองผสม บินคุ้มกัน เป็นคนของกองร้อยที่1 3 และ 4 สังกัดกองพันที่3 Ceasar  

“Boris นี่คือLithu Ivanovicดำเนินแผนการ และฆ่าไม่เลือกหน้า พวกเขาไม่คิดเรื่องผู้คนเลย ปุ้งๆๆๆๆๆๆ” กองร้อยที่2 ทานิส ในรหัสชื่อ Lithu รายงานในสิ่งที่Ivanovicทำ 

“ทราบแล้วLithu งั้นก็ยึดตามแผนการเดิมของเขา พยายามโจมตีแต่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น ปล่อยพวกเขาจัดการไป เราแค่รายงานตัวกับเขา ถ้าเขาจะสั่งอะไร ให้พิจารณาตามความเหมาะสม” 

"รับทราบ Boris เราจะเคลื่อนกำลังไปคนละทางกับIvanovic บึ้มๆๆๆ" เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังจุดอื่นด้วย LithuแยกตัวกับIvanovicโดยไม่รายงาน ในขณะที่ทั้งเมืองกำลังถูกระเบิดถล่มทีละนิด 

"แซ่ดดดๆๆๆ..กรึก...ทีมBoris ขอให้เพิกเฉยต่อสัญญาณอื่นและฟังคำสั่งจากฉันเท่านั้น เมืองนี้การเมืองไม่มั่นคง ถ้าจะยิงก็เล็งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ห้ามยิงสามัญชนเชียว ถึงเราจะดุร้ายแต่จงดุร้ายอย่างมีเกียรติ" ดูกาลอฟออกคำสั่ง ส่วนเขา ดูกาลอฟ พาสนาญ่า ลูบลิน กำลังครอบครองน่านฟ้าโรมาเนียอยู่ มิฮาอิล ภายใต้การควบคุมของพันเอกคอชิน วาลาสกี้ ถูกเปลี่ยนแผนให้รอสนับสนุนช่วยเหลือกองร้อยที่เพลี่ยงพล้ำ รวมไปถึงมิลาวิชที่อยู่ในกองร้อยที่4ของBorisด้วย 

"ฟ่าววววว...แปร็ก..!" ประตูระเบิดถูกเปิดและระเบิดถูกทิ้งลง 

"ปุ้ง!" แต่ระหว่างที่กองพันBorisเพิกเฉยต่อคำสั่ง คำสั่งดังกล่าวกลับทำให้กองพันที่1ปฏิบัติตาม กำจัดทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ความจริงแล้ว เขาเริ่มกวาดล้างตั้งแต่แรกที่บุกเข้าเมืองแล้ว 

"ฟู่วววว..." หุ่นยนต์รบบางลำนั้นทำงานและเร่งเครื่องเป็นเวลานานจนห้องเครื่องยนต์ร้อน แต่สำหรับอากาศ-4องศาเซลเซียสในโรมาเนียนั้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง... 

"ไหนล่ะกองทัพชาติโรมาเนีย!!? ปรืดดๆๆๆ.." กองพันที่1ที่เข้าร่วมปฏิบัติการนี้เป็นกองพันที่ขึ้นชื่อว่าดุเดือดที่สุด และเรื่องการรบนั้น เขาเป็นเสมือนหมู่ฝ่าทะลวงที่เก่งกาจ Ivanovic จะใจร้อนมาก และยิ่งไม่ถูกกับBoris ซึ่งเป็นคนที่ย้ำคิดย้ำทำ 

"ปั้กๆๆๆ..." ภายในเมืองมีการต้านทานเพียงนิดเดียวซึ่งแทบจะทำอะไรหุ่นยนต์รบขนาดใหญ่ไม่ได้เลย 

"ยิงใส่หุ่นยนต์ลำนั้น จ่า! ปั้กๆๆๆ" มีเพียวตำรวจในเมืองเท่านั้นที่อาวุธของเขามีแค่ปืนพก 

"ปั้งๆๆๆๆๆๆๆ...." ดีกว่านั้นก็ปืนไรเฟิลAR-12 ซึ่งยิงใส่หุ่นยนต์รบขนาดหนัก สูง5เมตรอยู่ กระสุนเพียงนิดเดียวนี่หรือจะยิงหุ่นยนต์รบที่มีเกราะหนาถึง80มิล...อย่างมากพวกเขาก็มีเพียง.50 และปืนไรเฟิล ปืนพก 

"เป้งๆๆ...กึกๆ..." หุ่นยนต์ที่ถูกยิงเริ่มหันปากกระบอกปืนมายังตำรวจ1หน่วย และรถตำรวจ3คันที่จอดขวางถนนอยู่ 

"โอ้...เวร..." ผู้กองคนที่สั่งยิงนายนั้นยืนมองตาค้าง เมื่อหุ่นยนต์ลำนั้นหันกลับมาแล้วเล็ง พวกเขาทำได้เต็มที่เพียงแค่ถ่วงเวลาให้ชาวเมืองอพยพ 

"กิ๊กๆๆ...ทำไงดีครับผู้กอง..." จ่าใช้พานท้ายปืนสะกิดผู้กองเบาๆ แล้วค่อยๆชูปืนขึ้นคล้ายๆกับยอมจำนน 

"ถะถะถอ-ฟุ่บๆๆ...ปั้งๆๆๆๆๆๆๆๆ" แต่กว่าผู้กองจะหันหลังถอยก็สายเกินไปแล้ว พวกเขาถูกยิงแบบกวาด ราวกับว่าเหมือนฝุ่นที่กำลังถูกกวาดเข้าที่โกยผง ผู้กองคนนั้นหัวขาด และการถูกกระหน่ำยิงทำให้ปืนพกของเขากระเด็นหลุดมือ 

"หึหึ...หน่วยภาคพื้นดินโปรดทราบ นี่คือIvanovic ขับหุ่นยนต์เข้าปิดกั้นถนนทุกเส้นที่เข้าสู่เมืองนี้ ตามแผนการที่เราได้อธิบายไว้ ไป!" RU-33 IVANOVIC หุ่นยนต์รบที่ใช้สัญลักษณ์ 'ไอ้หัวแดงติดไฟในมือถือวอดก้า' ที่เพิ่งลั่นไกไปออกคำสั่งใหม่ ข้างหลังของดขาคือกองพันหุ่นยนต์รบ และกองพันทหารอาสาที่กำลังเคลียร์แต่ละซอกมุมของเมือง 

"แซ่ด..." แผนการในโต๊ะวางแผนของพวกเขาคือปิดวิทยุจนกว่าจะถึงถนนทุกเส้นที่ตัดผ่านเมืองนี้ 

"บรื้นน...ฟ่าวววว" โรมาเนียถึงแม้จะมีเสาวิทยุกำลังสัญญาณสูงพอที่จะดักฟังคลื่นวิทยุของรัสเซียได้ แต่อำนาจการรบอาจจะไม่มีเลยก็ได้ 

"บรึ้ม!!" ระเบิดหนัก1000ปอนด์ตกใส่อาคารว่าการเมืองกาลาตี ระเบิดรุนแรงมากจนทำให้อาคารครึ่งหลังถล่มลงมา รัสเซียใช้อาวุธทุกชนิดเข้าถล่ม ยกเว้นอาวุธเคมีและระเบิดนิวเคลียร์ 

"ฟ่าวววว..." ฝูงบินทุกฝูงเริ่มบินต่ำลงพร้อมให้การสนับสนุนต่อไป หลังจากที่กองบินทิ้งระเบิดกำลังเลี้ยวกลับไปเติมเชื้อเพลิงและระเบิด 

"พาสนาญ่า มองเห็นอะไรข้างล่างไหม?" ดูกาลอฟมองรอบๆแล้วถามเธอ 

"ไม่เห็นเลยค่ะ ควันเยอะมาก แต๊ก เปิดกล้องความร้อนแล้วก็ไม่เจอ.." ยูริ พาสนาญ่า บินลงมาต่ำกว่าดูกาลอฟ เพื่อตรวจการณ์อย่างละเอียด สลับกับมือที่กดปุ่มในหมวกเพื่อให้มองเห็นในมุมตรวจจับความร้อน สัญลักษณ์ในหุ่นยนต์รบของเธอคือ 'สาวสวยรัสเซียกับปืนRPK' 

"ติ๊ด ทุกหน่วยโปรดทราบ นี่คือหมีขาว เราได้ยึดพื้นที่สำคัญๆของกาลาตีไว้บ้างแล้ว ขอให้รุกคืบไปจนชุดขอบเมืองและตั้งที่มั่น ณ ที่นั้น RU-436 จะเข้าไปทำการสับเปลี่ยนกำลังกับพวกคุณในวันถัดไป" หมีขาว หมายถึง กองบัญชาการ พวกเขายึดพื้นที่ไว้ได้ครึ่งเมืองแล้ว  

"Ivanovic รับทราบ" กองพันที่1ในนามของIvanovic 

"Boris รับทราบ" Borisคือกองพันที่2 โทมาเลย์ ดูกาลอฟ 

“Mihailรับทราบ” 

"Ceasar รับทราบ" กองพันที่4และ3กำลังเคลื่อนที่เข้ามาสนับสนุนในระหว่างที่กองพันที่1และ3เก็บกวาดงานชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ ปล่อยให้2กองพันเดนตายบุกถล่มเก็บกวาดงานให้เสร็จ ทันทีที่กำลังสนับสนุนจะมาถึง ทั้งกองพลต้องบุกต่อยังเมืองต่อไปเมื่อท่านนายพลสั่ง  

"ฟ่าวววว" โรมาเนีย เมืองกาลาตี เมืองที่การเมืองไม่มั่นคง กำลังจะถูกยึดแล้ว โดยกองทัพรัสเซีย..แต่คงไม่มีใครเอะใจว่าเมืองนี้ยังไม่ได้ถูกยึดโดยสมบูรณ์ 

"ปึ้ก...ทำงานได้ดีมาก ทุกๆคน" ผู้นำกองพันที่2ให้กำลังใจทุกๆคนในนี้ 

"อูร่า!" การเพิกเฉยต่อคำสั่งห้ามยิงคนบริสุทธิ์ ทำให้พวกเขารู้จักการสู้กับคนแบบแฟร์ๆ 

"ฟู่ววว..." หุ่นยนต์แต่ละลำที่ยังอยู่ตามเขตเมืองก็เริ่มทำการลาดตระเวนต่อไป พาสนาญ่าและกำลังทางอากาศยังคงบินรอบๆเมืองเพื่อตรวจการณ์ต่อไป และบางส่วนสำรวจพื้นที่รอบนอก 

"บรื้นนนน" มีการเคลื่อนไหวที่อุโมงค์ลานจอดรถใต้ดิน ไม่มีชาวโรมาเนียคนไหนรู้เหตุผลจริงๆ 

"แกร็งๆ...ฟรืดดดดด" ว่าทำไมทุกเมืองจึงต้องสร้างอุโมงค์สำหรับจอดรถธรรมดาๆ สูงถึง4เมตร 

"ฟู่ววว..." หุ่นยนต์ที่ยังคงเดินเครื่องในรูปแบบลาดรระเวนยังคงไม่พบเห็นอะไรที่ผิดสังเกตเลย พวกเขาค่อยๆขับไปในความเร็วระดับลาดตระเวน ล้อที่หนักอึ้งค่อยๆเคลื่อนไปตามถนน และเมื่อถึงเวลา 

"บรื้นๆๆๆๆ....แกร็ก...บรี้ดดดดดด...เปรี้ยงๆ!!" มีหุ่นยนต์รบขนาดกลาง สูง3.8เมตร วิ่งออกมาจากอุโมงค์จอดรถด้วยความเร็วสูง ยิ่งใส่หุ่นยนต์รบขนาดหนักจากทางทิศ7นาฬิกา ไม่มีการขูดขีดกับขอบอุโมงค์เลย 

"แป๊ง...ฟู่ววว..เปรี้ยง!" กระสุนที่ยิงไปเป็นกระสุนHEAT แขนซ้ายของหุ่นยนต์ลำนั้นใช้การไม่ได้ในทันที(เป็นแขนที่บรรทุกปืนขนาด85มิลลิเมตรอยู่)  

"ก๊องๆ..บรื้นนนนน!" ไม่มีเวลาให้พูด เขาจะต้องเอาตัวเองออกจากวงล้อมศัตรูให้ได้ 

"รหัสแดง รหัสแดง นี่คือIgor พบข้าศึกในมุมภาค90 แป๊ง ฟู่วววว...บรึ้ม!!..." กระสุนHEATนัดที่2 ถูกถังน้ำมันเชื้อเพลิงพอดี หุ่นยนต์อีกลำหมดสภาพทันที  

"Isakalivic Igor Inac นี่คือIvanovic ไล่ล่าหุ่นยนต์รบข้าศึก มุมภาค90 พื้นที่โรงแรมLidivic เปลี่ยน..."  

"เปรี้ยงๆ...แป๊ง...ปั้ง!!" นัดหนึ่งจากปืนของโรมาเนีบโดนเต็มๆ แต่อีกนัดหนึ่ง กระสุนแฉลบไปถูกตู้โทรศัพท์ 

"Igor รับทราบ Igor เคลื่อนที่ไปยังโรงแรมLidivic ไปทั้งกองร้อย ไปได้! บรื้นนนน" กองพันที่1เริ่มไล่ล่าหุ่นยนต์รบที่ปรากฏเพียงลำเดียว 

"ปุ้งๆๆๆๆๆๆๆ...ปุ้งๆๆๆๆๆ...เปรี้ยง!!" แต่แล้วในระหว่างที่กำลังไล่ล่ากัน ก็มีหุ่นยนต์รบประเภทเดียวกันอีกแค่1ลำ วิ่งไปทางทิศเดียวกันกับเพื่อนของเขา 

"อ๊าาาาา!!" คนขับที่ถูกยิงจนไฟไหม้คนนั้นรีบกระโดดออกมาจากหุ่นยนต์ลำนั้น ลังของเขามีไฟท่วม ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างทรมาณ ส่วนลำอื่นที่ยังไล่ก็ไล่ตามต่อ 

"มีอีก1ลำครับ! ปรื้ดดดดๆๆ" หุ่นยนต์อีกนายพยายามจะยิงสกัดไว้ แต่ก็ยิงไม่ทัน ฮีโร่นายนั้นแล่นไปตามถนนอย่างรวดเร็ว 

"บรี้ดดดดดด" เครื่องยนต์ดีเซล12ลิตร 1800แรงม้า กำลังพาหุ่นยนต์รบโรมาเนียแล่นไปตามทาง พวกเขาต้องหลบทั้งกำลังตำรวจท้องถิ่นเพื่อไม่ให้ซวยไปด้วย และในขณะเดียวกันพวกเขาก็พยายามไม่ให้กองกำลังหุ่นยนต์รบรัสเซียไล่ทัน 

"กรึก ซูโวเลซ! พวกมันมีเยอะเกินไป เราจะต้องออกจากที่นี่ให้ได้นะ!" แต่ถ้าหากคับขันจริงๆ หุ่นยนต์ของพวกเขาสามารถวิ่งคู่กับข้าศึกได้ง่ายๆเลย ด้วยวิธีง่ายๆ พวกเขาเพียงแค่เอาแผ่นเหล็กบางๆสีแดงเสริมเกราะนอกของเขา ปกปิดเกราะภายในที่ระบุหน่วย และตราสัญลักษณ์ หรือธงชาติโรมาเนีย เพราะพวกเขามีระบบนำร่องแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะจำเพื่อนผิด 

"ขอปฏิเสธ เราจะหาเสาวิทยุที่มีกำลังส่งมากกว่า400กิโลเมตร นายกับฉัน ซูโวมิซา อย่างน้อยก็จนกว่าติดต่อให้เมืองอื่นเตรียมตัวได้" ที่พูดถึงกันเมื่อครู่คือการตกลงกันว่าจะหนีออกจากเมืองเน่าๆแห่งนี้ไหม? 

"ทำไมล่ะ!? ถ้าไปตอนนี้ยังพอจะรอดได้บ้างนะ ไว้เราไปรวมกับหน่วยอื่นก็ได้นะ! แถมนี่เราวิทยุไปตั้งนานนึงแล้ว พวกเขายังไม่ตอบกลับเราเลย เสาส่งมันพังไปแล้ว!" พวกเขาทำตัวราวกับว่าจะเป็นวีรบุรุษ 

"กรึกๆ...ฉันไม่ใช่ขี้ขลาดแบบนายพลมูลอก็แล้วกัน! และถ้าเสาส่งพัง วิทยุคลื่นสั้นของเขาคงจะใช้ไม่ได้หรอก! ปรืดดดดด เปรี้ยง!!" เมื่อ3ปีก่อนมีตำนานที่ถูกเล่าขานไปกึกก้องทั่วเมือง ถึง2พี่น้องที่เป็นเพียงแค่พลทหารปลายแถว 

"ไปเร็ว! บรี้ดดดดดด" พลทหารปลายแถวที่ออกมาปกป้องเมืองเน่าๆแห่งนี้ พวกเขาปกป้องโดยไม่ลังเลอะไร เหมือนพวกเขาในตอนนี้ ที่ขับหุ่นยนต์ด้วยความเร็วสูง และกล้าที่จะพังหุ่นยนต์ของเขาด้วยเท้าของเขาเอง 

"Boris นี่คือLithu เท่าที่ฟังคลื่นวิทยุของIvanovicมา พวกเขากำลังไล่ล่าอะไรบางอย่างอยู่ที่โรงแรมLidivic" 

"Katyushaพบเป้าหมายแล้ว" พาสนาญ่าเห็นพวกเขา กำลังวิ่งฝ่าออกไปที่ไหนสักที่ ก่อนที่ผู้พันดูกาลอฟจะพูดว่า  

"อย่ายิง อย่ายิง Katyusha Lithu ปล่อยให้กองพันที่1จัดการเอาเอง ดำเนินการสำรวจที่อื่นต่อไป" กองพันที่2ก็ทำงานมาเยอะพอแล้วเช่นกัน พาสนาญ่าคงจะคิดแบบนี้ ดูกาลอฟก็ผิดหวังนิดๆ ที่ไม่มีอะไรสนุกๆให้ทำ 

"บรื้นนนนน กรึ้ก กระสุนควันพร้อม" ห้องรังเพลิงมีกระสุนใส่เข้าไปแล้ว พลทหาร2นายนั้น คือ พลทหาร ซูโวเลซ และ พลทหาร ซูโวมิซา ดูมิทรู ผู้คนต่างขนานนามว่า 'สายลมแห่งกาลาตี' ผู้ยืนหยัดสู้กับอธรรมอย่างเงียบๆ 

"เปรี้ยงๆ!!....ปุ้ง!!" กระสุนควันถูกยิงไปยังทางแยกที่เขาต้องการจะผ่าน 

"ปรื้ดๆๆ อย่า! ปล่อยเขาผ่านไป!" ดูกาลอฟต้องการที่จะดูความกล้าของทหาร2นายนั้น ที่เขาอาจจะเคยเห็นผ่านตาตามตำราที่เขาอ่าน จึงห้ามคนของเขาจากทางอากาศไม่ให้ยิ่งใส่ 

"แกร็งๆ....ฟิ้วๆๆ...ฟ่าวๆๆ" ในขณะที่นายทหารระดับสูง หรือนักการเมืองในเมืองนี้ เลือกที่จะแย่งชิงความเป็นใหญ่ และฐานอำนาจ ผลประโยชน์ โดยที่ไม่สนใจใยดีต่อคนของพวกเขา ดังเช่นกระสุนที่เฉี่ยวผ่านเครื่องจักรสงครามทั้ง2 ยังไม่มีนัดไหนที่เข้าเป้า 

"หึ...ไอ้โง่เอ่ย แฟ้งๆๆ" ถึงจะเข้าเป้า แต่กระสุน30มิลลิเมตรก็เด้งออกไปได้อย่างง่ายดาย.. 

"ทำไมล่ะคะ? ผู้พัน?" พาสนาญ่าสงสัยมากๆ จึงแอบติดต่อผ่านวิทยุคลื่นสั้น ผ่านหมวกที่ไม่ใช่คลื่นความถี่หลัก 

"ฉันจะอนุญาตให้เธอยิง ก็ต่อเมื่อพวกนั้นมีจำนวนมากพอ" ดูกาลอฟกำลังสอนผู้หญิงที่เป็นหัวหน้ากองร้อยที่1 พาสนาญ่าแสร้งยิ้มและพยายามตามให้ทัน แต่ฟังไปฟังมาก็ยังคงไม่เข้าใจ 

"แซ่ดๆๆๆ..." พลทหารทั้ง2นั้นรู้ดีว่า 'พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กับทหารถึง2กองพันได้ และไม่อาจจะให้ผู้คนในเมืองนี้ช่วยได้' จึงวิ่งไปหาแสงสว่าง แสงที่คิดว่าจะทำให้เมืองอื่นๆ รอดจากเงื้อมมือรัสเซียได้ เมืองนี้ไม่เหลือกำลังอะไรสนับสนุนเขาอีกแล้ว 

"ถ้ากลุ่มนายพรานทั้งป่าล่ากวางเพียงแค่สองตัว นั่นเป็นเพียงแค่ความคึกคะนอง" จนตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ดูกาลอฟไม่ต้องการที่จะทำร้ายบุคคลที่ไม่มีทางสู้ เพราะเหตุนี้จึงมีคนเคารพเขา ใครก็ตามที่ยอมแพ้แต่โดยดี เขามักจะละไว้ ต่างจากกองพันที่1 ที่ยิงทิ้งไม่เลือกหน้า 

"กวาง2ตัวนั้นคงจะต้องใหญ่และดุร้ายด้วยแน่ๆเลยค่ะ" พาสนาญ่ายังคงยิ้มเพราะเริ่มตามดูกาลอฟทันและเข้าใจ 'แต่เพราะนั่นคือกวางคู่สุดท้ายในป่าต่างหาก' 

"Boris! นี่คือ Ivanovic พวกนายอยู่ข้างบนนั้นทำไมไม่ยิงล่ะ!?" กองพันที่1ทนไม่ไหว ทั้งกองพันจึงกลับมาเปิดวิทยุ และต่อว่ากองพันของดูกาลอฟที่อยู่ข้างบน และเห็นชัดกว่า 

"บรื้นนนนนน" พวกเขา2พลทหารนั้นใช้น้ำมันสำหรับเครื่องบินรบ ซึ่งเป็นน้ำมันที่เครื่องยนต์14สูบ กำลังขับ1800แรงม้า(น้ำมันผิดประเภท แต่เร็วมากและเผาไหม้ดีเยี่ยม) ไม่สามารถจะรับได้ แต่เขายังคงเร่งแบบไม่คิดชีวิต ไหนๆก็จะตายอยู่แล้วล่ะ... 

"Ivanovic จาก Boris จะให้ผมเสียระเบิดและกระสุนตั้งเยอะเพื่อหุ่นยนต์ลาดตระเวนแค่2ลำเองเหรอ?" เป็นเหตุผลที่น่าฟัง เพราะแค่ระเบิดลูกหนึ่งก็ไม่ใช่ถูกๆ 

"...." น่าฟังพอที่จะทำให้กองพันที่1เงียบลงเลย แต่พวกเขาก็ยังไม่หยุดที่จะตามล่า 

"บรื้นนนน...คอนสตันซา-52 คอนสตันซา-52 จากกาลาตี-20 คุณได้ยินพวกเราไหม?" คนน้อง ซูโวมิซา พยายามที่จะติดต่อกองพันที่52ในคอนสตันซา ด้วยเข้าใจผิดคิดว่าหน่วยUC-52ยังคงอยู่ ซึ่งกองพันคอนสตันซาในความคิดเขา มันใกล้กับเมืองของเขา 

"เปรี้ยง!!..." ส่วนคนพี่ ซูโวเลซ พยายามยิงคุ้มกันระหว่างทาง 

"ผู้พันครับ ผมว่ามันพยายามจะติดต่อหาใครก็ไม่รู้!" เพราะทั้ง2ลำนั้นวิ่งไปทางเสาวิทยุกำลังส่งสูง 

"คอนสตันซา-52 คอนสตันซา-52 นี่คือกาลาตี-20 ได้ยินเราไหม ตอบด้วย ธงขาด ธงขาด!" ธงขาด เป็นรหัสที่จะบอกให้พลวิทยุในโรมาเนียทราบว่า 'กำลังจะเสียเมืองแล้ว' 

"เปรี้ยง!! ปุ้ง!" กระสุนควันนัดที่2ถูกยิงแล้ว เพื่อคุ้มกันพวกเขากันเอง พวกเขาพยายามรักษาระยะให้อยู่ใกล้ๆเสาส่ง ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามา ตามควันที่ถูกยิง หวังเพื่อจะโอบล้อม 

"พวกมันกำลังจะเรียกกำลังเสริมหรือไง??" หัวหน้ากองร้อยที่4สังกัดกองพันที่1สงสัยมาก เพราะท่าทีของ2ทหารนั้น มักจะยิงสลับกับวิ่ง เมื่อผ่านแยกมักจะยิงกระสุนควันออกมา 

"แซ่ดๆๆ ได้ยินแล้ว จากคอนสตันซา นี่คือจ่าสิบเอกมาดอซ สังกัดกองพันหุ่นยนต์รบที่52 รายงานเข้ามาำด้เลยRM-20 เปลี่ยน" จ่าสิบเอกมาดอซในตอนนี้ กำลังควบคุมกองพันเด็กๆอยู่ที่เขตชายฝั่งของคอนสตันซาอยู่ 

"เปรี้ยง!!...ก๊องๆ ซูโวมิซา ฉันเหลือแค่5นัดนะ!" หุ่นยนต์ของพวกเขามีจุดอ่อนที่บรรทุกกระสุนได้ไม่มากนัก แม้จะมีกำลังแรงม้าที่สูง 

"เอาล่ะ! ขอกำลังสนับสนุนด่วนที่สุด จะอะไรก็ได้ แค่ดๆๆๆ..ธงขาด หมีขาวโจมตีแดร็กคูลาแล้ว! ซูโวเลซ! ยิงแฟลร์เขียวขู่มัน!!" รัสเซียโจมตีโรมาเนียแล้ว ซูโวมิซากำลังจะขับตามพี่ชายของเขา 

"ปั้ง.....ฟู่วววว!" พลุสีเขียวถูกยิงออกมาแล้ว ทุกคนที่อยู่ในเมืองที่กำลังวิ่งหนีตายนั้นเห็นหมด รวมไปถึงทหาร2กองพันที่อยู่ในนี้ 

"เขียว?? มันจะเอากำลังจากไหนมาอีก?" ให้เดาสิ  

"หมดแล้ว หึ" ถูกต้องแล้วล่ะBoris เขาแค่ยิงหลอกล่อ เป็นกลลวง ถ้ามีกำลังเาริม พวกเขาควรจะเรียกตั้งแต่เมืองถูกถล่มแล้ว 

"รับทราบ ธงขาด เราอาจจะไปถึงภายใน36ชั่วโมง นายยังรั้งข้าศึกไว้ได้หรือเปล่า?" 

"จ่า! รั้งได้ก็บ้าแล้ว เรามีแค่สอง แต่พวกมันมากันทั้งกองพลเลยมั้ง! เปรี้ยง!!...และถล่มจากชายแดนจนเข้ามาถึงภายในเมืองได้แล้ว! ตั้งวันครึ่งเลยเหรอ? ฉันอยู่ไม่ถึง1ชั่วโมงด้วยซ้ำ! พวกมันกำลังจะยึดทั้งเมือง ตอนนี้ก็ยึดไปครึ่งเมืองแล้ว ปุ้ง!!...เปรี้ยง!!" กระสุนควันที่ซูโวมิซายิงทำให้ข้าศึกไม่เห็นทาง เพราะยิงเข้าเต็มๆที่ห้องควบคุม  

"บรื้นนนน" เขากำลังจะถูกล้อมโดยสมบูรณ์แล้ว  

"งั้นมีอะไรจะสั่งเสียไหม? พี่น้องดูมิทรู สายลมแห่งกาลาตี....?" จ่ามาดอซหายใจลึกๆก่อนที่จะกดวิทยุถาม อย่างไรเสีย พกเขาก็จะตายแล้ว 

"หลังจากที่เราพูดคำว่าธงขาดอีกครั้ง ให้ท่านตัดการติดต่อสื่อสารทั้งหมดภายในเมืองกาลาตี ผมอยากจะให้ทั้งโรมาเนียรู้ว่า สาเหตุที่เราเสียเมืองที่อยู่ของเรานี้ ไม่ใช่เพราะการทหารของเราอ่อนแอ แต่เป็นเพราะหลายๆคนเลือกที่จะแย่งชิงความเป็นใหญ่และทำลายความสามัคคีภายในเมือง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันเพืื่อผลประโยชน์และเอาตัวรอด เปรี้ยง!!" ซูโวมิซาได้เปล่งวาจา สิ่งที่เขาเก็บกดมาตลอด4ปีที่ได้เข้ามาประจำการในนี้ 

"ก๊องๆ...เหลืออีก3นัด! SABOT!" พวกเขาจะหนี ก็หนีได้ เพราะเชื้อเพลิงของเขายังพอมีบ้าง แต่ใจของเขาอยู่ที่ห้องควบคุมและมีปืน ตอนนี้ สิ่งที่เขาจะทำ คือถ่วงเวลาให้ข้าศึกสนใจแต่พวกเขา 

"อย่าบังอาจให้ใครเป็นบ่อนทำลายและกลืนกินชาติของเรา จงปกป้องชาติสุดเท่าชีวิต! พวกเราคือสายลมแห่งกาลาตี จงบอกให้คนรุ่นหลังรู้ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยเสียเมือง และแตกแยก อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"  

"เปรี้ยง!!...ปั้ง!..." กระสุนSABOTยิงเข้าไปเต็มๆ พวกเขาใกล้จะถูกล้อมโดยสมบูรณ์แล้ว 

"ยิงถล่มเสาส่งนั่น! ยิง!....ปั้งๆ...เปรี้ยง!!" ผู้พันคนนั้นทนไม่ได้แล้ว จึงสั่งให้ยิงเสาส่งทิ้ง 

"ผู้กล้าจงเจริญ! ธงขาด!!" ซูโวมิซาพร้อมแล้ว จึงปิดทุกวิทยุทุกช่อง เหลือไว้แค่เพียงวิทยุคลื่นสั้นที่เอาไว้ใช้ติดต่อกับซูโวเลซ 

"โชคดีนะ…" จ่ามาดอซรับทราบข่าวแล้ว ก็ตัดสัญญาณจากกาลาตีด้วย 

"บึ้ม!!!" เป็นช่วงเวลาที่เสาส่งแรงสูง ถูกทำลายลงในทันที เสาที่สูงมากกว่า43ฟุตล้มโครมลงอยู่ห่างๆ  

"เสร็จแล้ว ซูโวเลซ! พวกนั้นจะมาถึงภายใน36ชั่วโมง!" งานหลักเสร็จแล้ว ภารกิจของเขาในเวลาต่อจากนี้ คือ สู้ตาย 

"เปรี้ยง!!....ฉันหมดแล้ว! ปุ้ง!! ช่วงล่างฉันถูกยิง!" พวกเขาทำลายหุ่นยนต์รบข้าศึกขนาดหนักได้ถึง18ลำ เสียหายหนัก3ลำ เสียหายปานกลาง3ลำ ซูโวเลซถูกยิงด้วยกระสุน50มิล ช่วงล่างฝั่งซ้าย ระบบหล่อเย็นและหม้อน้ำถูกยิง ความเร็วของเขาตก และคนน้องหยุดตาม 

"ซูโวเลซ...กรึกๆ.." ซูโวมิซาหยุดหุ่นยนต์ลงกลางทางแยก ซูโวเลซหยุดอยู่ข้างซ้าย ท่ามกลางหุ่นยนต์10ลำที่ล้อมพวกเขาไว้ 

"ถ้าฉันเป็นเขา ฉันก็จะทำแบบพวกเขา..." ดูกาลอฟบินมองอยู่อย่างห่างๆ และกำลังชื่นชมพวกเขาราวกับว่า สองคนนั้นเสมือนกับเขาในช่วงฝึกทหารแรกๆ 

"ค่ะ..." พาสนาญ่าคิดตาม  

"หืม? ว่าไง?" ซูโวเลซมองน้องชายของตัวเองอย่างหน้าบึ้ง สลับกับมองสิ่งที่ตัวเองมีอยู่...ไม่มีเลย...กระสุนก็หมด 

"ฉันดีใจนะ...ที่ได้นายเป็นพี่ชายของฉัน..." ซูโวมิซายิ้มทั้งน้ำตา และมองเมืองเกิดของตัวเองรอบๆ สี่แยกตรงนี้เป็นสี่แยกแห่งความทรงจำ ที่ทั้ง2พี่น้องมักจะชอบออกมาเล่นกัน ตอนนี้พวกเขาเห็นแต่หุ่นยนต์รบสัญชาติรัสเซีย และยูเครนอยู่บ้าง แม้ตอนนี้เป็นเนื่องที่ไม่น่าจดจำสำหรับพวกเขา แต่สำหรับพวกเขานั้นคงจะคิดว่า 'เราทำถูกแล้วที่มีจุดจบตรงที่นี่' 

"ฉันก็ดีใจที่ได้ยีหัวนายเล่น....กรึก...บรื้นนนน!" ซูโวเลซที่กระสุนหมดเริ่มเข้าเกียร์และเริ่มออกตัว 

"ปุ้ง!...ปึ้ง!!" กระสุนหัวระเบิดขนาด85มิลลิเมตร ยิงเข้ามาที่หุ่นยนต์ของซูโวเลซ ทำให้เขากระเด็นออก และอยู่นิ่ง 

"หึ....แกร็ก..เปรี้ยง!!" ซูโวมิซาที่ยังพอเหลือกระสุนอยู่บ้างก็ยิงสู้ด้วยปืนขนาด80มิลลิเมตร 

"เพล้ง...บึ้ม!" กระสุนเข้าไปในห้องควบคุมเต็มๆ คนขับนายนั้นตายทันที ตามประวัติแล้วซูโวเลซเป็นพลแม่นปืนที่เก่งที่สุดในกองพันหุ่นยนต์รบที่20 ในบรรดาพลทหาร เขาแทบไม่เคยจับหุ่นยนต์รบเลยด้วยเหตุผลที่ว่าเฉพาะสิบเอกขึ้นไปเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ขับ  

"ยิง! ปุ้งๆ ปุ้งๆ!!" หัวหน้าหน่วยตรงนั้นสั่งยิงทันที 

"เป้ง! ปั้ง! ปึ้กๆ!" สภาพของทั้ง2ลำเมื่อถูกกระสุนไปคนละ2นัดนั้นดูไม่ได้เลย หุ่นยนต์รบดังกล่าวเริ่มเละเหมือนเศษเหล็ก แผ่นเกราะหลุดกระจายจนเห็นสังกัดหน่วยและธงชาติโรมาเนีย 

"ปุ้งๆ...ปุ้ง! เปรี้ยง....ปั้ง...บึ้ม!!" พลทหาร ซูโวเลซ ดูมิทรู เสียชีวิตในการรบ ในเวลา1824Hrs ในใจของเขาไม่มีอะไรค้างคาแล้ว ดังเช่นรางกระสุนที่ว่างเปล่า 

"ซูโวเลซ!?" น้องชายของเขาตกใจอยู่บ้าง และบางทีก็ทำใจไม่ค่อยได้ว่าจะต้องเสียพี่ชายของตัวเองไปจริง 

"โหลด!!" ทางนู้นก็ต้องเริ่มรีโหลด 

"แกร็งๆ" กระสุนHEATถูกโหลดอีกครั้งแล้ว ซูโวมิซากำลังเล็งปืนอีกครั้ง  

"เขากล้าหาญ และเก่งกาจมากค่ะ..." พาสนาญ่าบ่นกับดูกาลอฟ  

"ปุ้งๆ..." ปืนอีก2กระบอกจากข้างหน้ายิงใส่เขา กระสุนทั้ง2นัดนั้นทำให้ช่วงขาทั้งสองของหุ่นยนต์ขาด ซูโวมิซาล้มลงและกระเด็นถอยหลัง 

"ปึ้ง!!" หุ่นยนต์ของเขาขูดกับพื้นอย่างแรง แต่ด้วยความกล้า เขายังคงตั้งมั่นอยู่ และไม่หงายหลังหรือคว่ำลง 

"แกร็กๆ" กระสุนโหลดเสร็จแล้ว ซูโวมิซามีเลือดชโลมมาที่หน้าผากลงมาถึงตาทั้ง2ข้างของเขา เขาเริ่มมองไม่เห็นอินเตอร์เฟสในหมวก 

"แต่ผู้กล้าไม่ควรที่จะถูกเหยียดหยามเกียรติของเขา..." ดูกาลอฟพูดแล้วซึมๆ มองหุ่นยนต์รบขนาดหนักอีกลำวิ่งเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ  

"เปรี้ยง!!.....ฟู้ว....บึ้ม!!!" หุ่นยนต์ลำนั้นคือหัวหน้ากองพันที่1เอง ด้วยความที่รีบร้อนและหัวเสีย เลยเข้ามาจัดการเก็บกวาดงานของเขาด้วยตัวเองเสียเลย 

"ฟู่วววว.." ปืนกระบอกนั้นมีควันโชยออกมาเล็กน้อย พลทหาร ซูโวมิซา ดูมิทรู เสียชีวิตในการรบในเวลา1827Hrs เขาไม่มีอะไรติดค้างแล้ว เพียงแต่ตายในหน้าที่ก็ยังว่าดีแล้ว แต่การที่ได้ตายจนเฮือกสุดท้าย นั่นคือนักรบที่แท้จริง 

"ปิดตำนานสายลมแห่งกาลาตี...คงจะไม่มีใครกล้ามาแหยมกับเราแล้วล่ะตอนนี้.." หัวหน้ากองพันที่1พูดให้กับซากหุ่นยนต์2ลำนั้น  

"หมีขาว หมีขาว นี่คือIvanovic พวกเราสามารถควบคุมสถานการณ์ในเมืองได้สมบูรณ์แล้ว เข้าสู่ปฏิบัติการขั้นที่2 กำลังจะจัดเตรียมจุดลงจอดสำหรับBoris ย้ำ สถานการณ์ตอนนี้ปลอดภัยมาก Borisเตรียมทำการลงจอด" 

"3a ขอบคุณมาก Ivanovic พวกคุณทำได้ดีมาก จบภารกิจ Ceasar Tzar สถานะเป็นยังไงบ้าง" 

“Orca Mikoyan” เป็นรหัสว่าOM หรือ On the move  

"ฟ่าววว..." กองพันที่3กำลังจะหาทางดิ่งลงเพื่อลงจอด ส่วนฝูงบินทิ้งระเบิดนั้นยังบินไปทางยานแม่อยู่  

"ทานิส ภาคพื้นดินเป็นไงบ้าง?" ดูกาลอฟติดต่อกับทานิสผ่านแชนแนลส่วนตัว  

"ทุกอย่างปลอดภัยจริงครับ แต่รู้สึกไม่ดีเลย Ivanovicคงจะยั้วะน่าดูเลยล่ะครับ" ทานิสตอบกลับมาพลางทำเสียงแบบเซ็งๆ  

"บางที...ช่างเถอะ...Katyusha อีก3กิโลเมตรถึงLZ Ivanovic กำลังเคลียร์ทางให้เรา ให้ทุกคนลดระดับเพดานบินลงมาในระดับต่ำกว่า1000ฟิตได้" ดูกาลอฟยิ้มมองบน มือค่อยๆผลักพวงมาลัยเบาๆ ให้เครื่องบินดิ่งลงเล็กน้อยแบบค่อยๆ แม้ไม่ได้สั่งการมากนัก แต่พาสนาญ่าทำการบ้านมาดี ให้ฝูงบินจัดขบวนแถวตอนเรียง3 แถวละ10ลำ เพื่อให้ลงจอดได้แบบปลอดภัย  

"ฟ่าวววว...." Katyushaสุดสวยไม่ขานรับแต่ปฏิบัติตามคำสี่งทันที ส่วนลำอื่นที่ไม่ได้อยู่ในขบวน การปฏิบัติของพวกเขาจะบินวนรอบๆพื้นที่ลงจอดนั้น  

"มิลาวิช ลูบลิน ยังอยู่ในสายหรือเปล่า?"  

"ยังอยู่ครับ/ยังอยู่ดีน่าผู้พัน" ทั้งสองขานตอบผู้พัน  

"วันพรุ่งนี้ก็....พวกนายจะเหนื่อยหน่อยนะ" ผู้พันบอกกล่าวกับทั้ง2คนนั้นที่ทำหน้าที่เป็นเงา เงาที่คอยปกป้องทั้งกองพัน พวกเขายึกเมืองทางปีกซ้ายและขวาซึ่งไม่ได้ปะทะมากนัก จะมีก็แต่ล้อมเมืองไว้  

"อูร่า!" ทั้งสองตอบกลับ  

"ฟู่ววววว....ทานิส รายงานความเสียหายด้วย" ดูกาลอฟค่อยๆลงจอดตามถนนกว้างแงะยาว ที่คนในกองพันที่1พากันช่วยเคลียร์ทางให้  

"เอ่อ...กองร้อยของเราไม่มีใครเสียหายหนักครับ แต่เท่าที่ผมฟังความจากแชนแนลหลักได้ กองพันที่หนึ่ง หุ่นยนต์รบของพวกเขาถูกทำลาย18ลำ เสียหายปานกลาง10ลำ เสียหายเล็กน้อยแค่3ลำครับ" ดูดาลอฟตกใจบ้างที่ได้ยินเช่นนั้น หุ่นยนต์ของพวกเขากางล้อลงจอดได้ไม่ค่อยราบรื่นนัก  

"ปึ้ง!.." มีหุ่นยนต์ท้ายแถวสะดุดอิฐจากซากตึก ทำให้ตัวหุ่นยนต์เลี้ยวไปชนกับเสาไฟตรงเกาะกลาง แต่เคราะห์ดีที่มีรถที่จอดไว้ซับแรงกระแทกอีก  

"ฟู่ววววว" หุ่นยนต์รบจากกองพันที่1ได้ใช้งานและดึงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้แต่ละลำก็แยกย้ายไปตามจุดต่างๆ พักเครื่องที่กำลังร้อนฉ่าให้เย็นลงและรอทหารราบมาจัดระเบียบพื้นที่อีกครั้ง  

"ก๊อง...ก๊องๆ..." เสาธงชาติโรมาเนียที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับอาคารว่าการเมืองแห่งนี้ ไม่มีธงอีกต่อไปแล้ว แต่ถูกธงชาติรัสเซียขึ้นมาแทนที่ตรงนั้น ธงขาดๆถูกดึงลงมาและพลขับหุ่นยนต์รบลำนั้น 

"แกร็ก...พรึ่บ.....อยากจะถึงคอนสตันซา กับบูคาเรสต์ไวๆจังเลยนะ..." พลทหารพูด พลางหยิบไฟแช็กเผาธงทิ้ง พูดงืมงำๆ ร่างหนาๆของเขาเดินกลับไปที่หุ่นยนต์คู่ใจของเขา เตรียมสตาร์ทเครื่องออกลาดตระเวนต่อไป ทำงานของตัวเองแบบเต็มที่ในวันนี้ ปฏิบัติการ Zina Vasilij วันที่1 ฝ่ายโรมาเนีย สูญเสียหุ่นยนต์รบขนาดกลางไป80ลำ รถถัง20คันรถหุ้มเกราะ47คัน ทหารอีก1773นาย ฝ่ายรัสเซีย สูญเสียเพียงหุ่นยนต์รบภาคพื้นดิน43ลำ ทหารอีก133นาย สามารถยึดเมืองกาลาตีได้ภายใน2ชั่วโมง50นาที หลังจากเข้าเขตพื้นที่ทำการรบ พรุ่งนี้อาจจะสูญเสียมากกว่านี้ก็เป๋นได้ เพราะการรบจะนำโดยพันเอกที่ฉลาดที่สุดในกองพล  

จบ... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}